Mag-log inรถคันหรูแล่นไปตามทางสายหลักขึ้นสู่ภาคเหนือ เส้นทางที่คุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันกลับมีความหมายที่แตกต่างออกไป เพราะคนที่นั่งตำแหน่งข้างคนขับในตอนนี้มีฐานะเป็นภรรยาของเขาอย่างถูกต้องสมบูรณ์ ภัทรกรมองไปยังวิวทิวทัศน์สองข้างทางที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ใบหน้าคมสันฉายแววความสุข“ในที่สุดพี่ก็ได้พาหมวยไปที่นั่นอีกครั้งแล้วนะ” เขาพูดขึ้นแล้วหันมองภรรยาตัวน้อยที่นั่งยิ้มดื่มด่ำกับบรรยากาศสองข้างทางครั้งนี้เลือกที่จะขับรถมาเอง เพราะอยากใช้เวลาทุกนาทีให้คุ้มค่ามากที่สุด เก็บเอาความทรงจำที่ในครั้งแรกไม่สามารถทำได้ครบกีรติหันมาสบตาพร้อมรอยยิ้มกว้าง “ตอนนั้นต้องแอบพนักงานคนอื่น ต้องอยู่แต่ในห้องเพราะกลัวคนเห็น แต่วันนี้เราไม่ต้องหลบใครแล้วนะคะ”คิด ๆ ไปแล้วมันก็ตลกดี ไม่นึกว่าตัวเองจะเป็นผู้หญิงที่ใจกล้าบ้าบิ่นขนาดนั้นได้ เพียงเพราะต้องการอยู่ใกล้พี่กรถึงกับยอมทำทุกอย่าง แม้ไม่ได้สถานะอะไรแต่ก็ยินดี อ้อมกอดที่ได้รับในตอนนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขารู้สึกอย่างไร กอดเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบหรือกอดเพราะความใคร่แต่มันกลับรู้สึกดีมากที่ได้รับอ้อมกอดอบอุ่นนั้น“หมวยน่ะ รักพี่กรมาตั้งนานแล้ว
ลานกว้างหน้าหอประชุมคราคร่ำไปด้วยบรรดาญาติพี่น้องของเหล่าบัณฑิตจบใหม่ที่กำลังร่วมพิธีรับปริญญาอยู่ด้านในหอประชุม ซึ่งกำลังรอคอยให้ประตูบานใหญ่นั้นเปิดออก เพื่อจะได้แสดงความยินดีกับบัณฑิตที่จบการศึกษา ไม่ต่างอะไรกับภัทรกร กิตติภพ ธีร์ธวัชและสายขิม ที่มารอกีรติกับเป่าเป้ยซึ่งเข้ารับปริญญาในวันนี้เช่นกัน เสื้อเชิ้ตสีครีมคู่กับกางเกงขายาวสีดำ รวมไปถึงรองเท้าหนังที่ไม่ได้เป็นทางการมากนัก ส่งให้ภัทรกรดูโดดเด่นได้ไม่ยาก ไม่ต่างอะไรกับเพื่อนซี้อีกสองคนที่ตอนนี้มีสาว ๆ ทั่วบริเวณกำลังจ้องมองมาทางพวกเขา ทีแรกก็มองทั้งสามคน แต่ธีร์ธวัชมีสายขิมซึ่งท้องโตยืนอยู่ใกล้ ๆ ทำให้สายตาหลายคู่เปลี่ยนเป้าหมายมายังภัทรกรและกิตติภพแทน ภัทรกรถือช่อดอกกุหลายสีขาวแบบที่กีรติชอบไว้ในมือ เสียงปรบมือดังกึกก้องออกมาจากหอประชุม ไม่นานประตูก็เปิดออก บัณฑิตทยอยเดินออกมาทีละคน นัยน์ตาคมมองไปรอบ ๆ จนกระทั่งสายตาของเขาไปสบเข้ากับดวงตาคู่สวยของคนตัวเล็กที่กำลังมองมาทางเขาพอดีกีรติสวมชุดครุยสีดำรับปริญญา ใบหน้าระบายด้วยรอยยิ้มกว้าง ผมยาวสลวยถูกเกล้าขึ้นอย่างเรียบร้อย ทำให้เธอดูสวยสง่าราว
บรรยากาศในบ้านหลังใหญ่อบอวลไปด้วยความตื่นเต้นและความสุข บริเวณบ้านถูกประดับประดาด้วยดอกไม้อย่างสวยงามเพื่อรอต้อนรับผู้ที่จะมาเยือน ไม่นานนักรถยนต์สองคันก็เลี้ยวเข้ามาจอด แล้วเจ้าของรถทั้งสองคันก็ลงมา ภัทรกรในชุดสูทสีกรมท่าดูภูมิฐาน ยืนอยู่ข้าง ๆ พ่อแม่ของเขา ใบหน้าหล่อเหลาเปื้อนยิ้มแห่งความตื่นเต้น เขาเตรียมตัวมาดีสำหรับวันนี้ วันที่เขาจะขอเด็กดื้อให้มาเป็นคู่ชีวิตอย่างถูกต้อง “เชิญเข้าไปด้านในได้เลยค่ะ คุณรณภพกับคุณกานดารออยู่ด้านในแล้วค่ะ” แม่บ้านรีบเดินเข้ามาหาพร้อมกับเชื้อเชิญแขกพิเศษให้เข้าไปด้านในตัวบ้าน ภานุและรดา รวมไปถึงภัทรกร พยักหน้าให้เล็กน้อยแล้วเดินตามเข้าไปด้านใน ภายในห้องรับแขก กีรติในชุดเดรสสีชมพูดพาสเทลนั่งอยู่ข้าง ๆ พ่อแม่ของเธอ และแน่นอนว่าต้องมีพี่ชายสุดโหดนั่งอยู่ด้วยเช่นกัน ภัทรกรหย่อนตัวนั่งลงโซฟาฝั่งตรงข้ามพร้อมกับพ่อแม่ของเขา นัยน์ตาสีน้ำตาลทอดมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาอ่อนโยนเนิ่นนาน จนเพื่อนซี้ของเขาต้องกระแอมเสียงขึ้นมาเบา ๆ ภัทรกรจึงยอมละสายตา “ผมว่าเข้าเรื่องเลยดีกว่านะครับ จะได้ไม่เสียเวลา”ภ
สายลมพัดผ่านกระทบผิวหน้าในขณะที่รถยนต์เคลื่อนตัวไปตามถนนระหว่างทางที่จะกลับเมืองหลวง สีเขียวของต้นไม้ สีน้ำตาลของดินและสีสันหลากหลายเคลื่อนผ่านตาไป กีรติวางคางมนลงบนขอบหน้าต่างที่ลดกระจกลงจนสุด ดวงตาคู่สวยหลับพริ้มคล้ายกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศแสนบริสุทธิ์นี้ “พี่บอกหมวยหลายครั้งแล้วนะ ว่าทำแบบนั้นอันตราย” ผู้ชายตัวโตที่นั่งประจำตำแหน่งคนขับใช้ฝ่ามือจับต้นแขนของเธอเอาไว้ ออกแรงดึงเพียงเล็กน้อยเธอก็ขยับตามกลับมานั่งเอนหลังพิงเบาะรถในท่าปกติ “ก็วันนี้อากาศดีนี่คะ หมวยก็อยากสูดอากาสบริสุทธิ์เข้าปอดเยอะ ๆ ไง” ดวงตากลมโตภายใต้แพขนตาหนาจ้องมองเขา ริมฝีปากจิ้มลิ้มคลี่ยิ้มบางเมื่อพูดเสร็จ คนน่ารัก ทำอะไรก็น่ารักจริง ๆ นั่นแหละเนอะ นี่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเพิ่งได้ตกลงเป็นแฟนกันเมื่อวันก่อนหรือเปล่า ถึงทำให้เขาดูหลงเด็กดื้อมากขนาดนี้ “เหลืออีกเดือนเดียวหมวยก็เรียนจบแล้วไม่ใช่เหรอ เอาไว้พี่ค่อยพาไปเที่ยวอีกนะ เที่ยวจนกว่าหมวยจะเบื่อเลย” “พาหมวยเที่ยวขนาดนั้น พี่กรไม่ต้องเฝ้าร้านทองแล้วเหรอคะ”เจ้าของความน่ารักที่เขาคลั่งไคล้พูดออกมาด้วยน้ำเส
หลังจากออกมาจากมหาวิทยาลัย ภัทรกรก็รีบขับรถตรงไปยังจังหวัดกาญจนบุรีทันที ระหว่างทางก็กดโทรศัพท์โทรจองที่พักสำหรับสามวันสองคืนไปด้วย และแน่นอนว่าเขาจองที่พักที่เดียวกับเธอ ถือว่าโชคดีที่ยังมีห้องว่าง ส่วนเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนค่อยไปหาซื้อระหว่างทาง ภายในรถเปิดเพลงจังหวะสนุก คนเป็นเจ้าของเคาะนิ้วลงบนพวงมาลัยรถอย่างอารมณ์ดี เพิ่งรู้ตัวตอนนี้เองว่าการจะได้ไปเจอหน้าเด็กดื้อนั้นทำให้เขารู้สึกกระชุ่มกระชวยได้มากขนาดนี้ แต่สิ่งแรกหลังจากได้เจอเธอ จะต้องถามให้รู้เรื่องว่าไอ้ผู้ชายที่มีเสียงแทรกมาในสายนั้นมันเป็นใคร จะเป็นใครก็ช่างเถอะ แต่ถ้ามาจีบยัยตัวยุ่ง เจอดีแน่! มองจากป้ายบอกทางที่รถเพิ่งขับผ่าน เหลืออีกประมาณยี่สิบกิโลเมตรก็จะถึงที่พักบริเวณสถานที่ล่องแก่ง ในตอนแรกก็กะว่าจะไปเซอร์ไพรส์ อยากรู้ว่ายัยตัวยุ่งจะดีใจหรือเปล่าหากเห็นเขาที่นั่น แต่คิดไปคิดมาแล้ว โทรไปบอกไว้ก่อนน่าจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นอาจจะโดนเซอร์ไพรส์กลับเหมือนกับตอนไปรอรับหน้าคณะฯ ก็ได้ ภัทรกรกดเบอร์โทรออกอีกครั้ง แต่กลับไม่มีสัญญาณอะไรเลยสักอย่าง “ปิดเครื่อง?” เสียงทุ้มพึมพำก
