Masukหลายวันต่อมา...
วันแต่งงานของนะโม
ในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดิน
เอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้
ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรัก
เมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุขอย่างที่ควรจะเป็น
"ยินดีด้วยนะนะโม ขอให้แกมีความสุขมากๆ นะ..." เอยบอกก่อนจะหันไปทางเจ้าบ่าว "ฝากพี่รามดูแลเพื่อนเอยด้วยนะคะ อย่าทำให้ยัยโมเสียใจนะ"
“พี่สัญญาครับ ว่าจะดูแลเพื่อนเราให้ดีที่สุด” รามสูรเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจ ทำให้นะโมที่ยืนข้างๆ ยิ้มกว้างออกมาด้วยความตื้นตัน
"ฉันก็ดีใจกับแกด้วยนะนะโม" ปอร์เช่ที่ยืนเคียงข้างเอยขยับมายิ้มอวยพร "เพื่อนผมอาจจะดื้อรั้นไปบ้าง พี่รามอย่าถือสามันเลยนะครับ"
"ฮ่าๆๆ ถ้าพี่จะถือสา พี่คงยอมแพ้ไปนานแล้วล่ะ" รามสูรหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เขารู้ซึ้งถึงความแสบสันของนะโมดียิ่งกว่าใคร แต่เพราะรักหมดหัวใจ... ความดื้อเหล่านั้นจึงกลายเป็นเสน่ห์ที่เขาเต็มใจจะโอบรับไว้
"พอเลยพวกแก! นี่มาอวยพรหรือมาแฉฉันกันแน่ฮะ?" นะโมแสร้งทำเป็นค้อนประชดประชัน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มร่าเริง "แต่บอกไว้ก่อนนะ พวกแกห้ามหนีกลับเด็ดขาด อยู่ถึงช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ด้วยกันก่อนนะ!"
"ถ้าไม่เมา... เอยไม่กลับแน่นอน!" เอยตอบพลางหัวเราะคิกคักอย่างขี้เล่น
"งั้นวันนี้ฉันคงหนีกลับไม่ได้เหมือนกัน เพราะต้องคอยคุมคนขี้เมาแถวนี้" ปอร์เช่กอดอกทำท่าระอาแต่แววตากลับเอ็นดูเพื่อนทั้งสองอย่างปิดไม่มิด
นะโมยิ้มแฉ่งอย่างมีความสุขที่สุดในชีวิต ก่อนจะขอตัวไปต้อนรับแขกคนอื่น ๆ และเตรียมตัวเปลี่ยนชุดเพื่อเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
เมื่อแสงไฟวอร์มไวท์ในฮอลล์เริ่มหรี่สลัวลง แทนที่ด้วยแสงสีนีออนสลับไปมาตามจังหวะดนตรีที่เร้าใจขึ้น บรรยากาศของงานแต่งที่แสนอ่อนหวานก็แปรเปลี่ยนเป็นแสงสีแห่งความสนุกสนานในทันที
นะโมปรากฏตัวอีกครั้งในชุดเดรสสั้นสีเงินระยิบระยับที่ดูคล่องตัวและโฉบเฉี่ยว เธอตรงดิ่งมาหาเพื่อนรักทั้งสองพร้อมแก้วเครื่องดื่มในมือ รอยยิ้มของเจ้าสาวในคืนนี้ดูสว่างไสวยิ่งกว่าแสงไฟในงานเสียอีก
“มา! เริ่มต้นความสนุกกันอย่างเป็นทางการ!” นะโมชูแก้วขึ้นสูงพลางหัวเราะร่า
เอยที่เริ่มขยับกายตามจังหวะเพลงอย่างลืมตัว ลืมความทุกข์ระทมที่เคยแบกไว้ เธอหยิบแก้วขึ้นมาชนกับเพื่อนรัก เสียงแก้วคริสตัลกระทบกันดังกังวานใส เหมือนเสียงเริ่มต้นปาร์ตี้ของค่ำคืนนี้
“วันนี้เอยให้เต็มที่เลยนะโม... เพื่อความสุขของแก ชนน!”
