Share

บทที่ 36 รู้ความจริง

last update Last Updated: 2026-01-24 22:33:45

ลู่เสียนเดินออกมาจากโรงเตี๊ยม นางเงยหน้ามองพระจันทร์ก่อนจะถอนหายใจออกมา จริงสินางจะไปตามหาเขาได้ที่ใด เดิมคิดจะขอโทษเรื่องที่ทำในวันนี้ แต่เป็นเช่นนี้แล้วจะเอาอย่างไรดีเล่าลู่เสียน....

“เหตุใดมายืนตรงนี้ ไม่อยู่กับน้องสาวของเจ้าหรือไง”

ลู่เสียนหันไปทางต้นเสียงพบองค์ชายที่ยืนพิงเสาอยู่ในมือเขาถือไหสุรา มองมาที่นางนิ่ง ลู่เสียนเดินเข้าไปหาจมูกของนางได้กลิ่นสุราโชยมาจากตัวของเขา

“ท่านดื่มมากไปแล้ว”

“หยกขาว...บอกข้าทีข้าควรทำเช่นไร....”

“อะไรของเจ้า เมาแล้ว???”

“.......”

องค์ชายมองลู่เสียนนิ่ง เขาไม่ได้เมา เพียงแค่เหนื่อยเหลือเกิน หากพานางกลับไปค่ายตอนนี้ย่อมต้องเจอลู่จื้อ เช่นนั้นนางก็จะไม่ใช่ของเขาอีกแล้ว....

“ท่านเป็นอะไร”

“ข้าแค่เหนื่อย เหนื่อยเหลือเกิน....”

“หากเหนื่อยก็ควรไปพัก ไปเถอะ”

ลู่เสียนจับมือองค์ชายเดินเข้าโรงเตี๊ยม ก่อนออกมานางได้จองห้องแยกไว้ให้องค์ชายแล้ว นางพาองค์ชายมาที่ห้องก่อนจะลากเขาเข้าไป

“ท่านพักห้องนี้ ข้าจะไปพักกับลี่อิน”

“เหตุใดต้องนอนกับนาง!!!”

“แล้วจะให้ข้านอนกับท่าน???”

“........”

ลู่เสียนเดิมทีอยากปรับความเข้าใจแต่เห็นคนตรงหน้ามีอาการเมา นางเลยถอนหายใจ ก่อนจะเดินไปที่ประตู แต่ก็ต้องชะงักเมื่อองค์ชายกอดนางจากทางด้านหลัง

“อยู่ดื่มเป็นเพื่อนข้าได้หรือไม่”

น้ำเสียงอ้อนที่นางไม่เคยได้ยินจากเขาดังขึ้น ลู่เสียนกลืนน้ำลายลงคออย่างอยากลำบาก องค์ชายพรมจูบไปทั่วไหล่ของนาง

“หากเจ้าไม่ตกลงก็อย่าหวังว่าข้าจะยอมหยุด...”

มือขององค์ชายลูบไล้ไปที่เอวของนาง ลู่เสียนส่ายหัวเรียกสติ ไม่เขาคือชายที่นางไม่อาจทำเช่นนั้นได้...

“ข้าตกลง”

พูดจบลู่เสียนก็ดันตัวเองออกจากอ้อมกอด นางไปนั่งที่เก้าอี้ องค์ชายมองนางก่อนจะกระตุก เขาเดินออกจากห้องไป ไม่นานก็กลับมาพร้อมสุราและอาหารมากมาย

“หยกขาว เจ้าดื่มสุราเป็นหรือไม่”

ลู่เสียนมองจอกสุราตรงหน้า ก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อยามอยู่เมืองหลวงนางนั้นดื่มกับสามีของนางที่หอนางโลมเป็นประจำ จนตอนนี้แม้สุราที่ว่าแรงยังถือว่าเป็นน้ำเปล่าของนาง

“ข้าไม่เคยดื่ม”

“เช่นนั้นหรือ”

องค์ชายพูดจบก็เทสุราลงในจอกของนาง นี่ไม่ใช่ว่าจะมอมเหล้านางหรอกหรือ ลู่เสียนยกจอกสุราดื่ม องค์ชายมองอย่างพอใจ เขาเองก็ยกดื่มเช่นกัน

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าจะได้เป็นฮ่องเต้คนต่อไป”

“.........”

