LOGINจอมทัพที่เห็นเพื่อนเดินหายไปแบบนั้นก็ทำเป็นไม่สนใจ ยังไงเขาก็จะโดนทิ้งให้อยู่คนเดียวอยู่แล้ว จะต้องไปแคร์อะไรอีก ชายหนุ่มจ้องแก้วเปล่าของตัวเองอย่างเหม่อลอย อกหักเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต แต่ใครจะอยากเจอกับเรื่องธรรมดาแบบนี้ไปตลอด
ไม่ใช่เขาแน่ ๆ …"เดี๋ยวกูกลับมา อย่าไปไหนล่ะ"
ไม่นานศิวัชก็เดินกลับมาและขอตัวกลับก่อน อันที่จริงจอมทัพควรจะซาบซึ้งมากกว่าที่มีคนคอยเป็นห่วงเป็นใย แต่วันนี้เขากลับรู้สึกหมดอาลัยตายอยากจนไม่อาจสัมผัสได้ถึงความหวังดีของใครทั้งนั้น
"ไม่ต้องมายุ่งกับกู!"
คิดแล้วก็ได้แต่น้อยใจเงียบ ๆ เพื่อนก็ไม่ค่อยจะมี แล้วที่มีก็ดันไม่ว่างอีก
"เฮ้อ!" ศิวัชออกจากร้านไปได้ไม่นาน จอมทัพก็เอาแต่ถอนหายใจไม่หยุด หลังจากที่ไม่มีใครนั่งเป็นเพื่อนก็ทำให้เขาทำได้เพียงนั่งเหม่ออยู่อย่างนั้นไม่เหลือเค้าความปากดีในตอนแรกเลย
ถึงจะพยายามดื่มตามลิมิตของตัวเอง แต่แอลกอฮอล์ที่เติมเข้าปากไม่หยุดก็ทำให้ร่างกายเริ่มแสดงอาการ เพียงแค่เงยหน้าจ้องมองแสงไฟสายตาก็พร่ามัว ใบหน้าของจอมทัพแดงก่ำ ใต้ตาคล้ำเหมือนคนนอนไม่พอ ถ้าเป็นเทศกาลฮัลโลวีนล่ะก็ เขาคงเหมาะที่จะเป็นผีตายซากโดยที่ไม่ต้องแต่งหน้าแต่งตาให้เหมือนเลย
พอถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวความฟุ้งซ่านก็เริ่มครอบงำ ยิ่งอ่านข้อความล่าสุดซ้ำ ๆ ก็ยิ่งเหมือนตอกย้ำความเจ็บปวดเข้าไปใหญ่ ทำไมปรายาถึงบอกเลิกเขาน่ะเหรอ ก็เพราะตัวเขาไม่ใช่สเปกของเธอน่ะสิ ดีเท่าไรแล้วที่ยังคุยเป็นพี่เป็นน้องกันได้อยู่
ปกติแล้วร้านเหล้ามักจะเป็นสถานที่รวมพลคนโสด แต่วันนี้จอมทัพมองไปทางไหนก็เจอคนมาเป็นคู่ บ้างก็มากันเป็นกลุ่มใหญ่ มีแต่เขาเท่านั้นที่เคว้งคว้างเดียวดาย เขาต้องโทษตัวเองต่างหากที่มีเพื่อนน้อย น้อยจนไม่สามารถระบายอะไรกับใครได้ สุดท้ายก็ได้แต่ต้องเก็บเอาไว้ในใจและรอวันเบิดออกมาเท่านั้น
ครั้งหนึ่งขณะที่กำลังจมดิ่งกับความคิด หางตาของจอมทัพก็เหลือบไปเห็นคน ๆ หนึ่งซึ่งกำลังยืนพิงกำแพงหันหน้ามาทางเขาจากมุมห้องฝั่งตรงข้าม ตัวเขาเองไม่แน่ใจว่ากำลังโดนลอบสังเกตการณ์อะไรหรือเปล่า แต่มันก็ทำให้เขาระมัดระวังตัวเพิ่มขึ้นมากเป็นเท่าตัว
"มองอะไรนักหนาวะ"
ก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองถูกจ้องมองอยู่จริง ๆ หรือเปล่า รู้แต่ว่าตรงนี้มีเขาคนเดียวที่นั่งอยู่
หลังจากพึมพำกับตัวเองหลายหน จอมทัพนั่งซึมอยู่พักใหญ่ถึงได้ปริปากสั่งเครื่องดื่มเพิ่ม แต่ขณะเดียวกันก็ดันอยากจะเข้าห้องน้ำขึ้นมาซะก่อน
"ไปพลอดรักกันที่อื่นไม่ได้รึไงวะ"
จอมทัพเดินเซเล็กน้อย ถึงโต๊ะเขาจะอยู่ไม่ไกลจากห้องน้ำชาย แต่สำหรับคนที่เริ่มกรึ่มได้ที่ เวลาเดินจึงดูทุลักทุเลพอตัว เดินไปบ่นไปเรื่อยตามประสาคนอกหักแล้วพาล ใจก็อยากจะเดินเข้าไปกลางวงคนพวกนั้นแล้วอาละวาดให้วงแตกข้อหากระหนุงกระหนิงน่าหมั่นไส้ แต่ก็ทำได้แค่คิดเท่านั้น ใครจะกล้าเดินดุ่ม ๆ ไปทำ คงได้โดนรุมกระทืบตายพอดี
ร้านเหล้าแห่งนี้แยกห้องน้ำชายหญิงทำให้ไม่ค่อยมีเรื่องร้องเรียนในด้านการใช้งานนัก แต่วันนี้มันแปลกไป ทันทีที่จอมทัพเดินเข้ามาด้านใน เขาก็รู้สึกได้ว่ามันมืดไปหน่อย ต้องพยายามกระพริบตาถี่ปรับโฟกัสสายตาอยู่พอสมควรถึงจะพอรู้ว่าอะไรเป็นอะไร
จังหวะที่กำลังก้าวนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นร่างของคนตัวใหญ่ยักษ์คนหนึ่งถืออะไรสักอย่างในมือคล้ายไม้ด้ามยาวและเขากำลังยกของสิ่งนั้นขึ้นเหนือศีรษะ เพราะความมืด จอมทัพพยายามเพ่งมองไปยังสิ่งที่เห็น ภาพมันเริ่มชัดขึ้นว่าชายคนนั้นกำลังทำท่าเหมือนกำลังง้างมือจะทำอะไรสักอย่างและอีกเงาที่เขาเห็นมันก็มีลักษณะเหมือนคนนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น
"หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้"
ขณะที่กำลังพยายามใช้เสียงข่มชายคนนั้น จอมทัพก็รีบเข้าไปขวางเอาไว้ อันที่จริงถ้าเป็นเขาคนก่อนหน้าเมื่อสัก 3 ชั่วโมงที่แล้วคงไม่มีทางกล้าทำอะไรบ้าบิ่นแบบนี้แน่ ก็ปกติเขาเป็นคนปอดแหกเสียยิ่งกว่าใคร เพียงแต่ตอนนี้ฤทธิ์น้ำเมากำลังทำงาน ทำให้ความคะนองถูกกระตุ้นขึ้นมาก่อนอะไรทั้งปวง
"ถ้ามึงขยับ กูจะแจ้งตำร…!"
คำพูดฟังดูดี แต่ท่าทางของจอมทัพโซซัดโซเซพอ ๆ กับตุ๊กตาล้มลุก พูดยังไม่ทันจบก็ลงไปล้มก้นจ้ำเบ้า
ในห้องน้ำเกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ จอมทัพไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังพยายามกระเสือกกระสนคลานเข่าเข้าไปหาผู้ชายที่เหมือนจะล้มอยู่ที่พื้นนั่น ซ้ำยังกางแขนเอาตัวบังให้อีก
"เอาไงดีครับ ให้ลากไอ้เด็กนี่ออกไปก่อนมั้ย"
ชายคนนั้นพูดขึ้น แต่จอมทัพเองก็ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายคุยกับใคร
"มึงคุยกับนายมึงใช่มั้ย นายมึงเป็นใคร ใคร…ใคร..สั่งให้มาจัดการ"
ถึงตอนนี้จอมทัพก็ยังคงพูดจาละล่ำละลักและชี้หน้าชายคนนั้นไม่ยอมลดราวาศอก แต่ตามสัญชาตญาณดั้งเดิม ตัวเขากลับค่อยๆกระเถิบหาคนด้านหลัง ไม่เหมือนที่กำลังปากดีเลยสักนิด
"ไม่เป็นไรครับ ลูกค้าคนนี้ผมดูแลเอง เรื่องเปลี่ยนหลอดไฟผมฝากพี่ด้วยแล้วกัน ถ้าไม่มีสำรองก็หาวิธีเฉพาะหน้าไปก่อน แล้วอย่าลืมแจ้งลูกค้าด้วย"
"เปลี่ยนหลอดไฟ!"
