Se connecter“ลูกจัน...เอ่อ...ลูกจัน...ฮึก...ฮึก”
ฉันพึมพำสะอึกสะอื้นกับตัวเองด้วยเพราะตอนนี้ตนเองไม่รู้จริง ๆ ว่าจะเริ่มตรงไหนจะจับต้นชนปลายยังไง เพราะเอาเข้าจริงบอกตามตรงตอนนี้ฉันเหมือนกับโดนทุบด้วยค้อนปอนด์ซ้ำ ๆ จนสมองอื้ออึงไปหมด
“อ๋อ...มีนี่ด้วยค่ะ”
ก่อนที่พี่นิดเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จากนั้นพี่นิดก็รีบวิ่งไปหยิบซองสีน้ำตาลที่อยู่ถัดจากร่างของพ่อของฉันที่นอนอยู่เพื่อเอามาให้ฉัน
“นะ...นี่ค่ะ เอกสารนี้พี่เห็นพอคุณท่านอ่านจบท่านก็เป็นลมล้มพับไปเลยค่ะ”
ฉันรับเอกสารจากมือพี่นิดมาเปิดอ่าน และด้วยความจริงที่อยู่ในกระดาษด้านในนั้นก็ทำให้ฉันแทบจะทรงตัวไม่อยู่
“นะ...นี่...มัน...มันเกิดอะไรขึ้น” (O_O”)
เมื่อตัวอักษรที่อยู่ในกระดาษขาวได้เรียงร้อยเล่าความจริงที่ฉันต้องเผชิญนับต่อจากนี้ได้อย่างชัดเจน แต่ละบรรทัดที่บอกว่าบ้านของฉันเป็นหนี้เท่าไรและทรัพย์สินอะไรบ้างที่ถูกยึดไป โดยเฉพาะชื่อของผู้รับจำนองที่ปรากฏตรงหน้าดันเป็นชื่อของคนที่ฉันคุ้นเคย
“คะ...คุณป้า...ทิตยา...ปะ...เป็นไปได้ยังไง...!! แล้วแม่เฮียทิศมาเกี่ยวกับอะไรกับเรื่องนี้ด้วย??”
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากอย่างไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าเอ่ยตะกุกตะกักไม่ต่างจากมือที่สั่นไหวบีบกระดาษแน่นจนยับยู่ยี่ สมองที่ยุ่งเหยิงอย่างไม่เข้าใจว่า ณ วินาทีมันเกิดอะไรขึ้น เพราะถึงแม้ว่าที่ผ่านมาทางบ้านของเฮียทิศจะคอยช่วยเหลือแนะนำเรื่องการลงทุนหรือพวกเรื่องคอนเนคชั่นที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจอสังหาฯ ของบ้านฉันมาโดยตลอดก็ตาม แต่ที่ฉันไม่เข้าใจเลยก็คือในวันนี้มันเกิดอะไรขึ้นทำไมในหน้าเอกสารการยึดทรัพย์สินบ้านฉันถึงมีชื่อของแม่เฮียทิศเป็นเจ้านี้...!!
ความสับสนมึนงงพลันเกิดขึ้นในทันทีเพราะยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ ดังนั้นสิ่งที่ฉันจะทำได้ในวินาทีนี้เลยก็คือฉันต้องโทรไปหาคนที่พอจะให้คำตอบกับฉันได้
“พี่นิดค่ะ รบกวนพี่นิดช่วยไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าให้ลูกจันหน่อยค่ะ”
และทันทีที่ฉันได้รับมือถือจากมือแม่บ้าน หลังจากที่ฉันกดไปยังปลายสายที่ต้องการ...เสียงตอบรับจากระบบอัตโนมัติที่ตอบกลับมาก็ทำให้หัวใจฉันหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที
(หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...)
