Beranda / เมือง / เลนส์รักในเงาไฟนีออน / บทที่21.จุดเริ่มต้นที่ต้องเผชิญ

Share

บทที่21.จุดเริ่มต้นที่ต้องเผชิญ

Penulis: Luna of The Sea
last update Tanggal publikasi: 2025-12-09 10:34:42

เวลาผ่านไปรวดเร็วราวกับมีใครกดปุ่มกรอชีวิตให้ฉันข้ามช่องว่างนั้นมา

ทันทีที่ประตูรถเปิดออก เบื้องหน้าคือเพนต์เฮาส์หรูหรากลางใจเมือง งดงามราวกับฉากหนึ่งในชีวิตของใครบางคน…แต่อาจไม่ใช่ของฉัน

“ถึงแล้วครับ” อารัญผายมือพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก

ฉันยืนนิ่ง เท้าเหมือนถูกตรึงกับพื้น มือกำชายเสื้อแน่น เมื่อความลังเลกับความประหม่าพุ่งขึ้นมาพร้อมกัน

“หรือจะให้ผมอุ้มเข้าไป?” คำพูดนั้นทำให้หัวใจสะดุดไปหนึ่งจังหวะ  ก่อนจะรีบตอบกลับ

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเดินเองได้”

ฉันสูดลมหายใจ พยายามรวบรวมสติ ขณะที่วรากรหัวเราะคิกคักอยู่ด้านหลังราวกับเป็นเรื่องน่าขัน

อารัญยกมือมาประคองทิศทางให้ฉันหันกลับไปหา แววตาคมมั่นคงราวกับต้องการย้ำให้ฉันรับฟังทุกคำที่เอ่ยออกมา

“คุณต้องอยู่ที่นี่นะครับ ผมจะดูแลคุณเอง”

ความอุ่นจากปลายนิ้วค่อย ๆ แทรกเข้ามาจนลมหายใจฉันติดขัด ร่างกายพลันนิ่งงันราวกับต่อมรับรู้ทั้งหมดถูกดึงให้โฟกัสไปที่เขาเพียงคนเดียว…

แม้ฉันจะไม่รู้จักตัวตนของเขาและตัวเอง แต่ท่าทีอ่อนโยนและการดูแลที่แฝงความพิเศษ กลับทำให้รู้สึกปลอดภัย..

ทว่าท่ามกลางสัมผัสและความอบอุ่นนั้น คำถามหนึ่งยังดังก้องไม่หยุด

ฉันคือใคร?

และเขา…เป็นใครกันแน่?

***

หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป…

ความเงียบในเพนต์เฮาส์หรูยิ่งขับให้เสียงในหัวของฉันดังชัด เหมือนเร่งให้ต้องเผชิญหน้ากับความจริง ทว่าภาพตรงหน้าที่ดูสมบูรณ์แบบกลับไม่ปลุกความคุ้นเคยขึ้นมาแม้แต่น้อย

ฉันกวาดตามองไปรอบห้อง พยายามหาสิ่งยืนยันความเป็นเจ้าของ ก่อนที่สายตาจะสะดุดกับกล้องสีดำบนโต๊ะ มือเอื้อมไปแตะ ภาพเลือนรางผุดขึ้น พร้อมอาการปวดขมับแล่นวาบขึ้นมาจนต้องชักมือกลับ ความทรงจำที่เกือบจะย้อนคืนถูกตัดขาดเหมือนมีใครปิดสวิตช์.

กระเป๋าที่ควรมีเอกสารยืนยันตัวตนกลับว่างเปล่า

ความกังวลผลักให้ฉันเริ่มค้นลิ้นชักทีละชั้น จนมาหยุดที่ลิ้นชักหนึ่งซึ่งดูเหมือนตั้งใจซ่อนไว้ เมื่อดึงออกมา ซองสีน้ำตาลขนาด A4 ก็ปรากฏอยู่ด้านใน

มือฉันสั่นเล็กน้อยตอนเปิด ก่อนพบเอกสารส่วนตัวและโทรศัพท์ที่ปิดอยู่

“ลิลิน โฮชิคาวะ…”

เสียงของฉันแผ่วลงเมื่อมองรูปบนบัตร หัวใจสั่นระรัวราวกับความจริงกำลังจะเผยตัว ฉันกำบัตรแน่น พลางยืดตัวเต็มความสูงด้วยแววตาแน่วแน่

