เข้าสู่ระบบคอนโด ภูตะวัน
“ไม่จริง” เจ้าของใบหน้าเรียวสวยบนเตียงขนาด
คิงไซซ์สีดำ เพ้อออกมาเป็นเสียงพูดเบา ๆ พลางส่ายหน้าไปมา ราวกับว่ากำลังเผชิญกับอะไรบางอย่างในความฝัน จนตามกรอบหน้าผุดซึมไปด้วยเม็ดเหงื่อ ก่อนที่คนบนเตียงจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้าหวาดกลัว
“เฮือก!” นิวารินเบิกตากว้างพลางหอบหายใจถี่รัว ส่งผลให้หยาดน้ำสีใสที่ค้างอยู่ในดวงตาเอ่อนองออกจากหางตาอีกครั้ง เหตุการณ์ที่เจอในฝันทำให้เธอกลัว จนไม่อยากให้เกิดขึ้นจริง แต่เมื่อตื่นจากฝันร้ายกลับพบว่าห้องที่นอนอยู่ไม่ใช่ห้องของตัวเอง อีกทั้งยังรู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังจ้องมองอยู่ จึงรีบเด้งตัวลุกขึ้น…
“นาย!” แววตาคู่สวยสั่นระริก เมื่อเห็นว่าคนที่นั่งบนเก้าอี้ปลายเตียงคือใคร เธอไม่ปล่อยให้ตัวเองจอมอยู่กับความคิดความสับสนนาน รีบก้าวขาลงจากเตียงหนีจากอันตรายแต่…
หมับ!
พรั่ก!
“อ๊ะ!” หนีออกจากห้องนอนไม่พ้น เมื่อทั้งร่างถูกคนตัวสูงรวบทันควัน ก่อนจะถูกเหวี่ยงลงบนกลางเตียง ส่งผลให้ความจุกแทรกซึมเข้ามา แม้ว่าเตียงจะนุ่มแค่ไหน แต่ด้วยแรงผลักที่มากจึงทำให้รู้สึกได้เช่นเดียวกัน
“คนบ้า! อ๊ะ!” เมื่อตั้งหลักได้จึงดันตัวลุกขึ้นตวาดด่าคนใจร้าย ตั้งท่าจะวิ่งหนี แต่ก็ถูกผลักล้มลงกลางเตียงอีกครั้งอย่างรวดเร็ว แต่คราวนี้ร่างสูงตามขึ้นมาคร่อมร่างเอาไว้ พร้อมทั้งจับข้อมือทั้งสองข้างกดแนบกับเตียงนุ่ม ขนาบกับศีรษะเนืองแน่น ใบหน้าของคนข้างบนที่ใกล้เพียงคืบ ทำให้สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ และ มีกลิ่นแอลกอฮอล์อ่อน ๆ เป่าลดข้างแก้มเป็นจังหวะที่หนัก
บ่งบอกได้ถึงอารมณ์ของคนข้างบนได้อย่างชัดเจน
“ไง? พอจะเข้าใจอะไรมากขึ้นหรือยัง”
“ถะ..ถ้าคุณเป็นคนที่อยู่ในรถวันนั้น ฉันขอโทษ
ฉันไม่ได้ตั้งใจขับรถชนรถคุณ” ถ้าเข้าใจไม่ผิด เขาใช่คู่กรณีของเธอแน่ ๆ แต่ทำไมเขาถึงเกลียดเธอขนาดนี้กัน หรือว่า…ไม่จริง
“หึ ๆ ขอโทษงั้นเหรอ?” เค้นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเหลือเชื่อ ชื่นชมในความหน้าด้านของผู้หญิงใต้ร่างคนนี้ “ขอโทษ…แล้วมันทำให้เมียฉันที่ตายไป ฟื้นขึ้นมาได้ไหม!”
