Beranda / โรแมนติก / แอปฯรักษาใจ / ตอนที่ 2 รักแรกพบ

Share

ตอนที่ 2 รักแรกพบ

last update Tanggal publikasi: 2026-09-09 10:46:40

14 ปีก่อน...โรงเรียนมัธยมพิพรรธวิทยา

“วี๊ดดดดดด....บึ้ม 12 123 12 12 1 วี๊ดดดดดดด...บึ้ม” เสียงเพลงเชียร์ดังสั่นอย่างต่อเนื่อง ทุกพื้นที่ของโรงเรียนฝั่งหญิงนี้ครึดครื้นมากกว่าทุกวันในหนึ่งปีที่ผ่านมา

ปีละครั้งเท่านั้น ที่โรงเรียนแห่งนี้จะจัดงานกีฬาเชื่อมสัมพันธ์ ระหว่างฝั่งชาย และฝั่งหญิง เด็กนักเรียนทุกคนจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะช่วงนี้เท่านั้น ที่เด็กนักเรียนชาย และนักเรียนหญิง จะได้ใช้สถานที่อยู่ในรั้วโรงเรียนเดียวกันที่ฝั่งหญิงล้วน ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงาน

แม้ว่าจะขึ้นชื่อได้ว่าอยู่โรงเรียนเดียวกัน แต่โรงเรียนแห่งนี้มีการแบ่งฝั่งเป็นฝั่งชายล้วน และฝั่งหญิงล้วน ซึ่งที่ตั้งโรงเรียนทั้งสองฝั่งถูกแบ่งกั้นด้วยถนนส่วนบุคคล 2 เลนเท่านั้นเอง เพียงแต่เด็กๆ ทั้งสองฝั่งไม่ได้รับอนุญาติให้พบปะพูดคุยกันระหว่างที่อยู่ในบริเวณโรงเรียนนี้

มีแค่ช่วงเวลาเพียงเดือนเดียวช่วงนี้เท่านั้น ที่นักเรียนทั้งสองฝั่งจะได้ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยเฉพาะรุ่นพี่มัธยมปลาย ที่เป็นกลุ่มที่ต้องเป็นกำลังหลักในการช่วยจัดงานนี้ขึ้นมา และควบคุมดูแลให้การจัดงานผ่านไปได้ด้วยดี

__________ ∞©∞ __________

“พวกเธอรีบหลบไปหน่อยเร็ว” เด็กสาวกลุ่มหนึ่งกำลังรีบวิ่งมาจากทางตึกด้านหลังโรงเรียนมุ่งหน้าไปที่สนามบาสกลางแจ้ง โดยต้องวิ่งผ่านเพื่อนสาวอีกกลุ่มที่กำลังช่วยกันยกถังน้ำแข็งที่บรรจุน้ำแข็งไว้เกือบเต็มถัง และกำลังเดินมุ่งหน้าไปที่สนามบาสเช่นเดียวกัน

“จะรีบไปไหนกันนักหนานะยัยพวกนี้นี่...รีบนักทำไมไม่มาตั้งแต่เมื่อวานหล่ะ” เด็กสาวคนนึงที่ช่วยยกถังน้ำบ่นไล่หลังกลุ่มที่เพิ่งวิ่งผ่านไป

“ปล่อยพวกนางไปเถอะ ระริกระรี้ เพราะจะรีบไปเสนอหน้าเชียร์พวกเด็กชายล้วนที่มาแข่งบาสที่สนามนี่แหละ” เด็กสาวคนที่ยกขวดน้ำแร่ขนาด 330 ml แพค 12 ขวด ตามอยู่หลังเพื่อนที่ยกถังน้ำแข็ง

“กรี๊ดดดดดดดดดด......” เสียงกรี๊ดเชียร์ดังสนั่น ไม่บอกก็คงต้องรู้ว่า เด็กสาวทั้งหมดยกของเดินกันมาจนถึงข้างสนามบาสแล้ว

__________ ∞©∞ __________

“เห้ย ไอ้ภีม ลูกเมื่อกี้อย่างสวยเลยหว่ะ” เพื่อนผมที่ร่วมแข่งด้วยกันเดินมากอดคอ ชื่นชมผมยกใหญ่ เมื่อผมชู๊ตสามแต้มลงอย่างสวยงาม ทำให้คะแนนของทีมชายเราเท่ากับแต้มต่อที่ต้องต่อให้ทีมหญิง เพื่อเป็นการไม่เอาเปรียบกัน

