LOGINบทที่ 2 แก้ม
ตึก ตึก ตึก
“แก้ม”
“ขา”
แก้มหยุดฝีเท้าลงขณะกำลังวิ่งลงบันไดบ้าน พลันเลี้ยวซ้ายไปทางห้องนั่งเล่นเมื่อได้ยินเสียงแม่เรียก
“ไปบ้านปืนเหรอ”
“ค่ะ ไปทำการบ้านพ่วงติว”
แก้มยกกระเป๋าเป้ขึ้นให้ดูก่อนเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำอัดลมไปด้วยสองกระป๋อง
“แล้วนี่อาบน้ำแล้วเหรอ”
“อาบแล้วค่ะแม่ เออแม่ วันนี้ครูแนะแนวบอกให้แก้มเลือกคณะมนุษย์”
“อ้าว แต่แกเรียนสายวิทย์”
ฉันเหลือบมองหาขนมจนเจอ เลยหยิบเอาขนมสอดไส้ใส่ถุงไปด้วยอีกสามอัน ของปืนสอง ของฉันหนึ่ง
“ก็แก้มเรียนไม่เก่งเหมือนปืนนี่แม่”
“แล้วมันจะได้เรื่องเหรอไอ้คณะมนุษย์ จบมาทำงานอะไร”
“โธ่แม่ สมัยนี้เรียนอะไรก็ได้ ขอให้เก่งจริง”
ขาก้าวผ่านแม่ที่ยังนั่งอยู่โต๊ะกินข้าวแล้วนึกขึ้นได้
“เออหนูลืมอีกแล้ว พ่อจะกลับวันไหน ไปนานเชียวเที่ยวนี้”
“คงปลายเดือนมีอะไรหรือเปล่า”
“หนูต้องจ่ายค่าเรียนพิเศษ”
ฉันสังเกตว่าแม่เงียบเสียงลงจึงเอี้ยวหน้ากลับไปมอง ช่วงนี้แม่ดูท่าทางไม่ร่าเริง ไม่ค่อยยิ้ม หรือที่บ้านจะมีเรื่อง
“แม่มีอะไรหรือเปล่า”
ฉันเดินย้อนกลับมาทันทีวางกระเป๋าบนโต๊ะกินข้าวก่อนนั่งลงข้างกัน
“พ่อแกเขา ... ช่างเถอะ ไม่มีอะไร ไปติวหนังสือกับปืนเถอะ แล้วนี่ค้างหรือเปล่า”
“ค่ะ ว่าจะค้างเพราะคงดึก ติวเสร็จว่าจะเล่นเกมต่อ”
“เจ้าปืนนี่มันหัวดีนะ”
ฉันรีบผลักเก้าอี้ลุกขึ้นทันทีขี้เกียจฟังแม่สาธยายสรรพคุณความเก่ง ความฉลาดของปืน คว้ากระเป๋าและถุงขนมเดินออกจากบ้าน เงยหน้ามองท้องฟ้า ใกล้หน้าหนาวแล้ว อีกไม่กี่เดือนทั้งฉันและเขาต้องเลือกที่เรียนให้ได้เสียที - - ไอ้ปืนคงไม่มีปัญหา แต่ฉันนี่แหล่ะ
แก้มพาร่างในชุดนอนกางเกงขาสั้นเสื้อนอนแบบติดกระดุมสีส้มอ่อน ค่อยเดินทอดน่องไปเรื่อย ๆ ไม่รีบร้อน บ้านหลังถัดไปอีกสองหลัง เสียงลากร้องเท้าแตะ เสียงไอ้ด่างบ้านหลังตรงกลางเห่าทันทีเมื่อเธอเดินเข้าใกล้
เท้าฉันหยุดนิ่ง ตาจ้องมองบ้านเลขที่ 91/1212 ทำไมไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนว่าบ้านเลขที่ของเราสองคนสลับ ของเธอ 91/2121 - - ตลกดี
“น้าเจน ปืนอยู่บนห้องไหมคะ”
ด้วยความสนิทสนมกันมาหลายปี ทำให้ฉันไม่จำเป็นต้องกดกริ่ง ประตูรั้วบ้านปืนเปิดต้อนรับร่างเล็กของฉันเสมอมา
“อยู่ในห้อง เห็นเอาของกินขึ้นไปด้วย”
‘ของกิน’ ฉันรู้สึกแก้มตัวเองปริด้วยรอยยิ้มกริ่ม ปืนรู้ใจเสมอ คิดแล้วซอยเท้าขึ้นบันไดบ้านทันที
แอ๊ด...
