Se connecterจอมทัพที่เห็นเพื่อนเดินหายไปแบบนั้นก็ทำเป็นไม่สนใจ ยังไงเขาก็จะโดนทิ้งให้อยู่คนเดียวอยู่แล้ว จะต้องไปแคร์อะไรอีก ชายหนุ่มจ้องแก้วเปล่าของตัวเองอย่างเหม่อลอย อกหักเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต แต่ใครจะอยากเจอกับเรื่องธรรมดาแบบนี้ไปตลอด
ไม่ใช่เขาแน่ ๆ …"เดี๋ยวกูกลับมา อย่าไปไหนล่ะ"
ไม่นานศิวัชก็เดินกลับมาและขอตัวกลับก่อน อันที่จริงจอมทัพควรจะซาบซึ้งมากกว่าที่มีคนคอยเป็นห่วงเป็นใย แต่วันนี้เขากลับรู้สึกหมดอาลัยตายอยากจนไม่อาจสัมผัสได้ถึงความหวังดีของใครทั้งนั้น
"ไม่ต้องมายุ่งกับกู!"
คิดแล้วก็ได้แต่น้อยใจเงียบ ๆ เพื่อนก็ไม่ค่อยจะมี แล้วที่มีก็ดันไม่ว่างอีก
"เฮ้อ!" ศิวัชออกจากร้านไปได้ไม่นาน จอมทัพก็เอาแต่ถอนหายใจไม่หยุด หลังจากที่ไม่มีใครนั่งเป็นเพื่อนก็ทำให้เขาทำได้เพียงนั่งเหม่ออยู่อย่างนั้นไม่เหลือเค้าความปากดีในตอนแรกเลย
ถึงจะพยายามดื่มตามลิมิตของตัวเอง แต่แอลกอฮอล์ที่เติมเข้าปากไม่หยุดก็ทำให้ร่างกายเริ่มแสดงอาการ เพียงแค่เงยหน้าจ้องมองแสงไฟสายตาก็พร่ามัว ใบหน้าของจอมทัพแดงก่ำ ใต้ตาคล้ำเหมือนคนนอนไม่พอ ถ้าเป็นเทศกาลฮัลโลวีนล่ะก็ เขาคงเหมาะที่จะเป็นผีตายซากโดยที่ไม่ต้องแต่งหน้าแต่งตาให้เหมือนเลย
พอถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวความฟุ้งซ่านก็เริ่มครอบงำ ยิ่งอ่านข้อความล่าสุดซ้ำ ๆ ก็ยิ่งเหมือนตอกย้ำความเจ็บปวดเข้าไปใหญ่ ทำไมปรายาถึงบอกเลิกเขาน่ะเหรอ ก็เพราะตัวเขาไม่ใช่สเปกของเธอน่ะสิ ดีเท่าไรแล้วที่ยังคุยเป็นพี่เป็นน้องกันได้อยู่
ปกติแล้วร้านเหล้ามักจะเป็นสถานที่รวมพลคนโสด แต่วันนี้จอมทัพมองไปทางไหนก็เจอคนมาเป็นคู่ บ้างก็มากันเป็นกลุ่มใหญ่ มีแต่เขาเท่านั้นที่เคว้งคว้างเดียวดาย เขาต้องโทษตัวเองต่างหากที่มีเพื่อนน้อย น้อยจนไม่สามารถระบายอะไรกับใครได้ สุดท้ายก็ได้แต่ต้องเก็บเอาไว้ในใจและรอวันเบิดออกมาเท่านั้น
ครั้งหนึ่งขณะที่กำลังจมดิ่งกับความคิด หางตาของจอมทัพก็เหลือบไปเห็นคน ๆ หนึ่งซึ่งกำลังยืนพิงกำแพงหันหน้ามาทางเขาจากมุมห้องฝั่งตรงข้าม ตัวเขาเองไม่แน่ใจว่ากำลังโดนลอบสังเกตการณ์อะไรหรือเปล่า แต่มันก็ทำให้เขาระมัดระวังตัวเพิ่มขึ้นมากเป็นเท่าตัว
"มองอะไรนักหนาวะ"
ก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองถูกจ้องมองอยู่จริง ๆ หรือเปล่า รู้แต่ว่าตรงนี้มีเขาคนเดียวที่นั่งอยู่
หลังจากพึมพำกับตัวเองหลายหน จอมทัพนั่งซึมอยู่พักใหญ่ถึงได้ปริปากสั่งเครื่องดื่มเพิ่ม แต่ขณะเดียวกันก็ดันอยากจะเข้าห้องน้ำขึ้นมาซะก่อน
"ไปพลอดรักกันที่อื่นไม่ได้รึไงวะ"
จอมทัพเดินเซเล็กน้อย ถึงโต๊ะเขาจะอยู่ไม่ไกลจากห้องน้ำชาย แต่สำหรับคนที่เริ่มกรึ่มได้ที่ เวลาเดินจึงดูทุลักทุเลพอตัว เดินไปบ่นไปเรื่อยตามประสาคนอกหักแล้วพาล ใจก็อยากจะเดินเข้าไปกลางวงคนพวกนั้นแล้วอาละวาดให้วงแตกข้อหากระหนุงกระหนิงน่าหมั่นไส้ แต่ก็ทำได้แค่คิดเท่านั้น ใครจะกล้าเดินดุ่ม ๆ ไปทำ คงได้โดนรุมกระทืบตายพอดี
ร้านเหล้าแห่งนี้แยกห้องน้ำชายหญิงทำให้ไม่ค่อยมีเรื่องร้องเรียนในด้านการใช้งานนัก แต่วันนี้มันแปลกไป ทันทีที่จอมทัพเดินเข้ามาด้านใน เขาก็รู้สึกได้ว่ามันมืดไปหน่อย ต้องพยายามกระพริบตาถี่ปรับโฟกัสสายตาอยู่พอสมควรถึงจะพอรู้ว่าอะไรเป็นอะไร
จังหวะที่กำลังก้าวนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นร่างของคนตัวใหญ่ยักษ์คนหนึ่งถืออะไรสักอย่างในมือคล้ายไม้ด้ามยาวและเขากำลังยกของสิ่งนั้นขึ้นเหนือศีรษะ เพราะความมืด จอมทัพพยายามเพ่งมองไปยังสิ่งที่เห็น ภาพมันเริ่มชัดขึ้นว่าชายคนนั้นกำลังทำท่าเหมือนกำลังง้างมือจะทำอะไรสักอย่างและอีกเงาที่เขาเห็นมันก็มีลักษณะเหมือนคนนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น
"หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้"
ขณะที่กำลังพยายามใช้เสียงข่มชายคนนั้น จอมทัพก็รีบเข้าไปขวางเอาไว้ อันที่จริงถ้าเป็นเขาคนก่อนหน้าเมื่อสัก 3 ชั่วโมงที่แล้วคงไม่มีทางกล้าทำอะไรบ้าบิ่นแบบนี้แน่ ก็ปกติเขาเป็นคนปอดแหกเสียยิ่งกว่าใคร เพียงแต่ตอนนี้ฤทธิ์น้ำเมากำลังทำงาน ทำให้ความคะนองถูกกระตุ้นขึ้นมาก่อนอะไรทั้งปวง
"ถ้ามึงขยับ กูจะแจ้งตำร…!"
คำพูดฟังดูดี แต่ท่าทางของจอมทัพโซซัดโซเซพอ ๆ กับตุ๊กตาล้มลุก พูดยังไม่ทันจบก็ลงไปล้มก้นจ้ำเบ้า
ในห้องน้ำเกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ จอมทัพไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังพยายามกระเสือกกระสนคลานเข่าเข้าไปหาผู้ชายที่เหมือนจะล้มอยู่ที่พื้นนั่น ซ้ำยังกางแขนเอาตัวบังให้อีก
"เอาไงดีครับ ให้ลากไอ้เด็กนี่ออกไปก่อนมั้ย"
ชายคนนั้นพูดขึ้น แต่จอมทัพเองก็ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายคุยกับใคร
"มึงคุยกับนายมึงใช่มั้ย นายมึงเป็นใคร ใคร…ใคร..สั่งให้มาจัดการ"
ถึงตอนนี้จอมทัพก็ยังคงพูดจาละล่ำละลักและชี้หน้าชายคนนั้นไม่ยอมลดราวาศอก แต่ตามสัญชาตญาณดั้งเดิม ตัวเขากลับค่อยๆกระเถิบหาคนด้านหลัง ไม่เหมือนที่กำลังปากดีเลยสักนิด
"ไม่เป็นไรครับ ลูกค้าคนนี้ผมดูแลเอง เรื่องเปลี่ยนหลอดไฟผมฝากพี่ด้วยแล้วกัน ถ้าไม่มีสำรองก็หาวิธีเฉพาะหน้าไปก่อน แล้วอย่าลืมแจ้งลูกค้าด้วย"
"เปลี่ยนหลอดไฟ!"