ปีนี้ผมเรียนปีสุดท้ายที่นี่แล้ว เลยต้องทิ้งทวนการแข่งกีฬาสีประจำปีให้สวยงามซักหน่อย ถึงแม้ว่าสองปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ผมเข้าร่วมลงแข่งชู๊ตบาสสานสัมพันธ์ตั้งแต่เรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 จนตอนนี้ผมเรียนปี 6 แล้ว ปีหน้าก็ต้องไปเข้าเรียนมหาวิทยาลัย คงไม่ได้มีบรรยากาศสนุกๆ แบบนี้อีกแล้ว

ผมยังคงทำคะแนนได้อย่างดีจนจบเกมส์ สุดท้ายทำให้ทีมฝั่งชายชนะด้วย คะแนน 9 - 7 ทั้งที่มีแต้มต่อให้ทีมฝั่งหญิงก่อน 3 คะแนน โดยกติกาคือให้ชู๊ตทั้งหมดฝั่งละ 10 ครั้ง โดยฝั่งชายต้องชู๊ตจากจุด 3 คะแนน และฝั่งหญิงชู๊ตจากจุด 2 คะแนน

ความจริงผมคิดว่า กติกาการแข่งแบบนี้ก็ไม่ค่อยจะยุติธรรมเท่าไหร่หรอก ถึงแม้ว่าจะมีแต้มต่อให้ฝั่งหญิงทั้งคะแนน และจุดชู๊ตก็เถอะ ก็ผู้ชายอย่างเรา ได้เปรียบทั้งความสูง พละกำลัง และการเอาใจใส่ฝึกซ้อม ก็โรงเรียนเราฝั่งชายหลายคนเป็นถึงนักกีฬาในสมาคมทีมชาติ แต่ถ้าเทียบกับว่า ด้านกีฬาหรือส่วนอื่นๆ ที่มีการจัดแข่งขัน ฝั่งหญิงก็ได้เปรียบไปหลายรายการ อย่างเช่นเรื่องกองเชียร์ เชียร์ลีดเดอร์ รวมถึงกีฬายิมนาสติก

จบการแข่งนี้แล้ว พวกผมก็สบายตัวแล้ว เพราะเป็นรายการสุดท้ายแล้วที่ผมลงแข่ง ทั้งวันนี้ผมใช้ทั้งสมองและร่างกายพอสมควรเลย ตั้งแต่ วิ่งแข่งในตอนเช้า พอสายก็แข่งหมากล้อม ได้พักช่วงกลางวันแค่ชั่วโมงเดียว ผมก็ต้องไปแข่ง E-Sport ยังไม่ทันได้พักเท่าไหร่บ่ายแก่ๆ นี้ก็ลงแข่งชู๊ตบาสอีก ผมว่าผมเพลียมาก และตอนนี้ก็ร้อนมากด้วย เพราะเป็นสนามกลางแจ้ง

เมื่อกรรมการสรุปและประกาศคะแนนเรียบร้อยแล้ว ผมให้เป็นหน้าที่ไอ้วัตที่เป็นหัวหน้าทีมเป็นคนรับรางวัล ส่วนผมขอหลบไปพัก หาน้ำเย็นๆ ดื่ม หาผ้าเย็นๆ มาเช็ดเหงื่อให้หายร้อน หายเหนียวตัวหน่อย ผมรำคาญจะแย่แล้ว

ผมรีบเดินไปตรงจุดหน้าอัฒจันทร์ข้างสนาม ที่ผมสังเกตุเห็นว่ามีกลุ่มนักเรียนฝั่งหญิงยกถังน้ำแข็งมาวาง แล้วเอาขวดน้ำแร่แช่ไว้ในนั้น ผมเหนื่อยจนยอมที่จะหน้าด้านเดินเข้าไปขอน้ำแร่ซักขวด และผ้าเย็นซักผืน ถึงแม้ว่าของพวกนั้นจะเป็นของฝั่งโรงเรียนหญิงก็ตาม ก็ผมไม่เห็นว่าฝั่งโรงเรียนผมมันจะมีใครเอาของพวกนี้มาวางบริการไว้เลย

“อร้ายยยยย....ภีม เดินมาทางนี้แหละพวกแก”

“ว้ายย....เขาเดินมาหาใครอะแก แกเห็นมั้ย เค้ามองใคร”

“เบาๆ สิแก เขาเข้ามาใกล้แล้ว เก็บอาการหน่อย”