“อะไรน่ะ”
ฉันเอ่ยถามทั้งที่ยังไม่ทันได้ปิดประตูห้องด้วยซ้ำ แล้วรีบวางกระเป๋าซอยเท้าไปยังโต๊ะทำงานตัวเล็กข้างเตียง
“ตามกลิ่นมาเลยนะ ยังไม่ทันจุดธูปเลย”
“ไอ้บ้า นั่นมันผี”
“ฮ่า ฮ่า มานี่ สั่งเค้กมาให้”
“ฮู้ยยย”
ครืน...เลื่อนเก้าอี้อย่างเร็ว
“กำลังอยากกินเลย รู้ใจกูที่ซู้ดดด”
ตาฉันยังจ้องไปยังขนมเค้กนมสดสตรอเบอรี่ แต่หัวถูไถต้นแขนปืนกระทั่งปืนเอามือดันออก
“กินดี ๆ เลย เอาหัวมาถูเป็นไอ้เสือ”
“ไอ้เสือมันไปดาวแมวแล้ว ยังจะเอามันมาล้อเล่น”
ปากพูดไปเรื่อยแต่มือฉันคว้าช้อนตักเค้กเข้าปาก ยิ้มแป้นจนตาหยี
“อิตะดะคิมัส จะกินแล้วนะคะ” มีเสียงหัวเราะทุ้มดังขึ้นทันที “ทำไมไอ้ปืน ไม่เคยดูการ์ตูนหรือไง เนี่ยก่อนกินเราต้องพูด จะกินแล้วนะคะ”
“เค๊ย... แต่ไม่เห็นมีใครทำแล้วตลกเท่านี้”
“ตลกยังไง อืม อร่อยจัง เออใช่เกือบลืม กูเอาน้ำอัดลมกับขนมสอดไส้มาด้วย”
ตากวาดลงข้างโต๊ะใกล้ปลายเท้าปืน แต่ด้วยความขี้เกียจลุกจึงพาดตัวเอื้อมมือลงไปหยิบ
“เป็นอะไรปืน สะดุ้งเชียว” พูดแล้วหยิบขนมขึ้นมาวางบนโต๊ะ
“ไอ้แก้ม มึงจะเอาของก็บอกดิว่ะ”
ฉันมองหน้าที่ขึ้นสีของปืนชั่วแวบหนึ่งแล้วคร้านจะใส่ใจ ช่วงนี้ปืนเป็นอะไรกัน เดี๋ยวหน้าแดง เดี๋ยวเหงื่อออก ได้แต่คิดแล้วยักไหล่
“กินไหม อ่ะ ป้อนเจ้าของเงิน” ตักให้หนึ่งคำ ไม่ใหญ่มากหรอกเดี๋ยวหมด
“อืม..อร่อยดี”
“ใช่ อร่อยดี”
ฉันเลียช้อนพลาสติกอันเดิมหันไปมองหน้าปืนอีกรอบแล้วขมวดคิ้ว หน้าแดงอีกแล้วลามไปถึงใบหูเลย
“ปืน”
“อะไร”
“มึงไม่สบายหรือไง”
“เปล่า”
“แต่มึงหน้าแดง หูก็แดง”
“เปล่า”
“แต่ว่า...”
“กูบอกว่า...เปล่า” ย้ำเสียงหนัก
“มึงโกรธอะไรกู ทำไมต้องขึ้นเสียง”
ฉันได้ยินเสียงถอนหายใจก่อนที่ปืนจะลุกเดินไปนั่งที่โซฟาแทน - - เค้กเริ่มไม่อร่อยแล้ว
“มึงทำการบ้านไปไอ้แก้ม เดี๋ยวกูเล่นเกมรอ มึงทำเสร็จค่อยเล่นเกม”
น้ำเสียงปืนคล้ายเหนื่อยหน่ายจนทำให้ฉันเสียความรู้สึก หรือว่ามันเกิดจากฉันเองว่ะที่ขลุกอยู่กับมันมากเกินไป หางตาเห็นมือเรียวยาวผิวไม่ขาวแต่ไม่ดำแบบคนผิวสองสี ในมือของปืนคือจอยสติ๊กซ์ แล้วเลื่อนสายตามองแผงไหล่กว้างด้านหลัง เสื้อยืดสีขาวเหยียดตึงไปกับกล้ามเนื้อ - - ไหล่มันกว้างขึ้นกว่าเดิมเปล่าว่ะ
พอขึ้นมอหอทางโรงเรียนก็ปล่อยปละละเลยจนเด็กนักเรียนชายผมยาวระต้นคอก็ไม่ว่า ผมของปืนดกหนาไร้ระเบียบ
กริ๊ง...
