로그인เรือของจันทร์เจ้ารีสอร์ทพาหนุ่มรักทะเลมาชมความงามของโลกใต้น้ำ ทั้งคู่เตรียมอุปกรณ์ดำน้ำมากันเองอย่างพร้อมเพรียง และใช้เวลาดำผุดดำว่ายอย่างมีความสุขโดยที่คนเรือนั่งรออยู่ด้านบนโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ
"ฉันอยากรู้ว่าไปแถวนั้นได้ไหม" อีธานโผล่หน้าขึ้นมาถามคนเรือที่ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวกางเกงเลสีกรมท่า มีผ้าคลุมหน้าสีดำเผยให้เห็นแค่ดวงตาทั้งสองข้างและมีหมวกใบใหญ่บนศีรษะอีกที
"เพื่อนฉันถามว่าจะดำน้ำไปดูปะการังนอกแนวเขตได้ไหม" ธามโผล่หน้าขึ้นมาแปลภาษาไทยให้คนเรือฟัง
"ไม่ได้ นั่นนอกเขตรีสอร์ท" คนเรือตอบเสียงดังฟังชัด
ธามอธิบายให้อีธานฟังตามที่คนเรือบอกมา อีธานพยักหน้ารับทราบ แต่เอะใจเล็กน้อยว่าทำไมน้ำเสียงที่พูดรู้สึกคุ้นหูเหลือเกิน
"บอกเขาว่าเราจะใช้เวลานานหน่อย แล้วจะให้ทิปพิเศษ" อีธานเตรียมตัวจะกลายร่างเป็นฉลามหนุ่มลงไปใต้ท้องทะเลอีกหน ธามแปลความหมายให้คนเรือฟังอีกครั้งและเตรียมจะลงไปพร้อมเพื่อน
"คุณสองคนอยู่ที่นี่ได้จนกว่าจะพอใจ แต่ขอแนะนำว่าถ้าสายมากอากาศจะร้อนและคุณอาจจะอดเที่ยวที่อื่นอีก"
ธามพยักหน้ารับเข้าใจที่คนเรือพูด หันไปอธิบายให้อีธานฟังอย่างละเอียดอีกครั้งแล้วจึงดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเลลึกอีกครา ปล่อยให้คนเรือรอคอยไปอย่างที่ตกลงกัน
เมื่อทั้งสองชมความงามของใต้ท้องทะเลจนพอใจแล้วจึงกลับขึ้นมาพักบนเรือ อีธานสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างของคนเรือ รูปร่างที่ดูบอบบางอรชนอ้อนแอ้นแม้ว่าจะพยายามทำให้ดูแข็งแรง หรือแม้แต่เสื้อฟ้าที่หลวมโคร่งใส่แล้วไม่พอดีเหมือนคล้ายจงใจแต่งตัวเพื่อไม่ให้คนมอง แต่นั่นไม่เท่ามือเรียวทั้งสองข้างที่ชายหนุ่มมั่นใจว่าคนเรือของตนเป็นผู้หญิง
ตลอดทางที่กลับมารีสอร์ทอีธานสังเกตพฤติกรรมของคนเรือมาตลอดทาง สิ่งหนึ่งที่ชายหนุ่มรู้สึกได้ก็คือแม้จะชวนคุยเท่าไรโดยมีธามเป็นล่ามแปลให้ คนเรือก็แทบไม่อยากจะเอื้อนเอ่ยอะไรตอบมาสักเท่าไร
กลับมาถึงที่บ้านพักคนเรือแจ้งแค่สั้นๆ ว่าอีกครึ่งชั่วโมงจะถึงเวลาอาหารกลางวัน ธามขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าส่วนอีธานเดินตามคนเรือออกมาที่หน้าบ้าน