น้ำเสียงที่ตะเบ็งออกมาจากคนข้างบน ทำให้
นิวารินสะดุ้งตัวโหยงด้วยความตกใจกลัว แต่ถึงอย่างนั้นยังทำใจดีสู้เสือ ทวนถามอีกครั้งให้ชัดเจน “อะ….อุบัติเหตุครั้งนั้น ทำให้ภรรยาคุณตายเหรอ”
“ตีหน้าซื่อเก่งจริงนะ ทำผิดยังโยนความผิดให้
คนอื่นอีก ครอบครัวเธอนี่มัน…เลวกันทั้งโคตรจริง ๆ”
“จะด่าก็ด่าฉันคนเดียวอย่าลามปามถึงพ่อแม่ ครอบครัวฉัน!”
“เป็นลูกที่กตัญญูดีหนิ” ภูตะวันเค้นเสียงหัวเราะในลำคออีกครั้ง “ไม่ใช่เพราะอำนาจพ่อเธอเหรอ เธอถึงลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคมอย่างทุกวันนี้”
นิวารินเม้มริมฝีปากพลางหลับตา ส่งผลให้น้ำตาล้นปริ่มออกมาจากดวงตา แล้วผ่อนลมหายใจออกมา เบา ๆ ตอนนี้เธอพอจะเข้าใจอะไรบางแล้ว แต่มีอย่างหนึ่งที่อยากได้ยินด้วยหูของตัวเอง เธอลืมตาขึ้นจ้องสู้กับคนด้านบนแล้วเอ่ยถามอีกเป็นครั้งที่สอง “ตอบฉันให้ชัด ๆ สิ ฉันทำให้ภรรยาคุณตายจริง ๆ ใช่ไหม”
“ไม่ใช่เธอ แล้วหมาที่ไหน มันขับรถฝ่าไฟแดงมาชนรถฉัน จนเมียฉันต้องตายอยู่ในกองเพลิงนั่น! ช้ำคนผิดอย่างเธอยังใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วยังโยนความผิดให้ลูกน้องตัวเอง อย่างนี้ไม่ให้เรียกว่าเลว จะให้เรียกว่าอะไร”
“…” คำพูดประชดประชันที่ชายหนุ่มพ่นออกมา ทำเอานิวารินหูดับไปชั่วขณะ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อยากรับความจริง “ไม่จริง!”
“จริง!”
“ไม่จริง!”
“จริง! เธอทำให้เมียฉันต้องตาย!” ภูตะวันตะคอกด้วยความโมโหสุดขีดบวกกับฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป จนอารมณ์ที่กักเก็บไว้ขาดผึง….
“อุ๊บ!” นิวารินสะดุ้งด้วยความเจ็บ เมื่อคนด้านบนกระแทกริมฝีปากลงมาแนบกับริมฝีปากอย่างแรง จนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง เธอเบี่ยงหน้าหนี ดีดดิ้นสุดกำลัง เพื่อให้ตัวเองเป็นอิสระ แต่ก็ไม่เป็นผล
คนด้านบนบดขยี้ริมฝีปากของเธออย่างหนักหน่วง จนชาหนึบไปหมดราวกับเป็นการระบายความแค้น เธอรวบรวมสติและเรี่ยวแรงกระแทกเข่าไปที่เอวหนา…
ปึก!
“อะ!” ชายหนุ่มผละริมฝีปากออกจากร่างเล็กใต้ร่างด้วยความเจ็บ แต่มือหนายังไม่หลุดออกจากข้อมือเล็ก
“ทุเรศ!”