ฉันเหลือบสายตาไปยังสายเรียกเข้า ไอ้เปิ้ล คงโทรมาทวงสัญญาเมื่อกลางวัน - - ไม่อยากรับเลย
“ทำไมไม่รับโทรศัพท์”
ปากฉันยังคาช้อนพลาสติกอยู่เมื่อได้ยินปืนถาม ไม่ยอมหันไปสบตากลัวมันจับได้
“ไม่อยากรับ”
“ทำไม”
“เรื่องของกู”
“เฮ้ย .. อะไรว่ะ ถามดี ๆ”
“ทีมึงยังไม่บอกเลยว่าทำไมหน้าแดง”
ความเงียบคือคำตอบสำหรับปืน เขาเป็นเช่นนี้เสมอโดยเฉพาะในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ฉันปิดกล่องเค้กผลักออกอย่างอารมณ์เสีย เหลือบมองสมุดจดบันทึกที่สอดใส่จดหมายของไอ้เปิ้ล - - หงุดหงิดว่ะ
“ไม่ทำแล้วการบ้าน เล่นเกมดีกว่า” พูดจบพุ่งตัวไปโซฟานั่งข้างปืนทันที คว้าจอยสติ๊กซ์อีกอันขึ้นมา
“อ้าวไอ้แก้ม เสาร์อาทิตย์นี้ต้องไปเรียนพิเศษอีกนะมึง ขืนทำไม่เสร็จวันอาทิตย์มึงได้นั่งปั่นยันเช้า”
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยบ่นแต่ตายังมองเกมในโทรทัศน์ ฉันเพิ่งสังเกตอีกอย่าง ดูเหมือนตัวของปืนใหญ่ขึ้นอีก เมื่อหลายเดือนก่อนนั่งสองคนบนโซฟายังไม่เบียดขนาดนี้ แต่คืนนี้เหมือนหัวเข่าเราสัมผัสเสียดสีกันตลอด จึงหลุบตามองหัวเข่าปืนแล้วจึงยิ้ม
“แผลเป็นตรงหัวเข่านี่ คงไม่มีวันหายเนอะ” เอานิ้วไปลูบ ๆ เล่น ตามรอยขีดพลันนึกถึงวันนั้นตอนที่แข่งกันวิ่งกลับบ้านแล้วปืนดันสะดุดล้มคว่ำหน้าคะมำต่อหน้า ลูบเพลินจนไม่ทันสังเกตว่าปืนเกร็งร่างขึ้นก่อนเอามือปัดนิ้วฉันออก
“มึงไม่กินขนมแล้วไง”
“ไม่แล้ว” ฉันนิ่งไปก่อนมองเกมในโทรทัศน์ตรงหน้า “ไอ้เปิ้ลมันฝากจดหมายมาให้” จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกผิดถ้าไม่บอกเรื่องนี้
“เออ แล้วไง” น้ำเสียงไม่ยี่หระ
“มึงจะอ่านไหม”
“ไม่ ยกให้มึงเอาไปเช็ดตูด”
“ไอ้บ้า! ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ฉันหัวเราะร่วนออกมา รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาทันที - - ทำไมว่ะ
“ไอ้เหนือห้องกูมันก็ฝากจดหมายมา มึงจะอ่านไหม”
“ไม่ ยกให้มึงเอาไปเช็ดตูด”
ฉันพูดเลียนแบบมันแล้วพบว่าอกแกร่งใต้เสื้อยืดสีขาวกำลังกระเพื่อมไหวแรงขึ้นทีละน้อยก่อนจะหัวเราะร่วนเช่นเดียวกับฉัน จากนั้นฉันจึงเลื่อนตัวลงไปนั่งด้านล่างใช้หัวพิงหัวเข่ามันไว้
