เข้าสู่ระบบแสงยามเช้าสาดลอดผ่านผ้าม่านบาง เฉือนผ่านเงามืดที่ยังหลงเหลือจากค่ำคืนแห่งความวุ่นวาย…
ฉันขยับเปลือกตา เสียงไอ ค๊อก ๆ แค๊ก ๆ ของแม่ดังแผ่วออกมาจากโซนด้านนอก ความห่วงใยแทรกขึ้นในอก ดึงให้ฉันลุกออกจากเตียงกาน้ำร้อนบนเคาน์เตอร์ส่งไอน้ำพวยพุ่ง สายน้ำชารินลงถ้วยเป็นเส้นแสงอ่อนในอากาศ กลิ่นชาหอมอุ่นลอยคลุ้ง ไอร้อนลอยแตะปลายคางของแม่ที่ก้มอยู่ เสื้อคาร์ดิแกนสีอ่อนของท่านดูเปราะบางกว่าทุกเช้าที่ผ่านมา
“แม่คะ”
ฉันเอ่ยเสียงนุ่ม พลางวางมือลงบนแผ่นหลังท่านอย่างอ่อนโยน แล้วพยุงแม่นั่งบนโซฟายาวในมุมนั่งเล่น ค่อยๆทรุดตัวลงเคียงข้าง แนบศีรษะกับแขนเล็ก ปลายนิ้วแตะเอวบางเบา ๆ“แม่นอนไม่ค่อยหลับจ้ะ…เมื่อคืนลูกกลับดึกจนแม่ตกใจ”
เสียงแม่แผ่วพร่า คล้ายความเหนื่อยล้าที่เกาะอยู่ในลำคอ “หนูขอโทษค่ะ แม่ไม่ต้องห่วงนะ แค่เรื่องงานนิดหน่อยเอง”แม่ยกชาขึ้นจิบชาช้า ๆ แล้ววางถ้วยลงด้วยมือสั่นเล็กๆ จากนั้นหันมองรูปถ่ายของพ่อในกรอบไม้ข้างตัว ด้วยแววตาอ่อนโยน… แต่ซ่อนความหม่นเศร้าที่เห็นได้ชัด
“อย่าพาตัวเองไปยุ่งกับเรื่องของคนพวกนั้นก็พอ…”
คำเตือนของแม่ทำให้หัวใจฉันสะดุด ท่านไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นสักนิด แต่เหมือนสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ฉันพยายามเก็บซ่อนในใจ“ค่ะ… แม่” เสียงฉันแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจปกป้องตัวเองและปกป้องท่านความอบอุ่นแผ่ซ่านชั่วครู่ เหมือนแสงเช้าที่สาดผ่านระเบียง มาสะท้อนลงบนร่างเราสองคน
จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นจากด้านใน แม่หันมามองฉัน มือของท่านแตะเบา ๆ ที่ขาของฉัน พร้อมแววตาเต็มไปด้วยความกังวล
“ลูก… ไปรับสายก่อนเถอะ”ฉันพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย แล้วดันร่างไปยังต้นเสียง
นิ้วเรียวสไลด์หน้าจอขึ้นแนบหู“สวัสดีครับ… คุณลิลิน
ผม วรากร เลขาของคุณอารัญ จาก StrideX ท่านประธานอยากเชิญคุณเข้าพบเช้าวันนี้ มีบางอย่างต้องสอบถาม… เกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อคืน”คำพูดนั้นทำฉันสะดุดครู่หนึ่ง แต่ก็ตั้งตัวรับได้ ดวงตาหันไปมองแม่ที่ยกแก้วชาขึ้นจิบ ชาอุ่นสะท้อนแสงยามเช้าเป็นประกายสีน้ำผึ้ง
ฉันตอบกลับไปด้วยเสียงมั่นคง “ยินดี ค่ะ”ทันทีที่สายตัดไป..
ฉันสูดลมหายใจลึก… แล้วปล่อยออกมา แรงกดดันจากคำเชิญที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงทำให้หัวใจฉันเต้นแรง ทั้งกลัว ทั้งอยากรู้… ว่าเหตุการณ์เมื่อคืนกับคนของ StrideX ฉันกำลังเข้าไปอยู่ตรงจุดไหนของเรื่องทั้งหมดกันแน่..
“ลิลิน” “ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น… อย่าทำในสิ่งที่ใจไม่ยอมรับนะลูก”แม่พูดด้วยน้ำเสียงห่วงใยอีกครั้ง ขณะที่ฉันกำลังจะก้าวออกจากประตู
ฉันยิ้มบางตอบกลับให้แม่ได้สบายใจ “ค่ะ…แม่”แต่ภายในอกกลับรู้สึกหนัก เหมือนแรงดึงบางอย่างรัดฉันเข้าไป
ในสิ่งที่ฉันไม่แน่ใจเลยว่า สิ่งที่กำลังจะทำ คือ สิ่งที่ถูก” หรือ… ทางที่ไม่อาจหนีมอเตอร์ไซค์คู่ใจแทรกตัวไปตามท้องถนนที่แน่นขนัดด้วยรถยนต์และเสียงแตรใจกลางกรุง ไม่นานนักก็หยุดตรงหน้าตึกกระจกสูงของ StrideX International
ปลายนิ้วยกหมวกกันน็อกเหนือศีรษะ ดวงตากลมจ้องมองอาคารสูง แสงแดดยามสายสะท้อนเจิดจ้า แทบไม่เห็นอะไรที่ซ่อนอยู่ภายใน
พนักงานในชุดสูทยกมือทัก แล้วพาฉันผ่านประตูรักษาความปลอดภัย กล้องวงจรปิดจับทุกการเคลื่อนไหว ราวกับไม่มีมุมใดในตึกนี้ที่หลุดพ้นจากสายตาใครได้เลย
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ชั้นบนสุดของอาคารเผยให้เห็นห้องโถงกว้างใหญ่ ผนังกระจกเงาสะท้อนแสงเมืองด้านนอก
เลขาชายก้าวนำหน้าไปหยุดตรงหน้าประตูไม้บานใหญ่
ฉันสูดหายใจเข้าลึก ขณะรอเขาเคาะประตูเป็นสัญญาณ ทันทีที่เขาเอ่ยว่า “เชิญครับ… ท่านประธาน รออยู่ข้างใน”ฉันเอื้อมมือผลักประตูกว้าง แสงจากกระจกบานสูงสาดเข้ามาในห้อง เป็นริ้วสีเงินสะท้อนบนพื้นหินมันวาว
ชายร่างสูงมาดนิ่ง สะท้อนเงาในแสงเจิดจ้า ในสูทหรูสีเข้ม เขายืนหันหน้าไปยังกระจกผนัง สองมือล้วงกระเป๋า ก่อนค่อย ๆ หมุนตัวกลับมา ดวงตาคมลึกจ้องฉันตรง ๆ พร้อมผายมือไปยังโซฟาสีเข้ม
“เชิญนั่งครับ… คุณลิลิน”ฉันขยับร่างลงนั่งอย่างประหม่าเล็กน้อย มองท่าทีของชายตรงหน้า
เขายกนิ้วขึ้นดีดนิ้วดัง “คลิก” เลขาชายก็ปรากฏตัวทันที รับคำสั่งอย่างว่องไว “ขอชาร้อน สองถ้วยครับ วรากร”ไม่กี่อึดใจ ถ้วยชาร้อนก็ถูกวางตรงหน้า
“เชิญครับ คุณลิลิน”ฉันจ้องมองถ้วยชาด้วยความลังเล ปรายตามองเขายกถ้วยขึ้นจิบอย่างนิ่งสงบ แล้ววางลงเบา ๆ บนโต๊ะ
“ผม…ไม่วางยาคุณหรอกนะ คุณลิลิน”
ฉันยังคงเงียบ ยังคงมองเขาอย่างระมัดระวังเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นช้า ๆ
“ก่อนอื่น…ผมต้องขอโทษ กับเรื่องเมื่อคืน…เรื่องที่ชายบางคนไม่สุภาพกับคุณ”“ค่ะ” ฉันตอบเสียงเรียบ
เขาหยุดเว้นหายใจไปชั่วขณะ
“ผมขอถามตรง ๆ นะครับ”ฉันนิ่ง จับจังหวะทุกคำพูด
“คุณรู้ตัวใช่ไหม… ว่าคุณถ่ายอะไรเมื่อคืน?”คำถามนั้นแทงใจฉัน หัวใจเต้นแรงราวคมมีดกรีดผ่านความทรงจำ
ภาพแฟลช ซองน้ำตาล… ชายในสูท… ทุกอย่างสว่างจ้าเหมือนแสงสะท้อนเข้าตา“รู้ค่ะ” เสียงหลุดออกจากลำคอเบา ๆ
“และก็รู้… ว่ามันไม่ควรถูกถ่าย”เพียงเสี้ยววินาทีแห่งความเงียบ เขาก็พยักหน้าขึ้นลง ราวกับรับรู้ทุกความคิดในใจฉัน
“ผมเชื่อว่าคุณไม่ได้ตั้งใจครับ”น้ำเสียงนั้นนุ่มนวล แต่แฝงแรงกดดันบางอย่าง ทำให้ฉันกลืนน้ำลาย เขาจ้องฉัน นิ่งลึกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยกมือเข้าประสานกัน พลางเอนตัวเข้ามาเล็กน้อย
“ภาพนั้น…” เขาเอ่ยช้า ๆ
“มีคนต้องการให้มันหายไป…ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไร ”แววตาคมกริบจับจ้องตรงมา
“และผมไม่อยากเห็นคุณ… กลายเป็นหนึ่งใน ‘สิ่งที่ต้องถูกลบออกไป’”ความเงียบแผ่ซ่านทั่วห้อง
ฉันรู้ดีว่าเขาไม่ได้พูดเล่น“เพื่อความปลอดภัยของคุณ” เขากล่าวต่อ
“ผมอยากให้คุณมาทำงานกับผม... ในฐานะฟรีแลนซ์ของ StrideX”ฉันชะงัก “หมายความว่า... คุณจะควบคุมฉันเหรอ?”