มือที่จับโทรศัพท์สั่นระริกพร้อมกับสายตาที่มองไปยังหน้าจอที่ปรากฏชื่อของผู้ชายที่ฉันรักที่ตอนนี้ฉันไม่สามารถติดต่อเขาได้
“ฮะ...เฮียทิศ ทำไมถึงปิดเครื่อง...ระ...หรือว่า”
หัวใจดวงน้อยพลันเต้นระรัวพร้อมกับความคิดอกุศลบังเกิดขึ้นทันทีหลังจากที่ฉันไม่สามารถติดต่อคนปลายสายได้ ก่อนที่สุดท้ายฉันจะตัดสินใจไปหาเขาแทนที่จะมารออยู่แบบนี้
“พี่นิดค่ะลูกจันฝากพี่นิดเรียกรถพยาบาลมารับคุณพ่อกับคุณแม่ก่อนได้ไหมคะ ลูกจันมีเรื่องต้องไปจัดการก่อนแล้วจะตามไปที่โรงพยาบาลทีหลังนะคะ”
ฉันเอ่ยปากสั่งแม่บ้านเสร็จก็รีบบึ่งรถไปยังจุดหมายปลายทางทันที
ณ คฤหาสน์ต้นตระกูลรุ่งเรือง
“สวัสดีค่ะ ลูกจันเองค่ะเฮียทิศอยู่ไหมคะ”
ฉันเปิดกระจกรถเลื่อนลงเพื่อคุยกับคนดูแลหน้ารั้วบ้านของเฮียทิศหลังจากมาจอดยังหน้าบ้านของเฮียทิศแล้ว แม้จะรู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นต่อการกระทำของคนดูแลตรงหน้า เนื่องด้วยเพราะปกติแล้วคนดูแลหน้ารั้วบ้านมักจะเปิดประตูบ้านให้ฉันเข้าไปทันทีเพราะจำรถของฉันได้ แต่วันนี้ทุกอย่างกลับดูแปลกไปหมด ฉันที่ในเวลานี้กลับถูกกันเอาไว้หน้าบ้านเหมือนกับเป็นคนแปลกหน้าที่มาบ้านนี้เป็นครั้งแรก...
“เดี๋ยวผมแจ้งให้นะครับ กรุณารอสักครู่นะครับ”
“นี่ลูกจันเองนะคะ พี่จำลูกจันไม่ได้หรอ??”
ฉันขมวดคิ้วถามย้ำด้วยเพราะฉันนั้นจำได้ดีว่าคนตรงหน้าเป็นคนดูแลประจำรั้วหน้าบ้านที่คุ้นเคยดีและมักจะยิ้มแย้มเปิดประตูต้อนรับฉันอยู่เสมอ เพียงแต่วันนี้ทุกอย่างที่เขาแสดงออกมามันกลับดูตรงกันข้ามกับที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง...เขาทำเหมือนกับว่าไม่รู้จักฉันเลยสักนิด...
“ผมทราบครับ แต่ผมเองคงต้องแจ้งคุณท่านก่อนนะครับ”
เสียงหนักแน่นที่ตอบกลับมายิ่งทำให้หัวใจของฉันดำดิ่งไปสู่ห้วงลึกของลางสังหรณ์ที่คิดเอาไว้ แม้ว่าในใจลึก ๆ จะไม่อยากให้สิ่งที่คิดเกิดขึ้นแต่ด้วยสถานการณ์ตรงหน้ามันอาจเลี่ยงไม่ได้แล้วว่าสิ่งที่ฉันคิดกำลังจะเกิดขึ้นจริง ๆ
หัวใจที่ดำดิ่งในขณะที่นั่งรออยู่ในรถเพื่อรอฟังคำตอบว่าฉันจะได้ผ่านรั้วขนาดใหญ่ตรงหน้านี้ที่แต่ก่อนเคยผ่านไปได้อย่างง่ายดายเพื่อเข้าไปหาคำอธิบายได้ไหม และจากนั้นไม่นานเสียงเคาะกระจกรถก็ได้ดังขึ้นเรียกสติที่หลุดลอยให้กลับคืนมา...
ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก
ครืดดดดด ~~
“ลูกจันเข้าไปได้ไหมคะ...??”
“เอ่อ...ต้องขออภัยด้วยนะครับคุณลูกจัน ตอนนี้คุณท่านไม่สะดวกที่จะให้เข้าพบครับ”
สิ้นคำตอบของคนดูแลประตูรั้วหน้าบ้านใหญ่มือที่กำพวงมาลัยพลันกำแน่นอีกทั้งหัวใจยังสั่นระรัวเต้นเต็มแรงสูบ ความรู้สึกวูบโหวงหัวสมองว่างเปล่าจนขอบตาเริ่มที่จะร้อนผ่าวคลอไปด้วยหยาดน้ำใส
และด้วยความรู้สึกที่แหลกสลายจากการผิดหวังก็มาพร้อมกับสติที่ขาดสะบั้นจนอดไม่ไหวที่จะระเบิดอารมณ์ออกไปอย่างที่ตัวเองไม่คาดคิดจะทำมาก่อน...
บรื้นนนนน...
ปังงงงง...!!
