เข้าสู่ระบบเขากลับมาหลังจากนั้นไม่นานนัก พร้อมกับขวดไวน์ มีแก้วมาด้วยสองใบ เสน่ห์จันทร์ตอนนี้นั่งบนโซฟา เพราะเธอรู้สึกว่าเตียงไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยแน่นอน หนีมาตรงนี้ยังใจเบาได้นิดหน่อย ไม่รู้หรอกว่าถ้าเขาจะเอา ตรงไหนก็ได้หมด...
ปภพรินไวน์ลงแก้ว แล้วส่งให้กับเสน่ห์จันทร์ ผู้ที่ไม่เคยกินไวน์มาก่อนในชีวิต เธอกะพริบตาปริบๆ มาแบบนี้จะล่อเขาดื่มยังไงดี?
“cheers”
เขาว่า แล้วยื่นแก้วให้เธอชน เสน่ห์จันทร์ผู้ที่หูเพี้ยนไปแล้ว ถึงกับทำตาเหลือกใส่เขา พูดออกไปอย่างลืมตัว
“ชะ เชือด พี่จะเชือดหนูเหรอ?”
“หึๆ ไม่ใช่ครับ cheers แปลว่าชนแก้วกัน”
ยิ้มแหยส่งให้เขา แล้วยื่นแก้วไปชนด้วย เสียงแก้วกระทบกันก็พาจะสะดุ้ง โอ๊ย...ระงับสติบ้าง
เขาดื่มแบบรวดเดียวหมด แล้วบอกให้เธอดื่มบ้าง ถ้าเธอดื่มหมดค่อยเข้าไปอาบน้ำด้วยกัน เสน่ห์จันทร์ดื่มจนหมด รสชาติ...บรรยายไม่ถูก เปรี้ยว เฝื่อน ขม เจือหวาน ตีกันวุ่นไปหมด แต่ดื่มแค่นี้ก็รู้สึกร้อนท้องวาบลงไปเลย
“เข้าไปพร้อมกันเลยไหม? ห้องพี่มีอ่างจากุชชี่ด้วยนะ”
“พี่ไปก่อนเลยค่ะ เอ่อ...พอดีมีไลน์จากน้องเข้ามา หนูขอคุยกับน้องแป๊บนะคะ”
เขาเพียงยิ้มให้แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ เสน่ห์จันทร์ทำทีเป็นหยิบกระเป๋าและโทรศัพท์ออกมา พอคล้อยหลังเขา ปฏิบัติการหลอกให้ป๊อกของเธอก็เริ่ม
เธอรินไวน์อย่างรวดเร็ว แล้วใส่ยาที่พกมาลงไป เธอสวมกางเกงยีนขาสั้นไว้ใต้ชุดสวยนี่ เม็ดสุดท้ายแล้วนะ ต้องสำเร็จสิ
ปภพนั่งแช่น้ำรอเธอในอ่างจากุชชี่ เสน่ห์จันทร์ยังอยู่ในชุดเดิม ในมือถือไวน์แก้วหนึ่ง เธอมานั่งคุกเข่าข้างเขา หน้าตาแดงไปหมดเมื่อเห็นว่าเขาถอดกางเกงออกแล้วทั้งข้างนอกข้างใน...
“อีกแก้วนะคะ”
“อืม”
เขารับแก้วไป แล้วกระดกมันดื่ม เสน่ห์จันทร์ยิ้มเลยเมื่อเขาดื่มเข้าไปแบบนั้น แต่แล้ว...
เขากลับดึงเธอให้เข้าใกล้แล้วประกบปากลงมา ไวน์ถูกป้อนผ่านปากสู่ปาก เสน่ห์จันทร์ผลักเขาเป็นพัลวัน ปภพยอมปล่อยเธอสาวน้อยบ้วนไวน์ทิ้งบนพื้น เขานั่งกอดอกในอ่างน้ำ มองดูผู้ร้ายของเขาด้วยสายตายิ้มๆ
“วางยาอะไรไว้สินะถึงไม่กล้ากิน”
“นะ หนู หนูแค่ตกใจ”
โธ่...หมดแล้ว หมดกันเม็ดสุดท้ายด้วย เสน่ห์จันทร์ยังปากแข็ง ปภพยักไหล่ แล้วเชื้อเชิญให้เธอลงมาในอ่างน้ำกับเขา
“งั้นก็ลงมาสิ ลงมาหาพี่ เราจะอาบน้ำด้วยกัน”
เสน่ห์จันทร์ลุกขึ้นยืน...
