เข้าสู่ระบบริมฝีปากหยักหนา ดวงตาสีกาแฟมีเสน่ห์ชวนลุ่มหลง แต่ขณะนี้ใบหน้าที่ทำให้สาวๆ ใจละลายกลับบึ้งตึงอย่างถึงที่สุด ในมือกำจดหมายของมารดาที่เขียนข้อความกระแทกใจเอาไว้แทบแหลกคามือ
ถึงคุณธรรมลูกรักของแม่
เมื่อลูกได้รับจดหมายฉบับนี้แล้ว แม่อยากให้ลูกอ่านมันจนจบ แม่คิดถึงลูกมากๆ คิดถึงเหลือเกิน นานหลายปีแล้วที่คุณไม่ยอมกลับมาบ้านของเรา คุณตากับคุณยายบ่นคิดถึงลูกทุกวัน ท่านร่างกายไม่ใคร่จะแข็งแรงนัก ท่านพูดเสมอว่าจะรอคุณกลับมา
พวกเราคาดหวังว่าลูกจะกลับมาทุกครั้งที่เป็นวันปีใหม่หรือไม่ก็เทศกาลต่างๆ ที่เป็นวันรวมญาติในครอบครัว แต่จนแล้วจนรอดลูกก็ไม่ยอมกลับมา ทั้งๆ ที่เรียนจบแล้ว ทุกคนจึงเริ่มหมดหวังว่าลูกจะกลับมาแล้วจริงๆ พ่อของลูกเองก็ไม่ต่างกัน ดังนั้นแม่อยากให้ลูกรับรู้เอาไว้เพื่อจะได้ไม่ตกอกตกใจในอนาคตข้างหน้าว่าพ่อของลูกได้ตกลงกับทุกๆ คนแล้วว่า หากลูกไม่กลับมาภายในเดือนนี้ เราจะยกทรัพย์สมบัติให้ภัทรวนันต์เป็นผู้สืบทอดทั้งหมด ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ลูกแทบจะตัดขาดจากครอบครัวไปแบบนี้ แม่เองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ตากับยายแม้จะมีหวัง แต่ตอนนี้ก็เริ่มจะหมดหวัง
แม่กับพ่อจะขัดตากับยายของลูกก็ไม่ได้ ภัทรวนันต์เติบโตมากขึ้น อีกไม่นานคงจะเรียนจบ เราคิดว่าจะหาผู้ชายดีๆ ให้น้องแต่งงาน จะได้สืบทอดกิจการต่อไป น้องเป็นคนน่ารัก ดูแลพ่อแม่และตากับยายตลอดระยะเวลาที่คุณไม่อยู่ แม่จึงจะแจ้งข่าวให้คุณรู้แค่นี้นะลูก
จาก
แม่จันทร์ระวีที่รักลูกมากที่สุด
คุณธรรมฉีกจดหมายในมือจนกระจุย ยัยเด็กเหลือขอ หน้าตาแสนอัปลักษณ์นั่นคงออดอ้อนออเซาะจนพ่อแม่ ตายายของเขาหลงใหลได้ปลื้มล่ะสิ ถึงเวลาแล้วที่เขาจะทวงทุกอย่างกลับคืน เขาไม่มีวันยอมแน่นอน หัวเด็ดตีนขาดให้ตายยังไงก็ไม่ยอม ทรัพย์สมบัติของตระกูลบารมีจะต้องเป็นของทายาทเพียงคนเดียวอย่างเขา ไม่ใช่เด็กกำพร้าหาความสวยไม่ได้ เขายังจำภาพเด็กคนนั้นได้ดี ทั้งผอมซูบซีด สิวเขรอะ แล้วก็ทำตัวน่ารำคาญ
เสียงกริ่งหน้าห้องพักทำให้คุณธรรมหลุดจากภวังค์ความคิด เขาส่องดูว่าใคร เป็นเพื่อนสาวของเขานั่นเอง เพียงแค่เห็นหน้าชญาณิศา เขาก็คิดอะไรขึ้นมาได้ ในเมื่อบิดามารดาบังคับให้เขาต้องแต่งงานกับยัยเด็กน่าเกลียดนั่น เขาจะพาผู้หญิงของเขาไปเปิดตัว แบบนี้ท่านจะบังคับเขาอีกก็ให้มันรู้ไป