"เฮ้ ยู" ชายหนุ่มตะโกนไล่หลัง
คนเรือเร่งฝีเท้าทำเป็นไม่ได้ยินว่าลูกค้าร้องเรียกตน แต่ดูเหมือนจะช้าไปเสียแล้วเมื่ออีธานวิ่งตามามาคว้าข้อมือไว้และหันมาพูดภาษามือสื่อสารแทน
"ฉันอยากเล่นน้ำตรงนี้" ว่าแล้วชายหนุ่มก็ลากคนเรือลงไปที่ทะเลกับตน
ระดับความลึกไม่เท่ากับที่เขาช่วยผู้หญิงคนนั้น แต่เพียงแค่เห็นท่าทีดิ้นรนหนีของคนเรือ หมวกใบใหญ่ที่ปลิวหายไปตามแรงลม มวยผมหลุดลุ่ยสยายเต็มหลัง ไม่ผิดแน่เป็นผู้หญิงจริงๆ
"ปล่อย จะทำอะไรฉัน ปล่อยนะ ไอ้คนบ้า" เสียงนี้ล่ะ ใช่เลย อีธานจำได้ไม่มีวันลืม
" ไอ้ฝรั่งบ้า ไอ้คนลามก ปล่อย" มีแรงเท่าไรสาวน้อยก็ดิ้นสุดแรงเกิด
"ใช่เธอจริงๆ ด้วย" อีธานมั่นใจเต็มร้อย
ผู้หญิงที่เจอคืนนั้นอยู่ในรีสอร์ทจริงๆ และเป็นพนักงานของที่นี่ด้วย มิน่าเล่า เขาถึงได้หาเธอไม่เจอ
"ไหนขอดูหน้าชัดๆ คนไม่รู้จักบุญคุณคนหน่อยซิ" อีธานเอาผ้าคลุมหน้าออกอยากจะเห็นเหลือเกินว่า ฟ้าแจ้งขนาดนี้เจ้าหล่อนจะหน้าตาเป็นอย่างไร สวยได้เท่าหน้าซีดในยามค่ำคืนหรือเปล่า
สวย คำนิยามสั้นๆ เมื่อได้เห็นใบหน้าชัดๆ ของแม่สาวนิรนามที่เขาเฝ้าขบคิดมาทั้งคืนว่าเจ้าหล่อนมาทำอะไรค่ำๆ มืดๆ ในทะเล และยิ่งสวยมากขึ้นเมื่อเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งที่ถูกน้ำทะเลซัดแนบเนื้อจนเห็นรูปร่างเนื้อแท้ที่แสนเย้ายวนคนมอง
"อย่ามายุ่งกับฉัน ไม่งั้น..." สาวนิรนามขู่ฟ่อ
"ไม่งั้นทำไม" เขายังไม่ยอมปล่อยแถมยังทำหน้าทะเล้นยั่วยวนอีกต่างหาก
"โอ๊ย...." อีธานตัวงอทันทีเมื่อสีข้างถูกกระทุ้งอย่างแรงจากข้อศอกของคนในอ้อมกอด เจ้าหล่อนทำร้ายเขาซ้ำสองอีกแล้วไหมเล่า
เมื่อหลุดจากการจับกุมของคนฉวยโอกาสได้ เธอก็รีบวิ่งขึ้นฝั่งแต่ก่อนจะหายไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ แม่เจ้าประคุณก็ยังมีแก่ใจหันมามองว่าอีกฝ่ายเป็นอย่างไรบ้าง
"ชอบทะเลไม่ใช่เหรอ แช่อยู่ในนั้นแหล่ะ อยากขึ้นเมื่อไรก็เดินขึ้นมาเองนะ"
อีธานเจ็บจนขยับทำอะไรไม่ได้ คอยดูเถอะ เขาต้องถามชลาลัยให้รู้ให้ได้ว่าแม่เจ้าประคุณเป็นใคร ถึงได้กล้าบังอาญมาทำร้ายถึงสองครั้ง แถมยังทำหน้าเยาะเย้ยอย่างมีความสุขเสียเต็มประดาอีกด้วย
เรื่องสาวนิรนามเป็นปริศนาให้อีธานคิดต่อไป เพราะชายหนุ่มไม่มีโอกาสได้พบกับชลาลัยอีกเลยจนกระทั่งคืนสุดท้ายก่อนเดินทางกลับ