แล้วสาวน้อยก็ทำในสิ่งที่เขาไม่คิดว่าหล่อนจะกล้าทำ คือวิ่งหนีเขาเอาดื้อๆ ซึ่งหน้านั่นแหละ
คนตัวเล็กคิดอะไรไม่ทันนอกจากเผ่นดีกว่า...
คนตัวโตนั้นระแวดระวังตัวอยู่แล้ว ภายใต้ท่าทางเรื่อยเอื่อยนั้น กลับว่องไวเหลือเกิน เขาลุกพรวดขึ้นแล้วคว้าแขนของเสน่ห์จันทร์ไว้ได้ทันก่อนที่สาวน้อยจะถึงประตูด้วยซ้ำ เสน่ห์จันทร์พยายามดิ้นรน แต่เธอไม่อาจจะหลุดจากวงแขนของเขาได้เลย
“จะหนีไปไหน ตั้งใจจะทำอะไรกับพี่กันแน่”
“นะ หนู คือหนู”
ปากสั่นไปหมด ตามองเขาเขม็ง เมื่อโดนกอดรัดไว้จมอกกว้างนั่น รับรู้ว่าเขาเปลือยทั้งตัว ก็ยิ่งกลัว
“โดนจับได้แล้ว”
เขาหัวเราะ มองเธออย่างอารมณ์ดี ขณะที่เสน่ห์จันทร์กลัวเขาแทบเป็นลม
“ตกลงว่าหนูหลอกพี่ใช่ไหม เจนนี่ อืม...จริงๆ ไม่น่าจะชื่อนี้ ชื่ออะไรกันแน่? บอกมาเดี๋ยวนี้ หรือจะให้พี่จับส่งตำรวจ”
“พี่จับหนูส่งตำรวจไม่ได้ พี่จะโดนข้อหาซื้อประเวณีนะ”
แนะ หัวหมอเสียด้วย ตัวแสบซุกหน้ากับอกเขาหลับตาปี๋ เนื้อตัวสั่นไปหมด คงจะกลัวที่เขารัดไว้แน่นแบบนี้ แต่เขาไม่ทำร้ายเธอแน่ๆ จะทำอย่างอื่นมากกว่า
“เอาสิ ก็โดนด้วยกัน พี่มีเงิน พี่ไม่กลัวตำรวจหรอก หนูต่างหากที่จะต้องกลัว แล้วพี่จะแจ้งความด้วยหนูหลอกเงินพี่ไปเป็นแสน”
“ฮือๆ หนูขอโทษ หนูกลัวแล้วปล่อยหนูไป อย่าจับหนูส่งตำรวจเลย เงินหนูก็ไม่มีจะใช้คุณ หนูเอาเงินไปใช้หมดแล้ว”
“พี่ซื้อบริการ พี่ต้องได้บริการ”
เขาก้มหน้าลงเสน่ห์จันทร์เงยหน้าขึ้นมองสบตาเขา เครื่องสำอางบางส่วนเลอะตรงบริเวณผิวเนื้อของปภพ
“มะ หมายถึง”
“พี่จะไม่แจ้งความ ไม่เอาเรื่อง แค่หนูต้องให้บริการพี่อย่างที่พี่ควรจะได้”
ปภพมองยัยตัวร้ายที่มองจ้องเขาด้วยนัยน์ตานองน้ำตา เกือบใจอ่อน แต่ไม่อ่อน กลับแข็งแทน ไม่ใช่แข็งที่ใจ แต่แข็งที่อย่างอื่น...
“หนู แต่หนู”
เสน่ห์จันทร์เอ่ยได้แค่นั้น ริมฝีปากรุ่มร้อนของปภพก็ประกบลงมาแนบแน่น...