“ในเมื่อกฎหมายทำอะไรเธอไม่ได้ ฉันจะทำให้เธอตายทั้งเป็น”
“ปล่อยฉัน!...อื้อ!” นิวารินพยายามสะบัดตัวให้หลุดจากคนตัวใหญ่
แต่ข้อมือทั้งสองข้างของเธอถูกมือหนาข้างเดียวรวบขึ้นเหนือศีรษะ แล้วกดแนบกับเตียงแน่นกว่าเดิม ก่อนที่เสียงจะหายไป เมื่อริมฝีปากถูกคนด้านบนโน้มลงมาประกบอย่างไม่อ่อนโยน…
ระหว่างที่ริมฝีปากจิ้มลิ้มถูกคนด้านบนขบดูดอย่างเอาแต่ใจ มือใหญ่ก็ล้วงเข้ามาใต้ชุดเดรส พลอยทำให้ชุดเดรสที่สวมใส่ลากขึ้นมาตามมือ เนื้อตัวที่ถูกสัมผัส ส่งผลให้ขนอ่อนตามร่างกายลุกซู่ขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ก่อนที่มือนั้นจะหยุดที่เต้าใหญ่ใต้บราเชียร์สีขาวลายลูกไม้ ซึ่งไม่เคยถูกใครแตะต้องมาก่อน แรงบีบจากฝ่ามือ ทำเอาท้องน้อยปั่นป่วน
“อื้ออ! อ่อย” นิวารินส่งเสียงในลำคอเรียกสติคนด้านบน แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล ลิ้นหนาสอดใส่เข้าช่องปากเล็ก ตวัดลิ้นเกี่ยวกับลิ้นเล็กที่พยายามเบี่ยงหลบ
“อึก” แต่ทว่าไม่ทันไรเธอกลับต้องสะดุ้งตัวโหยงอีกครั้ง เมื่อยอดปทุมถันถูกนิ้วแกร่งบีบอย่างแรงจนเจ็บ ไม่รู้เลยว่าบราเชียร์ถูกถลกขึ้นเหนือเนินหน้าอกยามไหน
แต่ในความเจ็บนั้นยังปนไปด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ ส่งผลให้สมองขาวโพลนแทบจะกลบความรู้สึกก่อนหน้านั้นไปเกือบหมด
ระหว่างนั้นลมหายใจของเธอกำลังจะหมดลง เมื่อคนด้านบนไม่ยอมผละใบหน้าออกเสียที แต่ดูเหมือนเขาจะรับรู้ได้
ภูตะวันดันตัวลุกขึ้นปลดเข็มขัดหนังราคาแพง จ้องมองคนตรงหน้าที่กำลังกอบกวยเอาอากาศเข้าปอดไม่วางตา ไม่ใช่แววตาพิศวาส แต่เป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความต้องการทำลายให้ย่อยยับ
“ปะ…ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันสัญญาฉันจะไปมอบตัวกับตำรวจด้วยตัวเอง คุณให้โอกาสฉันได้ไหม”
นิวารินยกมือไหว้ต่อรองอ้อนวอนขอความเห็นใจผ่านแววตาและน้ำเสียง เผื่อเป็นหนทางที่เธอจะหลุดรอดออกไปจากห้องนี้ได้
“ไม่สายไปหน่อยเหรอ ถ้าเธอจะมอบตัวกับตำรวจจริง ๆ คงทำตั้งแต่สี่เดือนก่อนแล้ว คงไม่ให้ลูกน้องตัวเองเป็นแพะรับบาปแทนหรอก”
“ตอนนั้นฉันไม่รู้ ไม่รู้จริง ๆ คุณเชื่อฉันนะ”
“หึ”
นิวารินเริ่มมีความหวังเมื่อคนตรงหน้าเหยียดยิ้ม แต่เธอก็เดาทางเขาไม่ออกอยู่ดี…
“…”