ผมได้ยินทั้งหมดแหละครับ แต่ผมก็พยายามทำเฉยไว้ ถึงแม้จะเจอแบบนี้บ่อยๆ แต่ผมก็ยังไม่ชินซักที มันก็เขินๆ อยู่หน่อยแหละ แต่เพื่อน้ำแร่ และผ้าเย็น และไหนๆ ก็เดินมาจนจะถึงถังน้ำอยู่แล้ว ถ้าเลี้ยวกลับตอนนี้ คงยิ่งดูแปลกไปอีก

สุดท้ายผมเห็นผู้หญิงแว่นคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างถังน้ำแข็ง ผมจึงเลือกเดินเข้าไปหาเธอ เพราะเห็นเธอนั่งอยู่เงียบๆ ไม่สนใจอะไร คงเป็นพวกเด็กเชยๆ เหมือนแม่ชี ที่ไม่สนใจเพศตรงข้าม ผมจะเข้าไปขอน้ำและผ้าเย็นจากเธอนี่แหละ เธอคงไม่เข้าใจผิดว่าผมสนใจเธอหรอก

“เออ เธอๆ เราอยากได้น้ำเย็นซักขวด กับผ้าเย็นซักผืนได้มั้ย” ผมถามผู้หญิงคนนั้น เธอมองหน้าผมแบบงงๆ แต่แล้วก็ลุกขึ้นเปิดฝาถังน้ำแข็ง พยายามเอามือกวักน้ำแข็งด้านบนออกเพื่อจะหยิบขวดน้ำแร่ที่แช่อยู่ด้านใต้น้ำแข็งนั้นขึ้นมาให้ผม ด้วยความทุลักทุเล

เมื่อผมเห็นอย่างนั้น ผมเลยพยายามจะช่วยเธอหาขวดน้ำด้านล่าง เลยเอามือล้วงไปด้านล่างน้ำแข็งควานหาและเมื่อเจอขวดน้ำแร่ ผมรีบหยิบและยกขึ้นมาอย่างไว โดยไม่ทันได้เห็นว่า หน้าของผู้หญิงคนนั้นอยู่ใกล้ถังมา ทำให้น้ำแข็งและน้ำที่ละลายอยู่ในถังที่กระเด็นขึ้นมา

เมื่อตอนผมยกขวดน้ำขึ้นมาอย่างไว มันกระเด็นเข้าหน้าเธอจนเปียกไปเกือบทั้งหน้า ผมรีบขอโทษเธออย่างไว และมองดูว่าเธอบาดเจ็บอะไรหรือเปล่า

เธอเพียงตอบกลับมาว่า “ไม่เป็นไร” แล้วหันไปหยิบผ้าเย็นมาให้ผมหนึ่งผืน และหันกลับไปที่นั่ง ถอดแว่นที่ตอนนี้เลนส์มีหยดน้ำเกาะอยู่ออกมา เพื่อจะเช็ดให้สะอาด ผมยังคงมองตามเธอเพราะกลัวว่าถ้าเธอบาดเจ็บจากการกระทำของผม ผมจะต้องรับผิดชอบ แต่สิ่งที่ผมเห็นนั้น เป็นสิ่งที่ผมไม่คาดคิดเอาไว้เลย

แม้จะเป็นเวลาเพียงไม่กี่นาที ที่เธอถอดแว่นออกมาเพื่อทำความสะอาด ผมได้มองหน้าที่ไร้เลนส์หนาๆ ปกปิดช่วงดวงตาของเธอ และเห็นใบหน้าของเธออย่างชัดเจนขึ้น เธอเป็นผู้หญิงที่ผิวหน้าสวยสดใส ตาทรงอัลมอนด์ ในตาสีน้ำตาลที่แวววาวเป็นประกาย

ภาพนั้นทำให้ผมหัวใจเต้นแรง ผมรู้สึกตื่นเต้น รู้สึกว่าอุณหภูมิที่หน้าเริ่มสูงขึ้น มือที่ถือขวดน้ำแร่เริ่มจะสั่นเล็กน้อย ผมเริ่มทำอะไรไม่ถูก หูอื้อ มองภาพรอบข้างเป็นสีขาวโพลน ชัดเพียงแต่ใบหน้าของเธอ

“เธอ เพื่อนเธอเรียกอยู่หรือเปล่าคะ” ผมเห็นเธอใส่แว่นกับที่เดิมแล้ว และเห็นปากเธอขยับเหมือนกำลังพูด แต่เหมือนผมจะไม่ค่อยได้ยินเสียงเธอเลย แม้ว่าเราจะยืนห่างกันเพียงระยะไม่เกิน 2 เมตรเท่านั้น แล้วเธอก็ยกมือชี้นิ้วเลยไปทางด้านหลังของผม ทำให้ผมต้องพยายามตั้งสติอีกครั้ง