เสน่ห์จันทร์เรียนไม่จบจนได้เพราะเธอท้องตอนเรียนปี 2 เลยต้องดร็อปเรียนไว้ก่อ สามีของเธอบางทีก็ขี้หึงเกินไป ไม่ชอบหนุ่มๆ ที่มาวนเวียนใกล้จ้อยของเขา ไม่ต้องเรียนจบก็ได้เพราะประสบการณ์ชีวิตน้องเยอะแล้ว เขานี่แหละจะเป็นครูในชีวิตจริงให้เธอคุณปณิตาไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะอยากให้สะใภ้เรียนต่อยอด ปภพบอกว่างั้นเขาจะเรียนด้วยพร้อมกับเธอ เอากับพ่อสิ หวงเมียเบอร์หนึ่งเลยพ่อคนนี้ และพอเสน่ห์จันทร์คลอดงานแต่งก็ถูกจัดขึ้นตามที่ได้สัญญากับเธอไว้ ว่าจะจัดงานให้เขาก็ทำให้เธอจริงๆ ในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้ง การเปิดตัวของเจ้าสาวของปภพ ลูกสะใภ้คนแรกของคุณปณิตากับสังคม ไม่มีใครดูแคลน มีแต่คนชื่นชมเมื่อรู้ประวัติความเป็นมาของเธอและครอบครัว ส่วนมากทึ่งในความเป็นคนเก่ง มีความรับผิดชอบ และความรักในครอบครัวของเสน่ห์จันทร์เสน่ห์จันทร์ได้ลูกสาวน่ารักน่าฟัด คือ เด็กหญิงจรัสจันทร์ หรือ ณจันทร์ อีกสี่ปีต่อมาก็คลอดเด็กหญิงจรัสดารินทร์ หรือ ณดาว เธอกับปภพแยกบ้านไปอยู่อีกหลังหนึ่งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกับบ้านใหญ่ ส่วนปพลนั้นก็กลับไปคืนดีกับทยิดาที่มีลูกสาวคือ นะนาย ที่ซ่อนแอบไว้ ความจริงปรากฏว่าเธอไม่ได้ทำลายเ
บ้านเจนธรรมดีถูกสร้างใหม่จนเรียบร้อย ครอบครัวของเสน่ห์จันทร์ทั้งแปดคนและนิสา กลับไปยังบ้านหลังเดิมอีกครั้ง และอย่างที่ปภพสัญญาทุกคนจะได้ห้องส่วนตัว...ต้องเรียกว่าตึกมากกว่าบ้าน เพราะมีความสูงถึงห้าชั้นและมีชั้นดาดฟ้า ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เด็กๆ ดีใจมากๆ กับบ้านหลังใหม่ นิสาเองตอนนี้มาอยู่กับเพื่อนเกือบจะถาวรแล้วเพราะไม่ได้กลับบ้านของตัวเองเลย ก็มีห้องของตัวเองด้วยที่บ้านหลังนี้ห้องของเสน่ห์จันทร์ มีข้าวของของปภพไปอยู่ในนั้นด้วย อย่างเป็นเจ้าของห้องอีกคน เหมือนกับที่คอนโดของเขา และ...ห้องของเขาที่บ้านด้วยเขาพาเสน่ห์จันทร์ไปนอนค้างที่บ้านมารดาทุกศุกร์-เสาร์ก่อน รอให้น้องเรียนมหาวิทยาลัยค่อยขยับเป็นมานอนทุกวันให้กลับบ้านเสาร์-อาทิตย์ และมารดาให้พื้นที่ว่างที่ตอนนี้ใช้เป็นพื้นที่สวน ให้เขาปลูกบ้านเพื่อจะเป็นเรือนหอในอนาคต คุณ ปณิตาตอนแรกก็วางท่ากับว่าที่สะใภ้สาวน้อย หลังๆ มาท่านก็แพ้กับความน่ารักของเสน่ห์จันทร์ แพ้เสน่ห์ปลายจวักของเธอด้วย ถ้าวันไหนอยู่นอนค้างที่บ้านวัชระโชติ วันนั้นเธอก็จะรับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารขึ้นโต๊ะเอง ปพลเองก็ชอบฝีมือของเสน่ห์จันทร์มากเช่นกัน และนึ
