Share

บทที่ 3

last update Tanggal publikasi: 2025-07-03 20:25:31

ฝ่ามือของคนที่นอนฟาดมาเต็มแรงที่ข้างแก้มของผู้หวังดี เจ้าหล่อนลุกขึ้นมานั่งรวดเร็วแล้วให้รางวัลอีธานด้วยแรงตบจนหน้าชาไปแถบหนึ่ง แล้วลุกขึ้นเดินหนีไปทันที

          "เดี๋ยว" อีธานได้สติคว้าขาทั้งสองข้างของคนที่เพิ่งจะตบหน้าตนไว้

          "ปล่อยนะ" สาวน้อยล้มลงและถูกคนตัวโตกว่าคร่อมตัวไว้ไม่อาจกระดุกกระดิกไปไหนได้

          "ปล่อยนะ ไอ้ฝรั่งบ้า ไอ้ลามก ไอ้ฉวยโอกาส" สารพัดคำต่อว่าที่เจ้าหล่อนพรั่งพรูออกมา ยังไม่นับกำปั้นน้อยๆ ที่ทุบลงมาตรงหน้าอกแกร่งอีกนับไม่ถ้วน 

          อีธานทนต่อไปไม่ไหว เขาไม่ยอมถูกทำร้ายฝ่ายเดียวแน่ เจ้าหล่อนเป็นใครมาจากไหน มีคนมาช่วยแล้วยังไม่สำนึกกลับต่อว่าและทำร้ายผู้มีพระคุณงั้นหรือ แบบนี้ต้องสั่งสอนและเอาคืนหน่อยแล้ว

          "ว้าย..." หญิงสาวร้องลั่น เมื่ออีธานโถมทับมาทั้งตัวเพื่อตรึงไม่ให้ขยับไปไหนได้

          "ตบด้วยด่าด้วยจะเกินไปหน่อยไหม แม่คุณ" ภาษาไทยสำเนียงฝรั่งทำให้เธอชะงักเล็กน้อย เขาพูดภาษาบ้านเกิดของตนได้แม้จะดูตลกไปหน่อยก็ตาม

          "ผมช่วยคุณนะ แทนที่จะขอบคุณกลับทำแบบนี้เหรอ" แววตาคู่คมจ้องเขม็ง ทำให้อีกฝ่ายก้มหน้าไม่กล้าสบตาตอบ

          "ปล่อย" ดูเหมือนน้ำเสียงที่โวยวายเมื่อครู่จะสงบลงอย่างเห็นได้ชัด

          อีธานปล่อยตามคำขอขยับตัวออกแล้วลุกขึ้นยืนรอ ร่างอวบอิ่มที่มีเพียงเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่คลุมไว้ลุกขึ้นตาม

          "เดี๋ยว จะไปไหน"

          สาวน้อยนิรนามวิ่งหายไปในความมืด อีธานไม่ทันสังเกตว่าเจ้าหล่อนวิ่งไปทางไหนของรีสอร์ท เธออาจจะเป็นนักท่องเที่ยวที่มาพักที่นี่เช่นกัน  ไม่เป็นไรพรุ่งนี้เช้าเขาจะไปดักรอที่ห้องอาหาร รับรองว่าจะต้องถามสิ่งที่เกิดขึ้นในรู้เรื่องแน่

          ธามจิบน้ำส้มหมดเป็นแก้วที่สามอีธานก็ยังไม่มีทีท่าว่าอยากจะลุกจากโต๊ะไปไหน ชลาลัยออกมาต้อนรับแขกที่ห้องอาหารซึ่งมีเพียงโต๊ะสองหนุ่มตามปกติ สายตาของเพื่อนรักจับจ้องไปที่ผู้ดูแลคนสวยไม่ยอมห่าง

          "แกอยากคุยกับเขาก็ลุกไปเลย ถ้าขืนมัวแต่มองคงไม่ได้ทำอะไรแน่วันนี้" ธามกระซิบเบาๆ

"นายอยากกลับที่พักเหรอ" สายตาของอีธานยังจับจ้องคอยดูบางสิ่งไม่วางตา เขาไม่ได้มองชลาลัยเพียงแต่เจ้าหล่อนอยู่ในตำแหน่งที่เป็นทางเข้าห้องอาหารเท่านั้น

