Share

ตอนที่ 17

last update publish date: 2026-08-28 11:48:13

ในยามราตรีที่เงียบสงบมีเพียงเสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งกับแสงจากดวงดาวนับล้าน ๆ ดวงบนท้องฟ้าที่ส่องประกายวิบวับ กระทบบนผิวน้ำทะเลก่อให้เกิดภาพที่สวยงาม

ชายหนุ่มร่างสูงเดินออกมารับลมข้างนอกหลังจากที่ส่งบัวเกี๋ยงกับเจ้ามะลิเข้านอน ส่วนคนอื่น ๆ ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้า

แกร็ก

“ยังไม่นอนอีกเหรอ” ลุงโจที่เปิดประตูออกมาเอ่ยถามพลางเดินเข้าไปหาหลานชายที่ยืนรับลมอยู่หน้ากระท่อม

“ครับ ผมยังไม่ค่อยง่วง แล้วลุงล่ะ ทำไมยังไม่นอนอีก” ลุคถามกลับ

“ลุงก็ยังไม่ง่วงเหมือนกัน”

พลันบรรยากาศระหว่างกันตกอยู่ในความเงียบ จนกระทั้งโจเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง

“คิดอะไรอยู่”

“คิดถึงบ้านน่ะครับ ผมไม่ได้กลับบ้านตั้งหลายปี ไม่รู้ว่าที่นั่นจะเปลี่ยนไปอะไรไปบ้าง แล้วก็...” น้ำเสียงทุ้มเว้นจังหวะครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า “คิดถึงท่านพ่อกับท่านแม่ด้วย”

“ลุงก็คิดถึงทั้งสองคน”

โจเองก็ไม่ได้เจอหน้าน้องสาวสุดที่รักมาหลายปี ตอนแรกเขากะจะไปเยี่ยมโซเฟียที่เกาะมายาหลังจากที่หลาน ๆ กลับมาจากการเที่ยวเล่น แต่ดันเกิดเรื่องขึ้นมาเสียก่อนทำให้แผนที่วางไว้ล้มลงไม่เป็นท่า

โจไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหลานชายแท้ ๆ ของเขาเป็นอะไรขึ้นมา ชาตินี้เขาคงไม่มีหน้าไปเจอน้องสาวอีกแล้ว เขาได้แต่โทษตัวเองว่าทำไมตอนนั้นถึงไม่ยอมไปเที่ยวกับพวกของลุค แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเขาอยากให้หนุ่ม ๆ ได้ท่องเที่ยวกันอย่างสนุก โดยไม่รู้สึกเหมือนมีลุงไปยืนคุม

นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเราได้เจอกัน วันเวลาผ่านไปจากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี โจก็ยังเฝ้ารอว่าสักวันพวกของลุคจะกลับและที่เขาไม่ออกตามหาก็เพราะกลัวว่าต่างฝ่ายต่างตามหากันไปตามหากันมา จนกลายเป็นคลาดกันและหาไม่เจอกันสักที

ครั้นเมื่อโจได้เห็นหน้าของลุคเขาก็รู้ได้ทันทีว่าการรอคอยของเขาได้สิ้นสุดลงแล้ว

“หาว ลุงจะเข้านอนแล้ว แกก็อย่านอนดึกนักล่ะ พรุ่งนี้เราต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้า”

“ครับ”

“อืม ๆ งั้นลุงไปล่ะ ฝันดีเจ้าหลานชาย”

“ฝันดีครับลุงโจ”

แสงอาทิตย์ยังไม่โพล่พ้นเส้นขอบฟ้าทุกคนก็ตื่นขึ้นมากันหมดแล้ว แต่ละคนแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวและงานของตัวเอง ลูกน้องของโจบางส่วนก็ไปประจำอยู่บนเรือก่อนแล้วเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของเรืออีกครั้งก่อนที่จะออกเดินทาง

เรือที่จะพาไปยังเกาะมายานั้นจอดอยู่ด้านขวาของเกาะ ทุกคนจะต้องเดินเท้าไปประมาณหนึ่งกิโลกว่า บัวเกี๋ยงที่ไม่เคยเห็นเรือที่มีขนาดใหญ่แบบนี้มาก่อนถึงกับอ้าปากหวอ ใบหน้าหวานแปลกประหลาดชวนให้คนที่พบเห็นยิ้มขำอย่างนึกเอ็นดู

“นี่คือเรือจริง ๆ เหรอจ้ะ ทำไมมันถึงใหญ่ขนาดนี้” หากเทียบตัวของเขากับเรือ บัวเกี๋ยงเหมือนกับมดตัวน้อย ๆ เท่านั้น

“เรือจริง ๆ สิครับ แล้วเรือลำนี้ก็เป็นเรือที่พวกเราจะใช้ในการเดินทางไปยังบ้านเกิดของพี่ด้วย”

“แล้วเรือจะไม่จมเหรอจ้ะ”

“ฮ่า ๆ ไม่จมหรอก” โจตอบพลางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

เรือลำนี้เขาสั่งทำใหม่ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนเสร็จในราคาที่แพงหูฉี่ ถ้าเรือจมขึ้นมาจริง ๆ เขาจะตามไปคิดบัญชีกับคนขาย

“หนูบัวอยากลองขึ้นไปอยู่บนเรือไหมครับ” ลุคก้มลงถามพลางยกมือลูบเรือนผมนุ่มลื่นของคนข้างกายอย่างอ่อนโยน

“อยากจ้ะ” ศีรษะทุยผงกหงึก ๆ ราวกับแม่ไก่จิกข้าว ก่อนจะหันไปมองเรือลำใหญ่ตาเป็นประกาย

ง้าว

“โอ้ว เจ้าแมวอ้วนแกก็อยากขึ้นเหมือนกันเหรอ งั้นจะช้าอยู่ทำไม ขึ้นเรือกันเถอะ” โจเอ่ยจบก็ปีนบันไดขึ้นเรือเป็นคนแรก คนอื่นก็ปีนขึ้นตามมาติด ๆ ส่วนเจ้ามะลิก็ใช้ปีกน้อย ๆ ของมันบินขึ้นไป เมื่อผู้โดยสารขึ้นมาครบแล้วก็ดึงบันไดขึ้นมาเก็บ

เรือลำใหญ่มหึมาแล่นออกจากฝั่งไม่นานก็เข้าสู่น่านน้ำมหาสมุทรและมุ่งหน้าสู่เกาะมายา บนดาดฟ้าของเรือมีใครบางคนไม่ยอมเข้าไปพักในที่ร่มกลับมายืนรับลมที่หัวเรือ

คิก ๆ

“มายืนหัวเราะอะไรอยู่ตรงนี้คนเดียวครับ” เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านข้างทำให้คนที่ยืนหัวเราะอยู่หันมองไป

“บัวหัวเราะมะลิจ้ะ ดูสิสนุกใหญ่เลย”

“แดดเริ่มร้อนแล้ว พี่ว่าหนูไปยืนดูที่ร่มดีกว่าครับ” มือหนาแตะที่เอวบางแล้วออกแรงดันเบา ๆ ให้อีกคนเดินไปกับเขา

“แต่ยืนตรงนี้มองเห็นชัดกว่าหนิจ๊ะ” บัวเกี๋ยงเริ่มงอแง

“ตรงนู้นก็มองเห็น หนูบัวไม่ดื้อนะครับ”

“ก็ได้จ้ะ” แล้วจุดที่คนพี่พามาก็มองเห็นเจ้ามะลิชัดอย่างที่พูดไว้จริง ๆ

เจ้ามะลิในร่างของสิงโตขาวตัวเต็มวัยบินโฉบไปโฉบมาเหนือน้ำทะเลอย่างสนุกสนาน บ้างครั้งก็จับปลาที่ว่ายอยู่ในน้ำเล่น พอจับได้ก็เอากลับมาที่เรือทำเอาลูกน้องของโจเอ่ยชมไม่ขาดสาย

เจ้าแมวใหญ่บ้ายอก็เชิดหน้าขึ้นรับอย่างลำพองแล้วก็ไปจับสัตว์ทะเลมาเพิ่ม

“มะลิๆ ตรงนั้นปลาตัวสีส้ม ๆ จับมาเลย” เสียงตะโกนโหวกเหวกของเหล่าชายฉกรรจ์หลายคนบอกพร้อมกับชี้ไม้ชี้มือให้เจ้ามะลิช่วยจับสัตว์ที่ตัวเองต้องการ

“มันว่ายหนีไปแล้ว มะลิรีบตามไปจับเร็ว”

หลังจากวันสิ้นโลกเกิดขึ้นสัตว์ที่อยู่ใต้ทะเลกลายพันธุ์ทำให้ตัวของพวกมันใหญ่ขึ้น แข็งแรงและว่องไว น่าเสียดายที่มนุษย์ไม่สามารถจับมากินได้ เพราะไม่มีอุปกรณ์ที่แข็งแรงพอจะจับพวกมันได้

สัตว์ที่โจและลูกน้องเคยจับได้ก็เป็นเพียงสัตว์ลูก ๆ เท่านั้น ไม่เคยจับตัวแม่ได้สักครั้ง ทว่าขนาดตัวของลูกก็ใหญ่กว่าสัตว์ก่อนวันสิ้นโลก

พ่อครัวที่เห็นสัตว์ทะเลตัวโต ๆ วางอยู่ตรงหน้าก็ทำตาลุกวาว ในหัวก็พลันนึกถึงเมนูอาหารที่เกี่ยวกับอาหารทะเลทันที

“ลุงหยางครับ ผมอยากกินต้มยำทะเล” หนึ่งในลูกน้องของโจบอกกับพ่อครัวที่อดีตเคยเป็นเซฟชื่อดัง

“ผมว่าเอาไปต้มแล้วกินกับน้ำจิ้มแซ่บ ๆ ก็อร่อยนะ ลุงทำให้กินหน่อยสิ”

“อืม เดี๋ยวข้าไปดูเครื่องปรุงในครัวก่อนว่าทำได้ไหม” เพราะส่วนผสมบางอย่างไม่มี เมนูอาหารที่ทำได้จึงจำกัด นอกเสียจากพ่อครัวจะรังสรรค์เมนูใหม่ขึ้นมา

“ลุงผมอยากกิน…” แต่ละคนแย่งพูดกันไม่หยุดจนไม่รู้ว่าจะฟังใครก่อนดีทำเอาพ่อครัววัยกลางคนรู้สึกรำคาญนิด ๆ

“โว๊ะ เจ้าพวกนี้ หยุดพูดแล้วมาช่วยข้าขนสัตว์พวกนี้ไปที่ห้องครัว”

“ครับลุงหยาง”

ลุงหยางและลูกมืออีกสองคนช่วยกันจัดการสัตว์ที่จับมาได้แล้วก็เนรมิตเป็นอาหารที่แสนอร่อย กลิ่นหอมของอาหารทำเอาท้องของหลายคนส่งเสียงร้องโครกครากดังขึ้นไม่หยุดตั้งแต่ที่อาหารยังทำไม่เสร็จ

ฟุดฟิด

เจ้ามะลิเดินตามกลิ่นหอมไปยังห้องครัวที่มีคนกำลังวุ่นวายกับการทำอาหาร ลุงหยางที่เพิ่งจะไล่ชายตัวโตที่มายืนเกาะประตูไปไกล ๆ เพราะรบกวนสมาธิในการทำอาหาร

พลันหางตาก็เหลือบไปเห็นเจ้าก้อนขนที่ขาวเดินด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ใกล้จานอาหารที่เขาเพิ่งทำเสร็จแต่ยังไม่ได้บอกให้คนยกออกไป

“หืม มะลิเหรอ” หยางเลิกคิ้วมองสัตว์กลายพันธุ์ที่เพิ่งรู้จักได้เมื่อไม่นานมานี้

ง้าว

เจ้ามะลิที่เปลี่ยนจากสิงโตตัวโตเป็นแมวน้อยน่ารักช้อนตามองชายวัยกลางคนอย่างออดอ้อนพลางเก็บพับหูไปด้านหลัง ทำเอาหัวใจของพ่อครัวเหลวเป็นน้ำ อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปลูบหัวของมันเบา ๆ

“โอ๋ แกคงจะหิวแล้วสินะ รอแปบหนึ่งนะ ลุงจะไปหยิบส่วนของแกมาให้”

ง้าว

“อะ นี่ปลาของแก กินซะสิ” ลุงหยางหยิบจานเนื้อปลาย่างที่แกะก้างออกหมดแล้วไปวางไว้ตรงหน้าของมะลิ เจ้าแมวที่หิวโซไม่รอเช้าก้มลงกินปลาย่างหอม ๆ ตรงหน้าทันที

“กินเยอะ ๆ นะถ้าไม่อิ่มก็บอก เดี๋ยวลุงหยางคนนี้จะเพิ่มปลาให้อีก”

ผู้ช่วยอีกสองคนเห็นแบบนั้นก็สบตากันแล้วยิ้มอ่อน ๆ ปกติลุงหยางเป็นคนแข็ง ๆ พูดจาขวานผ่าซากไม่คิดว่าจะโดนเจ้ามะลิตกอย่างง่าย ๆ

“ลุงหยางอาหารเสร็จหรือยังไงครับ พวกผมหิวจะตายอยู่แล้ว” คนที่เพิ่งโดนไล่ไปไม่นานกลับมาอีกครั้ง แม้จะรู้ว่าโดนชายวัยกลางคนด่าก็ไม่ได้รู้สึกสลดเลยสักนิด

ไล่ไปกี่ครั้งแปบเดียวพวกเขาก็กลับมาใหม่

“งั้นพวกเอ็งก็หิวตายไปเลย ดีเสียดีจะได้ไม่เปลืองอาหาร” ลุงหยางตอบกลับไปทันควัน

“ลุงหยางอะ” เอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ แต่มีหรือชายวัยกลางคนจะสนใจ

“เอ้า รีบมายกออกไปสิ อาหารเสร็จแล้ว”

“ครับ ๆ ”

ผู้ช่วยสองคนส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ พูดกับคนอื่นเสียงแข็ง ทีพูดกับเจ้ามะลิเสียงอ่อนเชียวนะลุงหยาง

“น่ากินมากเลย”

“ง่ำ ๆ อร่อยจังเลยครับลุงหยาง”

“อาหารฝีมือของลุงหยางไม่ตกไปเลยนะครับ” เจซเอ่ยขึ้นขณะที่ยังเคี้ยวอาหารอยู่เต็มปาก

“กินดี ๆ เดี๋ยวกระเด็นใส่หน้าคนอื่น” ลุงโจเอ่ยเตือนเสียงเข้มพร้อมกับเอื้อมมือไปเช็ดมุมปากให้เจ้าเด็กโข่งที่ไม่รู้จักโต ส่วนเจซก็ยื่นหน้าไปให้ลุงโจเช็ดปากได้อย่างสะดวกก่อนจะลงมือกินต่อ

“เนื้อปลาเนื้อมาก”

“ซู้ด อร่อยสุด ๆ ไปเลย”

“โฮะ ๆ มื้อเย็นใครอยากกินอะไรบอกมาได้ ข้าจะทำให้อย่างสุดฝีมือเลย” คนทำอาหารมื่อนี้ได้รับคำชมจนรู้ตัวลอย หน้าบานเท่ากระด้ง

“จริงเหรอลุงหยาง”

“จริงสิ”

“งั้นมื้อเย็นผมขอเป็น…”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เริ่มต้นใหม่หลังวันสิ้นโลก   ตอนที่ 20

    วันต่อมาลุคและครอบครัวรวมถึงคนอื่น ๆ ได้มานั่งร่วมตัวกันในห้องรับแขก ตอนแรกบนสนทนาของพวกเขาก็เป็นเรื่องทั่วไปอย่างการเล่าสิ่งที่ตัวเองประสบพบเจอจนลุคได้พูดถึงประเด็นความเป็นอยู่ของคนบนเกาะมายา จากที่หัวเราะกันอยู่ก็พลันเงียบลงแล้วเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดแทนทุกคนคงเห็นกับตาแล้วว่าเกาะมายาในตอนนี้เปลี่ยนไปเป็นอย่างไร ถ้าให้เทียบกับเมื่อก่อนบอกเลยว่าเกาะมายาตอนนี้คือแย่มาก ๆ“เฮ้อ พ่อเองก็หนักใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าจะแก้ไขยังไง” กษัตริย์ปีเตอร์พ่นลมหายใจออกมาเฮือกยาวด้วยความหนักใจตอนนี้อาหารบนเกาะเริ่มลดน้อยลงทุกที ปลูกอะไรก็ไม่ค่อยขึ้น ไม่ว่าจะดูแลดีหรือรดน้ำมากแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์ สัตว์น้อยใหญ่ก็พากันล้มตายเพราะความอดอยากยังดีที่พวกเราสามารถล่าสัตว์ทะเลมากินได้และไม่สูญเสียแห่งทรัพยากรน้ำสะอาดไป ไม่อย่างนั้นคงจะเกิดการสูญเสียมากมายอย่างคาดไม่ถึงสองมือของราชินีโซเฟียเอื้อมไปกุมมือของสามีเอาไว้ด้วยความปลอบประโลม ก่อนจะหันไปพูดกับลุค “ลูกก็รู้ใช่ไหมตั้งแต่วันนั้นทุกอย่างในโลกก็เปลี่ยนไป ไม่เว้นแม้แต่เกาะแห่งนี้”“แม่คิดว่าคงถึงเวลาที่พวกเราทุกคนจะต้องออกไปจากเกาะมายาแล้ว

  • เริ่มต้นใหม่หลังวันสิ้นโลก   ตอนที่ 19

    บัวเกี๋ยงและคนอีกหลายชีวิตใช้ชีวิตอยู่บนเรือสำเภาที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่น้ำทะเลไกลสุดลูกหูลูกตาย ในที่สุดวันนี้เขาก็เห็นพื้นดินแล้ว เรือขับผ่านช่องเขาที่อยู่ตรงกลางระหว่างภูเขาสองลูกเนื่องจากตรงนี้แสงจากดวงอาทิตย์เข้าไม่ถึง ความมืดจึงเข้าปกคลุมตลอดเส้นทาง อากาศโดยรอบก็เริ่มหนาว โจสั่งให้ลูกน้องจุดโคมไฟตามจุดต่าง ๆ บนเรือจะได้มองเห็นทาง“พ้นจากตรงนี้ไปก็ถึงบ้านของพี่แล้ว” ลุคบอกคนในอ้อมกอด สายตาคู่สมจ้องมองไปทางข้างหน้าอย่างในจดในจ่อ แสงสว่างที่ปลายทางบ่งบอกว่าเขามาถึงบ้านแล้วหาดทรายสีขาวที่เขามักจะมาวิ่งเล่นกับเพื่อนเป็นประจำ ถัดไปนิดก็จะเห็นบ้านที่ปลูกสร้างไว้ตามจุดต่าง ๆ บนเกาะ และปราสาทสูงที่ลุคอาศัยตั้งแต่เกิด“ที่นี่ดูจากเดิมไปมากโขเลย” เคนเอ่ยขึ้นทันทีที่ได้เห็นสภาพของเกาะมายา“ใช่ กูจำได้ว่าที่นี่เคยน่าอยู่มากกว่านี้นะ” เจซเอ่ยต่อจากเพื่อนพร้อมกับหันไปมองรอบ ๆ ต้นไม้บนเกาะเกือบทั้งหมดแห้งตายเกาะที่เคยอุดมสมบูรณ์วันนี้กลับเหมือนกับเกาะร้าง ทั้งที่ปกติเวลานี้จะมีเด็ก ๆ ออกมาวิ่งเล่นบนหาดทรายและน้ำทะเลบัดนี้กลับเงียบสงัดราวกับไม่มีผู้คนอาศัย“ลงจากเรือกันเถอะทุกคน”“ครับ”ด้านก