ปลายทางชัดเจน…อยู่ในตัวอักษรบนกรอบสี่เหลี่ยมนั้น

***

ยามค่ำเพิ่งเริ่มต้น

เสียงดนตรีจากร้านเหล้าในตรอกผสมกลิ่นอาหารทอดและควันบุหรี่ ป้ายไฟหลากสีสว่างขึ้นทีละดวง แสงนีออนสะท้อนบนพื้นเปียกชื้นหลังฝน ราวกับทั้งเมืองเพิ่งตื่นจากการหลับใหล

แท็กซี่จอดตรงปากซอยตามที่อยู่บนบัตร

“ซอยนี้เป็นมุมมืดกลางกรุง มีทุกชนชั้น ตั้งแต่ขอทานยันนางเงา ระวังตัวด้วยนะครับ”

คนขับพูดพลางมองฉันผ่านกระจกหลังด้วยแววสงสัย

ฉันยิ้มรับตามมารยาท จ่ายค่าโดยสาร แล้วก้าวลงจากรถ

ลมเย็นปะทะใบหน้า กลิ่นควันและแอลกอฮอล์ผสมกัน กลายเป็นเอกลักษณ์ของย่านนี้

ฉันยืนอยู่หน้าตรอกแคบที่ประดับไฟระยิบระยับเหนือหัว เสียงหัวเราะและแก้วกระทบกันดังลอดตามแนวทางเดิน

หญิงสาวในชุดสั้นเดินสวนออกมา ปากแดงจัด

เธอเหลือบมองฉัน ก่อนหัวเราะคิกแล้วเดินต่อพร้อมเพื่อน ๆ

ที่อยู่บนบัตรชัดเจน: 19/29 คอนโด เอเทอร์นิตี้ เรสซิเดนซ์

ชื่อหรูหราเกินกว่าสภาพรอบตัว แต่แปลกที่… บรรยากาศแบบนี้กลับคุ้นเคย ราวกับเคยอยู่ที่นี่มาก่อน

ฉันสูดลมหายใจลึก แล้วก้าวเข้าไปในตรอกช้า ๆ

เสียงรองเท้ากระทบพื้นซีเมนต์ดังชัดท่ามกลางความวุ่นวายรอบตัว

ร้านชำเล็ก ๆ อยู่ตรงหัวมุม

หญิงวัยกลางคนในเสื้อกันเปื้อนจัดขวดน้ำบนชั้น พอเธอเงยหน้ามาเห็นฉัน ดวงตาเบิกกว้าง ก่อนเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอบอุ่น

“ลิลิน! หายไปไหนมาล่ะลูก ไม่เจอกันตั้งนาน!”

ฉันชะงัก

เธอเรียกชื่อฉัน… อย่างสนิทสนม เหมือนรู้จักกันดี

“เอ่อ… ขอโทษนะคะ เรา… เคยรู้จักกันเหรอคะ?”

ป้าคนนั้นหัวเราะน้อย ๆ

“อ้าว หนูก็มาซื้อของที่ร้านป้าเกือบทุกวัน จำไม่ได้เหรอ? เมื่อก่อนผมสั้นกว่านี้หน่อย ชอบถือถุงขนมกลับคอนโดนั่นไง”

ฉันนิ่ง ภาพพร่าเลือนแล่นวาบขึ้น กลิ่นขนมปังกรอบ เสียงหัวเราะใครบางคน ความอบอุ่นที่ไม่รู้มาจากไหน

ฉันฝืนยิ้ม “คงจำไม่ได้จริง ๆ ค่ะ… ขอโทษนะคะ”

ป้ามองฉันสักครู่ ก่อนพยักหน้า

“ไม่เป็นไรลูก คนเราก็มีช่วงที่ลืมได้เหมือนกัน”

เธอยื่นขวดน้ำเย็นให้

“ถือไว้ก่อน คืนนี้อากาศเย็น เดี๋ยวไม่สบายอีก”

ฉันรับขวดน้ำนั้น พร้อมรอยยิ้มให้เธอ แม้ในใจยังงุนงน แต่ก็กล่าวขอบคุณอย่างสุภาพ

เสียงเพลงจากคาราโอเกะผสมกับกลิ่นข้าวผัดและเบียร์

ตรอกแคบยามค่ำคืนยังเต็มไปด้วยชีวิต…แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกอีกใบ

และเมื่อเงยหน้ามองสุดตรอก

แสงไฟจากป้าย Eternity Residence ส่องไกล ๆ

ก้าวต่อไปอย่างช้า ๆ หัวใจเต้นแรง

เหมือนบางอย่างกำลังรอให้ฉัน “จำ” ได้อีกครั้ง

เมื่อก้าวเข้ามาในอาคาร ทุกอย่างกลับเงียบสงบต่างจากด้านนอก

ยามประจำตึกเงยหน้าจากเคาน์เตอร์ พอเห็นฉันก็ยิ้มอย่างเป็นมิตรพร้อมก้มหัวให้… เหมือนกำลังต้อนรับ “คนที่กลับบ้าน”

