홈 / อื่น ๆ / เลือดมังกร...龙的传人  / บทที่ 1 เสือซ่อนมังกรเร้น...

공유

เลือดมังกร...龙的传人 
เลือดมังกร...龙的传人 
작가: W. Ziyen

บทที่ 1 เสือซ่อนมังกรเร้น...

작가: W. Ziyen
last update 게시일: 2026-02-10 01:34:42

ในดินแดนห่างไกลจุดศูนย์กลางความเจริญราวหนึ่งพันสองร้อยลี้มาทางทิศอีสาน เทือกเขาสลับซับซ้อนที่สุดขอบแผ่นดินไร้ซึ่งผู้คน หมู่บ้านสุดท้ายที่มีคนใช้ชีวิตอยู่กลางหุบเขามีเพียงไม่กี่หลังคาเรือน ปลูกผักหญ้า หาของป่า ล่าสัตว์ ใช้ชีวิตสันโดษไม่ข้องเกี่ยวกับผู้คนภายนอก

ใครเล่าจะรู้ว่าอีกไม่กี่เพลาความเงียบสงบนี้จะเปลี่ยนไป วันคืนดีๆอาจจะไม่หลงเหลืออีกแล้ว...

ชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งควบม้าเหยาะย่างฝ่าป่าดงมาพร้อมอาวุธครบมือ ประเมินจากอาภรณ์ที่สวมใส่แล้วน่าจะเดินทางรอนแรมมาเป็นเวลานานมิใช่น้อย เสบียงกรังที่หอบหิ้วกันมาก็ร่อยหรอจนไม่น่าจะเดินทางออกจากหุบเขาแห่งนี้ไปได้ง่ายนัก พวกมันฝ่าป่าดงพงไพรมาเพื่อสิ่งอันใด

ชายร่างเล็กผู้ขับม้าอยู่ตรงกลางขบวนยกมือขึ้นให้สัญญานหยุดการเคลื่อนไหว มันชี้มือไปที่ควันไฟเบื้องหน้า นั่งคือสิ่งที่บอกว่ามีคน... และนั่นอาจเป็นเป้าหมายของพวกมัน...

ความเงียบสงัดปกคลุมผืนป่า มันเงี่ยหูฟังเสียงจากทิศทางของควันไฟ มิมีสิ่งใดขยับเคลื่อนไหว มีเพียงเสียงลมพัดยอดไม้ไหวไปมา เสียงนกร้องแมลงบิน แลใบไม้แห้งกลิ้งตามสายลมบนพื้น กราว...กราว...

"หรือมันจะรู้ตัวว่าพวกเรามาถึงแล้ว จึงพากันเร้นกายซ่อนเสียหมด"

ชายร่างเล็กเอ่ยพึมพีมเบาๆ แล้วสะบัดมือสั่งให้กลุ่มคนแยกขบวนเป็นซ้ายขวา โอบล้อมเข้าค้นหาทั่วบริเวณ เป้าหมายคือตำแหน่งของควันไฟ... หมู่บ้านที่ตั้งอยู่สุดแผ่นดินแห่งนี้ ที่ๆพยัคฆ์ร้ายซ่อนกายอยู่

กลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดเว้นเพียงชายร่างเล็กผู้นั้นพากันสวมหน้ากากและใช้ผ้าคลุมศีรษะก่อนควบม้าเข้าไปในแมวป่าด้านข้างกระจายตัวออกไปเพื่อค้นหาเป้าหมายที่เขาต้องการ คำสั่งเด็ดขาดจากปากชายร่างเล็กเอ่ยเพียงเบาๆ แต่เด็ดขาดยิ่งนัก...

"จับตายทั้งหมด... เหลือเพียงสตรีผู้เดียวนั้นไว้"

.....

ฝูงนกแลสัตว์น้อยใหญ่แตกฮือจากแนวป่า บรรดาเหล่าชายฉกรรจ์ขับขี่ม้าลัดเลาะสอดส่องสายตาประดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองหาเหยื่อ ไม่มีสิ่งใดเล็ดลอดสายตาพวกมันไปได้ นกฝูงหนึ่งตกใจเสียงม้าพากันบินขึ้นจากพุ่มไม้ใหญ่ วี้ดดด... ฉึบๆๆๆๆ... นกทั้งฝูงราวสิบกว่าตัวถูกอาวุธซัดร่วงตกจากผืนฟ้าทั้งหมดในคราวเดียว...

