LOGINลู่เสียนนั่งจิบน้ำชาเงียบ ๆ ตรงข้ามนางมีฮูหยินหลงและบุตรชาย นั่งอยู่ ฮูหยินหลงได้แต่นั่งเจรจากับแม่ทัพจาง เรื่องการหมั้นหมายของนางและบุตรชาย ยิ่งในตอนนี้ตระกูลจางเป็นศูนย์รวมอำนาจเช่นนี้ ฮูหยินหลงผู้นี้ไม่มีทางปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไป
“ท่านต้องรับผิดชอบ บุตรชายข้าเดิมก็หมั้นหมายลู่เสียนไว้ตั้งแต่ก่อนมีราชโองการ เช่นนี้ให้ลู่เสียนแต่งอาอี้เป็นสามีเอกไป จึงจะสมควร”
“ฮูหยินหลงเรื่องนี้ข้าเกรงว่าจะไม่เหมาะ”
“เหตุใดจะไม่เหมาะอาอี้เองก็รักปักใจเพียงลู่เสียน ข้าเองก็จนปัญญา จะให้แต่สตรีตระกูลอื่นเข้าจวนบุตรชายก็ไม่ยอมจะแต่งเพียงลู่เสียนเท่านั้น”
ลู่เสียนที่ได้ฟังก็ได้แต่กลอกตามองบน เหอะ ผู้ใดบ้างที่ไม่รู้ว่าบุตรชายนางเสเพลเพียงใด จะว่าหน้าตานั่นก็ธรรมดามิอาจสู้สามีของนางได้สักคน
“ลู่เสียนเจ้าว่าอย่างไร เจ้าเองก็รักพี่อี้ของเจ้าใช่หรือไม่ บอกอามาเถิดอาจะช่วยเจ้าเอง”
ฮูหยินหลงพูดออกมา ลู่เสียนเดิมทีอยากตอบปฏิเสธออกไป แต่นึกบางอย่างได้ สามีของนางว่างเกินไปหรือไม่ ช่วงนี้เอาแต่วนเวียนมาลวนลามนางจนนางทำงานไม่ได้ เช่นนี้ก็หางานให้พวกเขาหน่อยน่าจะดี ลู่เสียนเพียงส่งยิ้มบาง ๆ ออกไป
“เห็นหรือไม่แม่ทัพจาง ลู่เสียนเองก็ไม่ได้ปฏิเสธ”
“แต่นางก็ไม่ได้ บอกว่าจะแต่ง”
แม่ทัพจางพูดขึ้น ก่อนจะปรายตามองอาอี้ เหอะ ไม่ได้เรื่อง
“แต่ท่านอา ท่านมีบุตรชายคนเดียว หากแต่งเข้าตระกูลจางแล้วเรื่องทายาทของตระกูลหลง......”
“เรื่องนั้นอาคิดไว้แล้ว เจ้าก็คลอดบุตรให้อาอี้สักคนแล้วให้ใช้แซ่หลง เช่นนี้ก็ไม่เป็นปัญหาแล้ว”
“เหอะ เช่นนี้จะไม่เอาแต่ได้ไปหน่อยหรือ”
แม่ทัพจางพูดขึ้น ลู่เสียนทำเพียงจับมือบิดาและยิ้มออกมา เห็นทีคงต้องวาดฝันให้ท่านอาสักหน่อย
“ลู่เสียน เจ้าตกลงใช่หรือไม่ บอกอามา”
ลู่เสียนทำท่าทางเขินอาย ฮูหยินหลงที่เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มออกมา นางเข้าใจว่าลู่เสียนนั้นถูกใจในบุตรชายนาง ฮูหยินหลงพูดคุยได้สักพักก็ขอตัวกลับไป ลู่เสียนเดินมาส่งฮูหยินและบุตรชายหน้าจวนโดยมีถิงถิงตามมา
“อีกสามวันเจ้าอย่าลืม อามู่คงส่งเทียบเชิญมาให้เจ้าแล้ว พี่จะรอเจ้าที่จวน”
อาอี้ฉวยโอกาสคว้ามือลู่เสียนก่อนจะลูบที่หลังมือนาง ลู่เสียนที่กำลังจะดึงมือกลับ ก็ชะงักเมื่อเห็นว่าองค์ชายสองกำลังเดินมา
“เจ้าค่ะ”
อาอี้มองไปที่ผมของลู่เสียนที่มีปิ่นไม้ปักอยู่บนผม เขาก็นึกบางอย่างได้ จึงหยิบปิ่นเงินออกมา ก่อนจะปักลงบนผมของลู่เสียน