อีกสิบนาทีจะเป็นเวลาบ่ายสองโมง รถยนต์ราคาแพงแล่นมาจอดหน้าสาขาการบัญชีของมหาวิทยาลัยชื่อดัง เครื่องยนต์ดับสนิท คนเป็นเจ้าของรถก็เปิดประตูลงมา ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำคู่กับกางเกงขายาวสีเดียวกัน รองเท้าหนังขัดมันเงาวับ ใบหน้าหล่อเหลามีแว่นกันแดดสวมทับปิดบังสายตา ภัทรกรเอนตัวยืนพิงรถพร้อมกับยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา อีกแค่สิบนาทีก็จะถึงเวลาเลิกเรียนของเด็กดื้อที่เขาถามเอาไว้เมื่อคืน ใบหน้าคมคายระบายด้วยรอยยิ้ม วันนี้เขารีบเคลียร์งานทุกอย่างให้เสร็จก่อนเที่ยงเพื่อว่าจะได้มารอรับคนตัวเล็กกลับบ้าน และแน่นอนว่าไม่ได้บอกเธอล่วงหน้าเพราะอยากจะทำเซอร์ไพรส์ แต่ถ้าเธอเอารถมาเดี๋ยวค่อยโทรตามให้คนมาขับกลับไปให้ บ่ายสองโมงตรง นักศึกษาเริ่มทยอยออกมาจากตึกเรียน ภัทรกรชะเง้อคอมองหาคนที่ตัวเองมารับ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เห็นยัยตัวเล็กเดินออกมา “เลิกช้าเหรอ” เขาบ่นพึมพำอยู่คนเดียวในขณะที่ยังยืนพิงรถอยู่ในท่าเดิม และตอนนี้ ชายหนุ่มที่สวมชุดแตกต่างจากคนอื่น ๆ อย่างเขาก็เริ่มเป็นจุดสนใจของบรรดาเหล่านักศึกษา สิบนาที ยี่สิบนาที จนตอนนี้เลยเวลาบ่ายสองไปเ
นิ้วเรียวกดจิ้มลงบนหน้าจอโทรศัพท์เพื่อกดเรียกแท็กซี่ให้มารับหน้าคอนโด วันนี้มีเรียนตอนบ่ายแต่ที่เลือกไม่ขับรถไปเองเพราะว่าเธอมีแผน ถ้าไม่เอารถไป ก็ต้องหาคนมารับตอนเลิกเรียน และคนคนนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเพื่อนสนิทพี่ชายที่เธอเล็งเอาไว้ กีรติยิ้มเล็ก ๆ อยู่คนเดียว ไม่รู้ตั้งแต่เม
ภัทรกรรีบปิดร้านเร็วกว่าทุกวัน เพราะวันนี้กิตติภพโทรมาตามให้รีบเข้าไปที่ร้าน สาเหตุก็มาจากจะมีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับน้องสาวเพียงคนเดียวเพิ่งกลับมาประเทศไทย หลังจากไปเรียนแลกเปลี่ยนที่จีนถึงหนึ่งปี และน้องสาวคนนั้นก็คือยัยตัวแสบที่ทำตัวติดกับเขาแทบจะทุกวันนั่นแหละ ใจจริงก็ไม่อยากจะ
Rrrr Rrrr เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังอยู่บนโต๊ะข้างเตียงนอนทำให้คนที่เพิ่งหลับไปได้ไม่ถึงชั่วโมงต้องเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้ง ทั้งที่วันนี้ตั้งใจจะนอนแต่หัววันแท้ ๆ เพราะเหนื่อยจากร้านตัวเองไม่พอ ยังต้องช่วยพ่อกับแม่แก้ไขแบบเครื่องประดับใหม่อยู่หลายชั่วโมง แต่มันก็เ
“ไปส่งน้องหน่อยสิกร” ว่าแล้วเชียว...แค่เห็นสีหน้าของยัยตัวแสบตอนที่มองดูพ่อกับแม่ของเขาก็รู้แล้วว่าประโยคนี้ต้องหลุดออกมาจากปากมารดาที่เคารพแน่ ๆ “ผมไม่ว่างครับ ต้องทำงาน” ภัทรกรปฏิเสธโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาคิด ทั้งยังเดินกลับไปยังเคาน์เตอร์ทำงานของตนเอง ไม่ได้สนใจ







