تسجيل الدخولตอนที่ 4
ถ้าเฮียจีบจริง หนูจะว่าอะไรไหม? คำถามของโซ่ยังค้างอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางเสียงเพลงเบา ๆ จากลำโพงในร้านกาแฟและเสียงแก้วกระทบจานของโต๊ะข้าง ๆ รดานั่งนิ่งอยู่ตรงหน้าเขา ปลายนิ้วเรียวที่กำลังจับแก้วกาแฟหยุดชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยมองคนตรงหน้าอย่างพิจารณา เหมือนกำลังคิดว่าคำพูดเมื่อครู่นั้นเป็นเพียงหนึ่งในมุกแพรวพราวของช่างสักหนุ่ม หรือเขาหมายความตามนั้นจริง ๆ โซ่เองก็ไม่ได้เร่งคำตอบ เขาเพียงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มองเธอด้วยรอยยิ้มบาง ๆ อย่างคนที่มั่นใจในตัวเองพอสมควร ปกติเขามักเป็นฝ่ายพูดจนผู้หญิงตรงหน้าทำอะไรไม่ถูก แต่กับเด็กคนนี้กลับแตกต่างออกไปทุกครั้ง เพราะไม่ว่าเขาจะหยอดไปกี่ประโยค รดาก็ยังคงนั่งจิบกาแฟด้วยสีหน้าสงบนิ่งราวกับคำหวานเหล่านั้นเป็นเพียงเสียงเพลงประกอบในร้าน “ก็ไม่ได้ว่าอะไรค่ะ” คำตอบเรียบ ๆ ทำให้โซ่เลิกคิ้วขึ้นนิดหนึ่ง “แปลว่าเฮียจีบได้?” “หนูไม่ได้พูดแบบนั้นค่ะ” “แต่ก็ไม่ได้ห้าม” “ก็ไม่ได้ห้ามค่ะ” รอยยิ้มของโซ่กว้างขึ้นทันที เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบเพื่อซ่อนสีหน้าตัวเอง แต่ก็ปิดไม่มิดอยู่ดี ความรู้สึกบางอย่างคล้ายกับกำลังเล่นเกมที่ยิ่งเล่นยิ่งสนุก ทั้งที่คนตรงหน้าไม่ได้แสดงท่าทีสนใจเขาเป็นพิเศษเลยสักนิด แต่แค่คำว่า ไม่ได้ห้าม ก็เพียงพอให้คนอย่างโซ่เอาไปคิดเข้าข้างตัวเองได้ทั้งวันแล้ว “งั้นเฮียถือว่าอนุญาตนะ” รดาเงยหน้ามอง “หนูไม่ได้อนุญาตค่ะ” “อ้าว?” “หนูแค่บอกว่าไม่ได้ห้าม” “ต่างกันตรงไหนครับ” “ต่างค่ะ” โซ่หลุดหัวเราะออกมาเต็มเสียงจนโต๊ะข้าง ๆ หันมามอง เขารีบลดเสียงลงแต่รอยยิ้มยังคงอยู่บนใบหน้า “โอเคครับ คุณหนูรดาชนะ เฮียไม่เถียงแล้วก็ได้” รดายกกาแฟขึ้นดื่มอีกครั้ง พยายามไม่สนใจคนตรงหน้า แต่สุดท้ายมุมปากกลับยกขึ้นนิดเดียวอย่างห้ามไม่อยู่ เธอไม่ได้รู้สึกว่าการถูกจีบเป็นเรื่องน่ารำคาญอย่างที่คิดไว้ตอนแรก ตรงกันข้าม โซ่เป็นคนที่ทำให้บทสนทนาธรรมดา ๆ กลายเป็นเรื่องน่าขำได้ตลอดเวลา เพียงแต่เธอยังไม่รู้ว่าความรู้สึกนั้นเรียกว่าอะไร และก็ไม่ได้คิดจะรีบหาคำตอบด้วย หลังจากวันนั้น โซ่ก็เริ่มแวะเวียนเข้ามาในชีวิตของรดามากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เขาไม่ได้ตามตื๊อหรือทำอะไรเกินขอบเขต แต่จะมีข้อความสั้น ๆ ส่งมาหาในบางวัน เช่น กินข้าวหรือยังครับ หรือ วันนี้เรียนเหนื่อยไหม บางครั้งก็เป็นรูปกาแฟแก้วหนึ่งพร้อมข้อความว่า วันนี้เฮียกินคนเดียว เหงาจัง ซึ่งรดามักตอบกลับเพียงคำสั้น ๆ ว่า ก็ไปกินกับลูกค้าสิคะ แล้วปล่อยให้คนส่งข้อความนั่งยิ้มอยู่คนเดียว โซ่ค้นพบอย่างหนึ่งว่าการจีบรดาไม่เหมือนการจีบผู้หญิงคนอื่นเลย เพราะเธอไม่ได้ต้องการคำหวาน ไม่ได้เขินเมื่อถูกชม และแทบไม่เคยเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาก่อนด้วยซ้ำ แต่แปลกตรงที่ทุกครั้งที่เขาคิดว่าจะเลิกแกล้งเธอเพราะอีกฝ่ายดูไม่สนใจ วันถัดมาเขากลับเป็นฝ่ายเปิดแชตขึ้นมาเองโดยไม่รู้ตัว เย็นวันหนึ่งหลังร้านปิด โซ่นั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าร้านพร้อมกับถอดถุงมือและเก็บอุปกรณ์สักเข้าที่ แสงไฟสีส้มจากด้านในร้านตกกระทบโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์สะอาดเรียงอย่างเป็นระเบียบ เขาเพิ่งสักงานชิ้นใหญ่เสร็จไปหนึ่งงานจึงรู้สึกล้าเล็กน้อย แต่ทันทีที่โทรศัพท์บนโต๊ะสั่น ความเหนื่อยทั้งหมดกลับหายไปแทบจะทันทีเมื่อเห็นชื่อคนส่งข้อความ Rada: เฮีย โซ่ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เพราะปกติรดาจะเรียกเขาว่า “เฮีย” ก็ต่อเมื่อเขาเป็นฝ่ายถามหรือแหย่ก่อน เขารีบกดเปิดอ่านข้อความ So: ครับคุณหนู Rada: พรุ่งนี้ร้านเปิดไหมคะ เขานิ่งไปสองวินาที ก่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า So: เปิดครับ Rada: งั้นพรุ่งนี้หนูเข้าไปหา คราวนี้โซ่วางโทรศัพท์ลงไม่ได้ เพราะสมองเริ่มคิดไปไกลหลายอย่าง เธอจะมาสักเพิ่มหรือเจาะเพิ่ม? หรือจริง ๆ แล้วแค่อยากมาเจอเขา? คำถามสุดท้ายทำให้ชายหนุ่มหัวเราะกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะส่ายหน้าอย่างห้ามความคิดไม่ได้ So: มาหาเฮียด้วยหรือมาหางานครับ ข้อความถูกอ่านอย่างรวดเร็ว แต่กว่าจะมีคำตอบกลับมาเกือบนาที Rada: มาหาช่างค่ะ โซ่หัวเราะทันที “โอเค… ช่างก็ช่าง” วันรุ่งขึ้น รดามาถึงร้านช่วงบ่าย เธอสวมเสื้อแขนยาวสีอ่อนกับกระโปรงสั้นเรียบ ๆ ผมยาวปล่อยลงมาตามธรรมชาติ ต่างจากวันที่มาร้านครั้งแรกที่อยู่ในชุดนักเรียน เธอผลักประตูกระจกเข้ามาพร้อมเสียงกระดิ่งเล็ก ๆ เหนือประตูดังกรุ๊งกริ๊ง โซ่ที่กำลังนั่งวาดแบบอยู่หลังเคาน์เตอร์เงยหน้าขึ้นมาทันที รอยยิ้มที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวทำให้เขาต้องก้มกลับไปมองกระดาษตรงหน้าเพื่อเก็บอาการ แต่สุดท้ายก็เก็บไม่อยู่ “วันนี้สวยนะครับ” รดาหยุดเดินแล้วมองเขา “ขอบคุณค่ะ” “ชมแล้วไม่เขินหน่อยเหรอ” “ต้องเขินด้วยเหรอคะ?” “ปกติเขาชมกันก็เขินนะ” “หนูไม่ใช่คนปกติค่ะ” โซ่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะออกมา “เออ จริงของหนู” รดาเดินเข้ามานั่งบนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์แล้ววางโทรศัพท์ลง “วันนี้หนูไม่ได้มาสักค่ะ” “อ้าว” “มาหาเฮีย” ประโยคสั้น ๆ ทำให้คนฟังนิ่งไปทันที รดาเองก็ดูเหมือนไม่ได้รู้ตัวเลยว่าคำพูดของตัวเองส่งผลกับอีกฝ่ายแค่ไหน เธอเพียงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กข้อความตามปกติ ขณะที่โซ่กำลังมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย “พูดแบบนี้ เฮียคิดนะ” “คิดอะไรคะ?” “คิดว่าหนูเริ่มจีบเฮียกลับแล้ว” รดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเหมือนเดิม “ถ้าหนูจีบ เฮียจะรู้เองค่ะ” คราวนี้เป็นโซ่ที่พูดอะไรไม่ออก เด็กคนนี้…เริ่มอันตรายขึ้นทุกวันแล้วสิ เขาหัวเราะเบา ๆ พลางส่ายหน้า ก่อนเดินออกจากหลังเคาน์เตอร์ไปหยิบเครื่องดื่มเย็นจากตู้ให้เธอโดยไม่ต้องถามว่าเอาอะไร เพราะจำได้ว่าครั้งก่อนเธอสั่งอะไร รดารับแก้วจากมือเขา “ขอบคุณค่ะ” “ไม่เป็นไรครับ” โซ่กลับมานั่งฝั่งตรงข้าม เฝ้ามองเธอเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ “แล้ววันนี้มาหาเฮียทำไมครับ?” รดาดูดน้ำจากหลอดหนึ่งครั้ง ก่อนตอบอย่างตรงไปตรงมา “หนูมีเรื่องอยากให้เฮียช่วยค่ะ” “เรื่องอะไร?” เธอเงียบไปเล็กน้อย ดวงตาที่เคยนิ่งมาตลอดวันนี้กลับมีความลังเลบางอย่างซ่อนอยู่ “มีผู้ชายคนหนึ่ง…ตามจีบหนูค่ะ” รอยยิ้มบนใบหน้าของโซ่ค่อย ๆ จางลง เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าคำพูดต่อจากนี้อาจเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเด็กคนนี้ไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง “แล้วหนูอยากให้เฮียช่วยอะไรครับ?” รดาเงยหน้าขึ้นมองเขาตรง ๆ “เป็นแฟนหนูได้ไหมคะ?”หลังจากวันที่โซ่ยอมรับกับตัวเองตรง ๆ ว่าเขาหวงรดา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เหมือนจะเปลี่ยนไปอีกนิด ไม่ใช่เพราะมีใครตั้งใจทำให้มันหวานขึ้น แต่เป็นเพราะต่างคนต่างเริ่มคุ้นเคยกับการมีอีกคนอยู่ในชีวิตมากขึ้น จากเดิมที่รดาเคยเป็นฝ่ายรอข้อความของเขา ตอนนี้เธอกลับเป็นฝ่ายส่งข้อความมาก่อนบ่อยขึ้น ส่วนโซ่เองก็เริ่มรู้ว่าช่วงเวลาไหนที่เธอเลิกเรียน ชอบดื่มอะไร ไม่ชอบกินอะไร และแม้กระทั่งเวลาที่เธอเหนื่อย