          รอจนครัวอาหารเช้าปิด อีธานก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเดินไปคุยกับชลาลัยให้เป็นเรื่องเป็นราวสักที ทำให้ธามทนไม่ไหวเป็นฝ่ายเข้าไปเดินหน้าเปิดทางให้เพื่อนก่อน

          "อาหารเช้าถูกปากไหมคะ" ชลาลัยถามด้วยรอยยิ้ม

          "อร่อยมากเลยครับ เอ่อ คุณชลาลัยครับ พอจะมีเวลาสักนิดไปคุยกับเพื่อนผมหน่อยได้ไหม พอดีอีธานอยากจะ..."

          "ผมอยากทราบว่าแขกผู้หญิงที่มาพักที่นี่อยู่ห้องไหนครับ" จู่ๆ อีธานก็โพล่งขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

          "มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ" ชลาลัยถามกลับด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อย ในขณะที่ธามเองก็หันมามองหน้าเพื่อนด้วยความแปลกใจเช่นกัน

          "เมื่อคืนนี้ที่ริมหาดของคุณเกือบมีคนฆ่าตัวตาย"

          "ฆ่าตัวตาย เฮ้ย..." ธามอุทานด้วยความตกใจ

          ชลาลัยส่ายหน้าทันที ตอนนี้แขกที่จันทร์เจ้ารีสอร์ทมีเพียงแค่ธามกับอีธานเท่านั้น ไม่มีแขกอื่นมาพักที่นี่เลยแม้แต่คนเดียว ถ้าเช่นนั้นผู้หญิงที่ชายหนุ่มเห็นคือใคร

"เธอลงไปที่ทะเลตอนดึก คงคิดว่าปลอดคนแล้วแต่บังเอิญผมยังไม่นอนจึงลงมาช่วยไว้ทัน แต่พอเอาขึ้นฝั่งได้ก็หนีไปไหนไม่รู้" อีธานไม่ได้เล่ารายละเอียดว่าแม่ตัวดีทำอะไรกับตนไว้บ้าง

          "อาจจะเป็นคนจากรีสอร์ทอื่นหรือเปล่าคะ คือว่าตอนนี้เราไม่มีแขกอื่นเลยนอกจากคุณสองคนเท่านั้น"

          เป็นไปไม่ได้ ก็เขาเห็นกับตาว่าเจ้าหล่อนวิ่งหนีหายเข้ามาในรีสอร์ท แล้วจะเป็นคนอื่นไปได้อย่างไรกัน อีธานมั่นใจว่าเป็นคนจริงแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ใช่ภูตผีหรือนางเงือกที่ไหนแน่

          "ทำไมถึงมีเราสองคนมาพักแค่นั้นล่ะครับ" ธามเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความอยากรู้

          สภาพห้องพักแม้จะดูเก่าและไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ แต่พออยู่จริงธามก็พบว่ามันเหมาะสำหรับการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ลมทะเลที่พัดโชยตลอดทั้งคืน ไม่ทำให้รู้สึกร้อนจนคิดถึงเครื่องปรับอากาศที่เคยนอนทุกค่ำคืน ตื่นมาได้ยินเสียงคลื่นกระทบฝั่ง ได้สูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่นที่หาได้ยากในสังคมเมืองกรุง

          ที่สำคัญเมื่อเช้าตื่นมาเดินเล่นริมหาดกับอีธานทำให้พบว่าวิวของจันทร์เจ้ารีสอร์ทสวยมาก โค้งน้ำสีครามตัดรับกับแสดงอาทิตย์ที่เส้นขอบฟ้าเป็นภาพที่น่าประทับใจมาก

"แต่ผมมั่นใจและเห็นกับตาว่า ผู้หญิงคนนั้นวิ่งหายเข้ามาในรีสอร์ทของคุณ" อีธานยังไม่ยอมลืมเรื่องที่ติดใจมาตลอดทั้งคืน