  • เริ่มต้นใหม่หลังวันสิ้นโลก   ตอนที่ 18

    “ทุกคนเจออะไรบ้างไหม” โรมเอ่ยถามคนอื่น ๆ พลางนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น หลังจากเขาที่เดินกลับลงมาจากการไปสำรวจที่ชั้นสองของคฤหาสน์จนทั่วแต่ก็ไม่พบอะไรเลยเขาเป็นนักแกะรอยและหัวหน้าทีมนักสำรวจของเมือง W เขาได้รับมอบหมายให้มาสำรวจจุดสีเขียว ระหว่างทางเขาก็ได้เจอกับเพื่อนร่วมงานจากเมืองอื่น ๆพวกเราทั้งหมดมีเป้าหมายที่เหมือนกันคือตามหาพืชที่กินได้แล้วนำกลับไปให้ปลูก ลูกบ้านที่อยู่ในเมืองของตัวเองจะได้มีอาหารการกินที่ดีขึ้น สุดท้ายก็ตกลงกันว่าจะเดินทางพร้อมกัน เพราะไม่ว่าจะหลีกเลี่ยงยังไงก็ต้องเจอกันอยู่ดี จากทีมเล็ก ๆ ไม่กี่คนก็กลายเป็นกลุ่มใหญ่ตอนนี้พวกเราอยู่กันที่คฤหาสน์หลังหนึ่งในเมือง S และกำลังเป็นค้นหาใครบางคนที่ติดตามมานานเกือบเดือน แต่ก็ต้องคว้าน้ำเหลวในคฤหาสน์มีร่องรอยที่บ่งบอกว่าเคยมีคนจำนวนหลายคนอาศัยอยู่ บวกกับที่มีรถจอดอยู่ด้านหน้าทำให้มั่นใจว่าคนที่ตามหาอยู่ที่นี่ แต่ไม่ว่าจะหาอย่างไรก็ไม่เจอราวกับว่าพวกเขาหายตัวได้“ไม่เลย” ส่ายหน้าตอบอย่างจนใจ ก่อนจะทิ้งร่างบนโซฟาด้วยความเหนื่อยล้า“พวกเขาหายไปไหนกันนะ” มีอานักสำรวจเมือง N โคลงศีรษะเล็กน้อยขณะที่พูด เธอค้นหาทั้งในบ้านแ

  • เริ่มต้นใหม่หลังวันสิ้นโลก   ตอนที่ 17

    ในยามราตรีที่เงียบสงบมีเพียงเสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งกับแสงจากดวงดาวนับล้าน ๆ ดวงบนท้องฟ้าที่ส่องประกายวิบวับ กระทบบนผิวน้ำทะเลก่อให้เกิดภาพที่สวยงามชายหนุ่มร่างสูงเดินออกมารับลมข้างนอกหลังจากที่ส่งบัวเกี๋ยงกับเจ้ามะลิเข้านอน ส่วนคนอื่น ๆ ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้าแกร็ก“ยังไม่นอนอีกเหรอ” ลุงโจที่เปิดประตูออกมาเอ่ยถามพลางเดินเข้าไปหาหลานชายที่ยืนรับลมอยู่หน้ากระท่อม“ครับ ผมยังไม่ค่อยง่วง แล้วลุงล่ะ ทำไมยังไม่นอนอีก” ลุคถามกลับ“ลุงก็ยังไม่ง่วงเหมือนกัน”พลันบรรยากาศระหว่างกันตกอยู่ในความเงียบ จนกระทั้งโจเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง“คิดอะไรอยู่”“คิดถึงบ้านน่ะครับ ผมไม่ได้กลับบ้านตั้งหลายปี ไม่รู้ว่าที่นั่นจะเปลี่ยนไปอะไรไปบ้าง แล้วก็...” น้ำเสียงทุ้มเว้นจังหวะครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า “คิดถึงท่านพ่อกับท่านแม่ด้วย”“ลุงก็คิดถึงทั้งสองคน”โจเองก็ไม่ได้เจอหน้าน้องสาวสุดที่รักมาหลายปี ตอนแรกเขากะจะไปเยี่ยมโซเฟียที่เกาะมายาหลังจากที่หลาน ๆ กลับมาจากการเที่ยวเล่น แต่ดันเกิดเรื่องขึ้นมาเสียก่อนทำให้แผนที่วางไว้ล้มลงไม่เป็นท่าโจไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหลานชายแท้ ๆ ของเขาเ