เธอมักจะตอบข้อความสั้นกว่าปกติแค่ไหนมันเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ไม่ได้มีใครบอกให้จำ แต่เขากลับจำได้เองโดยไม่รู้ตัวเช้าวันหนึ่ง ขณะที่โซ่กำลังเตรียมอุปกรณ์ในร้าน โทรศัพท์ของเขาก็สั่นขึ้นบนโต๊ะRada: วันนี้หนูเลิกเร็วค่ะโซ่ยกยิ้มทันทีSo: แล้วจะมาหาเฮียไหมครับครั้งนี้เธอไม่ได้ตอบทันทีเหมือนทุกครั้ง ผ่านไปเกือบสิบนาทีข้อความจึงเด้งขึ้นมาRada: ถ้าเฮียไม่ยุ่งSo: ต่อให้ยุ่งก็อยากให้มาRada: งั้นหนูไปค่ะโซ่กำลังจะพิมพ์ตอบ แต่ลูกค้าคนแรกของวันก็เดินเข้าร้านเสียก่อน เขาจึงวางโทรศัพท์ลงแล้วหันไปทำงานตามปกติ ทว่าตลอดทั้งวันอารมณ์ของเขากลับดีเป็นพิเศษจนเพื่อนร่วมร้านสังเกตได้“วันนี้มึงยิ้มอะไรนักหนา?”
เช้าวันต่อมา โซ่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกแปลก ๆ ทั้งที่เมื่อคืนกว่าจะปิดร้านเสร็จก็ดึกกว่าปกติ แต่พอลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เขาทำกลับไม่ใช่การหยิบโทรศัพท์เช็กตารางงานเหมือนทุกวัน หากเป็นการเปิดดูข้อความล่าสุดจากรดาที่ส่งมาตั้งแต่เมื่อคืน ชายหนุ่มอ่านข้อความสั้น ๆ นั้นซ้ำอีกครั้งก่อนจะยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว คำว่า “ค่ะ แฟน” ที่เธอส่งกลับมาไม่ได้มีอะไรหวือหวาเลย แต่กลับทำให้เขาอารมณ์ดีตั้งแต่ยังไม่ลุกจากเตียงโซ่วางโทรศัพท์ลงบนอกแล้วถอนหายใจเบา ๆ ก่อนหัวเราะให้กับตัวเอง“เป็นเอามากแล้วกู…”เมื่อก่อนเขาไม่เคยเข้าใจคนที่เอาแต่เช็กโทรศัพท์เพราะรอข้อความจากใครสักคนเลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ตัวเองกลับกลายเป็นหนึ่งในนั้นอย่างสมบูรณ์แบบ และที่น่าหนักใจกว่านั้นคือเขาไม่ได้รู้สึกรำคาญตัวเองแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกว่าการมีใครสักคนให้คิดถึงตั้งแต่ตื่นนอนทำให้เช้าวันธรรมดาน่าใช้ชีวิตขึ้นมาอย่างประหลาดยังไม่ทันที่เขาจะได้ลุกไปอาบน้ำ โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นอีกครั้งRada: ตื่นหรือยังคะโซ่ยิ้มทันทีSo: ตื่นแล้วครับ กำลังคิดถึงแฟนอยู่เลยอีกฝั่งอ่านข้อความอย่างรวดเร็ว ก่อนตอบกลับมาRada: โกหกSo: จริงค