          ชลาลัยไม่รู้จะตอบคำถามไหนของลูกค้าดี เรื่องผู้หญิงที่อีธานเห็นเมื่อคืนคิดว่าน่าจะไปไล่หาตัวตนได้และพอจะรู้ว่าเป็นฝีมือใคร แต่คำถามเรื่องว่าทำไมถึงมีแขกแค่สองคนมาพักต่างหากเป็นเรื่องที่ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี

          ยังไม่ทันได้ตอบคำถามใดๆ ทั้งสิ้น มนัสก็รีบร้อนเดินมาหาชลาลัยแล้วกระซิบกระซาบบางอย่างที่ทำให้หญิงสาวต้องขอตัวไปทำธุระสำคัญก่อน เธอบอกให้ทั้งสองไปรอที่หน้าบ้านพัก เพราะอีกสักครู่จะมีคนของรีสอร์ทมาพาไปล่องเรือตามโปรแกรม

          ธามไม่ติดใจคำถามที่ไม่ได้รับคำตอบ แต่อีธานยังไม่เลิกครุ่นคิดที่จะตามหาผู้หญิงคนนั้น เจ้าหล่อนต้องอยู่ในรีสอร์ทแห่งนี้แน่ เขามั่นใจเช่นนั้นจริงๆ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เสน่ห์รักจอมมาร   บทที่ 43

    ฝนตกพรำๆ ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ความตั้งใจที่จะถ่ายรูปทะเลกลางคืนจำต้องหยุดลงทันที มีนาเริ่มง่วงและอยากจะนอนเต็มแก่ แต่ติดตรงที่ยังติดต่อใครที่จันทร์เจ้ารีสอร์ทไม่ได้ อาจเป็นเพราะฝนตกไฟก็เลยดับหรือไม่ชลาลัยกับมนัสก็คงออกไปถ่ายรูปยังไม่กลับจึงไม่มีใครรับโทรศัพท์เธอ "ทูนหัวง่วงหรือยังจ้ะ" อีธานเปิดประตูห้องน้ำออกมาอย่างสบายอารมณ์ มีนาคิดว่าอีธานไม่มีเสื้อผ้ามาเปลี่ยนแต่ที่ไหนได้ เมื่อครู่พนักงานเพิ่งเอาเสื้อผ้าชุดนอนใหม่เอี่ยมมาส่งให้ถึงหน้าห้อง เสื้อผ้าของอีธานเป็นกางเกงผ้าขาวม้ากับเสื้อกล้ามสีขาวตัวใหญ่ ส่วนของมีนาเป็นเสื้อกล้ามสีขาวเช่นกันและกางเกงเลผ้าผ้ายที่มีเชือกผูกเอว ที่แท้ชายหนุ่มก็ให้ทางที่พักหาเสื้อผ้ามาให้ผลัดเปลี่ยนและเผื่อเธอด้วยอีกหนึ่งชุด แต่ว่าหญิงสาวยังยืนยันคำเดิมว่าไม่ค้างที่นี่เด็ดขาด "ไปอาบน้ำเถอะ ที่รักง่วงแล้ว" เขาแอบอมยิ้มคนเดียวไม่ให้ใครเห็น ทุกอย่างอีธานวางแผนไว้เป็นอย่างดี ไม่ขัดใจมีนาแต่ก็ไม่ทำตามที่ต้องการ และให้สถานการณ์เป็นตัวพาไปทุกอย่าง เช่นเรื่องค้างคืนที่นี่ก็ใช่ เขาบอกชลาลัยไว้แต่เนิ่นๆ ว่า

