LOGINลู่เสียนนั่งตรวจบัญชีของโรงหมอนางยิ้มออกมา เมื่อเห็นตัวเลขที่นางพอใจ เมื่อเทียบในตอนนี้สกุลจางของนางถือได้ว่าเป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวงก็ว่าได้ ยังไม่รวมกับรายได้ของหอนางโลม ทองคำหนึ่งร้อยหีบที่ท่านเทพซีให้ ไหนจะสมบัติของสามีนางที่มีอีกมากมาย
“ข้าควรออกไปใช้เงินบ้างแล้วสิ ถิงถิง”
ลู่เสียนมองถิงถิงที่ก้มหน้านิ่ง ก็ขมวดคิ้วตั้งแต่ออกมาจากจวนหางก็เป็นเช่นนี้
“เจ้าเป็นอะไร”
“บ่าว...บ่าว...”
“ถิงถิง เล่ามาเถิดข้าเองก็มองเจ้าเหมือนน้องสาว”
“บ่าวขอไปทำงานมาทำงานที่โรงหมอ หรือหอนางโลม แทนในจวนได้หรือไม่เจ้าคะ”
“เพราะเหตุใดดูแลข้าไม่ดีหรอ”
ถิงถิงจับมือตัวเองแน่น พลางมองลู่เสียนน้ำตาคลอ
“ข้าไม่อาจอยู่ที่จวนได้แล้วเจ้าค่ะ ขอคุณหนูอนุญาต”
ลู่เสียนมองถิงถิงนิ่ง นางไม่พูดอะไรทำเพียงพยักหน้าออกไป
“เช่นนั้นก็ไปอยู่ที่หอนางโลมเถิดที่นี่มีแต่บุรุษเจ้าจะพักอยู่ได้อย่างไร”
“หากไปอยู่ที่นั่นข้าไม่ขายเรือนร่างได้หรือไม่เจ้าคะ”
ลู่เสียนยิ้มออกมาก่อนจะเดินไปหาถิงถิง พลางจับมือนางลูบอย่างเบามือ ถิงถิงมีท่าทางสั่นกลัวจนลู่เสียนสงสัยผู้ใดกันที่รักแกถิงถิงน้อยจนนางอยู่จวนไม่ได้
“เจ้าคอยตรวจดูบัญชีก็พอ ทำเหมือนอย่างที่ช่วยข้าทำ ส่วนที่พักหากลำบากใจที่จะพักที่จวน ข้าจะให้คนจัดที่พักให้เจ้าแยกออกไป”
“คุณหนู.....”
“ถิงถิงเด็กดี อย่าได้กลัวไป ข้าจะปกป้องเจ้าเอง บอกมาเถิดผู้ใดรังแกเจ้า”
ถิงถิงก้มหน้านิ่งไม่ได้ตอบอะไร ให้ตายเถอะนางคงต้องสืบเรื่องนี้จริงจังแล้วล่ะ
“อีกสามวัน งานที่จวนสกุลหลง คุณหนูจะไปจริง ๆ หรือเจ้าคะ”
“ย่อมต้องไป ข้าเองก็อยากไปดูอะไรสนุกสนุก”
ลู่เสียนพูดออกไป พลางนึกถึงสมุนไพรที่เคยให้อามู่ไปคราวก่อน เห็นทีคราวนี้คงจะได้เห็นอะไรดีดีเสียแล้ว....
สามวันต่อมา
จวนสกุลหลง
ลู่เสียนเดินลงมาจากรถม้าโดยมีลู่จื้อพี่ชายของนางยืนข้าง ๆ ทั้งสองสวมชุดสีขาวสะอาด ยามเดินเข้ามาด้านในจึงดึงดูดสายตาผู้คนเป็นอย่างมาก
“นี่นะหรือหยกคู่ตระกูลจาง งดงามยิ่ง เสียดายที่บุตรสาวกำลังจะแต่งงาน”
“เจ้ารู้หรือไม่ยามนี้ตระกูลจางในตอนนี้มีอำนาจยิ่งนัก ขนาดฝ่าบาทเองยังต้องเกรงใจอยู่สามส่วน”
“ข้าได้ยินมาว่าที่ประทานแต่งงานให้นางแต่งกับองค์ชายถึงหกพระองค์เป็นเพราะนางทูลขอ”
“เช่นนั้นนางก็เป็นหญิงละโมบนะสิ แล้วองค์ชายใดกันที่จะเป็นสามีเอก”
“แน่นอนว่าต้องเป็นหลงอี้ บุตรชายข้า....”
ฮูหยินหลงพูดขึ้นก่อนจะเดินมาร่วมวงสนทนา
“เหตุใดเป็นคุณชายอี้”
“เห้อ เดิมทีข้าก็ไม่อยากพูด แต่เห็นเจ้าถาม ลู่เสียนเดิมทีรักปักใจกับหลงอี้ เลยขอให้เกิดการหมั้นหมาย ยามนี้พอนางจะแต่งสามีเข้าจวนเลยกลัวหลงอี้จะเข้าใจผิด นางเลยมาขอร้องให้ข้ายกบุตรชายให้ สัญญากับข้าว่าจะยกย่องเขาเหนือองค์ชายให้หลงอี้เป็นสามีเอก ข้าเลยใจอ่อน”
“หากเป็นเช่นนั้น แสดงว่าตระกูลจางก็อยู่ในกำมือของคุณชายหลงนะสิ”
“เช่นนี้แล้ว ก็พูดได้ว่า ตระกูลหลงมีอำนาจสูงสุดรองจากฝ่าบาทนะสิ”
ฮูหยินหลงที่ได้ยินไม่พูดอะไร นางเพียงยิ้มออกมาจาง ๆ พลางมองไปที่ลู่เสียน พร้อมแผนในใจ แม้เจ้าบอกว่าจะแต่งให้บุตรชายข้า แต่ย่อมต้องหาหลักประกันไว้ก่อน นางปรายตาไปที่อามู่สาวใช้คนสนิทแต่ไม่พบ พบเพียงสาวใช้อีกคน
“อามู่ให้ข้ามาแจ้งฮูหยินว่า ทุกอย่างเรียบร้อยเจ้าค่ะ”
ฮูหยินหลงยิ้มออกมาอย่างพอใจ เจ้าอย่าได้โทษข้าเลย ถึงอย่างไรเจ้าก็จะแต่งบุตรชายข้าอยู่แล้วเช่นนั้นก็ คงไม่เป็นไรหากจะทำข้าวสารเป็นข้าวสุกไปก่อน
“คุณหนู ท่านเป็นอะไรเจ้าคะ”
เสียงสาวใช้ดังขึ้น ฮูหยินหลงที่เห็นดังนั้นรีบเดินไปหาทันทีแสร้งทำสีหน้าเป็นห่วง
“ลู่เสียน เจ้าเป็นอะไร”
“ข้า..มึนหัวเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นไปพักในห้องก่อน มาเถิดเดียวอาพาไป”
ฮูหยินหลงเข้าไปประคองลู่เสียน ลู่จื้อมองเห็นเหตุการณ์รีบเดินมาทันที
“ลู่เสียนเจ้าเป็นอะไร มาข้าจะพากลับจวน”
“ลู่จื้อให้ลู่เสียนพักที่จวนอาก่อนก็ได้ เดี๋ยวอาจะเรียกท่านหมอมาดูอาการนางเอง ส่วนเจ้าก็ไปคุยกับเสนาบดีเถิดเดี๋ยวลู่เสียนอาดูแลเอง”
“แต่ว่า...”
“ข้าไม่เป็นไร ท่านพี่ไปเถิด”
ลู่เสียนถูกฮูหยินประคองมานอนพักในห้อง
“งั้นเจ้าพักผ่อนเถิด เดี๋ยวอาจะไปตามท่านหมอมาให้”
“เจ้าค่ะ”
ลู่เสียนหลับตาลงทันที ฮูหยินหลงที่เห็นดังนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ นางปรายตามองไปที่กำยานปลุกกำหนัดที่นางจุดไว้ ก่อนนางและสาวใช้เดินออกจากห้อง ทั้งห้องเงียบสนิท ลู่เสียนที่นอนอยู่กระตุกก่อนจะลืมตาขึ้นมาทันที
“ท่านอา ท่านนี้ไม่เคยเปลี่ยนจริง ๆ ออกมาได้แล้ว”
ลู่เสียนพูดขึ้นไม่นานบ่าวรับใช้ก็นำตัวนายท่านหลงกับอามู่ที่สลบอยู่ออกมา ลู่เสียนให้นำทั้งขึ้นไปบนเตียงก่อนจะสั่งถอดเสื้อผ้าพวกเขาจนหมด ก่อนจะปรายตามองไปที่กำยาน
“ให้ตายสิกำยานฤทธิ์อ่อนเช่นนี้จะไปได้ผลอะไร.....โดนหลอกขายยามาแน่ ๆ ”
เดิมทีลู่เสียนอยากจะให้พวกเขาโดนฤทธิ์ของยาปลุกกำหนัดแล้วร่วมรักจริง ๆ แต่คิดดีดีแล้วให้ฮูหยินมาเห็นสภาพเช่นนี้ก็เพียงพอแล้ว ลู่เสียนมองนายท่านหลงและอามู่ที่ไม่มีเสื้อผ้าติดตัวแม้แต่ชิ้นเดียว ให้ตายสิ นายท่านหลงหน้าตาหล่อเหล่าเช่นนี้ ทำไมเจ้าคุณชายอี้นั้นถึงไม่ได้หน้าตาของบิดาสักครึ่งเลยนะ
“ให้ทำเช่นไรต่อขอรับ”
บ่าวรับใช้ที่ลู่เสียนส่งมาเป็นสายในตระกูลหลงเอ่ยขึ้น
“ไม่ต้องทำอะไรแค่รู้อะไรสนุก ๆ พอ”
ให้ตายสิเสียดายยาบำรุงชะมัด นางรู้มาว่านายท่านหลงสุขภาพไม่ดี เลยจัดยาบำรุงชุดใหญ่ให้เพื่อให้ทันวันนี้ เห้อพอมองหน้าอามู่แล้วผู้ใดจะทำลง แม้นางจะชั่วร้ายแต่ก็เพราะคำสั่ง อีกอย่างนางก็เป็นสตรีข้าจะทำลงได้อย่างไร ร่วมรักโดยไม่ยินยอมข้ารู้ดีเจ็บปวดเพียงใด
“ไปเถิด”
“แล้วคุณชายอี้.....”
“คงอยู่หอนางโลมอยู่เลยมั่ง”
พูดจบลู่เสียนก็เดินออกจากไป ทั้งห้องเงียบสนิท นายท่านหลงที่สลบอยู่นานเริ่มรู้สึกตัว เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นก่อนจะลุกนั่งแล้วมองไปรอบ ๆ
“เหตุใดมาอยู่ที่นี่....”
“งืมมมมม”
เสียงคนข้าง ๆ ดังขึ้น พอหันไปก็พบอามู่สาวใช้คนสนิทของฮูหยินที่นอนหลับอยู่ เขาสำรวจร่างกายตัวเองทันทีพบว่าทั้งเขาและนางต่างเปลือยเปล่า
“อามู่ อามู่ เจ้าตื่นสิ”
อามู่ไม่มีท่าทีจะตื่น นางเพียงขยับตัว จนผ้าห่มตกมาอยู่ที่เอวของนาง ทำให้เผยเห็นหน้าอกที่อวบอิ่มของนางทั้งสองข้าง นายท่านหลงมองไม่วางตาพลาง เอื้อมมือไปแตะที่เนินอกอย่าเบามือ
“งืมมมม”
นายท่านหลงที่เห็นอามู่ไม่ตื่นก้ได้ใจ เขาขยับเข้าไปใกล้ก่อนจะบีบเคล้นเต้านมทั้งของของอามู่ สัมผัสช่างต่างจากฮูหยินนัก เขาออกแรงบีบเคล้นมากขึ้น อามู่ที่นอนอยู่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ นางรู้สึกแปลก ๆ
“กรี๊ดดดดดด”
“อย่าร้อง”
นายท่านหลงขึ้นไปคร่อมบนตัวของอามู่พลางใช้ข้างนึงปิดปากนางไว้ด้วยความตกใจ อามู่มองอกแกร่งเปลือยเปล่าของนายท่านหลงที่อยู่ตรงหน้าพลางกลืนน้ำลาย มือที่เคยปิดปากของอามู่ตอนนี้เลื่อนมาลูบไล้บริเวณหน้าอกของนาง เมื่อเห็นว่าอามู่ไม่ขัดขืนนายท่านหลงยิ้มอย่างพอใจ
“นายท่านจะทำอะไรข้า หากนายหญิงรู้”
“รู้แล้วอย่างไร อามู่เจ้างดงามยิ่งนัก”
“อะนายท่าน....”
