LOGINบัวเกี๋ยงและคนอีกหลายชีวิตใช้ชีวิตอยู่บนเรือสำเภาที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่น้ำทะเลไกลสุดลูกหูลูกตาย ในที่สุดวันนี้เขาก็เห็นพื้นดินแล้ว เรือขับผ่านช่องเขาที่อยู่ตรงกลางระหว่างภูเขาสองลูก
เนื่องจากตรงนี้แสงจากดวงอาทิตย์เข้าไม่ถึง ความมืดจึงเข้าปกคลุมตลอดเส้นทาง อากาศโดยรอบก็เริ่มหนาว โจสั่งให้ลูกน้องจุดโคมไฟตามจุดต่าง ๆ บนเรือจะได้มองเห็นทาง
“พ้นจากตรงนี้ไปก็ถึงบ้านของพี่แล้ว” ลุคบอกคนในอ้อมกอด สายตาคู่สมจ้องมองไปทางข้างหน้าอย่างในจดในจ่อ แสงสว่างที่ปลายทางบ่งบอกว่าเขามาถึงบ้านแล้ว
หาดทรายสีขาวที่เขามักจะมาวิ่งเล่นกับเพื่อนเป็นประจำ ถัดไปนิดก็จะเห็นบ้านที่ปลูกสร้างไว้ตามจุดต่าง ๆ บนเกาะ และปราสาทสูงที่ลุคอาศัยตั้งแต่เกิด
“ที่นี่ดูจากเดิมไปมากโขเลย” เคนเอ่ยขึ้นทันทีที่ได้เห็นสภาพของเกาะมายา
“ใช่ กูจำได้ว่าที่นี่เคยน่าอยู่มากกว่านี้นะ” เจซเอ่ยต่อจากเพื่อนพร้อมกับหันไปมองรอบ ๆ ต้นไม้บนเกาะเกือบทั้งหมดแห้งตาย
เกาะที่เคยอุดมสมบูรณ์วันนี้กลับเหมือนกับเกาะร้าง ทั้งที่ปกติเวลานี้จะมีเด็ก ๆ ออกมาวิ่งเล่นบนหาดทรายและน้ำทะเลบัดนี้กลับเงียบสงัดราวกับไม่มีผู้คนอาศัย
“ลงจากเรือกันเถอะทุกคน”
“ครับ”
ด้านกษัตริย์ปีเตอร์กับราชินีโซเฟียที่กำลังพักผ่อนได้รับข่าวจากทหารว่ามีเรือลำหนึ่งกำลังมุ่งหน้ามาทางเกาะที่พวกเขาอยู่ก็รู้สึกตกใจจึงได้สั่งให้คนนำกล้องส่องทางไกลมา
นานมาแล้วที่เกาะแห่งนี้ไม่มีแขกมาเยือนหรือตั้งแต่ที่ลูกชายของเขาเดินทางไปเรียนรู้โลกภายนอก
ชาวบ้านที่เห็นว่ามีเรือลำใหญ่ใกล้เข้ามาก็รู้สึกตื่นตระหนกรีบพาครอบครัวไปหลบซ่อนที่ปลอดภัย เพราะไม่รู้ว่าผู้มาใหม่จะมาร้ายหรือมาดี
“กล้องส่องทางไกลครับ”
กษัตริย์ปีเตอร์รีบใช้กล้องส่องทางไกลส่องไปที่เรือลำดังกล่าวทันที เขามองผ่านเลนน์กล้องเห็นชายฉกรรจ์หลายคน จนมาหยุดที่คนคนหนึ่ง
“นั่น!”
