Beranda / โรแมนติก / เล่ห์โอบรัก / บทที่ 4 นางแบบจำเป็น - 75%

Share

บทที่ 4 นางแบบจำเป็น - 75%

last update Tanggal publikasi: 2025-03-17 19:00:33

มัลลิกาเงยหน้ามองภาวินพลางคิดตามที่เขาพูด จากนั้นคำพูดชื่นชมจากคนอื่นก็ผุดขึ้นมาในหัวประโยคแล้วประโยคเล่า เพียงแต่ทุกครั้งที่มีคนชมเธอมักจะบอกตัวเองเสมอว่าเขาชมไปตามมารยาท เธอไม่ได้เป็นอย่างที่คนอื่นชมเลยแม้แต่น้อย จะว่าไปแล้วเธอก็มีข้อเสียที่แก้ไม่หาย นั่นคือเธอไม่เคยเก็บคำชมของคนอื่นมาใส่ใจ แต่คำต่อว่าดูแคลนทั้งหลายเธอกลับจำฝังหัว

"ก็ถูกของพี่นะคะ" เธอยิ้มบาง ๆ ให้เขา ชายหนุ่มก็กำลังมองเธออยู่เช่นกัน

"หนูแค่ขาดความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งตรงนี้พี่อยากให้หนูคิดใหม่ทำใหม่ ใครจะพูดอะไรก็ไม่ต้องไปสนใจ แค่เรารู้จักตัวเองดีก็พอ หนูรู้ไหมว่าในสายตาของพี่ หนูเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดคนหนึ่ง"

ทันทีที่เขาพูดจบ มัลลิกาก็รู้สึกหน้าร้อนวูบ ไม่ต้องส่องกระจกก็รู้ว่าหน้าเธอคงแดงก่ำจนลามมาถึงลำคอแล้วเป็นแน่ และริมฝีปากก็คอยแต่จะคลี่ยิ้มอยู่ร่ำไป แม้ว่าเธอจะพยายามฝืนไว้อย่างสุดความสามารถก็ตาม

ภาวินมองคนที่กำลังเขินจนทำอะไรไม่ถูกอย่างเอ็นดู ใจนึกอยากจะหยอดคำหวานอีกสักประโยคสองประโยคแต่ก็เกรงว่าอีกฝ่ายจะมองเขาเป็นพวกปากหวานก้นเปรี้ยว สุดท้ายจึงได้แต่เก็บคำพูดเหล่านั้นทดไว้ในใจ อีกหน่อยเธอต้องไปทำงานกับเขาทุกวัน เมื่อถึงเวลานั้น ค่อยสำแดงฤทธิ์เดชของกระทิงเปลี่ยวอย่างเขาให้เธอดู

"ตกลงว่าหนูยอมเป็นนางแบบให้พี่นะ" เขาตะล่อมถามอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เขาค่อนข้างมั่นใจว่ามัลลิกาจะตอบตกลงเพราะเธอดูผ่อนคลายมากขึ้นแล้ว

หญิงสาวลอบผ่อนลมหายใจ ใบหน้าสวยเฉี่ยวของเบญญาภาและท่าเบะปากใส่ยามที่เจอหน้าเธอ พร้อมกับคำพูดแสนร้ายกาจของอีกฝ่ายผุดขึ้นมาในหัว

แกเรียนอักษรฯ นี่จบแล้วจะไปเป็นแอร์ละสิ ฉันว่าแกเลิกคิดไปเถอะ เด็กเนิร์ดหน้าจืดอย่างแกน่ะ แค่หน้าตาก็ไม่ผ่านแล้ว จะไปสอบให้คนเขาดูถูกทำไม ถ้าแกอยากสวยนะ ก็คงต้องพึ่งมีดหมออย่างเดียวแล้วละ

มัลลิกาเผลอกำมือทั้งสองข้างแน่นอย่างลืมตัว คนอย่างเบญญาภาญาติของเธอนั้นมักให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ภายนอกก่อนเสมอ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอีกฝ่ายอยู่ในฐานะเน็ตไอดอลที่มีชื่อเสียงหรือเปล่า จึงทำให้เจ้าตัวต้องจัดเต็มกับเสื้อผ้าหน้าผมตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนอยู่บ้านไม่ได้ออกไปไหน เบญญาภาก็จะแต่งหน้าเต็มที่จนเธอแทบลืมใบหน้ายามไร้เครื่องสำอางของอีกฝ่ายไปแล้ว