“ตาปริ้นซ์กับเด็กนั่น แกคบกับเขามากี่เดือนแล้ว” มารดาถามขึ้น ท่านสั่งให้เขามานั่งคุยในห้องนอน เพื่อจะได้เป็นส่วนตัว ปพลขยิบตาให้กับพี่ชายเมื่อเขาเดินตามท่านขึ้นมายังชั้นสอง พร้อมกับชูนิ้วสองนิ้วบอกใบ้ว่าสู้ตายนะครับพี่“ห้าหกเดือนแล้วครับ”“แม่คงไม่ต้องถามล่ะมั้งว่า...เรากับเขาถึงขั้นไหนกันแล้ว”ท่านทำสีหน้ารู้ทัน ขณะที่ชายหนุ่มกระแอม ท่านถอนใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเอ่ยลอยๆ“ดีนะไม่สิบเจ็ด ถ้าสิบเจ็ดนี่แกติดคุกแน่ตาปริ้นซ์ เจอกันที่ตลาดของแม่หรือยังไงกัน”“ก็อะไรแบบนั้นครับ”เล่าไม่ได้หรอกว่าเจอน้องที่ไหน ขืนเล่าคงเรื่องใหญ่ เขานี่แหละจะโดนบ่นว่า ส่วนน้อง...ท่านคงจะมองว่าเด็กคนนี้มันแสบและเอาตัวรอดเก่งมาก ถ้าเขาไม่กลับไปซ้อนแผนก็คงจะไม่ได้น้องแน่นอนละ เขาพึ่งรู้จากนิสาว่า การที่เสน่ห์จันทร์กลับไปรับงานตกหลุมเขาได้ เพราะน้องชายประสบอุบัติเหตุเลยต้องใช้เงินด่วนเขาจะต้องขอบคุณทั้งทองเอกและทองนพคุณมากๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง จนเสน่ห์จันทร์ยอมรับงานอีกหน“เป็นคนที่เก่งนะ เก่งมากด้วย” ท่านพึมพำ จะว่าเกลียดก็ไม่พูดไม่ได้หรอก เพราะเด็กมันไม่น่ารังเกียจอะไร น่าทึ่งด้วยซ้ำไป ตัวแค่นั้นดูแลน้อ
คุณปณิตาเข้าสู่ความรู้สึกอยากเป็นลม เมื่อเห็นว่าบุตรชายพาใครมาที่บ้าน เขาบอกกับท่านว่าวันนี้จะมีเซอร์ไพรส์ แล้วก็เซอร์ไพรส์มากจริงๆ นอกจากจะพา คนรัก มาพบกับท่านแล้ว แม่หนูนั่นยังพาน้องมาอีกโขยงหนึ่ง! โอย...ต้องเรียกยาดมกันเลยทีเดียวปพลที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย มองพี่ชายด้วยสายตาแบบว่าทึ่งมาก คุณปณิตาตอนนี้นั่งข้างกับเขา เอาเขาเป็นกำลังใจแหละ มือของท่านเย็นเจี๊ยบเมื่อท่านจับมือกับเขาไม่ต้องถามว่าลูกเต้าเหล่าใคร แต่อยากถามว่าตาปริ้นซ์ไปเจอมาได้ยังไงก่อน...รายการสัมภาษณ์ว่าที่ลูกสะใภ้จึงเริ่มขึ้น...เด็กๆ ถูกกันให้ไปอยู่กันในห้องนั่งเล่น มีหัวหน้าแม่บ้านคอยอยู่ดูแล พวกเขานั่งคุยกันในห้องโถงพักผ่อน มีกระจกกั้นเป็นสัดส่วน คุณปณิตามักจะใช้ที่นี่เวลาจะคุยกับลูกๆ เรื่องสำคัญเรื่องงาน“อายุเท่าไหร่? เราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”โก่งอายุให้ตัวเองนิดหน่อย เธอรู้ว่าถ้าบอกอายุจริงๆ ไป ท่านคงจะยิ่งหน้าเสียกว่านี้ อ้อ...เธอไม่ได้โกหก เดือนหน้าเธอก็อายุสิบเก้าแล้วจริงๆ“ตาปริ้นซ์” ท่านหันไปทำตาดุใส่ลูกชาย ที่ยิ้มแหยเล็กน้อย พลางยักไหล่“น้องอายุพ้นวัยที่ผมจะติดคุกแล้วนะครับ”“แต่เด็กสิบเก้า...ตาปริ