จอมทัพทำหน้าเหลอหลา เขาแทบจะสร่างเมาในทันทีเมื่อได้ยินคำตอบจากคนด้านหลัง อย่าบอกนะว่าไอ้ท่อนยาว ๆ ที่เขาเห็นน่ะคือหลอดไฟ คนเมาขยี้ตาตัวเองเพื่อเพ่งมองของในมือชายร่างยักษ์อีกครั้ง
"ก็ใช่น่ะสิ ไม่เห็นรึไงว่าไฟมันเสีย" ชายคนนั้นพูด
"มึงไม่ได้จะโดนตื้บเหรอวะ" ก่อนจะสรุปความจอมทัพยังอุตส่าห์หันมาถามคนด้านหลัง แต่ก็ใช่ว่าจะเห็นหน้าชัดหรอกนะ เพราะมุมที่เขานั่งอยู่มันค่อนข้างมืด
"เปล่า"
"แล้วมึงลงมานั่งคุกเข่าที่พื้นทำไม"
"ของหล่นน่ะ"
ณ วินาทีนั้นเหมือนมีใครลั่นระฆังอยู่ใกล้ ๆ หูพร้อมกับคำตะโกนด่าว่าเขา ‘ตาถั่ว’ จอมทัพได้แต่ค่อย ๆ เอี้ยวตัวหันกลับไปทางชายร่างยักษ์อีกครั้ง แทบไม่ต้องคิดเลยว่าเขาจะทำอะไรต่อจากนี้
"ขอโทษคร้าบ" จอมทัพก้มกราบลงบนพื้นแบบเบญจางคประดิษฐ์ ท่าสวยยิ่งกว่าผู้ชนะการประกวดมารยาทไทย ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าจะมาเปลี่ยนหลอดไฟกันตอนนี้ ถ้าใครมาเห็นเขาในสภาพนี้ร้อยทั้งร้อยก็คิดว่าไม่น่ารอด ชายหนุ่มหมอบแนบพื้นจนแทบจะเลื้อยได้อยู่แล้ว แต่ครู่เดียวก็ถูกช้อนตัวขึ้นจากทางด้านหลัง
"ไปข้างนอกกันเถอะ ตรงนี้อึดอัด"
"เดี๋ยว!" จู่ ๆ จอมทัพก็พูดจาขึงขังขึ้นมาอีกครั้งจนชายสองคนเมื่อครู่ต้องหยุดมองเขา "แหะ ๆ ขอฉี่แป๊บ" ไม่ใช่แค่อาการเมาหรอกที่ทำให้จอมทัพลงไปนอนกองกับพื้นแบบนั้น แต่เพราะปวดฉี่จนยืนอั้นแทบไม่ไหวแล้วต่างหาก
"ยืนเองไหวรึเปล่า"
"พะ พากูไปหน่อย กูปวด" ก็ไหนจะมึนหัว ไหนจะปวดฉี่ ไหนจะตะคริวที่เริ่มออกอาการ ความอายคืออะไรจอมทัพไม่สนอีกแล้ว เขาทิ้งตัวให้คนตัวสูงด้านหลังช่วยประคอง มือก็พยายามปลดเข็มขัดรูดซิปตัวเองหน้าตาเฉย แต่อีกคนกลับรู้ใจเขายิ่งกว่า หิ้วปีกเขาไปยืนจ่ออยู่โถชักโครก
นับตั้งแต่เกิดมาคนอย่างจอมทัพไม่คิดเลยว่าว่าท่ายืนฉี่แบบมีอะไรพิงนี่มันโคตรสบาย เท่านั้นยังไม่พอ ดูเหมือนจะมีบริการล้างมือให้ด้วย
"บริการดีมากไอ้น้อง นี่ เอาทิปพี่ไป พี่ให้ 20 ไม่ต้องไปส่ง ขอบใจ"
พูดเองเออเองก่อนจะเดินโซเซกลับมาที่โต๊ะ จอมทัพทำธุระเสร็จก่อนที่หลอดไฟจะถูกเปลี่ยนเสร็จด้วยซ้ำ
วันนี้เป็นวันที่พ่อแม่ของจอมทัพขายของนอกสถานที่ จอมทัพมีเรียนแค่ตอนเช้า จบคลาสเขาจึงรีบมาที่ร้านของแมกมาเพื่อมารอช่วยพ่อแม่ตัวเองเก็บของกลับบ้าน แต่ไม่ใช่เขาที่มาถึงร้านเป็นคนแรก เข้าไปในร้านก็เห็นว่าแมกมากำลังยืนคุยกับพ่อของเขาอยู่ ทั้งสองคนดูเหมือนว่าจะคุยถูกคอกันเสียด้วยเพราะอำพลนั้นกำลังหัวเราะเสียงดังราวกับถูกอกถูกใจอะไรบางอย่าง"คุยไรกับพ่อกูนักหนา"ชายหนุ่มเหล่ตามองคนตัวสูงก่อนจะแทรกตัวเองเข้าไปในวงสนทนาอย่างเนียน