Beranda / เมือง / เลนส์รักในเงาไฟนีออน / บทที่5.คนที่มองเห็นในแสงและเงา

Share

บทที่5.คนที่มองเห็นในแสงและเงา

Penulis: Luna of The Sea
last update Tanggal publikasi: 2025-11-08 06:42:18

แสงยามเช้าสาดลอดผ่านผ้าม่านบาง เฉือนผ่านเงามืดที่ยังหลงเหลือจากค่ำคืนแห่งความวุ่นวาย…

ฉันขยับเปลือกตา เสียงไอ ค๊อก ๆ แค๊ก ๆ ของแม่ดังแผ่วออกมาจากโซนด้านนอก ความห่วงใยแทรกขึ้นในอก ดึงให้ฉันลุกออกจากเตียง

กาน้ำร้อนบนเคาน์เตอร์ส่งไอน้ำพวยพุ่ง สายน้ำชารินลงถ้วยเป็นเส้นแสงอ่อนในอากาศ กลิ่นชาหอมอุ่นลอยคลุ้ง ไอร้อนลอยแตะปลายคางของแม่ที่ก้มอยู่  เสื้อคาร์ดิแกนสีอ่อนของท่านดูเปราะบางกว่าทุกเช้าที่ผ่านมา

“แม่คะ”

ฉันเอ่ยเสียงนุ่ม พลางวางมือลงบนแผ่นหลังท่านอย่างอ่อนโยน

แล้วพยุงแม่นั่งบนโซฟายาวในมุมนั่งเล่น ค่อยๆทรุดตัวลงเคียงข้าง แนบศีรษะกับแขนเล็ก ปลายนิ้วแตะเอวบางเบา ๆ

“แม่นอนไม่ค่อยหลับจ้ะ…เมื่อคืนลูกกลับดึกจนแม่ตกใจ”

เสียงแม่แผ่วพร่า คล้ายความเหนื่อยล้าที่เกาะอยู่ในลำคอ

“หนูขอโทษค่ะ แม่ไม่ต้องห่วงนะ แค่เรื่องงานนิดหน่อยเอง”

แม่ยกชาขึ้นจิบชาช้า ๆ แล้ววางถ้วยลงด้วยมือสั่นเล็กๆ  จากนั้นหันมองรูปถ่ายของพ่อในกรอบไม้ข้างตัว  ด้วยแววตาอ่อนโยน… แต่ซ่อนความหม่นเศร้าที่เห็นได้ชัด

“อย่าพาตัวเองไปยุ่งกับเรื่องของคนพวกนั้นก็พอ…”

คำเตือนของแม่ทำให้หัวใจฉันสะดุด ท่านไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นสักนิด แต่เหมือนสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ฉันพยายามเก็บซ่อนในใจ

“ค่ะ… แม่”  เสียงฉันแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจปกป้องตัวเองและปกป้องท่าน

ความอบอุ่นแผ่ซ่านชั่วครู่ เหมือนแสงเช้าที่สาดผ่านระเบียง มาสะท้อนลงบนร่างเราสองคน

จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นจากด้านใน  แม่หันมามองฉัน มือของท่านแตะเบา ๆ ที่ขาของฉัน พร้อมแววตาเต็มไปด้วยความกังวล

“ลูก… ไปรับสายก่อนเถอะ”

ฉันพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย แล้วดันร่างไปยังต้นเสียง

นิ้วเรียวสไลด์หน้าจอขึ้นแนบหู

“สวัสดีครับ… คุณลิลิน

ผม วรากร เลขาของคุณอารัญ จาก StrideX

ท่านประธานอยากเชิญคุณเข้าพบเช้าวันนี้

มีบางอย่างต้องสอบถาม… เกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อคืน”

คำพูดนั้นทำฉันสะดุดครู่หนึ่ง แต่ก็ตั้งตัวรับได้ ดวงตาหันไปมองแม่ที่ยกแก้วชาขึ้นจิบ ชาอุ่นสะท้อนแสงยามเช้าเป็นประกายสีน้ำผึ้ง

ฉันตอบกลับไปด้วยเสียงมั่นคง

“ยินดี ค่ะ”

ทันทีที่สายตัดไป..