ไร่องุ่นภูตะวัน “อโหสิกรรมให้นิลด้วยนะคะคุณมะปราง” นิวารินแต่งกายด้วยชุดเดรสกระโปรงยาวสีขาวอย่างให้เกียรติผู้ล่วงลับ เธอวางช่อดอกไม้สีขาวตรงที่เก็บอัฐิพร้อมทั้งเอ่ยขออโหสิกรรม แม้ว่าหญิงสาวไม่สามารถฟื้นขึ้นมาตอบกลับเธอได้แล้ว แต่เธอก็หวังว่าวิญญาณของหญิงสาวจะรับรู้ได้และให้อภัยเธอ ภูตะวันยืนอยู่ด้านหลังนิวาริน เขาเดินเข้ามาใกล้เธอพร้อมทั้งวางมือบนไหล่เล็กให้กำลังใจเธอ วันนี้เขาแต่งตัวสบายๆ ตามสไตล์ที่ตัวเองชื่นชอบ เสื้อยืดสีขาวสวมอยู่ด้านในและสวมทับด้วยเสื้อลายสล๊อตตัวโปรดด้านนอก ส่วนท่อนล่างสวมใส่เป็นกางเกงยีนสีดำพอดีตัว พร้อมรองเท้าผ้าใบสีขาว“แล้วนิลก็มาขออนุญาตคุณ นิลขอเป็นคนดูแลคุณภูและคนรักของคุณภูได้ไหมคะ” ทันทีที่หญิงสาวพูดจบประโยค สายลมเปลี่ยนทิศทางพัดผ่านมาทางที่เธอและชายหนุ่มอยู่ค่อนข้างแรง อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมของดอกไม้โชยมาแตะจมูก เป็นกลิ่นหอมที่เย็นและสดชื่นชวนให้รู้สึกดี ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือความตั้งใจของใครบางคน… “กลิ่นดอกแก้ว” ประโยคของภูตะวันดึงสายตานิวารินให้หันไปมองที่ร่างสูงแววตามีคำถาม ก่อนที่เธอจะหยัดกายลุกขึ้นยืน“ดอกแก้วงั้นเหรอ?”“ใช่ เป็นดอกไม้ที่
คอนโด XXXอ๊อก! อ๊อก! อ๊อก!หญิงสาวนั่งคุกเข่าบนพื้นห้องที่เย็นเฉียบ ขณะที่ศีรษะทุยเล็กผงกขึ้นลง ใช้ปากเล็กรูดท่อนเอ็นใหญ่ยักษ์ของชายหนุ่มที่นั่งบนโซฟาตัวยาวขึ้นลงเป็นจังหวะเชื่องช้าเร้าอารมณ์ “อ่าส์~” น้ำเสียงกระเส่าของชายหนุ่มดังเล็ดลอดด้วยความเสียวซ่าน มือหนาจับขยุ้มกลุ่มผมของร่างเล็ก ออกแรงบังคับจับจังหวะให้หญิงสาวใช้ปากถี่เร็วกว่าเดิม“….” ใบหน้าน่ารักบิดเบี้ยว เมื่อถูกร่างสูงจับกดศีรษะอย่างเอาแต่ใจ จนปลายหัวเห็ดกระทุ้งลึกมาลำคอชวนอยากอาเจียน แปะ! แปะ! แปะ!“อื้อออ!” นิวารินตบหน้าขาแกร่งประท้วงอย่างทนไม่ไหว แต่คนเอาแต่ใจดูเหมือนจะไม่ใส่ใจ ยิ่งใช้แรงที่มากกว่าบังคับจังหวะให้เร็วขึ้น จนเธอหายใจไม่ทัน“จะเสร็จแล้วครับ ซี๊ด~” ภูตะวันคุมเกมด้วยตัวเองตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ยากจะหยุดยั้ง ส่วนนิวารินไม่สามารถทำอะไรได้ เธอตวัดลิ้นนุ่มสู้กับเอ็นใหญ่ในปากด้วยใบหน้าบิดเบ้เหยเก“อ๊าสสส!”“อ๊อก! แอ่ก ๆ !” นิวารินรีบผละเรียวปากออกจากแก่นกายใหญ่ทันควัน เมื่อน้ำกามขาวขุ่นพุ่งเข้าใส่เต็มปากจนไหลยืดเลอะมุมปาก โดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว เผลอกลืนน้ำกามลงท้องอย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอไม่ชอบรสชาติมันเอาเสี
