เข้าสู่ระบบคำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…
ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุด
ในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจ
และช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!
"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ
"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะที่เฮียจะมี จีนเข้าใจดี ดังนั้นในอนาคตเฮียไม่ต้องรู้สึกผิดกับจีนเลยนะคะ"
จีรนายิ้มหวาน จ้องมองอรรถพลด้วยแววตาจริงจังเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เธอพูดออกไปเป็นความจริงทุกประการ
อรรถพลยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่แทบไม่หลงเหลืออยู่ในใจ
เขาเลือกแล้ว... และเขาก็จะเห็นแก่ตัวให้ถึงที่สุด
ในเมื่อคู่หมั้นอย่างจีรนาเป็นคนอนุญาต เขาก็จะใช้สิทธิ์นั้นกักขังเอยไว้ข้างกายตลอดไป ไม่ว่าเธอจะเกลียดเขาจนเข้าไส้เพียงใดก็ตาม!
หลายวันต่อมา...
แสงสปอร์ตไลท์สาดส่องลงมาที่ร่างของเอยอีกครั้ง ทว่าคราวนี้มันสว่างไสวและร้อนแรงไปด้วยเสียงรัวชัตเตอร์และแสงแฟลชจากกองทัพนักข่าว ข่าวการเซ็นสัญญาเข้าสังกัดช่องยักษ์ใหญ่ภายใต้การดูแลของอรรถพล กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่สะเทือนไปทั้งวงการบันเทิง ซึ่งถือเป็นการต้อนรับการกลับมาของดาราสาวได้เป็นอย่างดี
หากแต่เบื้องหลังความสำเร็จอันรุ่งโรจน์นั้น กลับมีสายตาคู่คมกริบเฝ้ามองอยู่ด้วยความรู้สึกปะทุร้อนสุมไฟอยู่ในอก อรรถพลทอดสายตามองหน้าจอทีวีที่ปรากฏภาพของเอย... ผู้หญิงที่เขาตีตราจองไว้ในสถานะเมียเก็บ
ความหวงแหนพุ่งริ้วขึ้นมาจนจุกอก เขารู้สึกไม่อยากให้ชายใดได้ยลโฉมหรือชื่นชมเธอ ลึก ๆ เขาอยากจะกักขังเธอไว้ในกรงขังส่วนตัวที่มีเพียงเขาผู้เดียวที่เข้าถึงได้ แต่ชายหนุ่มก็รู้ดีว่า... เขาทำแบบนั้นไม่ได้ในตอนนี้
แค่เขาพันธนาการเธอเอาไว้ด้วยตำแหน่งที่ไร้เกียรตินี้ ก็บีบคั้นเธอมากพอแล้ว เขาจึงทำได้เพียงสะกดกลั้นความไม่พอใจเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย และปล่อยให้เธอได้ทำตามความต้องการของตัวเอง ตราบใดที่เธอยังว่านอนสอนง่าย เรื่องเล็กน้อยเหล่านี้เขาจะพยายามไม่ใส่ใจมัน!
"ส่งคนติดตามเอยหรือยัง?" อรรถพลเอ่ยถามครามเสียงเรียบแต่หนักแน่น เขาต้องการรู้ทุกความเคลื่อนไหวของเธอ
"ครับ ผมจัดการเรียบร้อยแล้ว และสั่งให้ตามติดอยู่ห่าง ๆ โดยที่คุณเอยจะไม่มีวันรู้ตัวแน่นอนครับ" ครามรายงานอย่างนอบน้อม
"ดี แล้วงานวันนี้ล่ะ?"
"มีประชุมช่วงบ่ายครับ หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรแล้วครับ"
"อืม"
ภายในห้องพักส่วนตัวของเอย นะโมกำลังก้มหน้าก้มตาจัดแจงเสื้อผ้าชุดสวยให้เพื่อนรักอย่างเบามือ หน้าที่ดูแลเอยในกองถ่ายยังคงเหมือนเดิม ทว่าอำนาจในการตัดสินใจรับงานกลับถูกเปลี่ยนมือไปโดยสมบูรณ์... ซึ่งกลายเป็นของอรรถพลไปโดยปริยาย
"เอย... ฉันถามแกตรง ๆ นะ แกอยู่ตรงนี้ มีความสุขจริง ๆ ใช่ไหม?" นะโมเงยหน้าขึ้นถามด้วยแววตาที่เป็นห่วงเป็นใย เธอไม่อยากเห็นเพื่อนต้องยอมจำนนให้อรรถพลมากขนาดนี้
เอยคลี่ยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่อ่อนหวานทว่าแฝงไปด้วยความอ่อนล้า "เอยโอเคโม... โมสบายใจได้"
คำตอบนั้นทำให้นะโมได้แต่เก็บความอัดอั้นไว้ในอก เธอไม่อยากซักไซ้ให้เพื่อนต้องลำบากใจไปมากกว่านี้ จึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปถึงข่าวดีของตัวเอง "ช่างเถอะ... อย่าลืมแล้วกัน งานแต่งของโมเดือนหน้า เอยต้องไปให้ได้นะ"
ดวงตาของเอยเป็นประกายวาววับขึ้นมาทันที ความยินดีที่เปี่ยมล้นฉายชัดบนใบหน้าหวาน "ต้องไปสิ... งานสำคัญของเพื่อนรักทั้งคน เอยไม่พลาดแน่นอน"
"ถ้าแกไม่ตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ฉันอาจจะดีใจมากกว่านี้..." นะโมพึมพำเสียงแผ่ว
เอยนิ่งงัน มองนะโมผ่านกระจกบานใหญ่ "เอยเลือกทางนี้เอง โมไม่ต้องห่วงเอยเลยนะ ตั้งใจจัดงานแต่งไป รอวันที่ได้เป็นเจ้าสาวที่แสนสวย ส่วนเรื่องของเอย... สักวันมันจะดีขึ้นเอง เข้าใจไหม?"
