Masukมนุษย์คนนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้เขาไม่สามารถละสายตาหรือทิ้งความสนใจในตัวของเขาออกไปได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว
หลังจากมื้อเย็นผ่านไป ทั้งบ้านก็ตกอยู่ในความเงียบสงบอีกครั้ง
ภาคินทร์กลับขึ้นไปยังชั้นสาม ส่วนพระพายก็กลับเข้าห้องนอนของตัวเอง
ลมด้านนอกพัดแรงขึ้นเรื่อย ๆ อีกไม่ช้าไม่นานฝนก็คงจะเทลงมา เพลงพรยังคงติดธุระสำคัญอยู่ที่โรงพยาบาลจึงไม่สามารถกลับมาได้ในตอนนี้ และบางทีเธออาจจะต้องเสียเวลาอยู่ที่นั่นทั้งคืน
ในเวลานี้บ้านทั้งหลังจึงมีแค่ภาคินทร์และพระพายอยู่กันตามลำพัง
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเตรียมเข้านอน ในตอนที่กำลังคิดอะไรเพลิน ๆ ก็มีเสียงของอะไรบางอย่างดังอยู่ที่หน้าประตู พระพายชั่งใจว่าเขาควรจะออกไปดูหรือไม่ ด้วยยังตราตรึงนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนไม่หาย
แล้วจู่ ๆ เสียงด้านนอกก็เงียบลงคล้ายว่าคนฝั่งนั้นจะรู้ว่า เขากำลังยืนแอบฟังอยู่อีกด้านของประตู
พระพายยืนอยู่สักพักจนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ตรงหน้าประตูห้องเขาแล้ว จึงหมุนตัวเตรียมกลับขึ้นเตียงนอนแต่สายตาก็ไปปะทะเข้ากับเงาดำบางอย่างที่บินผ่านหน้าต่างไป
“พระพาย!!!”
เสียงของภาคินทร์ดังมาจากด้านหลังก่อนที่พระพายจะถูกกระชากออกมาจากห้องแล้วประตูก็ถูกปิดลง
“คุณทำอะไรของคุณภาคินทร์”
“คุณไม่เห็นสิ่งผิดปกติด้านนอกนั่นหรือไง”
ทั้งสองคนยืนถกเถียงกันอยู่หน้าห้องโดยที่พระพายดูจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์เท่าไรนัก
“อีกสามวันจะเป็นวันพระจันทร์เต็มดวง สิ่งที่คุณเห็นเมื่อครู่นี้น่าจะเป็นบริวารของแวมไพร์สักตัวที่ส่งมา
อาจจะมีใครรู้เรื่องของคุณเข้าแล้ว”ภาคินทร์พูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนเขากำลังหนักใจ เขารู้ดีว่าสักวันหนึ่งเหตุการณ์นี้จะมาถึงแต่ก็ไม่คาดคิดว่ามันจะรวดเร็วถึงขนาดนี้
“คุณหมายความว่ายังไง”
“ผมเคยบอกคุณแล้วว่าไม่ได้มีแค่ผมที่จะฝันเห็นคุณ แต่แวมไพร์ตัวอื่นก็เช่นกัน”
“หมายความว่าต่อให้ผมอยู่ที่นี่ผมก็อาจจะโดนพวกนั้นบุกเข้ามาดูดเลือดได้เหรอครับ”
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้น แต่ก็ไว้ใจไม่ได้”
