LOGINทางด้านหน้าห้องปรากฏเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาอย่างแผ่วเบา โชนตะวันหันกลับไปมองจึงเห็นร่างอวบอัดของแพรวที่ถือถาดน้ำดื่มเข้ามา เมื่อเข้ามาใกล้จึงเสิร์ฟน้ำทั้งสองแก้ววางลงทางเบื้องหน้าของโชนตะวันและวรันธร
โชนตะวันมองจ้องไปที่ร่างของแพรวด้วยแววตาที่เฉยชา เมื่อหล่อนวางแก้วน้ำเสร็จสรรพ เขาจึงเอ่ยออกมาอย่างตำหนิ
“คุณรันมาตั้งนานแล้ว ทำไมเธอยังไม่เอาน้ำออกมาต้อนรับล่ะแพรว”
“พอดีแพรวกำลังจะเข้าไปนำน้ำมาเสิร์ฟพอดีค่ะคุณโชน แต่..ๆ ตอนที่แพรวเข้าไปหยิบแก้วในห้องครัว แพรวเผลอทำแก้วหลุดมือหล่นแตกค่ะ จึงมาช้าเพราะมัวแต่เก็บกวาดทำความสะอาดอยู่ค่ะ” เด็กสาวกล่าวออกมา แต่ในน้ำเสียงไม่ได้มีวี่แววสำนึกผิดแม้แต่น้อย
“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะคุณอา ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรหรอกค่ะ” วรันธรกล่าวออกมา เพราะสงสารที่เด็กสาวถูกตำหนิต่อหน้า โชนตะวันจึงถามแพรวออกไปว่า
“ห้องรับรองที่ฉันให้เธอขึ้นไปจัดเตรียมสำหรับคุณรัน เรียบร้อยหรือยัง”
“เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ” แพรวตอบออกมา
“เดี๋ยวเธอพาคุณรันขึ้นไปพักผ่อนบนห้องก่อน แล้วช่วยดูแลความเรียบร้อยให้คุณรันด้วย” โชนตะวันออกคำสั่งต่อเด็กสาว จากนั้นจึงหันไปกล่าวกับวรันธรว่า
“หนูรันขึ้นไปพักผ่อนบนห้องก่อนนะครับ ตอนเย็นอาจะให้คนขึ้นไปเรียกมาทานอาหารเย็นกัน”
วรันธรตอบรับเสียงใส แล้วจึงเดินติดตามแพรวที่ลากกระเป๋าเดินทางของเธอ เดินนำขึ้นไปแล้ว
ตกตอนเย็นหลังจากอาหารเย็นของโชนตะวันกับวรันธรแล้ว นั่นเท่ากับว่า งานในบ้านหลังใหญ่เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจประจำวัน
ลุงชุ่มหัวหน้าคนงานและป้าเนียมคนดูแลร้านผลิตภัณฑ์และร้านอาหารบ้านโชนตะวัน และแพรวผู้เป็นหลานสาว จึงพากันกลับมาพักผ่อนที่บ้านหลังเล็กทีถูกปลูกเอาไว้ทางด้านหลังบ้านหลังใหญ่ของโชนตะวัน ส่วนเรือนหลังเล็กที่มีขนาดย่อมลงมาอีกเล็กน้อยที่ปลูกอยู่ใกล้เคียงกัน เป็นห้องพักของนายลพคนสนิทชองโชนตะวัน และถัดไปจากเรือนของลพจึงเป็นเรือนของคนครัวและคนคอยดูและเรื่องความสะอาดภายในบ้าน ที่พักกันอยู่อีกสี่คน
ลุงชุ่มที่ทำงานในไร่และป้าเนียมที่ดูแลร้านผลิตภัณฑ์ หลังจากเสร็จงานในไร่และร้านค้าบ้านโชนตะวันปิดแล้ว จะเข้ามาที่บ้านหลังใหญ่ เพื่อช่วยดูและเรื่องความเรียบร้อยภายในบ้าน อีกทั้งยังคอยช่วยดูแลเรื่องอาหารของโชนตะวันอีกด้วย
