FAZER LOGINในยามราตรีที่เงียบสงบมีเพียงแสงสว่างจากจันทร์ทราและมวลหมู่ดาวที่ส่องประกายระยิบระยับบนท้องฟ้า ชายฉกรร์กว่า 20 คน นั่งล้อมวงกองไฟที่สุกโชนและให้ความอบอุ่นหลังจากที่ขึ้นจากน้ำ
ก่อนหน้าที่พวกเขาเดินมาเจอลำธารที่มีน้ำใสสะอาด ในน้ำยังมีปลาตัวโตแหวกว่ายไปมา นักสำรวจตกลงที่จะกางเต็นท์นอนที่นี่ในคืนนี้ก่อนจะถอดชุดแล้วลงไปจับปลามาย่างกิน เมื่อรุ่งสางพวกเขาก็ตื่นจากฝันลุกขึ้นมาเก็บเต็นท์และทำธุระส่วนตัวเพื่อเตรียมที่จะออกเดินทางอีกครั้ง “ทีมของผมพร้อมแล้ว” หัวหน้าทีมนักสำรวจของเมือง N เอ่ยขึ้น เขากับเพื่อนร่วมทีมยืนสะพายกระเป๋าเป้และถือกล่องอุปกรณ์เตรียมพร้อมที่จะเดินทาง “ทีมของผมก็เหมือนกัน” “งั้นก็ไปกันเถอะ” ขณะที่นักแกะรอยกำลังพาทุกคนออกจากป่า ฝั่งลุคกับบัวเกี๋ยงก็กำลังขับรถออกจากเมือง N พวกเขาเจอรถกระบะที่จอดทิ้งข้างทางคันหนึ่ง โชคดีที่เจ้าของรถเสียบกุญแจทิ้งไว้ ทำให้พวกเขาไม่ต้องเดินเท้าให้เหนื่อย รถของเมืองนี้จะต่างจากรถของเมืองอื่น รถทุกคันจะออกแบบมาเพื่อให้ทนทานกับสภาพอากาศที่หนาว ไม่ต้องกลัวว่าล้อหรือน้ำมันจะแข็ง ภายในรถอุ่นกว่าข้างนอกเรื่องจากมีระบบทำความร้อน แต่ถ้าอากาศร้อนในรถก็มีระบบทำความเย็น “ขึ้นรถครับ” ลุคเปิดประตูรถให้คนตัวเล็กกับเจ้ามะลิ เมื่อทั้งคู่ขึ้นไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้วเขาก็เปิดประตูแล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูฝั่งคนขับ บะ บะ บรื้น ลุคสตาร์ทเครื่องยนต์อยู่สองสามครั้งถึงจะติด เข็มที่หน้าปัดน้ำมันบ่งบอกว่ารถคันนี้มีน้ำมันอยู่ครึ่งถัง ชายหนุ่มไม่กลัวว่าจะโดนจับข้อหาลักขโมย คนในเมืองนี้อพยพไปอยู่ที่อื่นหมดแล้ว เพราะหลังจากที่ซอมบี้กำเนิดขึ้นโลกใบนี้ก็เปลี่ยนไป จำนวนมนุษย์มากกว่าครึ่งของจำนวนทั้งหมดกลายเป็นซอมบี้ คนที่เหลือรอดก็อพยพไปอยู่ในค่ายทหารที่มีกำแพงสูงล้อมรอบ บ้านเรือน อาคาร ร้านค้า รถและสิ่งของต่าง ๆ ถูกทิ้งอย่างไม่เสียดาย บางอย่างเจ้าของอาจจะมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ บางอย่างเจ้าของก็ไม่อยู่แล้ว แม้ว่าทหารจะกำจัดซอมบี้จนหมดแล้วประชาชนก็เลือกยังอาศัยอยู่ในค่ายต่อ ความเป็นอยู่ในค่ายทหารถือว่าไม่เลว เจ้าเมืองได้จัดสรรอาหารและที่อยู่ศัยให้กับลูกบ้านทุกคนอย่างทั่งถึง เหตุผลหลัก ๆ ที่ทุกคนคิดเหมือนกันก็คือออกไปก็เท่ากับอดตาย ทำไมพวกเขาจะไม่รู้ว่านอกกำแพงนั้นเลวร้ายขนาดไหน อยู่ที่นี่ดีกว่าอย่างน้อยก็มีอาหารให้กิน รอให้สถานการณ์ดีกว่านี้แล้วค่อยกลับบ้านดีกว่า มือหนาเอื้อมมือไปกดปุ่มที่มีรูปไฟเพื่อเปิดระบบทำความร้อน เขาปรับระดับที่เลข 2 ลมอุ่น ๆ ออกมาจากช่องทำความร้อนแล้วแผ่กระกายไปทั่วรถ “อ่า สบายจัง” บัวเกี๋ยงพูดขึ้นขณะที่เอาหน้าไปจ่อที่ช่องทำความร้อน เจ้ามะลิก็ไม่น้อยหน้ายืดตัวขึ้นยืนขาหน้าเกาะแผงทำความร้อนท่าทางคล้ายกับเจ้าของไม่มีผิด “อุ่นพอไหมครับ หรืออยากให้พี่เพิ่มอีก” “พอแล้วจ้ะ” ลุคละสายตาจากร่างบางแล้วหันมาสนใจทางข้างหน้าแทน เขาเหยียบคันเร่งเบา ๆ รถก็เคลื่อนตัวไปด้านหน้า หิมะที่สูงถึงหน้าแข้งไม่เป็นอุปสรรคในการขับรถ บรื้น… เขาขับรถเรื่อย ๆ เมื่อน้ำมันใกล้หมดลุคก็เปลี่ยนรถคันใหม่ สองข้างทางที่รถขับผ่านเริ่มเปลี่ยนแปลงไปทีละนิด แอ่งน้ำที่แข็ง ๆ จนคนสามารถขึ้นไปเดินเล่นได้อย่างสบายก็เริ่มละลายกลายเป็นธารน้ำใส พื้นที่เคยมีหิมะขาวโพลนก็เริ่มมองเห็นพื้นดินมากขึ้น ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงเมือง S สักที “ถึงเมือง S แล้วเหรอจ๊ะ” บัวเกี๋ยงที่ตื่นขึ้นมาก็เห็นรอบกายเปลี่ยนไปแล้วถามขึ้น “ใช่ครับ” ลุคกดปิดเครื่องทำความร้อนในรถ เนื่องจากอุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นแล้วเปลี่ยนเป็นเปิดเครื่องทำความเย็นแทน สภาพแวดล้อมของเมือง S ที่เห็นด้วยตาคือดีกว่าเมือง N ที่แห้งแล้งและหนาว ด้วยความที่เมือง S เป็นเมืองร้อนชื้นอยู่แล้ว ต้นไม้บางชนิดของที่นี่จึงทนแดดทนฝนกว่าเมืองอื่น เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงไป อุณหภูที่สูงขึ้นทำให้ต้นไม้ตายแต่ก็มีบางต้นที่ไม่เป็นอะไร ฝนที่เคยตกตามฤดูก็ไม่ค่อยจะตก พอฝนตกก็มีน้ำฝนเพียงน้อยนิด ปึง จู่ ๆ พวกเขาก็ได้ยินเสียงดังสนั่นคล้ายกับมีบางอย่างชนกันอย่างรุนแรง ลุคจึงหยุดรถเพื่อลงไปดู “เสียงอะไร” “หนูบัวรอพี่อยู่ในรถนะ เดี๋ยวพี่เดินลงไปดูหน่อยว่าเป็นเสียงอะไร” “ระวังตัวด้วยนะจ๊ะ” บัวเกี๋ยงมองร่างสูงที่เดินห่างออกไปด้วยความเป็นห่วง ลุคเดินไปในทิศทางที่เกิดเสียงดังโดยใช้ต้นไม้ใหญ่เป็นที่กำบังตัว กลิ่นคาวเลือดที่ชัดขึ้นทำให้ชายหนุ่มระวังตัวมากขึ้น จนมาพบกับกวางตัวผู้ที่ขนาดตัวใหญ่กว่ากวางปกติถึง 5 