  • เสน่ห์รักจอมมาร   บทที่ 42

    "ฝนซาแล้ว คุณอยากกลับบ้านเลยหรือเปล่า" มนัสไม่พูดเรื่องอื่นนอกจากเรื่องที่อยู่เฉพาะหน้าเท่านั้น "นัส อย่าทำแบบนี้ได้ไหม" น้ำเสียงหญิงสาวสั่นเครือเล็กน้อย "ถ้าคุณอยากกลับ เดี๋ยวผมตามให้แม่บ้านเอาร่มมารับ จะกลับ..." "นัส ให้โอกาสลัยได้อธิบายหน่อยเถอะ" ชลาลัยแทรกขึ้นมาพร้อมกับตรงเข้าไปสวมกอดมนัสจากทางด้านหลัง "นัส ฟังลัยสักนิด ได้โปรด" ถ้ามนัสใจแข็งอีกสักนิดชลาลัยก็คงจะตายลงตรงนั้น แต่เพราะเขาสัมผัสได้ว่าร่างที่กำลังสวมกอดสั่นสะท้านเพราะแรงสะอื้นจนรู้สึกได้ มันทำให้หัวใจของผู้จัดการหนุ่มอ่อนลงมาทันที น้ำตาชลาลัยทำให้หัวใจเขาเจ็บปวดราวกับถูกมีดปักลงกลางใจทุกครา คำอธิบายที่ดูเหมือนแก้ตัวแต่เป็นความจริงที่ไม่มีใครเคยรู้ ชลาลัยพูดเพียงแค่คำเดียวว่าขอโทษและบอกถึงความจำเป็นของการตัดสินใจแต่งงานกับวีระ "คุณไม่บอกผมสักคำ คุณปล่อยให้ผมรู้จากปากคนอื่น" มนัสจำได้เป็นอย่างดีว่าตนเองทำหน้าที่เป็นผู้จัดการที่พิทักษ์จันทร์เจ้ารีสอร์ท และเจ้าของด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก แม้สถานการณ์ในรีสอร์ทจะย่ำแย่ลงทุกวัน

  • เสน่ห์รักจอมมาร   บทที่ 41

    เมื่อแรกที่เข้ามามีนาน้องสาวติดมนัสแจเพราะวัยที่ใกล้กัน ชลาลัยอายุยี่สิบห้า มีนาอายุยี่สิบเอ็ด มนัสอ่อนกว่าชลาลัยหนึ่งปี เท่ากับว่ามีนามีทั้งพี่สาวและพี่ชายที่คอยดูแล มนัสเป็นคนเดียวที่ไม่ลาออกเมื่อจันทร์เจ้ารีสอร์ทประสบปัญหาเรื่องเงิน พนักงานคนอื่นค่อยๆ ทยอยออกไป มีเพียงผู้จัดการหนุ่มที่ยืนยันว่าจะไม่ทิ้งรีสอร์ทไปไหน เขาอยู่ร่วมในทุกสถานการณ์ไม่เว้นแม้แต่เรื่องร้ายแรงที่สุดในชีวิตของชลาลัยที่ประสบมา จวบจนวันนี้ที่จันทร์เจ้ารีสอร์ทกำลังจะกลับมาเป็นที่หนึ่งอีกครั้ง ทุกอย่างก้าวหน้าและราบรื่นเพราะมีผู้จัดการคนเก่งคอยช่วยเหมือนเคย ชลาลัยพักผ่อนในห้องพักจนถึงตอนค่ำ โชคดีที่เธอทำตามที่มนัสบอกด้วยการพักให้ไม่มีเหงื่อแล้วค่อยอาบน้ำทำให้รู้สึกสดชื่น และนึกได้ว่าค่ำนี้ผู้จัดการคนเก่งจะถ่ายรูปจึงรีบเดินออกมาดู มนัสยังอยู่ในชุดเดิมและง่วนอยู่กับการทำอะไรอยู่ที่ริมหาด ชลาลัยเห็นเขาหน้าตายุ่งเหยิงและมุ่งมั่นเหมือนจะทำอะไรสักอย่างแต่ไม่ได้ดั่งใจ "ทำอะไรมนัส ตายจริง นี่อย่าบอกนะว่ายังไปไหนเลย อยู่ที่เดิม" มนัสไล่เธอไปพักแต่ตัวเองกลับนั่งรอจ