และเมื่อหลังจากอาหารเย็น ทั้งหมดจึงพากันแยกย้ายกลับไปพักผ่อนกันที่เรือนทางด้านหลัง ในเวลานี้ภายในบ้านที่ถูกปิดสนิท จึงมีเพียงแค่โชนตะวันและวรันธรเพียงสองคนเท่านั้น ส่วนประตูหน้าบ้าน นอกเสียจากคนในบ้านจะเป็นผู้เปิดออกแล้ว ก็จะมีเพียงป้าเนียมเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถเปิดประตูเข้ามาได้ เพราะโชนตะวันไว้วางใจและให้อภิสิทธิ์ป้าเนียมถือกุญแจและทำหน้าที่เปิดประตูบ้านในเวลาเช้าเท่านั้น
มืดสนิทแล้ว หลังจากที่ทุกคนพากันออกไปจากบ้านหลังใหญ่ของเจ้านาย แต่แพรวยังสาละวนอยู่กับการจัดเรียงแก้วอยู่ในครัว ป้าเนียมผู้เป็นยายบ่นว่ารู้สึกปวดศีรษะ อาจเป็นเพราะอากาศร้อนเมื่อตอนกลางวัน จึงมีอาการไข้รุมๆ แพรวจึงบอกให้ยายกลับไปพักผ่อนก่อน ส่วนเธอจะเป็นคนปิดประตูเองโดยที่ไม่ลืมที่จะขอกุญแจมาจากป้าเนียมผู้เป็นยาย
เมื่อทุกคนกลับออกไปจนหมดแล้ว หลังจากที่เธอสำรวจความเรียบร้อยเสร็จ จึงเดินออกไปจากประตูบ้านพร้อมปิดประตูลงกลอนจนสนิท จากนั้นจึงเดินเลียบผ่านตัวบ้านไปอย่างเคยชิน
ทางมุมบ้านที่เป็นเงามืด เมื่อแพรวเดินไปถึง ร่างของหล่อนถูกคว้าเอาไว้อย่างแน่นหนาด้วยสองแขนที่แข็งแกร่งล่ำสัน รั้งร่างของเธอให้หลบเข้าไปอยู่ในเงามืดทางด้านหลังบ้านที่เป็นมุมอับลับตา
“อุ๊ย..ใคร ช่วย...” แพรวหลุดปากส่งเสียงร้องออกมาอย่างตระหนกตกใจ เมื่อร่างถูกรั้งกระชากอย่างแรง แต่สุ้มเสียงของเธอพลันขาดชะงัก เมื่อฝ่ามือหนารีบตะปบคว้าเอาไว้ที่ริมฝีปาก เพื่อยับยั้งเสียงกรีดร้องของเธอเอาไว้เสียก่อน
“อย่าร้องแพรว อย่าเสียงดัง พี่ลพเอง” น้ำเสียงต่ำแหบพร่ากระซิบอยู่ที่ริมโสต เมื่อหล่อนล่วงรู้ว่าผู้ที่โอบกอดรั้งร่างของเธอเอาไว้เป็นใคร จึงหยุดดิ้นรนแต่ก็ยังปิดป้องหลบเลี่ยงอย่างเอียงอาย แต่ร่างอวบอัดก็เริ่มอ่อนระทวยเมื่อริมฝีปากหนาของลพ ที่กระซิบกระซาบอยู่ที่ข้างหูจนเสียดสีไปมาแผ่วเบา จนเธอขนลุกพองสะท้านเกร็งไปทั้งร่างอย่างยากระงับ
“อุ๊ย..พี่ลพ อย่า...เดี๋ยวมีใครมาเห็น อย่า...” แพรวหลุดปากปรามออกมาเสียงสั่นพร่า เมื่อริมฝีปากหนาของลพเริ่มซุกไซ้บดลงมาที่ซอกคอขาวนวลของหล่อน
“อย่าดิ้นสิแพรว พี่คิดถึงแพรว เราสองคนไม่มีโอกาสได้อยู่กันตามลำพังเลย แพรวอย่าขัดใจพี่เลย” ลพกล่าวออกมาเสียงสั่น เพราะความอัดอั้นที่คุกรุ่นอยู่ภายใน ที่แทบจะทะลักทลายออกมา
เขารั้งร่างของเด็กสาวให้แผ่นหลังแนบพิงผนัง รีบขยับริมฝีปากหนาขึ้นไปประกบแน่นกับริมฝีปากอวบอัดนุ่มนิ่มของแพรวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เด็กสาวจะทันได้ส่งเสียงห้ามปรามออกมาอีก