หลังจากวันที่ตกลงเป็นแฟนกันจริง ๆ ชีวิตของโซ่ก็เหมือนจะมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไป ทั้งที่ตารางชีวิตของเขายังคงเหมือนเดิม ตื่นเช้า เปิดร้าน รับลูกค้า สักงานตามนัด เก็บร้านตอนค่ำ แล้วกลับบ้าน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือโทรศัพท์ที่เมื่อก่อนแทบไม่มีความหมาย กลับกลายเป็นสิ่งที่เขาเผลอหยิบขึ้นมาดูทุกไม่กี่นาที เพียงเพราะอยากรู้ว่าอีกคนจะส่งข้อความมาหรือยังและวันนี้ก็เช่นกันชายหนุ่มนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ในร้านสัก มือหนึ่งกำลังจัดอุปกรณ์ ส่วนอีกมือวางโทรศัพท์ไว้ข้างตัวอย่างเห็นได้ชัด สายตาของเขาเหลือบมองหน้าจอเป็นระยะ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่รดาจะต้องทักมาตั้งแต่เช้า“มึงจะมองอีกกี่รอบวะ โทรศัพท์มันไม่ท้องหรอก”เสียงของเพื่อนช่างสักที่กำลังจัดของอยู่ไม่ไกลทำให้โซ่เงยหน้าขึ้น เขาขมวดคิ้วก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างไม่สะทกสะท้าน“กูไม่ได้รอใคร”“กูยังไม่ได้ถามเลยว่ามึงรอใคร”โซ่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อรู้ตัวว่าถูกจับได้เต็ม ๆ เขากดเปิดหน้าจออีกครั้ง แล้วก็พบว่าไม่มีข้อความใหม่จริง ๆ อย่างที่คิด ชายหนุ่มถอนหายใจพร้อมเอนหลังพิงเก้าอี้ พยายามทำเหมือนไม่ได้สนใจอะ
หลังจากข้อความ คิดถึงค่ะ ถูกส่งออกไป รดาก็วางโทรศัพท์ลงข้างหมอนทันที เธอไม่ได้คิดว่าตัวเองจะรู้สึกอะไรกับการส่งข้อความสั้น ๆ แบบนั้น เพียงแต่ตอนที่นิ้วพิมพ์คำว่า คิดถึง ลงไป มันกลับเป็นคำที่ตรงกับความรู้สึกในตอนนั้นมากที่สุด เธอไม่ได้คิดถึงเขาเพราะต้องการแสดงให้ใครเห็น ไม่ได้คิดถึงเพราะต้องการให้ผู้ชายที่ตามจีบเลิกยุ่ง และไม่ได้คิดถึงเพราะยังอยู่ในบทบาทแฟนปลอม ๆ อีกแล้ว ความจริงที่น่าประหลาดก็คือ เธอเพียงแค่คิดถึงโซ่ขึ้นมาจริง ๆ เท่านั้นทางด้านคนที่ได้รับข้อความกลับไม่สามารถนอนได้ง่าย ๆ โซ่นอนมองหน้าจออยู่พักใหญ่ก่อนเปิดอ่านข้อความนั้นซ้ำเป็นรอบที่ไม่รู้เท่าไหร่ รอยยิ้มบนใบหน้ากว้างขึ้นทุกครั้งที่อ่าน โดยเฉพาะคำว่า คิดถึงค่ะ ที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนหัวใจถูกเติมเต็มอย่างประหลาด เขาเคยได้รับข้อความหวาน ๆ จากผู้หญิงมามากมาย แต่ไม่เคยมีข้อความไหนทำให้รู้สึกดีเท่านี้มาก่อน อาจเพราะคนที่ส่งคือรดา เด็กสาวที่เขาเคยคิดว่าเย็นชาและไม่สนใจเขาเลยสักนิด “คิดถึงเฮียเหรอ…” เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนหัวเราะเบา ๆ แล้วพิมพ์ตอบกลับไปSo: เฮียก็คิดถึงครับหลังจากนั้นไม่มีข้อความตอบกลับมาอีก โซ่จึงวางโทรศัพท์
