LOGINติ้ด ติ้ด
นิ้วเรียวกดรหัสปลดล็อกประตูลับที่อยู่ในความทรงจำ ตอนนั้นเจซกับเพื่อนยังพูดเล่นขำ ๆ กันอยู่เลยว่าพวกเขาคงไม่มีโอกาสได้ใช้เส้นทางลับนี้หรอกหรือถ้าได้ใช้จริง ๆ คงเป็นตอนที่มนุษย์ต่างดาวบุกโลก ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้แน่ ๆ
แต่แล้ววันนี้ก็มาถึง เพียงแต่เจซไม่เคยคิดเคยว่าเขาจะได้ใช้รหัสนี้เพื่อเปิดประตูทางลับเร็วกว่าที่คิด
แกร็ก
ใต้คฤหาสน์หลังนี้มีห้องใต้ดินที่สร้างขึ้นเพื่อเก็บไวน์ชั้นดีเอาไว้นับร้อยขวด แต่คนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าห้องเก็บไวน์แห่งนี้มีประตูลับที่สามารถทะลุไปอีกที่หนึ่งได้ เมื่อกดจำนวนรหัสครบ ชั้นไวน์ที่ติดกับผนังด้านหนึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลง ชั้นวางไวน์เลื่อนออกอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นว่าด้านหลังมีช่องทางลับซ่อนอยู่
มองด้วยตาเปล่าจะเห็นเพียงความมืดมิด เดาไม่ออกเลยว่าทางข้างหน้ามีอะไรรออยู่บ้าง แสงสว่างจากด้านนอกส่องเข้ามาในปากทางเข้าทำให้เห็นภาพทางเดินสลัว ๆ
“เข้าไปข้างในกันเถอะ”
“มึงนำไปสิ” เคนเอ่ยพร้อมพยักเพยิดหน้าไปยังเส้นทางลับที่ดูวังเวงยังไงชอบกล
ลุคเหลือบตามองคนพูดแวบหนึ่งแล้วถอนสายตากลับมา ชายหนุ่มเดินเข้าไปขางในเป็นคนแรก ตามมาด้วยบัวเกี๋ยง มะลิ เคน และเจซเป็นคนปิดท้านขบวน
ปัง!!
“เชี่ย!” เคนสถบเสียงดังด้วยความตกใจที่จู่ ๆ ประตูทางเข้าก็ปิดลง บรรยากาศรอบข้างมืดสนิททำเอารู้สึกหลอน ร่างสูงกระโดดไปกอดคนที่ใกล้ที่สุด
ลุคคว้าเอวบางของบัวเกี๋ยงเข้ามาหาตัว ส่วนเจ้ามะลิที่เป็นสิงโตกลายพันธุ์ดวงตาของมันไม่เป็นปัญหาเมื่ออยู่ในที่มืด
“มึงจะมากอดกูทำไมเนี่ย ปล่อย” น้ำเสียงติดรำคาญของเจซเอ่ยขึ้นพร้อมกับสะบัดให้อีกคนออก แต่เหมือนว่าเคนจะเกาะหนึบเหมือนตุ๊กแกเขาสะบัดยังไงก็ไม่หลุด
“ไม่เอา ไม่ปล่อย”
“เฮ้อ” ชายหนุ่มกรอกตามองบนพร้อมกับถอนหายใจอย่างเอือมระอาให้กับความกลัวผีขึ้นสมองของเพื่อน ทีเจอซอมบี้ละไม่กลัวพุ่งเข้าใส่ตลอด สุดท้ายเจซก็ปล่อยให้เพื่อนกอดตามใจชอบ
เขากับลุคหยิบไฟฉายขึ้นมาเปิดไฟแล้วส่องไปรอบ ๆ เห็นว่าตรงผนังห้องทางเดินที่มีวางคบเพลิงอยู่
“คบเพลิงตรงนี้หายไปหนึ่งอัน”
“ต้องเป็นลุงโจแน่ ๆ ”
