تسجيل الدخولในนิยาย หลังเหตุการณ์สระน้ำ จะมีเหตุการณ์อีกอย่างเกิดขึ้น เหตุการณ์ที่อันตรายกว่ามาก หลินอวี้หนิงกำมือแน่นเล็กน้อย ถ้าเธอจำไม่ผิด มันจะเกิดขึ้น ในคืนพรุ่งนี้
กลางคืนปกคลุมจวนหลินอย่างเงียบงัน แสงจันทร์สาดลงบนหลังคากระเบื้องสีดำ ลมเย็นพัดผ่านสวนไผ่ เกิดเสียงใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ ภายในเรือนของคุณหนูใหญ่ หลินอวี้หนิงยังไม่เข้านอน
นางนั่งอยู่ข้างโต๊ะไม้เล็ก ๆ มือกำลังเปิดตำราบางอย่าง แต่สายตาไม่ได้อยู่ที่ตัวหนังสือ อยู่ที่หน้าต่าง เสี่ยวชิงเดินเข้ามาพร้อมถาดชา
“คุณหนูเจ้าคะ ดึกแล้ว ท่านควรพักผ่อนได้แล้ว”
หลินอวี้หนิงยิ้มเล็กน้อย
“เสี่ยวชิง เจ้าจำได้ไหมว่าคืนนี้เป็นคืนที่เท่าไร”
เสี่ยวชิงงงเล็กน้อย
“คืนที่…ห้าก่อนงานแต่งเจ้าค่ะ”
หลินอวี้หนิงพยักหน้า ในนิยาย คืนนี้เอง คือคืนที่มือสังหารจะเข้ามาในจวน เป้าหมายคือนาง หลินอวี้หนิงปิดตำราลง เสียงเบา แต่ชัด
“เสี่ยวชิง เจ้าไปพักเถอะ”
เสี่ยวชิงลังเล
“แต่คุณหนู”
“ข้าอยากอ่านหนังสือต่ออีกนิด”
สุดท้ายเสี่ยวชิงก็พยักหน้า
“เช่นนั้นข้าจะไปนอนที่ห้องข้าง ๆ ถ้ามีอะไรเรียกข้าได้ทันทีนะเจ้าคะ”
หลินอวี้หนิงพยักหน้า เมื่อประตูปิดลง ห้องก็เงียบสนิท ลมกลางคืนพัดม่านหน้าต่างไหวเบา ๆ หลินอวี้หนิงยืนขึ้น แล้วเดินไปดับตะเกียงทีละดวง ในไม่ช้า ห้องก็เหลือเพียงแสงจันทร์ นางยืนเงียบอยู่ข้างหน้าต่าง เหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง
เวลาผ่านไปช้า ๆ ทันใดนั้น เสียงเบา ๆ ดังขึ้นบนหลังคา กึก! หลินอวี้หนิงหรี่ตา มาแล้ว เงาดำเงาหนึ่งเคลื่อนไหวผ่านหน้าต่าง จากนั้นประตูห้องก็ถูกเปิดออกอย่างไร้เสียง ชายในชุดดำก้าวเข้ามา ใบหน้าถูกปิดด้วยผ้าดำ เหลือเพียงดวงตาเย็นชา ในมือของเขามีมีดสั้น หลินอวี้หนิงยืนอยู่กลางห้อง ไม่หนี ไม่ร้อง มือสังหารชะงักไปเล็กน้อย
แปลก... หญิงคนนี้ไม่ตกใจเลย หลินอวี้หนิงพูดขึ้นเบา ๆ
“คนขององค์ชายใหญ่หรือ”
ดวงตาของมือสังหารหรี่ลงทันที เขาไม่ตอบ แต่พุ่งเข้ามา มีดสั้นสะท้อนแสงจันทร์ หลินอวี้หนิงถอยหลังหนึ่งก้าว แต่จังหวะนั้นเอง
เคร้ง!