ภาคินทร์ดูหนักใจไม่น้อยเกี่ยวกับเรื่องที่พระพายจะต้องเจอในอนาคต เพราะนี้มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
“ในคืนที่ฝนตกเลือดจะมีกลิ่นแรงมากกว่าปกติ พวกมันคงตามกลิ่นคุณมา คืนนี้คุณขึ้นไปนอนที่ชั้นสามก่อน ชั้นนั้นคุณจะปลอดภัย”
“ผมจะมั่นใจได้ยังไงว่าผมจะปลอดภัย”
“เพราะชนชั้นแวมไพร์ที่ต่างกัน มันอยากได้เลือดคุณก็จริง แต่พวกชนชั้นล่างจะไม่กล้ารุกล้ำที่พักของแวมไพร์ชั้นที่สูงกว่า ฉะนั้นพวกมันจะไม่กล้าขึ้นไปที่ชั้นสามอย่างแน่นอน”
ใจหนึ่งก็หวาดระแวงในตัวภาคินทร์เพราะเขาก็คือแวมไพร์ตนหนึ่ง แต่อีกใจก็รู้สึกกลัวพวกตัวที่อยู่ข้างนอกมากกว่า
“คุณมีเวลาตัดสินใจไม่นานนะคุณพระพาย”
“ทำไมครับ”
“นี่มันก็มืดแล้ว ผมต้องลงไปที่สระว่ายน้ำ”
“ตอนฝนกำลังจะตกแบบนี้เนี่ยนะ”
พระพายนึกถึงคำพูดของเพลงพรเกี่ยวกับเรื่องราวของภาคินทร์ ที่ในทุกคืนเขาต้องลงไปที่สระว่ายน้ำด้านหลังเพื่อปลดปล่อยความต้องการบางอย่างในร่างกายของตัวเอง
แต่เขาก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า ในคืนที่ท้องฟ้าแปรปรวนขนาดนี้ภาคินทร์ก็ยังต้องออกไปอีกอย่างนั้นเหรอ
เขาคงเป็นมนุษย์ที่ขี้สงสัยไปเสียทุกเรื่องอย่างที่ภาคินทร์บอกจริง ๆ
“งั้นผมขอรบกวนคุณภาคินทร์ด้วยนะครับ”
ภาคินทร์พยักหน้าช้า ๆ โดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาเริ่มรู้สึกว่าอากาศมันเริ่มร้อนจนเขาต้องปลดกระดุมเสื้อออกไปถึงสองเม็ด ก่อนจะเดินนำพระพายขึ้นไปที่ชั้นสามของบ้านอันเป็นชั้นที่พักส่วนตัว ที่นอกจากเพลงพรเขาก็ไม่เคยให้ใครขึ้นมาบนนี้เลย
ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออก หน้าต่างทุกบานปิดสนิทไม่มีแม้แต่แสงไฟนำทาง
พระพายกวาดตามองไปรอบ ๆ โดยอาศัยแสงสว่างเพียงเล็กน้อยจากมือถือช่วยส่องสว่าง ก่อนจะไปสะดุดตากับโลงไม้ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง
เขาจึงเพิ่งจะเข้าใจคำว่า “ที่พัก” ของแวมไพร์ตามที่ภาคินทร์บอก
“ปกติคุณนอนในโลงนี้เหรอ”
“เปล่าผมนอนบนเตียงนอนตรงนั้น”
ภาคินทร์ชี้ไปที่เตียงสีขาวสะอาดตาที่ตั้งตระหง่านอยู่มุมห้อง
“แต่โลงศพกับแวมไพร์มันเป็นของคู่กัน ลวดลาย รูปแบบของโลงเป็นตัวแบ่งชนชั้นของพวกเราให้แตกต่างกัน”
น้ำเสียงของภาคินทร์เริ่มแปลกไปจนพระพายจับสังเกตได้
“ภาคินทร์คุณเป็นอะไรหรือเปล่า”
“เป็น...”
เสียงของภาคินทร์ขาด ๆ หาย ๆ จนฟังไม่ได้ศัพท์ พระพายตรงเข้าไปประคองภาคินทร์เอาไว้และพาไปนั่งที่เตียง
“เป็นอะไรแล้วผมต้องทำไง”
พระพายหันซ้ายหันขวาทำตัวไม่ถูก เพลงพรก็ไม่อยู่เขาไม่รู้เลยว่าอาการที่เกิดขึ้นกับภาคินทร์เกิดจากอะไร
“ผมร้อนมากคุณช่วยเร่งแอร์ให้หน่อย ผมคงไปที่สระว่ายน้ำไม่ทันแน่”
พระพายมองหาริโมตเครื่องปรับอากาศ ก่อนจะรีบกดปรับอุณหภูมิที่คิดว่าเย็นมากพอสำหรับภาคินทร์
พระพายคิดในใจว่าคงต้องถามเพลงพรเกี่ยวกับเรื่องสระน้ำตอนกลางคืนเอาไว้บ้าง เขาจะได้รู้ว่ามันสำคัญอย่างไรกับภาคินทร์กันแน่
ตอนที่ 58“พระพายได้ยินผมหรือเปล่า”ภาคินทร์ค่อย ๆ ประคองพระพายนอนลงบนเตียง แล้วก้มลงกระซิบข้างหูของพระพายเบา ๆไม่นานเขาก็รู้สึกตัว“คุณภาคินทร์ ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”“ผมเป็นคนพาคุณมาเอง เกือบไปแล้วนะรู้หรือเปล่า”“เกือบอะไรเหรอครับ ผมจำได้ว่าตอนแรกผมอยู่ที่โรงพยาบาลกับเมฆ... แล้วหลังจากนั้น”พระพายพยายามนึกเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลในตอนที่เขาคิดว่าตัวเองยังพอมีสติ แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก“แล้วพระนาย...”“น้องชายคุณจะไม่เป็นอะไร แต่เห็นทีเราคงต้องมาจัดการเรื่องของคุณสองคนกันใหม่”“หมายความว่ายังไงครับ”“คนสุดท้ายที่คุณอยู่ด้วยคือใคร คุณจำได้หรือเปล่า”“ก็ไอ้เมฆไงครับ”“คุณชอบศึกษาเรื่องแวมไพร์มากใช่ไหม คุณรู้จักตระกูลอีแวนสัน แล้วคุณเคยได้ยินเรื่องของตระกูลที่เป็นคู่แข่งของอีแวนสันหรือเปล่า”ภาคินทร์ถามกลับอย่างใจเย็น ถึงอย่างไรวันนี้พระพายก็ต้องรู้เรื่องของเพื่อนสนิทตัวเอง“หมายถึงตระกูลโรเจอร์เหรอครับ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเมฆ”“คุณลองปะติดปะต่อดูสิพระพาย คุณไม่ใช่คนโง่”“คุณภาคินทร์กำลังจะบอกผมว่าเมฆคือแวมไพร์ของตระกูลโรเจอร์เหรอครับ”เพียงแค่คิดขึ้นมาก็ชักจะเริ่มกลืนน้ำลายลงคอลำบากเต
ตอนที่ 57“คุณเมฆาหยุดเดี๋ยวนี้นะ คิดจะทำอะไร”“แกนี่มันจมูกไวเหมือนนะ แล้วทำไมมาคนเดียวล่ะ เจ้านายแกไปไหน...”“ฉันมาเจรจากับคุณดี ๆ ปล่อยตัวคุณพระพายมาให้เรา แล้วฉันจะถือเสียว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”“ยโสเหมือนเจ้านายไม่มีผิด พระพายเป็นของฉันทำไมฉันต้องคืนให้เจ้านายแกด้วย”พระพายถูกมัดติดกับเก้าอี้อย่างแน่นหนาและยังไม่ได้สติ ส่วนเมฆา ในเวลานี้ไม่เหลือเค้าโครงเพื่อนที่แสนดีอีกต่อไป“คุณก็ทราบดีว่าพระพายไม่ใช่ของคุณ พระพายสมสู่กับคุณท่านแล้ว คุณจะมาครอบครองเขาไม่ได้”“แล้วใครบอกแกว่าฉันจะครอบครองมัน ฉันอุตส่าห์อดทนปกป้อง ดูแลมันมาจากแวมไพร์ตนอื่นมานานหลายปี แต่สุดท้ายมันกลับมอบทั้งเลือดอันบริสุทธิ์และพรหมจรรย์ให้เจ้านายของแก ก็ดีฉันจะได้ตัดสินใจอะไร ๆ ให้มันง่ายขึ้น”ปลายเล็บเกลี่ยลงไปที่แก้มเนียนของพระพายก่อนจะปรากฏเป็นรอยแผลเล็ก ๆ ที่มีเลือดไหลซึมออกมาเมฆาแลบลิ้นเพื่อลิ้มรสอันหอมหวานจากปลายนิ้วของตัวเอง“คุณท่านไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นแน่ ๆ”“แล้วภาคินทร์มันจะทำอะไรได้ เพราะหลังจากที่ฉันดื่มเลือดของพระพายในคืนนี้แล้ว แม้แต่ร่างกายของพระพายก็คงจะไม่เหลือซากกลับไปหาภาคินทร์”เสียงขู่ค
ตอนที่ 56เธอรู้ว่าภาคินทร์กระวนกระวายใจมากแค่ไหนหากแต่สิ่งที่ต้องทำในวันนี้ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน“คุณวางทุกอย่างไว้เดี๋ยวผมจัดการเอง ส่วนคุณรีบออกไปช่วยพระพาย อย่าให้เขาเป็นอันตรายเด็ดขาด”“คุณท่านแน่ใจเหรอคะ”“ผมทำมันมาเป็นร้อย ๆ ปี แค่นี้ทำไมผมถึงจะไม่แน่ใจ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือพระพายต่างหาก”“ค่ะคุณท่าน ดิฉันจะรีบตามไปช่วยคุณพระพายให้เร็วที่สุด”เพลงพรวางถุงเลือดสำรองไว้ให้ภาคินทร์ ส่วนตัวเธอก็รีบออกจากคฤหาสน์ไปในทันที โชคไม่เข้าข้างเธอเพราะรถที่ซื้อเอาไว้จะมาถึงในอีกสองวัน เธอจึงจำเป็นต้องหารถสักคันที่พอจะพาเธอเดินทางไปตามตัวพระพายได้“อ้าว คุณคะมาทำอะไรแถวนี้ รถยังซ่อมไม่เสร็จเหรอคะ”“ฉันไม่มีเวลามาคุยกับคุณ”“คนอุตส่าห์ถามดี ๆ จะไปที่ไหนล่ะ ฉันไปส่งคุณได้นะ”มีจันทร์ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาพอดีเห็นว่าเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาเลยกล่าวทักทาย แต่ดูท่าทางตัวของอีกฝ่ายจะไม่อยากสนทนากับเธอสักเท่าไร“ว่าไงคะ ดูท่าทางรีบร้อนไม่ต้องเล่นตัวก็ได้ค่ะ ฉันไม่คิดเงิน จะไปที่ไหนก็บอก”“ต่อให้คุณคิดฉันก็มีปัญญาจ่าย คุณช่วยขับไปตามที่ฉันบอกทีได้ไหม แบบด่วนที่สุดฉันรีบ”“ได้ค่ะ งั้นขึ้นมาเลย”ทางเลือก
ตอนที่ 55“ไอ้พายทางนี้”“เออมึง นายมันเป็นบ้างวะ”“อยู่ในห้องฉุกเฉิน แล้วนี่มึงมายังไง”“คุณภาคินทร์ให้คนมาส่ง”เมฆามองไปด้านหลังเห็นชายชุดดำสองคนยืนเฝ้าพระพายอยู่ ภาคินทร์คงระวังตัวเอาไว้อยู่แล้ว เพราะเขารู้ดีว่าวันนี้อันตรายมากขนาดไหน แต่ที่ยอมให้ออกมาก็คงเพราะเห็นแก่พระพายที่เป็นห่วงน้องชายตัวเอง“หมอเข้าไปนานหรือยัง ปกตินายมันแข็งแรงมากนะ ทำไมจู่ ๆ ถึงมาป่วยหนักได้”“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน จริง ๆ มันป่วยมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ หาหมอกินยาแล้วแต่ไม่ดีขึ้น จู่ ๆ วันนี้ก็มาทรุดอีก โชคดีกูแวะไปหามันที่บ้าน”เมฆาแสดงสีหน้าเป็นห่วง เขาเองรู้จักพระพายมานานหลายปี สองพี่น้องรักกันมาก เขาถึงได้มั่นใจว่าพระพายจะไม่มีทางปล่อยพระนายอยู่ที่โรงพยาบาลตามลำพังแน่นอน“มึงใจเย็น ๆ ก่อน มานั่งพักมา หมอเข้าไปสักพักแล้วเดี๋ยวก็คงออกมา”เมฆาพาพระพายมานั่งพักที่เก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน โดยทุกการกระทำของทั้งคู่อยู่ในสายตาคนของภาคินทร์ตลอดเวลา“แล้วนี่คุณภาคินทร์เขาต้องส่งคนมาเฝ้ามึงขนาดนี้เลยเหรอวะ แค่มาโรงพยาบาล”“อืม ก็นิดหน่อย”“อย่างกับหนังมาเฟีย กูนึกว่ามึงเป็นผู้ร้ายหนีคดีซะอีก”“มึงก็เวอร์”“เอ้าก็ดูดิ จู