“ปืน กูขอถามหน่อย กูไม่เคยถามเรื่องนี้เลย”
มันเงียบไปเป็นครู่จนฉันต้องเงยหน้ามอง ไอ้ปืนวางจอยสติ๊กซ์แล้วยกน้ำอัดลมดื่มหลุบตาลงมองฉันที่นั่งต่ำกว่า
“กูไม่เคยเห็นพ่อมึงเลย”
“มึงจะเห็นได้ไง พ่อทิ้งแม่ไปนานแล้ว ตั้งแต่กูเป็นเด็ก” ปืนยักไหล่ “มึงถามทำไม”
“วันนี้กูเห็นแม่เศร้า ๆ ว่ะ แล้วพ่อไม่กลับมาบ้านนานแล้วเกือบเดือน” ฉันเบือนหน้าออกมองเล็บเท้าไอ้ปืน มองราวกับว่ามันเป็นสิ่งมีค่าขณะที่พูดต่อ “กูคิดว่าพ่อมีเมียใหม่”
“เฮ้ย มึงคิดมากน้าปั่นคงไม่ทำหรอก”
“กูก็ได้แค่หวังว่ะ กูไม่รู้จะทำใจได้หรือเปล่า”
แหมะ... มือโคตรใหญ่กุมหัวแล้วโยก
“ดูซีรีส์แล้วกัน เอาเรื่องที่มึงชอบ ถือสะว่าปลอบใจ”
ฉันดึงมือใหญ่ลงมากุมไว้เอาหน้าถูไปมาคล้ายแมวก่อนเหลือบตากลมโตขึ้นมองกะพริบตาถี่ ๆ ให้อีกสองสามครั้งพร้อมรอยยิ้มหวานที่ฉีกไปถึงใบหู
“งั้นซีรีส์เกาหลี ไป ไปนอนดูกัน”
ฉันไม่ให้ปืนมีเวลาตัดสินใจอีก ดึงจนร่างใหญ่โตกว่าฉันมากต้องลุกขึ้นจากโซฟาหน้าโทรทัศน์แล้วลากเท้าตามไปล้มลงบนเตียง ขยับไปนอนด้านในอย่างรู้งานแล้วนอนตะแคงมือเท้าหัว ส่วนฉันนอนหงายแต่เอียงหน้าไปทางโทรทัศน์
“พระเอกงี่เง่าว่ะ ทำไมไม่ไปง้อว่ะ” เสียงปืนดังขึ้นข้างหัว
“เออ เดี๋ยวก็ง้อ มึงนี่ มันซีรีส์ ต้องให้เล่นตัวหน่อย”
“แล้วไอ้พระรองเสือกอะไรด้วยว่ะ แม่งทำไมนางเอกใจง่ายยังงี้”
“ปืน...มันเป็นซรีรีส์รัก เดี๋ยวพระเอกนางเอกก็คืนดีกัน”
“ถ้าเป็นชีวิตจริงคงยุ่งตายห่า”
“ยุ่งยังไง นางเอกมีผู้ชายมาให้เลือกอีกคน ดีออก”
“ดีกับผีอะไร เป็นกูต่อยหน้าไอ้พระรองหงายหลังไปแล้ว”
ฉันกลั้นหัวเราะเป็นพักก่อนปล่อยก๊ากลั่นจนตัวงอไปอีกทางก่อนกลับมานอนหงายอีกครั้ง ดึงผ้าห่มขึ้น
“หนาวเหรอ” ปืนโพล่งขึ้นพร้อมก้มลงมองฉันนิ่ง
“นิดหน่อย” อ้อมแอ้มตอบพยายามนอนนิ่งไม่ดึงผ้าห่มขึ้นมาอีกทั้ง ๆ ที่หนาวเหมือนกัน
จู่ ๆ ไอ้ปืนเอื้อมแขนออกชะโงกตัวข้ามฉันไปหยิบรีโมทบนพื้นข้างเตียง แต่คงไม่ถึงเพราะมันควานหาเป็นพัก ฉันเพิ่งสังเกตอีกอย่างว่ากล้ามแขนมันใหญ่ขึ้นอีก และแผงอกมันแข็งเหมือนตอนที่ - - โดนหน้าอกแล้ว ทำไงดี
ฉันนอนตัวแข็งทื่อเป็นครู่ พยายามห้ามตัวเองไม่ให้เอามือยกทาบ กลัวมันได้ยินเสียงหัวใจเต้นที่ดูเหมือนว่ากำลังแรงเพิ่มขึ้นอีกเมื่อมันเริ่มขยับแขนควานหารีโมท
ใกล้กันจนฉันได้กลิ่นบางอย่าง หอมละมุน คงเป็นสบู่อาบน้ำ และกลิ่นอย่างผู้ชาย - - หอมจัง
ในที่สุดปืนก็เจอรีโมทหยิบขึ้นมาจากพื้นแล้วกลับไปนอนตะแคงตัวเหมือนเดิม ฉันรีบดึงผ้าห่มขึ้นถึงคอ
มือข้างใต้ผ้าห่มทาบตรงหัวใจที่ยังเต้นโครมคราม ทาบลงเนื้อหน้าอกนูนเด่นที่ตอนนี้เหมือนคัดตึงขึ้น - - เป็นอะไรไอ้แก้ม นี่มันไอ้ปืนนะ
สักพักฉันจึงตัดสินใจนอนตะแคงตัวหันหลังให้ปืนแล้วหลับตา รู้สึกถึงเตียงไหวยวบ ไฟในห้องถูกปิด ปืนเบาเสียงโทรทัศน์ลงอีก ฉันรู้สึกถึงไอร้อนแผงอกด้านหลังขณะที่มันตะแคงนอนข้างกัน ลมหายใจรดต้นคอ ได้ยินเสียงสูดดมหายใจเข้าออกแรง
ไม่นานนักฉันจึงรู้สึกถึงลำแขนแข็งแรงสอดเข้าใต้ศีรษะให้ฉันหมุนแขนแทนหมอน แขนแกร่งอีกข้างรั้งตัวฉันไว้ดันจนแผ่นหลังฉันชิดแผงอก สัมผัสได้ถึงแรงกระเพื่อมแรงยามอัตราการเต้นของหัวใจเพื่อนสนิทที่สุดโหมกระหน่ำ
ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ปืนยินยอมให้ฉันได้ใกล้ชิดที่สุด เรานอนกอดกัน แนบชิดและหลับไป
นี่แหล่ะ ฉันกับปืนในรอบหลายปีที่ผ่านมา และฉันไม่คิดว่าอยากจะจากมันไปเรียนที่ไหนเลย ไม่ต้องการสูญเสียมิตรภาพเช่นนี้ เพื่อนรักที่สุดของฉัน ทางที่ดีขอให้สอบติดมหาวิทยาลัยเดียวกัน
ตอนพิเศษ 3ฉันเกลียด เกลียดหมู่บ้านนี้ ขณะที่พ่อกับแม่ขนของลงจากรถเพื่อเข้าบ้านหลังใหม่ ฉันต้องจากเพื่อนโรงเรียนเดิม จากบ้านหลังเดิมห้องที่ฉันชอบที่สุดเพราะมันสีชมพูหวานแหววร่างเล็กในวัยแปดขวบของเด็กหญิงสูงกว่าเด็กชายทั่วไป แต่เพราะดวงหน้าน่ารักจิ้มลิ้มผิวขาวผ่องใสเห็นเส้นเลือด จึงแต่มีคนพากันชมไม่ขาดปากว่าน่ารักอย่างโน้นอย่างนี้ - - จะอ้วกฉันจูงไอ้ตุ่น หมาพันธุ์ทางสีแดงออกดำตุ่น ๆ เดินเล่นข้างทางหน้ารั้วบ้านแว่วเสียงร้องทักทายจากเพื่อนบ้าน แต่ฉันไม่ยอมหันไปดู“แก้ม มานี่ ช่วยกันขนของ”หน้าหวานเล็กเงยขึ้นแล้วดึงลากไอ้ตุ่นเข้าบ้าน“มา ๆ ทำตัวดี ๆ นี่ ข้างบ้านเราถัดไปสองหลังมีเด็กรุ่นเดียวกันนะ ชื่อปืน เป็นเพื่อนกันไว้”“คนอะไรชื่อปืน ฮ่า ฮ่า”“อย่าเสียมารยาท อีกหน่อยเราต้องพึงพาบ้านเขาหลายอย่าง”“ทำไมเราต้องพึ่งพาบ้านเขาด้วยคะแม่”“ก็เราเพิ่งย้ายมาใหม่ไง อีกอย่างได้ข่าวว่าเจ้าปืนลูกบ้านนั่นเรียนเก่ง อีกหน่อยเป็นเพื่อนกันก็ให้ไหว้วานฝากช่วยสอนแก้มได้ไง”“แหวะ!!”