รอยยิ้มจาง ๆ ผุดขึ้นที่มุมปากเขา
“ไม่ใช่ควบคุม... แต่คุ้มกัน”เสียงแม่จากเช้าวันนั้นดังขึ้นในหัว
“อย่าพาตัวเองไปยุ่งกับคนพวกนั้นนะ ลิลิน...”ประโยคนั้นดังสะท้อนในอก แต่ตอนนี้... สายตาของอารัญตรึงฉันไว้แน่น ราวกับเงื่อนไขที่ไม่มีทางหลบหนี ฉันมองเขานิ่ง แสงจากกระจกสะท้อนลงบนเลนส์กล้องที่วางอยู่ข้างมือ เส้นแสงเฉือนผ่านระหว่างเรา แสบตา เหมือนความจริงและความเท็จปะทะกันในใจ
ลมหายใจฉันสะดุด ก่อนคำตอบค่อย ๆ หลุดออกจากริมฝีปาก
“ฉันจะเชื่อคุณ...”สายตาของเราประสานกันนิ่งงัน
“…ครั้งนี้... ครั้งเดียวเท่านั้น”ฉันเคยเชื่อว่าภาพถ่ายไม่เคยโกหก แสงและเงาอาจทำให้ภาพบิดเบือนได้ แต่ไม่เคยสร้างตัวตนที่ไม่มีอยู่จริง..ความเชื่อนั้นอยู่กับฉันมาตลอด จนถึงวันที่ฉันเริ่มหันกลับมามองตัวเอง และตั้งคำถามว่า บางสิ่งอาจไม่เป็นอย่างที่ฉันเคยเข้าใจในแฟ้มประวัติของฉัน ทุกเรื่องราวถูกบันทึกไว้อย่างเป็นระเบียบ ดูสมบูรณ์แบบราวกับชีวิตที่ถูกจัดเตรียมไว้แล้วแต่ยิ่งค้นหา ฉันกลับยิ่งรู้สึกห่างไกล ราวกับกำลังมองชีวิตของใครบางคนที่หน้าตาคล้ายฉันทว่า…
ราตรีถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟหลากสีที่ส่องประกายระยิบ หน้าอาคารคาสิโนสุดหรู“EVORA CLUB & CASINO MEMBERS ONLY”(อีโวรา คลับ แอนด์ คาสิโน สำหรับสมาชิกเท่านั้น)คริส ฟอร์ดในสูทเข้มก้าวลงจากรถท่วงท่าเข้มนิ่งคล้ายเจ้าพ่อใต้ดิน มีลูกน้องคอยอารักขาอยู่รอบตัว ข้างกายเขา อเล็กซี่เดินเคียงคู่ในเดรสเกาะอกสั้นสีดำ เผยเรียวขาท่อนบน ดุจชุดไม้ตายที่เธอตั้งใจเตรียมมาเพื่อคืนนี้โดยเฉพาะขณะเดียวกัน นักสืบมืออาชีพของอารัญแฝงตัวติดตามอยู่ไม่ไกล ทั้งคู่สวมสูทเนี้ยบ และโชว์บัตรสมาชิกปลอมอย่างแนบเนียน ก่อนก้าวเข้าสู่ด้านใน ดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังแว่นเลนส์ชาจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวด้วยความแยบยลคริสและอเล็กซี่ตรงไปยังโต๊ะใหญ่ในมุมลึกของคลับ