ตอนที่ 54เช่นนั้นเขาก็คงไม่จำเป็นต้องทนยอมดูเฉย ๆ อีกต่อไป“อีกไม่นานจะถึงคืนพระจันทร์เต็มดวงที่จะเวียนบรรจบมาอีกครั้ง เราจะไปพาตัวพระพายออกมาจากที่นั่น”“แล้วนายท่านจะทำยังไงครับ ผมว่าวันนั้นทางคนของอีแวนสันก็คงจะเตรียมรับมือเอาไว้แน่ ๆ”“ภาคินทร์มันแค่ห่วงว่าจะกันพระพายออกจากแวมไพร์ตัวอื่นได้ยังไง แต่อย่าลืมสิว่าฉันไม่ใช่แวมไพร์ที่พระพายรู้จักเพราะฉันเป็นเพื่อนสนิทของเขากับน้องชายเขาต่างหาก”ผงเครื่องดื่มที่เมฆาอ้างว่าซื้อมาจากเมืองจีน และอยากให้พระนายลองดื่มดูจะช่วยให้หลับสบายขึ้น ด้วยช่วงนี้เห็นเพื่อนรักทำงานจนดึกดื่นจึงนึกเป็นห่วงพระนายไม่รอช้าทันทีที่กลับมาบ้าน น้ำอุ่นในกาน้ำถูกเทใส่แก้วตามด้วยผงชาสีดำในคราวแรกที่เทลงไปสีน้ำดูน่ากลัวจนเขาไม่กล้ายกขึ้นดื่มแต่ด้วยกลิ่นหอมรัญจวนชวนให้อยากลิ้มลอง เขาจึงจิบมันเพียงเล็กน้อยและพบว่ารสชาติของมันแตกต่างจากภาพลักษณ์โดยสิ้นเชิง“สงสัยบ้านเขาจะชอบกินอะไรแบบนี้ แต่ก็อร่อยดีเหมือนกัน”พระนายยกดื่มเสียจนหมดแก้วก่อนจะอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนในเวลานี้แอร์ที่ถูกเปิดไว้ก็ไม่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกเย็นเลยสักนิดพระนายนอนเหงื่อไหลเต็มใบหน้า กลิ้งไปมา
ตอนที่ 53วันต่อมา พระนายโทร.มาในตอนบ่ายบอกว่า ช่วงเย็นอยากแวะมากินข้าวด้วย พระพายพยายามปฏิเสธแต่สุดท้ายก็จนมุมจำต้องยอมให้น้องชายมาหา“แกจะมาอะไรบ่อย ๆ วะไอ้นาย นี่มันบ้านคุณภาคินทร์เขานะ ยังไงก็เกรงใจเขาหน่อย”“ก็เขาเป็นคนบอกเองว่าอยากจะมาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ”“เขาก็พูดตามมารยาทแล้วนี่ไอ้เมฆก็อีกคน ไม่ห้ามมันหน่อยวะ”“ขี้เกียจห้าม อีกอย่างบ้านนี้ก็เลี้ยงอาหารดีจะตาย กูจะพลาดได้ไง”และตลอดทั้งสัปดาห์พระนายกับเมฆาก็มาฝากท้องที่คฤหาสน์ของอีแวนสันแบบวันเว้นวัน โดยที่คนหนักใจดูเหมือนว่าจะเป็นพระพายเสียมากกว่าส่วนเจ้าของบ้านอย่างภาคินทร์ก็ดูไม่ได้ยี่หระกับความวุ่นวายของทั้งสองคน เพียงแต่เขาจับตาดูเมฆาเอาไว้เป็นพิเศษซึ่งจนถึงตอนนี้เมฆาก็ยังดูปกติดี ยังไม่ได้มีท่าทีใด ๆ“คุณภาคินทร์ไม่น่าไปบอกไอ้นายว่าให้มันมาที่นี่ได้ตามต้องการเลยครับ ดูสิ อีกนิดมันก็แทบจะขนข้าวของเข้ามาอยู่ด้วยแล้วนะครับ”“แต่มันก็ช่วยให้คุณรู้สึกเบื่อน้อยลงไม่ใช่หรือไง”“แต่ผมเกรงใจ”“บ้านผมก็เหมือนบ้านคุณ คุณต้อนรับคนของคุณได้ตามสบายแค่อย่าให้เขามาวุ่นวายในสิ่งที่มันไม่สมควรก็พอ”“นั่นแหละครับที่ผมกังวล