"นกกระไรช่างบินขึ้นพร้อมกันผิดช่วงผิดเวลา พวกเจ้าไปตรวจดูที"

ชายร่างเล็กโบกมือให้องครักษ์ซ้ายขวาออกไปตรวจดูหลังจัดการนกฝูงนี้ด้วยอาวุธลับ... เข็มเงินน้อยไม่เคยพลาดเป้า...

สององครักษ์พิจารณานกทุกตัวแล้วกลับมารายงาน พร้อมยื่นสิ่งที่เจอจากนกตัวหนึ่งในฝูง เป็นเศษไหมทองแวววาวชิ้นเล็กๆที่ถูกผูกไว้ที่ข้อเท้านก

"เป็นเช่นนี้จริงๆ... พวกมันอยู่เบื้องหน้านี้เอง ต้องตามให้เจอโดยเร็วที่สุด ก่อนพวกมันจะหนีหายไปอีก"

สององครักษ์ซ้ายขวาควบม้าเร็วพุ่งตรงไปยังควันไฟเบื้องหน้า ส่วนชายร่างเล็กยกนกหวีดเป่าขึ้นให้อาณัติสัญญาน เสียงนั้นแหลมเล็กยาวหวีดดังสนั่นแสบแก้วหูนัก...

ไม่นานนัก... ในหุบเขาไกลออกไปราวยี่สิบลี้มีเสียงนกหวีดเช่นเดียวกันนี้ดังขึ้น และดังต่อกันไปเรื่อยๆเป็นพันลี้จนถึงเมืองหลวง ชั่วเวลาไม่กี่ชั่วยามข่าวสารการค้นพบพยัคฆ์ร้ายที่แอบซ่อนตัวอยู่ก็ถูกส่งถึงเบื้องบน

ชายร่างเล็กลูบหนวดเรียวยาวเหนือริมฝีปาก คิดประการหนึ่งอยู่ในใจสักชั่วประเดี๋ยว แล้วมันชักม้ากันหัวกลับควบม้าสุดฝีเท้าไปยังทิศตรงกันข้ามกับควันไฟ และ...ทิศที่ฝูงนกหันหน้าบินไป พลางรำพึงเบาๆ

"คิดหรือว่าจะตบตาเราได้ กลอุบายนี้...ข้าไม่ตกหลุมเจ้าซ้ำสองหรอก"

.....

ชายชราสองคนนั่งจิบชาหน้ากองไฟ ผู้หนึ่งเขี่ยไฟในกองให้ลุกโชนขึ้นแผดเผาน้ำในกาให้เดือดพล่าน ควันไฟลอยหนาขึ้นคละคุ้งไปสู่ท้องฟ้าเบื้องบนและเบื้องข้าง น่าประหลาดนักที่ชายชราผู้นั้นไม่รู้สึกรำคาญหรือระคายเคืองใดๆจากควันไฟเลย หากสังเกตให้ดี... ควันไฟเหล่านั้นมิได้สัมผัสผิวกายเขาแม้แต่น้อย มันไหลผ่านอ้อมกายเขาไปดั่งมีรังสีบางอย่างปกคลุมกายและผลักควันที่ลอยมาปะทะออก

ชายชราอีกผู้หนึ่งนั่งสับฟืนเป็นท่อนเล็กๆแล้วโยนส่งให้อีกคนนึงใช้สุมไฟ ฟืนท่อนใหญ่หนึ่งคนโอบถูกสับหนึ่งคราแตกเป็นท่อนเล็กสามสิบหกเสี่ยง ขนาดเท่ากันราววัดมาอย่างดีจากช่างผู้ชำนาญ ประการสำคัญ... ในมือเขานั้นไม่มีอาวุธมีคมใดๆอยู่เลย เพียงสับสันฝ่ามือเบาๆก็เกิดแรงอัดจนไม้ท่อนใหญ่แตกเป็นเสี่ยงๆได้ แล้วยังถูกส่งไปกองให้ชายชราอีกคนหนึ่งได้อย่างเหมาะเจาะพอดี

เหล่าชายฉกรรจ์บนหลังม้าหยุดมองเหตุการณ์นี้อยู่ครู่ใหญ่แล้ว อาวุธในมือพวกมันถูกกระชับแน่นมือขึ้นเตรียมพร้อม คำสั่งที่ได้รับมาคือให้เหลือไว้เพียงสตรีนางเดียว แต่เบื้องหน้านี้หามีสตรีไม่...

"สังหาร..."

คำสั่งจากองครักษ์ขวาผู้เป็นเสมือนรองหัวหน้าดังขึ้น บรรดาชายฉกรรจ์ควบม้าพุ่งทะยานเข้าใส่ชายชราหน้ากองไฟทั้งสองคน

"มอบชีวิตของเจ้ามาเสียดีๆ อย่าให้ต้องเปลืองแรงพวกข้าเลย"

สิบแปดนักฆ่าผ้าคลุมทมิฬ... กวัดแกว่งอาวุธสังหารที่มีอานุภาพร้ายแรงทั้งสิบแปดชนิดเข้าใส่ชายชราทั้งสอง ผู้เฒ่าที่เขี่ยไฟอยู่สะบัดมือขึ้น ฟืนติดไฟลุกโชนลอยตามขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เมื่อกระตุกข้อมืออีกครั้งฟืนเหล่านั้นก็ลอยละลิ่วไปสู่เหล่าชายฉกรรจ์

พวกมันตวัดอาวุธปิดป้องโดยพลัน แต่กระนั้นยามท่อนไฟกระทบอาวุธก็ระเบิดแตกออกเป็นลูกไฟ บางนักฆ่าที่พลังวัตรไม่กล้าแข็งนักถึงกับกระเด็นตกจากหลังม้าทันที สององครักษ์ชักม้าขึ้นหน้ามาควบคุมด้วยการโบกผ้าคลุมสร้างกำแพงคลื่นพลัง สะบัดให้ท่อนฟืนตกลงพื้นดินเสียทั้งหมด

"เป็นบุญตาที่ได้เห็นพลังของเสือร้ายนี้อีกครั้ง แต่เสือชรายามนี้คงต้องยอมมอบศีรษะให้พวกข้านำกลับไปเสียแล้ว"

"เจ้าลืมเสือเฒ่าอีกคนหนึ่งตรงนี้ไปหรือ..."

ชายชราที่นั่งผ่าฟืนเอ่ยปากขึ้น พร้อมกับตบฝ่ามือลงพื้นสองครา คราแรกทอนไม้ฟืนทั้งหมดลอยขึ้นแตกเป็นชิ้นเล็กๆราวตะเกียบ คราที่สองชิ้นไม้เหล่านั้นพุ่งทะยานเร็วปานสายฟ้าฟาด แฝงพลังปราณทะลุทะลวงม่านพลังที่นักฆ่าสร้างเอาไว้

เก้าในสิบแปดนักฆ่าถูกเศษไม้ทะลวงทะลุคอหอยขาดใจตายตกจากหลังม้าทันที... อีกเจ็ดคนถึงจะปัดเศษไม้ออกได้แต่ข้อมือถึงกับสะท้านจนชาไปชั่วขณะ อีกสององครักษ์ถีบกายลอยขึ้นหลบเศษไม้พร้อมกับทะยานเข้าใส่ชายชราทั้งสอง

"ตายเสียเถิด... เจ้าเสือเฒ่า มังกรชรา "

สองชายชราลุกขึ้นยืนสะบัดฝ่ามือ ท่าร่างวิขาเสือมังกรซ้อนร่างที่เคยลือเลื่องทั่วยุทธภพปรากฏขึ้นอีกครั้ง ฝ่ามือทั้งสี่สะบัดขึ้นท้องฟ้า พลังปราณมหึมาแผ่ออกกดดันไปทั่วบริเวณ แรงอัดที่สองผู้เฒ่าบีบพลังรวมกันพุ่งเข้าใส่สององครักษ์ ซึ่งบัดนี้องครักษ์ขวาพุ่งออกหน้าสร้างเกราะระฆังทองกำบัง องครักษ์ซ้ายซ้อนหลังสร้างหอกพลังปราณเงินสองสายพร้อมทะลวงแทง สิ้นเสียง... ว๊าก... เพ้ย... พลันนั้น...

พลังปราณท่านผู้เฒ่าบดอัดระฆังทองแลองครักษ์ขวากลายเป็นผุยผงในฉับพลันทันที ก่อนที่จะปะทะกับองครักษ์ซ้าย พลังปราณหอกเงินสองสายก็ถูกซัดออกมาใส่ผู้เฒ่าทั้งสอง ด้วยความเร็วในชั่วพริบตาเดียว

องครักษ์ซ้ายสูญสลายไปในทันทีเช่นกัน ส่วนชายชราทั้งสองก็โดนหอกเงินซัดกระแทกจนลอยละลิ่วไปกระแทกต้นไม้ใหญ่เบื้องหลัง กระอักโลหิตออกมาเกินกว่าชามใหญ่

"เห็นทีพวกเราคงจะชราเกินไปเสียแล้วกระมัง"

"ไม่หรอก มันสองคนนั่นก็มีฝีมือมิใช่ชั่ว เพชรฆาตซ้ายขวาของหน่วยสังหารลับจากวังหลวง นับว่าเป็นสองในสิบผู้มีอันดับในยุทธภพยามนี้แล้ว"

ผู้เฒ่ามังกรเอ่ยกับผู้เฒ่าพยัคฆ์ที่ทรุดลงกับโคนไม้ใหญ่ด้วยกันทั้งคู่ พลางเอ่ยต่อ...

