Se connecterชื่อของใครคนหนึ่งที่ฉันคะนึงหาพลันผุดขึ้นมาในช่วงเวลาที่สำคัญของชีวิตทันที เพียงแต่ว่าด้วยเหตุการณ์ก่อนหน้านี้มันเริ่มทำให้ฉันไม่แน่ใจแล้วว่าตัวฉันยังสำคัญกับเขาอยู่ไหมและเขายังต้องการที่จะเจอฉันอยู่อีกหรือเปล่า
ความคิดที่มาพร้อมกับคำตอบกลาย ๆ ถึงสิ่งที่ฉันยังไม่ได้รับเลยในหลายวันมานี้ ไม่มีแม้แต่สายโทรศัพท์หรือข้อความจากทางฝั่งคู่หมั้นของฉันติดต่อกลับมาเลย มันพอที่จะทำให้ฉันได้รับคำตอบแล้วว่าตัวเองกำลังโดนทิ้ง
เพียงแต่ด้วยหัวใจที่มันยังคงเต็มไปด้วยคำว่ารักที่มีให้ต่อชายหนุ่ม หัวใจที่ยังคงเหลือเศษเสี้ยวแห่งความหวังมันที่ยังยืนยันที่จะให้โอกาสเขาได้อธิบายก่อนจะตัดสินว่าเขานั้นทรยศ นั่นจึงทำให้ฉันต้องกลับไปยังบ้านนั้นอีกครั้งเพื่อที่ฉันจะได้ไม่ตัดสินใจเขาผิดไป
สิ้นความคิดที่ตกลงกับตัวเองในหัวได้แล้ว ฉันที่ไม่รอช้าก็จัดการดึงสายน้ำเกลือออกด้วยหัวใจที่เด็ดเดี่ยว ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ต้นตระกูลรุ่งเรืองทันที...
ณ คฤหาสน์ต้นตระกูลรุ่งเรือง
ร่างบางยืนมองคฤหาสน์หลังใหญ่ด้วยหัวใจที่เต้นระรัวหลังจากลงจากรถแท็กซี่ ขาที่ก้าวแทบไม่ออกจนตัวเองต้องมาตั้งสติยืนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกพลังให้กลับมาเสียก่อน และกว่าที่ฉันจะกล้าเดินไปตรงหน้ารั้วไทเทเนียมสูงตระหง่านนั้นได้ฉันก็ใช้เวลาไปพอสมควร...
“พี่ค่ะช่วยไปบอกคุณทิศให้หน่อยได้ไหมคะว่าลูกจันต้องการขอพบ”
สองขาที่ก้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้าของผู้ดูแลหน้าประตูรั้วคนเดิมเอ่ยปากข่มน้ำเสียงขอร้องที่สั่นเครือออกไป
“คะ...คือว่าคุณทิศ...ทะ...ท่าน...เอ่อ...”
คนตรงหน้าดูอึกอักไม่ยอมพูดในตอนแรก แต่สุดท้ายแล้วก็ได้พูดในสิ่งที่อึดอัดใจออกมา
“คือว่าคุณทิศท่านไม่อยากพบคุณลูกจันน่ะครับ...”