ฉันพยักหน้ารับ แล้วเดินลึกเข้าไป

เสียงส้นรองเท้าดังก้องในโถงที่มีเพียงแสงไฟสีเหลือง

หน้าประตูห้อง 19/29

ตัวเลขบนป้ายโลหะสะท้อนแสงเพดานเป็นเงา

ฉันยืนมองครู่หนึ่ง ก่อนล้วงกุญแจออกจากกระเป๋า

โลหะเย็นเฉียบในมือทำให้ใจเต้นวูบ

เสียงคลิกเบา ๆ เมื่อกุญแจหมุนเข้าล็อกพอดี

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่34.ในเฟรมเดียวกัน

    ในเช้าวันใหม่ที่สดใส หลังจากผ่านไปหลายเดือน ฉันได้กลับมาอยู่ตรงนี้อีกครั้ง บนดาดฟ้ากลางเมือง… เมืองยังคงงดงามอยู่รอบตัว พระอาทิตย์ยังคงเปล่งแสงจากตำแหน่งเดิม แทรกกลางระหว่างตึก เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ฉันหมุนเลนส์ซูม เพื่อบันทึกสิ่งที่ฉันรัก ภาพถ่ายคือการยืนยันว่าบางสิ่งเคยมีอยู่จริง เมื่อทุกอย่างเงียบลง ฉันยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วหลับตาอธิษฐานถึงใครบางคนบนฟ้า ปล่อยให้พลังใจโอบล้อมชั่วขณะ ก่อนค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น และเมื่อหันกลับมา… เขา…ก็ยืนอยู่ตรงนั้น แสงเช้ากระทบชายหนุ่มในสูทสีครีม ใบหน้าเรียวคมโดดเด่นท่ามกลางแสงอ่อน ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของภาพนั้นเอง “คุณ…ตามหาฉันเจออีกแล้วนะ” ฉันเอ่ยเสียงเบา “รู้ได้อย่างไรว่าฉันอยู่ตรงนี้” ฉันถามต่อ ทั้งที่ในใจเหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว ริมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด “รู้สิ” คำสั้น ๆ เพียงคำเดียว แต่กลับทำให้หัวใจของฉันสั่นไหว เพราะเขารู้จักฉัน รู้ว่าฉันจะมาอยู่ตรงไหน และรู้ดีว่าที่นี่คือที่ที่ฉันมักจะกลับมาเสมอ ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ แล้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที33.คำตอบของหัวใจ

    เสียงปืนก้องสนั่นกรีดอากาศ ก่อนที่ทุกสิ่งจะหยุดนิ่งราวกับโลกทั้งใบหยุดหายใจ ร่างสูงใหญ่ที่บังฉันไว้ค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น ราวกับแรงทั้งหมดถูกดึงหายไปในพริบตา “อารัญ!” เสียงของฉันสั่นพร่าไปด้วยความหวาดหวั่นก่อนทิ้งตัวลงข้างเขา มือสั่นเทารีบประคองศีรษะไว้บนตัก เลือดซึมออกจากแผ่นอก เปื้อนปลายนิ้วฉันจนเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรงจนเสียงนั้นกลบทุกสิ่งรอบตัว ก่อนเสียงส้นรองเท้าจะกระทบพื้นดังถอยห่าง น้ำเสียงเย็นชาไร้ปรานี เปล่งออกมา “ฉันจะปล่อยแกไป ไอ้เด็กเนรคุณ วันนี้แค่สั่งสอนให้แกได้รู้ว่า ความเจ็บปวดและการเฉียดตายมันเป็นอย่างไร” คำพูดนั้นคือคำประกาศชัดเจนว่า เขายังคงอยู่ใต้เงาของเธอ ชื่อหนึ่งหลุดจากปากการ์ดทั้งสองที่กำลังจะขยับตามก่อนหญิงในสูทเข้ม ใต้หมวกปีกกว้าง จะหันหลังเดินจากไป “มาดามโซเฟีย” ฉันปรายตามองเธอเพียงเล็กน้อย แม้จะได้ยินชื่อนั้นเป็นครั้งที่สอง ทว่าหัวใจยังคงจดจ่ออยู่กับชายในอ้อมตัก อารัญส่ายหน้าช้า ๆ ลมหายใจจะเริ่มขาดเป็นห้วง เขาหันไปมองลูกน้อง ก่อนส่งสัญญาณสั้น ๆ แต่ชัดเจน “ปล่อยเธอไป” เขาเลือกจบเรื่องนี้ “