เสียงเร่งเครื่องยนต์เต็มสูบก่อนที่จะถูกกดเหยียบคันเร่งจนมิดเท้าทำให้รถหรูหลักหลายล้านพุ่งชนเข้ากับรั้วประตูไทเทเนียมสุดแข็งแรง จนรถที่เป็นเหล็กเหมือนกันถึงกับบู้บี้หน้ารถยู่แทบจะกินเข้ามาเกือบถึงคอนโซลรถ
“…เฮ้ย...!!”
“โอ๊ยยยยย...ซี๊ดดดดดด ~~”
มือบางพลางกุมไปที่หน้าผากหลังจากที่มันถูกกระแทกเข้ากับพวงมาลัยรถยนต์เข้าอย่างจัง ก่อนตัวฉันจะรับรู้ได้ถึงของเหลวสีแดงที่เปียกเต็มฝ่ามือ
ปึงๆๆๆ
“คุณลูกจันครับคุณลูกจัน...เป็นอะไรไหมครับ”
เสียงของคนดูแลหน้าประตูรั้วบ้านต้นตระกูลรุ่งเรืองเคาะกระจกรถรัว ๆ ร้องถามด้วยความตกใจหลังจากเห็นการกระทำของฉันที่ทำลงไป
เพียงแต่ฉันไม่สนใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตัวเองแล้ว เพราะวินาทีนี้สิ่งที่ฉันต้องการรู้มากที่สุดก็คือคำอธิบายกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวฉัน
“เปิดประตู...!! ฮึก...ฮึก...เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวฉัน อธิบายมาซิอธิบายมา...ออกมาคุยกันซิ...ฮึก...ฮึก...ออกมา...!!”
เสียงตะโกนร้องโวยวายที่ดังออกมาจากริมปากที่สั่นระริกหลังจากที่ตัวฉันเดินโซซัดโซเซลงจากรถ ชุดนักศึกษาที่บัดนี้เต็มไปด้วยสีแดงฉานของทั้งเลือดผู้เป็นมารดาที่จากไปรวมกับเลือดที่ไหลเป็นทางลงมาจากหัวตัวเอง
และแม้ว่าตรงบริเวณหัวมันจะเริ่มทวีความเจ็บปวด แต่วินาทีนี้ความเจ็บที่เกิดขึ้นกลับไม่อาจหยุดยั้งความต้องการที่อยากรู้ถึงความจริงที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของตัวเองได้
“คุณลูกจันครับพอเถอะครับคุณบาดเจ็บอยู่นะครับ คุณกลับไปก่อนเถอะครับ”
พี่ที่ดูแลรั้วบ้านคนเดิมเดินมาพูดด้วยความเป็นห่วงด้วยเห็นสภาพของฉันที่เต็มไปด้วยเลือด พร้อมกับเอ่ยบอกให้ฉันกลับบ้านไปก่อน
“ปล่อยฉัน...!! ไปบอกคนที่อยู่ในบ้านให้ออกมาฉันต้องการคำอธิบาย ไปบอกคุณทิศให้ออกมาหาฉัน ฉันต้องการพบเขา...ฮึก...ฮืออออ ~~”
“กลับไปก่อนเถอะนะครับ เลือดคุณไหลออกมาเยอะแล้ว”
“ไม่...!! ฉันต้องการเจอคุณอาทิตย์ ไปเรียกเขามาพบฉัน ฮึก...ฮึก...”
“แต่ว่าคุณอาทิตย์ไม่อยู่นะครับ”
สิ้นคำตอบของคนดูแลที่ประจำอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่ฉันถึงกับหน้าเหวอหันไปหาคนพูดทันที เพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้ในเมื่อเมื่อวานซืนฉันยังได้คุยกับผู้ชายที่ฉันถามหาอยู่เลย
“ว่ายังไงนะ...!! อย่ามาโกหกฉันนะ” ฉันตวาดลั่นใส่คนตรงหน้าอย่างไม่เคยทำมาก่อน ก่อนจะหันไปตะโกนเรียกคนในบ้านอีกครั้ง
“เฮียทิศ...เฮียทิศศศศศ ออกมาคุยกับลูกจันเดี๋ยวนี้นะ...เฮียทิศศศศศ...”