เท่านอนจมกองเลือดอยู่ใต้ต้นไม้ คาดว่ามันคงจะวิ่งชนต้นไม้ เดาได้จากส่วนของลำต้นที่หักครึ่งนอนอยู่และเลือดที่ไหลออกจากหัวของกวาง ไม่รู้ว่ากวางตัวนี้โง่หรือว่ามันอยากทดสอบความแข็งแกร่งของหัวกระโหลกถึงได้เอาหัวโหม่งต้นไม้อย่างแรง ชายหนุ่มเดินไปใกล้ ๆ กวางเพื่อตรวจสอบว่ามันตายสนิทแล้วหรือยัง เมื่อเอามือไปอังจมูกก็พบว่ามันไม่หายใจแล้วเขาออกแรงลากกวางไปที่รถที่จอดทิ้งไว้ แต่ก็พบว่ากวางตัวนี้หนักมาก “อึก หนักมาก น่าจะหนักสัก 800 – 900 กิโลได้มั้ง” เนื้อของมันคงทำให้อิ่มท้องไปหลายวัน เขาเดินกลับไปที่รถเพื่อหาตัวช่วยในการลากกวางตัวนี้ บัวเกี๋ยงที่นั่งอยู่ในรถเห็นคนพี่กลับมาแล้วก็เปิดประตูลงจากรถ “อะ พี่ลุคเลือดออก!” บัวเกี๋ยงเบิกกว้างด้วยความตก รีบจับมือของคนตัวสูงมาดูว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหน “ใจเย็น ๆ ครับ พี่ไม่ได้เป็นอะไร นี่ไม่ใช่เลือดของพี่” แววตาคู่สวยเต็มไปด้วยความฉงน ถ้าไม่ใช่เลือดคนตรงหน้าแล้วเลือดที่มือเป็นเลือดของใคร ลุคยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเล่าในคนตรงหน้าฟัง หลังจากที่ฟังจบบัวเกี๋ยงก็ขอตามไปคนพี่ไปช่วยลากกวางด้วย ซึ่งอีกคนก็อนุญาตเพราะเห็นว่าไม่เป็นอันตราย “พี่ขอยื่มเจ้ามะลิของหนูหน่อยนะ” “เอาไปเลยจ้ะ” บัวเกี๋ยงเห็นกวางครั้งแรกถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง “โอ้โห กวางตัวใหญ่มาก” เขาไม่เคยเห็นสัตว์ตัวไหนใหญ่เท่านี้มาก่อนเลยนอกจากช้าง “พี่ว่าพวกเรารีบลากกวางกลับรถกันเถอะครับ พี่กลัวว่ากลิ่นเลือดจะเรียกสัตว์ตัวอื่นมาที่นี่” เขาไม่รู้ว่าแถวนี้มีสัตว์อะไรอยู่บ้าง ทางที่ดีควรออกจากตรงนี้ให้เร็วที่สุดดีกว่า “จ้ะ” เจ้ามะลิขยายร่างให้ใหญ่ขึ้น ทว่าคราวนี้มันใหญ่กว่าที่ผ่านมา 2 เท่าเพื่อที่จะลากกวางตัวหนัก ๆ ได้อย่างสบาย ไม่นานกวางตัวโตก็มาอยู่ท้ายกระบะ น้ำหนักของกวางทำให้รถขับเคลื่อนตัวช้าลง แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา ตกเย็นก็จอดแวะข้างทางที่มีลำธารเล็ก ๆ ลุคลากกวางลงจากรถแล้วหยิบมือพกเล่มใหญ่ที่เหน็บไว้ที่ขากางเกงออกมา เขาแล่เนื้อกวางเป็นชิ้น ๆ ส่วนบัวเกี๋ยงก็เดินไปเก็บเศษไม้แห้งที่อยู่ใกล้ ๆ มาก่อไฟเพื่อจะย่างเนื้อกวางกินในเมื่อเย็นนี้ เมื่อแล่เนื้อกวางเสร็จแล้วลุคก็เริ่มเหลากิ่งไม้ต่อโดยให้ส่วนหัวแหลมก่อนจะนำเนื้อกวางมาเสียบ เขาปักไม้เสียบเนื้อไว้ข้าง ๆ กองไฟ ต่อไปก็รอให้เนื้อสุก มือหนาคอยพลิกไม้เสียบเนื้อไปมาเพื่อให้เนื้อสุกเท่ากัน กลิ่นหอมของเนื้อย่างชวนให้น้ำลายไหล ทำเอาบัวเกี๋ยงถามคนย่างทุกสิบวินาทีว่ากินได้หรือยัง “พี่ลุคกินได้หรือยังจ๊ะ” “รอแปบนะครับ ใกล้จะสุกแล้ว” พอเนื้อสุกลุคก็ดึงไม้เสียบเนื้อที่ปักบนดินขึ้นมาแล้วขึ้นมาแล้วยื่นให้คนที่บ่นว่าหิวไม่หยุดเป็นคนแรก “นี่ครับ” แล้วหยิบไม้ที่สองให้เจ้ามะลิ “ขอบคุณจ้ะ” บัวเกี๋ยงรับไม้เสียบเนื้อมาถือแล้วเป่าฟู่ ๆ ก่อนจะกัดเนื้อย่างเข้าปาก ง้ำ ๆ อร่อยจัง ลุคเองก็เริ่มกินเนื้อย่างตรงหน้าบ้างเพราะเขาก็หิวแล้วเหมือนกัน พอกินอิ่มก็ย่างเนื้อต่อ เนื่องจากเนื้อกวางเก็บไว้ได้ไม่นานก็เน่าเสีย เขาจึงต้องย่างเนื้อกวางทั้งหมดให้สุกจะได้เก็บไว้กินนาน ๆ บัวเกี๋ยงเองก็อาสาช่วยลุคย่างเนื้อกวาง กว่าจะย่างหมดเล่นเอาทั้งสองคนเหงื่อซกเต็มตัวเพราะอยู่หน้ากองไฟนาน จึงพากันเดินไปล้างเนื้อล้างตัวที่ลำธาร หลังจากที่ขึ้นจากน้ำก็เข้าไปนอนในรถ ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันทำให้พวกเขาหลับอย่างรวดเร็ว“ทุกคนเจออะไรบ้างไหม” โรมเอ่ยถามคนอื่น ๆ พลางนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น หลังจากเขาที่เดินกลับลงมาจากการไปสำรวจที่ชั้นสองของคฤหาสน์จนทั่วแต่ก็ไม่พบอะไรเลยเขาเป็นนักแกะรอยและหัวหน้าทีมนักสำรวจของเมือง W เขาได้รับมอบหมายให้มาสำรวจจุดสีเขียว ระหว่างทางเขาก็ได้เจอกับเพื่อนร่วมงานจากเมืองอื่น ๆพวกเราทั้งหมดมีเป้าหมายที่เหมือนกันคือตามหาพืชที่กินได้แล้วนำกลับไปให้ปลูก ลูกบ้านที่อยู่ในเมืองของตัวเองจะได้มีอาหารการกินที่ดีขึ้น สุดท้ายก็ตกลงกันว่าจะเดินทางพร้อมกัน เพราะไม่ว่าจะหลีกเลี่ยงยังไงก็ต้องเจอกันอยู่ดี จากทีมเล็ก ๆ ไม่กี่คนก็กลายเป็นกลุ่มใหญ่ตอนนี้พวกเราอยู่กันที่คฤหาสน์หลังหนึ่งในเมือง S และกำลังเป็นค้นหาใครบางคนที่ติดตามมานานเกือบเดือน แต่ก็ต้องคว้าน้ำเหลวในคฤหาสน์มีร่องรอยที่บ่งบอกว่าเคยมีคนจำนวนหลายคนอาศัยอยู่ บวกกับที่มีรถจอดอยู่ด้านหน้าทำให้มั่นใจว่าคนที่ตามหาอยู่ที่นี่ แต่ไม่ว่าจะหาอย่างไรก็ไม่เจอราวกับว่าพวกเขาหายตัวได้“ไม่เลย” ส่ายหน้าตอบอย่างจนใจ ก่อนจะทิ้งร่างบนโซฟาด้วยความเหนื่อยล้า“พวกเขาหายไปไหนกันนะ” มีอานักสำรวจเมือง N โคลงศีรษะเล็กน้อยขณะที่พูด เธอค้นหาทั้งในบ้านแ
ในยามราตรีที่เงียบสงบมีเพียงเสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งกับแสงจากดวงดาวนับล้าน ๆ ดวงบนท้องฟ้าที่ส่องประกายวิบวับ กระทบบนผิวน้ำทะเลก่อให้เกิดภาพที่สวยงามชายหนุ่มร่างสูงเดินออกมารับลมข้างนอกหลังจากที่ส่งบัวเกี๋ยงกับเจ้ามะลิเข้านอน ส่วนคนอื่น ๆ ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้าแกร็ก“ยังไม่นอนอีกเหรอ” ลุงโจที่เปิดประตูออกมาเอ่ยถามพลางเดินเข้าไปหาหลานชายที่ยืนรับลมอยู่หน้ากระท่อม“ครับ ผมยังไม่ค่อยง่วง แล้วลุงล่ะ ทำไมยังไม่นอนอีก” ลุคถามกลับ“ลุงก็ยังไม่ง่วงเหมือนกัน”พลันบรรยากาศระหว่างกันตกอยู่ในความเงียบ จนกระทั้งโจเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง“คิดอะไรอยู่”“คิดถึงบ้านน่ะครับ ผมไม่ได้กลับบ้านตั้งหลายปี ไม่รู้ว่าที่นั่นจะเปลี่ยนไปอะไรไปบ้าง แล้วก็...” น้ำเสียงทุ้มเว้นจังหวะครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า “คิดถึงท่านพ่อกับท่านแม่ด้วย”“ลุงก็คิดถึงทั้งสองคน”โจเองก็ไม่ได้เจอหน้าน้องสาวสุดที่รักมาหลายปี ตอนแรกเขากะจะไปเยี่ยมโซเฟียที่เกาะมายาหลังจากที่หลาน ๆ กลับมาจากการเที่ยวเล่น แต่ดันเกิดเรื่องขึ้นมาเสียก่อนทำให้แผนที่วางไว้ล้มลงไม่เป็นท่าโจไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหลานชายแท้ ๆ ของเขาเ
ซู่ ซ่าณ สถานที่ลับแห่งหนึ่งมีอดีตนักธุรกิจหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ริมหาดทรายฟังเสียงคลื่นซัดกระทบฝั่ง สายตาจับจ้องไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอยและคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยตั้งแต่ที่ซอมบี้ระบาดหนักเขาก็ทิ้งคฤหาสน์ที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงแล้วมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่แทน โชคดีที่เขาได้เตรียมพร้อมทางหนีหากเหตุการณ์ไม่คาดคิดไว้แล้ว พอมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้รู้สึกลำบากมาก จะห่วงก็แต่หลานชายทั้งสามคนช่วงที่เกิดเรื่องหลานของเขาได้เดินทางออกไปเที่ยวพอดี ไม่รู้ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน จะเป็นตายร้ายดีบ้าง ได้กินอิ่มนอนหลับสบายไหม นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วแต่เขาก็ไม่ได้ข่าวคราวจากทั้งสามคนเลย“เฮ้อ หวังว่าพวกหลานจะปลอดภัยนะ” โจหวังอยู่ตลอดว่าสักวันลุค เคน เจซ จะกลับมาหาเขาขณะที่ชายหนุ่มกำลังนั่งรำลึกความหลังถึงเรื่องราวในอดีตอยู่นั้น หูของเขาก็พลันได้ยินเสียงพูดคุยของมนุษย์หลายคนที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขานั่งอยู่โจผุดลุกขึ้นยืนทันทีแล้วรีบเดินตามเสียงไป ในมือของเขาถือปืนสั่นเอาไว้ ที่จริงแล้วเขาเริ่มพกปืนติดตัวตลอดเวลาตั้งแต่ที่รูู้ว่าโลกนี้มีซอมบี้เขาต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ หากเจอซอมบี้จะได้ยิงป้องกันตัว นานวันเข้าก
ติ้ด ติ้ดนิ้วเรียวกดรหัสปลดล็อกประตูลับที่อยู่ในความทรงจำ ตอนนั้นเจซกับเพื่อนยังพูดเล่นขำ ๆ กันอยู่เลยว่าพวกเขาคงไม่มีโอกาสได้ใช้เส้นทางลับนี้หรอกหรือถ้าได้ใช้จริง ๆ คงเป็นตอนที่มนุษย์ต่างดาวบุกโลก ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้แน่ ๆแต่แล้ววันนี้ก็มาถึง เพียงแต่เจซไม่เคยคิดเคยว่าเขาจะได้ใช้รหัสนี้เพื่อเปิดประตูทางลับเร็วกว่าที่คิดแกร็กใต้คฤหาสน์หลังนี้มีห้องใต้ดินที่สร้างขึ้นเพื่อเก็บไวน์ชั้นดีเอาไว้นับร้อยขวด แต่คนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าห้องเก็บไวน์แห่งนี้มีประตูลับที่สามารถทะลุไปอีกที่หนึ่งได้ เมื่อกดจำนวนรหัสครบ ชั้นไวน์ที่ติดกับผนังด้านหนึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลง ชั้นวางไวน์เลื่อนออกอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นว่าด้านหลังมีช่องทางลับซ่อนอยู่มองด้วยตาเปล่าจะเห็นเพียงความมืดมิด เดาไม่ออกเลยว่าทางข้างหน้ามีอะไรรออยู่บ้าง แสงสว่างจากด้านนอกส่องเข้ามาในปากทางเข้าทำให้เห็นภาพทางเดินสลัว ๆ“เข้าไปข้างในกันเถอะ”“มึงนำไปสิ” เคนเอ่ยพร้อมพยักเพยิดหน้าไปยังเส้นทางลับที่ดูวังเวงยังไงชอบกลลุคเหลือบตามองคนพูดแวบหนึ่งแล้วถอนสายตากลับมา ชายหนุ่มเดินเข้าไปขางในเป็นคนแรก ตามมาด้วยบัวเกี๋ยง มะลิ เคน และเจซเป็นคนปิดท้า
ลุคกับเพื่อนซี้เอ่ยทักทายกันเล็กน้อยตามประสาคนที่ไม่ได้เจอกันนานก่อนจะชวนกันไปที่ห้องนั่งเล่น สายตาคมมองไปยังทิศทางที่บางคนซ่อนตัวอยู่“หนูบัว ออกมาได้แล้วครับ ปลอดภัยแล้ว”เคนกับเจซมองหน้ากันอย่างงง ๆ ว่าเพื่อนของตัวเองพูดกับใคร แต่ก่อนที่พวกเขาจะสงสัยไปมากกว่านั้น ศีรษะทุยโผล่ขึ้นมาจากหลังโซฟาอย่างช้า ๆ ดวงตากลมโตกวาดตามองไปรอบ ๆ เห็นพี่ลุคยืนอยู่กับผู้ชายอีกสองคนที่เขาไม่คุ้นหน้าร่างบางลุกขึ้นยืนเต็มตัวความสูงก่อนจะเดินไปหาชายหนุ่มหนึ่งเดียวที่รู้จัก“ใครอะ? ” เคนเลิกคิ้วถามเมื่อรู้ว่าเพื่อนของตัวเองไม่ได้มาคนเดียวแต่ยังพ่วงคนน่ารักมาด้วย ดูท่าหลายวันมานี้คงมีเรื่องมากมายเกิดขึ้นกับลุคจะว่าไปร่างบางตรงหน้าก็ตรงสเปคของลุคเลยหนิ“ไม่เจอกันแปบเดียวมึงมีเมียแล้วเหรอวะ” เจซเอ่ยแซว คนโดนแซวหน้าไปเปลี่ยน แต่คนที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเมียน่ะสิกลับเขินจนหน้าแดง“มึงอธิบายมาเลยนะ”“เร็ว ๆ เลย พวกกูอยากรู้”ลุคสายศีรษะด้วยความระอาใจเมื่อเห็นเพื่อนมองเขาสลับกับร่างบางไปมาพร้อมกับทำสีหน้ากรุ่มกริ่ม เขาจึงตอบเพื่อนไปว่า “เดี๋ยวเล่าให้ฟัง”สองหนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจ ในจังหวะนั้นเองหางตาก็เหลือบไ
“หืม ทำไมเนื้อเหลืออยู่เท่านี้” ดวงตาเฉี่ยวคมหรี่มองเนื้อกวางย่างที่อยู่ในหลังกระบะจำได้ว่าเมื่อคืนมีเยอะกว่านี้ พอเช้ามาทำไมถึงเนื้อถึงแหว่งไปส่วนหนึ่ง หางตาของเขาเหลือบไปเห็นชิ้นกระดูกของสัตว์ที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขายืนนัก คาดว่าหัวขโมยกินเสร็จก็โยนหลักฐานทิ้งทันทีร่างสูงหันไปมองมนุษย์ตัวขาวกับเจ้าสิงโตขาวด้วยความสงสัย พอรู้ตัวว่าถูกเขาจ้องเท่านั้นแหละทั้งคู่ก็พร้อมใจกันเบือนหน้าหนี“หนูบัวครับ” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้น“จะ จ๊ะ”มุมปากหยักโค้งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยตอนที่เขาเรียกชื่อ แถมเจ้าตัวยังไม่ยอมสบตากับเขาขณะที่พูดอีกเดิมที่เนื้อกวางย่างนั้นมีกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอแล้ว พอกลิ่นหอมโชยเข้าจมูก ดวงตาที่ปิดสนิทก็เปิดขึ้น เมื่อนึกถึงรสชาติเนื่อย่างแสนอร่อยที่ได้กินเมื่อคืนน้ำย่อยในท้องก็เริ่มทำงานบัวเกี๋ยงกับเจ้ามะลิไหนเลยจะทนนอนต่อจนถึงเช้าไหวทั้งที่เพิ่งผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงท้องน้อย ๆ ก็หิวอีกแล้ว คนกับแมวมองตากันอย่างรู้ใจ แอบลุกไปกินอาหารมื้อดึกที่อยู่หลังกระบะ พอกินอิ่มก็กลับมานอนต่อ“บัวขอโทษจ้ะ” ร่างบางก้มหน้ามองพื้นแล้วเอ่ยด้วยความรู้สึกผิด ยิ่งคนพี่เดินเข