“สวัสดีค่ะคุณ วันนี้ไม่ออกไปไหนเหรอคะ” ชญาณิศาหรือชื่อเล่นว่าเดียร์ทักชายหนุ่มด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ไม่ครับเดียร์ ผมจะกลับประเทศไทยเร็วๆ นี้เลยเตรียมตัวเก็บของอยู่น่ะครับ” คุณธรรมเบี่ยงหลบเพื่อเชิญหญิงสาวเข้ามาในห้อง
“คุณจะกลับประเทศไทยแล้วเหรอคะ ไหนคุณบอกว่าจะไม่กลับไปที่นั่นไงคะ เดียร์ชวนคุณตั้งหลายครั้ง คุณปฏิเสธท่าเดียว แล้วคราวนี้ทำไมถึงได้เปลี่ยนใจขึ้นมาได้ล่ะ” ชญาณิศาขมวดคิ้วมองชายหนุ่มด้วยความประหลาดใจ
“เดียร์ คุณจะเดินทางกลับประเทศไทยเหมือนกันไม่ใช่เหรอ งั้นผมมีเรื่องจะรบกวนคุณหน่อยได้ไหมครับ”
“เรื่องอะไรคะ บอกมาได้เลย ถ้าทำได้เดียร์จะช่วยคุณ”
“คุณช่วยเป็นแฟนผมหน่อยนะครับ”
“คะ” ชญาณิศาอุทานด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะเผยยิ้มกว้างพยักหน้ารับยิ้มๆ แต่ยังสงสัยจึงเอ่ยถามออกไป “ได้สิคะ แต่คุณต้องบอกเดียร์มาก่อนว่าเพราะอะไร” ชายหนุ่มจึงเล่าทุกอย่างให้เพื่อนสาวฟัง ชญาณิศายินดีที่จะช่วยด้วยความเต็มใจ เมื่อเข้าใจว่าเด็กสาวที่ชื่อภัทรวนันต์นั่นเป็นคนไม่ดี...
คุณธรรมนั่งเงียบมาตลอดทางในขณะเดินทางจากสนามบินมายังไร่บารมี นานหลายปีแล้วที่เขาไม่ได้กลับมาบ้านเกิดเมืองนอน ที่นี่ดูเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่เจริญรุ่งเรืองขึ้นกว่าเดิม ไร่บารมีเลี้ยงโคเนื้อและโคนม แกะ และแพะส่งออก ทำการเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกพืชผลทางการเกษตรที่เป็นพืชเศรษฐกิจหลายพันไร่ อาณาบริเวณกว้างขวางมีคนงานมากมายหลายชีวิตอาศัยอยู่ที่นี่
“ไร่ของคุณกว้างขวางใหญ่โตจังเลยค่ะ” ชญาณิศาหันมาพูดกับชายหนุ่มข้างกายอย่างตื่นเต้น นั่นทำให้ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเอง
“เดียร์ว่าอะไรนะ ผมไม่ทันฟัง”
“เดียร์บอกว่าไร่ของครอบครัวคุณกว้างใหญ่จังค่ะ แถมยังร่มรื่น อากาศดีมากๆ ด้วย ไร่ของเดียร์ยังไม่กว้างใหญ่เท่านี้เลย” ชญาณิศาพูดยิ้มๆ เธอเองอยู่จังหวัดในภูมิภาคเดียวกับเขา และรู้จักกับเขาตอนไปเรียนต่อต่างประเทศ