  • เสน่ห์รักจอมมาร   บทที่ 40

    มีนาพยายามทำใจให้เป็นปกติ อีธานจะคบกับใครมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งแค่ไหน หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเขาไม่ใช่เรื่องที่ต้องใส่ใจ สถานภาพระหว่างทั้งคู่ คือ แค่หุ้นส่วนรีสอร์ทเท่านั้น "เรามีนางแบบมาช่วยโปรโมทรีสอร์ทแล้ว" อีธานพูดด้วยความดีใจ "ก็ดี ว่าแต่ค่าตัวแพงไหม" มีนาพยักหน้ารับรู้เฉยๆ มองนาฬิกาที่ข้อมือตอนนี้เกือบห้าโมงเย็นแล้ว เธอควรกลับจันทร์เจ้ารีสอร์ทเสียที "เรื่องนั้นไม่มีปัญหา จะเรียกแพงเท่าไรผมก็จ่ายได้ แต่คิดว่าคงไม่เพราะเจนก็ชอบทะเลเหมือนกัน" "แล้วทำไมถึงมายอมเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ล่ะคะ" "ผมเพิ่งส่งเมล์บอกเพื่อนๆ ว่ามีทะเลสวยอยากให้มาเที่ยว ตอนนี้กำลังปรับปรุงเรื่องห้องพักคาดว่าอีกไม่เกินสองอาทิตย์จะเปิดได้ เพิ่งส่งเมื่อคืนเองนะ เมื่อกี้เจนโทร.มาบอกว่าบินมาทำงานที่มาเลเซีย จากนั้นว่างสองสามวันผมก็เลยชวนมาที่รีสอร์ท" มีนาไม่มีปัญหา อีธานมีสิทธิ์จะพาใครมาที่รีสอร์ทก็ได้เพราะตอนนี้เขาถือหุ้นถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์แล้ว เพียงแต่ว่าใครจะมาจะไปหรือจะทำอะไรกันก็แล้วแต่ เธอขอไม่รับรู้และไม่อยู่เป็นก้างขวางคอด้วย "เดี๋ยวไปสั่ง

  • เสน่ห์รักจอมมาร   บทที่ 39

    ช่วงบ่ายมีนาพาอีธานมาหลบลมร้อนด้วยการมานั่งพักที่ริมหาด หาของอร่อยที่ขึ้นชื่อในเกาะหวนมาให้ลองชิม หญิงสาวกะเวลาว่าจะกลับจันทร์เจ้ารีสอร์ทให้ทันก่อนค่ำ จึงถามเขาว่าต้องการกลับไปทานอาหารเย็นด้วยหรือไม่ "เราไม่กลับรีสอร์ทคืนนี้" อีธานพูดพลางแกะปูนึ่งใส่จานให้หญิงสาว "ว่าไงนะ คืนนี้จะนอนนอกรีสอร์ทใช่ไหม" มีนาถามเพื่อความแน่ใจ ถ้าเขาไม่กลับก็คงต้องหาที่พักให้แล้วพรุ่งนี้ค่อยส่งรถมารับ "ใช่ มีที่พักที่ไหนน่าสนใจให้ทูนหัวเลือก" เขาเปิดแทบเล็ตให้หญิงสาวดูว่าต้องการพักที่ไหน "อยากนอนก็เลือกเองซิ จริงๆ ไม่ต้องมาเสียเงินซื้อรีสอร์ทให้เปลือง ทำโน่นทำนี่ให้เหนื่อย บอกแล้วว่าเป็นนักท่องเที่ยวเปลี่ยนที่กินที่นอนได้ตามใจต้องการตลอดเวลา" มีนาเข้าใจว่าอีธานคงเบื่อที่จะจำเจอยู่แต่ในจันทร์เจ้ารีสอร์ทกระมัง ถึงได้อยากมาเปลี่ยนบรรยากาศที่อื่นดูบ้าง ก็บอกแล้วว่าการทำรีสอร์ทไม่ใช่เรื่องสนุก ลองถ้าแบบนี้ไม่ช้าเขาคงทิ้งสิ่งที่ทำมาทั้งหมดไปหาความสนใจใหม่แน่ เมื่อรู้แบบนี้มีนาก็ต้องพยายามตัดความรู้สึกที่เริ่มจะสร้างความผูกพันในหัวใจออกไป ไม่ให้มีอิทธิพลกับตนเองมา