คิดแล้วก็อยากเห็นสีหน้าของญาติปากเสียคนนี้จริง ๆ ว่าจะเป็นอย่างไรตอนที่เห็นเธอเป็นนางแบบลิปสติกให้เอเอ็นเอส

"หนูตกลงค่ะ ว่าแต่...มีค่าจ้างให้ไหมคะ" เธอถามยิ้ม ๆ เรียกเสียงหัวเราะเบา ๆ จากชายหนุ่มได้ทันที

"งกไม่เบานะเรา ค่าจ้างน่ะพี่มีให้แน่นอน ไม่ใช้งานเราฟรี ๆ หรอกน่า"

ชายหนุ่มยิ้มตาพราวพลางยกมือขึ้นรับกล่องถนอมอาหารที่พราวนภาเดินถือมาจากในครัว เขาเปิดฝาออกแล้วหยิบส้อมอันเล็กในนั้นจิ้มเมล่อนเนื้อสีส้มชิ้นพอดีคำป้อนให้บุตรสาวอย่างเอาใจใส่

มัลลิกามองภาพนั้นแล้วยิ้มอย่างลืมตัว เธอชอบมองเวลาที่ภาวินอยู่กับบุตรสาวตัวน้อยเพราะดูแล้วทั้งอบอุ่นและอ่อนโยน เธอชอบผู้ชายแบบนี้ ดูมีเสน่ห์เสียยิ่งกว่าผู้ชายสไตล์แบดบอยเสียอีก

อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว จู่ ๆ เมล่อนกลิ่นหอมกรุ่นก็มาจ่อรออยู่ที่ปากเธอเสียแล้ว หญิงสาวเบิกตากว้างพร้อมกับเลื่อนศีรษะออกห่างเล็กน้อย ก่อนจะมองเลยไปยังชายหนุ่มที่ถือส้อมค้างไว้

"หวานมากเลยลองกินสิ" ภาวินพูดเสียงอ่อน สายตาที่มองมานั้นต่อให้แกล้งโง่อย่างไรก็ยังมองออกว่าไม่ใช่การมองแบบผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก

"เอ่อ...หนูกินเองก็ได้ค่ะ" เธอยกมือขึ้นจะจับส้อมไว้เอง แต่ชายหนุ่มกลับดึงมือกลับไปไม่ให้เธอจับ

"ไม่เป็นไรหรอกน่า พี่กินเองแล้วก็ป้อนลูกไปด้วย ป้อนหนูอีกคนจะเป็นไรไป เนอะหนูพราว" เขาก้มลงไปจูบขมับบุตรสาวอย่างรักใคร่ จากนั้นก็ยื่นส้อมไปจ่อที่ปากของเธออีกครั้ง

สุดท้ายมัลลิกาจำต้องอ้าปากรับผลไม้ที่เขาป้อนจนได้ เธอกินไปก็หน้าแดงไป โชคดีที่พราวนภามัวแต่สนใจการ์ตูนในโทรทัศน์ มิเช่นนั้นเด็กน้อยคงโพล่งถามด้วยความไร้เดียงสาแล้ว

"เฮ้อ! หนูจันทร์ พี่รู้สึกว่าคนแถวนี้กำลังจะแปลงร่างเป็นวัวละ ไม่ใช่วัวธรรมดานะ แต่เป็นวัวแก่หนังเหนียวที่อยากเคี้ยวหญ้าอ่อนซะด้วย"

เสียงทุ้มคุ้นหูของใครบางคนดังขึ้นที่หน้าประตู เรียกสายตาของทั้งสามคนในห้องนั่งเล่นให้หันมาทางเจ้าของเสียงอย่างพร้อมเพรียง

"แม่จันทร์!" เสียงใสของพราวนภาร้องเรียกจันทร์เจ้าพร้อมกับกระโดดลงจากโซฟาแล้ววิ่งกางแขนโผเข้าไปหาผู้เป็นทั้งน้าและมารดาด้วยความดีใจ