กริ๊งง~
เอยดื่มเข้าไปอึกใหญ่จนแก้มเริ่มซับสีระเรื่อ ความมึนเมาอ่อน ๆ ทำให้เธอดูขี้เล่นและร่าเริงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีปอร์เช่คอยยืนประคองอยู่ข้าง ๆ อย่างรู้ใจ
แม้ปากจะบ่นพึมพำว่าพวกเธอคือตัวแสบ แต่สายตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเอ็นดู เขาคอยระแวดระวังไม่ให้ใครเดินมาชนเพื่อนสาวทั้งสองที่กำลังออกสเต็ปเต้นกันอย่างสนุกสนาน
“เบาหน่อยพวกมึง เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นมาปวดหัวไม่รู้ด้วยนะ” ปอร์เช่บอกพลางขำ เมื่อเห็นนะโมกับเอยกอดคอพากันเต้นโยกย้ายอย่างไม่ยอมกัน
ในขณะที่ความสนุกกำลังไต่ระดับขึ้นไปเรื่อย ๆ รามสูรที่ยืนคุยกับแขกผู้ใหญ่อยู่ไม่ไกลก็มักจะหันกลับมามองเมียรักและกลุ่มเพื่อนของเธอเป็นระยะ เขายิ้มมุมปากเมื่อเห็นนะโมหัวเราะจนตาหยี และเห็นเอยที่ดูมีความสุขที่สุดในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา
ความวุ่นวายที่แสนสนุกดำเนินไปท่ามกลางเสียงเพลงจังหวะเร้าใจและกลิ่นอายของแชมเปญชั้นเลิศ เอยรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบที่เคยหนักอึ้งได้รับการเยียวยา เธอบรรจงซบหน้าลงกับไหล่ของนะโมครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มกว้างแล้วกลับไปโยกย้ายร่างกายตามจังหวะเพลงอย่างสนุกสุดเหวี่ยง
เอยกอดนะโม ดื่มด่ำกับบรรยากาศ และแดนซ์จนลืมความเศร้า แม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เธอลืมเลือนความรู้สึกเหล่านั้นไปได้
แต่สำหรับเอย... มันคือช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุด อย่างน้อยเธอก็หลุดพ้นจากเรื่องทุกข์ใจไปได้ชั่วคราว
ทว่า... ความสุขกลับแสนสั้นเหมือนความฝันตื่นหนึ่ง
เมื่อเข็มนาฬิกาบอกเวลาตีสาม งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา หมดเวลาสนุก เอยจำต้องกลับเพราะอรรถพลโทรศัพท์ตาม และเขายังจงใจใช้อำนาจเตือนให้รู้ผ่านทางครามที่เดินเข้ามาในงาน การปรากฏตัวของครามเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่า เวลาอิสระของเธอได้หมดลงแล้ว ถึงเวลาที่เธอต้องกลับเข้าสู่กรงขังนั่นอีกครั้ง...
"เอยกลับก่อนนะ ดึกแล้ว" เอยหันไปบอกนะโม ที่ตอนนี้เมามายอยู่ในอ้อมแขนแกร่งของรามสูร เจ้าสาวของรามสูรพยักหน้างึกงักรับรู้ด้วยสติที่ไม่เต็มร้อยนัก
"กลับดีๆ นะครับ โมตอนนี้คงไม่รู้เรื่องแล้ว" เอยยิ้มบางเบา เธอเองก็เมาพอสมควร แต่ยังคงประคองสติได้ดีกว่าเพื่อน
"ค่ะ... เอยกลับก่อนนะ" เอยหันไปสบตากับปอร์เช่พลางยิ้มให้เขา ก่อนจะหมุนกายเดินออกไปยังรถหรูที่จอดรอรับอยู่ด้านนอก
"เอย..." เสียงเรียกของปอร์เช่ดังขึ้นไล่หลัง เอยจึงชะงักและหันกลับไปหา
"หืม?" ปอร์เช่ยืนนิ่งมองเธอ ในดวงตามีคำพูดมากมายที่อยากจะเอื้อนเอ่ย แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะเงียบ
"กลับดีๆ นะ เดินไหวไหม?"
"อืม..." เอยพยักหน้า ส่งยิ้มบางๆ ให้ปอร์เช่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังเดินไปยังรถหรูที่จอดรอเธออยู่…
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
บทที่12ไปเลิกกับมันซะทันทีที่แผ่นหลังบางของเอยหายลับเข้าไปในหัวมุมทางเดิน อรรถพลที่ยืนนิ่งเพียงครู่ก็เริ่มขยับกาย กลิ่นอายของความเย็นชาและอำนาจแผ่ซ่านจนพนักงานที่เดินผ่านต้องพากันก้มหน้าหลบตาด้วยความเกรงขามหากทว่าตอนนี้เขาไม่คิดสนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น เป้าหมายเดียวในสายตาคือผู้หญิงที่กล้าเดินหนีเ
"เอย ดูนั่นสิ... นั่นมันคุณจีนนี่นา" นะโมสะกิดแขนเอย พรางกระซิบเพื่อนให้ดูจีรนาด้วยความตื่นเต้น "คุณจีนเขาสวยสมคำร่ำลือจริง ๆเลยเนอะ ดูสิ ผิวพรรณดีมากอ่ะ สงสัยเข้าครอสสปาเตรียมตัวเข้าพิธีหมั้นแน่ ๆ เลยแก" เอยพยักหน้าเบา ๆ อย่างรับรู้"อืม... คุณเขาส
เช้าวันรุ่งขึ้น...กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารโชยมาจากในครัว ปอร์เช่สวมบทบาทเป็นเชฟหนุ่ม เขาลงมือทำมื้อเช้าให้สองสาวอย่างตั้งใจ เอยเดินออกมาที่โต๊ะอาหารเป็นคนแรก ในขณะที่นะโมยังคงจัดการตัวเองไม่เสร็จ ทำให้เอยได้มีเวลาอยู่พูดคุยกับปอร์เช่เ
บทที่11โลกกลม 1/1หลังจากอิ่มท้องแล้ว ทั้งสามก็กลับมาที่คอนโดของนะโมเพื่อพักผ่อน"พักผ่อนเลยนะปอร์" เอยบอกกับปอร์เช่ขณะที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกัน"โอเค" เมื่อปอร์เช่เข้าห้องพักของเขาไปแล้ว นะโมก็รีบดันหลังเอยให้เข้าห้องของเธอทันที"อะไรเนี่ยยัยโม ดันฉันมาทำไมก่อน" เอยถามขึ้นอย่างงุนงง"จากนี้ไปแก



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