ลุคกับเจซหยิบคบเพลิงมาคนละอันก่อนจะส่งไม้คบเพลิงอีกคันให้เคนถือไว้ แสงไฟจากคบเพลิงที่อยู่ในมือของลุคทำให้รอบข้างสว่างขึ้นและมองเห็นเส้นทางข้างหน้าที่ไม่มีที่สิ้นสุดได้ชัดเจน ไม่รู้เลยว่าต้องเดินไปไกลแค่ไหนถึงจะถึงจึดหมาย
พวกเขาจุดจุดคบเพลิงแค่อันเดียว เผื่อเชื้อเพลิงหมดจะได้ใช้อันต่อไป ส่วนไฟฉายก็เก็บกลับใส่กระเป๋าเป้เอาใช้ในยามจำเป็น
“เหนื่อยไหม” ลุคเอ่ยถามคนข้างกายด้วยความห่วงใจ กลัวว่าคนน้องจะเหนื่อย เพราะตอนนี้พวกเราก็เดินมานานพอสมควรแต่ก็ยังไม่เจอทางออกสักที
“ไม่เหนื่อยจ้ะ”
“ถ้าเหนื่อยก็บอกพี่นะครับ”
“อื้อ” เดินแค่นี้เขาไม่เหนื่อยหรอก แต่อีกคนนี่สิอาจจะเหนื่อยกว่าเขา เพราะมีตัวอะไรบางอย่างมาถ่วงขาข้างหนึ่งขณะที่เดิน
ตัวที่ว่านั้นก็คือ…เจ้ามะลิที่ขี้เกียจเดินแล้วไปเกาะแข้งเกาะขาของลุค เขาเข้าไปดึงเจ้าแมวขาวออกมาแลพยายามบอกให้มันปล่อยมือ แต่มันดันกางเล็บเกาะขากางเกงของคนตัวโตแน่นไม่ยอมเปล่าจนเขาเริ่มมีน้ำโมโหที่มะลิไม่เชื่อฟัง
“มะลิอย่าดื้อ” บัวเกี๋ยงเอ่ยเสียงดุพร้อมกับเท้าสะเอวมองเจ้าแมวขาวด้วยสายตาไม่พอใจ
ง้าว ง้าว
มะลิส่งเสียงตอบกลับ แม้จะฟังไม่ออกว่ามันพูดอะไร ทว่าบัวเกี๋ยงที่อยู่กับเจ้ามะลิมานานรู้ว่ามันกำลังเถียงเขาอยู่
“เอ๊ะ! มะลิ เดี๋ยวนี้เอาใหญ่แล้วนะ”
ง้าว
“เถียงเหรอ”
คนกับแมวขาวตอบโต้กันไปมาอย่างไม่ยอมกัน เคนกับเจซหันไปมองหน้าเพื่อนแล้วเลิกคิ้วขึ้นเชิงถามว่าบัวเกี๋ยงฟังภาษาของสัตว์กลายพันธุ์พูดรู้เรื่องด้วยเหรอ ลุคส่ายหน้าเป็นคำตอบ ชายหนุ่มคลี่ยิ้มบางออกมาก่อนจะยุติศึกระหว่างคนกับแมวด้วยการบอกบอกว่าให้บัวเกี๋ยงหยุดดึงแล้วปล่อยให้มะลิเกาะอยู่อย่างนั้น
“แต่…”
“ไม่เป็นไรครับ ตัวของมะลิเบามากพี่ไม่ได้หนักอะไร” น้ำเสียงทุ้มบอกคนขี้กังวลให้ใจเย็นลง
แค่มีแมวมาเกาะขาไม่ทำให้เขารู้สึกรำคาญหรือเดินช้าลงหรอก ให้เขาแบกคนตัวเล็กขึ้นหลังด้วยอีกคนก็ยังได้
“เบาอะไร หนักมากล่ะสิไม่ว่า” บัวเกี๋ยงพูดพึมพำกับตัวเองเบา ๆ อย่างไม่เห็นด้วยที่อีกคนพูด
ถ้าเมื่อก่อนเขาจะไม่เถียงเลยว่ามะลิในร่างแมวขาวไม่ได้หนักอะไร แต่ช่วงหลังมานี้มันกินเยอะขึ้น น้ำหนักก็ขึ้นตาม
แมวอะไร…อุ้มแต่ละทีแขนแทบหัก
จริง ๆ มะลิก็ไม่ได้หนักขนาดนั้นหรอก แต่ถ้าให้อุ้มนาน ๆ ก็เมื่อยแขนเหมือนกัน
เดินต่อไปอีกพักใหญ่ในที่สุดก็เจอกับทางตัน แต่มันใช่เรื่องไม่ดี พวกเขาไม่ได้เดินมาผิดทางกลับกันทางตันนี้แสดงให้เห็นว่าถึงจุดหมายแล้ว เพราะตรงนี้มีบันไดให้ปีนขึ้นไปด้านบน ซึ่งมีฝาเหล็กรูปวงกลมที่ปิดอยู่