เพียะ!!ฉันทำเสียงอ้วกใส่ทันที แล้วรางวัลที่ได้กลับมาคือฝ่ามือเล็กของแม่บนต้นแขน แต่เพราะฉันมันเด็กดื้อและแสบจึงไม่ได้ใส่ใจ
ตอนพิเศษ 2 “ปืน”“อืออ”ผมทำเสียงงึมงำขานรับแต่ตายังจ้องแต่เกมที่หน้าจอโทรทัศน์ รู้สึกโซฟายุบตัวก่อนจะถูกแย่งจอยสติ๊กซ์ออกจากมือ“ฟังแก้มสิ”“มีอะไรพูดมา”ผมหัวเสียเล็กน้อย แต่ก็เท่านั้นเพราะเมื่อเอี้ยวหน้ากลับไปมองร่าวเล็กในชุดมัธยมปลายชั้นปีที่สี่ ผมเริ่มยาวจนมัดได้เป็นหางม้าเล็ก ๆ ตรงกลางผูกโบสีน้ำเงิน เธอกำลังยื่นบางสิ่งออกมาให้“อะไร”“ลูกอมออกใหม่”“ก็กินเองสิ”“กลัวไม่อร่อย”“...”ผมไร้คำพูดแต่ยอมอ้าปากออกให้เธอยัดลูกอมรสแปลกประหลาดเข้าในปากแล้วแลบลิ้น“อึ้ยยยย รสอะไรว่ะเนี่ย ห่วยแตกเป็นบ้าเลย เอาอะไรให้กูกินไอ้แก้ม”“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” แก้มหัวเราะงอหายจนล้มนอนหงายข้างผม “เป็นไง อร่อยไหม”ผมอยากคายออกเดี๋ยวนี้กำลังทำท่าพ่นทิ้ง แต่เธอเอานิ้วมาดันปากผมเสียก่อนพร้อมฝ่ามือนุ่มหอมมาก ปิดปากผมไว้“อมไว้ปืน ฮ่า ฮ่า กินให้หมด”ผมมองเธออย่างเข่นเขี้ยว จับมือเธอดึงออกแต่ยายเตี้ยใช้อีกมือจับปากผมหุบไว้ ผมจึงจับมืออีกข้างออกเช่นกันแล้วดันจนเธอนอนหงาย หัวเราะเสียงดังผมชะโงกเหนือร่างยายเตี้ย ก้มลงมองดวงหน้าหวานพราวระยับสดใสด้วยรอยยิ้มอย่างที่ทำให้ใจผมเต้นแรง เสียงหวานใสดังต่อเนื่อง แล้วเธอจึงหยุ
ตอนพิเศษ 1ในช่วงอายุแปดเก้าขวบ คงเป็นช่วงอายุที่เด็กชายอย่างเราดวงซวยสุด ๆ ตามความคิดของผมปืนพาร่างเล็กไม่สูงมานักทั้งผอมเกร็งผิวคล้ำจากแดด เดินผ่านหน้าบ้านเด็กแสบเพราะโดนใช้ให้ไปซื้อน้ำมันร้านสะดวกซื้อ เรียกเสียหรูแต่แท้จริงคือร้านของป้าจูขายสารพัดอย่างในหมู่บ้านแต่อยู่ถัดไปอีกซอยผมเดินผ่านบ้านสองหลังกระทั่งกำลังจะถึงบ้านน้าจิตร แว่วเสียงเด็กแสบวิ่งเล่นในบ้านกับไอ้ตุ่น จึงรีบซอยเท้าเร่งอีก