“ใครเหรอคะ ใช่ลูกของเราหรือเปล่า” โซเฟียรีบเอ่ยถามสามีทันทีเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่าย
ตั้งแต่ที่โลกใบนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงโซเฟียและปีเตอร์ก็รีบติดต่อลูกชายทันทีแต่ก็ติดต่อไม่ได้ พอจะติดต่อหาคนที่อยู่ใกล้ชิดกับลุคก็ติดต่อไม่ได้เช่นเดียวกัน ทำเอาหัวอกคนเป็นรู้สึกใจไม่ดี เธอนึกเป็นห่วงจึงบอกให้สามีส่งคนออกไปตามหา ทว่าคนที่ไปไม่มีใครได้กลับมาสักคน
ถึงอย่างนั้นโซเฟียก็ยังไม่หมดหวัง เธอหวังว่าสักวันลูกจะกลับมา
“คุณดูเองเถอะ” เขาส่งกล้องส่องทางไกลให้ภรรยา
“ลุค พี่โจ” น้ำเสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา ดวงตาของโซเฟียสั่นระริกและแดงก่ำ
เธอหันไปสบสายตาคนรักเชิงถามว่าสิ่งที่เธอเห็นคือเรื่องจริงใช่ไหม อีกฝ่ายพยักหน้าพร้อมกับคลี่ยิ้มออกมา
“เราออกไปรับพวกเขากันเถอะ” ปีเตอร์เอ่ยชวนภรรยาที่เหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ
“ค่ะ”
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่ดังขึ้นทำให้คนที่เพิ่งลงจากเรือแล้วยืนเกาะกลุ่มอยู่ที่ชายหาดทั้งหมดหันไปมอง
ใครจะรู้ว่าหญิงวัยกลางวัยที่ขึ้นเลขสี่แล้วจะวิ่งเร็วกว่าทหารที่ยังหนุ่มยังแน่น เธอโผเข้ากอดชายอันเป็นที่รักด้วยความคิดถึง
“ลุค”
“ท่านแม่” ลุคกอดตอบก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้กับท่านพ่อเพิ่งมาถึง
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะลุค” ปีเตอร์เอ่ยพร้อมกับตบบ่าของลูกชายเบา ๆ ก่อนจะผละไปทักทายแขกคนอื่น ๆ
“ครับ ผมกลับมาแล้ว”
“แม่คิดถึงลูกมากเลย”
“ผมก็คิดถึงคนสวยทุกวันเลยครับ”
ปีเตอร์หันไปทักทายคนอื่น ๆ จนครบแล้วแต่สองแม่ลูกก็ยังกอดกันกลมจนเขาต้องเข้าไปแยกแล้วดึงหญิงอันเป็นที่รักมากอดไว้แทน
“เฮ้ สองแม่ลูกกอดนานเกินไปแล้วนะ เลิกกอดกันได้แล้ว”
“ท่านพ่ออิจฉาเหรอครับ”
“เฮอะ ใครอิจฉาแกกัน”
“เอาอีกแล้วนะสองพ่อลูกคู่นี้” โซเฟียส่ายหน้าอย่างอ่อนใจกับผู้ชายบ้านนี้ที่เจอหน้ากันเป็นอันต้องหาเรื่องทะเลาะกันตลอด แต่พวกเขาก็ไม่เคยทะเลาะกันแบบจริงจังนะ นี่เป็นแค่การหยอกล้อกันเท่านั้น
“หนูบัวมานี่สิ พี่จะแนะนำให้รู้จักกับคนสำคัญของพี่”
บัวเกี๋ยงอุ้มเจ้ามะลิเข้าไปหา ลุคโอบเอวของคนน้องอย่างหลวม ๆ แล้วแนะนำตัวอีกฝ่ายให้ท่านพ่อกับท่านแม่รู้จัก
“หนูบัวครับ นี่ท่านพ่อกับท่านแม่ของพี่”
“สวัสดีจ้ะ หนูชื่อบัวเกี๋ยงนะจ๊ะ ส่วนเจ้าตัวนี้ชื่อมะลิ”
ง้าว
เจ้ามะลิส่งเสียงร้องเป็นการทักทายทำเอาโซเฟียและปีเตอร์รู้สึกเอ็นดูในความแสนรู้ของสัตว์ตรงหน้า ทั้งคู่เอ่ยถามบัวเกี๋ยงอีกสองถามประโยคก่อนจะไปพูดคุยกับคนอื่นต่อ
“ไม่เจอกันนานเลยนะคะพี่โจ” ส่งยิ้มให้พี่ชาย