ฉันที่ไม่ว่ายังไงก็ไม่เชื่อในสิ่งที่คนดูแลหน้ารั้วบ้านพูดยังคงตะโกนไม่หยุด ก่อนที่อาการเจ็บแปล๊บที่บริเวณหัวอีกทั้งอาการเสียเลือดจนหน้าเริ่มมืดก็ได้ทำให้เสียงที่ตะโกนเรียกชื่อผู้ชายที่ฉันต้องการเจอในยามนี้ที่สุดได้เป็นเสียงสุดท้ายที่ตะโกนออกไปก่อนที่สติของฉันจะดับวูบลง...
“พี่นิดพูดกับลูกจันได้ตรง ๆ เลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจกัน อีกอย่างลูกจันก็เคยบอกแล้ว ณ เวลานี้เราคือครอบครัวเดียวกันลูกจันไม่ใช่ลูกเจ้านายของพี่นิดอีกแล้วนะคะ”ฉันยื่นมือออกไปกุมมือที่ประสานอยู่ที่หน้าตักของพี่นิดแน่นอย่างต้องการให้คนตรงหน้ารับรู้ถึงความจริงใจของฉัน“ขอบคุณนะคะที่เห็นพี่เป็นคนในครอบครัว” (^-^)“ก็พี่นิดเป็นครอบครัวของลูกจันจริง ๆ นี่ค่ะ แล้วอีกอย่างความจริงแล้วต้องเป็นลูกจันต่างหากที่ต้องขอบคุณพี่นิดที่ยังอยู่คอยช่วยเหลือลูกจันอยู่จนถึงทุกวันนี้” (^-^)คำพูดขอบคุณที่ถูกส่งออกมาอย่างที่ตัวเองคิดมาเสมอนับตั้งแต่ที่เกิดเรื่อง แม้ว่าเรื่องค่าใช้จ่ายภายในห้องเช่าทุกอย่างฉันจะเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด แต่พี่นิดเองหลังจากรับเงินก้อนนั้นไปจากฉันพี่นิดเองก็ไม่เคยเรียกร้องเอาเงินเดือนจากฉันอีกเลยแม้ว่าฉันจะหยิบยื่นให้ก็ตาม แถมทุกวันนี้ที่ฉันได้ออกไปหางานทำได้อย่างสบายใจก็ได้พี่นิดนี่แหละที่คอยช่วยดูแลคุณพ่อที่ยังคงนอนติดเตียงอยู่“พี่เต็มใจค่ะ คุณลูกจันไม่ต้องคิดมาเรื่องนี้เลยนะคะ” (^-^)“ถึงยังไงลูกจันก็ต้องขอบคุณค่ะ และอยากให้พี่นิดรู้ไว้นะคะว่าพี่นิดเป็นเสมือนผู้มีพระคุณของลูกจัน” (
เรื่องราวทุกอย่างที่ฉันได้รับการดูถูก หลาย ๆ อย่างที่ฉันต้องพบเจอในตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้ว่าฉันจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฉันยังคงเจ็บปวดและยังรู้สึกต่อสิ่งที่พบเจออยู่ เพียงแต่เพราะฉันยังมีสิ่งที่ยังทำให้ฉันมีพลังเดินหน้าสู้ต่อนั่นก็คือกำลังใจจากคนทั้งสองที่ยังรอความหวังอยู่ที่ห้องเช่าขนาดเล็ก และด้วยกำลังใจของพวกเขานั้นก็ทำให้ฉันตั้งใจแล้วว่าฉันจะไม่ใส่ใจกับสิ่งไร้สาระที่ได้พบเจออีกต่อไปแล้วส่วนเรื่องราวของพี่นิดนับตั้งแต่วันนั้นที่ฉันตั้งใจว่าจะมอบเงินก้อนหนึ่งให้พี่นิดเพื่อให้เป็นทุนในการตั้งตัว แม้ว่าพี่นิดจะเอ่ยปากปฏิเสธในตอนแรกด้วยเพราะเกรงใจฉัน แต่เป็นเพราะฉันเองที่พยายามยัดเยียดเงินก้อนนั้นให้กับพี่นิดด้วยเพราะตั้งใจไว้แล้วว่าจะให้ นั่นจึงทำให้พี่นิดยอมที่จะรับน้ำใจของฉันเอาไว้โดยที่พี่นิดเองก็ยังคงเลือกที่จะอยู่ช่วยดูแลคุณพ่อของฉันต่อในระหว่างที่ฉันเริ่มออกไปหางานทำ...“เป็นยังไงบ้างคะคุณลูกจัน...วันนี้พอจะมีข่าวดีไหมคะ”พี่นิดถามหลังจากที่เห็นฉันเปิดประตูเข้ามาในห้องยามเย็น หลังจากที่ฉันออกไปหางานทำตั้งแต่เช้าก่อนที่ปฏิกิริยาของฉันที่มาพร้อมกับสีหน้าสลดนั้นจะเป็นคำตอบได้ดีถึงผลลั
