Masukบทที่ 3 วัยพลุ่งพล่าน
อันที่จริงผมพยายามอย่างเต็มที่แล้วสำหรับผู้ชายคนหนึ่งที่มีเลือดมีเนื้อ และ ... มีไอ้นั่นกลางหว่างขา
ผมขยับตัวพลิกตะแคงไปอีกด้านสะกดใจตนเองไม่ให้รับรู้ถึงกลิ่นอันอ่อนหวานและร่างนุ่มนิ่มจากคนข้าง ๆ ที่ยังเอามือพาดเอวผมไว้ - - ผมต้องหันหนีก็เพราะไอ้นั่นมันดันเคารพธงเช้า
ผมจับมือไอ้แก้มไว้แน่นแล้วเหม่อลอยมองฝาหนัง มือมันพาดเอวทาบกางบนพุงผมพอดี อีกนิด อีกนิดเดียวเท่านั้น หากมันเลื่อนลงสักห้าเซนติเมตรปลายนิ้วก้อยมันจะโดนส่วนหัวพอดิบพอดี - - ถอนหายใจครั้งที่ล้านแล้วกู
“มึงตื่นแล้ว” แก้มทำเสียงงัวเงียแล้วพลิกตัวออกไปอีกด้าน
“อือ ตื่นแล้ว กูเข้าห้องน้ำก่อน” ผมทำท่าจะลุกขึ้นแล้วพลันรู้สึกว่าคงยังไม่ได้จึงนั่งนิ่งไว้ก่อนเอาผ้าห่มปิดไว้
“อ้าว ไหนบอกจะไปเข้าห้องน้ำ” ไอ้แก้มพลิกตัวกลับมานอนตะแคงกอดผ้าห่มยกขาพาดขาผมไว้เขี่ยเล่นเบา ๆ
สายตาผมมองเท้าเล็กขาวเนียน มันเอานิ้วเท้าคีบผ้าห่มเล่น ผมจึงดึงผ้าห่มออก มันชักเท้ากลับแล้วแหย่มาข้างหน้าต่อหัวเราะในลำคอ ผมรู้สึกได้เลยว่ามันจ้องผมอยู่เพราะแผ่นหลังผมร้อนวูบวาบพิกล เลยแกล้งมันจับข้อเท้าไว้กำแน่นกำลังสะบัดออก มันดันยกขึ้นอย่างแรง
ผลัก!! โอ๊ย
“ปืน!! ขอโทษไม่ได้ตั้งใจ!!” เสียงแก้มร้อนรนจนผมลอบยิ้ม ดีแล้ว สมน้ำหน้าอย่างแกล้งผมดีนัก
“เจ็บว่ะ ทำไมต้องถีบหน้ากันด้วย”
“เปล่า ๆ ไม่ได้ตั้งใจ มึงเจ็บมากไหม ไหนเอามือออกก่อน ขอดูหน่อย”
ยายเตี้ยรีบลุกขึ้นคุกเข่าด้านข้างผมทันที จับมือผมออกแล้วชะโงกหน้าเข้ามาใกล้จนผมได้กลิ่นน้ำยาสระผมอ่อน ๆ และกลิ่นบางอย่างที่มันทำให้ผมถึงกับขนลุก จึงรีบปัดมือมันออก
“เฮ้ย อย่าเพิ่งดูก่อน”
ไอ้แก้มยังไม่ยอมจะดูให้ได้ ผมเลยต้องนั่งนิ่ง คิดว่านิ่งที่สุดแล้วถ้าไม่นับท่อนกลางหว่างขาที่มันไม่ยอมนิ่งด้วย
ยายเตี้ยตัวเล็กกว่าผมมาก เวลาคุกเข่ายืดตัวบนเตียงช่วงหน้าอกตรงกับหน้าผมแบบระยะประชิด น่าจะเป็นคำนี้ ‘ระยะประชิด’ เพราะเพียงผมเหลือบตาไปด้านข้างพลันปะทะเข้ากับหน้าอกอย่างสาววัยรุ่น เสื้อนอนแบบกระดุมดันทำท่าจะเบะออกได้ทุกขณะยามยายเตี้ยพยายามอย่างยิ่งที่จะแหวกหนังศีรษะผมออกดู จนมองเห็นสีชมพูปลายยอดเพียงบางส่วน - - ไม่ได้ตั้งใจหรอกนะ แต่ลมหายใจผมเริ่มขาดห้วง จมูกร้อนวูบวาบ