จอมทัพทำหน้าเหลอหลา เขาแทบจะสร่างเมาในทันทีเมื่อได้ยินคำตอบจากคนด้านหลัง อย่าบอกนะว่าไอ้ท่อนยาว ๆ ที่เขาเห็นน่ะคือหลอดไฟ คนเมาขยี้ตาตัวเองเพื่อเพ่งมองของในมือชายร่างยักษ์อีกครั้ง
"ก็ใช่น่ะสิ ไม่เห็นรึไงว่าไฟมันเสีย" ชายคนนั้นพูด
"มึงไม่ได้จะโดนตื้บเหรอวะ" ก่อนจะสรุปความจอมทัพยังอุตส่าห์หันมาถามคนด้านหลัง แต่ก็ใช่ว่าจะเห็นหน้าชัดหรอกนะ เพราะมุมที่เขานั่งอยู่มันค่อนข้างมืด
"เปล่า"
"แล้วมึงลงมานั่งคุกเข่าที่พื้นทำไม"
"ของหล่นน่ะ"
ณ วินาทีนั้นเหมือนมีใครลั่นระฆังอยู่ใกล้ ๆ หูพร้อมกับคำตะโกนด่าว่าเขา ‘ตาถั่ว’ จอมทัพได้แต่ค่อย ๆ เอี้ยวตัวหันกลับไปทางชายร่างยักษ์อีกครั้ง แทบไม่ต้องคิดเลยว่าเขาจะทำอะไรต่อจากนี้
"ขอโทษคร้าบ" จอมทัพก้มกราบลงบนพื้นแบบเบญจางคประดิษฐ์ ท่าสวยยิ่งกว่าผู้ชนะการประกวดมารยาทไทย ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าจะมาเปลี่ยนหลอดไฟกันตอนนี้ ถ้าใครมาเห็นเขาในสภาพนี้ร้อยทั้งร้อยก็คิดว่าไม่น่ารอด ชายหนุ่มหมอบแนบพื้นจนแทบจะเลื้อยได้อยู่แล้ว แต่ครู่เดียวก็ถูกช้อนตัวขึ้นจากทางด้านหลัง
"ไปข้างนอกกันเถอะ ตรงนี้อึดอัด"
"เดี๋ยว!" จู่ ๆ จอมทัพก็พูดจาขึงขังขึ้นมาอีกครั้งจนชายสองคนเมื่อครู่ต้องหยุดมองเขา "แหะ ๆ ขอฉี่แป๊บ" ไม่ใช่แค่อาการเมาหรอกที่ทำให้จอมทัพลงไปนอนกองกับพื้นแบบนั้น แต่เพราะปวดฉี่จนยืนอั้นแทบไม่ไหวแล้วต่างหาก
"ยืนเองไหวรึเปล่า"
"พะ พากูไปหน่อย กูปวด" ก็ไหนจะมึนหัว ไหนจะปวดฉี่ ไหนจะตะคริวที่เริ่มออกอาการ ความอายคืออะไรจอมทัพไม่สนอีกแล้ว เขาทิ้งตัวให้คนตัวสูงด้านหลังช่วยประคอง มือก็พยายามปลดเข็มขัดรูดซิปตัวเองหน้าตาเฉย แต่อีกคนกลับรู้ใจเขายิ่งกว่า หิ้วปีกเขาไปยืนจ่ออยู่โถชักโครก
นับตั้งแต่เกิดมาคนอย่างจอมทัพไม่คิดเลยว่าว่าท่ายืนฉี่แบบมีอะไรพิงนี่มันโคตรสบาย เท่านั้นยังไม่พอ ดูเหมือนจะมีบริการล้างมือให้ด้วย
"บริการดีมากไอ้น้อง นี่ เอาทิปพี่ไป พี่ให้ 20 ไม่ต้องไปส่ง ขอบใจ"
พูดเองเออเองก่อนจะเดินโซเซกลับมาที่โต๊ะ จอมทัพทำธุระเสร็จก่อนที่หลอดไฟจะถูกเปลี่ยนเสร็จด้วยซ้ำ