“คิดไงชวนมาที่ผับพ่อตาวะ” ปริญถามพลางยื่นแก้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นคนชงให้กับภูตะวัน “ก็วันนี้เนนิลเข้าผับพอดี กูก็ละ…” “ก็เลยให้พวกกูมาที่นี่ซะเลย เพราะไม่อยากห่างจากเมีย” ประโยคของภูตะวันเป็นต้องหยุดชะงัก เมื่อองศาพูดแทรกขึ้นอย่างรู้ทัน “หึ” ภูตะวันเพียงส่งเสียงในลำคอเบาๆ โดยไม่ตอบกลับ เพราะมันคือความจริง มือหนายกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในมือขึ้นจิบพอให้ได้รสชาติ“ให้มันพูดจบก่อนก็ได้ไอ้องศา” “ก็รู้ๆ กันอยู่ ใช่มะพ่อคนคลั่งรัก” “พอเลยพวกมึง ไม่ต้องแซวกูเลย” “ขำๆ น่า มึงก็เจอเรื่องร้ายๆ มาเยอะละ ถึงคราวที่มึงจะมีความสุขจริงๆ สักที”ภูตะวันยิ้มรับพลางยกแก้วเครื่องดื่มในมือขึ้นจิบอีกครั้ง “บางทีอาจเป็นโชคชะตาที่ทำให้มึงกับคุณเนนิลมาเจอกัน แล้วก็มารักกันก็ได้นะ ถึงมันจะเริ่มต้นไม่ดีก็เถอะ” ปริญพูดออกมาตามความคิดและความรู้สึกของตัวเอง “มีเหตุผลๆ” องศาตอบกลับอย่างเห็นด้วย ซึ่งภูตะวันยังคงเงียบไม่พูดอะไร แต่ในหัวคิดตามคำพูดของเพื่อนสนิททั้งสอง แต่ขณะนั้นหญิงสาวสวยร่างบางนมโตสุดเซ็กซี่อยู่ในชุดเดรสรัดรูปสองคน เดินเข้ามาทักทาย ในมือเธอทั้งสองมีแก้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นของตัวเอง
อาณาเขตเจ้าพ่อมาเฟีย ภูตะวันขับรถสปอร์ตหรูสีดำเข้ามาจอดตรงลานจอดรถของคฤหาสน์หลังใหญ่ด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก โดยไม่มีการทำร้ายร่างกายกันเหมือนครั้งก่อนหน้านี้ที่เขาถูกลูกน้องเจ้าพ่อมาเฟียลากตัวเข้ามา ครั้นอยู่ในรถเขายังคงมั่นใจในตัวเอง แต่พอก้าวขาลงจากรถเท่านั้นแหละ สายตาดุดันทุกคู่ของชายร่างใหญ่ชุดดำนับสิบที่ยืนตามจุดต่างๆ บริเวณหน้าบ้าน ต่างหันขวับมองมาที่เขาเป็นตาเดียว จนเขารู้สึกเกรงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกภูตะวันก้มหน้าลงเล็กน้อยแล้วพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ พยายามทำตัวให้สบายไม่กดดันตัวเอง เพราะทางข้างหน้ายังต้องรับมือกับว่าที่พ่อตาจอมโหด เมื่อให้กำลังใจตัวเองแล้วจึงก้าวเท้าเดินไปยังตัวบ้าน โดยไม่มองเหล่าบรรดาชายชุดดำร่างใหญ่รอบๆ อีก…. สาวใช้เดินเข้ามาในห้องรับแขกที่มีเจ้านายทั้งสามคนนั่งอยู่ เธอโค้งศีรษะลงเล็กน้อยเป็นการขออนุญาตเจ้านาย แล้วกล่าวรายงาน “คุณภูตะวันมาถึงแล้วค่ะ”“ขอบใจจ้ะ” นายหญิงของบ้านกล่าวกับสาวใช้ด้วยรอยยิ้มใจดี ในขณะที่คนเป็นสามีเอาแต่นั่งทำหน้าถมึงทึง ไม่เต็มใจที่จะอยู่พบชายหนุ่มเพื่อพูดคุยเรื่องลูกสาว แต่ต้องฝืนใจเพราะเป็นคำสั่งของเมียรัก “งั้นนิลขอตัวไปรับคุณภู