ลุคปืนขึ้นไปเอื้อมมือจับพวงมาลัยเหล็ก ชายหนุ่มออกแรงหมุนนิดหน่อยฝาเหล็กก็เปิดออกได้แล้ว จากนั้นเขาก็ดันฝาเหล็กขึ้น
ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้มทำให้รู้ว่าตอนนี้เย็นมากแล้ว ไม่คิดว่าพวกเขาจะใช้ชีวิตเกือบทั้งวันอยู่ใต้ดิน ถ้าไม่ใช่เพราะด้านบนมีช่องระบายอากาศตลอดทางที่เดิน พวกเขาคงขาดอากาศหายใจก่อนจะมาถึงที่นี่
“มาครับพี่ช่วย” ลุคที่ขึ้นมาก่อนเป็นคนแรกยื่นมือไปให้คนที่กำลังปีนออกมาจับ
ฮึบ
“ขอบใจจ้ะ” บัวเกี๋ยงหันไปยิ้มให้คนตัวสูงก่อนจะหันไปมองรอบ ๆ ด้วยความสนใจ ภาพทิวทัศน์ตรงหน้าทำให้รู้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือทะเลนั่นเอง
ดวงตากลมโตเปร่งประกายแวววาว บัวเกี๋ยงไม่เคยเห็นสถานที่ใดงดงามเท่านี้มาก่อนเลย
“เฮ้อ อากาศบริสุทธิ์ พื้นดิน ท้องฟ้า” พอขึ้นมาข้างบนได้เคนก็นั่งคุกเข่าลงกับพื้นทรายเนื้อละเอียด อ้าแขนออกแล้วสูดอากาศเข้าเต็มปอดคล้ายกับคนที่ไม่ได้ออกมาเจอโลกภายนอกเป็นเวลานาน ๆ
“อย่าเวอร์” เจซที่ขึ้นมาเป็นคนสุดท้ายเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นความโอเวอร์ของเพื่อน ในใจก็รู้สึกหมั่นไส้อีกฝ่ายอยู่ไม่น้อยที่ตอนเดินทางเกาะเขาอย่างกับปลิง พอถึงทางออกกลับทิ้งเขาแล้วออกไปก่อนอย่างไม่รอบ
“นั่นใคร”
วันต่อมาลุคและครอบครัวรวมถึงคนอื่น ๆ ได้มานั่งร่วมตัวกันในห้องรับแขก ตอนแรกบนสนทนาของพวกเขาก็เป็นเรื่องทั่วไปอย่างการเล่าสิ่งที่ตัวเองประสบพบเจอจนลุคได้พูดถึงประเด็นความเป็นอยู่ของคนบนเกาะมายา จากที่หัวเราะกันอยู่ก็พลันเงียบลงแล้วเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดแทนทุกคนคงเห็นกับตาแล้วว่าเกาะมายาในตอนนี้เปลี่ยนไปเป็นอย่างไร ถ้าให้เทียบกับเมื่อก่อนบอกเลยว่าเกาะมายาตอนนี้คือแย่มาก ๆ“เฮ้อ พ่อเองก็หนักใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าจะแก้ไขยังไง” กษัตริย์ปีเตอร์พ่นลมหายใจออกมาเฮือกยาวด้วยความหนักใจตอนนี้อาหารบนเกาะเริ่มลดน้อยลงทุกที ปลูกอะไรก็ไม่ค่อยขึ้น ไม่ว่าจะดูแลดีหรือรดน้ำมากแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์ สัตว์น้อยใหญ่ก็พากันล้มตายเพราะความอดอยากยังดีที่พวกเราสามารถล่าสัตว์ทะเลมากินได้และไม่สูญเสียแห่งทรัพยากรน้ำสะอาดไป ไม่อย่างนั้นคงจะเกิดการสูญเสียมากมายอย่างคาดไม่ถึงสองมือของราชินีโซเฟียเอื้อมไปกุมมือของสามีเอาไว้ด้วยความปลอบประโลม ก่อนจะหันไปพูดกับลุค “ลูกก็รู้ใช่ไหมตั้งแต่วันนั้นทุกอย่างในโลกก็เปลี่ยนไป ไม่เว้นแม้แต่เกาะแห่งนี้”“แม่คิดว่าคงถึงเวลาที่พวกเราทุกคนจะต้องออกไปจากเกาะมายาแล้ว