ลิ้นสากของเขาสอดชำแรกผ่านริมฝีปากนุ่มนิ่มเข้าไปอย่างชำนาญ ตวัดลิ้นควานหาลิ้นนุ่มของเด็กสาว ที่พยายามขัดขืนในคราแรก แต่เมื่อถูกการรุกเร้าด้วยเชิงลิ้นที่ช่ำชอง อีกทั้งมือซ้ายที่หยาบหนายังลูบไล้เค้นคลึงไปที่เนินอกอวบอัด ลิ้นนุ่มนิ่มของหล่อนก็ตวัดรัดพันกับลิ้นสากของเขาอย่างโหยหา
“อ่า....ซี๊ด” หล่อนสะบัดหน้าจนริมฝีปากผละออกจากกัน ส่งเสียงครวญครางออกมาอย่างเสียวสะท้าน เมื่อมือหนาของลพสอดเข้าใต้เสื้อสัมผัสผ่านผิวกายที่เนียนนุ่ม อีกทั้งยังเลื่อนสูงไปบีบเค้นที่ทรวงอกอวบอิ่มของหล่อนอย่างเมามัน
ร่างเนียนอวบอัดของเด็กสาวบิดเกร็งอย่างเร่าร้อนเมื่อถูกชายหนุ่มรุกเร้าหนักหน่วง สองมือเนียนนุ่มที่เมื่อครู่พยายามผลักไส กลับเป็นเค้นแน่นจิกเกร็งไปที่ต้นแขนของเขาอย่างรุนแรง
มือขวาของลพ รั้งไปที่ท้ายทอยของหล่อนให้เงยหน้าขึ้นมา ริมฝีปากอวบอิ่มเผยออ้าเล็กน้อยคล้ายเชิญชวน เขารีบกดประทับริมฝีปากหนาลงไปอย่างหนักหน่วง สอดลิ้นเข้าไปในปากอุ่นของหล่อนอีกครั้งอย่างกระสันวาบหวาม กระตุ้นให้ลิ้นนุ่มของเด็กสาวต้องส่งมาตวัดพันพันอย่างรัญจวน
มือซ้ายของลพบีบเค้นไปที่เนินอกอวบอัดอย่างหนักหน่วง จนร่างที่ร้อนผ่าวของเด็กสาวกระตุกสะท้าน เขาค่อยๆ เลื่อนมือหยาบใหญ่ลูบไล้ผ่านผิวกายละมุ่นลงไปช้าๆ จากนั้นจึงรั้งกระโปรงยาวในชุดแม่บ้านของหล่อนขึ้นสูง สอดมือหนาหยาบใหญ่ผ่านชั้นในเข้าไปสัมผัสกับเนินหนั่นร้อนผ่าว ที่ถูกปกคลุมด้วยเส้นใยหนาอย่างหื่นกระหาย
“อุ๊ย...อย่า พี่ อูย...อย่า ซี๊ด” แพรวร้องปรามออกมาอย่างแผ่วเบา แต่กลับเสนอหนั่นเนินสู้นิ้วของชายหนุ่มอย่างชำนาญ นิ้วเรียวแข็งแกร่งของลพสอดเข้าไปในร่องถ้ำที่เปียกชื้น ขยับโยกบดไปมาจนความเปียกชื้นทะลักทลายออกมา
“อ่า...พี่ อูย...พอแล้ว เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า” หล่อนห้ามออกมาเมื่อเห็นว่าเขาเริ่มจัดการดึงชั้นในของเธอ กระชากลงไปเกือบถึงเข่า แล้วจึงรีบจัดการกับกางเกงของตัวเอง รั้งลงไปกองอยู่ที่ข้อเท้า อวดเผยให้เห็นท่อนลำมหึมาดำคล้ำที่หล่อนคุ้นเคย
“อูย...พี่ ทำไมมันผงาดขนาดนั้น ไม่เอาแล้วแพรวกลัว” เด็กสาวอุทานออกมาอย่างมีจริต พยายามบ่ายเบี่ยงขัดขืน แต่เขาก็รั้งร่างของเธอเอาไว้อย่างแน่นหนา ก้มหน้าเข้าไปใกล้กรอกเสียงหนักกระเส่าลงไปที่ข้างหู
“จะกลัวไปทำไมแพรว น้องก็เคยเจอกับมันมาตั้งหลายครั้งแล้วนี่ พี่ก็เห็นมีความสุขทุกครั้ง มาเถอะ..ขอพี่เข้าไปหน่อยนะ พี่จะทนไม่ไหวแล้ว”
แพรวสะบัดหน้าอย่างเอียงอายจนใบหน้าแดงระเรื่อ แต่ร่างของเธอที่ถูกดันให้แผ่นหลังแนบติดกับผนัง จนไม่สามารถถดถอยหลบหนีได้ เมื่อลพขยับร่างเข้ามาประชิด แล้วจับท่อนลำจ่อมาที่ปากถ้ำ เธอถึงกลับหลับตาปี๋เพราะรู้สึกเสียวซ่านกระสันในทุกครั้ง ที่ถูกท่อนลำมหึมาของเขาทะลวงผ่านเข้ามาในร่างของเธอ
“โอย...อูย เบาๆ สิพี่ แพรวเจ็บ อูย...” เด็กสาวส่งเสียงร้องแหบพร่าออกมา สองมือจิกเกร็งแน่นไปที่ต้นแขนของเขาสุดแรง เมื่อรู้สึกได้ถึงท่อนเอ็นอุ่นๆ ที่ค่อยๆ เคลื่อนผ่านเข้าไปใช่ช่องแคบของเธอทีละน้อย
“อ่า....” เสียงของเธอที่ครวญครางดังเล็ดรอดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มสนิท และนัยน์ตาที่หรี่ปรืออย่างเสียวซ่านรัญจวน
เมื่อท่อนลำใหญ่ของเขาสอดเข้าไปจนสุดลำ ลพบดวนและแช่เอ็นอุ่นเอาไว้เล็กน้อย แล้วจึงค่อยๆ ขยับมันถอนออกมาช้าๆ พอใกล้สุดปลายจึงกระแทกกลับเข้าไปใหม่อย่างแรง ด้วยความเสียวซ่านที่อัดอั้นเก็บกดมาเป็นเวลานาน
“อ่ะ...เบาพี่ แพรวจุก อูย...ซี๊ด” เด็กสาวกล่าวออกมาได้เพียงเท่านั้น ก็ส่งเสียงร้องครวญครางออกมา เพราะเขาเร่งกระแทกกระทั้นท่อนลำเข้าออกรัวเร็ว จนเด็กสาวร่างสั่นสะท้านไปตามแรงกระแทก จนท้ายที่สุดที่ชายหนุ่มกระแทกเข้ามาสุดแรง น้ำอุ่นๆ สีขาวข้นก็พวยพุ่งออกมา จนหล่อนร้อนวาบอยู่ภายใน ต้องกระตุกร่างบีบรัดท่อนลำของเขาเอาไว้อย่างแนบแน่น
ร่างของคนทั้งสองที่ยืนกอดรัดกัน ส่งเสียงหอบหายใจออกมาถี่เร็วแต่สุขสม เมื่อเริ่มผ่อนคลายชายหนุ่มประทับจูบลงไปที่ริมฝีปากของเด็กสาวอย่างดูดดื่ม จากนั้นจึงผละร่างออกจากกันเพื่อจัดแจงเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของตนให้เรียบร้อย
แพรวยิ้มอย่างขวยเขินเมื่อหันไปสบกับสายตาวาวของลพที่จับจ้องมองอยู่ก่อนแล้ว จึงกล่าวออกมาอย่างตัดพ้อ
“พี่รังแกแพรวอีกแล้ว แพรวเคยบอกพี่แล้วใช่ไหม ว่าเรื่องแบบนี้ระหว่างเรามันจะไม่เกิดขึ้นอีก” ลพคนสนิทของโชนตะวันที่ปกติมีสีหน้าคร่ำเคร่งเฉยชา แต่เวลานี้กลับส่งยิ้มออกมาอย่างกระดาก กล่าวเสียงออดอ้อนออกมา
“โธ่...แพรว ก็พี่คิดถึงแพรวน่ะสิ แพรวก็รู้ว่าพี่รักแพรว แล้วอีกอย่าง เราสองคนก็มีอะไรกันมาแล้วตั้งหลายครั้ง แล้ว แพรวจะหนีหน้าปฏิเสธพี่ไปทำไม พี่อยากจะแต่งงานกับแพรวใจจะขาด ให้พี่ไปบอกลุงชุ่มกับป้าเนียมตอนนี้เลยก็ได้ ส่วนเรื่องสู่ขอเดี๋ยวพี่ไปขอร้องให้คุณโชนจัดการเป็นธุระให้ พี่เชื่อว่าทุกอย่างต้องราบรื่นไปได้ด้วยดี แพรวอย่าปฏิเสธพี่เลยนะ”
“ไม่ได้นะพี่ลพ อย่าบอกเรื่องนี้ให้ตากับยายของแพรวรู้เด็ดขาด ไม่ว่าใครก็รู้เรื่องนี้ไม่ได้ นอกจากเราสองคน” เด็กสาวตวาดห้ามออกมาเสียงแข็งอย่างไม่พอใจ จนลพนิ่งงันไปอย่างงุนงง กล่าวออกมาว่า