ฉันสูดลมหายใจลึก… แล้วปล่อยออกมา

แรงกดดันจากคำเชิญที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงทำให้หัวใจฉันเต้นแรง

ทั้งกลัว ทั้งอยากรู้… ว่าเหตุการณ์เมื่อคืนกับคนของ StrideX

ฉันกำลังเข้าไปอยู่ตรงจุดไหนของเรื่องทั้งหมดกันแน่

..

“ลิลิน”

“ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น… อย่าทำในสิ่งที่ใจไม่ยอมรับนะลูก”

แม่พูดด้วยน้ำเสียงห่วงใยอีกครั้ง ขณะที่ฉันกำลังจะก้าวออกจากประตู

ฉันยิ้มบางตอบกลับให้แม่ได้สบายใจ

“ค่ะ…แม่”

แต่ภายในอกกลับรู้สึกหนัก เหมือนแรงดึงบางอย่างรัดฉันเข้าไป

ในสิ่งที่ฉันไม่แน่ใจเลยว่า สิ่งที่กำลังจะทำ คือ

สิ่งที่ถูก” หรือ…

ทางที่ไม่อาจหนี

มอเตอร์ไซค์คู่ใจแทรกตัวไปตามท้องถนนที่แน่นขนัดด้วยรถยนต์และเสียงแตรใจกลางกรุง  ไม่นานนักก็หยุดตรงหน้าตึกกระจกสูงของ StrideX International

ปลายนิ้วยกหมวกกันน็อกเหนือศีรษะ ดวงตากลมจ้องมองอาคารสูง แสงแดดยามสายสะท้อนเจิดจ้า  แทบไม่เห็นอะไรที่ซ่อนอยู่ภายใน

พนักงานในชุดสูทยกมือทัก แล้วพาฉันผ่านประตูรักษาความปลอดภัย  กล้องวงจรปิดจับทุกการเคลื่อนไหว ราวกับไม่มีมุมใดในตึกนี้ที่หลุดพ้นจากสายตาใครได้เลย

เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก  ชั้นบนสุดของอาคารเผยให้เห็นห้องโถงกว้างใหญ่ ผนังกระจกเงาสะท้อนแสงเมืองด้านนอก

เลขาชายก้าวนำหน้าไปหยุดตรงหน้าประตูไม้บานใหญ่

ฉันสูดหายใจเข้าลึก ขณะรอเขาเคาะประตูเป็นสัญญาณ

ทันทีที่เขาเอ่ยว่า

“เชิญครับ… ท่านประธาน รออยู่ข้างใน”

ฉันเอื้อมมือผลักประตูกว้าง  แสงจากกระจกบานสูงสาดเข้ามาในห้อง เป็นริ้วสีเงินสะท้อนบนพื้นหินมันวาว

ชายร่างสูงมาดนิ่ง สะท้อนเงาในแสงเจิดจ้า ในสูทหรูสีเข้ม เขายืนหันหน้าไปยังกระจกผนัง สองมือล้วงกระเป๋า ก่อนค่อย ๆ หมุนตัวกลับมา  ดวงตาคมลึกจ้องฉันตรง ๆ พร้อมผายมือไปยังโซฟาสีเข้ม

“เชิญนั่งครับ… คุณลิลิน”

ฉันขยับร่างลงนั่งอย่างประหม่าเล็กน้อย มองท่าทีของชายตรงหน้า

เขายกนิ้วขึ้นดีดนิ้วดัง “คลิก”

เลขาชายก็ปรากฏตัวทันที รับคำสั่งอย่างว่องไว

“ขอชาร้อน สองถ้วยครับ วรากร”

ไม่กี่อึดใจ ถ้วยชาร้อนก็ถูกวางตรงหน้า

“เชิญครับ คุณลิลิน” 

ฉันจ้องมองถ้วยชาด้วยความลังเล  ปรายตามองเขายกถ้วยขึ้นจิบอย่างนิ่งสงบ แล้ววางลงเบา ๆ บนโต๊ะ

“ผม…ไม่วางยาคุณหรอกนะ คุณลิลิน”

ฉันยังคงเงียบ ยังคงมองเขาอย่างระมัดระวัง 

เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นช้า ๆ

“ก่อนอื่น…ผมต้องขอโทษ กับเรื่องเมื่อคืน…เรื่องที่ชายบางคนไม่สุภาพกับคุณ”

“ค่ะ” ฉันตอบเสียงเรียบ

เขาหยุดเว้นหายใจไปชั่วขณะ

“ผมขอถามตรง ๆ นะครับ”

ฉันนิ่ง จับจังหวะทุกคำพูด

“คุณรู้ตัวใช่ไหม… ว่าคุณถ่ายอะไรเมื่อคืน?”

คำถามนั้นแทงใจฉัน หัวใจเต้นแรงราวคมมีดกรีดผ่านความทรงจำ

ภาพแฟลช ซองน้ำตาล… ชายในสูท… ทุกอย่างสว่างจ้าเหมือนแสงสะท้อนเข้าตา

“รู้ค่ะ” เสียงหลุดออกจากลำคอเบา ๆ

“และก็รู้… ว่ามันไม่ควรถูกถ่าย”

เพียงเสี้ยววินาทีแห่งความเงียบ เขาก็พยักหน้าขึ้นลง ราวกับรับรู้ทุกความคิดในใจฉัน

“ผมเชื่อว่าคุณไม่ได้ตั้งใจครับ”

น้ำเสียงนั้นนุ่มนวล แต่แฝงแรงกดดันบางอย่าง ทำให้ฉันกลืนน้ำลาย เขาจ้องฉัน นิ่งลึกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยกมือเข้าประสานกัน พลางเอนตัวเข้ามาเล็กน้อย

“ภาพนั้น…” เขาเอ่ยช้า ๆ

“มีคนต้องการให้มันหายไป…ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไร ”

แววตาคมกริบจับจ้องตรงมา

“และผมไม่อยากเห็นคุณ… กลายเป็นหนึ่งใน ‘สิ่งที่ต้องถูกลบออกไป’”

ความเงียบแผ่ซ่านทั่วห้อง

ฉันรู้ดีว่าเขาไม่ได้พูดเล่น

“เพื่อความปลอดภัยของคุณ” เขากล่าวต่อ

“ผมอยากให้คุณมาทำงานกับผม... ในฐานะฟรีแลนซ์ของ StrideX”

ฉันชะงัก “หมายความว่า... คุณจะควบคุมฉันเหรอ?”

รอยยิ้มจาง ๆ ผุดขึ้นที่มุมปากเขา

“ไม่ใช่ควบคุม... แต่คุ้มกัน”

เสียงแม่จากเช้าวันนั้นดังขึ้นในหัว

“อย่าพาตัวเองไปยุ่งกับคนพวกนั้นนะ ลิลิน...”

ประโยคนั้นดังสะท้อนในอก แต่ตอนนี้... สายตาของอารัญตรึงฉันไว้แน่น ราวกับเงื่อนไขที่ไม่มีทางหลบหนี  ฉันมองเขานิ่ง แสงจากกระจกสะท้อนลงบนเลนส์กล้องที่วางอยู่ข้างมือ  เส้นแสงเฉือนผ่านระหว่างเรา แสบตา  เหมือนความจริงและความเท็จปะทะกันในใจ

ลมหายใจฉันสะดุด ก่อนคำตอบค่อย ๆ หลุดออกจากริมฝีปาก

“ฉันจะเชื่อคุณ...”

สายตาของเราประสานกันนิ่งงัน

“…ครั้งนี้... ครั้งเดียวเท่านั้น”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่34.ในเฟรมเดียวกัน

    ในเช้าวันใหม่ที่สดใส หลังจากผ่านไปหลายเดือน ฉันได้กลับมาอยู่ตรงนี้อีกครั้ง บนดาดฟ้ากลางเมือง… เมืองยังคงงดงามอยู่รอบตัว พระอาทิตย์ยังคงเปล่งแสงจากตำแหน่งเดิม แทรกกลางระหว่างตึก เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ฉันหมุนเลนส์ซูม เพื่อบันทึกสิ่งที่ฉันรัก ภาพถ่ายคือการยืนยันว่าบางสิ่งเคยมีอยู่จริง เมื่อทุกอย่างเงียบลง ฉันยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วหลับตาอธิษฐานถึงใครบางคนบนฟ้า ปล่อยให้พลังใจโอบล้อมชั่วขณะ ก่อนค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น และเมื่อหันกลับมา… เขา…ก็ยืนอยู่ตรงนั้น แสงเช้ากระทบชายหนุ่มในสูทสีครีม ใบหน้าเรียวคมโดดเด่นท่ามกลางแสงอ่อน ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของภาพนั้นเอง “คุณ…ตามหาฉันเจออีกแล้วนะ” ฉันเอ่ยเสียงเบา “รู้ได้อย่างไรว่าฉันอยู่ตรงนี้” ฉันถามต่อ ทั้งที่ในใจเหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว ริมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด “รู้สิ” คำสั้น ๆ เพียงคำเดียว แต่กลับทำให้หัวใจของฉันสั่นไหว เพราะเขารู้จักฉัน รู้ว่าฉันจะมาอยู่ตรงไหน และรู้ดีว่าที่นี่คือที่ที่ฉันมักจะกลับมาเสมอ ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ แล้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที33.คำตอบของหัวใจ

