LOGIN“สรุป เจ้าโดนจับตัวมาขายที่หอนางโลม” ??
ลู่เสียนถามออกไปหลังจากฟังความหญิงตรงหน้า นางเล่าว่านางเป็นองค์หญิงที่ถูกพามาแต่งเชื่อมสัมพันธ์แต่ขบวนของนาง แต่ขบวนของนางถูกดักปล้นกลางทาง ทำให้นางต้องหนีเอาตัวรอด บังเอิญเจอกับชายผู้หนึ่งเขาช่วยเหลือนาง แต่สุดท้ายก็เอานางมาขายที่หอนางโลม
“เหอะ โง่”
“เจ้านะสิโง่ ใครจะคิดว่าเจ้าบ้านั้นหน้าตาซื่อ ๆ เช่นนั้นจะชั่วช้าขนาดนี้”
ลู่เสียนมองทั้งคู่ก่อนจะกุมขมับ ให้ตายสินี่มันรอบที่สิบได้แล้วที่นางห้ามคนตรงหน้าทะเลาะกัน
“แล้วองค์หญิงจะทำเช่นไรต่อไป”
“ข้าก็ไม่รู้”
องค์หญิงก้มหน้าสลดลง
“ก็กลับแคว้นเจ้าไปสิ”
“........”
ลู่เสียนหันไปมองที่องค์หญิงที่ตอนนี้ไม่แม้แต่จะเถียงกลับ นางทำเพียงก้มหน้านิ่งจับมือทั้งสองของตัวเองไว้แน่น
“เหอะ กลับไปไม่ได้ล่ะสิ”
องค์ชายพูดจบก็ปรายตามองหญิงที่นั่งข้าง ๆ เขาย่อมรู้ว่าหญิงที่ส่งมานอกแคว้นเพื่อเชื่อมสัมพันธ์นั้นมีสถานะเช่นไร โดยเฉพาะกับตาเฒ่านั่นไม่มีทางที่ตาเฒ่าจะส่งบุตรสาวที่ตนรักมา เป็นไปได้ว่าองค์หญิงคนนั้นคงเกิดจากนางกำนัลที่ไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้าเป็นแน่ ก็แค่ตัวตายตัวแทน
“เจ้ามองนางพอหรือยัง หากพอแล้วก็เอานางออกไปได้แล้ว”
“คิดว่าข้าอยากอยู่นักหรือไง”
ลู่เสียนมององค์หญิงที่กำลังจะเดินออกไป ก่อนจะใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ ใช้ความคิด พลางมองด้ายแดงที่ข้อมือของนาง
“เจ้ามีที่ไปงั้นหรอ ไม่กลัวโดนจับไปอีกหรือไง”
“แล้วจะให้ข้าทำเช่นไร ข้าไม่มีใครแล้ว ไม่มีแล้ว”
องค์หญิงทรุดลงก่อนจะร้องไห้ออกมา ลู่เสียนที่เห็นดังนั้นเดินเข้าไปหานางก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้า พลางเช็ดน้ำตาให้ก่อนจะยิ้มจาง ๆ ออกมา
“เช่นนั้นก็อยู่กับข้า โลกนี้ไม่มีใครที่ไม่เป็นที่ต้องการหรอก เจ้าแค่อยู่ผิดที่ มาแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ไม่ใช่หรือไง เช่นนั้นข้าจะปล่อยเจ้ากลับแคว้นได้อย่างไร”
“หยกขาว เจ้าให้นางอยู่ที่นี่ไม่ได้”
“นางไม่มีที่ไปแล้ว เจ้าไม่เห็นหรือไง”
“ก็ชั่งหัวนางสิ เจ้ากำลังหาเรื่องให้ตัวเองนะหยกขาว ปล่อยนางไปซะ ส่วนเจ้าออกไปได้แล้ว”
องค์ชายเดินมากระชากตัวองค์หญิงขึ้นก่อนจะพยายามลากนางออกจากห้อง ลู่เสียนถอนหายใจ
“ปล่อยนาง”
“........”
“หม่อมฉันบอกให้ปล่อยนางเพคะ องค์ชาย”
องค์ชายชะงัก นางไม่เคยพูดเป็นทางการกับเขาเช่นนี้ องค์หญิงมองทั้งสองไปมาสลับกันก่อนจะเข้าใจสถานการณ์ แม้ชายตรงหน้าจะน่ากลัวเพียงใด แต่คนที่อยู่เหนือชายผู้นี้ได้มีเพียง....
“พี่สาว...”
พลั๊ก!!!
องค์ชายผลักองค์หญิงให้ติดผนัง ก่อนจะใช้มือบีบคอนาง
“เหอะ.....มีสิทธิ์อะไรมาเรียกนางเช่นนี้”
“พี่สาว...ชะ....ช่วย...”
“องค์ชาย ออกไป”
ลู่เสียนเข้าไปก่อนจะผลักองค์ชายออกจากองค์หญิง ก่อนจะยืนมองเขานิ่ง
“แต่นาง!!!”
“ออกไปได้แล้วเพคะ”
พูดจบลู่เสียนก็หันไปสนใจหญิงสาวข้าง ๆ คอของนางมีรอยแดงจนเห็นชัด เสียงปิดประตูดังลั่นทำให้ลู่เสียนรู้ว่าองค์ชายได้ออกไปแล้ว นางมองคนตรงหน้าที่มีสายตาหวาดกลัว
“ข้าขอโทษแทนเขาด้วย”
“ข้าเรียกท่านว่าพี่สาวได้ไหม”
“...........”
