Masukในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน
ฉันวิ่งเต็มฝีเท้ากลับไปบ้านสุขใจ ที่บัดนี้กลายเป็นบ้านที่เต็มไปด้วยความทุกข์ใจสำหรับฉัน ถ้าฉันทำร้ายเธอ เราจะยังรักกันได้ไหม? ถ้าพี่เขารู้ เรื่องจะเป็นอย่างไร?
พี่นานานั่งไขว้ห้างอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นรวม รายล้อมไปด้วยเด็กๆ ที่สวามิภักดิ์ต่อเธอ
ความสนใจจากผู้คนที่ทำให้พี่นานามีแววตาวูบไหว เกิดจากความใจดี ความเข้าใจผู้คน และการให้คำปรึกษาของพี่เขา
“โดนัทขอคุยด้วยหน่อย”
ฉันทำน้ำเสียงเศร้าเหมือนคนขอร้องที่กำลังใกล้ตาย ในขณะที่อีกฝ่ายแปลกใจอาการผิดปกติของฉัน เหงื่อผุดเต็มหน้าผาก หายใจหอบ สีหน้าบ่งบอกว่ามีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น
“ขอเวลาให้เราหน่อย เดี๋ยวพี่มา”
เธอบอกับเด็กๆ ที่รายล้อมต่อเธอในขณะนั้น พี่นานาทำท่าสบายๆ คิดว่าคงไม่มีเรื่องไหนทำให้เธอตกใจได้
“พี่...พี่...”
“เป็นอะไรไป?”
พี่นานาทอดน้ำเสียงอาทร ยิ่งทำให้ฉันก้มหน้าลงต่ำ ไม่กล้าสบตาคู่นั้น
“สัญญาว่าจะไม่ใช้ไม้เรียวตีก้น ไม่ว่าโดนัทจะทำอะไรผิดมา”
เธอกล่าวยิ้มๆ ยิ่งทำให้ก้อนเนื้อในอกของฉันเต้นระรัวและดังขึ้น ด้วยความลุ้นระทึก
“หนูแค่อยากรู้ ว่าพี่มาที่นี่ได้ยังไง?”
“ก็มีคนพามา”
“มันเกิดอะไรขึ้นกับตรงนี้?”
ฉันชี้ไปที่หัวเธอด้วยอาการหวาดหวั่นอย่างที่สุด
“พี่เป็นคนมีโชคระดับปาฏิหาริย์ กระเด็นออกมาจากนอกรถ แต่แค่บาดเจ็บเล็กน้อย แต่หัวกระแทก ก็เลยลืมหมด”
เธอเล่าสบายๆ เหมือนเล่านิทานให้ฉันฟัง
“แล้วคนขับล่ะ? เกิดอะไรขึ้นกับเขา?”
“ตำรวจบอกว่ายังกู้ซากรถไม่ได้ ศพเขาติดอยู่ในนั้น พร้อมเอกสารหรือหลักฐานอื่นๆ ที่บอกว่าพี่เป็นใคร”
“พี่จำอะไรไม่ได้เลยเหรอคะ ว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น?”
“ใช่”
ฉันคิดว่าบางทีมันอาจเกิดจากสาเหตุอื่น ไม่ใช่พวกเราทำให้พี่เขาประสบอุบัติเหตุใช่ไหม?
แต่ส่วนลึกก็มั่นใจว่าเพราะฉัน พี่นานาเลยประสบอุบัติเหตุ เพราะฉัน เธอจึงเหลือตัวคนเดียว เพราะฉัน เธอเลยจำอะไรไม่ได้เลย
ในละแวกนี้ไม่มีใครอีกแล้วที่ประสบอุบัติเหตุ มีเพียงรายเดียว และนั่นคือพี่นานา!
และฉันเอง ทำให้มีคนตาย!