“ทำไมล่ะแพรว แพรวเป็นเมียของพี่ แพรวไม่ต้องการให้พี่รับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นเหรอ”
แพรวตวัดสายตาขุ่นขวางจ้องไปที่ใบหน้าของลพ แค่นเสียงเน้นย้ำออกมา “แพรวไม่ต้องการให้พี่มารับผิดชอบอะไรในตัวแพรวทั้งนั้น และที่แพรวเป็นของพี่ก็เป็นเพราะว่าแพรวไม่ประสีประสาและอ่อนต่อโลกเอง จึงพลาดพลั้งถูกพี่ล่อลวงง่ายๆ และที่แพรวไม่ต้องการให้พี่มารับผิดชอบอะไรในตัวแพรว นั่นเป็นเพราะว่า แพรวไม่ได้รักพี่ แพรวแค่เผลอตัวไปมีอะไรกับพี่เท่านั้น และต่อจากนี้ไป พี่อย่ามายุ่งกับแพรวอีก เข้าใจไหม”
ลพถึงกลับตะลึงงันจนตัวชา คล้ายถูกตบหน้าฉาดใหญ่ หลุดปากถามออกมาเสียงแหบพร่า
“ทำไมล่ะแพรว แพรวไม่ได้รักพี่หรอกเหรอ” เด็กสาวสะบัดหน้ากลับอย่างเริ่มหงุดหงิด กระแทกเสียงแข็งออกมา
“ไม่...แพรวมีคนที่แพรวรักอยู่แล้ว แพรวไม่มีวันที่จะแต่งงานกับคนอย่างพี่หรอก แล้วอีกอย่างหนึ่งนะ พี่ห้ามนำเรื่องของเราไปบอกให้ใครรู้ด้วย ไม่อย่างนั้นเป็นได้เห็นดีกันแน่”
“หรือว่า...คนที่แพรวรักคือคุณโชน ใช่ไหม” ลพอุทานออกมาเมื่อได้ยินคำพูดที่หนักแน่นของเด็กสาวที่ตนเพิ่งเริงกามด้วยเมื่อครู่ ซึ่งเขาคาดเดาได้จากพฤติกรรมหลายๆ อย่างและหลายๆ ครั้ง ที่แพรวแสดงออกมาเมื่ออยู่ต่อหน้าคุณโชน ซึ่งที่ผ่านมาเขาไม่เคยนึกเฉลียวใจแม้แต่น้อย แต่คำพูดที่หล่อนกล่าวออกมาเมื่อครู่ กลับกระตุ้นให้เขาหวนนึกถึงพฤติกรรมที่ผ่านมาของเธอ จึงมั่นใจเช่นนั้น
“ใช่แล้วจะทำไม พี่จะทำอะไรแพรวได้” เด็กสาวเชิดหน้าเหยียดเสียงใส่อย่างอวดดี
“คุณโชนเขาไม่เคยมีความคิดที่จะเอาเด็กในบ้านทำเมียหรอก ยิ่งถ้าได้รู้ว่า แพรวเป็นเมียพี่ คิดหรือว่าคุณโชนเขาจะเหลือบแล” ลพแค่นเสียงออกมา แต่แพรวกับเชิดหน้าท้าทายอย่างดื้อรั้น ย้อนกลับมาอย่างไม่กริ่งเกรงวา
“ก็เอาสิ ถ้าพี่บอกคุณโชนว่าแพรวกับพี่เป็นอะไรกัน แพรวก็จะบอกกับคุณโชนและทุกคนทั้งหมดได้รู้กันทั่วว่า พี่ขืนใจและบังคับข่มขู่แพรวมาตลอด แล้วทีนี้ก็คอยดูเอาเองเถอะ ว่าคุณโชนและคนทั้งหมดในไร่นี้ จะจัดการกับพี่ยังไง”
เมื่อหล่อนกล่าวจบก็สะบัดหน้าเดินจากไปอย่างไม่เหลือบแลชายหนุ่มอีก ทิ้งให้ลพยืนกัดกรามดังกรอดๆ อย่างเจ็บใจ แต่ด้วยความรักที่มีให้ต่อเด็กสาว ทำให้เขาไม่กล้าที่จะกระทำอะไรรุนแรงออกไป จึงต้องทนเก็บงำเอาไว้อยู่ในใจต่อไป