อามู่รู้สึกถึงแท่งเอ็นที่ตั้งชันชนหน้าท้องของนาง ก็หน้าแดงมีท่าทางเขินอาย เดิมทีนายท่านหลงนั้นหล่อเหลาจนนางหลงใหลแต่เป็นเพราะฮูหยินจึงทำให้นางเลิกเพ้อฝัน นางเลยหันไปหาคุณชายอี้แทนอย่างน้อยนางก็ต้องมีฐานะที่ดีขึ้น แล้วถ้าหากนางทำให้นายท่านหลง หลงใหลในตัวนางได้เล่า นายท่านจะรับนางเป็นอนุนายหญิงย่อมขัดไม่ได้ และเท่าที่นางรู้มานายท่านไม่หลับนอนกับนายหญิงเลยตั้งแต่คุณชายเกิดเช่นนี้......
“หากข้ายอม นายท่านจะปกป้องข้าจากนายหญิงใช่ไหมเจ้าคะ...”
“อามู่ของข้าน่าเอ็นดูเพียงนี้ ข้าย่อมต้องถนอมเจ้า”
ศาลาริมน้ำ
ลู่เสียนที่นั่งจิบน้ำชาอยู่ที่ศาลา พลางเคาะนิ้วคิดหลาย ๆ สามีนางจะจัดการเรื่องนี้ยังไงกันนะ คุณชายอี้ ท่านจะมีชะตากรรมเช่นไรต่อไปกัน....
“ฮูหยินจะพาพวกข้าไปที่ใดกัน”
“ลู่เสียนบ่นว่าปวดหัว ข้าเลยให้หลงอี้ไปดูแลนาง แต่เมื่อกี้มีบ่าวมาแจ้งว่าได้ยินเสียงแปลกดังมาจากห้อง ข้าเองก็ไม่กล้าไปคนเดียว มีเพียงพวกท่านที่ข้าไว้ใจ”
“แหมฮูหยินหลง หนุ่มสาวจะแต่งกันอยู่แล้วอยู่ด้วยกันย่อมเหมือนน้ำมันกับไฟ”
ลู่เสียนที่ได้ฟังก็กระตุกยิ้ม เหอะ ช่างคบหาสหายที่นิสัยเดียวกันจริง ๆ มีผู้ใดบ้างอยากให้ผู้อื่นรู้ถึงความอับอายของตน คงมีเพียงฮูหยินหลงนี่แหละ ลู่เสียนตามเหล่าฮูหยินไปเงียบ ๆ
“ฮูหยินหลง ข้ายินดีล่วงหน้า”
“อะ.....อ่าส์......แรงอีก.....แรงอีก....อะ...ซี๊ดดดดด”
ลู่เสียนและเหล่าฮูหยินมาหยุดอยู่หน้าห้อง ก่อนจะได้ยินเสียงครางออกมาจากในห้อง เหล่าฮูหยินต่างหัวเราออกมาอย่างชอบใจ แต่ลู่เสียนเองกับชะงักฝีเท้า ก่อนจะขมวดคิ้วออกมา เหอะ อามู่ผู้นี้ช่างสร้างเรื่องให้ข้าแปลกใจจริง ๆ
“ฮูหยินแบบนี้พวกเราไม่ต้องเข้าไปหรอก ข้าเขินอายยิ่งนัก”
“ใครจะคิดว่านาง ไร้ยางอายเช่นนี้”
“พวกท่านหมายถึงผู้ใดหรือเจ้าคะ” ???
ลู่เสียนที่เงียบอยู่นานพูดขึ้น พลางเอียงคอถามอย่างสงสัย ฮูหยินหลงที่เห็นลู่เสียนยืนอยู่ก็มีสีหน้าตกใจ
“หากเจ้าอยู่นี่แล้วผู้ใด......”
“อะ....ลึก......เข้ามาลึก...อ่าส์.....”
“ท่านไม่คิดว่าเสียงคุ้นหูหรือเจ้าคะ”
ลู่เสียนกระตุกยิ้มออกมา เหล่าฮูหยินที่ทนความสงสัยไม่ไหว จึงผลักประตูเข้าไปทันทีก็จะชะงักกับภาพตรงหน้า
“ท่านอา เชิญ...”
ลู่เสียนผายมือไปในน้องฮูหยินเดินเข้าไปในห้องอย่างเชื่องช้า นางกำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่น ก่อนจะมองภาพตรงหน้าอย่าไม่เชื่อสายตา สามีนางกำลังมีอะไรกับอามู่สาวใช้คนสนิทของนาง
“ว้าววว นายท่านหลง ท่านนี่ร้อนแรงจังเลยเจ้าค่ะ”
ลู่เสียนพูดขึ้น นายท่านหลงที่กำลังขยับท่อนเอ็นเข้าไปในรูสวาทของอามู่ชะงักทันที เขาหันไปมองเหล่าฮูหยินที่เข้า พรางสายตาไปสะดุดกับฮูหยินหลงที่ตอนนี้มองกำลังเดินมาทางเขา
“นางชั่ว!!!”
ฮูหยินหลงกระชากหัวของอามู่ไว้แน่น อามู่กรีดร้องด้วยความเจ็บ นายท่านหลงที่เห็นเช่นนั้นทั้งโกรธทั้งไม่พอใจ เข้าไปผลักฮูหยินลงไปกองกับพื้น ก่อนจะดึงอามู่เข้ามาไว้ในอ้อมกอด
“ไม่ต้องกลัวข้าบอกแล้วจะถนอมเจ้า...”
“ท่านกล้าทำกับข้าเช่นนี้ได้อย่างไร ข้าเป็นฮูหยินท่านนะ!!!”
นายท่านหลงปรายตามองฮูหยินหลงด้วยความเย็นชา เหอะ นางไม่ใช่หรือที่ลอบคบชู้ในยามที่ท่อนเอ็นเขาใช้การไม่ได้ แล้วตอนนี้จะมาเรียกร้องอะไร ผู้ใดกันจะมีลูกทั้งที่ยังไม่เคยร่วมรักกับภรรยาเลยสักครั้ง คิดว่าเขาโง่งั้นหรือ
“นะ....นายท่าน...อ่าส์”
นายท่านหลงไม่สนใจผู้ใด เขาเพียงจับอามู่นอนราบกับพื้นก่อนจะกดแท่งเอ็นลงไปในรูสวาท ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย เขาขยับสะโพกเข้าออก พลางหันหน้าไปทางเหล่าฮูหยินที่มีสีหน้าแดงพวกนางต่างเขินอาย เหตุใดสามีพวกนางถึงไม่รูปงามและหุ่นดีเช่นนี้
“พวกท่านจะอยู่ดูหรือไม่ ข้าจะได้ขยับให้เห็นชัด ๆ ”
“ขอโทษเจ้าค่ะ”
เหล่าฮูหยินและฮูหยินหลงออกจากห้องไปและไม่ลืมปิดประตูให้ เหลือเพียงลู่เสียนที่กอดอกมองทั้งสอง นายท่านหลงขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“อะไรเจ้าคะ ก็ท่านบอกว่าจะดูหรือไม่ก็ข้าอยากดูเลยอยู่”
“ซี๊ด...นายท่าน.......อะ....อะ...อะ..”
“เหตุใดจึงทำแต่ท่าเดิมเจ้าคะ ลองเปลี่ยนท่าดีหรือไม่มาเถิดข้าจะช่วยเอง”
ลู่เสียนเดินเข้าไปจับท่าทาง ให้อามู่คลายสี่ขา ก่อนจะปรายตาไปมองท่อนเอ็นที่แข็งเต็มที่พลางกลืนน้ำลายลงคอ
“หึ”
นายท่านหลงที่เห็นลู่เสียนกลืนน้ำลายก็กระตุกยิ้ม เขาค่อย ๆ กดท่อนเอ็นไปในรูสวาทอีกครั้ง
“เห้อ ข้าเสียดายท่านจัง ท่านนะเป็นแบบที่ข้าชอบเลย หากยังไม่แต่งงานข้าคงแต่งท่านเข้าจวนเป็นแน่”
“ซี๊ด.....อะ.....เช่นนั้นก็มาแต่งให้ข้าแทนสิ....”
“เกรงว่าข้าจะทิ้งสามีอีกเจ็ดคนเพื่อท่านไม่ลง เอาล่ะ ข้าไปดีกว่าเชิญท่านตามสบาย”
“เจ้าไม่เปลี่ยนใจ” ??