ๆ "ทัพ พูดกับเพื่อนดี ๆ สิลูก"ปราณีจ้องหน้าลูกชายพร้อมกับส่งสายตาที่จอมทัพสามารถอ่านเป็นคำพูดได้ว่า อย่าทำให้แม่ขายหน้า เขาจึงต้องสงบปากสงบคำแล้วเดินหนีไปหาแม่ตัวเองที่ยืนอยู่หน้าหม้อก๋วยเตี๋ยวแทน"แม่ ทัพหิวอะ เหลืออะไรให้กินบ้าง""จัดการเลยลูก เหลืออยู่ไม่มากแล้วล่ะ ไปชวนแมกมามากินด้วยกันสิ เพื่อนลูกมาช่วยเสิร์ฟตั้งแต่เช้าแล้ว ยังไม่ได้กินอะไรเลย""ให้มันหากินเองเถอะแม่"แค่น้ำเสียงที่อ่อนลงเวลาพูดกับแมกมา จอมทัพก็รู้ได้เลยว่าแม่เขายอมรับอีกฝ่ายราวกับเป็นลูกตัวเองอีกคนไปแล้ว ปราณีถลึงตายกมือขึ้นเท้าเอวซึ่งจอมทัพอ่านท่าทางนั้นได้อีกว่า จะทำหรือไม่ทำ?"จ้า ๆ"จอมทั
"เป็นไงลูก อาจารย์ว่าไงบ้างเรื่องขนม""มัน..เอ้ยอาจารย์บอกว่าอร่อยมากเลยแม่ ทัพกินแล้วบอกเลยว่าแม่ทำขนมขายได้อีกทางเลยนะ""ไม่ไหวหรอกลูก ขนมไทยมันจะมาทำลวก ๆ แบบขายไปทีไม่ได้ ร้านเราขายก๋วยเตี๋ยว ถ้าจะขายของหวานล่ะก็คงต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์อีกเยอะเลย แค่นี้พ่อกับแม่ก็ยุ่งพอแล้ว แต่ถ้า…." ปราณีเว้นช่องว่างเอาไว้ เธอมองลูกตัวเองพร้อมอมยิ้มน้อย ๆ"ไม่เอาหรอกแม่ ทัพไม่ทำหรอก แค่เมื่อเช้าก็เพลียจะตายแล้ว ขืนให้มาทำขายล่ะก็เจ๊งแน่ วันนี้ทัพกินข้าวเย็นทีหลังนะ ขออาบน้ำนอนสักงีบ""ไม่แน่นะ ลูกอาจจะขายดีกลายเป็นเจ้าของกิจการเลยก็ได้"ตึก ๆ เสียงแม่ที่พูดลอยตามหลังยิ่งทำให้จอมทัพเร่งฝีเท้าวิ่งขึ้นบ้าน อย่างเขาเนี่ยนะจะให้มาขายขนม แล้วใครจะกล้าซื้อ ให้ไปพากย์เรือหางยาวหรือใช้เสียงตะโกนแข่งกับคนอื่นยังจะดูมีหวังที่จะประสบความสำเร็จมากกว่า"แม่ว่าลูกเราจะได้เรื่องไหม""ได้สิ พ่อนี่ก็ถามอะไรแปลก ๆ ต้องให้เวลาลูกอีกหน่อยเดี๋ยวก็เจอหนทางทำมาหากินเองนั่นแหละ""จะไปยากอะไร ถ้างั้นก็ให้ขายก๋วยเตี๋ยวต่อจากเรานี่แหละ สูตรก็ไม่ต้องไปซื้อเขา ร้านก็ไม่ต้องเช่า แค่ลงทุนลงแรงเองอีกนิดเดียว""มันง่ายแบบนั้นก็ดีส
"แม่ แม่รู้จักขนมพระพายมั้ย""ขนมโบราณสูตรตั้งแต่สมัยแม่ยังเด็กนู่นเลย ทัพรู้จักด้วยเหรอลูก""ทัพไม่รู้จักหรอกแม่ แต่ว่าพอดีต้องพรีเซนต์งานเกี่ยวกับขนมอันนี้อะ แม่พอจะรู้จักใครที่ขายขนมไทยแบบนี้มั้ย"ก็แถไปเรื่อย เขาเรียนบริหารธุรกิจก็จริง แต่ก็สาขาที่เรียนเป็นการจัดการทั่วไป รายวิชาที่เรียนส่วนใหญ่มันก็ออกแนวทฤษฎี มีการวางแผนวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจ ถ้าเป็นโปรเจคอย่างมากก็แค่จำลองธุรกิจขึ้นมา