นายเรวัตยิ้มอย่างรู้ทันต่อความคิดของโชนตะวันที่เขาเห็นเป็นน้องชายและไว้วางใจเสมอมา แม้กระทั่งวรันธรยังเข้าใจต่อประโยคของเขา เธอรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างประหลาด เมื่อรู้ว่าคุณอาที่หล่อนรักมีความกล้ามากพอที่จะบอกเรื่องของเขาและเธอให้บิดาเธอได้รู้เพื่อขออนุญาตอย่างถูกต้องตามครรลองธรรมเนียม จึงส่งสายตาให้กำลังใจต่อเขา ซึ่งเขาก็ยิ้มรับอย่างเข้าใจเช่นกัน“คุณพ่อคะ ตอนนี้รันได้เป็นผู้จัดการโรงผลิตไวน์ด้วยนะคะ อีกไม่นานไวน์ล็อตแรกก็จะออกสู่ตลาดเพื่อวางจำหน่ายแล้ว ตอนนี้รันยุ่งมากเรื่องการตลาด แต่ก็เชื่อว่าต้องทำได้แน่ เพราะคุณอาวางระบบเอาไว้แล้วเป็นอย่างดีค่ะ”หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มอวด นายเรวัตยิ้มน้อย ๆ พลางมองบุตรสาวที่ไม่ได้เจอกันมานานหลายเดือนอย่างพิจารณา แล้วจึงกล่าวออกมาอย่างชื่นชมว่า“ผ่านเรื่องร้ายมาไม่น้อย ลูกดูแกร่งขึ้นและโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นจริง ๆ พ่อภูมิใจในตัวหนูมากนะ” ผู้เป็นบิดาดึงร่างบางของหญิงสาวเข้ามากอดอีกครั้งอย่างรักใคร่เอ็นดู ผ่า
พ่อเลี้ยงณรงค์เหลียวหน้ามามองลุงชุ่มด้วยสองตาที่แข็งดุ แต่เมื่อมองสำรวจโดยรอบ เห็นลพที่ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืน และสภาพที่แตกหักยุ่งเหยิง อีกทั้งตอนนี้อยู่ต่อหน้ารองชยุตและปลัดเนตรที่เป็นเจ้าหน้าที่ของทางราชการ จึงไม่กล้าที่จะผลีผลาม จำต้องข่มกลั้นความแค้นเอาไว้อย่างเยือกเย็นรองชยุตใช้วิทยุแจ้งเหตุไปที่สถานีตำรวจ ให้นำกำลังมายังที่เกิดเหตุ เพื่อนำร่างของลาภิศและแพรวส่งพิสูจน์ ส่วนคนที่เหลือทั้งหมดถูกเชิญตัวไปสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกลายเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ พ่อเลี้ยงณรงค์เป็นผู้ทรงอิทธิพลในจังหวัดและกำลังจะลงเลือกตั้งใหญ่ ซึ่งนับว่าเป็นตัวเต็งที่มีโอกาสได้คะแนนเสียงถล่มทลายในเขตเลือกตั้ง แต่เมื่อมีข่าวฉาวเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ จึงไม่อาจปกปิดเรื่องให้เงียบเอาไว้ได้ตามที่โชนตะวันต้องการ ยิ่งถูกนักข่าวขุดคุ้ยถึงพฤติกรรมในอดีตของพ่อเลี้ยงณรงค์ที่มีเบื้องหลังดำเนินธุรกิจสีเทา ส่วนลาภิศลูกชายก็ก่อเรื่องอื้อฉ