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้น ดาบยาวเล่มหนึ่งเข้าปะทะมีดสั้นอย่างแม่นยำ มือสังหารถูกผลักถอยไปสองก้าว ชายอีกคนยืนอยู่ตรงหน้าหลินอวี้หนิง ชุดสีดำยาวพลิ้วตามลม ดวงตาคมเย็นราวน้ำแข็ง หลี่จิ้งเหยียน แม่ทัพหนุ่มถือดาบแน่น สายตาเย็นชามองมือสังหาร
“คนของจ้าวอวี้เฉินสินะ”
มือสังหารไม่ตอบ แต่พุ่งเข้าโจมตีอีกครั้ง เสียงดาบปะทะกันดังในห้องมืด เพียงไม่กี่กระบวนท่า ดาบของหลี่จิ้งเหยียนก็พุ่งผ่าน มือสังหารล้มลงกับพื้น เลือดสีเข้มไหลออกมา ห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง หลี่จิ้งเหยียนลดดาบลง ก่อนหันกลับมามองหญิงสาวด้านหลัง หลินอวี้หนิงยังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่หวาดกลัว ไม่ตกใจ แม่ทัพหนุ่มหรี่ตาเล็กน้อย
“ดูเหมือนคุณหนูหลินจะรู้อยู่แล้วว่าจะมีมือสังหารมา” คำถามนั้นคมกริบ หลินอวี้หนิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างเรียบง่าย
“ข้าแค่ระวังตัว”
หลี่จิ้งเหยียนมองนางอยู่นาน ดวงตาคมลึกเหมือนกำลังอ่านอะไรบางอย่าง แล้วเขาพูดเบา ๆ
“คืนนี้ถ้าข้าไม่มา เจ้าคิดว่าจะรอดหรือไม่”
หลินอวี้หนิงสบตาเขา แล้วตอบประโยคหนึ่งที่ทำให้แม่ทัพหนุ่มนิ่งไป
“ข้าคิดว่าท่านจะมาช่วยข้าอยู่แล้ว”
หลี่จิ้งเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เจ้ารู้ได้อย่างไร”
หลินอวี้หนิงยิ้มบาง แต่ไม่ได้ตอบ เพราะในนิยาย คืนนี้ คนที่ช่วยนาง ก็คือเขาอยู่แล้ว ภายในห้องเงียบงันกลิ่นเลือดจาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศ
ร่างของมือสังหารยังคงนอนนิ่งอยู่บนพื้น แสงจันทร์สาดผ่านหน้าต่าง ทำให้เงาของชายสองคนทอดยาวบนพื้นไม้ หลี่จิ้งเหยียนยังถือดาบอยู่ในมือ สายตาคมลึกจับจ้องหญิงสาวตรงหน้า
“เจ้าบอกว่าข้าจะมา” เสียงของเขาทุ้มต่ำ
“เหตุใดเจ้าถึงมั่นใจเช่นนั้น”
หลินอวี้หนิงยืนนิ่งอยู่กลางห้อง แสงจันทร์ทำให้ใบหน้าของนางดูสงบอย่างประหลาด นางยิ้มเล็กน้อย
“แม่ทัพหลี่เป็นคนระมัดระวัง” นางพูดช้า ๆ
“เมื่อรู้ว่ามีคนเคลื่อนไหวใกล้จวนหลิน ท่านย่อมไม่ปล่อยให้ว่าที่ภรรยาของท่านตกอยู่ในอันตราย” คำตอบนั้นฟังดูสมเหตุสมผล แต่หลี่จิ้งเหยียนไม่ได้ละสายตา เพราะเขาจำได้ชัด ตอนที่มือสังหารเข้ามาหญิงคนนี้ ไม่ได้ตกใจแม้แต่น้อย แม่ทัพหนุ่มเดินเข้าไปอีกก้าว
“คุณหนูหลิน” เขาเอ่ยชื่อของนาง
“เจ้ากลัวตายหรือไม่” คำถามนั้นทำให้หลินอวี้หนิงชะงักเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของทั้งสองสบกัน หลินอวี้หนิงตอบเบา ๆ
“ใคร ๆ ก็กลัวตาย” นางหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดต่อ
“แต่ถ้ากลัวเกินไป ก็อาจไม่มีชีวิตอยู่รอด”
หลี่จิ้งเหยียนหรี่ตา คำตอบนั้นไม่เหมือนคำพูดของคุณหนูธรรมดา ในความเงียบ เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นนอกห้อง
“ท่านแม่ทัพ!” เสียงของฟางหยวนดังขึ้น องครักษ์หนุ่มเปิดประตูเข้ามา เมื่อเห็นร่างมือสังหารบนพื้น เขาก็ขมวดคิ้ว
“ดูเหมือนจะเป็นคนขององค์ชายใหญ่จริง ๆ”
หลี่จิ้งเหยียนพยักหน้าเล็กน้อย
“เอาศพออกไป”
ฟางหยวนคำนับ
“ขอรับ”
เขาเรียกทหารสองคนเข้ามาช่วยยกร่างออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่นาน ห้องก็กลับมาเงียบอีกครั้ง หลี่จิ้งเหยียนเก็บดาบเข้าฝัก ก่อนพูดขึ้น
“หลังจากคืนนี้ จวนหลินจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป”
หลินอวี้หนิงพยักหน้าเล็กน้อย เรื่องนี้นางรู้อยู่แล้ว ในนิยาย หลังการลอบสังหารครั้งแรก เหตุการณ์ต่าง ๆ จะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หลี่จิ้งเหยียนมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดช้า ๆ
“พรุ่งนี้เช้า ข้าจะส่งคนมาเฝ้าจวน”
หลินอวี้หนิงเงยหน้ามอง
“ท่านจะปกป้องข้าหรือ”
แม่ทัพหนุ่มตอบเรียบ ๆ
“เจ้าคือว่าที่ฮูหยินของข้า” เขาหยุดเล็กน้อย
“หากเจ้าตายก่อนงานแต่ง มันจะสร้างปัญหาให้ข้า” คำพูดนั้นฟังดูเย็นชา แต่หลินอวี้หนิงกลับยิ้ม
“เช่นนั้นข้าคงต้องขอบคุณท่าน”
หลี่จิ้งเหยียนไม่ได้ตอบ แต่ก่อนจะเดินออกจากห้อง เขาหยุดที่ประตู แล้วพูดขึ้นโดยไม่หันกลับมา
“คุณหนูหลิน”
“ขอรับ?” นางตอบ
แม่ทัพหนุ่มพูดช้า ๆ
“ข้ามีความรู้สึกอย่างหนึ่ง”
เขาหันกลับมามองนาง ดวงตาคมลึก
“เหมือนข้าเคยช่วยเจ้าจากความตายมาก่อน” คำพูดนั้นทำให้หัวใจของหลินอวี้หนิงเต้นแรง หลินอวี้หนิงก้มศีรษะเล็กน้อย
“บางที” นางพูดเบา ๆ
“เราอาจเคยพบกันจริง ๆ ก็ได้”
หลี่จิ้งเหยียนมองนางอยู่นาน ก่อนจะหันหลังเดินออกไป แสงจันทร์สาดผ่านประตูที่เปิดอยู่ หลินอวี้หนิงยืนมองเงาของเขาหายไปในความมืด แต่ในใจของนางรู้ดี การลอบสังหารคืนนี้ ไม่ได้เป็นแค่จุดเริ่มต้นของอันตราย มันยังทำให้ ชะตาของนางกับหลี่จิ้งเหยียนเริ่มพันกันแน่นขึ้น และในพระราชวัง ข่าวการลอบสังหารครั้งนี้ กำลังเดินทางไปถึงหูของคนคนหนึ่งแล้ว องค์ชายใหญ่จ้าวอวี้เฉิน
ในนิยาย หลังเหตุการณ์สระน้ำ จะมีเหตุการณ์อีกอย่างเกิดขึ้น เหตุการณ์ที่อันตรายกว่ามาก หลินอวี้หนิงกำมือแน่นเล็กน้อย ถ้าเธอจำไม่ผิด มันจะเกิดขึ้น ในคืนพรุ่งนี้กลางคืนปกคลุมจวนหลินอย่างเงียบงัน แสงจันทร์สาดลงบนหลังคากระเบื้องสีดำ ลมเย็นพัดผ่านสวนไผ่ เกิดเสียงใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ ภายในเรือนของคุณหนูใหญ่ หลินอวี้หนิงยังไม่เข้านอนนางนั่งอยู่ข้างโต๊ะไม้เล็ก ๆ มือกำลังเปิดตำราบางอย่าง แต่สายตาไม่ได้อยู่ที่ตัวหนังสือ อยู่ที่หน้าต่าง เสี่ยวชิงเดินเข้ามาพร้อมถาดชา“คุณหนูเจ้าคะ ดึกแล้ว ท่านควรพักผ่อนได้แล้ว”หลินอวี้หนิงยิ้มเล็กน้อย“เสี่ยวชิง เจ้าจำได้ไหมว่าคืนนี้เป็นคืนที่เท่าไร”เสี่ยวชิงงงเล็กน้อย“คืนที่…ห้าก่อนงานแต่งเจ้าค่ะ”หลินอวี้หนิงพยักหน้า