“พี่ซื้อมาให้ ปิ่นไม้เก่า ๆ นั่นเจ้าทิ้งไปเถิด หากพี่แต่งเข้าจวนเจ้าแล้วจะซื้อให้เจ้าใหม่เยอะ ๆ เลยดีหรือไม่”
เขาลูบที่ใบหน้าของลู่เสียนอย่างถือดี เดิมทีเขาจะนำปิ่นนี้ไปให้อามู่ สาวใช้ข้างกายฮูหยินที่หน้าตางดงามแต่ช่างปะไร หากเทียบกันแล้วลู่เสียนนางย่อมงดงามยิ่งกว่า สตรีเช่นนี้จึงจะเหมาะที่จะมาเป็นภรรยาเขา
ลู่เสียนเองทำท่าทางเขินอาย แม้ในใจอยากจะหักมือคนตรงหน้ายิ่งนัก เหอะ กล้าดียังไงมาว่าปิ่นของนาง เจ้าตาถั่วรู้หรือไม่ กว่าจะได้ปิ่นนี้มา ท่านพี่ซีของนางทำลายต้นท้อสวรรค์ไปตั้งเท่าไหร่
“งั้นวันนี้พี่คงต้องขอตัวก่อน หากเจ้าคิดถึงพี่จงมองปิ่นนี้”
“เจ้าค่ะ”
ลู่เสียนยิ้มออกมาจาง ๆ พลางมองฮูหยินหลงและคุณชายที่ขึ้นรถม้าออกจากหน้าจวนนางไป นางปรายตาไปมององค์ชายสองที่ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว ลู่เสียนกระตุกยิ้มออกมาอย่างพอใจ เช่นนี้อีกไม่นานคงรู้กันทั่ว สามีนางคงยุ่งไปสักพัก
“คุณหนู ท่านจะแต่งกับคุณชายอี้จริง ๆ หรือเจ้าคะ”
“เหอะ สามีข้าหล่อเหล่าเช่นนี้ ข้าจะแต่งเขามาทำอะไร ฮูหยินหลงนั่นก็กระไร บุตรชายนางเสเพลเช่นนั้นยังจะหวังให้ข้าหลงใหลบุตรชายนาง คงจะหวังพึ่งอำนาจตระกูลข้า เหอะ รักปักใจอะไร รักในสมบัติข้ามากกว่า ละโมบยิ่งนัก”
“เช่นนั้น เมื่อกี้”
ลู่เสียนไม่ตอบอะไร นางเพียงยิ้มออกมา ก่อนสายตาของนางจะสังเกตเห็นรอยแดงที่คอของถิงถิง นางรู้ดีว่ารอยนั่นคือรอยอะไร
“เจ้ามีคนในใจแล้วหรือถิงถิงน้อย”
“เจ้าคะ” ??
“รอยที่คอเจ้า”
“ไม่ใช่นะเจ้าคะ รอยนี้มัน.....”
ลู่เสียนจับที่ปลายคางของถิงถิง ก่อนจะจับนางเงยหน้าขึ้น
“ถิงถิง ข้าพึ่งสังเกตว่าเจ้าเองก็งดงาม ข้ามีสามีเจ็ดคนนะ รอยนี้เป็นรอยอะไรข้ามองแปบเดียวก็รู้แล้ว”
“คือว่าบ่าว......”
“จะไม่ยอมบอกข้าจริง ๆ หรือว่าบุรุษผู้นั้นเป็นใคร....”
“บะ....บ่าว.......”
ถิงถิง ก้มหน้านิ่ง นางในตอนนี้สับสน นางไม่อยากปิดคุณหนูแต่ความลับของนางและคนผู้นั้นไม่อาจให้ผู้ใดรู้ได้ ลู่เสียนที่เห็นถิงถิงทำหน้าลำบากใจก็ปล่อยมือ ก่อนจะลูบหัวถิงถิงเบาเบา
“หากไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร ให้ตายสิแม้เจ้าจะถึงวัยออกเรือนแล้วแต่ข้ายังคิดว่าเจ้ายังเป็นเด็กน้อยอยู่เลย หากโดนชายผู้นั้นเอาเปรียบหรือทำร้าย เจ้าต้องบอกข้าเข้าใจไหม”
“คุณหนู....”
“ไปเถอะถิงถิง ข้าอยากไปดูบัญชีโรงหมอเสียหน่อย”
“แต่ว่าพวกองค์ชาย....”