“ตา...แพรวจะเข้าไปช่วยคุณรัน แพรวต้องการที่จะแก้แค้นไอ้ลาภิศด้วย ตารอแพรวอยู่ตรงนี้นะตา” หล่อนร้องบอกออกมาเพียงเท่านั้น ก็ผละจากไปสุดที่ลุงชุ่มจะยับยั้งทักท้วงได้ทัน“โธ่...วู่วามเหลือเกินนังเด็กคนนี้ แส่เข้ามาหาเรื่องใส่ตัวอีกแล้ว” ลุงชุ่มบ่น แต่ก็รีบตามหลานสาวเข้าไปภายใน โดยหันมากำชับนายกาจกับนายสืบว่า “เอ็งสองคนเฝ้าพวกมันเอาไว้ให้ดีนะโว้ย อย่าเผลอเด็ดขาด เดี๋ยวข้ากลับมา”แต่เมื่อลุงชุ่มวิ่งเข้ามาภายในรีสอร์ทหลังใหญ่ ภาพที่เห็นทางเบื้องหน้าทำให้ร่างกายสั่นเทาสองเท้าชะงักงันไปทันควัน เมื่อเห็นแพรวใช้มีดในมือแทงไปทางด้านหลังของลาภิศสุดแรง“แพรว...อย่า” โชนตะวันกับลพที่เห็นเหตุการณ์เปลี่ยนเป็นเลวร้าย จึงร้องตวาดห้ามเด็กสาว แต่ก็ไม่อาจที่จะยับยั้งหล่อนเอาไว้ได้ แรงโทสะที่ถูกทรยศหักหลัง บันดาลให้เวลานี้เต็มไปด้วยแรงโกรธแค้น เด็กสาวกระชากมีดออกจากร่างของลาภิศ ก่อนจะกระหน่ำจ้วงแทงไปที่
“โอ้ย...” เสียงของลาภิศแหกปากร้องออกมาด้วยความเจ็บเสียด เมื่อลพปรี่เข้ามาทางด้านข้างพร้อมเท้าหนักที่ถีบใส่ข้างเอวอย่างรวดเร็ว จนร่างสูงของลาภิศกระเด็นกลิ้งไปชนกับโต๊ะเก็บของที่วางอยู่ทางข้างหัวเตียง“ไอ้ห่าลพ มึงก็อยากมีเรื่องกับกูอีกคนใช่ไหมวะ ดีล่ะ...มึงเข้ามาเลย แค้นเก่าแค้นใหม่จะได้สะสางกันให้มันจบกันเลยในวันนี้ มึงเข้ามาสิวะ” ลาภิศที่โกรธแค้นจนหน้ามืด เขาร้องท้าทายออกมาอย่างคลุ้งคลั่ง และไม่รอให้ลพขยับเข้ามาก่อน กลับเป็นฝ่ายกระโจนเข้าใส่อย่างดุร้าย เหวี่ยงหมัดขวาไปที่ใบหน้าของลพสุดแรงแต่มีหรือที่ชายหนุ่มเจ้าสำอางอย่างลาภิศจะสู้กับคนที่แข็งแกร่งทรหดอย่างลพได้ เขาเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย หมัดขวาก็กระทุ้งหนักไปที่ท้องของลาภิศเต็มแรงจนตัวงอเป็นกุ้ง และเมื่อลพกระแทกหมัดเข้าใส่ใบหน้าขาวอีกครั้ง ร่างของลาภิศถึงกับผงะถอยหลังล้มกระแทกตู้เก็บของที่อยู่ข้างหัวเตียงจนล้มคว่ำ ลิ้นชักไหลเปิดข้าวของภายในกระจัดกระจายออกมาเกลื่อน“คุณโชนพาคุณรันออ
ยังไม่ทันที่โชนตะวันกับลุงชุ่มไปพากันไปตามเป้าหมาย ประตูรีสอร์ทที่อยู่ทางด้านข้างห่างจากตำแหน่งที่โชนตะวันอยู่อยู่เพียงสองวาพลันเปิดออก พร้อมกับร่างหนาของลพที่โผล่ออกมาด้วยสีหน้าที่ตึงเครียด“อ้าว...ไอ้ลพ อยู่ที่นี่หรือวะ เป็นยังไงได้เรื่องอะไรบ้างไหม?” ลุงชุ่มรีบถาม เพราะแกก็นึกเป็นห่วงแพรวหลานสาวของตนอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ลพมองหน้าลุงชุ่มเล็กน้อย แล้วจึงเหลียวมองโชนตะวันพร้อมกล่าวรายงานออกมาว่า“เมื่อครู่ผมผ่านรีสอร์ทหลังนี้มาทางด้านหลังครับ พอดีได้ยินเสียงร้องของแพรว จึงแอบเข้ามาทางประตูหลัง ช่วยแพรวเอาไว้ได้ ตอนนี้ปลอดภัยแล้วครับ”ลุงชุ่มระบายลมหายใจแรงอย่างโล่งอก โชนตะวันเพียงพยักหน้ารับอย่างเงียบงัน ลพจึงกล่าวต่อไปอีกว่า“แพรวบอกว่าคุณรันถูกลาภิศพาตัวไปไว้ในรีสอร์ทหลังถัดไปนี่แหละครับคุณโชน รีบไปกันเถอะครับ”“ดี...ไปกันเลย อ้อ...ลุงชุ่ม นายลพมาแล้ว เดี๋ยวให้นายลพไปกับผมสองคนก็พอ
ทางด้านของลุงชุ่มที่ซ่อนตัวอยู่หลังแนวพุ่มไม้ด้วยความกระสับกระส่าย จนกระทั่งเริ่มได้ยินเสียงฝีเท้าดังอย่างแผ่วเบามาทางด้านหลัง เมื่อเหลียวหน้ากลับไปจึงเห็นโชนตะวันที่ถือปืนพกสั้นอยู่ในมือ กำลังเดินเข้ามาใกล้อย่างเงียบเชียบด้วยสีหน้าที่ตึงเครียดและกังวลชัดเจนทางด้านหลังของโชนตะวัน มีนายกาจกับนายสืบสองคนงานชายฉกรรจ์ในไร่ที่ติดตามมาด้วย นายกาจกระชับปืนลูกซองยาวเรมิงตัน 870 แบบปั๊มแอ็กชั่น ส่วนนายสืบถือปืนพกสั้นแบบ 11มม. เหมือนกับโชนตะวัน“สถานการณ์เป็นยังไงบ้างลุงชุ่ม พบเห็นหนูรันหรือยัง แล้วลพหายไปไหนล่ะ?” เจ้าของไร่โชนตะวันที่ขยับปรี่เข้ามาแอบอยู่หลังพุ่มไม้ใกล้กับลุงชุ่มเอ่ยถามออกมาเสียงเครียดขรึม ส่วนนายกาจกับนายสืบแยกย้ายกันไปแอบอยู่ทางด้านข้างเพื่อรอคอยคำสั่งอย่างเงียบงัน“ยังไม่พบเลยครับคุณโชน แม้แต่นายลาภิศก็ยังไม่เห็น ตั้งแต่มาก็เห็นเพียงคนของมันห้าคนที่กระจายกันเฝ้าอยู่ที่หน้ารีสอร์ทนั่นแหละครับ ส่วนลพมันแอบเข้าไปทางด้านหลังรีสอร์ท
ภายในบ้านเดี่ยวชั้นเดียวหลังใหญ่ที่สร้างอยู่ภายในตัวเมืองที่หนาแน่นคับคั่งไปด้วยตึกรามอาคารหลากหลาย อีกทั้งยังรถยนต์นานาประเภทที่วิ่งกันขวักไขว่ รวมทั้งผู้คนที่สัญจรกันอย่างพลุกพล่านบ้านพักของลาภิศอยู่ภายในซอยแยกก่อนที่จะออกจากตัวเมืองด้วยความที่ลาภิศเป็นผู้ที่ค่อนข
เมื่อหลายเหตุผลมาประกอบกันจนเป็นรูปเป็นร่างทำให้โชนตะวันเชื่อมั่นว่าการลงมือครั้งนี้จะต้องมีลาภิศเป็นคนบงการอยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอนแต่การที่จะตระเวนขับรถเสาะหาร่องรอยอย่างสะเปะสะปะไร้ทิศทางแบบนี้ออกจะเลื่อนลอยเกินไปเมื่อครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่จึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกม
แต่โชนตะวันกลับไม่แน่ใจในตัวของหญิงสาวเสียแล้วว่าหล่อนมีความรู้สึกเช่นใดกันแน่จึงต้องบังคับให้เขาบ่งบอกและสารภาพเรื่องราวเหล่านี้ออกมาให้ได้เขาจ้องหน้าหญิงสาวด้วยประกายตาที่หนักแน่นแต่อบอุ่น กล่าวออกมาเสียงราบเรียบว่า“ลุงชุ่มกับป้าเนียมทั้งเคยเห็นอามาตั้งแต่เด็กและ
“หากที่คุณพูดเป็นเรื่องจริงเรื่องที่เกิดขึ้นคุณต้องรับผิดชอบ”ลุงชุ่มกล่าวออกมาอีกอย่างใจเย็นแต่ลาภิศยิ้มเยาะอย่างเหยียดหยามตอบออกมาว่า“จะให้ฉันรับผิดชอบอะไรในเมื่อมันเต็มใจมาหาฉันเองและต่างก็สนุกด้วยกันทั้งสองฝ่ายอีกอย่างนะ