บัวเกี๋ยงและคนอีกหลายชีวิตใช้ชีวิตอยู่บนเรือสำเภาที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่น้ำทะเลไกลสุดลูกหูลูกตาย ในที่สุดวันนี้เขาก็เห็นพื้นดินแล้ว เรือขับผ่านช่องเขาที่อยู่ตรงกลางระหว่างภูเขาสองลูกเนื่องจากตรงนี้แสงจากดวงอาทิตย์เข้าไม่ถึง ความมืดจึงเข้าปกคลุมตลอดเส้นทาง อากาศโดยรอบก็เริ่มหนาว โจสั่งให้ลูกน้องจุดโคมไฟตามจุดต่าง ๆ บนเรือจะได้มองเห็นทาง“พ้นจากตรงนี้ไปก็ถึงบ้านของพี่แล้ว” ลุคบอกคนในอ้อมกอด สายตาคู่สมจ้องมองไปทางข้างหน้าอย่างในจดในจ่อ แสงสว่างที่ปลายทางบ่งบอกว่าเขามาถึงบ้านแล้วหาดทรายสีขาวที่เขามักจะมาวิ่งเล่นกับเพื่อนเป็นประจำ ถัดไปนิดก็จะเห็นบ้านที่ปลูกสร้างไว้ตามจุดต่าง ๆ บนเกาะ และปราสาทสูงที่ลุคอาศัยตั้งแต่เกิด“ที่นี่ดูจากเดิมไปมากโขเลย” เคนเอ่ยขึ้นทันทีที่ได้เห็นสภาพของเกาะมายา“ใช่ กูจำได้ว่าที่นี่เคยน่าอยู่มากกว่านี้นะ” เจซเอ่ยต่อจากเพื่อนพร้อมกับหันไปมองรอบ ๆ ต้นไม้บนเกาะเกือบทั้งหมดแห้งตายเกาะที่เคยอุดมสมบูรณ์วันนี้กลับเหมือนกับเกาะร้าง ทั้งที่ปกติเวลานี้จะมีเด็ก ๆ ออกมาวิ่งเล่นบนหาดทรายและน้ำทะเลบัดนี้กลับเงียบสงัดราวกับไม่มีผู้คนอาศัย“ลงจากเรือกันเถอะทุกคน”“ครับ”ด้านก
“ทุกคนเจออะไรบ้างไหม” โรมเอ่ยถามคนอื่น ๆ พลางนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น หลังจากเขาที่เดินกลับลงมาจากการไปสำรวจที่ชั้นสองของคฤหาสน์จนทั่วแต่ก็ไม่พบอะไรเลยเขาเป็นนักแกะรอยและหัวหน้าทีมนักสำรวจของเมือง W เขาได้รับมอบหมายให้มาสำรวจจุดสีเขียว ระหว่างทางเขาก็ได้เจอกับเพื่อนร่วมงานจากเมืองอื่น ๆพวกเราทั้งหมดมีเป้าหมายที่เหมือนกันคือตามหาพืชที่กินได้แล้วนำกลับไปให้ปลูก ลูกบ้านที่อยู่ในเมืองของตัวเองจะได้มีอาหารการกินที่ดีขึ้น สุดท้ายก็ตกลงกันว่าจะเดินทางพร้อมกัน เพราะไม่ว่าจะหลีกเลี่ยงยังไงก็ต้องเจอกันอยู่ดี จากทีมเล็ก ๆ ไม่กี่คนก็กลายเป็นกลุ่มใหญ่ตอนนี้พวกเราอยู่กันที่คฤหาสน์หลังหนึ่งในเมือง S และกำลังเป็นค้นหาใครบางคนที่ติดตามมานานเกือบเดือน แต่ก็ต้องคว้าน้ำเหลวในคฤหาสน์มีร่องรอยที่บ่งบอกว่าเคยมีคนจำนวนหลายคนอาศัยอยู่ บวกกับที่มีรถจอดอยู่ด้านหน้าทำให้มั่นใจว่าคนที่ตามหาอยู่ที่นี่ แต่ไม่ว่าจะหาอย่างไรก็ไม่เจอราวกับว่าพวกเขาหายตัวได้“ไม่เลย” ส่ายหน้าตอบอย่างจนใจ ก่อนจะทิ้งร่างบนโซฟาด้วยความเหนื่อยล้า“พวกเขาหายไปไหนกันนะ” มีอานักสำรวจเมือง N โคลงศีรษะเล็กน้อยขณะที่พูด เธอค้นหาทั้งในบ้านแ