    เสียงปืนก้องสนั่นกรีดอากาศ ก่อนที่ทุกสิ่งจะหยุดนิ่งราวกับโลกทั้งใบหยุดหายใจ ร่างสูงใหญ่ที่บังฉันไว้ค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น ราวกับแรงทั้งหมดถูกดึงหายไปในพริบตา “อารัญ!” เสียงของฉันสั่นพร่าไปด้วยความหวาดหวั่นก่อนทิ้งตัวลงข้างเขา มือสั่นเทารีบประคองศีรษะไว้บนตัก เลือดซึมออกจากแผ่นอก เปื้อนปลายนิ้วฉันจนเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรงจนเสียงนั้นกลบทุกสิ่งรอบตัว ก่อนเสียงส้นรองเท้าจะกระทบพื้นดังถอยห่าง น้ำเสียงเย็นชาไร้ปรานี เปล่งออกมา “ฉันจะปล่อยแกไป ไอ้เด็กเนรคุณ วันนี้แค่สั่งสอนให้แกได้รู้ว่า ความเจ็บปวดและการเฉียดตายมันเป็นอย่างไร” คำพูดนั้นคือคำประกาศชัดเจนว่า เขายังคงอยู่ใต้เงาของเธอ ชื่อหนึ่งหลุดจากปากการ์ดทั้งสองที่กำลังจะขยับตามก่อนหญิงในสูทเข้ม ใต้หมวกปีกกว้าง จะหันหลังเดินจากไป “มาดามโซเฟีย” ฉันปรายตามองเธอเพียงเล็กน้อย แม้จะได้ยินชื่อนั้นเป็นครั้งที่สอง ทว่าหัวใจยังคงจดจ่ออยู่กับชายในอ้อมตัก อารัญส่ายหน้าช้า ๆ ลมหายใจจะเริ่มขาดเป็นห้วง เขาหันไปมองลูกน้อง ก่อนส่งสัญญาณสั้น ๆ แต่ชัดเจน “ปล่อยเธอไป” เขาเลือกจบเรื่องนี้ “

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่32 จุดอ่อนของอารัญ

    หลังจากลิลินออกจากห้องไปหลายชั่วโมง ความเงียบค่อย ๆ กดทับ ความกังวลค่อยๆก่อตัวขึ้นในอกของอารัญ ชายหนุ่มที่มีเพียงผ้าขนหนูคลุมกาย ฝืนลุกจากโซฟา เดินวนไปมาอย่างกระสับกระส่าย แต่ไม่ว่าขยับตัวเพียงใด ความร้อนรุ่มภายในกลับยิ่งทวีขึ้น สายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนผนัง การเคลื่อนไหวของเขาสะดุด หัวใจเต้นแรงเมื่อรับรู้ว่าเวลาที่ผ่านไปยาวนานเกินกว่าจะเป็นแค่การออกไปเก็บเสื้อผ้า ลางสังหรณ์บางอย่างผุดขึ้นมา ดึงให้เขาเดินเข้าใกล้หน้าต่าง ก่อนแทรกสายตามองผ่านม่านที่แง้มอยู่ และในวินาทีนั้น ความผิดปกติก็ปรากฏตรงหน้า ชายชุดดำคนหนึ่งท่าทางมีพิรุธ สายตาคมกริบจับจ้องมายัง…ตรงตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ยังไม่ทันที่อารัญจะผละออกจากจุดนั้น เสียงของโทรศัพท์มือถือก็สะกิดความเงียบงันของห้อง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ก่อนจะก้าวไปหยิบโทรศัพท์ หน้าจอสว่างวาบ ข้อความสั้น ๆ ปรากฏขึ้นอย่างเย็นชา “ฉันรู้ว่าจุดอ่อนของแกคืออะไร และมันจะเจ็บ… มาหาฉัน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” เพียงอ่านจบ มือของเขาก็กำแน่นจนสั่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล ทว่าในอึดใจถัดมา เขาฝืนคว