"ใครจะไปคาดคิดว่าพวกมันไม่คิดห่วงชีวิต ใช่ท่าร่างแลกชีวิตยอมตาย หวังเพียงทำร้ายเราสองให้เจ็บหนักเพียงเท่านั้นก็พอ"

ผู้เฒ่าพยัคฆ์เอ่ยตอบ

"แล้วไอ้พวกอีกเจ็ดคนที่เหลือนั่น เราจะทำเช่นไรกับมัน พวกมันกำลังเดินเข้ามาหาแล้ว"

"เจ้ามีกำลังเหลือเท่าใด ข้าพอจะซัดพวกมันได้อีกสักสี่ห้าคน"

"เช่นนั้นก็เพียงพอแล้ว... ที่เหลือข้าจัดการเอง"

สองผู้เฒ่าเดินลมปราณอีกครั้ง โคจรพลังมารวมไว้ที่ฝ่ามือ รอเวลาที่มือสังหารทั้งเจ็ดคนที่เหลือเข้ามาในระยะที่พอเหมาะ...

ว๊ากกกก... เพ้ยยย...

สองผู้เฒ่าซัดพลังฝ่ามือออกไปยังมือสังหารทั้งเจ็ดที่เหลือ พวกมันพากันกระเด็นกระดอน บ้างก็ร่างแหลกเละ บ้างก็ฉีกเป็นชิ้นๆ มีบ้างที่บอบช้ำภายในไม่ขาดใจตายทันที ผู้เฒ่าทั้งสองถอนคืนท่าร่าง รวบรวมลมปราณ เดินลมหายใจเพื่อรักษาชีวิตตนเองทันที เสียงรำพึงเอ่ยขึ้นเบาๆ

"ถ้าไอ้คนหัวหน้าพวกมันอยู่ด้วย พวกเราคงไม่รอดเช่นนี้หรอก ดีที่เจ้าคาดการณ์แม่นยำ ถ่ายทอดพลังปราณแปดส่วนให้ศิษย์หลานคุ้มครองแม่นางผู้นั้นล่วงหน้าหนีไปตั้งแต่เมื่อรุ่งสาง ส่วนเราสองคนทำทีรอพวกมันที่นี่ แล้วยังปล่อยนกลวงทำลายเวลาพวกมันไปอีกมิใช่น้อย"

"หึๆๆ แม้ว่าหัวหน้ามันจะคาดเดาเหตุการณ์ได้ แต่ก็ช้ากว่าเราไปครึ่งก้าว ป่านนี้เจ้าศิษย์หลานนั่นคงพาแม่นางผู้นั้นไปถึงหน้าด่านแล้วกระมัง ขอให้มันพากันหลบหนีออกนอกด่านไปได้อย่างปลอดภัยเถิด..."

สองชายชราผู้เฒ่าพยัคฆ์ และผู้เฒ่ามังกร จอมคนอันดับสอง และอันดับสามในแผ่นดิน ผู้เร้นกายออกจากยุทธภพมาสิบกว่าปี เพียงเพื่อพาสตรีนางหนึ่งหลบหนีภัยมาแฝงตัวเป็นชาวบ้านป่าในหุบเขาห่างไกลผู้คน มิคาดว่าวันนี้... จะถูกพบเจอ แต่ก็ไม่เกินกว่าสิ่งที่ผู้เฒ่าทั้งสองเพียรเฝ้าระวังมาตลอด

กับดักกลไกที่ปากทางเข้าหุบเขาทำงานมาตั้งแต่เมื่อวันวาน ทั้งเหล่าสัตว์ที่ส่งเสียง โบยบิน แม้กระทั่งเสียงน้ำ เสียงลม ที่ผิดปกติไปจากกลไกที่ตั้งไว้ ทำให้ผ้เฒ่าทั้งคู่รู้ได้ทันทีว่ามีผู้คนเหยียบย่างเข้าสู่หุบเขานี้แล้ว แลยังสามารถประเมินได้ว่า..มากันเป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีฝีมือกล้าแกร่งมิใช่น้อย

นำโดยอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน อรหันต์นอกอาราม... เจิ้งเจวี่ย... ศิษย์เส้าหลินที่เป็นหัวหน้าเหล่าองครักษ์หลวง รับพระบัญชาองค์ฮ่องเต้มาตามล่าหน่อเนื้อเชื้อไขของฮ่องเต้องค์ก่อนที่เคยอยู่ในครรภ์ของสตรีผู้นั้น...

.....

สิบเก้าปีที่แล้ว...

ถังไท้หวงตี้... ฮ่องเต้ชราผู้ที่ยังไม่มีรัชทายาทสืบบัลลังก์ ถูกอุปราชเยิ่นเต๋อส่งนางบำเรอเข้ามาลอบวางยาพิษยามปรนเปรอกามสวาท นางลอบใส่พิษไว้ในช่องคลอดคราวละน้อย ร่างกายขององค์ฮ่องเต้จึงค่อยๆทรุดโทรมลงมาเรื่อยๆ จวบจนถึงวันที่ขีดจำกัดของร่างกายมาถึง ทรงเรียกนางบำเรอผู้นั้นมาสั่งเสียครั้งสุดท้าย บัดนั้น..นางจึงได้รู้ว่าทรงทราบมาโดยตลอดว่านางกระทำการลอบวางยาพระองค์ แต่ไม่ทรงว่ากระไร ด้วยเห็นแก่ชีวิตที่จะถือกำเนิดมาในครรภ์ของนาง

องค์ฮ่องเต้ตรัสบอกให้นางรักษาตัวให้ดียามท่านไม่อยู่แล้ว ภัยถึงแก่ชีวิตจะมาถึงนางแน่นอน ทรงมีคำสั่งให้จอมยุทธเงาองครักษ์สองนายที่ขอเกษียณตัวไปด้วยความชราช่วยดูแลนาง พานางไปเร้นกายเพื่อดูแลรัชทายาทที่กำลังก่อกำเนิดขึ้นมาในครรภ์ของนาง หากใครล่วงรู้คงไม่พ้นความตาย...

"ยามนี้เราอ่อนแอ กำลังพลหลักก็อยู่กับมันผู้คิดคดทรยศเรา จำให้พวกเจ้าพานางผู้นี้ไปเร้นกายเพื่อรักษาเชื้อไขราชวงศ์เอาไว้ รอวันเวลาเพื่อกลับมาแก้แค้นแทนเรา และทวงเอาบัลลังก์คืน เวลานี้เราคงไม่สามารถต่อกรกับพวกมันได้ หวังเพียงพวกเจ้ารับปากตามที่เราขอไว้เพียงเท่านั้น..."

"น้อมรับพระบัญชา..."

สองผู้อาวุโสแห่งเหล่าองครักษ์กราบพระบาทถวายบังคมแล้วรีบพาสตรีนางนั้นเร้นกายหายจากแผ่นดินนี้ไปราวกับอากาศธาตุ

จวบจนยี่สิบปีผ่านไป... การพลิกแผ่นดินตามหานี้จึงสิ้นสุดลงเสียที

.....

เสียงนกหวีดที่ส่งต่อเป็นทอดๆจากหุบเขาลึกสุดแผ่นดิน ดังมาจนถึงหน่วยม้าเร็วหน้ากำแพงเมืองหลวง ข้อความลับถูกส่งขึ้นกราบบังคมทูล คำสั่งต่อมาคือ ฆ่าไม่ให้เหลือ... แล้วนำสตรีคนใหม่มาแทน

ม้าศึกพันธุ์ดีที่ชายร่างเล็กควบขี่มาหลายชั่วยามสะอึกลมหายใจ เหงื่อไหลเป็นสีแดงฉาน เป็นสัญญาณว่าใกล้ถึงเวลามรณะของมันแล้ว ชายร่างเล็กทะยานตัวจากหลังม้าขณะที่ควบผ่านที่ว่าการเมือง มันโยนถุงเงินพร้อมชูป้ายคำสั่งพิเศษ เหล่าทหารก้มคารวะ... มันก็ทะยานลงบนหลังม้าตัวใหม่พอดี แล้วควบขี่ต่อไป... พลางมองท้องฟ้าไปทางทิศที่คาดว่าสตรีผู้นั้นถูกพาหลบหนีไป

"หากคำนวนมิผิดพลาด อีกไม่กี่ชั่วยามคงตามพวกมันทัน"

.....