แต่ก็อาจไม่ต้องถึงขั้นลงทุนทำขนมเองแบบนี้ แต่ทำไงได้ ในเมื่อหลวมตัวไปแล้ว เขาก็เลยต้องตามน้ำไปก่อน "หายากนะลูก แม่ไปตลาดทีไร ไม่เคยเห็นมีใครทำมาขายเลยนะ แต่ถ้าสั่งพิเศษอันนี้แม่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าร้านไหนเขารับทำ""ถ้าเราทำเองมันจะยุ่งยากไหมแม่ แม่ลองดูให้ทัพหน่อย เห็นเขาบอกว่าทำกินเองได้"ปราณีรับกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ใบหนึ่งที่มีลายมือยุกยิกของลูกชายจดอะไรบางอย่างเอาไว้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าจอมทัพเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ จู่ ๆ ก็มาพูดเกี่ยวกับเรื่องเรียน เห็นแบบนี้คนเป็นแม่ยิ่งอยากจะช่วยผลักดันลูกชายเต็มที่โดยไม่ได้เอะใจอะไรเลย"ถามถูกคนแล้วเจ้าทัพ แม่แดงของลูกน่ะเติบโตมากับครอบครัวที่เปิดร้านขายข
"เรียนเป็นไงบ้างลูก"ปราณีหรือที่คนทั่วไปเรียกกันติดปากว่า ‘เจ๊แดง’ เอ่ยถามลูกชายคนเล็กหลังจากที่กลับมาถึงก็หย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ตัวหนึ่งทันที พ่อแม่ของจอมทัพยึดอาชีพค้าขายมาตั้งแต่เขายังไม่เกิด ส่งลูกชายคนโตเรียนจนจบปริญญาโท เหลือก็แต่จอมทัพที่แม้แต่ตัวคนเป็นพ่อเป็นแม่เองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเรียนไปรอดหรือเปล่า"โถ่แม่ ถามทัพอยู่ได้ทุกวัน ทัพบอกแล้วไงว่าเรียนได้อะ""แม่ถามก็เพราะเป็นห่วง ถ้าเผื่อเรียนไม่ทันหรืออะไรยังไงจะได้หาทางแก้ถูก พี่ขุนฝากมาถามว่าอยากจะลองเรียนเพิ่มไหม จะได้หาจ้างติวเตอร์มาติวให้"‘พี่ขุน’ ที่ปราณีพูดถึงก็คือ ‘ขุนพล’ ลูกชายคนโตซึ่งเรียนจบและทำงานเรียบร้อยแล้ว หากแต่เขาย้ายออกไปเพราะเหตุผลในเรื่องของการเดินทางที่สะดวกและเสียเวลาน้อยกว่า"วัยมหาลัยเขาไม่ต้องเรียนพิเศษกันแล้วแม่ ไม่จำเป็นหรอก ไอ้พี่ขุนไม่ต้องยุ่งเลย เดี๋ยวทัพจะแสดงให้ดูเองว่าเรียนไม่เก่งก็จบได้""คิดแล้วว่าต้องตอบแบบนี้ เอาเถอะ แม่ไม่อยากกดดันอะไรหรอก ถ้าเรียนจบก็คงเป็นบุญของแม่กับพ่อจริง ๆ ที่ได้เห็นลูกชายใส่ชุดครุยรับปริญญาทั้งสองคน""ก็เพราะว่าพ่อกับแม่ให้สมองทัพมาน้อยไง ไอ้พี่ขุนเอาไปหมด แล้วทั
4 โมงเย็นจอมทัพก็มายังจุดนัดหมาย เขาเดาเอาเองว่าคงจะเป็นลานกิจกรรมของคณะวิทยาศาสตร์เพราะเชื่อว่าแมกมาคงไม่ลงทุนมาหาตนถึงที่แน่ รอจนใกล้ถึงเวลาก็ยังไม่เห็นวี่แวว ระหว่างนั้นสายตาก็สอดส่องมองดูอะไรไปเรื่อยเปื่อย พลันก็เหลือบไปเห็นใครสักคนที่คุ้นตาเข้า"ปรายา"ถึงกับกระเด้งตัวลุกขึ้นจากม้านั่งเพราะเห็นใบหน้าของคนที่ชอบ แต่ก่อนที่จอมทัพจะได้เดินเข้าไปทักทายเขาก็ต้องชะงักเพราะมีใครอีกคนอยู่ด้วยกันกับปรายาจากที่จะเข้าหาอย่างสง่าผ่าเผยกลับกลายเป็นต้องหาที่หลบ ก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องหลบเหมือนกัน "ดูอะไรอยู่""เฮ้ย!"จู่ ๆ แมกมาก็โผล่มาจากทางด้านหลังทำเอาจอมทัพสะดุ้งสุดตัว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่สนใจเรื่องของตัวเองกลับหันกลับไปมองน้องรหัสตามเดิม แถมยังดึงไอ้คนที่ยืนสูงเด่นให้หลบเข้ามุมด้วย"มึงอยู่คณะนี้ รู้จักคนนั้นป่ะ""ใคร" "นั่นน่ะ ที่นั่งอยู่ตรงนั้นน่ะ""ตรงไหน"แมกมายื่นหน้าเข้ามาใกล้มากขึ้นโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันรู้ตัว จนเรื่องเมื่อกลางวันผุดขึ้นมาในหัวนั่นแหละ จอมทัพถึงต้องรีบขยับตัวถอยห่างแม้จะใกล้หมดความอดทนแต่เพราะไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยก็จำต้องข่มใจตัวเองเอาไว้ก่อน จอมทัพกำมือแ
เวลาผ่านไปจวบจนถึงเวลาพักกลางวัน สิ่งแรกที่จอมทัพทำหลังจากเดินออกจากห้องเรียนก็คือการหาอะไรอร่อย ๆ กิน ไม่ได้สนใจคำพูดของเพื่อนที่ตักเตือนเขาเลยสักนิด เขามุ่งมั่นมากในการเลือกเมนูมื้อเที่ยงแทนที่จะไปทำธุระที่สำคัญกว่านั้น"หึ อย่าหวังว่ากูจะไปหามึงนะไอ้หิน กินเสร็จกูจะรีบแจ้นกลับบ้านซะเลย"ขณะที่กำลังบ่นงึมงำพร้อมกับตักอาหารเข้าปากอยู่คนเดียวนั้น ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็ปรากฎขึ้นจนจอมทัพต้องเงยหน้ามอง คนที่กินข้าวอยู่อย่างเอร็ดอร่อยถึงกับช้อนหลุดมือด้วยความตกใจที่จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองเหมือนจะเห็นผีเข้าให้ แถมไอ้ผีตนนี้ยังเอาแต่จ้องเขาอีก "มายืนจ้องกูทำไมวะ ไปไหนก็ไปดิ คนจะกินข้าว"จอมทัพทำตัวเนียนเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นทั้ง ๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่ามี แต่คำพูดของเขาก็ไม่ต่างอะไรจากการคุยกับกำแพงเพราะอีกฝ่ายเอาแต่ยืนนิ่งอยู่ตลอด"อะไร"จู่ ๆ มือใหญ่ก็แบออกยื่นออกมาตรงหน้าเขา จอมทัพขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายด้วยความฉงน "ขนม" "สรุปมึงพูดภาษาคนใช่ปะ""ขนม" อีกฝ่ายไม่ตอบเรื่องที่ถาม เอาแต่พูดอะไรบางอย่างซ้ำ ๆ"ขนมไร""อยากกินปลากริมไข่เต่า" ฟังแล้วก็ได้แต่ยกมือเกาหัวแกรก ๆ จอมทัพนึกไปถึงเหตุก

![What is a divorce? [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