ในนิยาย คืนนี้เอง คือคืนที่มือสังหารจะเข้ามาในจวน เป้าหมายคือนาง หลินอวี้หนิงปิดตำราลง เสียงเบา แต่ชัด“เสี่ยวชิง เจ้าไปพักเถอะ”เสี่ยวชิงลังเล“แต่คุณหนู”“ข้าอยากอ่านหนังสือต่ออีกนิด”สุดท้ายเสี่ยวชิงก็พยักหน้า“เช่นนั้นข้าจะไปนอนที่ห้องข้าง ๆ ถ้ามีอะไรเรียกข้าได้ทันทีนะเจ้าคะ”หลินอวี้หนิงพยักหน้า เมื่อประตูปิดลง ห้องก็เงียบสนิท ลมกลางคืนพัดม
แสงยามเช้าส่องผ่านสวนของจวนหลิน ตั้งแต่เช้าตรู่ ทั้งจวนก็เต็มไปด้วยความวุ่นวายสาวใช้วิ่งเข้าออก ช่างตัดเสื้อกำลังวัดตัว คนงานขนหีบสินสอดเข้าออกไม่หยุด เพราะงานแต่งของคุณหนูใหญ่หลินอวี้หนิง กำลังจะเกิดขึ้นในอีกสิบห้าวัน ภายในเรือนของนาง เสี่ยวชิงกำลังถือผ้าไหมสีแดงสดขึ้นมาดู“คุณหนูเจ้าคะ ชุดแต่งงานชุดนี้งดงามมากเลย”หลินอวี้หนิงนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง มองออกไปที่สวนอย่างเงียบ ๆ ในหัวของเธอกำลังคิดถึงเนื้อเรื่องในนิยายถ้าเธอจำไม่ผิด ก่อนงานแต่ง จะเกิดเหตุหนึ่งขึ้น“อุบัติเหตุ” ที่ทำให้หลินอวี้หนิงตัวร้ายเกือบเสียชีวิต หลินอวี้หนิงหรี่ตาเล็กน้อย ในนิยาย เหตุการณ์นั้นถูกอธิบายว่าเป็นเรื่องบังเอิญ แต่นางไม่เชื่อ ในจวนหลินแห่งนี้ ไม่มีอะไรเป็นเรื่องบังเอิญทันใดนั้น เสียงสาวใช้คนหนึ่งดังมาจากด้านนอก“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ ฮูหยินเฉินเชิญท่านไปที่ศาลาริมสระเจ้าค่ะ”หลินอวี้หนิงหันกลับมา“แม่เลี้ยงเรียกข้าหรือ”“เจ้าค่ะ”เสี่ยวชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย“คุณหนู ช่วงนี้ฮูหยินเฉินดูแปลก ๆ ข้าว่าท่านระวังตัวไว้ดีกว่า”หลินอวี้หนิงยิ้มบาง“ข้ารู้อยู่แล้ว”เธอลุกขึ้นช้า ๆ ในนิยาย เหตุการณ์ “อุบัติเหตุ” เกิดขึ้น
“เมื่อครู่ข้าเห็นทุกอย่างแล้ว” คำพูดนั้นทำให้หลินหว่านอิงตัวแข็ง หลินอวี้หนิงยังคงยืนนิ่ง แม่ทัพหนุ่มกวาดสายตามองถ้วยชาที่หายไปจากโต๊ะ ก่อนมองกลับมาที่นาง“คุณหนูหลินระวังตัวดี” คำพูดนั้นฟังดูเรียบง่าย แต่สำหรับคนในศาลา มันเหมือนคำชม และการได้รับคำชมจากแม่ทัพหลี่ ไม่ใช่เรื่องธรรมดา หลินหว่านอิงกำชายแขนเสื้อแน่น นางฝืนยิ้มแล้วพูดขึ้น“แม่ทัพหลี่ ท่านคงเข้าใจผิดแล้วเจ้าค่ะ พวกเราก็แค่กำลังดื่มชากัน” หลี่จิ้งเหยียนมองนางเพียงแวบเดียว สายตาเย็นเฉียบ จนหลินหว่านอิงเงียบลงทันที เขาหันกลับไปมองหลินอวี้หนิงอีกครั้ง“ข้ามาที่จวนหลินเพราะมีธุระ” เสียงของเขาทุ้มต่ำ“แต่ดูเหมือนข้าจะมาถูกเวลา”หลินอวี้หนิงรู้สึกว่าคำพูดนั้นมีความหมายบางอย่าง แต่ก่อนที่นางจะทันได้คิดต่อ สาวใช้คนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาในสวน“คุณหนูใหญ่! นายท่านเรียกท่านไปที่ห้องโถงใหญ่เจ้าค่ะ”หลินอวี้หนิงหันไปมอง“มีเรื่องอะไรหรือ”สาวใช้รีบตอบ“มีราชสารมาจากวังหลวงเจ้าค่ะ”คำว่า วังหลวง ทำให้ทุกคนในศาลาตกใจ หลินอวี้หนิงรู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้น ในนิยาย ราชโองการสมรสถูกประกาศครั้งหนึ่ง แต่หลังจากนั้นไม่นาน จะมีราชสารอีกฉบับหนึ่งส่งมา ซึ่ง