"ทำไมมาเร็วจังวะ เพิ่งจะกี่โมงเอง ไหนบอกว่าจะมาตอนเย็น"

ภาวินพูดอย่างไม่สบอารมณ์ หนึ่งเดือนที่ผ่านมาเขาแทบไม่ได้อยู่เล่นกับบุตรสาวสุดที่รักเพราะติดงาน แต่วันหยุดสุดสัปดาห์นี้เขาว่างจึงอยากใช้เวลาอยู่กับลูกให้เต็มที่ แต่เจ้าเพื่อนตัวดีก็ดันพาจันทร์เจ้ามารับแต่หัววัน

"ว่าจะไปดูหนังกันน่ะ แต่ไหน ๆ ก็ผ่านมาแถวนี้เลยแวะมาบ้านมึงก่อน"

ชินดนัยเดินยิ้มกริ่มเข้ามาในห้องนั่งเล่น สายตาแอบเหลือบมองหญิงสาวที่นั่งอยู่กับเพื่อนสนิท รอยยิ้มพลันกว้างขึ้นกว่าเดิม

"อะไรวะไอ้วิน ปิดเพื่อนซะเงียบกริบเลยนะ" ชินดนัยพูดแค่นั้น ภาวินก็เข้าใจทันทีว่าอีกฝ่ายหมายถึงมัลลิกา

"ปิดอะไรกันเล่า น้องเขาอยู่บ้านติดกันนี่เอง มะลิเขามาเล่นเป็นเพื่อนหนูพราวน่ะ" ภาวินพูดแค่นั้น ไม่คิดจะขยายความอะไรต่ออีกเพราะไม่อยากให้มัลลิการู้สึกอึดอัด จากนั้นก็แนะนำให้ทั้งสามคนรู้จักกัน

"มะลิ นี่พี่ชินเพื่อนสนิทพี่เอง ส่วนคนนั้นก็พี่จันทร์ แฟนพี่ชินเขา แล้วก็เป็นแม่หนูพราวด้วย"

มัลลิกายกมือไหว้ทั้งสองคนพร้อมรอยยิ้ม แต่ในใจนั้นรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างภาวินกับแขกสองคนที่เข้ามาใหม่ดูแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก เพราะหากผู้หญิงคนนี้เป็นมารดาของพราวนภา ก็เท่ากับว่าเป็นอดีตภรรยาของภาวินด้วยไม่ใช่หรือ ทว่าดูจากความสนิทสนมระหว่างชายหนุ่มทั้งสองคนแล้ว ดูเหมือนจะไม่เก็บเรื่องเหล่านั้นมาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย

พลันนั้นหญิงสาวก็นึกถึงความสัมพันธ์ของคนสามคนที่ใกล้ตัวเธอมากที่สุดอย่างบิดามารดากับพ่อเลี้ยง บิดาผู้ล่วงลับของเธอก็เป็นเพื่อนสนิทกับนฤเบศร์มาก่อนเช่นกัน ตั้งแต่จำความได้เธอก็เห็นพ่อเลี้ยงมาวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวไปแล้ว นฤเบศร์เอ็นดูและตามใจเธอมาก หญิงสาวจำได้ว่าเวลาที่ตนอยากได้อะไรแล้วมารดาไม่ซื้อให้ เธอจะเฝ้ารอให้นฤเบศร์มาเยี่ยมที่บ้านแล้วออดอ้อนขอให้เขาซื้อให้แทน ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่เคยปฏิเสธเลยสักครั้ง ดังนั้นมัลลิกาจึงไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจเวลาที่ต้องเปลี่ยนคำเรียกขานจากคุณอาเป็นคุณพ่อ

"จะเริ่มกันเลยไหม อ้าว...ตาชิน หนูจันทร์ มาตั้งแต่เมื่อไร ทำไมวันนี้มารับหนูพราวเร็วนักล่ะ"

ภคินีเดินถือกล่องเครื่องสำอางขนาดย่อมเข้ามาในห้องนั่งเล่นอีกคน ชินดนัยกับจันทร์เจ้าจึงลุกขึ้นยกมือไหว้ทำความเคารพ