“ว่าไงนะคะ...!!” (O_O)
ฉันถึงกับอึ้งหลังได้ยินคำตอบว่าผู้ชายที่ฉันรักและหวังว่าจะเป็นที่พึ่งในยามคับขันได้ตัดขาดเยื่อใยกับฉันแล้ว ก่อนที่ประโยคถัดมาของพี่ที่ประจำอยู่ตรงหน้ารั้วบ้านจะทำให้ฉันยิ่งอึ้งตะลึงงันขึ้นไปอีก
“พะ...พอดีตั้งแต่วันนั้นที่คุณลูกจันมาท่านก็สั่งเอาไว้ว่าถ้าคุณลูกจันมาอีกให้แจ้งคุณลูกจันว่าท่านไม่ต้องการพบครับ”
“ไม่จริง...เฮียทิศไม่มีทางทำแบบนี้กับลูกจันแน่ ๆ พี่ต้องฟังผิดแน่ ๆ” ฉันที่ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ตัวเองได้ยินถึงกับถามย้ำเสียงสั่นออกไป
“จริงครับ คุณลูกจันกลับไปเถอะครับผมต้องขออภัยด้วยที่ต้องพูดแบบนี้” คนพูดก้มหน้าพูดอย่างไม่กล้าสบตา จนฉันที่รับไม่ได้กับสิ่งที่ได้ยินถึงกับระเบิดอารมณ์ออกมาทันที
“ไม่...!! ฉันไม่กลับ ลูกจันไม่กลับ...ฮึก...เฮียทิศ...เฮียทิศค่ะ ป้าทิตยา คุณลุงอารัญ ฮึก...ฮึก...ใครก็ได้ช่วยออกมาอธิบายให้ลูกจันฟังหน่อยที ใครก็ได้...ฮือออออ ~~” (ToT)
ฉันโก่งคอร้องเรียกคนในบ้านอย่างบ้าคลั่งและแม้จะรู้ดีว่าการตะโกนอยู่ตรงนี้ไม่อาจทำให้คนในบ้านได้ยินเสียงนี้ได้สักนิด เพียงแต่ในวินาทีที่หัวใจกำลังแตกสลายฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงแล้ว
ก่อนที่ท่าทางอันน่าเวทนาของฉันจะทำให้คู่สนทนาอดมองด้วยแววตาสงสารไม่ได้
“คุณลูกจันกลับไปเถอะครับ เดี๋ยวจะเจ็บป่วยไปอีก อีกอย่างดูท่าแล้วอีกไม่นานฝนก็ใกล้จะตกแล้วด้วยนะครับ กลับไปก่อนเถอะครับ”
น้ำเสียงที่พูดออกมาด้วยความเป็นห่วงจากใจจริงของคนที่เห็นหญิงสาวตรงหน้ามานาน เขาที่รู้ซึ้งดีกับความมีน้ำใจของหญิงสาวตรงหน้ามากแค่ไหนยามที่มาเป็นแขกของลูกชายบ้านนี้ แต่เขาเองก็ไม่รู้จะทำยังไงในเมื่อผู้เป็นเจ้านายเป็นคนสั่งเขามาแบบนี้
และแม้ว่าเขาเองจะรู้สึกแปลกใจถึงความสัมพันธ์ของสองครอบครัวที่ตลอดเวลาที่ผ่านมามันแน่นแฟ้นมากแค่ไหนใคร ๆ ต่างก็รู้กันทั้งวงสังคม เพียงแต่จู่ ๆ ทำไมกันพวกเขาถึงได้ออกคำสั่งให้ไล่หญิงสาวไปอย่างไร้เยื่อใยได้ขนาดนี้
“นะครับคุณลูกจันกลับไปก่อนเถอะนะครับอยู่ตรงนี้ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกนะครับ”
คำพูดที่พูดหว่านล้อมออกมาอีกครั้ง อีกทั้งเมื่อยังไม่ทันได้สิ้นถ้อยคำห่วงใยเสียงคำรามฮึ่มฮัมของท้องฟ้าก็ได้ดังเตือนขึ้นมาจนทำให้ฉันถึงกับหวาดหวั่นตัวสั่นด้วยความขลาดกลัว
ครืนนนนน ~~
“กรี๊ดดดดด...!!”
“คุณลูกจันเชื่อผมนะครับ กลับไปก่อนแล้วเดี๋ยวผมเรียกรถให้เองนะครับ”
คนที่อยู่ในสถานการณ์ลำบากใจอย่างพี่ผู้ชายตรงหน้าเอ่ยปากด้วยเสนอทางเลือกให้ฉันอีกหน หลังจากที่เขาเห็นแล้วว่าอาการของฉันดูท่าจะไม่สู้ดีนัก เพียงแต่ว่าเป็นฉันเองที่ไม่ยินยอมแม้ว่าตอนนี้ตัวจะทั้งสั่นมือที่ประสานกันแน่นจะมีเหงื่อไหลซึมออกมาก็ตาม
“มะ...ไม่ค่ะ...ยังไงลูกจันก็ไม่กลับจนกว่าจะมีใครออกมาอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของลูกจัน”
“แต่ว่า...คุณลู...ก”
และในขณะที่คนลำบากใจยังพูดไม่ทันจบประโยค
เปรี้ยงงงงง...!!
“กรี๊ดดดดด ~~”
ฉันถึงกับทรุดตัวลงไปนั่งปิดหูแน่นหลังจากได้ยินเสียงฟ้าผ่าลงมา พร้อมกับร่างที่สั่นเทิ้มจนดูน่าสงสาร
“คุณลูกจันครับ”
ครืนนนนน ~~
เปรี้ยงงงงง...!!
และด้วยเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าที่ดังขึ้นมาอีกหนก็ได้ทำให้ความคิดที่อยู่เบื้องลึกข้างในจิตใจพรั่งพรูออกมาจนหมดสิ้น
“กรี๊ดดดดด ~~ ฮึก...ฮึก...เฮียทิศลูกจันกลัว ฮือออออ ~~”
“คุณลูกจันครับกลับไปเถอะนะครับ เดี๋ยวผมเรียกรถให้”
“ฮือออออ ~~ ทำไมค่ะเฮียทิศ ทำไมถึงทำแบบนี้กับครอบครัวลูกจัน ครอบครัวเฮียทิศทำไปทำไมค่ะ ฮือออออ...แล้วที่ผ่านมาล่ะคะ ทะ...ที่ผ่านมามันคือการหลอกลวงกันใช่ไหม”
ครืนนนนน...เปรี้ยง...!!
“กรี๊ดดดดด ~~ ฮือออออ ~~”
แหมะ...แหมะ...ซ่าาาาา ~~
และเหมือนว่าคนที่คุมเกมอยู่บนฟ้าจะไม่เหลือความเมตตาให้กับฉันเลยสักนิด เพราะนอกจากจะส่งทั้งฟ้าร้องทั้งฟ้าผ่ามาแล้วก็ยังส่งเม็ดฝนให้โปรยปรายลงมาเสมือนว่าต้องการกดฉันให้จมดิน
“โธ่...คุณลูกจัน...”
เสียงตัดพ้อจากคนที่มองฉันด้วยสายตาเวทนา สะท้อนส่งไปยังอดีตภาพของคุณหนูผู้สดใสเธอที่ยิ้มหวานละไมยามที่ยื่นขนมส่งให้เขาเป็นประจำก่อนที่มันพลันจางหายเหลือเพียงภาพของหญิงสาวที่ไร้ซึ่งชีวิตชีวาที่มายืนร้องตะโกนร้องขอความยุติธรรมอยู่หน้าคฤหาสน์หลังงามในยามนี้ และถึงแม้ว่าตัวเขาจะรู้สึกสงสารคนตรงหน้าจับใจแค่ไหนก็ตาม แต่ตัวเขาก็ทำได้เพียงยื่นมือเข้าไปช่วยตามความเหมาะสมได้เพียงเท่านั้นเอง...