“เจ็ดแท่งย่อมดีกว่าแท่งเดียว เจ้าค่ะ”
ลู่เสียนพูดจบก็เดินออกจากห้อง นางเดินมาที่งานเลี้ยงก็ต้องขมวดคิ้วทันที ที่เห็นทหารมากมาย
“ไม่จริง หลงอี้บุตรชายจะไปที่นั่นได้อย่างไร”
ฮูหยินหลงร้องไห้โฮออกมา ในมือของนางมีราชโองการ ข้าพลาดอะไรไปใช่หรือไม่ นางกวาดสายตาหาลู่จื้อพี่ชายของนาง เมื่อเห็นเป้าหมายนางก็เดินไปหาทันที
“ท่านพี่ เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ”
“มีราชโองการมา ว่าองค์หญิงต่างแคว้นถูกใจใบหน้าของหลงอี้ เลยยื่นข้อเสนอให้ส่งหลงอี้ไปเชื่อมสัมพันธ์ ฝ่าบาทเลยตกลงทันทีและออกราชโองการมา”
“ก็ลี่อินแต่งมาเชื่อมสัมพันธ์แล้วไม่ใช่หรือ”
“ข้าได้ยินมาว่านางมีข้อเสนอลับ ๆ ฝ่าบาทเลยยอมโดยง่าย”
ลู่เสียนพยักหน้าอย่างเข้าใจ ทำไมนางถึงรู้สึกว่าเรื่องนี้ลี่อินมีส่วนเกี่ยวข้องยังไม่รู้ นางมองไปที่ฮูหยินหลงที่ร้องไห้ออกมาไม่อายใคร หากนางไม่ละโมบมีหรือจะเป็นเช่นนี้
“ฮูหยินแย่แล้วเจ้าค่ะ!!! คุณชาย คุณชาย”
สาวใช้วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในจวน พลางตามมาด้วยทหารสี่คนที่หามเปลที่มีคนนอนอยู่ ลู่เสียนมองไปบนเปลพบว่าคนที่นอนเป็นคุณชายหลงอี้
“ลูกข้า ลูกข้าเป็นอะไร”
ฮูหยินวิ่งเข้ามาดูลูกชายที่นอนไม่ได้สติ
“ระหว่างทางกลับจวน ม้าที่คุณชายขี่จู่ ๆ ก็คลั่งขึ้นมาทำให้คุณชายตกจากหลังม้าเลยทำให้ม้าเหยียบตรง.....ตรง...ท่านหมอที่รักษาบอกว่าคุณชายไม่อาจมีบุตรได้อีกเจ้าค่ะ”
สาวใช้พูดออกมา ฮูหยินที่รับปัญหามาหลายทาง เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็สลบไปนอนกับพื้นทัน ลู่เสียนที่มองภาพตรงหน้าพลางคิดประมวลผล มันจะบังเอิญเกินไปหรือไม่....
“แล้วเช่นนี้จะแต่งเชื่อมสัมพันธ์ได้อย่างไร”
“เจ้าไม่รู้อะไร ข้าได้ยินมาว่าองค์หญิงผู้นี้ชอบอย่างยิ่งคือการสะสมบุรุษ นางไม่สนใจหรอกว่าบุรุษผู้นั้นจะเป็นเช่นไร”
ลู่เสียนนั่งรถม้ากลับจวน ส่วนลู่จื้อนั้นขอตัวไปจัดการงาน ในหัวลู่เสียนยังคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่หยุด นางมิได้ลงโทษ พวกเขารุนแรงไปใช่หรือไม่ หรือนางควรกลับไปรักษาหลงอี้ดี....
“หยุดรถทำไม”
ลู่เสียนตะโกนออกไปเมื่อรู้สึกว่ารถม้าหยุด แต่ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา ลู่เสียนจึงตัดสินใจเปิดม่านไปดู แต่ก็มีคนชุดดำเข้ามารถมาของนาง พร้อมกับพาดกระบี่ที่คอของนาง
“พวกเจ้าต้องการอะไร”
ไม่มีเสียงตอบกลับมา ลู่เสียนรู้สึกเจ็บที่หลังคอของนางก่อนภาพเบื้องหน้าจะเลือนรางและดับวูบไป
“ค่อย ๆ กับนางหน่อย เลือดของนางมีค่ามาก”
ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า
ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท
ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“
“เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม
1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย
ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว





![เฟิ่งหวง [鳳凰]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