“ขอโทษที่ต้องให้น้องรอนาน พอดีธุระของพี่เสร็จช้าไปหน่อย”
“น้องให้อภัยค่ะ ขอบคุณพี่โจนะคะ” โซเฟียเอ่ยขอบคุณพี่ชายด้วยรอยยิ้ม เพราะการมาที่นี่ในครั้งนี้อีกฝ่ายได้นำสิ่งมีค่าที่สุดกลับมาด้วย ซึ่งโจรู้ดีว่าน้องสาวของเขาขอบคุณเรื่องอะไรเขาจึงยิ้มตอบโซเฟียไป
“ทุกคนดินทางมาเหนื่อย ๆ เข้าไปข้างในกันเถอะ ผมให้คนเตรียมอาหารไว้ในแล้ว”
ทุกคนเดินทางไปที่ปราสาทที่อยู่ใจกลางของเกาะมายา ตลอดทางลุคก็คอยชี้และบอกเล่าเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับสิ่งที่พบเจอให้กับบัวเกี๋ยง ส่วนคนตัวเล็กกว่าก็คอยพยักหน้ารับและถามบ้างเป็นบางครั้ง
“ตรงนั้นเป็นต้นแอปเปิ้ลป่า ตอนเด็ก ๆ พี่กับเพื่อนจะชอบปีนขึ้นไปนั่งกินผลบนต้นบ่อย ๆ ” ชี้ไปยังต้นไม้แอปเปิ้ลที่ตอนนี้ใบไม้ร่วงจนเกือบหมด
“หลังบ้านของพี่มีน้ำตกด้วยนะ ไว้พี่จะพาหนูไป”
นี่ลูกชายของพวกเขาพูดเก่งแบบนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่
โซเฟียกับปีเตอร์สบตากันด้วยความแปลกใจที่ลุคพูดจ้อไม่หยุด ดูท่าแล้วเด็กน้อยหน้าตาน่ารักที่อยู่ข้างกายลูกชายของพวกเขาจะไม่ใช่เพื่อนร่วมทางธรรมดาอย่างที่เจ้าตัวบอกเสียแล้ว
“นี่บ้านของพี่ลุคเหรอจ๊ะ” บัวเกี๋ยงหันไปถามคนตัวโตทันทีเมื่อพวกเขามาถึงหน้าประตูทางเข้า
“ใช่ครับ”
เมื่อเดินเข้ามาถึงห้องอาหารแม่ครัวที่ได้รับคำสั่งให้ทำอาหารเลี้ยงแขกก็ทำเสร็จพอดี แม้ว่าจะฉุกละหุกไปหน่อยแต่ทุกอย่างก็ออกมาดี สาวใช้ไม่รอช้ารีบนำอาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะ
“ผมขออาหารอีกชุดให้แมวตัวนี้ด้วย” ลุคบอกกับสาวใช้ที่กำลังเสิร์ฟอาหารพร้อมกับวางแมวอ้วนขนสีขาวที่อุ้มลงบนโต๊ะอาหาร
“ได้ค่ะ”
“หืม ลูกจะให้แมวกินอาหารของมนุษย์เหรอ” โซเฟียไม่ได้มีปัญหาเรื่องที่ให้แมวร่วมโต๊ะด้วย เธอแค่จะถามดูเท่านั้น
“เจ้ามะลิชอบกินอาหารของมนุษย์น่ะครับ” ลุคตอบ
หลังจากที่ลงจากเรือลุคได้บอกให้เจ้ามะลิย่อส่วนให้เล็กลงเพราะตัวว่าคนที่นี่จะแตกตื่น ลุคไม่ได้จะปิดเรื่องเจ้ามะลิไว้ เพราะคงจะมีใครเชื่อว่าแมวที่มีปีกอยู่บนหลังจะเป็นแมวธรรมดาทั่วไปหรอกนะ เขาคิดว่าจะค่อย ๆ อธิบายให้คนอื่นฟังทีหลัง
เมื่อสาวใช้นำอาหารวางตรงหน้าเจ้ามะลิก็ก้มกินทันทีอย่างเอร็ดอร่อยทำเอาคนที่นั่งอยู่หันมองเป็นตาเดียวกัน
ง่ำ ๆ
“ข ขอโทษด้วยครับ” บัวเกี๋ยงก้มหัวขอโทษท่านพ่อกับท่านแม่ของพี่ลุคที่แมวของเขาเสียมารยาทกินก่อนเจ้าของบ้านก่อนจะหันไปมองแมวจอมตะกละอย่างคาดโทษ
“ฮ่า ๆ ไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไรหนูไม่ต้องขอโทษพ่อหรอก” ปีเตอร์หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีก่อนจะบอกให้ทุกคนเริ่มกินอาหารได้