“พวกเขากำลังยุ่ง คงไม่ก่อกวนข้าเวลาทำงานสักพัก”
วังหลวง ห้องทรงงาน
“ส่งมันไปชายแดน”
“มันง่ายไป”
“ประหาร”
“ขุนนางโง่พวกนั่นคงยอม”
“ใช้น้ำตาของข้า”
“หยกขาวได้ฆ่าพวกเจ้าแทนนะสิ นางไม่ได้อยากให้พวกเจ้าฆ่าใคร”
“แล้วจะให้ทำยังไง ฆ่าก็ไม่ได้ ให้ไปที่อื่นก็ไม่ได้”
องค์ชายทั้งหก พูดออกมาอย่างหัวเสีย ฮ่องเต้มองพวกเขาก่อนจะเคาะนิ้วกับโต๊ะอย่างใช้ความคิด ฮองเฮาที่ฟังพวกเขาอยู่นาน ทำไมพี่หญิงถึงแต่งกับพวกโง่นี่ แทนที่จะมาอยู่กับข้ากัน..... แต่หากจะให้พี่หญิงแต่งไอ้โง่อีกคนมันก็....
“เหตุใดจึงมีแต่คนโง่...ข้าคิดถูกหรือไม่ที่ฝากพี่หญิงไว้กับพวกเจ้า....เห้อ...เอาเถอะ ข้าจะวางแผนให้ พวกท่านแค่ทำตามก็พอ”
แดนมาร
“พี่ซื้อมาให้ ปิ่นไม้เก่า ๆ นั่นเจ้าทิ้งไปเถิด หาแต่งให้เจ้าแล้วจะซื้อให้เจ้าใหม่จนกว่าเจ้าจะพอใจดีหรือไม่”
ท่านเทพซีมองพาตรงหน้า เขากัดฟันแน่นด้วยความโกรธ ปิ่นไม้เก่า ๆ งั้นหรอ เจ้านั่นคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้ามาดูถูกปิ่นที่ข้าตั้งใจทำให้นาง แล้วมันกล้าดียังไงมาแตะต้องนาง
“ซีห่าว เจ้าจะไปไหน”
“แดนมนุษย์”
พรึบ !!!
ฉินซีจับเชือกสีทองที่ผูกกับข้อมือของซีห่าวไว้แน่น
“เจ้าโดนลงโทษอยู่ ห้ามไป”
“แต่เจ้าก็เห็น ไอ้มนุษย์นั่น เหอะมันแตะต้องนาง แล้วยังบังอาจเอาปิ่นโง่ ๆ นั่นมาปักข้างปิ่นของข้า”
“เทพห้ามทำร้ายมนุษย์”
“ข้าไม่ใช่เทพ แต่เป็นมารต่างหาก”
"ก็มีเลือดเทพอยู่ครึ่งหนึ่งไม่ใช่หรือไง"
"แล้วอีกครึ่งไม่ใช่เลือดมารหรือไง"
ฉินซีที่ได้ยินคำตอบแทบทึ้งหัวตัวเอง ให้ตายเถอะเหตุใดเขาถึงมีสหายเช่นนี้ โชคดีที่เขายังมีเชือกมัดเซียนรั้งไว้ ซีห่าวมองเชือกสีทองที่มัดแขนเขาไว้
“ฉินซี....เจ้าคิดจริง ๆ หรอว่าเชือกโง่ ๆ แค่นี้จะรั้งข้าไว้ได้....”
ซีห่าวกระตุกเชือกทันที เชือกสีทองก็ค่อย ๆ หายไป ซีห่าวยิ้มออกมาอย่างพอใจ
“ไม่ต้องห่วง แค่ลงไปไม่ใช้ร่างนี้ก็พอใช่ไหม”
ซีห่าวเปลี่ยนร่างเป็นฉินซี ก่อนจะออกไปจากห้องทันที
“ให้ตายเถอะ ข้าควรเลิกคบสหายเช่นเจ้า” !!!
ฉินซีตะโกนออกไปอย่างหัวเสีย ก่อนจะสะบัดมือขึ้น ร่างของเขาก็เปลี่ยนเป็นซีห่าวทันที พร้อมทั้งมีเชือกสีทองที่มัดมือไว้ ให้ตายเถอะ แค่เจ้าบ้านั่นอย่าฆ่ามนุษย์ผู้นั้นก็พอ แต่ว่า...คงไม่ได้เอาใบหน้าของเขาไปฆ่ามนุษย์หรอกใช่ไหม.....
ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า
ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท
ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“
“เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม
1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย
ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว