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • เลือดมังกร...龙的传人    บทพิเศษ ความเดิมภาคที่แล้ว

    เมื่อ 17 ปีก่อน เยิ่นเต๋อ...ทรราชผู้ทะเยอทะยาน ได้วางแผนลอบสังหารฮ่องเต้องค์ก่อน (บิดาของอวี้หลง) เพื่อชิง แหวนสยบเทพมังกร และอำนาจการปกครอง โดยใช้ มารดาของอวี้หลง เป็นหมากในการลอบวางยาพิษ มารดาของอี้หลงซึ่งกำลังอุ้มท้องอวี้หลงอยู่ได้รับการช่วยเหลือจากยอดฝีมือฝ่ายในพาหลบหนีไปกบดานในหุบเขาลึกห่างไกลผู้คน อวี้หลงถือกำเนิดที่นั่นและฝึกวิชาจากอาจารย์ปู่สองท่านซึ่งเป็นอดีตองครักษ์ และยอดฝีมืออันดับสองและสามของแผ่นดิน โดยมียอดฝีมือ และอดีตข้าราชบริพารตามมาคอยดูแลเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขานั้น.....อวี้หลงเติบโตขึ้นโดยไม่ได้ล่วงรู้สิ่งใดเลย จนกระทั่งวันหนึ่งเขาถูกอาจารย์ปู่สั่งให้หนีออกจากหุบเขาข้ามพรมแดนออกไปนอกด่าน ที่ซึ่งอำนาจมืดของฮ่องเต้ทรราชจะตามไปทำอันตรายได้ยาก ที่เมืองกุยฮวานั้นเขาได้พบกับ ไป๋เฟิ่งบุตรีอ๋องไป๋เทียนซื่ออดีตอันดับหนึ่งของแผ่นดิน ผู้ซึ่งถอนตัวจากยุทธภพมาครองรักกับบุตรีอ๋องเแห่งอาณาจักรนอกด่านและได้ครองเมืองเล็กไนอกด่านเมืองหนึ่งใกล้ๆเมืองกุยฮวา ลวี่อิงหวู่ลูกพี่ลูกน้องของไป๋เฟิ่งเป็นจอมยุทธ์สาวปราดเปรียวที่ถูกชะตาอวี้หลงตั้งแต่แรกพบ แต่ไม่อาจสู้ชะตาฟ้าของไป๋เฟิ่งก

  • เลือดมังกร...龙的传人    บทที่ 7.5 หยินหยางประสานรัก

    ณ วันนั้น ท่ามกลางวิกฤตในห้องฝึกลับ เพดานที่เริ่มถล่มทลายลงมา กายของอวี้หลงที่กำลังสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ผิวหนังเริ่มปริแตกด้วยพลังเย็นสุดขั้วจากบัวหิมะพันปี ปะทะเข้ากับพลังร้อนมหาศาลจากหลินจือแดง และปราณมังกรฟ้าที่ซ่อนเร้นในกาย ทั้งหมดรวมเข้าเป็นพายุคลั่งที่หมุนวนอยู่ในจุดตันเถียนอย่างไม่อาจหาทางออก "อิงหวู่... เจ้าออกไปตามท่านพ่อเร็วเข้า ข้าจะเป็นคนสะกดลมปราณให้เขาเอง..." ไป๋เฟิ่งตะโกนสั่งลวี่อิงหวู่ทั้งน้ำตา นางรู้ดีแก่ใจว่ากว่าความช่วยเหลือจะมาถึง ร่างกายของอวี้หลงคงแตกสลายไปก่อนแล้ว ลวี่อิงหวู่รีบใช้วิชาตัวเบาทะยานออกไป ทิ้งให้ไป๋เฟิ่งอยู่กับอวี้หลงที่บัดนี้สติหลุดลอยไปในห้วงแห่งความทรมาน ไป๋เฟิ่งถลาเข้ากอดร่างที่ร้อนดั่งไฟสลับเย็นดั่งน้ำแข็งนั้นไว้แน่น นางระลึกถึงบันทึกลับในห้องยาของท่านพ่อที่เคยอ่านผ่านตา... ...หากขั้วปราณหยินและหยางขัดแย้งกันจนถึงที่สุด มีเพียงทางเดียวคือการใช้กายาบริสุทธิ์เป็นสะพานเชื่อมเพื่อถ่ายเทหยินและหยางส่วนเกินเพื่อปรับสมดุล... "อวี้หลง... หากนี่เป็นทางเดียวที่จะรักษาชีวิตเจ้าไว้ได้ ข้าก็ยินดีจะสละมัน" นางตัดสินใจปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจ

  • เลือดมังกร...龙的传人    บทที่ 17 ครองบัลลังก์

    สมรภูมิหุบเขาพันศพสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เมื่อสองขั้วพลังที่เหนือมนุษย์เข้าปะทะกันอย่างรุนแรง แสงสีทองของมังกรสวรรค์และรังสีสีดำมหากาฬของสะเก็ดดาวตกพุ่งเข้าห้ำหั่นกันจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว มวลอากาศระเบิดแตกออกเป็นระยะๆ เจิ้งเจวี่ยในร่างเล็กแต่หนักอึ้งดุจดาวตก พุ่งตัวเข้าหาอวี้หลงด้วยความเร็วที่เหนือกว่าประสาทสัมผัสจะรับรู้ได้ทัน ในกระบวนท่าที่หนึ่งถึงกระบวนท่าที่ห้า เจิ้งเจวี่ยไม่ต้องใช้เพลงดาบ มันใช้เพียงพลังหมัดเปล่าๆ ที่อัดแน่นด้วยมวลสารมหาศาลพุ่งเข้าใส่หน้าอกอวี้หลง ทุกหมัดที่ชกออกมาเกิดคลื่นกระแทกสุญญากาศ อวี้หลงต้องใช้ปราณกระบี่สีทองต้านรับ แต่แรงปะทะนั้นหนักหน่วงจนกระอักเลือดออกมาทุกคราที่รับแรงกระแทกของหมัดเจิ้งเจวี่ย ในกระบวนท่าที่หกถึงกระบวนท่าที่สิบ เจิ้งเจวี่ยเตะเท้าใส่ช่วงล่างของอวี้หลงด้วยความเร็วสูง ร่างอวี้หลงปลิวไปกระแทกผนังหินจนพังทลาย เจิ้งเจวี่ยทะยานตามไปใช้นิ้วแกร่งดุจเหล็กปัดปราณกระบี่แจนแตกร้าว อวี้หลงเพลี่ยงพล้ำอย่างเห็นได้ชัด ร่างกายของเขายังปรับตัวเข้ากับปราณทองคำได้ไม่เต็มที่ แต่ยามนั้นเจิ้งเจวี่ยคือเครื่องจักรสังหารที่สมบูรณ์แบบไปเสียแล้ว อี

  • เลือดมังกร...龙的传人    บทที่ 16 เทพมารกับเทพมังกร

    บรรยากาศรอบกายบัดนี้ไม่ต่างจากแดนมิคสัญญี ป่าที่เคยเขียวขจีกลับกลายเป็นสีดำมะเมื่อม ต้นไม้สูงใหญ่ยืนต้นตายซาก กิ่งก้านหงิกงอราวกับมือปีศาจที่พยายามจะฉุดรั้งผู้บุกรุก ไอหมอกพิษสีม่วงเข้มปกคลุมหนาตาจนมองเห็นได้ไม่เกินห้าก้าว และในความเงียบงันที่ชวนขนลุกนั้นเอง แสงไฟสีเขียวดุจวิญญาณหลงทางก็วาบขึ้นจากความมืด "เจ้ามาไกลเกินไปแล้ว อวี้หลง..." เงาร่างสามสายปรากฏขึ้นขวางทางเดินแคบๆ ที่มุ่งสู่หุบเขา พวกมันคือแปดโลกันตร์ ที่ยังหลงเหลืออยู่ และเป็นพวกที่จงรักภักดีต่อเจิ้งเจวี่ยเยี่ยงสุนัขรับใช้ นำโดย เนตรอสุรา ที่บัดนี้ดวงตามีโลหิตไหลซึม และ ดัชนีปลิดวิญญาณ ที่ปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทจากการอัดปราณพิษเกินขีดจำกัด พวกมันรู้ดีว่าไม่อาจเอาชนะอวี้หลงที่มีพลังมังกรตื่นรู้ได้ แต่จุดประสงค์เดียวของพวกมันในวันนี้คือ ยื้อเวลาให้เจิ้งเจวี่ยขัดเกลาปราณเหนือฟ้าได้สำเร็จ "ท่านหัวหน้าเจิ้งสั่งไว้... ต่อให้พวกข้าต้องกลายเป็นผุยผงให้ป่าศพแห่งนี้ ก็จะไม่ยอมให้เจ้าก้าวข้ามแนวหินนี้ไปได้" พวกมันไม่ได้พุ่งเข้าปะทะตรงๆ แต่กลับใช้ค่ายกลโลหิตดับตะวัน เชื่อมต่อปราณของทั้งสามคนเข้ากับไอหมอกพิษในป่า ท

  • เลือดมังกร...龙的传人    บทที่ 15 ชัยชนะเบื้องต้น

    สถานการณ์บีบคั้นถึงขีดสุด อวี้หลงถูกกดดันจนแผ่นหลังติดขอบแท่นพิธี โลหิตจากบาดแผลที่ไหลซึมออกมาเริ่มทำให้สติของเขาพร่าเลือน ปราณระฆังทองครอบสวรรค์... ของเยิ่นเต๋อนั้นแข็งแกร่งเกินไป มันมิใช่แค่กำแพงปราณ แต่มันคือการนำพลังจากชีวิตราษฎรทั้งเมืองมาสร้างเป็นเกราะ ทุกครั้งที่อวี้หลงซัดฝ่ามือใส่ เขากลับรู้สึกเหมือนกำลังทำร้ายคนบริสุทธิ์เสียเอง "มันไม่ได้ผลหรอก..." ขุนพลไร้ชีพคำรามพลางง้างดาบยักษ์ขึ้นเหนือหัว รังสีดาบสีม่วงดำกดทับจนแทบขยับกายไม่ได้ "ต่อให้เจ้ามีเลือดมังกรเข้มข้นเพียงใด เจ้าก็ไม่มีทางทำลายศรัทธาที่องค์ฮ่องเต้เยิ่นเต๋อสร้างขึ้นมานับสิบปีนี้ได้" เข่าอวี้หลงทรุดลงข้างหนึ่ง ปลายดาบของแปดโลกันตร์จ่ออยู่ที่จุดตายรอบทิศทาง เยิ่นเต๋อที่นั่งอยู่บนแท่นสูงค่อยๆ หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง แหวนที่นิ้วของมันเรืองแสงสีโลหิตจนดูน่ากลัว มันส่งเสียงเย้ยหยัน "ข้าบอกเจ้าแล้ว... ความแข็งแกร่งของข้าคือความอมตะที่เจ้ามิอาจจินตนาการ ยอมสละเลือดมังกรของเจ้ามาซะดีๆ แล้วข้าจะสงเคราะห์ให้เจ้าไปอยู่กับพ่อเจ้าในนรก" ในจังหวะที่ดาบของขุนพลไร้ชีพกำลังจะสับลงมานั้นเอง อวี้หลงกลับหลับตาลง.

  • เลือดมังกร...龙的传人    บทที่ 14 การต่อยตีบนแท่นพิธี

    ภายใต้แสงตะเกียงที่เริ่มริบหรี่ ก่อนเข้านอน... อวี้หลงวางกริชดอกบัวลงพลางขมวดคิ้วแน่น ครุ่นคิดบางสิ่งที่มันยังคิดมิตก "เยิ่นเต๋อไม่ได้แข็งแกร่งด้วยตัวคนเดียว มันยังมี แหวนสยบมังกรที่ถอดมาจากนิ้วมือพ่อข้า แหวนนั่นคุมพลังหนึ่งสามส่วนของแผ่นดิน เพื่อรักษาสมดุลเอาไว้... ปฐมกษัตริย์จึงแบ่งแยกสิ่งที่ใช้ควบคุมพลังออกเป็นสามสิ่ง นอกจากแวนนั่นแบ้ว ก็เป็นปราณแห่งโลหิตมังกร ซึ่งมันใช้เลือดของข้าที่เป็นสายโลหิตบริสุทธ์เป็นตัวเติมเต็ม" ไป๋เฟิ่งมองดูอวี้หลงด้วยความกังวล "ในเมื่อท่านคือผู้ถือครองสายเลือดมังกรบริสุทธิ์ หนึ่งในสามการควบคุมพลังนั้น ความแข็งแกร่งของท่านจึงกลายเป็นดาบสองคม ยิ่งท่านเก่งกล้านั่นก็ยิ่งมีอันตราย... แล้วอีกหนึ่งในสามเล่าพี่อวี้หลง มันคือสิ่งใดที่เราต้องเร่งหา เพื่อสยบอำนาจที่เหลือให้ได้" อวี้หลงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกถึงถ้อยคำปริศนาของราชครูที่ถูกลืม อันทิ้งท้ายไว้ในบันทึกขาดวิ่นผืนนั้น... ปราณมังกรครองฟ้า แหวนโลหิตครองดิน ใจประชาครองใต้หล้า "ข้ามีปราณมังกรจากสายเลือดบริสุทธิ์ ส่วนที่มันมีคือแหวนโลหิต... แหวนสยบมังกรที่ถอดจากพ่อข้าไป เยิ่นเต๋อมันถึง

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status