  • เสน่ห์รักจอมมาร   บทที่ 38

    อีธานเจ้าเล่ห์มากกว่าที่คิดเมื่อเขาให้มนัสและชลาลัยดูแลถ่ายรูปในส่วนต่างๆ ของรีสอร์ท ในขณะที่ตนเองขอร้องแกมบังคับให้มีนาพาออกไปเที่ยวรอบเกาะหวน "เดี๋ยวพอพวกทีมเว็บไซต์มา ยังไงก็ต้องไปกับพวกเขาอยู่แล้ว น่านะ ทูนหัว พาผมเที่ยวเกาะหน่อย" มีนาอยากจะขย้ำคอคนเข้าเล่ห์นัก ได้อยากเที่ยวเกาะนักใช่ไหม เดี๋ยวจะพาไปให้รู้จักเกาะหวนแบบที่ต้องจำไปตลอดชีวิตแน่ สถานที่แรกที่มีนาพาอีธานมาก็คือตลาดสดที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะแห่งนี้ ซึ่งอยู่ห่างจากถนนคนเดินไม่ไกลนัก หญิงสาวไม่เอารถของรีสอร์ทขับพานักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์แต่เลือกใช้รถประจำทางบนเกาะแทน ด้วยเหตุผลที่ว่า "จะได้สัมผัสบรรยากาศนักท่องเที่ยวจริงๆ ไงคะ เตรียมกล้องไว้ให้พร้อมนะ ทั่วเกาะมีมุมสวยๆ ที่ต้องประทับใจแน่" และก็เป็นอย่างที่มีนาพูดจริงๆ แค่ตลาดสดที่ใหญ่ที่สุดของเกาะ อีธานก็ได้เห็นเรือประมงนับร้อยลำที่จอดเรียงรายเพื่อนำของทะเลสดๆ ที่เพิ่งหามาได้ขึ้นมาที่โป๊ะ น่าแปลกที่น้ำทะเลบริเวณนี้ยังสวยทั้งที่มีน้ำมันจากเรือ หรือของสดที่เน่าเสียขายไม่ทัน แต่ก็ไม่ทำให้บรรยากาศที่สวยงามเสื่อมโทรมลงแม้แต่น้อย

  • เสน่ห์รักจอมมาร   บทที่ 4.4

    หนึ่งสัปดาห์ต่อมา "ฉันจะกลับไปที่เกาะนั่น เจ้าของรีสอร์ทสนใจที่จะลงทุนด้วย" อีธานแวะมาบอกเจ้าของบ้านที่กำลังหงุดหงิดเพราะคู่หมั้นหายไปตั้งแต่เช้า

  • เสน่ห์รักจอมมาร   บทที่ 4.3

    คำแนะนำของอีธานเป็นวิธีที่ดีไม่ใช่น้อย แต่ปัญหาของจันทร์เจ้ารีสอร์ทไม่ใช่แค่หนี้สิ้นที่พอกเป็นหางหมูเท่านั้น แต่ยังติดปัญหาอื่นซึ่งไม่รู้ว่าจะหาทางแก้ไขอย่างไรด้วยต่างหาก "ใครจะกล้ามาลงทุนกับรีสอร์ทเล็กๆ อย่างเรา" ชลาลัยพูดอย่างหมดหวัง

  • เสน่ห์รักจอมมาร   บทที่ 4.2

    อีธานไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับที่นี่ แต่ในเวลานี้สายตาเขาจับจ้องไปskแม่สาวที่กำลังกอดชลาลัยอยู่ ท่าทางของมีนาเข้มแข็งมากตอนนี้ไม่ได้สนใจที่จะมองใครนอกจากปลอบประโลมพี่สาวคนสวยเพียงอย่างเดียว "ไม่เป็นไรแล้วพี่ลัย สงสัยต้อ

  • เสน่ห์รักจอมมาร   บทที่ 4

    เรือพร้อมจะไปส่งนักท่องเที่ยวขึ้นฝั่งในอีกครึ่งชั่วโมง ธามเตรียมตัวพร้อมจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในขณะที่อีธานเอาแต่ครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรกับสิ่งที่ค้างคาใจในเวลานี้ ชายหนุ่มพยายามหาทางพบมีนาตั้งแต่ที่หญิงสาววิ่งหนีหายไป

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status