เหตุใดนางจะไม่รู้ ก็เพราะนางไม่ใช่หรือเขาถึงได้บัลลังก์มาโดยง่าย ลู่เสียนคีบอาหารเข้าปากอย่างเงียบ ๆ

“เจ้าพวกน้องโง่ของข้าเกิดไปลุ่มหลงในสตรีเลยส่งจดหมายมาหาข้าให้รับตำแหน่งรัชทายาท เหอะ สตรีผู้นั้นเองก็ละโมบนักคิดจะแต่งองค์ชายทีเดียวหกคน เจ้าว่าสตรีดีที่ไหนที่จะแต่งบุรุษเยอะถึงเพียงนั้น ข้ารังเกียจสตรีเจ้าแผนการเช่นนางเป็นที่สุด”

“ย่อมเป็นเรื่องของผู้อื่นเพคะ และย่อมไม่มีบุรุษที่ดีคนใดนินทาสตรี”

ลู่เสียนดื่มสุราในจอกเงียบ ๆ หลังจากพูดประโยคนั้น

“แต่หากนางคิดการณ์ไกลล่ะ หากนางแต่งเพื่อต้องการอำนาจเพื่อล้มบัลลังก์ ข้าก็ไม่มีสิทธิ์พูดถึงนาง” ??

“แล้วเหตุใดนางต้องทำเช่นนั้น นางมีความสามารถยั่วยวนองค์ชายถึงหกพระองค์ หากนางต้องการเช่นท่านว่า นางแค่แต่งให้ผู้ที่ได้บัลลังก์แล้วเป็นฮองเฮาก็พอ เจ้าเลิกมองคนในแง่ร้ายได้แล้ว”

“แต่นางก็ยังอันตรายสำหรับข้า”

“ท่านจะกลัวอะไรกับแค่สตรีนางเดียว นางไม่มีวันทำ และจะไม่มีวันเอาตัวเองไปยุ่งกับความยุ่งยากแบบนั้น”

“นางเป็นสหายเจ้าหรือเหตุใดถึงพูดเหมือนรู้จักนางดี”

“.......”

ลู่เสียนไม่พูดอะไร นางเพียงดื่มสุราต่อ องค์ชายเองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อทั้งห้องปกคลุมไปด้วยความเงียบจนรู้สึกอึดอัด ลู่เสียนเป็นฝ่ายทนไม่ไหวนางหันไปมององค์ชาย ที่ตอนนี้ก็มองนางเช่นกัน

“เจ้าต้องการอะไรจากข้ากันแน่”

“หยกขาว เจ้าอยากเป็นฮองเฮาหรือไม่”

“..........”

“แต่งให้ข้า แล้วข้าจะยกเจ้าเป็นฮองเฮา”

“ไม่ล่ะ”

ลู่เสียนพูดจบก็ดื่มเหล้าต่อทันที องค์ชายได้แต่ยิ้มค้าง เขาคิดว่านางจะตอบตกลง ไม่คิดว่านาง......

“ทำไม เจ้าก็รู้ไม่ใช่หรอว่าข้ารักเจ้า”

ใช่นางรู้ รู้ว่าชายตรงหน้ารู้สึกกับนางเช่นไร และนางก็รู้เช่นกันว่าอะไรคือสิ่งที่เขาต้องการที่สุด

“เช่นนั้นข้าถามเจ้า เจ้าจะยอมทิ้งบัลลังก์เพื่อมาแต่งกับข้าหรือไม่...”

องค์ชายที่ได้ยินคำถามนั้นก็เงียบทันที เขาดึงมือลู่เสียนมากุมไว้พลางจูบลงเบา ๆ ที่มือนาง

“เหตุใดต้องเลือก ในเมื่อข้ายกตำแหน่งที่หญิงทั่วใต้หล้าต่างแย่งชิงกันเพื่อที่จะได้มาให้เจ้า เจ้าแค่ตอบตกลงก็พอ”

ลู่เสียนยกยิ้ม เดิมทีนางก็เดาคำตอบไว้แล้ว องค์ชายใหญ่ผู้นี้แม้จะรักนาง แต่เขาย่อมรักบัลลังก์และอำนาจมากกว่า ต่างจากสามีของนาง พวกเขายอมทิ้งทุกอย่างเพื่อนาง....

“หญิงทั่วใต้หล้าต้องการ แต่ข้าไม่ต้องการ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็หยุดความรู้สึกไว้เพียงเท่านี้ แล้วกลับมาเป็นสหายกันเช่นเดิม”

“ไม่ ไม่ ข้าไม่ยอม”

ลู่เสียนปัดมือองค์ชายออก ก่อนจะยืนขึ้น

“ข้ารู้สึกไม่ดี อาจจะเพราะดื่มมากเกินไป ข้าขอตัว”

พูดจบลู่เสียนก่อนเดินออกไป แต่ยังได้ยินเสียงตะโกนขององค์ชายดังตามหลังมา

“หยกขาว ไม่มีผู้ใดเลือกได้หรอก แล้วเหตุใดข้าต้องเลือก ใต้หล้าหรือเจ้า ข้าก็จะเอาทั้งหมด” !!!

วันต่อมา

ณ.ค่ายทหาร

ลู่เสียนนั่งรถม้ามา เพราะมีลี่อินมาด้วยจึงเดินทางด้วยม้าเช่นเดิมไม่ได้ การนั่งรถม้าทำให้การเดินทางช้ากว่าเดิม กว่าจะถึงค่ายทหารก็เกือบเย็น รถม้าค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้าไปในค่ายทหาร โดยมีองค์ชายขี่ม้าอยู่ด้านหน้า

“พี่หญิง เราต้องอยู่ที่นี่หรือเจ้าคะ”

“มาพักชั่วคราว สามีข้ากำลังนำขบวนมาเพื่อนำเจ้าไปวังหลวง ไม่ต้องกลัวข้าก็จะไปเช่นกัน”

“สามี” ??

ลี่อินกำมือแน่น แต่ใบหน้ายังแสร้งยิ้มออกมา มันคือผู้ใด เดิมทีคิดว่าคนโง่ด้านหน้าคือคนที่พี่หญิงรักเสียอีก

“เหตุใดเจ้าถึงมาเร็วเช่นนี้”

เสียงพูดคุยด้านนอกเรียกความสนใจของลู่เสียน นางจึงลงจากรถม้าและมองสำรวจรอบ ๆ พบคนกลุ่มหนึ่งกำลังคุยกับองค์ชายใหญ่

“ลู่เสียน” ??

เสียงจากด้านหลังทำให้ลู่เสียนหันไปสนใจ เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าทันที

“พี่ใหญ่”

ลู่เสียนเข้าไปโอบกอดคนตรงหน้าทันที

“ลู่เสียนเหตุใดเจ้ามาอยู่ที่นี่ แล้วท่านพ่อรู้หรือไม่”

“พี่ใหญ่ ท่านรู้หรือไม่ว่าอยู่ที่นี่ข้าลำบากเพียงใด ข้ามาตามหาท่านแล้วท่านหายไปไหน ทิ้งให้ข้าอยู่กับคนใจร้ายเช่นองค์ชายได้อย่างไร ท่านรู้หรือไม่ข้าโดนขู่จะตัดหัวไปกี่ครั้ง”

ลู่เสียนปล่อยโฮออกมา ทำท่าเหมือนเด็กที่ฟ้องผู้ใหญ่ ลู่จื้อยิ้มออกมาก่อนจะลูบหัวให้น้องสาวของเขาเบา ๆ เห็นทีท่านหมอหญิงที่อาฟงพูดถึงคงเป็นน้องสาวเขาเป็นแน่ แล้วลำบากอะไรกัน นางออกจะอวบขึ้นต่างจากตอนที่เขาเจอที่เมืองหลวงยิ่งนัก

องค์ชายใหญ่ที่กำลังพูดคุยกับแม่ทัพจางและองค์ชายหกก็ต้องชะงัก เมื่อหันไปเห็นลู่เสียนที่กำลังโอบกอดกับลู่จื้อ เขากำหมัดแน่น เจ้านั่นก็แค่โชคดีที่ไม่ต้องเลือก หากเป็นผู้อื่นมาเลือกแทนเขาก็ย่อมเลือกไม่ได้

“ข้าได้ยินว่าขบวนเจ้าสาวโดนปล้นแล้วองค์หญิงหายตัวไป”

“เช่นนั้นกระหม่อมจะรีบออกตามหา”

แม่ทัพจางเอ่ยขึ้น องค์ชายใหญ่หันไปมองลี่อินที่ตอนนี้ยืนกำมือแน่น มองไปทางลู่จื้อ เขาขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ เหตุใดสายตาที่มอง ช่างเหมือนกับที่มองเขาเมื่อเช้า สายตาที่พร้อมจะฆ่า แต่ครั้งนี้กับเต็มไปด้วยความอิจฉา หรือว่านาง..