น้ำตาฉันไหลอาบแก้ม ฉันจึงยกมือปาดมันออก และร้องไห้หนักขึ้นเรื่อยๆ
“สงสารพี่เหรอคะ? พี่ไม่ได้เจ็บเท่าไหร่หรอก”
“เป็นเพราะหนูเอง เป็นเพราะหนู”
ฉันร้องไห้ ใบหน้าบิดเบี้ยว ลืมรักษากิริยามารยาท ลืมรักษาใบหน้าที่น่ามองเอาไว้
“หรือว่า โดนัทไปเดินผ่านหน้ารถพี่ คนขับตกใจความสวย เลยแหกโค้ง?”
เล่นมุกเอง แล้วหัวเราะเองเสร็จสรรพ
“โดนัทไปรู้อะไรมา?”
พี่นานาถามด้วยสีหน้าจริงจัง
“ต่อไปนี้หนูจะดูแลพี่เอง จะให้รับใช้พี่ก็ยอม ขอแค่พี่หาย และได้กลับไปอยู่กับครอบครัวก็พอ”
“บอกพี่มา โดนัท บอกพี่มา เธอรู้ใช่ไหมว่าพี่เป็นใคร?”
“หนูไม่รู้”
“เธอสร้างอุบัติเหตุไม่ได้หรอก ตัวกะเปี๊ยกเดียวแค่นี้ อย่างมากเธอก็รู้อะไร แต่ไม่ยอมบอกพี่”
พี่เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ฉันเห็นความเป็นตัวเองของเธอ แม้จะเก็บมิดชิดเพียงไร แต่ฉันก็ดูออกจนหมด
“ถ้าอย่างนั้น พี่ขอพึ่งโดนัทด้วยนะ”
ความอยากเป็นที่สนใจของพี่นานา นับวันมันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ฉันเห็นมันผ่านการกระทำของเธอ เธอเห็นฉันอย่างหมดเปลือก และฉันก็สามารถเห็นเธออย่างชัดแจ้งเหมือนกัน
ในตอนที่บ้านสุขใจอยู่ในความสงบ แต่กระนั้นก็มีคนก่อเรื่องขึ้นมาจนได้ มหาศาลที่อายุรุ่นเดียวกับฉัน แต่ตัวเขาใหญ่โตราวสองเท่าของฉันได้
เขาชอบกินและกระหายที่จะกินมากกว่าคนอื่นเป็นสองเท่า บ่อยครั้งที่มหาศาลจะไปกินอาหารของคนอื่นด้วย
เขาชอบรีดไถขนมเด็กในบ้านสุขใจ
นายมหาศาลคนนี้ไม่เพียงแต่กินเก่ง แต่เขายังแข็งแรงดุจช้างสาร ไขมันที่รายล้อมอยู่รอบๆ กล้ามเนื้อ ทำให้เขาล้มเด็กทุกคนในบ้านสุขใจได้
ฉันมองออกไปริมหน้าต่าง เห็นแหยกำลังเดินเล่นใต้ต้นหูกวาง ดูท่าจะคิดอะไรเพลินๆ นายมหาศาลก็เดินเข้าไปหา ด้วยท่าทางคุกคาม
ฉันไม่ได้ยินถนัดนัก รู้แต่ว่าใหญ่ใช้เสียงโทนต่ำแล้วดึงคอเสื้อแหยขึ้น ทั้งๆ ที่แหยเป็นเด็กผู้หญิงผอมบาง และชื่อแหยนั้นเป็นชื่อที่พวกเราตั้งให้ คล้ายๆ กับฉายานั่นแหละ ที่จริงเธอชื่อริมทะเล ชื่อเล่นทะเล แต่ท่าทางอ่อนแอ ขี้ขลาด ทำให้ทุกคนเรียกเธอว่าแหย
ใบหน้าของแหยก็เป็นสิ่งที่คนไม่ค่อยเห็น เพราะผมหน้าม้าที่ปิดหน้าปิดตาเธออยู่ แต่ฉันเคยเห็นแหยยามเมื่อลมพัด เธอจัดว่าเป็นคนสวยคนหนึ่งทีเดียว
“เรามีแค่ลูกอม”
สายลมพัดเอาเสียงแหยเข้าหูฉัน ก่อนที่มหาศาลจะเอ่ยเสียงดัง
“ฟังนะแหย ถ้าเธอถูกชกท้อง จะไม่มีใครเห็นแผล หรือเธอจะแค่เก็บขนมไว้ให้เรา”
ฉันฟังอย่างเงียบๆ ฟังไอ้อ้วนใจทรามพูด แล้วบอกตัวเองว่าการยุ่งเรื่องคนอื่น มีแต่จะทำให้ตัวเองเดือดร้อน
“แหย ครูดอกปีบเรียก!”