ตอนที่ 9 จากแฟนจำเป็นสู่แฟนจริงหลังจากคำว่า “ค่ะ” หลุดออกจากปากของรดา ทั้งสองคนก็ยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟริมถนนโดยไม่มีใครพูดอะไรต่ออยู่พักใหญ่ เสียงรถที่วิ่งผ่านไปมาดังเป็นระยะ เสียงผู้คนจากร้านอาหารใกล้ ๆ ลอยมาตามลม แต่สำหรับโซ่แล้ว สิ่งเหล่านั้นแทบไม่ได้เข้ามาอยู่ในความสนใจเลย เขายังคงมองมือของตัวเองที่กำลังจับมือรดาอยู่ และอดไม่ได้ที่จะคิดว่ามือคู่นี้เมื่อไม่กี่วันก่อนยังเป็นเพียงมือของลูกค้าคนหนึ่งที่เข้ามาในร้าน แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นมือของแฟนเขาไปแล้วจริง ๆ“เฮีย”เสียงของรดาทำให้เขาเงยหน้าขึ้น“ครับ?”“เรากลับกันได้หรือยังคะ?”โซ่หลุดหัวเราะเบา ๆ “ได้ครับ” เขาปล่อยมือเธออย่างเสียดายเล็ก ๆ ก่อนเดินไปทางรถ “แต่เฮียมีคำถาม”“อะไรคะ?”“ตอนนี้เราเป็นแฟนกันจริง ๆ แล้วใช่ไหม?”รดาหยุดเดินแล้วหันมามองเขา “ก็เมื่อกี้หนูตอบตกลงไปแล้วค่ะ”“เฮียอยากได้ยินอีกครั้ง”“ทำไมคะ?”“อยากฟังครับ”รดามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกมาอย่างชัดเจน “ค่ะ เราเป็นแฟนกันจริง ๆ แล้ว”เพียงประโยคเดียวก็ทำให้คนที่เคยมีคำพูดหวาน ๆ ให้ผู้หญิงฟังได้แทบทุกสถานการณ์ยิ้มกว้างจนปิดไม่มิด โซ่พยักหน้าเหมือนกำลังยืนยันกั
ตอนที่ 8 แฟนจริง ๆ ได้ไหมเช้าวันถัดมา โซ่ใช้เวลานานกว่าปกติในการเลือกเสื้อผ้า ทั้งที่วันนี้เขาไม่ได้มีนัดสักกับลูกค้าคนสำคัญ ไม่ได้มีงานถ่ายแบบ หรือมีธุระอะไรที่ต้องแต่งตัวเป็นพิเศษ สิ่งเดียวที่แตกต่างจากทุกวันคือช่วงเย็นเขาต้องไปรับรดาที่โรงเรียนและไปพบผู้ชายที่ตามจีบเธอ และไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เรื่องแค่นี้กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจะไปพบคนสำคัญของตัวเอง โซ่ยืนมองตัวเองในกระจกอยู่พักหนึ่งก่อนหยิบเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มมาสวมทับเสื้อยืดเรียบ ๆ แล้วจัดทรงผมให้เข้าที่ “ไม่ได้ไปแข่งกับใครนะโซ่” เขาพูดกับตัวเอง “แค่ไปช่วยแฟน” พูดจบก็หยุดไปครู่หนึ่งก่อนยิ้มออกมา เพราะคำว่า แฟน ที่หลุดออกจากปากนั้นฟังดูเป็นธรรมชาติเกินกว่าจะเรียกว่าการแสดงเสียแล้วช่วงบ่ายที่ร้านค่อนข้างยุ่ง โซ่ต้องสักงานต่อเนื่องจนแทบไม่มีเวลาพัก แต่ระหว่างนั้นโทรศัพท์ของเขาก็สั่นขึ้นมาเป็นระยะ เมื่อหยิบขึ้นมาดู เขากลับพบเพียงข้อความจากรดาสั้น ๆ ว่า วันนี้หนูเลิกเรียนห้าโมงนะคะ เขาตอบกลับทันทีว่า ครับ เฮียไปรับ แล้ววางโทรศัพท์ลง ทว่าผ่านไปไม่ถึงห้านาที เขาก็หยิบขึ้นมาเปิดอ่านข้อความนั้นอีกครั้งอย่างไม่มีเหตุผล ลูกค้าที