  • เริ่มต้นใหม่หลังวันสิ้นโลก   ตอนที่ 16

    ซู่ ซ่าณ สถานที่ลับแห่งหนึ่งมีอดีตนักธุรกิจหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ริมหาดทรายฟังเสียงคลื่นซัดกระทบฝั่ง สายตาจับจ้องไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอยและคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยตั้งแต่ที่ซอมบี้ระบาดหนักเขาก็ทิ้งคฤหาสน์ที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงแล้วมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่แทน โชคดีที่เขาได้เตรียมพร้อมทางหนีหากเหตุการณ์ไม่คาดคิดไว้แล้ว พอมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้รู้สึกลำบากมาก จะห่วงก็แต่หลานชายทั้งสามคนช่วงที่เกิดเรื่องหลานของเขาได้เดินทางออกไปเที่ยวพอดี ไม่รู้ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน จะเป็นตายร้ายดีบ้าง ได้กินอิ่มนอนหลับสบายไหม นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วแต่เขาก็ไม่ได้ข่าวคราวจากทั้งสามคนเลย“เฮ้อ หวังว่าพวกหลานจะปลอดภัยนะ” โจหวังอยู่ตลอดว่าสักวันลุค เคน เจซ จะกลับมาหาเขาขณะที่ชายหนุ่มกำลังนั่งรำลึกความหลังถึงเรื่องราวในอดีตอยู่นั้น หูของเขาก็พลันได้ยินเสียงพูดคุยของมนุษย์หลายคนที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขานั่งอยู่โจผุดลุกขึ้นยืนทันทีแล้วรีบเดินตามเสียงไป ในมือของเขาถือปืนสั่นเอาไว้ ที่จริงแล้วเขาเริ่มพกปืนติดตัวตลอดเวลาตั้งแต่ที่รูู้ว่าโลกนี้มีซอมบี้เขาต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ หากเจอซอมบี้จะได้ยิงป้องกันตัว นานวันเข้าก

  • เริ่มต้นใหม่หลังวันสิ้นโลก   ตอนที่ 15

    ติ้ด ติ้ดนิ้วเรียวกดรหัสปลดล็อกประตูลับที่อยู่ในความทรงจำ ตอนนั้นเจซกับเพื่อนยังพูดเล่นขำ ๆ กันอยู่เลยว่าพวกเขาคงไม่มีโอกาสได้ใช้เส้นทางลับนี้หรอกหรือถ้าได้ใช้จริง ๆ คงเป็นตอนที่มนุษย์ต่างดาวบุกโลก ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้แน่ ๆแต่แล้ววันนี้ก็มาถึง เพียงแต่เจซไม่เคยคิดเคยว่าเขาจะได้ใช้รหัสนี้เพื่อเปิดประตูทางลับเร็วกว่าที่คิดแกร็กใต้คฤหาสน์หลังนี้มีห้องใต้ดินที่สร้างขึ้นเพื่อเก็บไวน์ชั้นดีเอาไว้นับร้อยขวด แต่คนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าห้องเก็บไวน์แห่งนี้มีประตูลับที่สามารถทะลุไปอีกที่หนึ่งได้ เมื่อกดจำนวนรหัสครบ ชั้นไวน์ที่ติดกับผนังด้านหนึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลง ชั้นวางไวน์เลื่อนออกอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นว่าด้านหลังมีช่องทางลับซ่อนอยู่มองด้วยตาเปล่าจะเห็นเพียงความมืดมิด เดาไม่ออกเลยว่าทางข้างหน้ามีอะไรรออยู่บ้าง แสงสว่างจากด้านนอกส่องเข้ามาในปากทางเข้าทำให้เห็นภาพทางเดินสลัว ๆ“เข้าไปข้างในกันเถอะ”“มึงนำไปสิ” เคนเอ่ยพร้อมพยักเพยิดหน้าไปยังเส้นทางลับที่ดูวังเวงยังไงชอบกลลุคเหลือบตามองคนพูดแวบหนึ่งแล้วถอนสายตากลับมา ชายหนุ่มเดินเข้าไปขางในเป็นคนแรก ตามมาด้วยบัวเกี๋ยง มะลิ เคน และเจซเป็นคนปิดท้า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status