ฉันตะโกน ก็มันอดไม่ได้จริงๆ
แหยมีใบหน้ายกยิ้ม ในขณะที่มหาศาลทำหน้าเสียดาย ปล่อยคอเสื้อเธอให้เป็นอิสระ
รอเพียงครู่ แหยก็กลับมาในห้องนั่งเล่น ดูท่าทางพอใจขอบอกขอบใจฉันอย่างมาก
“เส้นยาแดงผ่าแปด”
แหยบอกระบายยิ้ม แต่ฉันไม่เห็นแววตาเธอ เพราะผมพวกนั้น
เอาเป็นว่า ฉันไม่ได้โกหกทั้งหมด ครูดอกปีบกำลังหาลูกมือ ถูบ้านชั้นสามพอดี ให้แหยไปทำงานก็ดีกว่าให้โดนมหาศาลรีดไถ
ฉันว่าพี่นานาก็มองดูเหตุการณ์นี้ไปพร้อมๆ ฉัน และเธอไม่ได้ดูเฉยๆ แต่เดินไปหามหาศาลที่กำลังหงุดหงิดใต้ต้นหูกวาง เธอปั้นหน้ายิ้มอย่างเป็นมิตร ก่อนกระซิบข้างหูมหาศาล แล้วลงเอยด้วยการจับมือ
ในไม่ช้าก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างสองคนนั้น
“ปรารถนา”
มหาศาลเรียกก่อนโอบบ่าเด็กผู้หญิง เพื่อรีดไถที่ตรงหน้าห้องน้ำชั้นสอง โดยที่ไม่มีใครเห็นฉันที่ยืนใต้บันได
“ให้มหาศาลไปเถอะ เขาจะได้ปกป้องปรารถนาไง”
พี่นานาพูดโน้มน้าวใจ
เขาว่าคนส่วนใหญ่ ถ้าไม่พังด้วยคนอื่น ก็พังด้วยการกระทำของตัวเอง และพี่นานาก็กำลังกดปุ่มทำลายตัวเอง
“พี่นานาก็เป็นไปกับเขาด้วยเหรอคะ?”
เสียงปรารถนาหวาดหวั่น
“ให้มหาศาลกินในวันนี้ ก็เท่ากับให้ความปลอดภัยกับตัวเอง”
ฉันทนฟังคำคมไร้ความผิดชอบชั่วดีไม่ได้อีกต่อไป จึงเดินออกมาจากเงามืด
“พี่จะเอาเท่าไหร่? จึงจะยอมเลิกไถ่ของกินของคนอื่น”
ฉันปิดสีหน้าไม่พอใจไม่มิด กอดอกแล้วมองไปทางสองคนนั้น
“ไหนเธอว่าเธอจะดูแลพี่ รับใช้พี่ พี่ก็แค่เลือกข้างอย่างที่ควรจะเป็น”
ฉันหน้าแดง กำมือแน่นก่อนเอ่ย คำที่ควรเอ่ย
“ฉันผิดหวังในตัวพี่จริงๆ”
แล้วฉันก็ปล่อยหมัดชกตรงอีกหมัด
“ฉันรู้ว่าพี่คำนวณไปหมดเวลาจะคบใคร แต่ไม่คิดว่าจะต่ำตมได้ขนาดนี้!”