"ออกไปหาอะไรดื่มกันหน่อยไหม" อีธานถามธามขณะที่เดินเล่นกลับมาบ้านพักหลังอาหารเย็น
คืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายที่ทั้งคู่จะอยู่ที่จันทร์เจ้ารีสอร์ท อีธานเริ่มอยากออกไปดูบรรยากาศนอกรีสอร์ทว่า เกาะหวนมีสถานที่ไหนน่าสนใจบ้าง เขาหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตว่าถ้าต้องการเฮฮาสังสรรค์และแสงสีควรไปที่ถนนคนเดินแต่ติดตรงที่ว่า
"นายไปเถอะ ฉันอยากนอนมากกว่า" ธามไม่มีอารมณ์อยากไปเที่ยวไหนในเวลานี้
"เป็นอะไร มาเที่ยวนะทำหน้าให้สนุกหน่อย ฉันเห็นนายเครียดทุกครั้งที่แม่บ้านโทรศัพท์มาบอกว่าคู่หมั้นไม่อยู่ออกไปข้างนอก อย่าบอกนะว่าอยากจะกลับไปหาคู่หมั้นแล้ว"
ฝนตกพรำๆ ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ความตั้งใจที่จะถ่ายรูปทะเลกลางคืนจำต้องหยุดลงทันที มีนาเริ่มง่วงและอยากจะนอนเต็มแก่ แต่ติดตรงที่ยังติดต่อใครที่จันทร์เจ้ารีสอร์ทไม่ได้ อาจเป็นเพราะฝนตกไฟก็เลยดับหรือไม่ชลาลัยกับมนัสก็คงออกไปถ่ายรูปยังไม่กลับจึงไม่มีใครรับโทรศัพท์เธอ "ทูนหัวง่วงหรือยังจ้ะ" อีธานเปิดประตูห้องน้ำออกมาอย่างสบายอารมณ์ มีนาคิดว่าอีธานไม่มีเสื้อผ้ามาเปลี่ยนแต่ที่ไหนได้ เมื่อครู่พนักงานเพิ่งเอาเสื้อผ้าชุดนอนใหม่เอี่ยมมาส่งให้ถึงหน้าห้อง เสื้อผ้าของอีธานเป็นกางเกงผ้าขาวม้ากับเสื้อกล้ามสีขาวตัวใหญ่ ส่วนของมีนาเป็นเสื้อกล้ามสีขาวเช่นกันและกางเกงเลผ้าผ้ายที่มีเชือกผูกเอว ที่แท้ชายหนุ่มก็ให้ทางที่พักหาเสื้อผ้ามาให้ผลัดเปลี่ยนและเผื่อเธอด้วยอีกหนึ่งชุด แต่ว่าหญิงสาวยังยืนยันคำเดิมว่าไม่ค้างที่นี่เด็ดขาด "ไปอาบน้ำเถอะ ที่รักง่วงแล้ว" เขาแอบอมยิ้มคนเดียวไม่ให้ใครเห็น ทุกอย่างอีธานวางแผนไว้เป็นอย่างดี ไม่ขัดใจมีนาแต่ก็ไม่ทำตามที่ต้องการ และให้สถานการณ์เป็นตัวพาไปทุกอย่าง เช่นเรื่องค้างคืนที่นี่ก็ใช่ เขาบอกชลาลัยไว้แต่เนิ่นๆ ว่า
"ฝนซาแล้ว คุณอยากกลับบ้านเลยหรือเปล่า" มนัสไม่พูดเรื่องอื่นนอกจากเรื่องที่อยู่เฉพาะหน้าเท่านั้น "นัส อย่าทำแบบนี้ได้ไหม" น้ำเสียงหญิงสาวสั่นเครือเล็กน้อย "ถ้าคุณอยากกลับ เดี๋ยวผมตามให้แม่บ้านเอาร่มมารับ จะกลับ..." "นัส ให้โอกาสลัยได้อธิบายหน่อยเถอะ" ชลาลัยแทรกขึ้นมาพร้อมกับตรงเข้าไปสวมกอดมนัสจากทางด้านหลัง "นัส ฟังลัยสักนิด ได้โปรด" ถ้ามนัสใจแข็งอีกสักนิดชลาลัยก็คงจะตายลงตรงนั้น แต่เพราะเขาสัมผัสได้ว่าร่างที่กำลังสวมกอดสั่นสะท้านเพราะแรงสะอื้นจนรู้สึกได้ มันทำให้หัวใจของผู้จัดการหนุ่มอ่อนลงมาทันที น้ำตาชลาลัยทำให้หัวใจเขาเจ็บปวดราวกับถูกมีดปักลงกลางใจทุกครา คำอธิบายที่ดูเหมือนแก้ตัวแต่เป็นความจริงที่ไม่มีใครเคยรู้ ชลาลัยพูดเพียงแค่คำเดียวว่าขอโทษและบอกถึงความจำเป็นของการตัดสินใจแต่งงานกับวีระ "คุณไม่บอกผมสักคำ คุณปล่อยให้ผมรู้จากปากคนอื่น" มนัสจำได้เป็นอย่างดีว่าตนเองทำหน้าที่เป็นผู้จัดการที่พิทักษ์จันทร์เจ้ารีสอร์ท และเจ้าของด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก แม้สถานการณ์ในรีสอร์ทจะย่ำแย่ลงทุกวัน
เมื่อแรกที่เข้ามามีนาน้องสาวติดมนัสแจเพราะวัยที่ใกล้กัน ชลาลัยอายุยี่สิบห้า มีนาอายุยี่สิบเอ็ด มนัสอ่อนกว่าชลาลัยหนึ่งปี เท่ากับว่ามีนามีทั้งพี่สาวและพี่ชายที่คอยดูแล มนัสเป็นคนเดียวที่ไม่ลาออกเมื่อจันทร์เจ้ารีสอร์ทประสบปัญหาเรื่องเงิน พนักงานคนอื่นค่อยๆ ทยอยออกไป มีเพียงผู้จัดการหนุ่มที่ยืนยันว่าจะไม่ทิ้งรีสอร์ทไปไหน เขาอยู่ร่วมในทุกสถานการณ์ไม่เว้นแม้แต่เรื่องร้ายแรงที่สุดในชีวิตของชลาลัยที่ประสบมา จวบจนวันนี้ที่จันทร์เจ้ารีสอร์ทกำลังจะกลับมาเป็นที่หนึ่งอีกครั้ง ทุกอย่างก้าวหน้าและราบรื่นเพราะมีผู้จัดการคนเก่งคอยช่วยเหมือนเคย ชลาลัยพักผ่อนในห้องพักจนถึงตอนค่ำ โชคดีที่เธอทำตามที่มนัสบอกด้วยการพักให้ไม่มีเหงื่อแล้วค่อยอาบน้ำทำให้รู้สึกสดชื่น และนึกได้ว่าค่ำนี้ผู้จัดการคนเก่งจะถ่ายรูปจึงรีบเดินออกมาดู มนัสยังอยู่ในชุดเดิมและง่วนอยู่กับการทำอะไรอยู่ที่ริมหาด ชลาลัยเห็นเขาหน้าตายุ่งเหยิงและมุ่งมั่นเหมือนจะทำอะไรสักอย่างแต่ไม่ได้ดั่งใจ "ทำอะไรมนัส ตายจริง นี่อย่าบอกนะว่ายังไปไหนเลย อยู่ที่เดิม" มนัสไล่เธอไปพักแต่ตัวเองกลับนั่งรอจ
มีนาพยายามทำใจให้เป็นปกติ อีธานจะคบกับใครมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งแค่ไหน หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเขาไม่ใช่เรื่องที่ต้องใส่ใจ สถานภาพระหว่างทั้งคู่ คือ แค่หุ้นส่วนรีสอร์ทเท่านั้น "เรามีนางแบบมาช่วยโปรโมทรีสอร์ทแล้ว" อีธานพูดด้วยความดีใจ "ก็ดี ว่าแต่ค่าตัวแพงไหม" มีนาพยักหน้ารับรู้เฉยๆ มองนาฬิกาที่ข้อมือตอนนี้เกือบห้าโมงเย็นแล้ว เธอควรกลับจันทร์เจ้ารีสอร์ทเสียที "เรื่องนั้นไม่มีปัญหา จะเรียกแพงเท่าไรผมก็จ่ายได้ แต่คิดว่าคงไม่เพราะเจนก็ชอบทะเลเหมือนกัน" "แล้วทำไมถึงมายอมเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ล่ะคะ" "ผมเพิ่งส่งเมล์บอกเพื่อนๆ ว่ามีทะเลสวยอยากให้มาเที่ยว ตอนนี้กำลังปรับปรุงเรื่องห้องพักคาดว่าอีกไม่เกินสองอาทิตย์จะเปิดได้ เพิ่งส่งเมื่อคืนเองนะ เมื่อกี้เจนโทร.มาบอกว่าบินมาทำงานที่มาเลเซีย จากนั้นว่างสองสามวันผมก็เลยชวนมาที่รีสอร์ท" มีนาไม่มีปัญหา อีธานมีสิทธิ์จะพาใครมาที่รีสอร์ทก็ได้เพราะตอนนี้เขาถือหุ้นถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์แล้ว เพียงแต่ว่าใครจะมาจะไปหรือจะทำอะไรกันก็แล้วแต่ เธอขอไม่รับรู้และไม่อยู่เป็นก้างขวางคอด้วย "เดี๋ยวไปสั่ง
ช่วงบ่ายมีนาพาอีธานมาหลบลมร้อนด้วยการมานั่งพักที่ริมหาด หาของอร่อยที่ขึ้นชื่อในเกาะหวนมาให้ลองชิม หญิงสาวกะเวลาว่าจะกลับจันทร์เจ้ารีสอร์ทให้ทันก่อนค่ำ จึงถามเขาว่าต้องการกลับไปทานอาหารเย็นด้วยหรือไม่ "เราไม่กลับรีสอร์ทคืนนี้" อีธานพูดพลางแกะปูนึ่งใส่จานให้หญิงสาว "ว่าไงนะ คืนนี้จะนอนนอกรีสอร์ทใช่ไหม" มีนาถามเพื่อความแน่ใจ ถ้าเขาไม่กลับก็คงต้องหาที่พักให้แล้วพรุ่งนี้ค่อยส่งรถมารับ "ใช่ มีที่พักที่ไหนน่าสนใจให้ทูนหัวเลือก" เขาเปิดแทบเล็ตให้หญิงสาวดูว่าต้องการพักที่ไหน "อยากนอนก็เลือกเองซิ จริงๆ ไม่ต้องมาเสียเงินซื้อรีสอร์ทให้เปลือง ทำโน่นทำนี่ให้เหนื่อย บอกแล้วว่าเป็นนักท่องเที่ยวเปลี่ยนที่กินที่นอนได้ตามใจต้องการตลอดเวลา" มีนาเข้าใจว่าอีธานคงเบื่อที่จะจำเจอยู่แต่ในจันทร์เจ้ารีสอร์ทกระมัง ถึงได้อยากมาเปลี่ยนบรรยากาศที่อื่นดูบ้าง ก็บอกแล้วว่าการทำรีสอร์ทไม่ใช่เรื่องสนุก ลองถ้าแบบนี้ไม่ช้าเขาคงทิ้งสิ่งที่ทำมาทั้งหมดไปหาความสนใจใหม่แน่ เมื่อรู้แบบนี้มีนาก็ต้องพยายามตัดความรู้สึกที่เริ่มจะสร้างความผูกพันในหัวใจออกไป ไม่ให้มีอิทธิพลกับตนเองมา