“พี่นิดพูดกับลูกจันได้ตรง ๆ เลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจกัน อีกอย่างลูกจันก็เคยบอกแล้ว ณ เวลานี้เราคือครอบครัวเดียวกันลูกจันไม่ใช่ลูกเจ้านายของพี่นิดอีกแล้วนะคะ”ฉันยื่นมือออกไปกุมมือที่ประสานอยู่ที่หน้าตักของพี่นิดแน่นอย่างต้องการให้คนตรงหน้ารับรู้ถึงความจริงใจของฉัน“ขอบคุณนะคะที่เห็นพี่เป็นคนในครอบครัว” (^-^)“ก็พี่นิดเป็นครอบครัวของลูกจันจริง ๆ นี่ค่ะ แล้วอีกอย่างความจริงแล้วต้องเป็นลูกจันต่างหากที่ต้องขอบคุณพี่นิดที่ยังอยู่คอยช่วยเหลือลูกจันอยู่จนถึงทุกวันนี้” (^-^)คำพูดขอบคุณที่ถูกส่งออกมาอย่างที่ตัวเองคิดมาเสมอนับตั้งแต่ที่เกิดเรื่อง แม้ว่าเรื่องค่าใช้จ่ายภายในห้องเช่าทุกอย่างฉันจะเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด แต่พี่นิดเองหลังจากรับเงินก้อนนั้นไปจากฉันพี่นิดเองก็ไม่เคยเรียกร้องเอาเงินเดือนจากฉันอีกเลยแม้ว่าฉันจะหยิบยื่นให้ก็ตาม แถมทุกวันนี้ที่ฉันได้ออกไปหางานทำได้อย่างสบายใจก็ได้พี่นิดนี่แหละที่คอยช่วยดูแลคุณพ่อที่ยังคงนอนติดเตียงอยู่“พี่เต็มใจค่ะ คุณลูกจันไม่ต้องคิดมาเรื่องนี้เลยนะคะ” (^-^)“ถึงยังไงลูกจันก็ต้องขอบคุณค่ะ และอยากให้พี่นิดรู้ไว้นะคะว่าพี่นิดเป็นเสมือนผู้มีพระคุณของลูกจัน” (
เรื่องราวทุกอย่างที่ฉันได้รับการดูถูก หลาย ๆ อย่างที่ฉันต้องพบเจอในตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้ว่าฉันจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฉันยังคงเจ็บปวดและยังรู้สึกต่อสิ่งที่พบเจออยู่ เพียงแต่เพราะฉันยังมีสิ่งที่ยังทำให้ฉันมีพลังเดินหน้าสู้ต่อนั่นก็คือกำลังใจจากคนทั้งสองที่ยังรอความหวังอยู่ที่ห้องเช่าขนาดเล็ก และด้วยกำลังใจของพวกเขานั้นก็ทำให้ฉันตั้งใจแล้วว่าฉันจะไม่ใส่ใจกับสิ่งไร้สาระที่ได้พบเจออีกต่อไปแล้วส่วนเรื่องราวของพี่นิดนับตั้งแต่วันนั้นที่ฉันตั้งใจว่าจะมอบเงินก้อนหนึ่งให้พี่นิดเพื่อให้เป็นทุนในการตั้งตัว แม้ว่าพี่นิดจะเอ่ยปากปฏิเสธในตอนแรกด้วยเพราะเกรงใจฉัน แต่เป็นเพราะฉันเองที่พยายามยัดเยียดเงินก้อนนั้นให้กับพี่นิดด้วยเพราะตั้งใจไว้แล้วว่าจะให้ นั่นจึงทำให้พี่นิดยอมที่จะรับน้ำใจของฉันเอาไว้โดยที่พี่นิดเองก็ยังคงเลือกที่จะอยู่ช่วยดูแลคุณพ่อของฉันต่อในระหว่างที่ฉันเริ่มออกไปหางานทำ...“เป็นยังไงบ้างคะคุณลูกจัน...วันนี้พอจะมีข่าวดีไหมคะ”พี่นิดถามหลังจากที่เห็นฉันเปิดประตูเข้ามาในห้องยามเย็น หลังจากที่ฉันออกไปหางานทำตั้งแต่เช้าก่อนที่ปฏิกิริยาของฉันที่มาพร้อมกับสีหน้าสลดนั้นจะเป็นคำตอบได้ดีถึงผลลั
“ฮึก...ฮึก...พี่นิดค่ะ...ฮึก...ฮึก”เสียงสะอึกสะอื้นที่แม้จะมีคำพูดมากมายอยากจะพูดกับคนตรงหน้าแต่กลับพูดไม่ออกทำได้เพียงแค่เรียกชื่อด้วยความตื้นตันใจเท่านั้น“ไม่เป็นไรนะคะ ไม่เป็นไร พี่เชื่อว่าคุณลูกจันกับคุณท่านจะผ่านมันไปได้นะคะ”มือบางที่อบอุ่นที่สุดในยามนี้ยื่นมาลูบหลังที่สั่นไหวเบา ๆ ด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ สายตาที่มองร่างบอบบางอย่างรู้สึกเวทนาในชะตาของหญิงสาวเพียงแต่ด้วยสถานะของคนปลอบนั้นเธอเองจึงทำได้ดีที่สุดเพียงเท่านี้“ขอบคุณนะคะ...ฮึก...ฮึก...ขอบคุณจริง ๆ บุญคุณครั้งนี้ลูกจันจะไม่มีวันลืมเลย”“ไม่เป็นไรนะคะ นิ่งซะนะยังไงคุณลูกจันยังมีคุณท่าน คุณท่านยังรอคุณลูกจันอยู่นะคะ” (^-^)พี่นิดเอ่ยปลอบอีกครั้งก่อนที่เราจะช่วยกันวางแผนชีวิตในลำดับต่อไป และหลังจากที่ออกจากห้างสรรพสินค้าแล้วพวกเราก็ได้พากันไปหาห้องเช่าเพื่อที่จะพาคุณพ่อกลับไปพักผ่อน...กระทั่งเมื่อได้ห้องพักโดยการจัดการของพี่นิดแล้ว ฉันก็ให้พี่นิดอยู่รอที่ห้องพักเลย ส่วนฉันก็เลือกที่จะกลับไปรับคุณพ่อที่โรงพยาบาลเพียงลำพัง...หลังจากที่ฉันได้เคลียร์ค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันก็พาคุณพ่อกลับมายัง
“โธ่...คุณลูกจัน ทำไมเรื่องราวมันถึงเลยเถิดไปได้ถึงขนาดนี้กันล่ะคะ”นิดถึงกับถอนหายใจรู้สึกปลงตกกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งได้รับฟังมา และแม้ว่าจะรู้อยู่แล้วว่าทุกอย่างมันจะไม่เหมือนเดิม แต่ตนเองก็ไม่คิดว่ามันจะพังทลายได้ถึงขนาดนี้...ความเงียบเข้าปกคลุมหลังจากที่ฉันเล่าทุกอย่างให้พี่นิดฟัง แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าพี่นิดจะคิดยังไง เพราะถ้าให้บอกตามตรงในเวลานี้พี่นิดก็เท่ากับว่าได้ตกงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ว่าพี่นิดจะคิดยังไงจะอยู่หรือว่าจะไปจากฉัน แต่สิ่งที่ฉันตั้งใจเอาไว้เลยก็คือหลังจากที่ฉันขายพวกเครื่องประดับพวกนี้ได้เงินมาแล้วฉันจะแบ่งเงินส่วนหนึ่งให้พี่นิดไปตั้งตัวด้วย เพราะรู้สึกซึ้งใจที่นับตั้งแต่เกิดเรื่องกับครอบครัวฉันมาพี่นิดเป็นคนงานเพียงคนเดียวที่ยังยืนหยัดอยู่กับฉันมาจนถึงวินาทีนี้ ส่วนคนงานคนอื่นกลับหนีหายไปตั้งแต่วันที่มีอันธพาลมาอาละวาดที่บ้านวันนั้นแล้วหัวใจที่เต้นระรัวด้วยกลัวว่าพี่นิดจะชิ่งหนีไปก่อนหลังได้รับฟังความจริงก็ค่อย ๆ พลันสงบลงอย่างคนที่ปลงตกและคิดได้ เพราะถ้าหากพี่นิดคิดจะจากฉันไปมันก็เป็นสิทธิ์ของเขาจากนั้นไม่นานรถโดยสารสาธารณะส่วนบุคคลก็พาเราสองคนมาถึงห้า