"เพิ่งมาถึงเองครับคุณแม่ ผมกับจันทร์จะไปดูหนังกันน่ะครับ ขับผ่านแถวนี้ก็เลยแวะเข้ามาเที่ยวสักหน่อย เดี๋ยวสักพักก็ไปแล้วครับ แล้วตอนเย็นผมกับจันทร์ค่อยมารับหนูพราวอีกที"

"อ้อ แล้วไป" ภคินียิ้มบาง ๆ พลางทรุดตัวนั่งบนโซฟาตัวเดียวกับมัลลิกาแล้ววางกระเป๋าเครื่องสำอางไว้บนโต๊ะ จากนั้นก็ยกมือขึ้นแตะไหล่หญิงสาวข้างกายแล้วหันไปพูดกับสองหนุ่มสาว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 24 พ่อตากับลูกเขย - บทส่งท้าย

    มัลลิกานั่งแช่อยู่ในสระว่ายน้ำส่วนตัว หญิงสาวยกแขนขึ้นวางบนขอบสระแล้วเอาคางเกยไว้ สองตาทอดมองผืนน้ำสีฟ้าสุดลูกหูลูกตาอย่างผ่อนคลาย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเมื่อได้ยินเสียงใครบางคนกำลังก้าวลงน้ำมาเช่นกัน จากนั้นแผ่นหลังของเธอก็ถูกทาบทับด้วยแผงอกหนั่นแน่นตามมาด้วยอ้อมแขนที่กอดรัดเอวไว้ และมีริมฝีปากอุ่นร้อนตามมาพรมจูบไปทั่วลาดไหล่"ชอบที่นี่ไหม" เสียงทุ้มเอ่ยถามชิดริมหู หญิงสาวห่อไหล่ตามสัญชาตญาณเพราะรู้สึกจั๊กจี้"ชอบค่ะ น้ำสีสวยมากเลย อากาศดีด้วยไม่ร้อนอย่างที่คิด" ทั้งที่ตอนนี้เธออยู่กลางแจ้งท่ามกลางแสงแดดอ่อน แต่กลับไม่ร้อนเหมือนแดดเมืองไทย"ชอบก็ดีแล้ว พี่นวดให้นะ เดินทางมาถึงเหนื่อย ๆ"ภาวินขันอาสาอย่างเอาใจ เขานั่งซ้อนอยู่ด้านหลังแล้วค่อย ๆ บีบนวดต้นแขน หัวไหล่ แต่ไป ๆ มา ๆ กลับนวดวนเวียนอยู่แต่ก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นสองก้อนที่อยู่ด้านหน้า บั้นท้ายก็ถูกสิ่งนั้นของเขาบดเบียดอย่างเป็นจังหวะ"ฮื้อ...พี่วินเนี่ยมือซนตลอดเลย" หญิงสาวครางเบา ๆ เมื่อเขาล้วงเข้าไปในชุดว่ายน้ำชิ้นบนแล้วใช้นิ้วหมุนวนปลายยอดอย่างปลุกเร้าภาวินมองไปรอบด้

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 23 ฝึกรัก - 100%

    ภาวินมองคนที่นั่งหลับมาตลอดทางด้วยสายตารักใคร่ วันนี้เขาได้ใช้เวลาอยู่กับเธอทั้งวัน ได้นอนกกกอดเธอไว้ในอ้อมแขนจนเขาแทบสำลักความสุข เขารู้ว่าตนยังไม่อิ่มแต่ก็ต้องรีบพาหญิงสาวกลับกรุงเทพฯ เพราะไม่อยากให้ค่ำเกินไปชายหนุ่มจอดรถหน้าบ้านมัลลิกาในตอนหัวค่ำ ก่อนหน้านี้เขาโทรศัพท์บอกมารดาของเธอแล้วว่าจะพาหญิงสาวแวะกินมื้อเย็นแล้วค่อยกลับเข้าบ้าน จึงไม่ห่วงว่าเธอจะถูกบิดามารดาดุ"มะลิ ถึงบ้านแล้วครับ" เขาสะกิดมัลลิกาเบา ๆ หญิงสาวตื่นขึ้นแล้วมองซ้ายมองขวาอย่างงัวเงีย"ถึงบ้านหนูแล้ว หรือจะไปนอนบ้านพี่ดี" เจ้าตัวหันมาค้อนใส่เขาทันทีก่อนจะเปิดประตูลงไปยืนข้างรถแล้วโบกมือให้ แต่สภาพของเธอเหมือนคนยังไม่ตื่นดี เขาจึงอดไม่ไหวอีกต่อไป หัวเราะออกมาในที่สุด"ตื่นได้แล้ว หลับมาตลอดทางยังไม่พออีกหรือแม่คุณ" เขาถามกลั้วหัวเราะ เธอยู่หน้าใส่เขาแล้วพูดว่า"เพราะใครล่ะ" จากนั้นหญิงสาวก็หันหลังเดินจากไป เขามองจนเธอเข้าบ้านแล้วจึงขับเลยไปที่บ้านของตัวเองบ้างบิดามารดาของภาวินนั่งดูข่าวภาคค่ำอยู่ในห้องนั่งเล่น ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาแล้วนั่งบนโซฟาอีกตัว อ