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่32 จุดอ่อนของอารัญ

    หลังจากลิลินออกจากห้องไปหลายชั่วโมง ความเงียบค่อย ๆ กดทับ ความกังวลค่อยๆก่อตัวขึ้นในอกของอารัญ ชายหนุ่มที่มีเพียงผ้าขนหนูคลุมกาย ฝืนลุกจากโซฟา เดินวนไปมาอย่างกระสับกระส่าย แต่ไม่ว่าขยับตัวเพียงใด ความร้อนรุ่มภายในกลับยิ่งทวีขึ้น สายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนผนัง การเคลื่อนไหวของเขาสะดุด หัวใจเต้นแรงเมื่อรับรู้ว่าเวลาที่ผ่านไปยาวนานเกินกว่าจะเป็นแค่การออกไปเก็บเสื้อผ้า ลางสังหรณ์บางอย่างผุดขึ้นมา ดึงให้เขาเดินเข้าใกล้หน้าต่าง ก่อนแทรกสายตามองผ่านม่านที่แง้มอยู่ และในวินาทีนั้น ความผิดปกติก็ปรากฏตรงหน้า ชายชุดดำคนหนึ่งท่าทางมีพิรุธ สายตาคมกริบจับจ้องมายัง…ตรงตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ยังไม่ทันที่อารัญจะผละออกจากจุดนั้น เสียงของโทรศัพท์มือถือก็สะกิดความเงียบงันของห้อง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ก่อนจะก้าวไปหยิบโทรศัพท์ หน้าจอสว่างวาบ ข้อความสั้น ๆ ปรากฏขึ้นอย่างเย็นชา “ฉันรู้ว่าจุดอ่อนของแกคืออะไร และมันจะเจ็บ… มาหาฉัน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” เพียงอ่านจบ มือของเขาก็กำแน่นจนสั่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล ทว่าในอึดใจถัดมา เขาฝืนคว

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่31.เพียงลำพังกับหัวใจ

    เสียงตะโกนของเขายังคงก้องอยู่ในหัวฉัน ไม่ยอมจางหายลากยาวผ่านครึ่งคืน ราวกับตั้งใจย้ำเตือนว่าฉันไม่มีทางหนีความรู้สึกนี้ได้ด้านนอกฝนเทกระหน่ำ ฟ้าร้องคำรามก้อง ฉันนอน พลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่าย ไม่อาจข่มตาหลับ เสียงหยาดฝนที่กระทบพื้นดึงความทรงจำให้ย้อนกลับไปยังวันหนึ่ง วันที่ฉันเคยถูกไล่ล่าท่ามกลางม่านฝนสีเทาและเขาเข้ามาช่วย โดยไม่ห่วงชีวิตของตัวเองฉันสูดลมหายใจลึก ราวกับพยายามขับไล่ความอึดอัดในอก ก่อนดันตัวลุกจากเตียง เดินไปยังหน้าต่าง แหวกม่านออกเพียงเล็กน้อย แล้วมองลงไปจากชั้นสอง ดวงตากลมต้องหยุดนิ่ง ลมหายใจติดขัดเมื่อเห็นภาพตรงหน้าเขายังคงอยู่ตรงนั้น คุกเข่าท่ามกลางม่านฝนที่ซัดกระหน่ำ ราวกับกำลังวิงวอน และไถ่บาปไปพร้อมกัน ภาพนั้นทำให้หัวใจฉันสั่นไหว ทั้งที่ไม่ควรเลย แสงไฟจากหน้าต่างสาดผ่าน เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เผยริมฝีปากที่คลี่ยิ้ม ราวกับบอกว่า ทุกอย่างไม่เป็นไร แต่รอยยิ้มนั้นอยู่ได้เพียงครู่เดียว ร่างสูงก็โอนเอนไปด้านข้าง ก่อนจะทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรงหัวใจฉันหล่นวูบ เสียงเรียกแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปาก “อารัญ…”วินาทีนั้นเอง ฉันก็รู้ว่าตัวเองยังมีหัวใจมากพอ ที่