“ครับ ผมเองก็ไม่ได้กลับมาที่นี่นานมากแล้ว ยังไงผมต้องขอบคุณนะเดียร์ที่คุณยอมช่วยผม”
“ขอบคงขอบคุณอะไรกันล่ะคะคุณ เดียร์น่ะ อยากมาเที่ยวเปิดหูเปิดตาเหมือนกัน กะว่าจะขอคุณอยู่สักสามสี่เดือนเลยค่ะ ไม่รู้จะโดนไล่หรือเปล่า” ชญาณิศาพูดติดตลก
“จะอยู่นานแค่ไหนก็ได้ครับเดียร์ ผมอนุญาต” คุณธรรมกล่าวอนุญาตจากใจจริง เขาเองอยากจะให้ทุกคนล้มเลิกความตั้งใจที่จะจับเขาแต่งงานกับยัยเด็กอัปลักษณ์นั่นก่อน เขาถึงจะปล่อยชญาณิศากลับบ้านของเธอ
รถโดยสารแล่นมาจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ของไร่บารมี คุณธรรมจ่ายค่าโดยสารรถ คนขับรถจึงขนสัมภาระของผู้โดยสารลงมาจากรถ ก่อนจะแล่นรถออกไปยังทางเดิมที่ขับเข้ามา
“บ้านของคุณใหญ่โตจังเลยค่ะ แถมสวยเสียด้วย” ชญาณิศาคล้องแขนกับแขนแกร่งของชายหนุ่ม เขาก้มลงมายิ้มให้คนข้างกาย
“ตาคุณ” เสียงของมารดาทำให้คุณธรรมเงยหน้าขึ้นมา แวบแรกที่สบตากับท่าน เขาเห็นความรักความห่วงใยและความคิดถึงจากดวงตาของท่าน ร่างสูงรีบเดินเข้าไปหามารดา กอดรัดท่านแนบอก
“คุณแม่ สบายดีนะครับ” คุณธรรมเอ่ยถามมารดาหลังจากผละออกจากอ้อมแขนของท่านเล็กน้อย แต่ยังกอดท่านเอาไว้หลวมๆ
“แม่สบายดี รู้ไหมว่าแม่คิดถึงลูกแค่ไหน หนีไปเรียนไม่ยอมกลับมาเยี่ยมพ่อกับแม่บ้างเลย” จันทร์ระวีพูดแล้วน้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความคิดถึงลูกชายคนเดียวสุดหัวใจ
“ที่กลับมา คงไม่ได้คิดถึงเราหรอกมั้งคุณ แค่คิดว่าจะมีคนแย่งสมบัติ” น้ำเสียงของบิดาทำให้คุณธรรมหน้าตึงทันควัน
“พ่อ/กรคะ” คุณธรรมและจันทร์ระวีอุทานพร้อมกัน
“กลับมาก็ดีแล้ว จะได้มาช่วยพัฒนาไร่ของเรา แกต้องเป็นคนสืบทอดกิจการทั้งหมด จะอยู่ต่างประเทศไปจนตายหรือไง” คุณากรเสียงเข้มใส่ลูกชาย ไม่คิดเลยว่าแผนการนี้จะสำเร็จ ตอนที่เขาและภรรยาคิดว่าจะเขียนจดหมายยื่นคำขาดแบบนี้ให้เจ้าลูกชาย ก็กลัวอีกฝ่ายจะไม่ยอมกลับมาจริงๆ
“ผมต้องกลับมาอยู่แล้วสิครับ เพราะผมเป็นทายาทเพียงคนเดียวของไร่บารมี ดังนั้นผมต้องสืบทอดกิจการของตระกูลต่อจากพ่อกับแม่อยู่แล้ว ไม่ใช่ให้ใครหน้าไหนมาชุบมือเปิบเอาง่ายๆ” คุณธรรมตอบกลับบิดาอย่างไม่ยอมลดละ
“ก็ดีที่แกคิดได้ แล้วนั่นใครล่ะ” คุณากรหันไปมองหญิงสาวที่มากับบุตรชายด้วยสายตาอยากรู้
“อ๋อ... เดียร์ครับคุณพ่อคุณแม่ เธอมีชื่อจริงๆ ว่าชญาณิศา เป็นคนรักของผมที่กำลังคบหาดูใจกันอยู่” คุณธรรมเดินไปโอบไหล่ของหญิงสาวเอาไว้ ชญาณิศาจึงพนมมือไหว้บิดามารดาของคุณธรรมอย่างมีสัมมาคารวะ
“อย่างนั้นเหรอ” คุณากรเพียงแค่พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหันไปมองสบตากับภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก
“คุณมีแฟนแล้วเหรอลูก” จันทร์ระวีนึกผิดหวังเล็กๆ ที่บุตรชายมีแฟนเสียแล้ว ทั้งๆ ที่นางกับสามีและบิดามารดาคาดหวังอยากให้คุณธรรมแต่งงานกับภัทรวนันต์ แต่เรื่องแบบนี้มันบังคับกันไม่ได้นางรู้ดี หากบุตรชายมีคนรักอยู่แล้ว นางกับสามีก็จะไม่บังคับอีก
ลลนาหญิงสาววัยยี่สิบเจ็ดปี เวลาผ่านไปหลายปีบางอย่างก็เปลี่ยนไป แต่ใจเธอยังไม่เปลี่ยนจากคุณธรรม พอได้ยินสาวใช้พูดว่าคุณธรรมกลับมาแล้ว เธอรีบวิ่งแจ้นออกมาต้อนรับด้วยเสื้อผ้าที่คิดว่าเซ็กซี่ที่สุด แต่กลับหน้าซีดเมื่อชายหนุ่มพาผู้หญิงคนหนึ่งมาแนะนำว่าเป็นคนรัก แถมเธอยังไม่อยู่ในสายตาของคุณธรรมอีกด้วย เขาไม่แม้แต่จะชายตามามองเธอที่พยายามเสนอหน้าออกไปรับเลยสักนิด
“ใช่ครับ หวังว่าแม่กับพ่อจะไม่คิดบังคับให้ผมแต่งงานกับยัยเด็กหน้าตาอัปลักษณ์หาความสวยไม่ได้อย่างภัทรวนันต์อีกนะครับ ผมไม่อยากให้คนรักของผมต้องเสียใจ คุณพ่อกับคุณแม่ก็คงเข้าใจความรักดีว่ามันบังคับกันไม่ได้” คุณธรรมประกาศกร้าว
อยู่เพียงไม่นานก็จางหาย พร้อมๆ กับแสงสว่างที่เข้ามาแทนที่ให้ชีวิตได้เดินต่อไปสู่จุดหมายชีวิตมีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไป เมื่อสุขก็อย่าเพิ่งเหลิงกับมัน เมื่อทุกข์ก็อย่าเพิ่งท้อกับมัน เพราะมนุษย์ต้องเผชิญกับเรื่องไม่คาดฝันมากมายจนกว่าจะลาลับจากโลกนี้ไป...บทส่งท้ายย้อนไปเมื่อ 5 ปีก่อน...คุณธรรมมาเยี่ยมชญาณิศาหลังจากหญิงสาวโดนจับในคดีค้ายาเสพติด ยังมีเรื่องคาใจมากมายที่เขาอยากรู้ว่าจริงๆ มันคืออะไรกันแน่“ดีใจจังเลยนะคะที่คุณมาเยี่ยมเดียร์” หญิงสาวโปรยยิ้มหวานหยด ไม่มีท่าทีเศร้าใจหรืออะไรสักนิด แววตานั้นดูน่ากลัวจนคุณธรรมคิดว่าหญิงสาวเหมือนคนโรคจิตนิดๆ“ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะทำเรื่องเลวร้ายได้ถึงขนาดนี้”“แหม... คุณก็กล่าวหากันเกินไปหรือเปล่า เรื่องเลวร้ายที่คุณว่า หมายความว่าเรื่องอะไรเหรอคะ เดียร์ไม่เห็นเข้าใจเลย”“เรื่องที่คุณค้ายา คุณทำได้ยังไง”“ใครๆ ก็อยากมีเงิน พวกเสพมันก็อยากเสพเอง ถึงฉันไม่ค้า คนอื่นก็ค้า แบ่งๆ กันไปค่ะ แบ่งกันรวย” หญิงสาวหัวเราะเสียงแหลม“ดูคุณไม่ทุกข์ใจเลยนะที่ถูกจับ” เขาตั้งข้อสังเกต“ทุกข์ใจไปทำไมล่ะคะ นี่จะบอกให้ อีกไม่นานฉันก็ออกไปแล้ว” หญิงสาวหัวเราะ ก่อนเ
“พี่คุณ ดึกแล้วนะคะ” คนที่บอกว่าดึกแล้วถูกแยกเรียวขาเพรียวออกจากกัน หลังจากที่ผ่านพ้นบทรักไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เขาก็พาเธอไปอาบน้ำ กลับมานอนสลบไสลด้วยความเหนื่อยล้าจากบทรักที่เกิดขึ้นอีกครั้งในห้องน้ำ“ก็ดึกแล้วน่ะสิ” คุณธรรมเลื่อนมือมากอบกุมทรวงอกอิ่มแล้วเคล้นคลึงจนได้ยินเสียงร้องครางผะแผ่วออกมาจากริมฝีปากนิ่ม คุณธรรมเลื่อนใบหน้าให้เหมาะเจาะกับหว่างขาสวยที่เปิดอ้าออกรอรับการปรนเปรอด้วยมือหนาที่จัดการแยกให้กลีบกุหลาบแบะออกจากกัน กลิ่นสาบสาวหอมเย้ายวนรัญจวนใจ ปลายลิ้นสากร้อนกรีดไปตามร่องผิวเนื้ออ่อนละมุนของบุปผชาติยวนใจ หยาดน้ำหวานแห่งความกระสันซ่านถูกไหลรินออกมาถึงปากร้อนที่กำลังดูดกลืนลามเลียอย่างลุ่มหลงเสียงครวญครางดังขึ้นอีกระลอกพร้อมกับร่างสาวที่บิดเร้า คุณธรรมผละห่างจากกลีบกายสาวที่ถูกปลุกเร้าจนตื่นเร่า เขาเลื่อนริมฝีปากไปทั่วเรือนร่างหอมกรุ่นที่ยังมีกลิ่นสบู่อาบน้ำติดกายอยู่ไม่คลาย ประทับจุมพิตที่หน้าผากสวยแผ่วเบาทะนุถนอม ภัทรวนันต์รับสัมผัสนั้นด้วยความรู้สึกอบอุ่นและเต็มตื้นในหัวใจคุณธรรมยื่นหน้ามาประกบริมฝีปากกับปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ บดปากแลกลิ้นกันอย่างเร่าร้อน ทรวงสาวถูก
“หลับตาก่อนสิ” คุณธรรมกระซิบที่ซอกหูของภรรยาสาว ภัทรวนันต์มองอย่างสงสัยก่อนจะยอมหลับตา เธอสัมผัสได้ว่าเขาสวมสร้อยให้เธอและอุ้มเธอไปที่หน้ากระจก“พี่คุณ” เธอลืมตาโดยที่ไม่ต้องให้เขาบอก เมื่อเขาวางคางที่ไหล่มน จับมือเธอวางที่สร้อยเส้นนั้น“พี่เอาหัวใจของพี่กลับมาไว้ที่เจ้าของ”“สร้อยเส้นนี้” เธอมองสร้อยรูปหัวใจนั้นด้วยความรู้สึกตื้อในอก“พี่กระชากมันไปเอง และพี่ก็เก็บมันมาซ่อมให้ดูดี รอวันที่จะสวมไว้ให้คนที่พี่รัก พัดทิ้งหัวใจของพี่ไปนานแสนนาน ครั้งนี้ห้ามทิ้งมันไปอีก” เขายกจี้รูปหัวใจขึ้นมาประทับจุมพิตกับริมฝีปาก กอดรัดให้เธอจุมพิตพร้อมๆ กับเขาด้วยหัวใจที่ซ่านไปด้วยความรักอันแสนบริสุทธิ์เตียงขนาดเล็กดูช่างน่าอึดอัดสำหรับหนุ่มสาวที่บดเบียดกันแนบชิด ภัทรวนันต์ถูกยกเรือนร่างให้คุกเข่าอยู่บนหัวเตียง มือนิ่มจับพนักหัวเตียงเอาไว้ เธอส่ายร่อนสะโพกด้วยความเสียวซ่านเมื่อเรือนกายสาวจำต้องบดเบียดกับปากร้อนร้ายที่รอคอยซอกซอนดื่มกินน้ำทิพย์อันฉ่ำหวานภัทรวนันต์ดึงสะโพกหนี เขาดึงกลับมา ใบหน้าที่สอดอยู่หว่างขาสาวเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว การได้ลิ้มรสสวาทที่แสนตราตรึงในหัวใจทำให้คุณธรรมครางงึมงำ มือห
“ไม่อายหรอกครับ ผมสงสารแม่”“แม่ของเราไม่มีเงินซื้อรองเท้าให้เหรอไง” คุณธรรมเสียงแผ่วลงในทันทีที่คิดว่าภรรยาและลูกลำบาก“ไม่ใช่หรอกครับ ผมเป็นคนขอแม่ใส่รองเท้าคู่นี้เอง มีพี่คนหนึ่งเป็นนักกีฬาอยู่ในซอยนั้น เขาให้ผมมา ผมเลยใส่ไปโรงเรียนจะได้ประหยัดเงินไม่ต้องซื้อใหม่ ผมสงสารที่แม่ต้องทำงานหนัก อีกอย่างแม่จะได้เก็บเงินส่วนนั้นไปทำอย่างอื่น”จริงที่ภาสวิชญ์อยากใส่รองเท้าคู่นี้เอง เพราะประทับใจรุ่นพี่ในซอยที่เคารพรัก ใจนักเลง และเป็นลูกผู้ชาย ไม่ใช่ไม่มีเงินซื้อรองเท้าอย่างที่คุณธรรมเข้าใจ แต่เด็กน้อยไม่อธิบายให้พ่อเข้าใจ อยากให้พ่อเห็นใจแม่มากๆ“โธ่... ลูก” คุณธรรมมือสั่นดึงลูกมากอด“แล้วเพื่อนไม่ล้อหรือลูก” ชายหนุ่มถามลูกชายตัวอ้วนที่ตอนนี้มีรองเท้าใหม่ เพราะเขาซื้อให้“ล้อครับ แต่ผมไม่สนใจ ผมสนใจแม่ สนใจน้อง และสนใจเรียนมากกว่าเรื่องไร้สาระพวกนั้น”คุณธรรมถึงกับพูดไม่ออก “ผมคิดว่าจะใส่มันอีกหลายปีเพราะรองเท้าคู่นี้แพงมาก แม้จะเก่าไปสักหน่อย แต่ผมจะใส่มันจนกว่าผมจะมีเท้าที่ใหญ่พอดีกับรองเท้า” ภาสวิชญ์นึกถึงวีรภาพพี่ชายที่แสนดีในซอย ซึ่งเป็นนักกีฬาโรงเรียน พี่ชายคนนั้นสอนอะไรเขาตั้งหลายอ