“พอแล้ว กูไม่ได้เป็นอะไร กูจะไปอาบน้ำแล้ว มึงนอนเล่นไปก่อนเดี๋ยวไปตลาดหาอะไรกินกัน”
ผมรีบปัดมือมันทิ้งแล้วกระโดดพรวดเดียวลงเตียงคว้าผ้าเช็ดตัวมาพาดด้านหน้าทันที ผลุบหายเข้าห้องน้ำไม่รอให้แก้มทัดทานอีก
ปัง…ฟู่
ผมยืนมองตัวเองหน้ากระจก ลูบคางหันซ้ายขวา ปีนี้หน้าผมตอบลงอีกเผยให้เห็นกรามชัดเจน และหนวดขึ้นเร็วเกินไป แหงนคอขึ้นลูบลูกกระเดือกเหมือนจะใหญ่ขึ้น - - ถึงว่าเสียงเริ่มทุ้มลงอีก
เหลือบสายตาเห็นแปรงสีฟันสีชมพูลายหมีของยายเตี้ยใส่ไว้ในแก้วหน้ากระจกข้างกันกับแปรงสีฟันของผม เลยหยิบขึ้นมาบีบยาสีฟันไว้ให้ก่อนกันลืม จากนั้นจึงถอดเสื้อผ้าเข้าไปอาบน้ำ
ซ่า .... อืม.... ดีจริง ... อ่า
ก๊อก แก๊ก แอ๊ด
“มึงอาบน้ำนานอีกแล้ว กูหิวจะแย่”
“งั้นมึงก็อาบเร็ว ๆ”
ผมชำเลืองมองมันแวบเดียวตอนเปิดตู้เสื้อผ้าแต่ยังไม่ทันหยิบกางเกงขึ้นสวม มันพรวดพราดออกมาทั้งที่นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว
พรวด .. อึก
“กูลืมเอาเสื้อเข้าไป”
ยายเตี้ยดูท่าจะไม่รู้สึกรู้สา มันก้มลงหยิบของในกระเป๋าโก้งโค้งจนก้นกระดกสูงชายผ้าขนหนูเลิกขึ้น เปิดจนผมเห็นแก้มก้น
เอื้อก ... ควับ
ผมรีบเบือนหน้ากลับเอามือปิดจมูกแล้วขมวดคิ้ว ก้มลงมองปืนใหญ่กลางหว่างขา มันตั้งลำอีกรอบจนผมแปลกใจ - - อะไรว่ะ ก็เพิ่งเด็ดกระสุนทิ้งไป
ปัง!! ฟู่
ไม่รอช้า ตอนนี้ไม่ใช่เวลาอ้อยอิ่งแต่อย่างใดในขณะที่ยายเตี้ยยังอาบน้ำผมรีบแต่งตัวด้วยความว่องไวเท่าที่ทำได้ จัดการหวีผมเก็บของ พับผ้าห่ม ปิดแอร์ แล้วคว้ากระเป๋าแบบสะพายแล่งหนังสีดำยี่ห้อดังเดินลงบันไดบ้านทันที
“ปืน”
ผมไม่ชะลอฝีเท้าลงเลยต้องการรีบออกไปรอด้านนอกบ้านให้เร็วที่สุดจนเป็นแม่ที่เดินตามออกมา
“ครับแม่”
“เจ้าแก้มตื่นยัง”
“ครับอาบน้ำอยู่”
ผมหยิบรองเท้าผ้าใบออกมาจากตู้เก็บรองเท้าแล้วนั่งสวมหน้าบ้าน
“ออกไปหาอะไรกินนะครับแม่”
“ขากลับแวะตลาดสดให้หน่อยเอาปลานิลมาสักโลนะ มื้อเย็นทำต้มยำปลานิล”
ผมเงียบไม่ได้ตอบรับแต่แม่ก็ไม่ได้อยู่รอคำตอบเพราะรู้อยู่แล้วว่าผมต้องซื้อกลับมา - - มึงนี่ได้กินแต่ของโปรดตลอดไอ้แก้ม
“เสร็จแล้ว”
แก้มส่งเสียงหวานตั้งแต่เท้ายังไม่ถึงพื้นชั้นล่าง ผมลุกยืนทันทีตรงไปยังรถมอเตอร์ไซค์หยิบหมวกกันน็อกรอมันแล้วพลันชะงักกึก
“อืม สวมให้ด้วยมือไม่วาง”
ยายเตี้ยยื่นหัวมาตรงหน้าแต่ผมยังยืนงงอยู่เป็นครู่ ชุดเดรสตัวหลวมสีขาวฉลุลายลูกไม้ทั้งตัวเปิดไหล่ทั้งสองข้าง
“นี่มึง ... จะไปไหน”
“อ้าวก็ไปหาอะไรกินกันไง”
“ทำไมต้องแต่งอะไรแบบนี้ด้วย” น้ำเสียงเริ่มห้วนแล้วกระแทกหมวกกันน็อกใส่หัวเล็ก ๆ ของยายเตี้ย คาดสายรัดให้อีกเหมือนเคย
“ทำไมล่ะ กูไม่สวยเหรอ”
ผมไม่ตอบอะไรหันหลังคร่อมรถแล้วสตาร์ทมือรอกระทั่งมันขึ้นนั่งไพล่ข้างจึงค่อยออกรถ และเช่นเคยมันเอาแขนโอบเอวสอบของผมไว้ ผมจึงจำต้องจำใจต้องจับมือมันไว้แน่น
“ปืน”
“ว่า”
ยายเตี้ยยื่นหน้าออกมาปะทะลมตอนที่เริ่มพูดขึ้น
“เรื่องเมื่อคืนมึงอย่าบอกแม่มึงนะ”
“เออรู้แล้ว”
“กูไม่อยากให้แม่มึงไปถามแม่กู”
“เออ...รู้แล้ว”
“อีกเรื่อง”
ไฟแดงพอดีผมเลยได้เบรกดังกึก – ตึก - เฮ้อ ... ผมนี่มันเลวจริงๆ
“กูจะสอบมหาลัยเดียวกับมึง”
“ไหวเหรอ”
“เออ มึงก็ช่วยกูติวสิ”
“กูไม่ว่าง เดือนหน้ากูต้องเรียนพิเศษเพิ่ม พวกองค์ประกอบศิลป์”
“ไหนว่าจะเข้าวิดวะ”
“มันก็ไม่แน่หรอก เลยเรียนองค์ประกอบศิลป์เพิ่มดีกว่า”
บรื้น .... ไฟเขียวอีกครั้ง ต่างจังหวัดเล็ก ๆ แบบนี้มีสี่แยกไฟสัญญาณจราจรไม่มากเท่าไร ผมเลี้ยวทางลัดจนถึงร้านต้มเลือดเจ้าดังของจังหวัด
“กินเสร็จต้องแวะตลาดซื้อปลานิล”
ผมบอกทันทีเมื่อตั้งขาหยั่งรถแล้วชวนยายเตี้ยถอดหมวกกันน็อก
“ต้มยำปลานิลใช่ไหม เย้ เย้ ดีใจ ฮ่า ฮ่า”
รอยยิ้มบนใบหน้าสดชื่นขึ้นทันตาเมื่อรู้ว่ามื้อเย็นจะมีของโปรด ความกังวลจางหายไปสักพัก แต่ผมรู้ว่าเดี๋ยวมันก็คงพูดขึ้นมาอีก
“กูเลือกเอกภาษานะ”
นั่นเห็นไหม ถ้าผมเป็นพวกเล่นหวยป่านนี้คงรวยเละ
“ก็ดี เอาที่มึงชอบ อะไรที่มึงทำแล้วสบายใจก็ทำเลยไอ้แก้ม”
“แม่กูไม่คิดอย่างนั้นว่ะ”
ผมหยุดสั่งต้มเลือดกับข้าวเปล่าสองชุดก่อนเดินตามมันเข้าไปในร้านแล้วเริ่มเช็ดตะเกียบกับช้อนส่งให้มัน - - อะไร ๆ ก็ผมที่ต้องเป็นฝ่ายทำให้มัน แต่ไม่เป็นไร แค่เห็นมันยิ้มผมก็รู้สึกดี
“มึงก็คุยกับแม่ดี ๆ ไอ้แก้ม น้าจิตรไม่ได้เป็นคนหัวโบราณยุคบูมเมอร์”
“อือ กูรู้ แต่ว่า...”