หลังจากที่กินอาหารเสร็จแล้วลุคก็พาบัวเกี๋ยงกับเจ้ามะลิมาที่ห้องของตัวเอง เจซกับเคนก็กลับไปที่บ้านของตัวเอง ส่วนคนอื่น ๆ ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
วันต่อมาลุคและครอบครัวรวมถึงคนอื่น ๆ ได้มานั่งร่วมตัวกันในห้องรับแขก ตอนแรกบนสนทนาของพวกเขาก็เป็นเรื่องทั่วไปอย่างการเล่าสิ่งที่ตัวเองประสบพบเจอจนลุคได้พูดถึงประเด็นความเป็นอยู่ของคนบนเกาะมายา จากที่หัวเราะกันอยู่ก็พลันเงียบลงแล้วเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดแทนทุกคนคงเห็นกับตาแล้วว่าเกาะมายาในตอนนี้เปลี่ยนไปเป็นอย่างไร ถ้าให้เทียบกับเมื่อก่อนบอกเลยว่าเกาะมายาตอนนี้คือแย่มาก ๆ“เฮ้อ พ่อเองก็หนักใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าจะแก้ไขยังไง” กษัตริย์ปีเตอร์พ่นลมหายใจออกมาเฮือกยาวด้วยความหนักใจตอนนี้อาหารบนเกาะเริ่มลดน้อยลงทุกที ปลูกอะไรก็ไม่ค่อยขึ้น ไม่ว่าจะดูแลดีหรือรดน้ำมากแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์ สัตว์น้อยใหญ่ก็พากันล้มตายเพราะความอดอยากยังดีที่พวกเราสามารถล่าสัตว์ทะเลมากินได้และไม่สูญเสียแห่งทรัพยากรน้ำสะอาดไป ไม่อย่างนั้นคงจะเกิดการสูญเสียมากมายอย่างคาดไม่ถึงสองมือของราชินีโซเฟียเอื้อมไปกุมมือของสามีเอาไว้ด้วยความปลอบประโลม ก่อนจะหันไปพูดกับลุค “ลูกก็รู้ใช่ไหมตั้งแต่วันนั้นทุกอย่างในโลกก็เปลี่ยนไป ไม่เว้นแม้แต่เกาะแห่งนี้”“แม่คิดว่าคงถึงเวลาที่พวกเราทุกคนจะต้องออกไปจากเกาะมายาแล้ว
บัวเกี๋ยงและคนอีกหลายชีวิตใช้ชีวิตอยู่บนเรือสำเภาที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่น้ำทะเลไกลสุดลูกหูลูกตาย ในที่สุดวันนี้เขาก็เห็นพื้นดินแล้ว เรือขับผ่านช่องเขาที่อยู่ตรงกลางระหว่างภูเขาสองลูกเนื่องจากตรงนี้แสงจากดวงอาทิตย์เข้าไม่ถึง ความมืดจึงเข้าปกคลุมตลอดเส้นทาง อากาศโดยรอบก็เริ่มหนาว โจสั่งให้ลูกน้องจุดโคมไฟตามจุดต่าง ๆ บนเรือจะได้มองเห็นทาง“พ้นจากตรงนี้ไปก็ถึงบ้านของพี่แล้ว” ลุคบอกคนในอ้อมกอด สายตาคู่สมจ้องมองไปทางข้างหน้าอย่างในจดในจ่อ แสงสว่างที่ปลายทางบ่งบอกว่าเขามาถึงบ้านแล้วหาดทรายสีขาวที่เขามักจะมาวิ่งเล่นกับเพื่อนเป็นประจำ ถัดไปนิดก็จะเห็นบ้านที่ปลูกสร้างไว้ตามจุดต่าง ๆ บนเกาะ และปราสาทสูงที่ลุคอาศัยตั้งแต่เกิด“ที่นี่ดูจากเดิมไปมากโขเลย” เคนเอ่ยขึ้นทันทีที่ได้เห็นสภาพของเกาะมายา“ใช่ กูจำได้ว่าที่นี่เคยน่าอยู่มากกว่านี้นะ” เจซเอ่ยต่อจากเพื่อนพร้อมกับหันไปมองรอบ ๆ ต้นไม้บนเกาะเกือบทั้งหมดแห้งตายเกาะที่เคยอุดมสมบูรณ์วันนี้กลับเหมือนกับเกาะร้าง ทั้งที่ปกติเวลานี้จะมีเด็ก ๆ ออกมาวิ่งเล่นบนหาดทรายและน้ำทะเลบัดนี้กลับเงียบสงัดราวกับไม่มีผู้คนอาศัย“ลงจากเรือกันเถอะทุกคน”“ครับ”ด้านก
