เข้าสู่ระบบ“ฉันกับแม่ของแกไม่บังคับแกหรอก หากแกจะรักจะชอบใคร ฉันแค่คาดหวังให้แกแต่งงานกับคนที่ดีเท่านั้น แกรักใครชอบใคร ฉันกับแม่แกจะไปมีปัญญาห้ามอะไรได้” คำพูดของบิดาทำให้คุณธรรมนึกกระหยิ่มในใจ ไม่คิดว่าทุกอย่างจะง่ายแบบนี้ สงสัยท่านทั้งสองคงสำนึกได้ว่าไม่ควรบังคับเขาอีก เขากลับมาคราวนี้คงไม่อยากทำอะไรให้เขาโกรธเหมือนก่อน เพราะกลัวจะหนีไปเหมือนเมื่อสี่ปีก่อน
“เข้าไปในบ้านก่อนลูก ไปกราบคุณตากับคุณยายด้วย ท่านบ่นคิดถึงลูกแทบทุกวันเลยรู้ไหม” จันทร์ระวีพยักหน้าให้บุตรชายและแฟนสาวเดินตามเข้ามาในบ้าน โดยมีคนรับใช้เข้ามาหอบหิ้วกระเป๋าให้อย่างนอบน้อม
“สวัสดีครับคุณตาคุณยาย” คุณธรรมคลานไปกราบที่ตักของตาและยาย ก่อนที่ท่านทั้งสองจะกอดรัดหลานชายคนเดียวเอาไว้แนบอก
“กลับมาสักทีนะตาคุณ ตากับยายคิดว่าจะไม่ได้เจอหลานเสียแล้ว ไปเรียนต่ออะไรไม่ยอมกลับมาเยี่ยมตากับยายบ้างเลย มันน่าน้อยใจนัก หรือไปติดแหม่มที่ไหน” ยายจันทร์ฉายพูดอย่างน้อยอกน้อยใจในตัวหลานชายยิ่งนัก
“ผมว่าไม่ใช่แหม่มที่ไหนหรอกคุณ แต่เป็นยัยหนูหน้าตาน่ารักคนนั้นต่างหากเล่า” ตาบุญพาหันไปส่งยิ้มให้ชญาณิศาที่นั่งอยู่อีกด้านของโซฟาชุดรับแขก
“ใครกันตาคุณ” จันทร์ฉายถามหลานชายอย่างสนใจ
“นี่คือชญาณิศาหรือเดียร์ครับคุณยาย เธอเป็นคนรักของผม” คุณธรรมรีบกล่าวแนะนำหญิงสาวทันที ชญาณิศายิ้มให้ตาและยายของชายหนุ่มแล้วไหว้ทั้งสองอย่างอ่อนน้อม
“อุ๊ย! ดีจังเลยลูก แสดงว่าจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้ ยายจะได้มีเหลนกับเค้าแล้วล่ะสิ ใช่ไหมตา” จันทร์ฉายหันไปถามสามีคู่ทุกข์คู่ยากด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ชญาณิศาก้มหน้าอย่างอายๆ เมื่อโดนแซวเสียแบบนั้น
“คุณตากับคุณยายไม่ว่าอะไรผมใช่ไหมครับ ถ้าผมจะคบกับเดียร์ในฐานะคู่รัก”
“ว่าอะไรกันล่ะ ยายกับตาน่ะยินดีเสียอีก หลานจะรักใครชอบใคร มันเป็นความสุขของหลาน ยายกับตาไม่ห้ามหรอกจ้ะ ถ้าหลานมีความสุข ยายกับตาก็มีความสุขไปด้วย หลานรักใคร เราก็รักคนที่หลานรักเหมือนๆ กัน”