“ต้มเลือดมาแล้ว กินเสียก่อน เดี๋ยวค่อยคิด”
ผมเห็นยายเตี้ยทำหน้าจ่อยลงจึงปลอบใจด้วยการสั่งติ่มซำมาเพิ่มอีกสองเข่ง - - ผมว่าอีกหน่อยผมคงหมดตัวเพราะเลี้ยงมันแน่นอน
กริ๊ง!!!!
เสียงออดหมดเวลาเรียนช่วงเที่ยง ผมเก็บหนังสือใส่กระเป๋าเป้สีดำหิ้วไปด้วย ตั้งแต่ขึ้นมัธยมปลายโรงเรียนให้พวกเราเดินเรียนเป็นว่าเล่น
“เฮ้ย ปืน ไปกินข้าวกัน” เสียงไอ้เหนือตะโกนข้ามห้องมา
“ไม่ นัดไอ้แก้มไว้”
“งั้นกูไปด้วย” น้ำเสียงยังเซ้าซี้แถมหยุดรอผมอยู่หน้าประตูห้องเรียน
“ไม่ได้ วันนี้กูกับแก้มมีเรื่องต้องคุยกัน”
“เรื่องอะไรว่ะถึงต้องเป็นความลับ” ไอ้เหนือยกมือพาดไหล่ดึงพลางลากผมไปทางห้องควีนส์
“แล้วจดหมายมึงให้ไอ้แก้มหรือยัง”
“แล้ว” ผมตอบส่ง ๆ แล้วผลักแขนมันลง “แก้มมันจะคุยเรื่องบ้านมัน มึงไปกินก่อนเลย”
ยายเตี้ยเดินออกมาจากห้องเรียนพอดีทำท่าจะเดินมาทางผมแต่หยุดเท้าลงเสียก่อน ผมรู้ว่าทำไม เพราะยายเตี้ยมันเห็นไอ้เหนือยังยืนอยู่ด้านหลัง รู้สึกดีขึ้นมา เลยลอบอมยิ้ม
“ไปกินข้าวกัน” ผมโอบไหล่ยายเตี้ยลากมันให้เดินออกห่างให้เร็วที่สุด
“วันนี้กินก๋วยเตี๋ยวนะ”
“ไม่กลัวปวดท้องหรือไง”
“ไม่ เออ ตอนเย็นไปบ้านปืนก่อนนะ ไปลงสมัครสอบ”
อันที่จริงการที่ผมโอบไหล่ยายเตี้ยมันดูไม่เหมาะสมเท่าไรสำหรับเด็กนักเรียนมัธยม ยิ่งในโรงเรียนหัวโบราณเข้มงวดด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เสี่ยงต่อการเข้าห้องปกครอง แต่ทำไงได้ถ้าขืนผมไม่โอบไหล่มันไว้คนอื่นมันจะจ้องเข้ามาหายายเตี้ยอยู่เรื่อย
“แล้วพ่อกลับมาหรือยัง” ผมสังเกตว่ายายเตี้ยเงียบไปอึดใจแล้วค่อยตอบเสียงอ่อย
“อืม... มาเมื่อวันก่อน แต่ไม่เห็นว่าแม่กับพ่อจะคุยอะไรกัน คล้ายต่างคนต่างอยู่”
“แล้วคุยกับพ่อเรื่องเรียนต่อหรือยัง”
“คุยแล้ว พ่อไม่ได้ว่าอะไร พ่อบอกว่าให้ตามติดก้นมึงเลย”
“อะไรว่ะ”
“อีกเรื่อง กูคิดอยู่นานเลยว่าจะบอกมึงดีไหม แต่มึงก็เป็นเพื่อนสนิท”
มันเงียบไปอีกแล้วจนผมใจคอไม่ดี
“เมื่อวานไอ้กำปั่นมาขอเป็นแฟน”
มือแกร่งสีเข้มอย่างคนผิวสองสีกระชับไหล่เล็กแรงขึ้น เท้ายังก้าวเดินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกินขึ้นแต่รู้สึกชาวาบลงปลายเท้า
“แล้วมึงตอบไปว่าไง”
ยายเตี้ยเงียบไปอีกแล้ว ผมจึงหยุดลงกลางทางแล้วผลักมันไปใต้ต้นไม้แถวนั้น
“มึงตอบไอ้กำปั่นไปว่ายังไงแก้ม”
“กูแค่ ... จะลองคบมันเป็นแฟนสักเดือน”
หูผมกระดิกได้ใช่ไหม ทำไมรู้สึกร้อนวาบไปทั่วจนถึงทรวงอก หนังตากระตุกถี่หรี่ตาลงมองร่างเตี้ยกว่า ยายเตี้ยหลุบตามองพื้น
“มึงเอาจริง?”
“อืม กูแค่อยากรู้อะไรบางอย่าง”
“มึงอยากรู้อะไรแก้ม” ผมคาดคั้นต่อ ใจหนึ่งต้องหยุดพูดเพียงเท่านั้นแล้วให้ธรณีสูบผมลงพื้นดินหายไปต่อหน้ายายเตี้ย แต่ใจหนึ่งที่ชั่วร้ายกว่ากลับอยากรู้คำตอบและหาทางกำจัดไอ้กำปั่นออกไป
“มัน .. แค่ กูรู้สึกว่าอยู่กับมึงมากเกินไป ทุกอย่างกูทำร่วมกับมึง กินข้าว ดูหนัง นอนที่บ้าน ทุกอย่างเลย”
คราวนี้ยายเตี้ยเงยหน้าขึ้นมาแล้ว ผมหัวใจจะหยุดเต้น สีหน้าแก้มคล้ายปิดบังบางอย่างอยู่ พวกเราไม่เคยมีอะไรปิดบังกัน และมันทำให้ผมรู้สึกแน่นหน้าอกเหมือนมีเชือกเส้นเล็ก ๆ รัดอยู่และกำลังขึงจนตึงทีละน้อย
“แล้วยังไงแก้ม มึงเลยอยากไปกินข้าวกับคนอื่น ดูหนังกับคนอื่น นอนบ้านคนอื่น อย่าง .. อย่างไอ้กำปั่นใช่ไหม”
ผมหัวเสียสุด ๆ หงุดหงิด ฉุนเฉียว อารมณ์ทุกอย่างที่มัดรวมเอาด้านนิสัยเสียของผมออกมา
“เย็นนี้มึงไม่ต้องไปบ้านกู ไปสมัครสอบบ้านไอ้กำปั่น และต่อไปมึงไม่ต้องซ้อนมอเตอร์ไซค์กูอีก”
“ปืน ปืน”
ผมได้ยินเสียงเล็ก ๆ เปล่งออกมาจากลำคอของยายเตี้ยยามผมสะบัดตัวเดินกลับไปทิศทางตรงกันข้ามกับโรงอาหาร หมดอารมณ์จะกินหรือทำอะไรทั้งนั้น ทางที่ดีโดดเรียนกลับบ้านไปเลยดีกว่า แต่ผมก็ไม่ทำอย่างนั้น ยังทนนั่งเรียนอยู่จนบ่ายสามครึ่งแล้วมองยายเตี้ยซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไอ้กำปั่นกลับบ้าน - - เวรจริงไอ้ปืน
ตอนพิเศษ 3ฉันเกลียด เกลียดหมู่บ้านนี้ ขณะที่พ่อกับแม่ขนของลงจากรถเพื่อเข้าบ้านหลังใหม่ ฉันต้องจากเพื่อนโรงเรียนเดิม จากบ้านหลังเดิมห้องที่ฉันชอบที่สุดเพราะมันสีชมพูหวานแหววร่างเล็กในวัยแปดขวบของเด็กหญิงสูงกว่าเด็กชายทั่วไป แต่เพราะดวงหน้าน่ารักจิ้มลิ้มผิวขาวผ่องใสเห็นเส้นเลือด จึงแต่มีคนพากันชมไม่ขาดปากว่าน่ารักอย่างโน้นอย่างนี้ - - จะอ้วกฉันจูงไอ้ตุ่น หมาพันธุ์ทางสีแดงออกดำตุ่น ๆ เดินเล่นข้างทางหน้ารั้วบ้านแว่วเสียงร้องทักทายจากเพื่อนบ้าน แต่ฉันไม่ยอมหันไปดู“แก้ม มานี่ ช่วยกันขนของ”หน้าหวานเล็กเงยขึ้นแล้วดึงลากไอ้ตุ่นเข้าบ้าน“มา ๆ ทำตัวดี ๆ นี่ ข้างบ้านเราถัดไปสองหลังมีเด็กรุ่นเดียวกันนะ ชื่อปืน เป็นเพื่อนกันไว้”“คนอะไรชื่อปืน ฮ่า ฮ่า”“อย่าเสียมารยาท อีกหน่อยเราต้องพึงพาบ้านเขาหลายอย่าง”“ทำไมเราต้องพึ่งพาบ้านเขาด้วยคะแม่”“ก็เราเพิ่งย้ายมาใหม่ไง อีกอย่างได้ข่าวว่าเจ้าปืนลูกบ้านนั่นเรียนเก่ง อีกหน่อยเป็นเพื่อนกันก็ให้ไหว้วานฝากช่วยสอนแก้มได้ไง”“แหวะ!!”เพียะ!!ฉันทำเสียงอ้วกใส่ทันที แล้วรางวัลที่ได้กลับมาคือฝ่ามือเล็กของแม่บนต้นแขน แต่เพราะฉันมันเด็กดื้อและแสบจึงไม่ได้ใส่ใจ
ตอนพิเศษ 2 “ปืน”“อืออ”ผมทำเสียงงึมงำขานรับแต่ตายังจ้องแต่เกมที่หน้าจอโทรทัศน์ รู้สึกโซฟายุบตัวก่อนจะถูกแย่งจอยสติ๊กซ์ออกจากมือ“ฟังแก้มสิ”“มีอะไรพูดมา”ผมหัวเสียเล็กน้อย แต่ก็เท่านั้นเพราะเมื่อเอี้ยวหน้ากลับไปมองร่าวเล็กในชุดมัธยมปลายชั้นปีที่สี่ ผมเริ่มยาวจนมัดได้เป็นหางม้าเล็ก ๆ ตรงกลางผูกโบสีน้ำเงิน เธอกำลังยื่นบางสิ่งออกมาให้“อะไร”“ลูกอมออกใหม่”“ก็กินเองสิ”“กลัวไม่อร่อย”“...”ผมไร้คำพูดแต่ยอมอ้าปากออกให้เธอยัดลูกอมรสแปลกประหลาดเข้าในปากแล้วแลบลิ้น“อึ้ยยยย รสอะไรว่ะเนี่ย ห่วยแตกเป็นบ้าเลย เอาอะไรให้กูกินไอ้แก้ม”“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” แก้มหัวเราะงอหายจนล้มนอนหงายข้างผม “เป็นไง อร่อยไหม”ผมอยากคายออกเดี๋ยวนี้กำลังทำท่าพ่นทิ้ง แต่เธอเอานิ้วมาดันปากผมเสียก่อนพร้อมฝ่ามือนุ่มหอมมาก ปิดปากผมไว้“อมไว้ปืน ฮ่า ฮ่า กินให้หมด”ผมมองเธออย่างเข่นเขี้ยว จับมือเธอดึงออกแต่ยายเตี้ยใช้อีกมือจับปากผมหุบไว้ ผมจึงจับมืออีกข้างออกเช่นกันแล้วดันจนเธอนอนหงาย หัวเราะเสียงดังผมชะโงกเหนือร่างยายเตี้ย ก้มลงมองดวงหน้าหวานพราวระยับสดใสด้วยรอยยิ้มอย่างที่ทำให้ใจผมเต้นแรง เสียงหวานใสดังต่อเนื่อง แล้วเธอจึงหยุ
ตอนพิเศษ 1ในช่วงอายุแปดเก้าขวบ คงเป็นช่วงอายุที่เด็กชายอย่างเราดวงซวยสุด ๆ ตามความคิดของผมปืนพาร่างเล็กไม่สูงมานักทั้งผอมเกร็งผิวคล้ำจากแดด เดินผ่านหน้าบ้านเด็กแสบเพราะโดนใช้ให้ไปซื้อน้ำมันร้านสะดวกซื้อ เรียกเสียหรูแต่แท้จริงคือร้านของป้าจูขายสารพัดอย่างในหมู่บ้านแต่อยู่ถัดไปอีกซอยผมเดินผ่านบ้านสองหลังกระทั่งกำลังจะถึงบ้านน้าจิตร แว่วเสียงเด็กแสบวิ่งเล่นในบ้านกับไอ้ตุ่น จึงรีบซอยเท้าเร่งอีก ใจอยากวิ่งแต่กลัวเสียฟอร์ม ฉะนั้นจึงค่อย ๆ เดิน“ไอ้ตุ่น” เสียงเด็กหญิงแก้มตะโกนเสียงดัง ยิ่งทำให้ผมแทบวิ่งเลยทีเดียว“ฮ่า ฮ่า ไอ้ตุ่น เห่ามันเลย เห่าเลย”ผมรู้ได้ทันทีว่าเด็กแสบมันกำลังสั่งให้เจ้าหมาหน้าโง่เห่าผม ฮึ เดี๋ยวกลับไปบ้านผมจะปล่อยไอ้เสือแมวที่บ้านมาตบหน้ามัน แต่ตอนนี้ผมเห็นควรวิ่งหนีดีกว่าคิดได้ดังนั้นผมจึงใส่ตีนผีวิ่งเต็มฝีเท้าจนในที่สุดพ้นระยะเขตบ้านของเด็กแสบ จึงได้ยืดกายเดินตรงอีกครั้งไปร้านป้าจูอย่างองอาจเว้นแต่ว่า ขากลับผมยังต้องผ่านบ้านมันอยู่ดี ในมือมีของหลายอย่างจะวิ่งให้เร็วคงไม่สะดวก ผมก้มมองไข่และน้ำมันในมือแล้วนิ่วหน้า - - เอาไงดีไอ้ปืนแต่เพราะผมเป็นลูกผู้ชาย ดังนั้นผ
บทที่ 26 จบสุดท้ายแล้วทั้งเธอและติณณ์ยังคงค้างต่ออีกหนึ่งคืน โดยไร้ซึ่งการร่วมรักเพราะญาดาไม่อาจรองรับไหวแล้ว แต่พอตอนเช้าตื่นนอนมาเธอยังโดนกวนอยู่ดี“ปืน ไม่เอา แก้มเจ็บ”น้ำเสียงอู้อี้เบี่ยงตัวหนีขณะที่ติณณ์เอาแต่ล้วงควัก เธอหลบเลี่ยงบิดตัวจนติณณ์หยุดมือจ้องหน้า“เอาจริงสิ แก้มเจ็บมากเหรอ”“เจ็บ!! ช้ำ แดง ปวด” ญาดาเน้นเสียงหนักแน่นทำหน้าขึงขังใส่ ติณณ์เงียบไปครู่แล้วโน้มหน้าเข้าใกล้กระซิบ“งั้น แก้มทำให้ปืนหน่อยนะ”“ปืน!!”“นะแก้ม ขัดลำปืนหน่อย”และติณณ์ไม่รั้งรอให้เธอปฏิเสธจับมือเล็กเรียวลงล้วงเข้ากางเกงบ็อกเซอร์ทันที และดูเหมือนลำปืนพร้อมรบยิ่งแต่เช้า“แรง ๆ แก้ม”เขานอนตะแคงรัดเธอไว้ให้เธอช่วยขัดลำปืน ส่วนตัวเองรุกรานเสื้อนอนแกะกระดุมจูบซุกไซ้ซอกคอ คลึงนม ดูดหัวป้าน ครางกระเส่าเว้าวอน“อืม แก้ม ดี อ่า ชักเร็ว ๆ”เธอเหลือบตามองบนแวบหนึ่งแล้วพลันสะดุ้งเมื่อมือใหญ่ล้วงเข้ากางเกงนอนเธอ เลื่อนนิ้วผ่านรอยแยก“ปืน ไม่ ไม่ต้อง”“อ่า แค่อยากจับ อ๊า อีก แรงอีก ปืนเอานิ้วเข้านะ”คราวนี้เธอปล่อยลำทันทีแล้วผลักอกเขาออก มองสีหน้ารวดร้าวใกล้สุขสมแต่ได้เพียงชั่วครู่เพราะเขาโน้มศีรษะลงปิดปาก ประ
บทที่ 25 nc“ถ้าแบบหยาบ อ่า เราต้องเพิ่มความขรุขระลงไป ลำปืนจะได้เกิดรอย”ขณะที่ติณณ์ถอนท่อนเนื้อร้อนออกแต่ไม่สุดพลันเลื่อนนิ้วเข้าทางรักไปด้วยพร้อมกันจนคับแน่น“ปืน!! เดี๋ยวก่อน แค่ของปืนก็ อ่า อ๊า ใหญ่ ปืน....”เสียงประท้วงหวานใสขาดหายกลางคันเมื่อลำรักกระทุ้งขึ้นโดยมีนิ้วแกร่งสอดแทรกด้านข้าง“ซี้ดด อืม ดี ชอบไหม ปืนคิดไว้นานแล้ว”“นะ นาน อ่า อ๊า แต่มัน..”ร่างอ่อนนุ่มแอ่นโค้งบิดหนีความรวดร้าวใกล้สุขสม นิ้วร้ายสอดเข้าพร้อมลำใหญ่โจนจ้วงเร็วขึ้น แม้ว่าไม่อาจถี่รัวได้เหมือนคราแรก แต่ความคับแน่นขรุขระทำให้เธอเจ็บหน่วง อาการปวดเนินสาวเกิดขึ้นเร็วเกินตั้งตัว มืออ้อมไปจิกผมคนใต้ร่างไว้แน่น ส่งร่างกระทุ้งลงรับลำปืนเข้มมันเธอปิดเปลือกตาลงปล่อยให้สายธารสวาทลื่นไหลไปทั่วร่างกาย ชีพจรกระหน่ำซ้ำร่องรักร้าวเสียวซ่าน ท่อนเนื้อแทรกสอดไม่พักเช่นเดียวกับนิ้วที่ยังสอดถี่ ฝ่ามือกดเนินสาวเนื้อขาวเสียงเตียงอ๊อดแอ๊ดดังแรง ติณณ์ส่งลำปืนโจนจ้วงขึ้นไม่หวั่นว่าจะมีใครได้ยิน เขาเลื่อนมือขึ้นกำเนินทรวงออกแรงคลึงเคล้น สอดใส่กระทุ้งขึ้นอีกให้เธอได้สมใจ เพียงไม่นานเขารู้สึกถึงแรงสั่นกระตุก ร่องสวาทตอดรัดลำแกร่งรว
บทที่ 24 nc“อ่า ปืนใกล้ขาดใจตายแล้วแก้ม เลื่อนลงอีก อ่า เห็นแล้ว อืม”น้ำเสียงติณณ์กระเส่าหนักยิ่งขึ้นยามเธอยกขาเอากางเกงในออกส่งให้เนินสวาทเปิดแย้มออก เธอหยิบเจ้าชิ้นเล็กขึ้นมาใช้นิ้วเกี่ยวไว้แล้วแกว่งหมุน จากนั้นโยนไปด้านหลัง เสียงคนร่างโตตะครุบได้และเสียงสูดดมแรง“อ่า แก้ม กลางเป้ามัน ... แฉะ”“ฮึ ต้องการให้แก้มโชว์อะไรอีก หรือว่าให้แก้มดีไซน์โชว์นี้เอง”เธอโก้งโค้งอีกครั้ง ใช้สองมือจับข้อเท้าตัวเองไว้จนลำตัวโค้งงอ หากมองจากด้านหลังคงเห็นเรือนร่างงดงามจนหมดสิ้น ส่งนิ้วเข้าหาแทรกรอยแยกก่อนแหวกออก“แก้ม อ่า”ติณณ์แทบเด้งตัวพุ่งออกไปหาร่างงดงาม มือขยับรูดท่อนเนื้อไม่หยุด มองภาพสวยงามกายสาวขาวนวลเนียนในยามเย็นลำแสงโพล้เพล้ เอวเล็กคอดกิ่วสะโพกผายออก ก้นกลมกลึงเป็นลูกเด้งตัวยามเธอก้มลง และดวงตาคมกล้าไม่ละออกจากร่องสาว มองเห็นชัดเจนว่าเธอกำลังเร้าอารมณ์แรงโลดเช่นกันจากเนื้อสาวฉ่ำชื้น นิ้วเรียวเล็กเล็บทำสีชมพูอ่อนเลื่อนขึ้นแล้วลงก่อนขยับเปิดรอยแยก จากนั้นจึงค่อยลากนิ้วป้ายน้ำออกมาหมุนตัวกลับมาด้านหน้า“ชิมไหมปืน” ญาดาส่งเสียงเจ้าเล่ห์บ้างก่อนป้ายน้ำบนยอดหัวเล็กแข็งชันตรงกลางทรวงอก ลากนิ้ว