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 23 ฝึกรัก - 70%

    "ใส่ทำไม พี่อยากอ่อยคนแถวนี้นี่นา" ไม่พูดเปล่า แต่เขายังแบมือมาทางเธอราวกับต้องการให้วางมือลงไปบนมือของเขามัลลิกายื่นมือไปวางลงบนมืออุ่นข้างนั้น ชายหนุ่มกระตุกเบา ๆ หญิงสาวจึงทรุดนั่งข้างกายเขาแต่โดยดี"เย็น ๆ ค่อยกลับเนอะ หรือจะค้างดี" ภาวินถามพลางนวดมือให้เธอไปด้วย จึงทำให้มัลลิการับรู้ความในใจของชายหนุ่มอีกจนได้...พี่แค่อยากพาหนูมาผ่อนคลาย เห็นอุดอู้อยู่ในบ้านเป็นเดือน ๆ..."พี่ก็โทร. ไปขอคุณพ่อให้หนูสิคะ" เธอแกล้งหยอกเขาเล่น แต่ภาวินกลับคิดจะทำจริง ๆ"ก็ได้นะ พี่มีเบอร์คุณพ่อของหนูอยู่"ชายหนุ่มทำท่าจะยืนขึ้น หญิงสาวจึงรีบกอดแขนเขาไว้ทันทีเพราะกลัวว่าเขาจะโทรศัพท์ไปขออนุญาตกับบิดาของตนจริง ๆ"ไม่เอา! พี่ก็รู้อยู่ว่าคุณพ่อไม่อนุญาตหรอก ขืนโทร. ไปมีหวังโดนจี้ให้กลับบ้านตอนนี้แน่" พูดจบเธอก็ถูกเขากอดไว้แล้วเอนตัวลงนอนไปด้วยกัน โดยที่หญิงสาวนอนเอาหูแนบอกฟังเสียงหัวใจของเขาที่เต้นอยู่ข้างใน"บ้านก็ติดกันอย่างนั้น ยังไงก็หนีพี่ไม่พ้นหรอก"เขาปัดผมของเธอออกจากลาดไหล่แล้วใช้มือลูบต้นแขนเปลือยเปล่าของหญิงสาวไปมา ผิ