คุณธรรมค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อยเมื่อไม่ได้โดนบังคับอย่างที่เขาคิด บิดาและมารดาไม่ได้มีท่าทีบีบบังคับแม้แต่น้อย แต่เขานึกแปลกใจว่าตั้งแต่มายังไม่เห็นยัยเด็กขี้เหร่นั่นเลย สงสัยไม่กล้าสู้หน้าที่เคยทำความผิดเอาไว้ ป่านนี้คงจะอ้วนและหน้าตาอัปลักษณ์กว่าตอนเด็กๆ แค่คิดเขาก็ขนลุกอย่างขยะแขยง
“มาเหนื่อยๆ ไปพักผ่อนอาบน้ำอาบท่าให้สบายก่อนนะลูก แล้วเดี๋ยวค่อยมาทานข้าวทานปลากัน” จันทร์ฉายบอกหลานชายอย่างเอ็นดู
“ครับ” คุณธรรมรับคำผู้เป็นยาย เสี้ยวหนึ่งของความคิดอดนึกถึงยัยเด็กหน้าตาอัปลักษณ์นั้นอีกครั้ง ทำไมถึงไม่มีใครพูดถึงภัทรวนันต์เลยแม้แต่น้อย แต่ดีแล้วไม่ใช่เหรอ เขาจะได้ไม่ต้องอึดอัดที่จะต้องตอบคำถามใดๆ กับใครเรื่องเด็กนั่น บิดามารดาเองไม่พูดถึงเลยเหมือนกัน ทั้งๆ ที่ในจดหมายเขียนไปว่าถ้าเขาไม่กลับภายในหนึ่งเดือนจะยกทรัพย์สมบัติให้เด็กนั่น แต่พอเขากลับมาจริงๆ ท่านกลับไม่เอ่ย หรือท่านเพียงแค่จะขู่เท่านั้น คงเป็นแบบนั้น เขาคิดถูกที่พาชญาณิศากลับมาด้วยและกล่าวอ้างว่าเป็นแฟน บุพการีคงจะหยุดความคิดที่จะบังคับกันอีก คนเกลียดการบังคับคิดเองเออเองในใจ
คุณธรรมเข้าพักที่บ้านของตัวเอง ส่วนชญาณิศานั้นพักที่ตึกใหญ่ของบิดามารดา จะให้พักกับคุณธรรมก็ดูจะไม่งามนัก
ไม่น่าเชื่อ
“ขอบคุณพี่นุกับนิมากนะคะที่มาส่งพัด”
ภัทรวนันต์กล่าวขอบคุณเพื่อนสาวคนสนิท ก่อนจะยกมือไหว้พี่ชายของเพื่อนรัก ตนุลงมาเปิดประตูให้อย่างแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ส่วนใหญ่เธอจะเดินทางไปเรียนกับอัครเดช เขาเป็นอาจารย์สอนที่โรงเรียนที่เธอเรียนอยู่ หรือไม่ก็ลุงนัน คนขับรถที่บ้านไปรับส่งหากคนอื่นติดธุระ
“ไม่เป็นไรจ้ะ พี่นุน่ะยิ่งกว่าเต็มใจ” ติยาพรแอบแซวพี่ชายที่อมยิ้มอยู่อีกด้าน
ภัทรวนันต์เข้าใจความหมายของเพื่อน เธอเองไม่อยากให้ความหวังกับตนุ เพราะว่าอยากให้อีกฝ่ายเจอผู้หญิงที่ดีกว่าตน ตนเป็นเพียงแค่เด็กกำพร้า อาศัยเขาอยู่แค่นั้น
เมื่อเห็นรถของตนุขับออกไปแล้ว จึงหมุนกายเพื่อเดินเข้าบ้าน แล้วชนกับร่างสูงของใครบางคน
“อุ๊ย!” เสียงอุทานมาพร้อมกับดวงตาสวยที่เบิกกว้างด้วยความตกใจ แต่คนที่ถึงกับตกตะลึงคือคุณธรรม เขาโอบรัดร่างอรชรอ้อนแอ้นไว้ในอ้อมแขน กลิ่นกายหอมจรุงทำให้เผลอสูดดมแรงลึก ใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ดวงตากลมโตสดใสดั่งดวงดาวบนท้องฟ้า เค้าโครงหน้าน่ารักสะอาดหมดจด ผิวกายขาวผุดผ่องเนียนละเอียด เรือนร่างกลมกลึงนุ่มนิ่มเรียบตึง ยิ่งริมฝีปากสีชมพูสดน่าสัมผัสทำให้เขาจ้องมองตาเป็นประกาย
“ปะ... ปล่อยค่ะ” ภัทรวนันต์ผลักอกของคุณธรรมออกห่าง เบนหน้าหนีเมื่อเขาทำท่าจะก้มลงมาชิดใบหน้าเธอ เขากักเธอเอาไว้ในอ้อมแขนไม่ยอมปล่อย
“เธอเป็นใครกัน” เขาถามเหมือนคนละเมอ ไม่คิดว่าที่ไร่ของเขาจะมีสาวน้อยใส่ชุดนักเรียนม. ปลาย รูปร่างหน้าตาน่ารักแบบนี้ด้วย รู้แบบนี้เขากลับมาตั้งนานแล้ว
“อ้าว... ตาคุณ ลูกทำอะไรน้องจ๊ะนั่น” จันทร์ระวีมองอย่างตกใจเมื่อเห็นบุตรชายกอดรัดร่างของภัทรวนันต์แนบอก แถมยังก้มลงไปทำท่าจะจูบเสียอีกด้วย
“อุ๊ย!” ภัทรวนันต์ตกใจผลักร่างสูงออกห่าง ก้มหน้างุด ผิวแก้มเป็นจุดแดงเรื่อ
“น้องไหนครับแม่” คุณธรรมหันไปถามมารดาอย่างงุนงง และจำต้องปล่อยร่างหอมกรุ่นในอ้อมแขนอย่างแสนเสียดาย จะว่ามารดาของเขามีลูกโตขนาดนี้ก็เป็นไปไม่ได้ เขาเองจากบ้านเกิดเมืองนอนไปแค่สี่ปีเท่านั้น แล้วเขาจะมีน้องสาวขึ้นมาได้ยังไง
“พัดยังไงล่ะลูก อะไรกัน ไปแค่สี่ปีลืมน้องไปได้ยังไงกันจ๊ะ” จันทร์ระวีเดินไปโอบกอดร่างเล็กเอาไว้แนบอก ภัทรวนันต์หลบหลังของผู้มีพระคุณอย่างหวาดกลัวเมื่อเห็นสายตาแปลกๆ ของคุณธรรมที่กำลังมองเธอเหมือนจะกลืนกิน
“ยัยเด็กหน้าตาอัปลักษณ์นั่นเหรอครับ เป็นไปไม่ได้ คุณแม่ต้องโกหกผมแน่ๆ” คุณธรรมแทบสำลักขณะเอ่ยถามมารดาเหมือนไม่เชื่อ
“แม่แกไม่ได้โกหกหรอกเจ้าคุณ นี่คือหนูพัด ลูกสาวอีกคนของฉันและแม่ของแก” คุณากรเดินมาลูบศีรษะของสาวน้อยวัยสิบแปดอย่างเอ็นดู หญิงสาวยิ้มให้ผู้มีพระคุณ ยืนสงบนิ่งอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ผมไม่เคยอยากได้ยัยเด็กคนนี้เป็นน้องสักหน่อย” คุณธรรมตะโกนอย่างหงุดหงิด ใช่! ในอดีตเขาไม่เคยต้องการภัทรวนันต์เป็นน้องสาวอีกคน แต่เหตุผลมันต่างกันตรงที่ตอนนี้เขาก็ไม่อยากได้เธอเป็นน้อง แต่เขาอยากได้เธอเป็นเมียต่างหากเล่า ใครจะคิดว่ายัยเด็กหน้าตาอัปลักษณ์นี่โตขึ้นจะสวยขนาดนี้ แต่จะให้เขาพูดออกไปตรงๆ ได้ยังไง บิดามารดามิหัวเราะเขาแย่เหรอนี่ ประกาศกร้าวไปว่าไม่มีวันต้องการเด็กนี่ แล้วจะมากลับคำให้ใครว่าเอาได้อย่างไรกัน
ภัทรวนันต์ก้มหน้างุดอย่างน้อยอกน้อยใจ ไม่ว่าจะกี่ปีๆ เขายังคงเกลียดชังและไม่ชอบขี้หน้าเธออยู่ดี เขาจะจงเกลียดจงชังเธอไปถึงไหนกัน พูดแล้วน้ำตาพานจะไหล หลายปีมานี้ที่คุณธรรมหนีไปอยู่ต่างประเทศเพราะเหตุการณ์ครานั้น ทำให้เธอโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง
ถ้าไม่เพราะเธอช่วยชีวิตลลนาที่จมน้ำเนื่องจากเป็นตะคริวเอาไว้ ทุกคนก็คงยังไม่รู้ว่าจริงๆ คนที่ใส่ร้ายเธอเป็นลลนาเอง แม้ลลนาจะอ่อนลงมากเนื่องจากซาบซึ้งในบุญคุณที่เธอช่วยชีวิต แต่ก็ไม่ได้พิสมัยเธอสักเท่าไหร่ ภัทรวนันต์รู้ตัวดี แถมยังยืนยันกับเธอซ้ำๆ ว่าคุณธรรมกลับมาเมื่อไหร่ ลลนาจะเป็นคุณนายเจ้าของไร่บารมีเคียงคู่กับคุณธรรม
“ช่างแก มันเรื่องของแก” คุณากรโอบกอดร่างเล็กของภัทรวนันต์ที่รักและเอ็นดูเหมือนบุตรสาวแท้ๆ เอาไว้ จันทร์ระวีเองก็เช่นเดียวกัน นางนึกเห็นใจบุตรสาวของเพื่อนรักยิ่งนัก สองสามีภรรยาคิดเอาว่าคุณธรรมรังเกียจเด็กสาวเหมือนเดิม ความจริงแล้วคุณธรรมไม่ได้รังเกียจ แต่หงุดหงิดตัวเองที่เคยประกาศกร้าวให้ใครต่อใครรับรู้ว่าเขาเกลียดยัยเด็กนั่น แล้วเขาจะเข้าหาเธอได้อย่างไรกัน จะไปทำความสนิทสนมหรือสานสัมพันธ์ได้ยังไง มันน่าเจ็บใจนัก โมโหก็พาลไปทั่ว
อยู่เพียงไม่นานก็จางหาย พร้อมๆ กับแสงสว่างที่เข้ามาแทนที่ให้ชีวิตได้เดินต่อไปสู่จุดหมายชีวิตมีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไป เมื่อสุขก็อย่าเพิ่งเหลิงกับมัน เมื่อทุกข์ก็อย่าเพิ่งท้อกับมัน เพราะมนุษย์ต้องเผชิญกับเรื่องไม่คาดฝันมากมายจนกว่าจะลาลับจากโลกนี้ไป...บทส่งท้ายย้อนไปเมื่อ 5 ปีก่อน...คุณธรรมมาเยี่ยมชญาณิศาหลังจากหญิงสาวโดนจับในคดีค้ายาเสพติด ยังมีเรื่องคาใจมากมายที่เขาอยากรู้ว่าจริงๆ มันคืออะไรกันแน่“ดีใจจังเลยนะคะที่คุณมาเยี่ยมเดียร์” หญิงสาวโปรยยิ้มหวานหยด ไม่มีท่าทีเศร้าใจหรืออะไรสักนิด แววตานั้นดูน่ากลัวจนคุณธรรมคิดว่าหญิงสาวเหมือนคนโรคจิตนิดๆ“ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะทำเรื่องเลวร้ายได้ถึงขนาดนี้”“แหม... คุณก็กล่าวหากันเกินไปหรือเปล่า เรื่องเลวร้ายที่คุณว่า หมายความว่าเรื่องอะไรเหรอคะ เดียร์ไม่เห็นเข้าใจเลย”“เรื่องที่คุณค้ายา คุณทำได้ยังไง”“ใครๆ ก็อยากมีเงิน พวกเสพมันก็อยากเสพเอง ถึงฉันไม่ค้า คนอื่นก็ค้า แบ่งๆ กันไปค่ะ แบ่งกันรวย” หญิงสาวหัวเราะเสียงแหลม“ดูคุณไม่ทุกข์ใจเลยนะที่ถูกจับ” เขาตั้งข้อสังเกต“ทุกข์ใจไปทำไมล่ะคะ นี่จะบอกให้ อีกไม่นานฉันก็ออกไปแล้ว” หญิงสาวหัวเราะ ก่อนเ
“พี่คุณ ดึกแล้วนะคะ” คนที่บอกว่าดึกแล้วถูกแยกเรียวขาเพรียวออกจากกัน หลังจากที่ผ่านพ้นบทรักไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เขาก็พาเธอไปอาบน้ำ กลับมานอนสลบไสลด้วยความเหนื่อยล้าจากบทรักที่เกิดขึ้นอีกครั้งในห้องน้ำ“ก็ดึกแล้วน่ะสิ” คุณธรรมเลื่อนมือมากอบกุมทรวงอกอิ่มแล้วเคล้นคลึงจนได้ยินเสียงร้องครางผะแผ่วออกมาจากริมฝีปากนิ่ม คุณธรรมเลื่อนใบหน้าให้เหมาะเจาะกับหว่างขาสวยที่เปิดอ้าออกรอรับการปรนเปรอด้วยมือหนาที่จัดการแยกให้กลีบกุหลาบแบะออกจากกัน กลิ่นสาบสาวหอมเย้ายวนรัญจวนใจ ปลายลิ้นสากร้อนกรีดไปตามร่องผิวเนื้ออ่อนละมุนของบุปผชาติยวนใจ หยาดน้ำหวานแห่งความกระสันซ่านถูกไหลรินออกมาถึงปากร้อนที่กำลังดูดกลืนลามเลียอย่างลุ่มหลงเสียงครวญครางดังขึ้นอีกระลอกพร้อมกับร่างสาวที่บิดเร้า คุณธรรมผละห่างจากกลีบกายสาวที่ถูกปลุกเร้าจนตื่นเร่า เขาเลื่อนริมฝีปากไปทั่วเรือนร่างหอมกรุ่นที่ยังมีกลิ่นสบู่อาบน้ำติดกายอยู่ไม่คลาย ประทับจุมพิตที่หน้าผากสวยแผ่วเบาทะนุถนอม ภัทรวนันต์รับสัมผัสนั้นด้วยความรู้สึกอบอุ่นและเต็มตื้นในหัวใจคุณธรรมยื่นหน้ามาประกบริมฝีปากกับปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ บดปากแลกลิ้นกันอย่างเร่าร้อน ทรวงสาวถูก
“หลับตาก่อนสิ” คุณธรรมกระซิบที่ซอกหูของภรรยาสาว ภัทรวนันต์มองอย่างสงสัยก่อนจะยอมหลับตา เธอสัมผัสได้ว่าเขาสวมสร้อยให้เธอและอุ้มเธอไปที่หน้ากระจก“พี่คุณ” เธอลืมตาโดยที่ไม่ต้องให้เขาบอก เมื่อเขาวางคางที่ไหล่มน จับมือเธอวางที่สร้อยเส้นนั้น“พี่เอาหัวใจของพี่กลับมาไว้ที่เจ้าของ”“สร้อยเส้นนี้” เธอมองสร้อยรูปหัวใจนั้นด้วยความรู้สึกตื้อในอก“พี่กระชากมันไปเอง และพี่ก็เก็บมันมาซ่อมให้ดูดี รอวันที่จะสวมไว้ให้คนที่พี่รัก พัดทิ้งหัวใจของพี่ไปนานแสนนาน ครั้งนี้ห้ามทิ้งมันไปอีก” เขายกจี้รูปหัวใจขึ้นมาประทับจุมพิตกับริมฝีปาก กอดรัดให้เธอจุมพิตพร้อมๆ กับเขาด้วยหัวใจที่ซ่านไปด้วยความรักอันแสนบริสุทธิ์เตียงขนาดเล็กดูช่างน่าอึดอัดสำหรับหนุ่มสาวที่บดเบียดกันแนบชิด ภัทรวนันต์ถูกยกเรือนร่างให้คุกเข่าอยู่บนหัวเตียง มือนิ่มจับพนักหัวเตียงเอาไว้ เธอส่ายร่อนสะโพกด้วยความเสียวซ่านเมื่อเรือนกายสาวจำต้องบดเบียดกับปากร้อนร้ายที่รอคอยซอกซอนดื่มกินน้ำทิพย์อันฉ่ำหวานภัทรวนันต์ดึงสะโพกหนี เขาดึงกลับมา ใบหน้าที่สอดอยู่หว่างขาสาวเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว การได้ลิ้มรสสวาทที่แสนตราตรึงในหัวใจทำให้คุณธรรมครางงึมงำ มือห
“ไม่อายหรอกครับ ผมสงสารแม่”“แม่ของเราไม่มีเงินซื้อรองเท้าให้เหรอไง” คุณธรรมเสียงแผ่วลงในทันทีที่คิดว่าภรรยาและลูกลำบาก“ไม่ใช่หรอกครับ ผมเป็นคนขอแม่ใส่รองเท้าคู่นี้เอง มีพี่คนหนึ่งเป็นนักกีฬาอยู่ในซอยนั้น เขาให้ผมมา ผมเลยใส่ไปโรงเรียนจะได้ประหยัดเงินไม่ต้องซื้อใหม่ ผมสงสารที่แม่ต้องทำงานหนัก อีกอย่างแม่จะได้เก็บเงินส่วนนั้นไปทำอย่างอื่น”จริงที่ภาสวิชญ์อยากใส่รองเท้าคู่นี้เอง เพราะประทับใจรุ่นพี่ในซอยที่เคารพรัก ใจนักเลง และเป็นลูกผู้ชาย ไม่ใช่ไม่มีเงินซื้อรองเท้าอย่างที่คุณธรรมเข้าใจ แต่เด็กน้อยไม่อธิบายให้พ่อเข้าใจ อยากให้พ่อเห็นใจแม่มากๆ“โธ่... ลูก” คุณธรรมมือสั่นดึงลูกมากอด“แล้วเพื่อนไม่ล้อหรือลูก” ชายหนุ่มถามลูกชายตัวอ้วนที่ตอนนี้มีรองเท้าใหม่ เพราะเขาซื้อให้“ล้อครับ แต่ผมไม่สนใจ ผมสนใจแม่ สนใจน้อง และสนใจเรียนมากกว่าเรื่องไร้สาระพวกนั้น”คุณธรรมถึงกับพูดไม่ออก “ผมคิดว่าจะใส่มันอีกหลายปีเพราะรองเท้าคู่นี้แพงมาก แม้จะเก่าไปสักหน่อย แต่ผมจะใส่มันจนกว่าผมจะมีเท้าที่ใหญ่พอดีกับรองเท้า” ภาสวิชญ์นึกถึงวีรภาพพี่ชายที่แสนดีในซอย ซึ่งเป็นนักกีฬาโรงเรียน พี่ชายคนนั้นสอนอะไรเขาตั้งหลายอ
มองตากันอย่างเจ้าเล่ห์ และจะต้องเล่าวีรกรรมที่เอาคืนบิดาให้ฟัง ซึ่งก็จะถูกมารดาเอ็ดเอาทุกครั้ง แต่ทั้งสองแอบเห็นท่านอมยิ้มขำเลยอยากเอาคืนให้อย่างสาสม“อุ๊ย! คุณพ่อ พลอยขอโทษค่ะ” ภัคจิราเดินไปหลบหลังพี่ชาย กลัวบิดาจะโกรธเอา คุณธรรมเองอยากจะตำหนิลูก แต่พอเห็นแววตาไร้เดียงสาแถมยังสำนึกผิดและหวาดกลัวเขา หน้าตึงๆ ดุๆ ก็คลายลง“ไม่เป็นไร แต่ตอนนี้อาบน้ำได้แล้ว” เสียงเข้มๆ ของคนเป็นพ่อทำให้เด็กๆ ยอมให้พ่อถูสบู่ให้ทั่วตัวและอาบน้ำในที่สุด เด็กแสบทั้งสองสบตากันยิ้มๆ ยอมทำตามอย่างว่าง่ายคุณธรรมยิ้มออกเมื่อจัดการกับลูกลิงสองตัวได้สำเร็จ ก่อนจะฉุกใจคิดขึ้นมาว่าเมื่อก่อนภัทรวนันต์คงต้องอาบน้ำให้เสือแสบทั้งสองทุกวันเป็นแน่ แค่คิดเขาก็เหนื่อยแทน เธอช่างอดทนอย่างที่สุดจริงๆหลังออกจากห้องน้ำ คุณธรรมก็หัวหมุนอีกรอบเมื่อต้องจัดการให้เจ้าแสบทั้งสองเช็ดตัวและใส่เสื้อผ้า กว่าจะสวมเสื้อผ้าได้เล่นเอาหอบแฮกๆ เช่นเดิม ลูกทั้งสองเลือกเสื้อผ้ากันยกใหญ่ ทำให้เขาต้องตัดสินใจว่าจะให้ใส่ชุดไหนดี“เสื้อสวยมากๆ เลยค่ะพี่เพชร พลอยไม่เคยมีเสื้อผ้าแบบนี้มาก่อน” น้ำเสียงตื่นเต้นของภัคจิราทำให้คุณธรรมถึงกับพูดไม่ออก เมื่
เธอและลูกจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก“หนูพัดคงได้ยินแล้วนะ ออกมาได้แล้ว” คำพูดของคุณากรทำให้ภัทรวนันต์สะดุ้ง“คุณลุงเอ่อ... เห็นหนูด้วยเหรอคะ” เธอไม่คิดว่าคุณากรจะตาไวขนาดนี้“เห็นนานแล้ว เลยอยากให้หนูได้รู้ความรู้สึกของเจ้าคุณมัน แต่หากมันยังปากไม่ดี พูดหมาๆ อีก ลุงคงช่วยไม่ได้ ปรับความเข้าใจกันซะ มีหลายเรื่องที่หนูเข้าใจผิดอยู่ คนเรารักกันอย่าเอาแต่ทิฐิ หันหน้าเข้าหากัน พูดคุยกัน ความเข้าใจจะเกิดขึ้น” คุณากรพูดอย่างปรานี“พ่อ” คุณธรรมเสียงดังกลบเกลื่อน ใบหน้าแดงก่ำ คราแรกคิดว่าเป็นแผนการของพ่อเลยนึกฉุนจัด แต่เพราะประโยคถัดมาทำให้รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของพ่อ ท่านกำลังช่วยให้เขาปรับความเข้าใจกับภัทรวนันต์ได้เร็วขึ้น เขายังคิดไม่ออกว่าจะทำยังไง ได้แต่ใช้กำลังที่เหนือกว่ากักเธอเอาไว้ รวมถึงคิดจนสมองแทบแตกว่าจะง้อเมียอย่างไรดี ก็ยังคิดไม่ออก ที่คิดออกคือจับปล้ำทำให้ท้องโย้ไว้ก่อนแล้วค่อยผูกมัดคนท้องโย้ไม่ให้ไปไหน แต่แผนการของบิดาเมื่อครู่เหนือชั้นกว่า ดูจากสีหน้าของท่าน ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนเลยว่าจะถามเขาแบบนี้ เตรียมมาฆ่าเขามากกว่าที่เขาบังอาจพาหลานรักอย่างภัทรวนันต์มาขย้ำเขมือบจนอิ่มแปล้อ







