ANMELDEN“หืม ทำไมเนื้อเหลืออยู่เท่านี้” ดวงตาเฉี่ยวคมหรี่มองเนื้อกวางย่างที่อยู่ในหลังกระบะ
จำได้ว่าเมื่อคืนมีเยอะกว่านี้ พอเช้ามาทำไมถึงเนื้อถึงแหว่งไปส่วนหนึ่ง หางตาของเขาเหลือบไปเห็นชิ้นกระดูกของสัตว์ที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขายืนนัก คาดว่าหัวขโมยกินเสร็จก็โยนหลักฐานทิ้งทันที
ร่างสูงหันไปมองมนุษย์ตัวขาวกับเจ้าสิงโตขาวด้วยความสงสัย พอรู้ตัวว่าถูกเขาจ้องเท่านั้นแหละทั้งคู่ก็พร้อมใจกันเบือนหน้าหนี
“หนูบัวครับ” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้น
“จะ จ๊ะ”
มุมปากหยักโค้งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยตอนที่เขาเรียกชื่อ แถมเจ้าตัวยังไม่ยอมสบตากับเขาขณะที่พูดอีก
เดิมที่เนื้อกวางย่างนั้นมีกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอแล้ว พอกลิ่นหอมโชยเข้าจมูก ดวงตาที่ปิดสนิทก็เปิดขึ้น เมื่อนึกถึงรสชาติเนื่อย่างแสนอร่อยที่ได้กินเมื่อคืนน้ำย่อยในท้องก็เริ่มทำงาน
บัวเกี๋ยงกับเจ้ามะลิไหนเลยจะทนนอนต่อจนถึงเช้าไหวทั้งที่เพิ่งผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงท้องน้อย ๆ ก็หิวอีกแล้ว คนกับแมวมองตากันอย่างรู้ใจ แอบลุกไปกินอาหารมื้อดึกที่อยู่หลังกระบะ พอกินอิ่มก็กลับมานอนต่อ
“บัวขอโทษจ้ะ” ร่างบางก้มหน้ามองพื้นแล้วเอ่ยด้วยความรู้สึกผิด ยิ่งคนพี่เดินเข้ามาใกล้ก็ยิ่งก้มต่ำมากกว่าเดิมจนคางชิดกับอก
“หนูบัวขอโทษพี่ทำไมครับ” ถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
“บัวเป็นเด็กไม่ดี”
“หืม”
“บัวแอบกินเนื้อย่างตอนพี่ลุคหลับ” พูดจบเรียวปากบางก็แบะลงคล้ายกับจะร้องไห้เพราะกลัวว่าคนตรงหน้าจะโกรธ
ง้าว ๆ
เจ้ามะลิไม่อยากให้มนุษย์ตัวขาวถูกมนุษย์ตัวใหญ่ดุ มันเดินไปเกาะขากางเกงของลุคแล้วเงยหน้าขึ้นพร้อมกับทำเสียงร้องอ้อน ๆ
“เฮ้อ” เสียงถอนหายใจจากคนตัวสูงทำเอาคนที่มีความผิดติดตัวรู้สึกใจเสีย
ลุคก้มลงไปอุ้มเจ้าแมวขาวขึ้นมา ก่อนจะพูดกับคนที่ยืนก้มหน้าก้มตาว่า “เงยหน้าขึ้นมาคุยกับพี่ครับ”
ศีรษะทุยส่ายไปมา พอเห็นแบบนั้นแล้วมือหนาก็เชยคางของคนตรงหน้าขึ้น ดวงตาคมสบเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่แดงก่ำ
ใบหน้าหล่อเหลาปรากฎรอยยิ้มอันบางแสนอ่อนโยน “กินอาหารตอนดึกมันไม่ดีต่อสุขภาพนะรู้ไหมครับ”
ลุคไม่ได้โกรธเลยที่ทั้งคู่กินแอบเนื้อกวางย่าง ยังไงเนื้อย่างนี้ก็เป็นอาหารสำหรับพวกเราอยู่แล้ว จะกินเท่าไหร่ กินเมื่อไหร่ก็ได้
“พี่ลุคไม่โกรธบัวเหรอ”
“เรื่องแค่นี่เอง พี่จะโกรธหนูบัวทำไม หืม” ร่างสูงไม่ได้เป็นคนขี้งกและคิดเล็กคิดน้อยในเรื่องการกิน
เพียงแค่เขาเป็นห่วงสุขภาพของทั้งคู่แค่นั้นเอง