ในยามราตรีที่เงียบสงบมีเพียงเสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งกับแสงจากดวงดาวนับล้าน ๆ ดวงบนท้องฟ้าที่ส่องประกายวิบวับ กระทบบนผิวน้ำทะเลก่อให้เกิดภาพที่สวยงามชายหนุ่มร่างสูงเดินออกมารับลมข้างนอกหลังจากที่ส่งบัวเกี๋ยงกับเจ้ามะลิเข้านอน ส่วนคนอื่น ๆ ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้าแกร็ก“ยังไม่นอนอีกเหรอ” ลุงโจที่เปิดประตูออกมาเอ่ยถามพลางเดินเข้าไปหาหลานชายที่ยืนรับลมอยู่หน้ากระท่อม“ครับ ผมยังไม่ค่อยง่วง แล้วลุงล่ะ ทำไมยังไม่นอนอีก” ลุคถามกลับ“ลุงก็ยังไม่ง่วงเหมือนกัน”พลันบรรยากาศระหว่างกันตกอยู่ในความเงียบ จนกระทั้งโจเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง“คิดอะไรอยู่”“คิดถึงบ้านน่ะครับ ผมไม่ได้กลับบ้านตั้งหลายปี ไม่รู้ว่าที่นั่นจะเปลี่ยนไปอะไรไปบ้าง แล้วก็...” น้ำเสียงทุ้มเว้นจังหวะครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า “คิดถึงท่านพ่อกับท่านแม่ด้วย”“ลุงก็คิดถึงทั้งสองคน”โจเองก็ไม่ได้เจอหน้าน้องสาวสุดที่รักมาหลายปี ตอนแรกเขากะจะไปเยี่ยมโซเฟียที่เกาะมายาหลังจากที่หลาน ๆ กลับมาจากการเที่ยวเล่น แต่ดันเกิดเรื่องขึ้นมาเสียก่อนทำให้แผนที่วางไว้ล้มลงไม่เป็นท่าโจไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหลานชายแท้ ๆ ของเขาเ
ซู่ ซ่าณ สถานที่ลับแห่งหนึ่งมีอดีตนักธุรกิจหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ริมหาดทรายฟังเสียงคลื่นซัดกระทบฝั่ง สายตาจับจ้องไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอยและคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยตั้งแต่ที่ซอมบี้ระบาดหนักเขาก็ทิ้งคฤหาสน์ที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงแล้วมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่แทน โชคดีที่เขาได้เตรียมพร้อมทางหนีหากเหตุการณ์ไม่คาดคิดไว้แล้ว พอมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้รู้สึกลำบากมาก