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่30.ระยะห่าง

    หนึ่งเดือนผ่านไป…ฉันหลบมาอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ กลางเมือง ห้องแคบในตึกเก่า 4 ชั้น ใช้แต่ละวันฟื้นฟูหัวใจ และใช้ความเงียบงันค่อย ๆ ประคองตัวเองให้ยืนอยู่ได้ ท่ามกลางความวุ่นวายรอบข้างเขียนบทความเล็ก ๆ ในนามแฝงที่ไม่มีใครจับสังเกต รับงานถ่ายภาพเป็นครั้งคราว ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ เพื่อเลี้ยงดูตัวเองแต่ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลกชื่อของบริษัท Stride X กลับดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับไม่เคยมีช่วงเวลาที่มันเงียบหายไปจากความสนใจของผู้คนรองเท้ารุ่นใหม่ที่สานต่อความสำเร็จจาก Quantum Prime ถูกเปิดตัวภายใต้ชื่อQuantum Prime Fluxกระแสตอบรับถาโถม ยอดสั่งจองพุ่งสูง สื่อทุกสำนักพร้อมใจกันกล่าวถึงมันในฐานะ“ก้าวถัดไปของเทคโนโลยีการเคลื่อนไหว”งานประกาศความสำเร็จถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชื่อของอารัญถูกกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่มีเพียง Stride X เท่านั้นที่ครอบครองลิขสิทธิ์เขาทำสำเร็จ อย่างถูกต้อง และไม่ผิดศีลธรรมอารัญไม่เคยแตะต้อง Quantum X อ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่29.ปิดเกม

    บนระเบียงสูงเหนือมหานครอารัญยืนต้านแรงลม ดวงตาเย็นชามองแสงไฟที่เคลื่อนไหวใต้ท้องฟ้าซึ่งกำลังเปลี่ยนสี เขาสูดลมหายใจลึก กำมือแน่นก่อนหมุนตัวออกและเอ่ยคำสั่งเข้ม“ถึงเวลาแล้ว ”ปลายทาง คือ…วิลล่าหรูริมหาดส่วนตัวของคริส ฟอร์ดแสงไฟระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำในสระ เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กระหน่ำไม่หยุด สาวหุ่นนางแบบในบิกินี่ สวมหน้ากากผีเสื้อ เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมรอยยิ้มหวาน ปลายนิ้วลูบไล้ แขกชายเพียงไม่กี่คน ซึ่งล้วนสวม หน้ากากซาตานหลากรูปแบบ ที่แต่ละคนเลือกปิดบังตัวตนไว้นี่ไม่ใช่งานธุรกิจ ไม่ใช่การพบหุ้นส่วน หากคือปาร์ตี้ที่มีไว้ตอบสนองกิเลสของเขาเท่านั้น ทุกอย่างกำลังอยู่ในโหมดลุ่มหลงทันใดนั้น เสียงเรือสปีดโบ๊ทคำรามใกล้เข้ามา ก่อนจะหยุดนิ่งหน้าวิลล่าอารัญในสูทสีเข้มก้าวนำลงจากเรือ พร้อมบอดี้การ์ดและนักสืบ มุ่งตรงไปยังสระว่ายน้ำที่ปาร์ตี้กำลังคลุ้มคลั่งแสงไฟสีฉูดฉาดติดเตียงนอนขาวนวล ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่ง ร่างเปลือยเปล่ากึ่งเมามายเคลื่อนไหวไร้การยั้งคิด นักสืบคนหนึ่งพึมพำเสียงต่ำ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า “แม่ง… นี่มันงานบ้าอะไร ปาร์ตี้เซ็กหมู่รึไง”สายตาทุกคู่หันขวับมาทางอารัญ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่28.รอยร้าวระหว่างเรา

    ฉันเงยหน้าขึ้น สบตาคู่นั้นตรง ๆ แววตาฉันว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเชื่อใจ มีเพียงคำถามที่ค้างคา“คุณเป็นใครกันแน่…

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่27.แผ่นฟีล์มที่หายไป

    ฉันเคยเชื่อว่าภาพถ่ายไม่เคยโกหก แสงและเงาอาจทำให้ภาพบิดเบือนได้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่26.ราคาของอเล็กซี่

    ราตรีถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟหลากสีที่ส่องประกายระยิบ หน้าอาคารคาสิโนสุดหรู“EVORA CLUB & CASINO MEMBERS ONLY”

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่25.ซองสีน้ำตาล

    มือใหญ่และอบอุ่นของอารัญกอบกุมมือฉันไว้แน่น ราวกับไม่คิดจะปล่อยไปตลอดชีวิตเราเดินเคียงกันบนฟุตบาทกลางเมืองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสี เสียงรถที่แล่นผ่านเพิ่มความวุ่นวายให้บรรยากาศ แต่สำหรับฉัน… โลกทั้งใบเหมือนหยุด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status