“ท่านพี่!” เสียงหวานนั้นเต็มไปด้วยความดีใจ นางคือหลินหว่านอิง น้องสาวต่างมารดาของหลินอวี้หนิงหญิงสาวผู้อ่อนโยน งดงาม และเป็นที่ชื่นชอบของทุกคนในเมืองหลวง อย่างน้อยก็ในสายตาคนอื่น หลินหว่านอิงเดินเข้ามาจับมือพี่สาวอย่างสนิทสนม“ท่านพี่ ในที่สุดท่านก็มา วันนี้พวกเรากำลังพูดถึงเรื่องงานแต่งของท่านอยู่พอดี”หลินอวี้หนิงมองนางเงียบ ๆ ในนิยายหลินหว่านอิงคือคนที่อยู่เบื้องหลังหลายเรื่อง แต่เพราะนางแสดงออกว่าอ่อนโยนเสมอ จึงไม่มีใครสงสัย หลินอวี้หนิงยิ้มเล็กน้อย“เช่นนั้นหรือ”หลินหว่านอิงดึงนางไปนั่งที่โต๊ะ“ท่านพี่ลองชิมชานี่ดูสิ ข้าให้คนเตรียมมาเป็นพิเศษ”ถ้วยชาถูกเลื่อนมาตรงหน้า หลินอวี้หนิงก้มมองมัน ภาพหนึ่งจากนิยายผุดขึ้นในหัวทันที ในเนื้อเรื่องเดิม หลังจากดื่มชานี้ไม่นาน หลินอวี้หนิงตัวร้ายจะเกิดอาการวิงเวียน จากนั้นจะเผลอผลักคุณหนูอีกคนตกน้ำ เรื่องนั้นกลายเป็นข่าวใหญ่ และชื่อเสียงของนางก็พังตั้งแต่นั้นหลินอวี้หนิงยกสายตาขึ้นมองหลินหว่านอิงน้องสาวยิ้มหวานเหมือนเดิม แต่ในดวงตานั้น มีบางอย่างซ่อนอยู่ หลินอวี้หนิงยกถ้วยชาขึ้นช้า ๆ สายตาของคนรอบโต๊ะจับจ้องมาที่นาง หลินหว่านอิงเองก็เฝ้ามอง
กลิ่นสมุนไพรขมลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ หลินอวี้หนิงรู้สึกเหมือนศีรษะหนักอึ้ง ร่างกายไร้เรี่ยวแรง ราวกับเพิ่งผ่านไข้หนักมา เสียงใครบางคนดังขึ้นใกล้ ๆ“คุณหนูใหญ่ยังไม่ฟื้นอีกหรือ”“ท่านหมอบอกว่าเพียงตกใจจนสลบไป เดี๋ยวก็คงตื่น…” เสียงพูดคุยเบา ๆ ทำให้หลินอวี้หนิงขมวดคิ้วคุณหนู คำเรียกนั้นฟังดูประหลาดเกินไป เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้กำลังเดินข้ามถนนหลังเลิกงาน ฝนตกหนัก ไฟถนนสะท้อนพื้นเปียกจนพร่ามัว แล้วก็มีแสงไฟรถพุ่งเข้ามา หลังจากนั้นทุกอย่างก็มืดสนิท หรือว่า หลินอวี้หนิงพยายามลืมตาภาพเพดานไม้แกะสลักโบราณค่อย ๆ ปรากฏขึ้นต่อหน้า ผ้าม่านไหมสีอ่อนพลิ้วไหวตามลม ราวกับฉากในละครย้อนยุค เธอกะพริบตาอีกครั้ง นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลทันใดนั้น ใบหน้าหญิงสาวในชุดสาวใช้ก็โผล่เข้ามาในสายตา“คุณหนูใหญ่! ท่านฟื้นแล้ว!”หญิงคนนั้นรีบตะโกนออกไปด้านนอก“เร็วเข้า! คุณหนูใหญ่ฟื้นแล้ว!”เสียงฝีเท้าวุ่นวายดังเข้ามาในห้อง หลายคนวิ่งเข้ามาล้อมเตียงทันที หลินอวี้หนิงมองภาพตรงหน้าอย่างมึนงง เสื้อผ้าโบราณ ทรงผมปักปิ่น ห้องไม้สไตล์จีนโบราณ หัวใจเธอเริ่มเต้นแรงขึ้น นี่มันเรื่องอะไรกัน“คุณหนูใหญ่ ท่านฟื้นสักที” สาวใช้ถามอย่างเป