"มึงมีรูปนี้ด้วยเหรอ" วันหนึ่งจอมทัพไปค้างที่บ้านของแมกมา เขาไม่มีอะไรทำเลยเดินสำรวจไปทั่วบ้านก่อนจะเห็นว่ามีรูป ๆ หนึ่งในตู้โชว์ซึ่งมันเก่าและซีดจางมาก รูปใบนั้นเป็นรูปถ่ายรวมของเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล และจอมทัพจำได้ดีว่ามันเป็นชุดเครื่องแบบกับโรงเรียนที่เขาเคยเรียน"อืม รูปถ่ายรวมตอนอนุบาลน่ะ""มึงอย่าบอกนะว่ามึงเคยเรียนโรงเรียนนี้อะ""อืม""แล้วมึงคนไหน" จอมทัพใจเต้นตึกตักเมื่อมองตามปลายนิ้วของอีกฝ่ายที่กำลังเคลื่อนไปยังจุดหมาย เขานึกสังหรณ์ใจอยู่แล้วแต่ก็ไม่คิดว่ามันจะบังเอิญได้ขนาดนี้"ใช่เหรอวะ มึงแกล้งกูปะเนี่ย ไม่ใช่ว่าเห็นแม่กูพูดแล้วมึงเอามาอำกูนะ"เหมือนแมกมาจะรับรู้ได้ถึงการไม่ยอมรับความจริงของจอมทัพ เขาจึงพาอีกฝ่ายขึ้นไปด้านบน เปิดลิ้นชักหัวเตียงหยิบเอาอัลบั้มภาพเล็กๆ อัลบั้มหนึ่งออกมาเปิดให้ดู ในอัลบั้มนั้นมีภาพของเด็กคนหนึ่งหน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตาอยู่เต็มไปหมด จอมทัพจำมองกรอบรูปบนหัวเตียงซ้ำอีกครั้ง เขามาค้างที่นี่และเห็นมันบ่อยแล้วแต่ก็ไม่นึกเอะใจอะไรเพียงเพราะเด็กที่เห็นในภาพใส่ชุดไพรเวท จึงคิดไปว่าคงไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกัน"นายน่ะชอบเรามาตั้งแต่ตอนเด็ก แล้วตอนโ
"ทัพ เสร็จรึยังลูก""เสร็จแล้วแม่ รอทัพด้วย!" จอมทัพตะโกนตอบรับแม่ตัวเองก่อนจะวิ่งตึงตังลงบันไดมาด้านล่าง วันนี้ครอบครัวของเขามีนัดสำคัญที่พลาดไม่ได้ และแม่ของเขาก็ดูจะตื่นเต้นมากเป็นพิเศษ"แล้วพ่อล่ะแม่""พ่อไปก่อนแล้วน่ะสิ เห็นบอกว่าขาดเหลืออะไรจะได้ไปหาซื้อได้ทัน เห็นแบบนี้นะ พ่อเราน่ะตื่นเต้นยิ่งกว่าแม่อีก เมื่อคืนก็ไม่หลับไม่นอน ชวนแม่คุยทั้งคืน""ทำอย่างกับพ่อแม่ไม่เคยทำงั้นแหละ แล้วอีกอย่างคนที่ควรตื่นเต้น ต้องเป็นแมกมามากกว่า""โถ่ลูก ทัพไม่รู้สึกดีใจอะไรกับเขาเลยเหรอ แม่ล่ะน้ำตาจะไหลทุกทีที่เห็นลูกหลานประสบความสำเร็จ""ทัพก็ดีใจนะแม่ ตั้งแต่รู้ข่าวตอนแรกเลย แต่นั่นมันก็ตั้งครึ่งปีมาแล้วอะ ไม่รู้จะดี๊ด๊าไปทำไมอีก""จะผ่านไปนานแค่ไหน ถ้ามันเป็นเรื่องดีแม่ก็ยินดีทั้งนั้นแหละ เอ้า เร็ว ๆ พาแม่ไปเร็ว ๆ เลย เดี๋ยวจะเลยฤกษ์งามยามดีซะก่อน"สองแม่ลูกใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีก็เดินทางมาถึงที่หมาย จอมทัพกับแม่ลงจากรถ มองไปยังสถานที่แห่งหนึ่งเบื้องหน้าที่มีคนมุงออกันอยู่หลายสิบคน"มาได้เวลาเลยแม่ เร็วเข้า จะได้ทำพิธีเปิดร้านใหม่สักที"คนที่ยิ้มแฉ่งจนหน้าบานเป็นจานดาวเทียมอย่างปราณีเดินรุดหน้