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่31.เพียงลำพังกับหัวใจ

    เสียงตะโกนของเขายังคงก้องอยู่ในหัวฉัน ไม่ยอมจางหายลากยาวผ่านครึ่งคืน ราวกับตั้งใจย้ำเตือนว่าฉันไม่มีทางหนีความรู้สึกนี้ได้ด้านนอกฝนเทกระหน่ำ ฟ้าร้องคำรามก้อง ฉันนอน พลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่าย ไม่อาจข่มตาหลับ เสียงหยาดฝนที่กระทบพื้นดึงความทรงจำให้ย้อนกลับไปยังวันหนึ่ง วันที่ฉันเคยถูกไล่ล่าท่ามกลางม่านฝนสีเทาและเขาเข้ามาช่วย โดยไม่ห่วงชีวิตของตัวเองฉันสูดลมหายใจลึก ราวกับพยายามขับไล่ความอึดอัดในอก ก่อนดันตัวลุกจากเตียง เดินไปยังหน้าต่าง แหวกม่านออกเพียงเล็กน้อย แล้วมองลงไปจากชั้นสอง ดวงตากลมต้องหยุดนิ่ง ลมหายใจติดขัดเมื่อเห็นภาพตรงหน้าเขายังคงอยู่ตรงนั้น คุกเข่าท่ามกลางม่านฝนที่ซัดกระหน่ำ ราวกับกำลังวิงวอน และไถ่บาปไปพร้อมกัน ภาพนั้นทำให้หัวใจฉันสั่นไหว ทั้งที่ไม่ควรเลย แสงไฟจากหน้าต่างสาดผ่าน เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เผยริมฝีปากที่คลี่ยิ้ม ราวกับบอกว่า ทุกอย่างไม่เป็นไร แต่รอยยิ้มนั้นอยู่ได้เพียงครู่เดียว ร่างสูงก็โอนเอนไปด้านข้าง ก่อนจะทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรงหัวใจฉันหล่นวูบ เสียงเรียกแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปาก “อารัญ…”วินาทีนั้นเอง ฉันก็รู้ว่าตัวเองยังมีหัวใจมากพอ ที่

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่30.ระยะห่าง

    หนึ่งเดือนผ่านไป…ฉันหลบมาอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ กลางเมือง ห้องแคบในตึกเก่า 4 ชั้น ใช้แต่ละวันฟื้นฟูหัวใจ และใช้ความเงียบงันค่อย ๆ ประคองตัวเองให้ยืนอยู่ได้ ท่ามกลางความวุ่นวายรอบข้างเขียนบทความเล็ก ๆ ในนามแฝงที่ไม่มีใครจับสังเกต รับงานถ่ายภาพเป็นครั้งคราว ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ เพื่อเลี้ยงดูตัวเองแต่ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลกชื่อของบริษัท Stride X กลับดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับไม่เคยมีช่วงเวลาที่มันเงียบหายไปจากความสนใจของผู้คนรองเท้ารุ่นใหม่ที่สานต่อความสำเร็จจาก Quantum Prime ถูกเปิดตัวภายใต้ชื่อQuantum Prime Fluxกระแสตอบรับถาโถม ยอดสั่งจองพุ่งสูง สื่อทุกสำนักพร้อมใจกันกล่าวถึงมันในฐานะ“ก้าวถัดไปของเทคโนโลยีการเคลื่อนไหว”งานประกาศความสำเร็จถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชื่อของอารัญถูกกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่มีเพียง Stride X เท่านั้นที่ครอบครองลิขสิทธิ์เขาทำสำเร็จ อย่างถูกต้อง และไม่ผิดศีลธรรมอารัญไม่เคยแตะต้อง Quantum X อ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่29.ปิดเกม

    บนระเบียงสูงเหนือมหานครอารัญยืนต้านแรงลม ดวงตาเย็นชามองแสงไฟที่เคลื่อนไหวใต้ท้องฟ้าซึ่งกำลังเปลี่ยนสี เขาสูดลมหายใจลึก กำมือแน่นก่อนหมุนตัวออกและเอ่ยคำสั่งเข้ม“ถึงเวลาแล้ว ”ปลายทาง คือ…วิลล่าหรูริมหาดส่วนตัวของคริส ฟอร์ดแสงไฟระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำในสระ เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กระหน่ำไม่หยุด สาวหุ่นนางแบบในบิกินี่ สวมหน้ากากผีเสื้อ เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมรอยยิ้มหวาน ปลายนิ้วลูบไล้ แขกชายเพียงไม่กี่คน ซึ่งล้วนสวม หน้ากากซาตานหลากรูปแบบ ที่แต่ละคนเลือกปิดบังตัวตนไว้นี่ไม่ใช่งานธุรกิจ ไม่ใช่การพบหุ้นส่วน หากคือปาร์ตี้ที่มีไว้ตอบสนองกิเลสของเขาเท่านั้น ทุกอย่างกำลังอยู่ในโหมดลุ่มหลงทันใดนั้น เสียงเรือสปีดโบ๊ทคำรามใกล้เข้ามา ก่อนจะหยุดนิ่งหน้าวิลล่าอารัญในสูทสีเข้มก้าวนำลงจากเรือ พร้อมบอดี้การ์ดและนักสืบ มุ่งตรงไปยังสระว่ายน้ำที่ปาร์ตี้กำลังคลุ้มคลั่งแสงไฟสีฉูดฉาดติดเตียงนอนขาวนวล ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่ง ร่างเปลือยเปล่ากึ่งเมามายเคลื่อนไหวไร้การยั้งคิด นักสืบคนหนึ่งพึมพำเสียงต่ำ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า “แม่ง… นี่มันงานบ้าอะไร ปาร์ตี้เซ็กหมู่รึไง”สายตาทุกคู่หันขวับมาทางอารัญ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่12.คำขู่ ในแสงเมืองกรุง

    เหตุการณ์ก่อนหน้านั้นเต็มไปด้วยความไม่คาดฝัน แต่หัวใจของฉันกลับเต้นแรงยิ่งกว่าสายฝนที่สาดกระทบผิว ไม่คาดคิดเลยว่าค่ำคืนนี้จะพาให้ฉันมาอยู่ในจุดนี้ฉันกำลังอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มกล้ามแน่น เสียงหัวใจของเขาเต้นอยู่

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่11.จูบแรกในสายฝน

    สายฝนกระหน่ำจนทุกอย่างรอบตัวพร่ามัว อารัญผลักประตูรถหรูสีดำออกโดยไม่รีรอ ก่อนกระโจนฝ่าสายฝนที่สาดซัดไม่ลืมหูลืมตา สูทสีเข้มบนร่างกำยำเปียกชุ่มแนบไปกับแผ่นอกกว้าง เม็ดฝนเกาะพราวบนเส้นผมและกรอบหน้าคมเข้ม ขณะที่เขาทรุดตัวลงข้างฉัน

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่10 รอยรั่วในเงาแสง

    หลังจากที่ Quantum Prime ประสบความสำเร็จเพียงไม่กี่วัน ข่าวร้ายก็เหมือนสายฟ้าผ่าลงกลางสำนักงานใหญ่กลางพายุกระหน่ำ .. ในเช้าวันจันทร์อันแสนวุ่นวาย ณ สำนักงานใหญ่ของ StrideX สายฝนเทกระหน่ำลงมาไม่หยุด เสียงหยดน้ำแข่งกับเสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหน้าตึกกระจกสูงเสียดฟ้า เหล่าชายในสูทหรูใบหน้าเคร่งขรึม

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่9 .ระหว่างงานกับหัวใจ

    หลังจากส่งแม่ได้พบกับความสงบชั่วนิจนิรันดร์แล้ว ความเงียบในบ้านยังคงอยู่ชั่วคราว แต่รอยยิ้มอ่อนโยนของแม่ยังอบอุ่นเป็นแสงสว่างให้ฉันในทุกๆวันยิ่งใกล้วันเปิดตัวแคมเปญใหญ่ของ ‘Quantum Prime’ชีวิตก็ยิ่งหมุนเร็วราวเครื่องจักรที่ไม่เคยพัก ทุกบทความ ทุกภาพ ต้องเป๊ะ ต้องดึงดูด ตั้งแต่เช้าจรดเย็น ฉันอยู

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status