มองตากันอย่างเจ้าเล่ห์ และจะต้องเล่าวีรกรรมที่เอาคืนบิดาให้ฟัง ซึ่งก็จะถูกมารดาเอ็ดเอาทุกครั้ง แต่ทั้งสองแอบเห็นท่านอมยิ้มขำเลยอยากเอาคืนให้อย่างสาสม“อุ๊ย! คุณพ่อ พลอยขอโทษค่ะ” ภัคจิราเดินไปหลบหลังพี่ชาย กลัวบิดาจะโกรธเอา คุณธรรมเองอยากจะตำหนิลูก แต่พอเห็นแววตาไร้เดียงสาแถมยังสำนึกผิดและหวาดกลัวเขา หน้าตึงๆ ดุๆ ก็คลายลง“ไม่เป็นไร แต่ตอนนี้อาบน้ำได้แล้ว” เสียงเข้มๆ ของคนเป็นพ่อทำให้เด็กๆ ยอมให้พ่อถูสบู่ให้ทั่วตัวและอาบน้ำในที่สุด เด็กแสบทั้งสองสบตากันยิ้มๆ ยอมทำตามอย่างว่าง่ายคุณธรรมยิ้มออกเมื่อจัดการกับลูกลิงสองตัวได้สำเร็จ ก่อนจะฉุกใจคิดขึ้นมาว่าเมื่อก่อนภัทรวนันต์คงต้องอาบน้ำให้เสือแสบทั้งสองทุกวันเป็นแน่ แค่คิดเขาก็เหนื่อยแทน เธอช่างอดทนอย่างที่สุดจริงๆหลังออกจากห้องน้ำ คุณธรรมก็หัวหมุนอีกรอบเมื่อต้องจัดการให้เจ้าแสบทั้งสองเช็ดตัวและใส่เสื้อผ้า กว่าจะสวมเสื้อผ้าได้เล่นเอาหอบแฮกๆ เช่นเดิม ลูกทั้งสองเลือกเสื้อผ้ากันยกใหญ่ ทำให้เขาต้องตัดสินใจว่าจะให้ใส่ชุดไหนดี“เสื้อสวยมากๆ เลยค่ะพี่เพชร พลอยไม่เคยมีเสื้อผ้าแบบนี้มาก่อน” น้ำเสียงตื่นเต้นของภัคจิราทำให้คุณธรรมถึงกับพูดไม่ออก เมื่
เธอและลูกจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก“หนูพัดคงได้ยินแล้วนะ ออกมาได้แล้ว” คำพูดของคุณากรทำให้ภัทรวนันต์สะดุ้ง“คุณลุงเอ่อ... เห็นหนูด้วยเหรอคะ” เธอไม่คิดว่าคุณากรจะตาไวขนาดนี้“เห็นนานแล้ว เลยอยากให้หนูได้รู้ความรู้สึกของเจ้าคุณมัน แต่หากมันยังปากไม่ดี พูดหมาๆ อีก ลุงคงช่วยไม่ได้ ปรับความเข้าใจกันซะ มีหลายเรื่องที่หนูเข้าใจผิดอยู่ คนเรารักกันอย่าเอาแต่ทิฐิ หันหน้าเข้าหากัน พูดคุยกัน ความเข้าใจจะเกิดขึ้น” คุณากรพูดอย่างปรานี“พ่อ” คุณธรรมเสียงดังกลบเกลื่อน ใบหน้าแดงก่ำ คราแรกคิดว่าเป็นแผนการของพ่อเลยนึกฉุนจัด แต่เพราะประโยคถัดมาทำให้รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของพ่อ ท่านกำลังช่วยให้เขาปรับความเข้าใจกับภัทรวนันต์ได้เร็วขึ้น เขายังคิดไม่ออกว่าจะทำยังไง ได้แต่ใช้กำลังที่เหนือกว่ากักเธอเอาไว้ รวมถึงคิดจนสมองแทบแตกว่าจะง้อเมียอย่างไรดี ก็ยังคิดไม่ออก ที่คิดออกคือจับปล้ำทำให้ท้องโย้ไว้ก่อนแล้วค่อยผูกมัดคนท้องโย้ไม่ให้ไปไหน แต่แผนการของบิดาเมื่อครู่เหนือชั้นกว่า ดูจากสีหน้าของท่าน ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนเลยว่าจะถามเขาแบบนี้ เตรียมมาฆ่าเขามากกว่าที่เขาบังอาจพาหลานรักอย่างภัทรวนันต์มาขย้ำเขมือบจนอิ่มแปล้อ