“ข้าขอโทษ”
“เรื่องอะไร”
“เรื่องที่ข้าเรียกท่านว่า....”
“ข้าไม่ได้โกรธ แต่หญิงเช่นข้าเป็นพี่สาวใครไม่ได้หรอ คนล่าสุดที่เรียกข้าว่าพี่สาวมีจุดจบไม่ดีเท่าไหร่”
ลู่เสียนนึกถึงเด็กสาวที่มักเรียกนางว่าพี่สาว แต่เพราะนางเด็กคนนั้นจึงโดนหลอกให้ไปขายบริการก่อนจะมีจุดจบด้วยการถูกขายอวัยวะ นางปกป้องเด็กคนนั้นไม่ได้....
“เช่นนั้นลี่อินเรียกท่านว่าพี่หญิงได้ไหม”
“ตามใจเจ้า แล้วเจ้าจะเอายังไง จะไปกับข้าหรือกับแคว้น”
“ย่อมต้องไปกับพี่หญิง”
ลี่อินกอดที่เอวลู่เสียนแน่นก่อนจะเอาหน้าแนบที่ท้องของลู่เสียน
“แต่เจ้ารู้ใช่ไหมหากไปกับข้า เจ้าต้องแต่งงาน”
“ลี่อินรู้.....”
ลี่อินมีสีหน้าสลดลง ลู่เสียนลูบที่ผมของคนตรงหน้า ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“ไม่ต้องกลัว หากชายผู้นั้นไม่ได้เรื่อง ข้าจะช่วยเจ้าหาสามีที่ดีเอง”
“ท่านพี่หญิงดีที่สุด”
ลี่อินสวมกอดลู่เสียนอีกครั้ง ก่อนจะฝั่งจมูกลงบนไหล่ของลู่เสียน กลิ่นดอกบัว.....ข้าชอบยิ่งนัก....
ลู่เสียนและองค์หญิงลี่อิน พูดคุยกันเรื่องมากมายจนถูกคอ ลู่เสียนเองก็ไม่ได้สนทนากับสตรีที่พูดคุยถูกคอเช่นนี้นานแล้ว ลู่เสียนและลี่อินนั่งทานอาหาร ลู่เสียนมองไปที่อาหารก่อนจะปรายตาไปมองที่ประตู ลี่อินที่เห็นดังนั้นก็เข้าใจทันที
“ข้าทำให้สามีพี่หญิงโกรธแล้ว ข้าจะไปตะ....”
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวก็มา เจ้ากินเถิด”
ลู่เสียนคีบอาหารไปวางในจานของลี่อินก่อนจะยิ้มออกมา ก่อนจะวางตะเกียบลง ลู่เสียนถอนหายใจออกมา
“พี่หญิง...”
“เจ้ารีบกินและพักผ่อน เดี๋ยวข้ามา”
“พี่หญิง...ท่านจะกลับมาใช่ไหม”
ลี่อินดึงชายเสื้อของลู่เสียน ลู่เสียนยิ้มจาง ๆ ให้นางก่อนจะลูบหัว
“ข้าไม่ทิ้งเจ้าหรอก พักผ่อนเถิด”
ลู่เสียนพูดจบก่อนเดินออกไป ลี่อินที่ยิ้มแย้มอยู่หลังจากที่ลู่เสียนออกไปก็หุบยิ้มเปลี่ยนสีหน้าเป็นนิ่งเงียบทันที นางเคาะนิ้วลงที่โต๊ะอย่างใช้ความคิด ก่อนชายชุดดำจะปรากฏตัวขึ้น
“องค์หญิง ให้ฆ่านางทิ้งเลยหรือไม่”
“เจ้ากล้าหรอ นางเป็นคนที่พวกเจ้าต้องปกป้อง แต่เจ้าองค์ชายนั้น.....”
ลี่อินนึกถึงเหตุการณ์ที่เขาบีบคอนาง หากไม่ใช่เพราะต้องแสร้งเป็นอ่อนแอ ลี่อินบีบแก้วน้ำชาในมือจนแตก น่าฆ่าให้ตายนัก สมควรตาย แต่พอนึกถึงหน้าพี่หญิงที่ดูห่วงใยเจ้าโง่นั่น
“หากไม่ใช่กลัวพี่หญิงจะเสียใจ เจ้าคงไม่ตายดี”
“องค์หญิงท่านกำลังทำให้เองมีจุดอ่อน”
เพล๊ง!!!!
“หุบปาก!! พี่หญิงย่อมดีที่สุด หากเจ้ากล้าแตะต้องนาง ข้าจะหันเนื้อเจ้าเป็นชิ้น ๆ และให้เจ้ากิน เจ้าว่าดีหรือไม่”
ลี่อินยิ้มออกมา ชายชุดดำก้มหน้าไม่ตอบอะไรเพราะเขารู้ว่าหญิงตรงหน้านั้นโหดเหี้ยมแค่ไหน ลี่อินเองก็มองไปที่ประตูก่อนจะนึกถึงเมื่อห้าเดือนก่อน นางจำได้ดีพี่สาวชุดฟ้าช่วยชีวิตนาง แต่พอนางจะขอบคุณพี่สาวก็หายตัวไป....ครั้งนี้ข้าจับท่านได้แล้วพี่หญิง.......
ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า
ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท
ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“
“เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม
1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย
ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว