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 23 ฝึกรัก - 35%

    มัลลิการักษาตัวอยู่โรงพยาบาลอีกสองอาทิตย์ก็ได้กลับบ้าน แผลที่แก้มเริ่มไม่เจ็บเท่าไรแล้ว แต่แผลที่ถูกกระจกบาดและแผลถลอกพอตกสะเก็ดกลับดูน่ากลัวจนมัลลิกาไม่กล้าส่องกระจกดูหน้าตัวเอง หญิงสาวยังเดินด้วยตัวเองไม่ได้ ต้องอาศัยไม้ค้ำช่วยพยุง ในแต่ละวันเธอจึงได้แต่นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ในบ้าน ภาวินจึงนึกสนุกด้วยการนำเครื่องสำอางมาให้หญิงสาวได้ลองหัดแต่งหน้าโดยแนะนำให้เธอเริ่มศึกษาจากยูทูบช่วงอาทิตย์แรกมัลลิกายังใช้แปรงและอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างเก้กังเพราะไม่เคยใช้ แต่พออาทิตย์ถัดมาหญิงสาวก็เริ่มคล่องขึ้น และเริ่มสนุกกับการแปลงโฉมใบหน้าของตัวเองในรูปแบบต่าง ๆ เธอเริ่มเข้าเว็บไซต์ และติดตามแฟนเพจที่เกี่ยวกับความสวยความงาม ครีมหรือโลชั่นยี่ห้อไหนที่โด่งดังเรื่องช่วยลบรอยแผลเป็น เธอก็คลิกสั่งออนไลน์เพื่อเอามาลองใช้หลายยี่ห้อมัญชุดานั่งมองบุตรสาวที่กำลังทดลองสีลิปสติกกับข้อมือของตัวเองแล้วก็ได้แต่ยิ้ม เมื่อก่อนมัลลิกาไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้เพราะชอบคิดว่าตนไม่สวย แต่งไปก็ไม่มีใครดู แต่พอแม่สาวน้อยของเธอเริ่มมีความรักก็เริ่มหัดดูแลตัวเองมากขึ้น หนำซ้ำยังดูมีความสุขดีด้วย

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 22 ตื่นจากฝัน - 100%

    มัลลิกายังคงไม่ยอมออกจากผ้าห่ม แต่เสียงสะอื้นนั้นไม่มีแล้ว ราวกับเจ้าตัวกำลังชั่งใจว่าจะโผล่หน้าออกมาคุยกับเขาดีหรือไม่"ถ้าอย่างนั้น พี่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม" ชายหนุ่มเอื้อมมือไปวางบนศีรษะของเธอเบา ๆ ก่อนพูดต่อ"ถ้าหากว่าคนที่ถูกรถชนเป็นพี่ คนที่ต้องนอนอยู่ตรงนี้เป็นพี่ และพี่ต้องมีแผลเป็นบนหน้าบ้าง หนูจะบอกเลิกพี่รึเปล่า หนูจะเลิกรักพี่แล้วหันไปคบคนอื่นไหม"คนนอนคลุมโปงส่ายหน้าไปมาแล้วตอบ "ไม่ ทำไมหนูต้องทำอย่างนั้น"ภาวินยิ้มออกทันที "ใช่ไหมล่ะ แล้วทำไมพี่ต้องทำอย่างนั้นล่ะครับ"ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วก้มลงไปจูบบริเวณที่คาดว่าน่าจะเป็นหน้าผากของหญิงสาวผ่านทางผ้าห่ม"หนูพราวถามหาพี่มะลิทุกวันเลย ไว้วันเสาร์นี้พี่จะพาหนูพราวมาเยี่ยมด้วยนะ"พอพูดถึงพราวนภา คนในผ้าห่มก็เลิกผ้าออก เผยให้เห็นใบหน้าแดงก่ำและเปลือกตาบวมจากการร้องไห้เมื่อครู่ เจ้าตัวสูดน้ำมูกทีหนึ่งแล้วถาม"หนูพราวเป็นยังไงบ้างคะ หนูผลักแรงขนาดนั้นไม่รู้หัวเข่ากระแทกพื้นจนเป็นแผลรึเปล่า"ภาวินมองหญิงสาวด้วยสายตาอ่อนเชื่อม ตัวเองเป็นอย่างนี้ยังอุตส่าห์ถามถึงคนอื่