พี่นานาทำสีหน้าไม่พอใจเพียงครู่ ก่อนเอ่ยอย่างไร้อารมณ์
“ถึงเธอไม่ทำร้ายคนอื่น แต่ก็มีคนทำร้ายกันอยู่ดี จะไม่มีใครตัดห่วงโซ่แห่งการบีฑากันได้หรอก”
เป็นหน้าที่ของฉันด้วยไหม ที่จะต้องทำให้เธอคิดได้ เขาว่าไม่มีใครเปลี่ยนใครได้ นอกจากเจ้าตัวจะเต็มใจทำเอง แม้เธอจะลืมหมด แต่นิสัยที่หยั่งรากลึกยังคงอยู่ และแสดงออกให้เราเห็นอย่างนี้
อยู่ๆ ตัวละครลับเดินลงมาจากชั้นสาม เสียงฝีเท้าเชื่องช้าแต่มั่นคงดังขึ้น ครูดอกปีบเดินมาบิดหูพี่นานา ก่อนลากเธอไปคุยเป็นการส่วนตัว โดยมีฉันเดินตามไปเงียบๆ
“ไอ้นิสัยเหลี่ยมจัด ชอบมีอำนาจเหนือคนอื่น สั่งคนให้ทำเรื่องร้ายๆ ได้อย่างไร้ศีลธรรมแบบนี้ เขาเรียก ‘แมคคิเวลเลียน’
ครูกำลังใช้น้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่ไม่อาจปิดบังว่ากำลังโกรธที่พี่นานาทำตัวไร้ศีลธรรม
“หนูไม่สนหรอกว่ามันเรียกว่าอะไร เพราะหนูสนแค่ผลลัพธ์ไม่สนวิธีการ หนูก็แค่รวบรวมคนให้เป็นหนึ่งเดียว”
พี่นานาตอบเสียงเข้มไปยังครูดอกปีบ
“ต่อเมื่อเธอสูญเสียสิ่งสำคัญในชีวิตไปแล้ว เพราะเธอใช้ความไร้ศีลธรรมแบบนี้ ตอนนั้นมันก็สายไปแล้ว ที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง จำคำครูไว้!”
ในมุมมองของลูกศร(นานา) เมื่อ 15 ปีก่อนกู้ภัยดึงตัวฉันออกมาจากซากปรักหักพังของบ้านสุขใจแทบจะในทันที หลังเกิดแผ่นดินไหว ฉันไม่เป็นอะไรเลย แม้แต่รอยขีดข่วนระหว่างถูกพาไปตรวจเช็กที่โรงพยาบาล พยาบาลคนหนึ่งทำหน้าสงสัย จนฉันต้องถามเธอ“ทำไมเหรอคะ พี่พยาบาลคุ้นหน้าหนูเหรอ? หรือหน้าหนูมีอะไรติดอยู่?”ฉันถามอย่างมีความหวัง หวังว่าเธอจะรู้จักพ่อแม่ฉัน หรือฉันไม่ควรมองโลกในแง่ดีนัก บางทีฉันอาจกำพร้าพ่อ หรือกำพร้าแม่ หรืออาจอยู่กับยายเพียงสองคนก็ได้“...”เธอยังคงไม่ตอบ แล้วขมวดคิ้วต่ออีกหน่อย“รักณหทัย จิตโอภาส”มาเป็นชื่อและนามสกุลเลยทีเดียว อาจเหมือนที่โดนัทว่า ว่าฉันเป็นพยานคดีฆาตกรรม และทางการอาจอยากได้ปากคำจากฉัน ชื่อของฉันจึงขึ้นหราทั่วสื่อก็ได้“จริงด้วย น้องรักณหทัย จริงๆ”พยาบาลอีกคนเดินมามองหน้าฉ
ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน “วิ่ง!” ฉันตะโกนแล้วดึงมือน่านฟ้าให้วิ่งตามมา เวลาที่ฉันบาดเจ็บผ่านมานานกว่าครึ่งปีแล้ว แล้วเรื่องของเราสองคนก็อยู่ในความสนใจของสื่อ เพราะแม่ของฉันปล่อยข่าวเรื่องของฉันกับเฮียธนู จนเกิดกระแสคู่จิ้นระหว่างฉันกับน่านฟ้า และนับวันปาปารัสซี่จะตามเรามากขึ้นเรื่อยๆ เราวิ่งเลี้ยวเข้าไปในมุมตึก ก่อนเบี่ยงตัวเข้าช่องแคบเล็กๆ แล้วออกไปสู่ถนนอีกเส้นหนึ่ง ฉันหันซ้ายหันขวา ในหัวกำลังคิดว่า จะหนีไปทางไหนดี บนชั้นสองของอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง มีเด็กสาวตะโกนลงมา “ทางนี้ค่ะ วิ่งไปทางนี้ แล้วเข้าตึกสีชมพูไปเลย” โชคดีที่เธอช่วยเราเอาไว้ และตะโกนไม่ดังจนปาปารัสซี่ได้ยิน ฉันและน่านฟ้าวิ่งเข้าตึกสีชมพูนั้นไป ในเบื้องต้นมันดูเหมือนอพาร์ตเมนต์ แต่พอสังเกตดูดีๆ ก็พบว่า “นี่มัน...โรงแรมม่านรูด!” ฉันอ้าปากค้าง&nb
ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน ฉันพาพี่นานากลับบ้านสุขใจ แต่ละก้าวที่เดิน ฉันรู้ว่ามันคือก้าวสุดท้ายของเรา ต่อไปนี้จะไม่มีนานากับโดนัท จะเหลือแค่โดนัทที่ไปส่งรักณหทัย คืนพ่อแม่เธอ ฉันร้องไห้ไปตลอดข้างทาง ที่มีแต่เสียงแมลงดังแข่งกัน จนปวดหัว พี่นานาหลับปุ๋ยในขณะที่ฉันวางเธอลงบนโซฟา “โดนัทดูข่าวแล้วใช่ไหม? เธอรู้ใช่ไหม ว่าต้องคืนนานา ไม่สิ รักณหทัย คืนให้ครอบครัวเธอ” “ค่ะ” ฉันเอ่ยพร้อมก้มลงมองเท้าสองข้างที่เปรอะโคลน ก่อนทรุดตัวลงนั่งบนพื้น แล้วร้องไห้ออกมาอย่างมากมาย ทุกสิ่งรอบตัวดูหม่นหมองและว่างเปล่า ครูดอกปีบนั่งลงแล้วสวมกอดฉัน เป็นกอดที่ฉันรู้สึกว่าไม่คู่ควร คนเห็นแก่ตัวแบบฉันไม่เหมาะที่จะเป็นที่รักของใคร “อาจมีสักวันที่เธอได้เจอกับรักณหทัย แล้วเชื่อครูเถอะว่าวันนั้นเธอจะทำใจได้ และปล่อยเธอไปจากใจ” &ldq
ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน ฉันหลับไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าพอตื่นขึ้นมาก็เจอกับน่านฟ้า เธอทำให้ฉันนึกถึงใครคนหนึ่ง แต่เราไม่อาจโคจรมาเจอกันได้อีกแล้ว เพราะโดนัทของฉัน ตายไปนานแล้ว ตอนนี้ถ้าเธอยังอยู่ เธอจะเป็นยังไงบ้าง ยังทะเล้นอยู่ไหม ยังร้องเพลงด้วยน้ำเสียงอ่อนละมุนอยู่ไหม ที่สำคัญ เธอจะยังปกป้องคนอ่อนแอเหมือนที่หัวใจของฉัน เคยถูกเธอโอบกอดไว้ด้วยความรักหรือเปล่า ฉันเปิดเปลือกตาขึ้นมองรอบห้อง มองสายน้ำเกลือและสายให้เลือด ฉันรู้สึกราวกับตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายที่แสนทรมานและยาวนาน น่านฟ้าจดจ้องฉัน แล้วร้องไห้ออกมา “พี่เป็นอย่างไรบ้าง?” “...” เธอไม่ตอบ ได้แต่ส่งยิ้มบางๆ มาให้ เพื่อแสดงว่าไม่เป็นอะไร “พี่คือ พี่นานาใช่ไหม?” “...” ฉันยังจำชื่อที่รักครั้งแรกตั้งให้ฉันได้เป็นอย่างดี แต
ในมุมมองของน่านฟ้า ก่อนหน้านั้นหนึ่งชั่วโมง ฉันได้วันหยุดหนึ่งวัน หลังจากที่โหมงานมาตลอดทั้งเดือน ใบหน้าอิดโรยถูกปกปิดด้วยเครื่องสำอางชั้นดี ฉันแต่งตัวทะมัดทะแมง พกของขวัญมากว่ายี่สิบกล่อง ไม่รู้จะพอไหม แต่ดีกว่ามามือเปล่า ตรงโค้งที่คุ้นเคย ฉันหยุดก่อนถึงกว่าร้อยเมตร เดินเท้าลงมาสำรวจว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ พลันสายตาก็เงยไปสบกับกล้อง CCTV ไม่มีอะไรผิดปกติ ฉันจึงขับรถไปต่อ จนกระทั่งถึงตึกหลังใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นไม้ แต่บัดนี้เปลี่ยนเป็นอิฐสีส้มทั้งหลัง ตั้งโดดเดี่ยวอยู่หน้าภูเขาที่ฉันคุ้นเคย “โดนัท!” ครูดอกปีบเรียกฉัน ก่อนเดินเชื่องช้าเข้ามากอด ตอนนี้ครูคงอายุราวๆ ห้าสิบปี ผมสีดอกเลาทั่วทั้งศีรษะ แววตาครูอ่อนโยนขึ้น ประดับประดาเครื่องหน้าด้วยรอยยิ้ม วันนี้ครูเปลี่ยนตัวเองจากครูที่เคยถือไม้เรียว มาเป็นครูที่มีเด็กๆ กอด และแอบดูฉันอยู่ข้างหลังค
ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน ฉันไม่สามารถจุดไฟได้ ดังนั้นฝูงยุงจึงรุมเราสองคน เสมือนเป็นมื้ออาหารอันโอชะ ฉันคอยโบกมือให้พี่นานา ไล่ยุงเท่าที่ฉันจะทำได้ เธอนอนคุดคู้ด้วยความหนาวสั่น แม้จะมีเสื้อตัวนอกของฉันคลุมอยู่อีกที แต่กระนั้นร่างกายเธอก็สั่นเทิ่มไปทั่วตัว แถมตอนนี้ฉันก็ยังหาอาหารไม่ได้เลยสักนิด ในป่ามืดเกินกว่าจะเข้าไปเสี่ยง ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เราคงทนไม่ไหว และฉันต้องแยกจากเธอตลอดไป ฉันเอาผ้าเช็ดหน้าที่พกติดตัวเสมอ ประหนึ่งเป็นตัวแทนของครูแววดาว ที่ช่วยฉันออกมาจากพ่อ ฉันเอามันไปชุบน้ำ บิดหมาดๆ แล้วเช็ดตัวพี่นานา และครูแววดาวยังคงทำงานช่วยเหลือเด็กแบบฉันตราบเท่าที่ครูยังทำได้ จนถึงทุกวันนี้ แต่อาการเธอไม่ดีขึ้นเลย ใบหน้าสว่างนั้นแดงจัด เธอกระสับกระส่ายจนฉันกังวล ก่อนฟ้าสางเล็กน้อยพี่นานาก็ลืมตาตื่นขึ้น มองฉันที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างกายเธอ “โดนัทเ






![Sexy the Series | รักนี้เกินต้าน [YAOI]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