มือใหญ่และอบอุ่นของอารัญกอบกุมมือฉันไว้แน่น ราวกับไม่คิดจะปล่อยไปตลอดชีวิตเราเดินเคียงกันบนฟุตบาทกลางเมืองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสี เสียงรถที่แล่นผ่านเพิ่มความวุ่นวายให้บรรยากาศ แต่สำหรับฉัน… โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน เหลือเพียงเขากับฉันเท่านั้นฉันแอบหันไปมองใบหน้าเย็นชาที่ใคร ๆ ว่าเข้าถึงยาก ทว่าในแววตาและทุกการปกป้องของเขากลับซ่อนความอ่อนโยนไว้เบื้องหลังฉันรู้ดีว่าเขาดูแลฉันมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่บางมุมของเขาก็ยังไม่เข้าใจ เหมือนมีอะไรซ่อนอยู่หลังสายตาเรียบนิ่งนั้นทว่า ณ ตอนนี้… ฉันไม่อยากค้นหาสิ่งใดเพียงปล่อยให้ความอบอุ่นของเขาห่อหุ้มฉันไว้ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่เย็นเฉียบระหว่างที่ความคิดยังวนเวียน อารัญหยุดเดินกะทันหัน
เช้าวันใหม่เหมือนพาให้ฉันได้หายใจอีกครั้ง อากาศสดชื่นจนแทบลืมไปว่าในใจยังมีเรื่องค้างคา ปริศนาของโฮชิคาวะ… ตระกูลฟอร์ด พ่อของฉันอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง.. ฉันต้องหาคำตอบให้ได้ ไม่ว่าจะต้องเสี่ยงแค่ไหนทว่าวันนี้กลับแปลก… ปกติอารัญจะเข้ามาทักตั้งแต่เช้า แต่ทำไมถึงยังไม่มา?ฉันเดินออกไปที่ระเบียง ปล่อยสายตามองเมืองที่ทอดยาวไกลสุดสายตา ลมพัดแตะผิวเบา ๆ คล้ายอ้อมแขนของใครสักคนที่เฝ้าดูอยู่บนท้องฟ้าแต่พอฉันหันกลับมา เขายืนอยู่ตรงนั้นแล้ว
“ผมตามคุณลิลินไปครับ… แล้วเจอเธอนอนหมดสติอยู่ที่คอนโดของพ่อเธอ ‘โฮชิคาวะ’ ครับ ”วรากรรายงานอารัญด้วยเสียงเรียบ แต่สัมผัสได้ถึงความกังวลที่ซ่อนอยู่ลึก ๆเขายื่นซองสีน้ำตาลให้ อักษรบนหน้าซองเขียนไว้ว่า H.F. Project“แล้วนี่ครับ… สิ่งที่ผมเจอ”อารัญมองวรากรด้วยสายตาคมราวกับพยายามค้นความหมายจากใบหน้าเรียบนิ่ง ก่อนรับซองมาไว้ในมือและค่อย ๆ แกะออก ความเงียบรอบตัวหนาแน่นจนเหมือนอากาศหยุดไหล.ภายในซองคือ แผ่นฟิล์มเก่าบนขอบฟิล์มมีตัวเลขเขียนด้วยลายมือ… ปี
นิ้วเรียวดันบานประตูให้เปิดออกภายในห้องเงียบสงบ ทุกอย่างยังคงวางอยู่อย่างเรียบง่ายในตำแหน่งเดิม ทว่ากลับให้ความรู้สึกว่างเปล่า ราวกับเวลาได้ถูกตรึงไว้ตั้งแต่วันที่ใครบางคนจากไปฉันก้าวไปอย่างช้า ๆ พลางกวาดสายตามองไปรอบห้อง แสงนีออนจากป้ายริมทางด่วนลอดผ่านผ้าม่านเป็นเส้นเรื่อบาง สะท้อนบนกรอบรูปที่ยังแขวนเด่นอยู่บนผนังฉันยื่นมือไปแตะสวิตช์ไฟในรูปนั้น… หญิงชราผู้มีใบหน้าอ่อนโยนกำลังยิ้มให้หญิงสาวคนหนึ่ง ‘ตัวฉันเอง’ เพียงสบตากับภาพนั้น ความอบอุ่นก็ซัดเข้ามาจนหัวใจสั่นวูบ..ฉันเคลื่อนกายไปยังอีกห้อง