ใจอยากวิ่งแต่กลัวเสียฟอร์ม ฉะนั้นจึงค่อย ๆ เดิน“ไอ้ตุ่น” เสียงเด็กหญิงแก้มตะโกนเสียงดัง ยิ่งทำให้ผมแทบวิ่งเลยทีเดียว“ฮ่า ฮ่า ไอ้ตุ่น เห่ามันเลย เห่าเลย”ผมรู้ได้ทันทีว่าเด็กแสบมันกำลังสั่งให้เจ้าหมาหน้าโง่เห่าผม ฮึ เดี๋ยวกลับไปบ้านผมจะปล่อยไอ้เสือแมวที่บ้านมาตบหน้ามัน แต่ตอนนี้ผมเห็นควรวิ่งหนีดีกว่าคิดได้ดังนั้นผมจึงใส่ตีนผีวิ่งเต็มฝีเท้าจนในที่สุดพ้นระยะเขตบ้านของเด็กแสบ จึงได้ยืดกายเดินตรงอีกครั้งไปร้านป้าจูอย่างองอาจเว้นแต่ว่า ขากลับผมยังต้องผ่านบ้านมันอยู่ดี ในมือมีของหลายอย่างจะวิ่งให้เร็วคงไม่สะดวก ผมก้มมองไข่และน้ำมันในมือแล้วนิ่วหน้า - - เอาไงดีไอ้ปืนแต่เพราะผมเป็นลูกผู้ชาย ดังนั้นผ
บทที่ 26 จบสุดท้ายแล้วทั้งเธอและติณณ์ยังคงค้างต่ออีกหนึ่งคืน โดยไร้ซึ่งการร่วมรักเพราะญาดาไม่อาจรองรับไหวแล้ว แต่พอตอนเช้าตื่นนอนมาเธอยังโดนกวนอยู่ดี“ปืน ไม่เอา แก้มเจ็บ”น้ำเสียงอู้อี้เบี่ยงตัวหนีขณะที่ติณณ์เอาแต่ล้วงควัก เธอหลบเลี่ยงบิดตัวจนติณณ์หยุดมือจ้องหน้า“เอาจริงสิ แก้มเจ็บมากเหรอ”“เจ็บ!! ช้ำ แดง ปวด” ญาดาเน้นเสียงหนักแน่นทำหน้าขึงขังใส่ ติณณ์เงียบไปครู่แล้วโน้มหน้าเข้าใกล้กระซิบ“งั้น แก้มทำให้ปืนหน่อยนะ”“ปืน!!”“นะแก้ม ขัดลำปืนหน่อย”และติณณ์ไม่รั้งรอให้เธอปฏิเสธจับมือเล็กเรียวลงล้วงเข้ากางเกงบ็อกเซอร์ทันที และดูเหมือนลำปืนพร้อมรบยิ่งแต่เช้า“แรง ๆ แก้ม”เขานอนตะแคงรัดเธอไว้ให้เธอช่วยขัดลำปืน ส่วนตัวเองรุกรานเสื้อนอนแกะกระดุมจูบซุกไซ้ซอกคอ คลึงนม ดูดหัวป้าน ครางกระเส่าเว้าวอน“อืม แก้ม ดี อ่า ชักเร็ว ๆ”เธอเหลือบตามองบนแวบหนึ่งแล้วพลันสะดุ้งเมื่อมือใหญ่ล้วงเข้ากางเกงนอนเธอ เลื่อนนิ้วผ่านรอยแยก“ปืน ไม่ ไม่ต้อง”“อ่า แค่อยากจับ อ๊า อีก แรงอีก ปืนเอานิ้วเข้านะ”คราวนี้เธอปล่อยลำทันทีแล้วผลักอกเขาออก มองสีหน้ารวดร้าวใกล้สุขสมแต่ได้เพียงชั่วครู่เพราะเขาโน้มศีรษะลงปิดปาก ประ
บทที่ 25 nc“ถ้าแบบหยาบ อ่า เราต้องเพิ่มความขรุขระลงไป ลำปืนจะได้เกิดรอย”ขณะที่ติณณ์ถอนท่อนเนื้อร้อนออกแต่ไม่สุดพลันเลื่อนนิ้วเข้าทางรักไปด้วยพร้อมกันจนคับแน่น“ปืน!! เดี๋ยวก่อน แค่ของปืนก็ อ่า อ๊า ใหญ่ ปืน....”เสียงประท้วงหวานใสขาดหายกลางคันเมื่อลำรักกระทุ้งขึ้นโดยมีนิ้วแกร่งสอดแทรกด้านข้าง“ซี้ดด อืม ดี ชอบไหม ปืนคิดไว้นานแล้ว”“นะ นาน อ่า อ๊า แต่มัน..”ร่างอ่อนนุ่มแอ่นโค้งบิดหนีความรวดร้าวใกล้สุขสม นิ้วร้ายสอดเข้าพร้อมลำใหญ่โจนจ้วงเร็วขึ้น แม้ว่าไม่อาจถี่รัวได้เหมือนคราแรก แต่ความคับแน่นขรุขระทำให้เธอเจ็บหน่วง อาการปวดเนินสาวเกิดขึ้นเร็วเกินตั้งตัว มืออ้อมไปจิกผมคนใต้ร่างไว้แน่น ส่งร่างกระทุ้งลงรับลำปืนเข้มมันเธอปิดเปลือกตาลงปล่อยให้สายธารสวาทลื่นไหลไปทั่วร่างกาย ชีพจรกระหน่ำซ้ำร่องรักร้าวเสียวซ่าน ท่อนเนื้อแทรกสอดไม่พักเช่นเดียวกับนิ้วที่ยังสอดถี่ ฝ่ามือกดเนินสาวเนื้อขาวเสียงเตียงอ๊อดแอ๊ดดังแรง ติณณ์ส่งลำปืนโจนจ้วงขึ้นไม่หวั่นว่าจะมีใครได้ยิน เขาเลื่อนมือขึ้นกำเนินทรวงออกแรงคลึงเคล้น สอดใส่กระทุ้งขึ้นอีกให้เธอได้สมใจ เพียงไม่นานเขารู้สึกถึงแรงสั่นกระตุก ร่องสวาทตอดรัดลำแกร่งรว
บทที่ 24 nc“อ่า ปืนใกล้ขาดใจตายแล้วแก้ม เลื่อนลงอีก อ่า เห็นแล้ว อืม”น้ำเสียงติณณ์กระเส่าหนักยิ่งขึ้นยามเธอยกขาเอากางเกงในออกส่งให้เนินสวาทเปิดแย้มออก เธอหยิบเจ้าชิ้นเล็กขึ้นมาใช้นิ้วเกี่ยวไว้แล้วแกว่งหมุน จากนั้นโยนไปด้านหลัง เสียงคนร่างโตตะครุบได้และเสียงสูดดมแรง“อ่า แก้ม กลางเป้ามัน ... แฉะ”“ฮึ ต้องการให้แก้มโชว์อะไรอีก หรือว่าให้แก้มดีไซน์โชว์นี้เอง”เธอโก้งโค้งอีกครั้ง ใช้สองมือจับข้อเท้าตัวเองไว้จนลำตัวโค้งงอ หากมองจากด้านหลังคงเห็นเรือนร่างงดงามจนหมดสิ้น ส่งนิ้วเข้าหาแทรกรอยแยกก่อนแหวกออก“แก้ม อ่า”ติณณ์แทบเด้งตัวพุ่งออกไปหาร่างงดงาม มือขยับรูดท่อนเนื้อไม่หยุด มองภาพสวยงามกายสาวขาวนวลเนียนในยามเย็นลำแสงโพล้เพล้ เอวเล็กคอดกิ่วสะโพกผายออก ก้นกลมกลึงเป็นลูกเด้งตัวยามเธอก้มลง และดวงตาคมกล้าไม่ละออกจากร่องสาว มองเห็นชัดเจนว่าเธอกำลังเร้าอารมณ์แรงโลดเช่นกันจากเนื้อสาวฉ่ำชื้น นิ้วเรียวเล็กเล็บทำสีชมพูอ่อนเลื่อนขึ้นแล้วลงก่อนขยับเปิดรอยแยก จากนั้นจึงค่อยลากนิ้วป้ายน้ำออกมาหมุนตัวกลับมาด้านหน้า“ชิมไหมปืน” ญาดาส่งเสียงเจ้าเล่ห์บ้างก่อนป้ายน้ำบนยอดหัวเล็กแข็งชันตรงกลางทรวงอก ลากนิ้ว