“องค์หญิงลี่อิน ยืนอยู่โน่นไง ข้าบังเอิญเก็บนางได้โดยบังเอิญ”

องค์ชายหกและแม่ทัพจางหันไปมองทันที พบหญิงชุดชมพูยืนอยู่  แม่ทัพจางพลางคิดผู้หญิงชุดขาวที่พูดคุยอยู่กับลู่จื้อนั้นช่างคุ้นตายิ่งนัก แต่องค์ชายหกกลับเดินไปหานางทันที เขาจำได้ จำได้ดี นางคือลู่เสียน...

สวบ!!!

“จับได้แล้ว”

องค์ชายหกเข้ากอดลู่เสียนแน่น ใช่แล้วเป็นนาง เขาจำกลิ่นดอกบัวของนางได้ อยากจับนางไว้ให้แน่นไม่ให้หนีจากเขาไปไหนได้อีก...

“ท่านพี่หก....”

ลู่เสียนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา นางจำได้ทั้งน้ำเสียงและกลิ่นถุงหอมของเขา เขาคือองค์ชายหกสามีของนาง ลู่เสียนยิ้มออกมาด้วยความดีใจ

“ท่านพี่หก ปล่อยให้ข้าดูหน้าท่านพี่หน่อย”

“ไม่หากพี่ปล่อยเจ้าก็จะหนีพี่ไปอีก น้องหญิง..พี่หาเจ้าเจอแล้ว....น้องหญิงของข้า....”

พรึบ!!!

สิ้นเสียงองค์ชายหกก็ทรุดลงทันที โชคดีที่ลู่จื้อได้สติแล้วพยุงตัวองค์ชายหกไว้ทัน องค์ชายถูกพาไปรักษาในกระโจม ด้วยความวุ่นวาย ส่วนลู่เสียนเองก็ตรวจอาการทันทีที่จับชีพจรก็ขมวดคิ้วทันที เขาไม่ได้นอนมานานแค่ไหนกัน เหตุใดชีพจรสับสนเช่นนี้ ลู่เสียนดึงปิ่นออกมาก่อนจะปักลงบนนิ้ว นางหยดเลือดเข้าไปในปากขององค์ชายหก

“เจ้าเป็นใครกันแน่ เหตุใดเจ้าหกเมื่อเห็นเจ้าจึงทำเช่นนั้น”

องค์ชายใหญ่พูดขึ้น หลังจากไม่ให้ผู้ใดเข้ามานอกจากเขา เขาต้องการถามนางให้รู้เรื่อง ลู่เสียนใช้ผ้าซับเหงื่อตามใบหน้าให้องค์ชายหก

“ข้าย่อมเป็นภรรยาของเขา”

“ได้อย่างไรไหนว่าเจ้าเป็นภรรยาลู่จื้อ แล้วไหนจะเจ้าหกที่หลงใหลในสตรี.....สตรีผู้นั้น.....เป็นเจ้า...”

“เพคะ หม่อมฉันคือสตรีเจ้าแผนการที่พระองค์รังเกียจ”

“แล้วเหตุใดจึงมาหลอกเรา!!!”

ลู่เสียนถอนหายใจ ก่อนจะเดินไปตรงหน้าขององค์ชาย

“ข้าจะบอกได้อย่างไรว่าเป็นบุตรสาวแม่ทัพจางในเมื่อตอนนั้นข้ายังไม่รู้ความสัมพันธ์ของเจ้ากับท่านพ่อของข้า ข้าย่อมต้องระวังตัว และจะให้ท่านพาข้าไปพบท่านพ่อและพี่ใหญ่มีเพียงวิธีนี้ หม่อมฉันยอมรับว่าเป็นวิธีที่ผิด”

“เช่นนั้นเจ้าก็คือบุตรสาวแม่ทัพจาง เจ้าและน้องหก....”