ปภพโผล่ไปที่ห้องของครอบครัวเจนธรรมดีในเวลาเกือบสามทุ่มของอีกวันต่อมา เขามีตุ๊กตากระต่ายสีขาวสองตัวขนาดใหญ่ผูกโบเป็นของขวัญผูกโบให้น้องแฝด ดาวล้อมเดือนกับดาราทองดีใจมาก กับของขวัญของ พี่ปริ้นซ์ เด็กๆ ไหว้ขอบคุณเขา ดีใจกับวันเกิดครบอายุ 11 ปีมาก เพราะปีนี้ได้ทั้งจัดวันเกิด ไปเที่ยวสวนสนุก และเป็นวันที่ได้ของขวัญมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา ชีวิตของพวกเธอดีขึ้นตั้งแต่ที่มีปภพก้าวเข้ามาในบ้าน ทุกคนไม่ต้องเครียด กินอิ่มนอนหลับ มีเวลาคิดเรื่องเรียน ไม่ต้องเห็นพี่จ้อยแอบซึม ถ้าพี่จ้อยคือเสาหลัก เปรียบเป็นบ้านหลังหนึ่ง พวกเธอน้องๆ ก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง บางคนเป็นประตู บางคนเป็นหน้าต่าง พื้นบ้าน เสริมให้บ้านหลังนี้แข็งแรงไม่ล้มครืน วันนี้เป็นวันที่เห็นพี่น้องหัวเราะเสียงดัง มีความสุขกับเครื่องเล่น ไปกันครบหน้าทั้งแปดคน เจ้าจิ๋วที่กำลังซนเริ่มหัดเดินก็ไปกับเขาด้วย เสร็จแล้วพากันไปดูบ้านหลังเดิมแวะซื้อของฝากให้ ยายสมพร เพราะพวกเธอไม่ได้อยู่บ้านเดิมกันพักนี้ พี่จ้อยบอกว่าจะสร้างใหม่ เห็นเขากำลังก่อสร้างเริ่มขึ้นโครงร่างแล้ว ครอบครัวจับมือกันและมองบ้านที่เริ่มก่อสร้างอีกหนด้วยสายตาปลาบปลื้
“พักนี้อยู่บ้านได้แหะ”ปภพเอ่ยหยอกน้องชาย ปพลยิ้มน้อยๆ ส่งให้ ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารตรงหน้า ถ้าเขาไม่มีเรื่องในใจ คงจะสังเกตว่าพักนี้น้องชายดูซึมๆ แปลกไปไม่เหมือนเดิม อาหารเย็นวันนี้เขารับประทานมาแล้วกับวรวงศ์แวะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศมาก่อนเข้าบ้าน“น้องอยู่บ้านได้ แต่แกออกบ้านบ่อยนะตาปริ้นซ์” มารดาเอ่ยมาเสียงนิ่ง มองจ้องลูกคนโตเขม็ง คนเล็กก็อย่าง คนโตก็อย่างไม่ได้ดั่งใจสักคน คนเล็กมีเรื่องให้นางต้องเคลียร์ไปสิบล้าน แถมนึกโมโห อีกอย่างแอบรู้สึกบาป ถ้าเกิดว่าเด็กนั่นมีหลานนางจริงๆ แล้วต้องไปทำแท้ง ต่อให้เรื่องไม่จริงก็รู้สึกไม่ดี คุณปณิตาหนีไปบวชมาเจ็ดวันถึงจิตใจสงบลง นางไม่คุยกับปพลเลย ลูกชายนั้นกลับบ้านทุกวัน พยายามคุยกับท่าน และไม่ไปค้างที่คอนโดอีก ส่วนแม่ทยิดานั่นก็ออกไปแบบทิ้งงาน ก็วุ่นวายกันอยู่บ้าง เพราะงานเอกสารต้องกลับมาต่อ มาเคลียร์กัน ต้องหาคนมาช่วย ตอนนี้ก็มีความวุ่นวายนิดหน่อยในออฟฟิศ เลขาของท่านเลยต้องไปช่วยเคลียร์งานฝั่งของปพลด้วย ให้ยืมไปใช้นั่นแหละ ตอนนี้ลูกชายยังไม่มีเลขา ให้หาคนให้อยู่แน่นอนว่าหนนี้ท่านจะคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ไว้ใจปพลอีกแล้ว“ก็งานมันยุ