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 22 ตื่นจากฝัน - 70%

    มัลลิกาเบิกตากว้างเมื่อได้ยินอย่างนั้น แม้จะคาดเดาไว้อยู่แล้วแต่ก็อดใจหายและเศร้าอยู่ลึก ๆ ไม่ได้ ถึงปรีชญาจะทำไม่ดีกับเธอไว้มากมาย แต่อย่างไรเสียก็ยังเคยคบหากันอย่างสนิทสนมมาก่อน"ทำไมตาลเขาต้องทำอย่างนั้นคะคุณพ่อ""เขาป่วยเป็นโรคหลายบุคลิกน่ะ ตอนนี้ถึงจะจับตัวได้แล้วแต่ก็ยังดำเนินคดีอะไรไม่ได้ เพราะต้องให้เขารักษาจนอาการดีขึ้นก่อน""อ้าว เขาไม่ติดคุกหรือ แล้วถ้าเขาออกมาขับรถไล่ชนหนูอีกล่ะคะ" มัลลิกาถามหน้าตื่น คิดในใจว่าถ้าโดนชนอีกครั้งคงไม่มีชีวิตรอดแน่นอน"พ่อก็ห่วงเรื่องนี้อยู่ เพราะไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่จะกักตัวเขาไว้รักษาอาการแบบไหน พ่อกลัวว่าเขาจะปล่อยให้มันไปรักษาที่บ้านแล้วมันก็จะออกมาก่อเรื่องอีก""แย่จัง...แล้วตกลงเจอแพตที่ไหนคะ"เธออยากรู้ว่าตติยะลงมือกับปรีชญาแบบไหน และทำอย่างไรจึงสามารถซ่อนศพไว้ได้นานขนาดนั้นโดยที่ไม่มีใครหาเจอ"ศพลอยมาติดกับกอผักตบข้างวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยาน่ะ แต่ผลการชันสูตรบอกว่าตายเพราะถูกบีบคอจนขาดอากาศหายใจ"นฤเบศร์เล่าให้บุตรสาวฟังไปตามความจริงโดยไม่คิดปิดบัง เพราะคนที่เป็นทั้งเหยื่อและฆาตกรก

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 14 รวมหัว - 35%

    "พี่จะพาหนูไปไหนคะ" มัลลิกาถามคนที่ทำหน้าที่ขับรถโดยมีเธอคอยป้อนขนมปังและน้ำดื่มให้ถึงปาก"พี่นัดเจอเพื่อน ๆ ไว้น่ะ เพราะมีเรื่องสำคัญจะปรึกษาพวกนั้นสักหน่อย"ภาวินตอบไปตามตรงแต่ไม่ได้บอกว่านัดเจอกันที่ไหน ซึ่งหญิงสาวก็คิดว่าเขาคงนัดเจอเพื่อนที่ร้านอาหาร หรื

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 13 แทงข้างหลัง - 100%

    "น่ารักจังเลย ดูสิ ๆ กระโดดใหญ่เลย เขาจำพี่ปัณได้ด้วย สามตัวนี้เป็นน้องของที่นี่หรือว่าลูกค้าเอามาฝากไว้คะ"มัลลิกาถามอย่างตื่นเต้นพลางย่อตัวลงนั่งบนส้นเท้าแล้วใช้มือเคาะกระจกทักทายสุนัขขนฟูฟ่องทั้งสามตัว"เป็นของคลินิกครับ เจ้าสามตัวเนี่ยเห็นเล็ก ๆ แบบนี้แต่เป็นขาใหญ่ของที่นี่เชียว

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 11 เดตแรก - 35%

    มัลลิกาอมยิ้มเมื่อเห็นข้อความที่อรุณวตีส่งมา หญิงสาวนึกย้อนไปตอนที่นั่งรถออกมาจากบริษัท จำได้ว่าไม่เห็นเพื่อนทั้งสองคนเดินอยู่ริมทาง นั่นก็หมายความว่าทั้งคู่แอบมองตนกับภาวินอยู่ที่ไหนสักแห่ง เพราะตอนที่ชายหนุ่มขับรถเข้ามาจอดหน้าคลังสินค้า อรุณวตีกับปรีชญายังแลกบัตรอยู่ที่ป้อมรักษ

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 8 พี่ดินหล่อที่สุด - 35%

    "แม่มะลิ หล่อนแน่ใจนะว่าบริษัทนั้นเขาจะรับพวกเราไปฝึกงานจริง ๆ น่ะ" อรุณวตีถามพลางพับเอกสารการขอฝึกงานใส่ซองแล้วเก็บในกระเป๋าสะพาย"ก็จริงน่ะสิ ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ฉันคุยกับพี่เขาแล้ว พี่เขาโอเค เขาบอกว่าได้เอกสารเมื่อไรก็ไปยื่นได้เลย" มัลลิกาตอบโดยที่สายตาไม่ละไปจากหน้าจอโ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status