“ทุกคนเจออะไรบ้างไหม” โรมเอ่ยถามคนอื่น ๆ พลางนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น หลังจากเขาที่เดินกลับลงมาจากการไปสำรวจที่ชั้นสองของคฤหาสน์จนทั่วแต่ก็ไม่พบอะไรเลยเขาเป็นนักแกะรอยและหัวหน้าทีมนักสำรวจของเมือง W เขาได้รับมอบหมายให้มาสำรวจจุดสีเขียว ระหว่างทางเขาก็ได้เจอกับเพื่อนร่วมงานจากเมืองอื่น ๆพวกเราทั้งหมดมีเป้าหมายที่เหมือนกันคือตามหาพืชที่กินได้แล้วนำกลับไปให้ปลูก ลูกบ้านที่อยู่ในเมืองของตัวเองจะได้มีอาหารการกินที่ดีขึ้น สุดท้ายก็ตกลงกันว่าจะเดินทางพร้อมกัน เพราะไม่ว่าจะหลีกเลี่ยงยังไงก็ต้องเจอกันอยู่ดี จากทีมเล็ก ๆ ไม่กี่คนก็กลายเป็นกลุ่มใหญ่ตอนนี้พวกเราอยู่กันที่คฤหาสน์หลังหนึ่งในเมือง S และกำลังเป็นค้นหาใครบางคนที่ติดตามมานานเกือบเดือน แต่ก็ต้องคว้าน้ำเหลวในคฤหาสน์มีร่องรอยที่บ่งบอกว่าเคยมีคนจำนวนหลายคนอาศัยอยู่ บวกกับที่มีรถจอดอยู่ด้านหน้าทำให้มั่นใจว่าคนที่ตามหาอยู่ที่นี่ แต่ไม่ว่าจะหาอย่างไรก็ไม่เจอราวกับว่าพวกเขาหายตัวได้“ไม่เลย” ส่ายหน้าตอบอย่างจนใจ ก่อนจะทิ้งร่างบนโซฟาด้วยความเหนื่อยล้า“พวกเขาหายไปไหนกันนะ” มีอานักสำรวจเมือง N โคลงศีรษะเล็กน้อยขณะที่พูด เธอค้นหาทั้งในบ้านแ
ในยามราตรีที่เงียบสงบมีเพียงเสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งกับแสงจากดวงดาวนับล้าน ๆ ดวงบนท้องฟ้าที่ส่องประกายวิบวับ กระทบบนผิวน้ำทะเลก่อให้เกิดภาพที่สวยงามชายหนุ่มร่างสูงเดินออกมารับลมข้างนอกหลังจากที่ส่งบัวเกี๋ยงกับเจ้ามะลิเข้านอน ส่วนคนอื่น ๆ ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้าแกร็ก“ยังไม่นอนอีกเหรอ” ลุงโจที่เปิดประตูออกมาเอ่ยถามพลางเดินเข้าไปหาหลานชายที่ยืนรับลมอยู่หน้ากระท่อม“ครับ ผมยังไม่ค่อยง่วง แล้วลุงล่ะ ทำไมยังไม่นอนอีก” ลุคถามกลับ“ลุงก็ยังไม่ง่วงเหมือนกัน”พลันบรรยากาศระหว่างกันตกอยู่ในความเงียบ จนกระทั้งโจเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง“คิดอะไรอยู่”“คิดถึงบ้านน่ะครับ ผมไม่ได้กลับบ้านตั้งหลายปี ไม่รู้ว่าที่นั่นจะเปลี่ยนไปอะไรไปบ้าง แล้วก็...” น้ำเสียงทุ้มเว้นจังหวะครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า “คิดถึงท่านพ่อกับท่านแม่ด้วย”“ลุงก็คิดถึงทั้งสองคน”โจเองก็ไม่ได้เจอหน้าน้องสาวสุดที่รักมาหลายปี ตอนแรกเขากะจะไปเยี่ยมโซเฟียที่เกาะมายาหลังจากที่หลาน ๆ กลับมาจากการเที่ยวเล่น แต่ดันเกิดเรื่องขึ้นมาเสียก่อนทำให้แผนที่วางไว้ล้มลงไม่เป็นท่าโจไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหลานชายแท้ ๆ ของเขาเ
ซู่ ซ่าณ สถานที่ลับแห่งหนึ่งมีอดีตนักธุรกิจหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ริมหาดทรายฟังเสียงคลื่นซัดกระทบฝั่ง สายตาจับจ้องไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอยและคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยตั้งแต่ที่ซอมบี้ระบาดหนักเขาก็ทิ้งคฤหาสน์ที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงแล้วมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่แทน โชคดีที่เขาได้เตรียมพร้อมทางหนีหากเหตุการณ์ไม่คาดคิดไว้แล้ว พอมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้รู้สึกลำบากมาก จะห่วงก็แต่หลานชายทั้งสามคนช่วงที่เกิดเรื่องหลานของเขาได้เดินทางออกไปเที่ยวพอดี ไม่รู้ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน จะเป็นตายร้ายดีบ้าง ได้กินอิ่มนอนหลับสบายไหม นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วแต่เขาก็ไม่ได้ข่าวคราวจากทั้งสามคนเลย“เฮ้อ หวังว่าพวกหลานจะปลอดภัยนะ” โจหวังอยู่ตลอดว่าสักวันลุค เคน เจซ จะกลับมาหาเขาขณะที่ชายหนุ่มกำลังนั่งรำลึกความหลังถึงเรื่องราวในอดีตอยู่นั้น หูของเขาก็พลันได้ยินเสียงพูดคุยของมนุษย์หลายคนที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขานั่งอยู่โจผุดลุกขึ้นยืนทันทีแล้วรีบเดินตามเสียงไป ในมือของเขาถือปืนสั่นเอาไว้ ที่จริงแล้วเขาเริ่มพกปืนติดตัวตลอดเวลาตั้งแต่ที่รูู้ว่าโลกนี้มีซอมบี้เขาต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ หากเจอซอมบี้จะได้ยิงป้องกันตัว นานวันเข้าก
ติ้ด ติ้ดนิ้วเรียวกดรหัสปลดล็อกประตูลับที่อยู่ในความทรงจำ ตอนนั้นเจซกับเพื่อนยังพูดเล่นขำ ๆ กันอยู่เลยว่าพวกเขาคงไม่มีโอกาสได้ใช้เส้นทางลับนี้หรอกหรือถ้าได้ใช้จริง ๆ คงเป็นตอนที่มนุษย์ต่างดาวบุกโลก ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้แน่ ๆแต่แล้ววันนี้ก็มาถึง เพียงแต่เจซไม่เคยคิดเคยว่าเขาจะได้ใช้รหัสนี้เพื่อเปิดประตูทางลับเร็วกว่าที่คิดแกร็กใต้คฤหาสน์หลังนี้มีห้องใต้ดินที่สร้างขึ้นเพื่อเก็บไวน์ชั้นดีเอาไว้นับร้อยขวด แต่คนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าห้องเก็บไวน์แห่งนี้มีประตูลับที่สามารถทะลุไปอีกที่หนึ่งได้ เมื่อกดจำนวนรหัสครบ ชั้นไวน์ที่ติดกับผนังด้านหนึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลง ชั้นวางไวน์เลื่อนออกอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นว่าด้านหลังมีช่องทางลับซ่อนอยู่มองด้วยตาเปล่าจะเห็นเพียงความมืดมิด เดาไม่ออกเลยว่าทางข้างหน้ามีอะไรรออยู่บ้าง แสงสว่างจากด้านนอกส่องเข้ามาในปากทางเข้าทำให้เห็นภาพทางเดินสลัว ๆ“เข้าไปข้างในกันเถอะ”“มึงนำไปสิ” เคนเอ่ยพร้อมพยักเพยิดหน้าไปยังเส้นทางลับที่ดูวังเวงยังไงชอบกลลุคเหลือบตามองคนพูดแวบหนึ่งแล้วถอนสายตากลับมา ชายหนุ่มเดินเข้าไปขางในเป็นคนแรก ตามมาด้วยบัวเกี๋ยง มะลิ เคน และเจซเป็นคนปิดท้า