“ฮึก...ฮึก...พี่นิดค่ะ...ฮึก...ฮึก”เสียงสะอึกสะอื้นที่แม้จะมีคำพูดมากมายอยากจะพูดกับคนตรงหน้าแต่กลับพูดไม่ออกทำได้เพียงแค่เรียกชื่อด้วยความตื้นตันใจเท่านั้น“ไม่เป็นไรนะคะ ไม่เป็นไร พี่เชื่อว่าคุณลูกจันกับคุณท่านจะผ่านมันไปได้นะคะ”มือบางที่อบอุ่นที่สุดในยามนี้ยื่นมาลูบหลังที่สั่นไหวเบา ๆ ด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ สายตาที่มองร่างบอบบางอย่างรู้สึกเวทนาในชะตาของหญิงสาวเพียงแต่ด้วยสถานะของคนปลอบนั้นเธอเองจึงทำได้ดีที่สุดเพียงเท่านี้“ขอบคุณนะคะ...ฮึก...ฮึก...ขอบคุณจริง ๆ บุญคุณครั้งนี้ลูกจันจะไม่มีวันลืมเลย”“ไม่เป็นไรนะคะ นิ่งซะนะยังไงคุณลูกจันยังมีคุณท่าน คุณท่านยังรอคุณลูกจันอยู่นะคะ” (^-^)พี่นิดเอ่ยปลอบอีกครั้งก่อนที่เราจะช่วยกันวางแผนชีวิตในลำดับต่อไป และหลังจากที่ออกจากห้างสรรพสินค้าแล้วพวกเราก็ได้พากันไปหาห้องเช่าเพื่อที่จะพาคุณพ่อกลับไปพักผ่อน...กระทั่งเมื่อได้ห้องพักโดยการจัดการของพี่นิดแล้ว ฉันก็ให้พี่นิดอยู่รอที่ห้องพักเลย ส่วนฉันก็เลือกที่จะกลับไปรับคุณพ่อที่โรงพยาบาลเพียงลำพัง...หลังจากที่ฉันได้เคลียร์ค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันก็พาคุณพ่อกลับมายัง
“โธ่...คุณลูกจัน ทำไมเรื่องราวมันถึงเลยเถิดไปได้ถึงขนาดนี้กันล่ะคะ”นิดถึงกับถอนหายใจรู้สึกปลงตกกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งได้รับฟังมา และแม้ว่าจะรู้อยู่แล้วว่าทุกอย่างมันจะไม่เหมือนเดิม แต่ตนเองก็ไม่คิดว่ามันจะพังทลายได้ถึงขนาดนี้...ความเงียบเข้าปกคลุมหลังจากที่ฉันเล่าทุกอย่างให้พี่นิดฟัง แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าพี่นิดจะคิดยังไง เพราะถ้าให้บอกตามตรงในเวลานี้พี่นิดก็เท่ากับว่าได้ตกงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ว่าพี่นิดจะคิดยังไงจะอยู่หรือว่าจะไปจากฉัน แต่สิ่งที่ฉันตั้งใจเอาไว้เลยก็คือหลังจากที่ฉันขายพวกเครื่องประดับพวกนี้ได้เงินมาแล้วฉันจะแบ่งเงินส่วนหนึ่งให้พี่นิดไปตั้งตัวด้วย เพราะรู้สึกซึ้งใจที่นับตั้งแต่เกิดเรื่องกับครอบครัวฉันมาพี่นิดเป็นคนงานเพียงคนเดียวที่ยังยืนหยัดอยู่กับฉันมาจนถึงวินาทีนี้ ส่วนคนงานคนอื่นกลับหนีหายไปตั้งแต่วันที่มีอันธพาลมาอาละวาดที่บ้านวันนั้นแล้วหัวใจที่เต้นระรัวด้วยกลัวว่าพี่นิดจะชิ่งหนีไปก่อนหลังได้รับฟังความจริงก็ค่อย ๆ พลันสงบลงอย่างคนที่ปลงตกและคิดได้ เพราะถ้าหากพี่นิดคิดจะจากฉันไปมันก็เป็นสิทธิ์ของเขาจากนั้นไม่นานรถโดยสารสาธารณะส่วนบุคคลก็พาเราสองคนมาถึงห้า
ณ โรงพยาบาล M พรีเมียมฉันพาร่างที่สะบักสะบอมกลับมายังห้องพักผู้ป่วยที่ยังเหลือคนที่มีสายเลือดใกล้ชิดเพียงคนเดียวในชีวิตของฉันอยู่ ภาพของพ่อที่ยังคงนอนแน่นิ่งแม้ว่าคุณหมอจะแจ้งว่าเป็นผลจากอาการช็อกและผลจากการเป็นอัมพาตก็ตาม แต่ฉันกลับรู้สึกว่าในเวลานี้บนโลกใบนี้คงเหลือแค่ฉันเพียงคนเดียวเท่านั้น“ฮึก...ฮึก...พ่อค่ะ...ฮือออออ ~~”ฉันพุ่งตัวเข้าไปกอดพ่อด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นตีมวนไปหมด ความเจ็บปวดที่ระบมไปทั่วทั้งตัวเมื่อรวมเข้ากับความรู้สึกแหลกสลายที่อยู่ในใจแล้วมันกลับทำให้ความอ่อนแอที่ฉันตั้งใจจะกดมันเอาไว้เพื่อให้คนข้างนอกเห็นว่าฉันเข้มแข็งไม่เป็นอะไรได้พรั่งพรูออกมาเกินกว่าจะทนไหวใบหน้าที่แนบไปกับหน้าอกของผู้เป็นบิดาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลจนเสื้อผู้ป่วยชื้นแฉะกลับไม่ทำให้ความรู้สึกปวดร้าวที่เกิดขึ้นหายไปได้เลยสักนิด น้ำตาที่ยังคงหลั่งไหลออกมาไม่หยุดเหมือนต้องการให้มันไหลออกมาให้หมดเพื่อที่วันหน้าฉันจะได้ไม่ต้องเสียใจให้กับเรื่องพวกนี้อีกแล้ว...กระทั่งเมื่อเสียงสะอื้นค่อย ๆ แผ่วลงหลังจากที่ฉันร้องไห้อยู่สักพัก อีกทั้งความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่อัดแน่นก่อนหน้านี้ก็เริ่มจะคลายลง ฉันที่ค่อ
แกร๊งๆๆๆ“ใครเอาโซ่มาคล้องไว้กันนะ...??”ฉันจับไปยังโซ่เส้นโตที่คล้องประตูบ้านฉันเอาไว้ก่อนจะเขย่ามันอย่างแรงจนเกิดเป็นเสียงดังลั่น ก่อนจะตะโกนลั่นด้วยความโกรธเคือง“เปิดเดี๋ยวนี้นะฉันบอกให้เปิด...นี่มันบ้านของฉันนะ...!! มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้”และในขณะที่ฉันกำลังโวยวายอยู่นั้นในจังหวะที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างทั้งร่างก็พลันถูกผลักล้มลงกระแทกพื้นด้วยแรงอันมหาศาลทันทีตุบ...!!“อะ...โอ๊ย...!!”“มาโวยวายอะไรตรงนี้ ออกไป...!!”เสียงคำรามน่าหวาดหวั่นของคนตัวโตที่มีลักษณะของนักเลงเอ่ยตวาดหลังจากผลักฉันให้ออกไปจากรั้วประตูบ้าน“นะ...นี่มันบ้านฉันนะ นายเป็นใครถึงมาทำแบบนี้กับฉัน...!!”หลังจากที่ฉันหยัดตัวลุกขึ้นมาจากพื้นได้ฉันก็แว้ดใส่ผู้ชายหน้าโหดทันที“ฮ่าๆๆ บ้านมึงหรอนี่มันบ้านเจ้านายกูโว้ย...ไสหัวไปซะไม่อย่างนั้นกูอาจจะทำปืนลั่นใส่กบาลมึงเอาได้ แต่เอ...หน้าตาแบบนี้หรือจะเอาทำเมียก่อนดีแล้วค่อยฆ่าทิ้ง ฮ่าๆๆๆ”คนกักขฬะพูดจาร้ายกาจพร้อมกับเดินย่างสามขุมมาหาฉัน โดยที่คำพูดเหล่านั้นมันเริ่มทำให้ฉันกลัวจนต้องเดินถอยหนี“พูดแบบนี้ไม่กลัวติดคุกหรือไง”ฉันพูดออกไปทำเหมือนไม่เกรงกลัว แม้ว่าตัวเอง




![4P ฮาเร็มของเลวาริน [เรย์xคริสxดีแลนxแทนคุณ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