ภายในห้องลับใต้ดินเงียบสงัด มีเพียงเสียงสะอื้นของชายหนุ่มที่ยังคงสวมกอดกับหญิงสาวดังเล็ดลอดออกมาเบาๆ เป็นระยะ นิวารินปล่อยให้ภูตะวันกอดอยู่อย่างนั้นพลางลูปแผ่นหลังกว้างเบาๆ ปลอบโยน ก่อนที่เธอและเขาจะผละกอดออกจากกันในเวลาต่อมา “น่าทึ่งจริงๆ เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่เห็นน้ำตาคุณใกล้ขนาดนี้” แม้ว่าเป็นเพียงประโยคหลอกล้อ ทว่ากลับแฝงไปด้วยการปลอบใจเช่นกัน นิ้วเรียวเกลี่ยน้ำตาบนแก้มสากเบาๆ อย่างอ่อนโยน ริมฝีปากจิ้มลิ้มคลี่เป็นรอยยิ้มสวยส่งให้กับชายหนุ่ม เวลานี้เขากลับกลายเป็นลูกแมว ต่างจากหมาบ้าเมื่อเดือนก่อน “ผมคิดถึงคุณ แล้วผมก็ไม่อยากเสียคุณไป” ภูตะวันพูดออกมาจากใจจริงๆ ของตัวเอง มือใหญ่พลางกรอบกุมใบหน้าเรียวไว้เบาๆ แสดงความรู้สึกผ่านแววตาส่งให้เธอ ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายที่เคยมีตอนนี้เขาโยนทิ้งไปทั้งหมดเพื่อเธอ “พูดเหมือนรักฉันเลยนะ” นิวารินจิ๊ปากขึ้นเล็กน้อย แล้วแสร้งพูดลองเชิงคนขี้แย “ก็รักน่ะสิ” “หึ พูดง่ายเชียวนะ” ภูตะวันไม่ได้พูดอะไรออกไปในทันทียังคงสบตากับเธอพร้อมกับอมยิ้ม “...คุณล่ะรักผมหรือเปล่า” “คุณทำเรื่องไม่ดีกับฉันเยอะซะด้วยสิ ฉันจะรักคุณดีไหมนะ” “ผมขอโทษ ผมยอมรับผิด
“นายคงไม่คิดบุกเข้าบ้านเจ้าพ่อมาเฟียตอนนี้หรอกใช่ไหมครับ” ฉลามชะลอความเร็วลง เมื่อขับรถใกล้เข้าอาณาเขตเจ้าพ่อมาเฟียแล้วเต็มทีพลางถามดักผู้เป็นนายไว้ก่อน เพราะรู้นิสัยของเจ้านายตัวเองเป็นอย่างดี มุทะลุเสียยิ่งกว่าอะไร ใครห้ามก็ไม่ฟัง “แล้วถ้ากูคิดล่ะ มึงจะทำยังไง” ภูตะวันตอบกลับเสียงนิ่งเดาไม่ออกพูดจริงหรือพูดเล่น สายตาเศร้าซึมจ้องมองไปยังตัวบ้านเจ้าพ่อมาเฟียผ่านรั้วเหล็กกั้นที่สูงถึงสองเมตร ในใจคะนึงหาเธอ ผู้หญิงที่เขาเพิ่งรู้ใจตัวเองว่ารักเธอ“ผมคงต้องเรียกรถพยาบาลรอไว้เลยครับ เพราะถ้านายก้าวเท้าเข้าอาณาเขตเจ้าพ่อมาเฟียเมื่อไหร่ ผมฟันธงได้เลย นายเละเป็นโจ๊ก”“...” ฉลามที่เตรียมหูชารอฟังคำสบถด่าของเจ้านาย เพราะคำพูดของเขาไม่น่าเข้าหูเจ้านายเท่าไหร่นัก ทว่ากลับตรงกันข้าม ครั้งนี้กลับเงียบเฉยไม่เอ่ยอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ทำให้เขาต้องเหลือบตามองกระจกเหนือศีรษะดูปฏิกิริยา นายผู้เกรี้ยวกราดใจร้อนดูนิ่งเหม่อลอย ใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเศร้าซึมราวกับคนอกหัก ลูกน้องอย่างเขาที่เห็นกระนั้นก็อดสงสารเจ้านายไม่ได้ภูตะวันยังคงมองไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ของเจ้าพ่อมาเฟีย ถึงไม่ได้เจอหน้ากันแ