“เพคะ องค์ชายสอง องค์ชายสาม องค์ชายสี่ องค์ชายห้า องค์ชายหก หรือแม้กระทั่งองค์ชายเจ็ด หม่อมฉันจะแต่งของจวนตระกูลจาง แต่พระองค์ทรงวางใจเถิดเพคะ หม่อมฉันเพียงแค่หวังอยากจะใช้ชีวิตที่สงบสุขกับสามี ไม่คิดแย่งชิงบัลลังก์”

“เหตุใดต้องเป็นพวกมัน....”

“เพราะพวกเขายอมสละอำนาจเพื่อหม่อมฉันไงเพคะ นั่นคือสิ่งที่พระองค์ให้หม่อมฉันไม่ได้ ไม่ว่าใต้หล้าหรือหม่อมฉัน ย่อมเลือกได้เพียงอย่างเดียว”

“ข้า.....”

องค์ชายทำสีหน้าสับสนเดิมทีเขาคิดเพียงว่าไม่มีใครเข้าใจความรู้สึก แต่พอรู้ว่าน้องของเขายอมทิ้งบัลลังก์เพื่อนาง มันทำให้รู้ว่าเขาทำเช่นน้องของเขาไม่ได้ ลู่เสียนที่รู้ความคิดของเขาก็เพียงยิ้มออกมา นางกุมมือองค์ชายแน่น

“ครองบัลลังก์ตามที่พระองค์ต้องการเถิดเพคะ ระหว่างเรายังเป็นสหายกันได้นะเพคะ”

“เจ้าละโมบอีกหน่อยไม่ได้หรือหยกขาว ละโมบในตำแหน่งฮองเฮาได้หรือไม่”

องค์ชายใหญ่ดึงลู่เสียนเข้ามาสวมกอด แม้เขาจะรักนางเพียงใดแต่ก็ไม่อาจทิ้งทุกอย่างเพื่อนางได้.... ลู่เสียนเพียงกอดตอบเบา ๆ นางเองก็เสียใจที่ตอบรับความรู้สึกของเขาไม่ได้ เวลาผ่านไปเนิ่นนานที่ทั้งสองโอบกอดกันไม่มีคำพูดใด ๆ ออกจากปาก มีเพียงความรู้สึกชื้นที่ไหล่ของลู่เสียน

“นี่เจ้า..ร้องไห้หรอ”

“.......”

ไม่มีเสียงตอบออกมาใด ๆ ลู่เสียนที่สงสัย จึงผละออกจากองค์ชาย ก่อนจะจับใบหน้าเขาให้หันตรงมาที่นาง พบว่าในตาเขาแดงเถือก และมีน้ำใส ๆ ไหลอาบทั้งสองแก้ม

“เจ้าดูแลน้องหกเถิด ข้าขอตัวก่อน....”

พูดจบองค์ชายก็เดินออกไปนอกกระโจม ลู่เสียนถอนหายใจอย่างโล่งอก แบบนี้คือจบด้วยความเข้าใจใช่หรือไม่

“ในเมื่อฉากน้ำตาเมื่อครู่จบแล้ว น้องหญิงควรอธิบายกับสามีหกคนนี้หรือไม่ ว่าเหตุใดพี่ใหญ่ที่รบสิบสนาม ชนะสิบสนาม แม้เจ็บใกล้ตายก็ไม่เคยมีน้ำตา เหตุใดมาโอบกอดเจ้าแล้วร้องไห้เช่นเด็กแบบนี้.......ระหว่างเจ้าอยู่ที่นี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่....”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แม่เล้ากับองค์ชายทั้ง 7   ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อมNC [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]

    ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า

  • แม่เล้ากับองค์ชายทั้ง 7   ตอนพิเศษ คืนเข้าหอNC [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]

    ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท

  • แม่เล้ากับองค์ชายทั้ง 7   ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้าNC [ลู่จื้อ-ถิงถิง]

    ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“

  • แม่เล้ากับองค์ชายทั้ง 7   บทที่ 47 สุรามงคล END

    “เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม

  • แม่เล้ากับองค์ชายทั้ง 7   บทที่ 46 องค์ชายหลี่หมิ่น

    1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย

  • แม่เล้ากับองค์ชายทั้ง 7   บทที่ 45 พวกมันตายอย่าทรมาน

    ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status