ลุคเห็นอีกคนทำท่าจะแบะปากลงอีกครั้งก็รีบคว้าเอวบางแล้วดึงเข้ามากอดปลอบ “โอ๋ ๆ หนูกลัวว่าพี่จะดุเหรอครับ”
“อื้อ” พยักหน้าตอบกับแผงอกแกร่ง
“หนูบัวของพี่น่ารักขนาดนี้พี่จะกล้าโกรธหรอก”
หลังจากที่ปรับความเข้าใจกันดีแล้วพวกเขาก็นั่งกินมื้อเช้ากัน สายตาคมมองแก้มป่องที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการเคี้ยวของคนตัวเล็กกว่าอย่างนึกเอ็นดู
ดูท่าหนูบัวของเขาจะชอบกินเนื้อมาก สงสัยเขาต้องล่าสัตว์มาให้น้องกินบ่อย ๆ แล้ว พอกินอิ่มทั้งคู่ก็เดินไปล้างมือล้างปากที่ลำธารก่อนจะออกเดินทางต่อ
ลุคขับรถไปตามเส้นทางที่คุ้นเคยเพื่อไปบ้านของลุงโจ แม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายปีหลังจากที่เขาจากที่นี่ไป แต่ลุคก็ยังจำทุกอย่างได้เม่นยำ
ภาพของเมือง S ในความทรงจำของลุคคือเมืองนี้เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองและขึ้นชื่อเรื่องการส่งออกอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ทว่าตอนนี้กลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ
หลังจากที่ซอมบี้ปรากฎตัวขึ้นทุกคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ก็หนีตายกันอลม่าน คนที่เหลือรอดจากอสูรกายตัวร้ายก็อพยพไปอยู่ที่เกาะเซย์
เกาะแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเมือง S แต่มีลูกบ้านอาศัยอยู่น้อย ซึ่งปกติจะมีสะพานที่ให้คนขับรถข้ามไปยังเกาะเพื่อไปเที่ยวหรือพักผ่อนหย่อนใจ ลุคได้ยินมาว่าภายหลังเกาะเซย์ได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นค่ายอพยพ เมื่อแน่ใจว่าในเมืองไม่มีมนุษย์หลงเหลืออยู่แล้ว เจ้าบ้านก็สั่งให้ทหารทำลายสะพานนั้นทิ้ง เพื่อไม่ให้ซอมบี้ข้ามมาได้
ลุคไม่แน่ใจว่าลุงของเขาจะอยู่ที่เกาะนั้นไหม เขาจึงขอไปตั้งหลักที่บ้านของลุงโจก่อน
“ถึงแล้วครับ”
“นี่บ้านของพี่ลุคเหรอจ๊ะ” ดวงตาของบัวเกี๋ยงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เขาไม่เคยเห็นบ้านของใครใหญ่โตเท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต
เด็กหนุ่มคิดว่าบ้านของท่านเจ้าคุณใหญ่แล้วนะ แต่บ้านนี้ใหญ่กว่าเป็นสิบเท่าร้อยเท่า
“ไม่ใช่บ้านของพี่หรอกครับ เป็นบ้านของลุงพี่เอง ลงจากรถกันครับ”
“จ้ะ”
ลุคกวาดสายตามองสถานที่ที่ตัวเองเคยอยู่ด้วยความคิดถึง แม้ว่าคฤหาสน์หลังนี้จะขาดการดูแลมานาน แต่มันก็ยังคงความงดงามอยู่เสมอไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุปัน
“เข้าบ้านกันเถอะครับ เดี๋ยวพี่จะพาหนูบัวไปดูห้องนอนของพี่”
“บ้านหลังนี้อยู่กันกี่คนเหรอจ๊ะ” บัวเกี๋ยงถามขึ้นขณะที่เดินเข้ามาในบ้าน
“อืม มีลุงโจ พี่ เพื่อนของพี่สองคนเคนกับเจซ แล้วก็คนที่คอยดูแลบ้านหลังนี้อีกสิบกว่าคนได้”
“น้อยจัง”
“พอดีลุงของพี่ไม่ชอบความวุ่นวายน่ะ”
ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าที่ไม่ใช่ของพวกเขาดังขึ้นทำให้ลุคหยุดเดินทันที ส่งผลให้คนที่เดินตามหลังมาชนเข้ากับแผ่นหลังแกร่งของเขาเข้าอย่างจัง เนื่องจากเจ้าตัวกำลังเพลิดเพลินกับการสำรวจบ้านจนไม่ได้สนใจมองทาง
“โอ๊ย พี่ลุคหยุดทำไมจ๊ะ” บัวเกี๋ยงยกมือขึ้นจับหน้าผากแล้วเงยหน้าถามคนที่หยุดเดินกะทันหัน
“ชู่ว เงียบก่อนครับ”
เมื่อเห็นว่าใบหน้าหล่อเหลาของลุคเคร่งเครียดกว่าปกติ บัวเกี๋ยงจึงเลือกที่จะปิดปากเงียบตามที่อีกคนบอกพร้อมกับกวาดสายตาไปรอบ ๆ ด้วยความหวาดระแวง
ลุคไม่รู้ว่าเสียงฝีเท้าที่ได้ยินนั้นเป็นของลุงโจหรือมีคนอื่นแอบเข้ามาใช้ที่นี่เป็นที่หลบภัย เขาจึงพาคนน้องไปซ่อนตัวหลังโซฟา
“อยู่ตรงนี้ อย่าออกไปไหนจนกว่าพี่จะเรียกเข้าใจไหมครับ”
บัวเกี๋ยงพยักหน้าหงึก ๆ อย่างเชื่อฟัง ลุคเห็นแบบนั้นก็รู้สึกพอใจก่อนหันไปพูดกับเจ้ามะลิว่าให้ดูแลเจ้านายให้ดี มันขยายร่างให้ใหญ่ขึ้นแล้วขยับไปนอนใกล้ ๆ ร่างของมนุษย์ตัวจ้อยในท่าหมอบกับพื้น
หากมีศัตรูเข้ามาเจ้าสิงโตขาวกลายพันธุ์ก็พร้อมกับจะกระโจมใส่พร้อมกับใช้อุ้งเท้าตะปบเหยื่อทันที
บัวเกี๋ยงมองคนที่เดินห่างออกไปจนลับสายตาด้วยความเป็นห่วง มือหนาคว้าแจกันที่ทำมาจากทองเหลืองแล้วเดินไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงเมื่อครู่
ยิ่งเดินเข้าไปใกล้เขาก็ได้ยินเสียงชัดเจนขึ้น ร่างสูงยืนชิดกำแพงก่อนจะชะโงกหน้าไปดูในห้องครัว แสงแดดจากด้านนอกส่องเข้ามาทำให้เขาเห็นเงาที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ยืนหลบอยู่หลังตู้เย็นและอีกเงานั่งอยู่ข้างเคาน์เตอร์
มี 2 คนสินะ
จู่ ๆ เงายืนอยู่ก็เริ่มขยับตัว ลุคไม่รอให้อีกฝ่ายลงมือก่อนเขายกแจกันขึ้นหมายจะฟาดใส่ผู้บุกรุกให้สงบในทีเดียว จากนั้นค่อยไปจัดการอีกคน
พรึบ
“เห้ย!” ชายหนุ่มหมุนตัวหลบแจกันอย่างว่องไง
ทั้งสองคนสบตากันด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นเพื่อนของตัวเอง
ดีนะที่ตีไม่โดน ลุคคิดในใจ
ส่วนคนที่เกือบจะโดนเพื่อนตีหัวก็คิดว่าดีแล้วที่หลบทัน
“มึงเองเหรอ”
ลุควางแจกันที่อยู่ในมือบนเคาน์เตอร์ก่อนจะพรูลมหายใจทางจมูกยาวอย่างโล่งอก
“ไอ้ลุค” ชายหนุ่มอีกคนออกจากที่ซ่อนแล้วเดินไปกอดเพื่อนด้วยความดีใจ “กูนึกอยู่แล้วมึงยังไม่ตาย”
“โทษทีว่ะ คนอย่างกูตายยาก”
“ดีใจที่ได้เจอมึงอีกครั้ง” เจซเอ่ยด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“เหมือนกัน”
ในยามราตรีที่เงียบสงบมีเพียงเสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งกับแสงจากดวงดาวนับล้าน ๆ ดวงบนท้องฟ้าที่ส่องประกายวิบวับ กระทบบนผิวน้ำทะเลก่อให้เกิดภาพที่สวยงามชายหนุ่มร่างสูงเดินออกมารับลมข้างนอกหลังจากที่ส่งบัวเกี๋ยงกับเจ้ามะลิเข้านอน ส่วนคนอื่น ๆ ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้าแกร็ก“ยังไม่นอนอีกเหรอ” ลุงโจที่เปิดประตูออกมาเอ่ยถามพลางเดินเข้าไปหาหลานชายที่ยืนรับลมอยู่หน้ากระท่อม“ครับ ผมยังไม่ค่อยง่วง แล้วลุงล่ะ ทำไมยังไม่นอนอีก” ลุคถามกลับ“ลุงก็ยังไม่ง่วงเหมือนกัน”พลันบรรยากาศระหว่างกันตกอยู่ในความเงียบ จนกระทั้งโจเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง“คิดอะไรอยู่”“คิดถึงบ้านน่ะครับ ผมไม่ได้กลับบ้านตั้งหลายปี ไม่รู้ว่าที่นั่นจะเปลี่ยนไปอะไรไปบ้าง แล้วก็...” น้ำเสียงทุ้มเว้นจังหวะครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า “คิดถึงท่านพ่อกับท่านแม่ด้วย”“ลุงก็คิดถึงทั้งสองคน”โจเองก็ไม่ได้เจอหน้าน้องสาวสุดที่รักมาหลายปี ตอนแรกเขากะจะไปเยี่ยมโซเฟียที่เกาะมายาหลังจากที่หลาน ๆ กลับมาจากการเที่ยวเล่น แต่ดันเกิดเรื่องขึ้นมาเสียก่อนทำให้แผนที่วางไว้ล้มลงไม่เป็นท่าโจไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหลานชายแท้ ๆ ของเขาเ
ซู่ ซ่าณ สถานที่ลับแห่งหนึ่งมีอดีตนักธุรกิจหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ริมหาดทรายฟังเสียงคลื่นซัดกระทบฝั่ง สายตาจับจ้องไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอยและคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยตั้งแต่ที่ซอมบี้ระบาดหนักเขาก็ทิ้งคฤหาสน์ที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงแล้วมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่แทน โชคดีที่เขาได้เตรียมพร้อมทางหนีหากเหตุการณ์ไม่คาดคิดไว้แล้ว พอมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้รู้สึกลำบากมาก จะห่วงก็แต่หลานชายทั้งสามคนช่วงที่เกิดเรื่องหลานของเขาได้เดินทางออกไปเที่ยวพอดี ไม่รู้ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน จะเป็นตายร้ายดีบ้าง ได้กินอิ่มนอนหลับสบายไหม นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วแต่เขาก็ไม่ได้ข่าวคราวจากทั้งสามคนเลย“เฮ้อ หวังว่าพวกหลานจะปลอดภัยนะ” โจหวังอยู่ตลอดว่าสักวันลุค เคน เจซ จะกลับมาหาเขาขณะที่ชายหนุ่มกำลังนั่งรำลึกความหลังถึงเรื่องราวในอดีตอยู่นั้น หูของเขาก็พลันได้ยินเสียงพูดคุยของมนุษย์หลายคนที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขานั่งอยู่โจผุดลุกขึ้นยืนทันทีแล้วรีบเดินตามเสียงไป ในมือของเขาถือปืนสั่นเอาไว้ ที่จริงแล้วเขาเริ่มพกปืนติดตัวตลอดเวลาตั้งแต่ที่รูู้ว่าโลกนี้มีซอมบี้เขาต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ หากเจอซอมบี้จะได้ยิงป้องกันตัว นานวันเข้าก
ติ้ด ติ้ดนิ้วเรียวกดรหัสปลดล็อกประตูลับที่อยู่ในความทรงจำ ตอนนั้นเจซกับเพื่อนยังพูดเล่นขำ ๆ กันอยู่เลยว่าพวกเขาคงไม่มีโอกาสได้ใช้เส้นทางลับนี้หรอกหรือถ้าได้ใช้จริง ๆ คงเป็นตอนที่มนุษย์ต่างดาวบุกโลก ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้แน่ ๆแต่แล้ววันนี้ก็มาถึง เพียงแต่เจซไม่เคยคิดเคยว่าเขาจะได้ใช้รหัสนี้เพื่อเปิดประตูทางลับเร็วกว่าที่คิดแกร็กใต้คฤหาสน์หลังนี้มีห้องใต้ดินที่สร้างขึ้นเพื่อเก็บไวน์ชั้นดีเอาไว้นับร้อยขวด แต่คนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าห้องเก็บไวน์แห่งนี้มีประตูลับที่สามารถทะลุไปอีกที่หนึ่งได้ เมื่อกดจำนวนรหัสครบ ชั้นไวน์ที่ติดกับผนังด้านหนึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลง ชั้นวางไวน์เลื่อนออกอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นว่าด้านหลังมีช่องทางลับซ่อนอยู่มองด้วยตาเปล่าจะเห็นเพียงความมืดมิด เดาไม่ออกเลยว่าทางข้างหน้ามีอะไรรออยู่บ้าง แสงสว่างจากด้านนอกส่องเข้ามาในปากทางเข้าทำให้เห็นภาพทางเดินสลัว ๆ“เข้าไปข้างในกันเถอะ”“มึงนำไปสิ” เคนเอ่ยพร้อมพยักเพยิดหน้าไปยังเส้นทางลับที่ดูวังเวงยังไงชอบกลลุคเหลือบตามองคนพูดแวบหนึ่งแล้วถอนสายตากลับมา ชายหนุ่มเดินเข้าไปขางในเป็นคนแรก ตามมาด้วยบัวเกี๋ยง มะลิ เคน และเจซเป็นคนปิดท้า
ลุคกับเพื่อนซี้เอ่ยทักทายกันเล็กน้อยตามประสาคนที่ไม่ได้เจอกันนานก่อนจะชวนกันไปที่ห้องนั่งเล่น สายตาคมมองไปยังทิศทางที่บางคนซ่อนตัวอยู่“หนูบัว ออกมาได้แล้วครับ ปลอดภัยแล้ว”เคนกับเจซมองหน้ากันอย่างงง ๆ ว่าเพื่อนของตัวเองพูดกับใคร แต่ก่อนที่พวกเขาจะสงสัยไปมากกว่านั้น ศีรษะทุยโผล่ขึ้นมาจากหลังโซฟาอย่างช้า ๆ ดวงตากลมโตกวาดตามองไปรอบ ๆ เห็นพี่ลุคยืนอยู่กับผู้ชายอีกสองคนที่เขาไม่คุ้นหน้าร่างบางลุกขึ้นยืนเต็มตัวความสูงก่อนจะเดินไปหาชายหนุ่มหนึ่งเดียวที่รู้จัก“ใครอะ? ” เคนเลิกคิ้วถามเมื่อรู้ว่าเพื่อนของตัวเองไม่ได้มาคนเดียวแต่ยังพ่วงคนน่ารักมาด้วย ดูท่าหลายวันมานี้คงมีเรื่องมากมายเกิดขึ้นกับลุคจะว่าไปร่างบางตรงหน้าก็ตรงสเปคของลุคเลยหนิ“ไม่เจอกันแปบเดียวมึงมีเมียแล้วเหรอวะ” เจซเอ่ยแซว คนโดนแซวหน้าไปเปลี่ยน แต่คนที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเมียน่ะสิกลับเขินจนหน้าแดง“มึงอธิบายมาเลยนะ”“เร็ว ๆ เลย พวกกูอยากรู้”ลุคสายศีรษะด้วยความระอาใจเมื่อเห็นเพื่อนมองเขาสลับกับร่างบางไปมาพร้อมกับทำสีหน้ากรุ่มกริ่ม เขาจึงตอบเพื่อนไปว่า “เดี๋ยวเล่าให้ฟัง”สองหนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจ ในจังหวะนั้นเองหางตาก็เหลือบไ
“หืม ทำไมเนื้อเหลืออยู่เท่านี้” ดวงตาเฉี่ยวคมหรี่มองเนื้อกวางย่างที่อยู่ในหลังกระบะจำได้ว่าเมื่อคืนมีเยอะกว่านี้ พอเช้ามาทำไมถึงเนื้อถึงแหว่งไปส่วนหนึ่ง หางตาของเขาเหลือบไปเห็นชิ้นกระดูกของสัตว์ที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขายืนนัก คาดว่าหัวขโมยกินเสร็จก็โยนหลักฐานทิ้งทันทีร่างสูงหันไปมองมนุษย์ตัวขาวกับเจ้าสิงโตขาวด้วยความสงสัย พอรู้ตัวว่าถูกเขาจ้องเท่านั้นแหละทั้งคู่ก็พร้อมใจกันเบือนหน้าหนี“หนูบัวครับ” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้น“จะ จ๊ะ”มุมปากหยักโค้งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยตอนที่เขาเรียกชื่อ แถมเจ้าตัวยังไม่ยอมสบตากับเขาขณะที่พูดอีกเดิมที่เนื้อกวางย่างนั้นมีกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอแล้ว พอกลิ่นหอมโชยเข้าจมูก ดวงตาที่ปิดสนิทก็เปิดขึ้น เมื่อนึกถึงรสชาติเนื่อย่างแสนอร่อยที่ได้กินเมื่อคืนน้ำย่อยในท้องก็เริ่มทำงานบัวเกี๋ยงกับเจ้ามะลิไหนเลยจะทนนอนต่อจนถึงเช้าไหวทั้งที่เพิ่งผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงท้องน้อย ๆ ก็หิวอีกแล้ว คนกับแมวมองตากันอย่างรู้ใจ แอบลุกไปกินอาหารมื้อดึกที่อยู่หลังกระบะ พอกินอิ่มก็กลับมานอนต่อ“บัวขอโทษจ้ะ” ร่างบางก้มหน้ามองพื้นแล้วเอ่ยด้วยความรู้สึกผิด ยิ่งคนพี่เดินเข
ในยามราตรีที่เงียบสงบมีเพียงแสงสว่างจากจันทร์ทราและมวลหมู่ดาวที่ส่องประกายระยิบระยับบนท้องฟ้า ชายฉกรร์กว่า 20 คน นั่งล้อมวงกองไฟที่สุกโชนและให้ความอบอุ่นหลังจากที่ขึ้นจากน้ำก่อนหน้าที่พวกเขาเดินมาเจอลำธารที่มีน้ำใสสะอาด ในน้ำยังมีปลาตัวโตแหวกว่ายไปมา นักสำรวจตกลงที่จะกางเต็นท์นอนที่นี่ในคืนนี้ก่อนจะถอดชุดแล้วลงไปจับปลามาย่างกิน เมื่อรุ่งสางพวกเขาก็ตื่นจากฝันลุกขึ้นมาเก็บเต็นท์และทำธุระส่วนตัวเพื่อเตรียมที่จะออกเดินทางอีกครั้ง“ทีมของผมพร้อมแล้ว” หัวหน้าทีมนักสำรวจของเมือง N เอ่ยขึ้น เขากับเพื่อนร่วมทีมยืนสะพายกระเป๋าเป้และถือกล่องอุปกรณ์เตรียมพร้อมที่จะเดินทาง“ทีมของผมก็เหมือนกัน”“งั้นก็ไปกันเถอะ”ขณะที่นักแกะรอยกำลังพาทุกคนออกจากป่า ฝั่งลุคกับบัวเกี๋ยงก็กำลังขับรถออกจากเมือง N พวกเขาเจอรถกระบะที่จอดทิ้งข้างทางคันหนึ่ง โชคดีที่เจ้าของรถเสียบกุญแจทิ้งไว้ ทำให้พวกเขาไม่ต้องเดินเท้าให้เหนื่อยรถของเมืองนี้จะต่างจากรถของเมืองอื่น รถทุกคันจะออกแบบมาเพื่อให้ทนทานกับสภาพอากาศที่หนาว ไม่ต้องกลัวว่าล้อหรือน้ำมันจะแข็ง ภายในรถอุ่นกว่าข้างนอกเรื่องจากมีระบบทำความร้อน แต่ถ้าอากาศร้อนในรถก็มีระ