ณ โรงพยาบาล M พรีเมียมฉันพาร่างที่สะบักสะบอมกลับมายังห้องพักผู้ป่วยที่ยังเหลือคนที่มีสายเลือดใกล้ชิดเพียงคนเดียวในชีวิตของฉันอยู่ ภาพของพ่อที่ยังคงนอนแน่นิ่งแม้ว่าคุณหมอจะแจ้งว่าเป็นผลจากอาการช็อกและผลจากการเป็นอัมพาตก็ตาม แต่ฉันกลับรู้สึกว่าในเวลานี้บนโลกใบนี้คงเหลือแค่ฉันเพียงคนเดียวเท่านั้น“ฮึก...ฮึก...พ่อค่ะ...ฮือออออ ~~”ฉันพุ่งตัวเข้าไปกอดพ่อด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นตีมวนไปหมด ความเจ็บปวดที่ระบมไปทั่วทั้งตัวเมื่อรวมเข้ากับความรู้สึกแหลกสลายที่อยู่ในใจแล้วมันกลับทำให้ความอ่อนแอที่ฉันตั้งใจจะกดมันเอาไว้เพื่อให้คนข้างนอกเห็นว่าฉันเข้มแข็งไม่เป็นอะไรได้พรั่งพรูออกมาเกินกว่าจะทนไหวใบหน้าที่แนบไปกับหน้าอกของผู้เป็นบิดาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลจนเสื้อผู้ป่วยชื้นแฉะกลับไม่ทำให้ความรู้สึกปวดร้าวที่เกิดขึ้นหายไปได้เลยสักนิด น้ำตาที่ยังคงหลั่งไหลออกมาไม่หยุดเหมือนต้องการให้มันไหลออกมาให้หมดเพื่อที่วันหน้าฉันจะได้ไม่ต้องเสียใจให้กับเรื่องพวกนี้อีกแล้ว...กระทั่งเมื่อเสียงสะอื้นค่อย ๆ แผ่วลงหลังจากที่ฉันร้องไห้อยู่สักพัก อีกทั้งความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่อัดแน่นก่อนหน้านี้ก็เริ่มจะคลายลง ฉันที่ค่อ
แกร๊งๆๆๆ“ใครเอาโซ่มาคล้องไว้กันนะ...??”ฉันจับไปยังโซ่เส้นโตที่คล้องประตูบ้านฉันเอาไว้ก่อนจะเขย่ามันอย่างแรงจนเกิดเป็นเสียงดังลั่น ก่อนจะตะโกนลั่นด้วยความโกรธเคือง“เปิดเดี๋ยวนี้นะฉันบอกให้เปิด...นี่มันบ้านของฉันนะ...!! มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้”และในขณะที่ฉันกำลังโวยวายอยู่นั้นในจังหวะที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างทั้งร่างก็พลันถูกผลักล้มลงกระแทกพื้นด้วยแรงอันมหาศาลทันทีตุบ...!!“อะ...โอ๊ย...!!”“มาโวยวายอะไรตรงนี้ ออกไป...!!”เสียงคำรามน่าหวาดหวั่นของคนตัวโตที่มีลักษณะของนักเลงเอ่ยตวาดหลังจากผลักฉันให้ออกไปจากรั้วประตูบ้าน“นะ...นี่มันบ้านฉันนะ นายเป็นใครถึงมาทำแบบนี้กับฉัน...!!”หลังจากที่ฉันหยัดตัวลุกขึ้นมาจากพื้นได้ฉันก็แว้ดใส่ผู้ชายหน้าโหดทันที“ฮ่าๆๆ บ้านมึงหรอนี่มันบ้านเจ้านายกูโว้ย...ไสหัวไปซะไม่อย่างนั้นกูอาจจะทำปืนลั่นใส่กบาลมึงเอาได้ แต่เอ...หน้าตาแบบนี้หรือจะเอาทำเมียก่อนดีแล้วค่อยฆ่าทิ้ง ฮ่าๆๆๆ”คนกักขฬะพูดจาร้ายกาจพร้อมกับเดินย่างสามขุมมาหาฉัน โดยที่คำพูดเหล่านั้นมันเริ่มทำให้ฉันกลัวจนต้องเดินถอยหนี“พูดแบบนี้ไม่กลัวติดคุกหรือไง”ฉันพูดออกไปทำเหมือนไม่เกรงกลัว แม้ว่าตัวเอง