"อืมม..." แม้จะพยักหน้ารับ แต่นะโมก็ยังทำสีหน้าเหมือนจะร้องไห้
"อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ เอยจะร้องด้วยแล้วเนี่ย" นะโมก้มลงมากอดเอยอย่างปลอบประโลม
"แม้แกจะเจอมรสุมชีวิตแค่ไหน ฉันจะอยู่ข้าง ๆ แกนะเอย ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นยังไง แกต้องนึกถึงฉันเป็นคนแรก เข้าใจไหม?"
"รู้หน่า... อย่าคิดมากเรื่องเอยเลย" เอยฝืนยิ้ม "เอยไม่ได้เศร้าขนาดนั้นสักหน่อย เดิมทีเอยก็แลกทุกอย่างเองมาตั้งแต่ต้น ตอนนี้ก็แค่กลับไปสู่จุดเดิมที่เคยต้องการ นี่ไง... เห็นไหม ชื่อเสียง เงินทองกลับมาแล้ว แถมได้ทำงานที่เรารักด้วย"
"แกนี่นะ..."
"อย่าคิดมาก ป่ะกลับกันเถอะ เอยอยากพักผ่อนแล้ว"
"อืมม"
นะโมอาสาเป็นคนขับรถให้เอยเพื่อให้เพื่อนรักได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เมื่อรถหรูจอดลงหน้าวิลล่า นะโมจึงปลุกเอยให้ตื่นจากการหลับใหล
"ตื่นได้แล้ว ถึงบ้านแล้วจ้าคุณหนู"
เอยงัวเงียตื่นขึ้นมา ก่อนจะยิ้มให้เพื่อน "ขอบคุณนะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้จ้ะ"
"จ้า" นะโมมองเพื่อนที่ถือกระเป๋าก้าวลงจากรถ เอยหันมาโบกมือลา นะโมจึงยิ้มและโบกมือกลับ เธอมองเพื่อนเดินเข้าวิลล่าไปจนหายลับตา แล้วจึงตัดสินใจเคลื่อนรถกลับคอนโดของพี่รามแฟนหนุ่มของเธอ...
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
บทที่12ไปเลิกกับมันซะทันทีที่แผ่นหลังบางของเอยหายลับเข้าไปในหัวมุมทางเดิน อรรถพลที่ยืนนิ่งเพียงครู่ก็เริ่มขยับกาย กลิ่นอายของความเย็นชาและอำนาจแผ่ซ่านจนพนักงานที่เดินผ่านต้องพากันก้มหน้าหลบตาด้วยความเกรงขามหากทว่าตอนนี้เขาไม่คิดสนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น เป้าหมายเดียวในสายตาคือผู้หญิงที่กล้าเดินหนีเ
"เอย ดูนั่นสิ... นั่นมันคุณจีนนี่นา" นะโมสะกิดแขนเอย พรางกระซิบเพื่อนให้ดูจีรนาด้วยความตื่นเต้น "คุณจีนเขาสวยสมคำร่ำลือจริง ๆเลยเนอะ ดูสิ ผิวพรรณดีมากอ่ะ สงสัยเข้าครอสสปาเตรียมตัวเข้าพิธีหมั้นแน่ ๆ เลยแก" เอยพยักหน้าเบา ๆ อย่างรับรู้"อืม... คุณเขาส
เช้าวันรุ่งขึ้น...กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารโชยมาจากในครัว ปอร์เช่สวมบทบาทเป็นเชฟหนุ่ม เขาลงมือทำมื้อเช้าให้สองสาวอย่างตั้งใจ เอยเดินออกมาที่โต๊ะอาหารเป็นคนแรก ในขณะที่นะโมยังคงจัดการตัวเองไม่เสร็จ ทำให้เอยได้มีเวลาอยู่พูดคุยกับปอร์เช่เ
บทที่11โลกกลม 1/1หลังจากอิ่มท้องแล้ว ทั้งสามก็กลับมาที่คอนโดของนะโมเพื่อพักผ่อน"พักผ่อนเลยนะปอร์" เอยบอกกับปอร์เช่ขณะที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกัน"โอเค" เมื่อปอร์เช่เข้าห้องพักของเขาไปแล้ว นะโมก็รีบดันหลังเอยให้เข้าห้องของเธอทันที"อะไรเนี่ยยัยโม ดันฉันมาทำไมก่อน" เอยถามขึ้นอย่างงุนงง"จากนี้ไปแก