ช่วงนี้แมกมามาที่ร้านทุกวันตั้งแต่หัวค่ำยันปิดร้าน ถึงแม้สถานการณ์จากการถูกคุกคามจะดีขึ้นแต่มันก็ยังคงมีอยู่ นอกจากร้านของเขาจะถูกซุ่มทำความเสียหายเป็นครั้งคราวโดยที่ยังหาตัวคนกระทำผิดไม่ได้แล้ว พนักงานที่ร้านก็เริ่มจะบ่นมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเขาเริ่มมีความคิดที่อยากจะขายร้านขึ้นมาตงิด ๆความกลัดกลุ้มเรื่องนี้ทำให้แมกมากรอกเหล้าเข้าปากยิ่งกว่าน้ำเปล่า ทั้งที่เขาไม่คิดจะมันอีกนับตั้งแต่เสียพ่อไประหว่างนั้นก็มีเรื่องหัวใจผุดขึ้นมาแทรกเรื่องงานอยู่เป็นระยะ ชายหนุ่มนั่งนึกภาพของลาวาที่กำลังมีความสุขขึ้นมาก หัวเราะร่าเริงไปกับสิ่งรอบตัวในแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ดูก็รู้ว่าเป็นอิทธิพลที่ได้รับจากครอบครัวของจอมทัพมันเป็นสิ่งที่เขาควรดีใจ แต่ในใจกลับรู้สึกวูบโหวง แมกมาอยากจะพัฒนาความสัมพันธ์ให้มันชัดเจนกว่านี้ แต่ติดตรงที่ว่าน้องชายของเขาในตอนนี้กำลังดีขึ้น และดูเหมือนว่าจอมทัพจะสนใจลาวามากกว่าเขา พากันไปนั่นไปนี่บ่อยกว่าเขาที่พยายามเข้าหาเสียอีก มันอาจจะเป็นไปได้ว่าครั้งนี้เขาอาจจะต้องยอมพ่ายแพ้ให้กับน้องชายตัวเอง ไม่ใช่เพราะเขาคิดว่าตัวเองไม่หนักแน่นกับความรู้สึกแล้วไม่ยอมเดินหน้าต่อ แต่เป็น
"พวกมึงมาได้ไงวะ""ทำไมพูดแบบนั้นล่ะลูก เพื่อนอุตส่าห์แวะมาหาทั้งที พูดจาให้มันดี ๆ สิ"กำลังผิวปากเดินเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดีจอมทัพก็ต้องชะงักเมื่อเจอสองพี่น้องนั่งอยู่ด้วยกันตรงโต๊ะตัวหนึ่งหน้าบ้าน สำหรับลาวาแล้วจอมทัพไม่ได้อะไรเพราะเพิ่งจะเจอกันไปเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่กับแมกมาเขาก็ปฏิเสธตัวเองไม่ได้ว่า พอไม่ได้เจอกันนาน ๆ แล้วเขาก็เหงาปากอย่างบอกไม่ถูก ใจหนึ่งก็ยังรู้สึกเคืองอีกฝ่าย แต่อีกใจก็แอบดีใจอยู่ลึก ๆ ที่ได้เห็นหน้า"มาทำไมวะ" เขาถามขึ้นลอย ๆ พยายามไม่เจาะจงว่าถามใคร แต่แมกมากลับรู้ตัวเป็นอย่างดีว่าจอมทัพหมายถึงเขาแน่ ๆ"พาน้องมาขอขมาแม่""หือ" จอมทัพหันขวับไปทางคนสองคนที่นั่งอมยิ้มนิด ๆ สลับกับหันไปหาแม่ตัวเองที่กำลังง่วนอยู่กับการลวกผักใส่ชามให้ลูกค้า"แม่ไม่รู้หรอกนะว่าไปมีเรื่องอะไรกัน แต่วันนี้แมกมากับลาวาพากันเอาดอกไม้มาไหว้แม่ แล้วก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้แม่ฟังแล้ว แม่คิดว่าแม่เข้าใจทุกอย่างแล้ว เหลือแค่ทัพแล้วว่าจะยอมฟังพวกเขารึเปล่า""ฟังอะไรอะแม่ ทัพต้องฟังอะไรอีก ทัพขอตัวขึ้นข้างบนก่อนนะ มีงานต้องทำ" ก็วันนี้เขาเพิ่งจะไปทำแผนงานของตัวเองกับพาขวัญมา ก็เลยถือโอกาสใช้เร
"แม่ๆ หลบเร็วแม่ มีคนตีกัน"จอมทัพที่มาช่วยแม่หอบของซื้อวัตถุดิบไปเตรียมขาย รีบจูงมือแม่ตัวเองหาที่หลบเมื่อเห็นวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งวิ่งไล่หวดกันตั้งแต่หน้าตลาดยันท้ายตลาด"เฮ้อ! วัยรุ่นสมัยนี้นี่มันยังไงกัน ทัพอย่าไปเอาอย่างเชียวนะลูก""จ้าๆ"ปราณีเดินนำหน้าลูกชายพลางเช็ครายการของที่ต้องซื้อทั้งหมด"นั่นไง ตำรวจมาโน่นแล้ว ไม่รู้ว่าจับได้กี่คน ปวดหัวแทนพ่อแม่เด็กพวกนี้จริง ๆ"ลุงคนหนึ่งที่ประจำอยู่ตรงเขียงขายหมูพูดขึ้น สถานะการณ์หลังจากนั้นค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ พ่อค้าแม่ค้าหลายคนที่ข้าวของได้รับความเสียหายต่างก็รวมตัวกันไปแจ้งความ บ้างก็ด่าทอสาปแช่งไปตามเรื่องตามราว"แม่ว่าเรากลับกันเถอะลูก ได้ของครบแล้ว"ระหว่างที่ขนของขึ้นท้ายรถที่จอดอยู่หลังตลาด จอมทัพก็เห็นใครบางคนแอบหลบอยู่ท้ายกระบะ เขากำลังจะตะโกนเรียกตำรวจอยู่แล้วถ้าไม่ได้เห็นหน้าคนๆ นั้นเสียก่อน"ลาวา!""ชู่ว…ว อย่าเสียงดังสิพี่ ให้ผมหลบตำรวจก่อน ขอร้องล่ะ"ใจหนึ่งก็อยากจะบอกตำรวจ แต่อีกใจก็นึกไปถึงใบหน้าใครบางคนที่เขาไม่ได้เจอมาสักพักแล้ว ถ้าขืนทำอะไรไม่คิดลงไปอีกก็อาจจะมองหน้ากันไม่ติด"เออ มึงหลบตรงนี้แหละ เดี๋ยวพาออกไป"ขณะเดีย
"ไอ้ทัพ เรื่องใหญ่แล้วว่ะ ไอ้ลาวามันมีเรื่องกับรุ่นพี่ที่คณะเรา ตอนนี้โดนกักตัวสอบข้อเท็จจริงอยู่" พาขวัญวิ่งหน้าตาตื่นมาบอกเพื่อนตัวเองหลังจากได้รู้ข่าวว่าอะไรเป็นอะไร"เมื่อไหร่วะ""เมื่อกี้นี้แหละ คนแม่งมุงเพียบเลย แต่อาจารย์กันคนออกไปแล้ว เห็นว่าตกลงกันไม่ได้ กำลังแจ้งผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายให้รับทราบอยู่ มึงพอจะติดต่อแมกมาได้ปะ วันนี้มันไม่ได้มามหาลัย""เดี๋ยวกูลองโทรดูละกัน"ไม่ว่าทุกคนจะพยายามติดต่อหาญาติฝั่งลาวาขนาดไหนก็ไม่มีใครตอบรับ แม้แต่แมกมาก็ไม่รู้หายตัวไปไหน ข้อความก็ไม่ยอมอ่าน"อาจารย์ครับ ผมติดต่อใครไม่ได้เลย อาจารย์พอจะช่วยไกล่เกลี่ยให้ก่อนได้ไหมครับ" จอมทัพไม่รู้จะทำยังไงดี เขาเองก็ไม่ใช่คนที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เก่งนัก แต่อย่างน้อยถ้าเจรจาได้ก็ต้องทำไปก่อน"อาจารย์คงทำแบบนั้นไม่ได้หรอก คู่กรณีของนายลาวาบาดเจ็บหนัก ตอนนี้ถูกหามส่งโรงพยาบาลแล้ว พ่อแม่ของฝ่ายนั้นต้องการคุยกับผู้ปกครองด้วยกันเท่านั้น ทางที่ดีคุณหาทางติดต่อครอบครัวหรือญาติสนิทของเขาให้มาที่นี่ดีกว่า""แล้วแบบนี้ ผมจะช่วยเพื่อนได้ยังไงบ้างครับอาจารย์ พอจะมีทางออกบ้างไหม คือลาวาไม่น่าจะมีญาติที่ไหนอีกแล้วนอก
"ตอบกูดิ กูถามมึงอยู่นะ""....""สรุปมึงเป็นใบ้เหรอ แต่กูจำได้ว่าเมื่อคืนกูก็คุยกับมึงนะ หรือมึงฟังภาษาไทยไม่ออก แต่กูก็คุยภาษาไทยนี่หว่า"มาแล้ว ไอ้อาการพูดเองเอออเองของจอมทัพที่ใคร ๆ ต่างก็ชาชิน สงสัยจะอยู่คนเดียวมากไป แล้วเขาก็หันไปหาศิวัชที่ยืนมองอยู่ไม่ไกล ทำปากขมุบขมิบถามย้ำอีกครั้งเพราะกลัวโ
"หน้าอย่างมันคงไม่ชอบของหวานหรอก บัวลอย เม็ดขนุน ฝอยทองนี่ล่ะวะ หวานจัด ๆ ไปเลย หึ! ถ้ากูเลวกว่านี้อีกนิดนะ มึงได้ขนมบูดแน่ไอ้แมกมา" ทั้งที่เขาจำหน้าแมกมาไม่ได้แต่ก็ยังเลือกที่จะทำตามคำแนะนำของเพื่อนโดยการไปซื้อขนมที่พอจะเหลือขายอยู่ในศูนย์อาหารประจำคณะ และด้วยความที่ยังคงหมั่นไส้ไอ้คนมาดนิ่งที่ทำ
เวลาผ่านไปจวบจนถึงเวลาพักกลางวัน สิ่งแรกที่จอมทัพทำหลังจากเดินออกจากห้องเรียนก็คือการหาอะไรอร่อย ๆ กิน ไม่ได้สนใจคำพูดของเพื่อนที่ตักเตือนเขาเลยสักนิด เขามุ่งมั่นมากในการเลือกเมนูมื้อเที่ยงแทนที่จะไปทำธุระที่สำคัญกว่านั้น"หึ อย่าหวังว่ากูจะไปหามึงนะไอ้หิน กินเสร็จกูจะรีบแจ้นกลับบ้านซะเลย"ขณะที่กำ
"ไอ้ทัพ! มึงจะหนีไปไหน""อะไรอีกวะ โอ๊ย!"หลังจากได้ข่าวมาจากหลายสำนักว่าเพื่อนตัวดีไปก่อวีรกรรมไว้ซ้ำสอง พาขวัญก็ตามหาตัวจอมทัพจนเจอ แน่นอนว่าการเลือกเรียนรายวิชาต่างกันไม่ได้ช่วยให้จอมทัพหลบพ้นสายตาของพาขวัญได้เลย ติ่งหูข้างหนึ่งของเขาถูกมือเล็ก ๆ ดึงจนต้องโน้มตัวตามด้วยความเจ็บ"เมื่อวานกูให้มึง