จะห่วงก็แต่หลานชายทั้งสามคนช่วงที่เกิดเรื่องหลานของเขาได้เดินทางออกไปเที่ยวพอดี ไม่รู้ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน จะเป็นตายร้ายดีบ้าง ได้กินอิ่มนอนหลับสบายไหม นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วแต่เขาก็ไม่ได้ข่าวคราวจากทั้งสามคนเลย“เฮ้อ หวังว่าพวกหลานจะปลอดภัยนะ” โจหวังอยู่ตลอดว่าสักวันลุค เคน เจซ จะกลับมาหาเขาขณะที่ชายหนุ่มกำลังนั่งรำลึกความหลังถึงเรื่องราวในอดีตอยู่นั้น หูของเขาก็พลันได้ยินเสียงพูดคุยของมนุษย์หลายคนที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขานั่งอยู่โจผุดลุกขึ้นยืนทันทีแล้วรีบเดินตามเสียงไป ในมือของเขาถือปืนสั่นเอาไว้ ที่จริงแล้วเขาเริ่มพกปืนติดตัวตลอดเวลาตั้งแต่ที่รูู้ว่าโลกนี้มีซอมบี้เขาต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ หากเจอซอมบี้จะได้ยิงป้องกันตัว นานวันเข้าก
ติ้ด ติ้ดนิ้วเรียวกดรหัสปลดล็อกประตูลับที่อยู่ในความทรงจำ ตอนนั้นเจซกับเพื่อนยังพูดเล่นขำ ๆ กันอยู่เลยว่าพวกเขาคงไม่มีโอกาสได้ใช้เส้นทางลับนี้หรอกหรือถ้าได้ใช้จริง ๆ คงเป็นตอนที่มนุษย์ต่างดาวบุกโลก ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้แน่ ๆแต่แล้ววันนี้ก็มาถึง เพียงแต่เจซไม่เคยคิดเคยว่าเขาจะได้ใช้รหัสนี้เพื่อเปิดประตูทางลับเร็วกว่าที่คิดแกร็กใต้คฤหาสน์หลังนี้มีห้องใต้ดินที่สร้างขึ้นเพื่อเก็บไวน์ชั้นดีเอาไว้นับร้อยขวด แต่คนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าห้องเก็บไวน์แห่งนี้มีประตูลับที่สามารถทะลุไปอีกที่หนึ่งได้ เมื่อกดจำนวนรหัสครบ ชั้นไวน์ที่ติดกับผนังด้านหนึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลง ชั้นวางไวน์เลื่อนออกอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นว่าด้านหลังมีช่องทางลับซ่อนอยู่มองด้วยตาเปล่าจะเห็นเพียงความมืดมิด เดาไม่ออกเลยว่าทางข้างหน้ามีอะไรรออยู่บ้าง แสงสว่างจากด้านนอกส่องเข้ามาในปากทางเข้าทำให้เห็นภาพทางเดินสลัว ๆ“เข้าไปข้างในกันเถอะ”“มึงนำไปสิ” เคนเอ่ยพร้อมพยักเพยิดหน้าไปยังเส้นทางลับที่ดูวังเวงยังไงชอบกลลุคเหลือบตามองคนพูดแวบหนึ่งแล้วถอนสายตากลับมา ชายหนุ่มเดินเข้าไปขางในเป็นคนแรก ตามมาด้วยบัวเกี๋ยง มะลิ เคน และเจซเป็นคนปิดท้า






![เพียงหัวใจเพรียกหา - [Omegaverse]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