อีธานเจ้าเล่ห์มากกว่าที่คิดเมื่อเขาให้มนัสและชลาลัยดูแลถ่ายรูปในส่วนต่างๆ ของรีสอร์ท ในขณะที่ตนเองขอร้องแกมบังคับให้มีนาพาออกไปเที่ยวรอบเกาะหวน "เดี๋ยวพอพวกทีมเว็บไซต์มา ยังไงก็ต้องไปกับพวกเขาอยู่แล้ว น่านะ ทูนหัว พาผมเที่ยวเกาะหน่อย" มีนาอยากจะขย้ำคอคนเข้าเล่ห์นัก ได้อยากเที่ยวเกาะนักใช่ไหม เดี๋ยวจะพาไปให้รู้จักเกาะหวนแบบที่ต้องจำไปตลอดชีวิตแน่ สถานที่แรกที่มีนาพาอีธานมาก็คือตลาดสดที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะแห่งนี้ ซึ่งอยู่ห่างจากถนนคนเดินไม่ไกลนัก หญิงสาวไม่เอารถของรีสอร์ทขับพานักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์แต่เลือกใช้รถประจำทางบนเกาะแทน ด้วยเหตุผลที่ว่า "จะได้สัมผัสบรรยากาศนักท่องเที่ยวจริงๆ ไงคะ เตรียมกล้องไว้ให้พร้อมนะ ทั่วเกาะมีมุมสวยๆ ที่ต้องประทับใจแน่" และก็เป็นอย่างที่มีนาพูดจริงๆ แค่ตลาดสดที่ใหญ่ที่สุดของเกาะ อีธานก็ได้เห็นเรือประมงนับร้อยลำที่จอดเรียงรายเพื่อนำของทะเลสดๆ ที่เพิ่งหามาได้ขึ้นมาที่โป๊ะ น่าแปลกที่น้ำทะเลบริเวณนี้ยังสวยทั้งที่มีน้ำมันจากเรือ หรือของสดที่เน่าเสียขายไม่ทัน แต่ก็ไม่ทำให้บรรยากาศที่สวยงามเสื่อมโทรมลงแม้แต่น้อย
สายของวันถัดมามีนาลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ร่างกายเมื่อยล้าและปวดร้าวอย่างบอกไม่ถูก สงสัยว่าอาจจะเป็นเพราะเมื่อคืนลงเล่นน้ำทะเลดึกมากไปหน่อยเช้านี้ก็เลยพาลจะไม่สบายเอาหญิงสาวขยับตัวลุกขึ้นจะเข้าห้องน้ำไปทำธุระ มีนาชะงักเมื่อเตียงที่กำลังนอนและห้
มีนาเปิดประตูห้องน้ำออกมาแล้วรีบเดินออกไปจากห้องโดยไม่สนใจว่าจะมีใครรออยู่ อีธานรีบวิ่งตามออกมาแล้วคว้าแขนหญิงสาวไว้ "ปล่อยนะ" เจ้าตัวสะบัดไม่ยอมให้จับ "เรา
เนื้อสาวของมีนาแสนหอมหวานจนทำให้อีธานแทบคลั่ง ไม่อยากเชื่อว่าจะมีใครคนไหนทำให้เขาลืมผู้หญิงคนอื่นที่เคยเจอมาก่อนหน้า ชายหนุ่มฝังรอยจารึกความเป็นเจ้าของไว้เกือบทุกพื้นที่บนร่างกายนี้ ยิ่งเชยชมก็ยิ่งหวงแหน ยิ่งสัมผัสก็ยิ่งอยากได้ ยิ่งแนบแน่นก็ยิ่งไม่อยากปล่อยให้หลุดจากชีวิตไปอีธานกลืนกินอกง
เงือกสาวดำผุดดำว่ายไปมาต่อหน้าต่อตาชายหนุ่ม ผมดำเป็นลอนคลื่นตามธรรมชาติสยายเต็มแผ่นหลัง เนื้อเนียนขาวผ่องโผล่ขึ้นเหนือน้ำแค่เนินอกอิ่ม ช่างเป็นภาพที่งดงามเสียจนอีธานแทบจะหยุดหายใจมีนาแปลงร่างเป็นเงือกสาวที่สวยที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาในชีวิต ยามโผล่ขึ้นเหนือน้ำเผยความงามของอกอิ่ม ยิ่งว่ายวนมาใกล้ๆ ก็