“ไอ้ภีมมมม....มึงมาทำอะไรตรงนี้ หลีสาวเหรอวะ” ผมสะดุ้ง เมื่อไอ้วัต เพื่อนสนิทผมมันมาตบหลังผม แล้วถามว่าผมมาตรงนี้ทำไม พอผมได้สติ ผมก็รีบหันหลังไปหามันแล้วลากมันเดินออกมาจากตรงนั้นทันที ผมจะไม่ยอมให้มันเห็นเธอ ไม่ ผมไม่ยอม ผมบอกตรงๆ เลยว่า ผมหวง

__________ ∞©∞ __________

วันนี้ ฉันมาโรงเรียนแต่เช้ามาก เพราะต้องมาเตรียมการงานกีฬาสัมพันธ์ ที่ทางฝั่งหญิงของเราเป็นเจ้าภาพจัดงานในปีนี้ ฉันและเพื่อนๆ รับหน้าที่ดูแลด้านสวัสดิการต่างให้กับนักกีฬา และผู้เข้าร่วมแข่งขันทุกรายการเลย เราถึงของกองเชียร์ด้วย ถือเป็นงานหนักของผู้หญิงอย่างเราๆ เหมือนกันนะ

พวกเราเตรียมน้ำแร่ ผ้าเย็น มะนาว เกลือ น้ำแข็งสำหรับแช่น้ำ และของอีกมากมาย เป็นวันที่วุ่นวายและเหนื่อยมาก แถมอากาศก็ช่างร้อนเหลือเกิน ทั้งวันนี้ ฉันกับพวกเพื่อนๆ แทบจะเดินเกิน 2 หมื่นก้าวแล้วหล่ะ เพราะต้องเดินไปเติมนำ้ น้ำแข็งตามจุดต่างๆ ที่มีการแข่งขัน ฉันอยากให้มันจบวันซักที

“อัยย์ เร็วเข้า เราต้องช่วยกันยกถังน้ำแข็งนี้ไปที่สนามบาส” เพื่อนสาวคนนึงของฉันตะโกนเรียกอยู่ที่หน้าห้องสำหรับเก็บสวัสดิการที่จะใช้ทั้งหมดในวันนี้ หลังจากได้ยิน ฉันก็ทำหน้ามุ่ยทันที ‘เฮ้ออออ อีกแล้วเหรอ นี่ฉันเพิ่งได้นั่งพักไม่ถึง 5 นาทีเลยนะ เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว’

ฉันได้แต่ก่นด่าอยู่ในใจ แล้วก็ต้องรีบลุกเดินไปให้เพื่อนและพยายามใช้กำลังที่เหลือสุดท้ายตอนนี้ ช่วยกันยกถังน้ำแข็งคนละฝั่งกับเพื่อน เดินไปที่สนามบาสด้านหน้าโรงเรียน พร้อมกับเพื่อนๆ อีกกลุ่มที่ยกน้ำแร่ ผ้าเย็น ตามกันมาติดๆ

“พวกเธอรีบหลบไปหน่อยเร็ว” เดินมาได้ครึ่งทางพวกเราก็ได้ยินเสียงผู้หญิงกลุ่มหนึ่งวิ่งมาจากด้านหลัง ตะโกนบอกให้พวกเราหลบ แล้ววิ่งแทรกพวกเราไปโดยแทบจะชนพวกเราอยู่แล้ว

“จะรีบไปไหนกันนักหนานะยัยพวกนี้นี่...รีบนักทำไมไม่มาตั้งแต่เมื่อวานหล่ะ” เพื่อนฉันที่ยกถังน้ำแข็งอยู่อีกด้านตะโกนไล่หลังพวกที่เพิ่งวิ่งผ่านไปอย่างหัวเสีย

“ปล่อยพวกนางไปเถอะ ระริกระรี้ เพราะจะรีบไปเสนอหน้าเชียร์พวกเด็กชายล้วนที่มาแข่งบาสที่สนามนี่แหละ” เพื่อนอีกคนที่ถือแพคขวดน้ำแร่ตามมา พยายามบอกเพื่อให้เพื่อนอย่าไปถือสาพวกที่วิ่งผ่านไป

พวกเราช่วยกันยกของมาถึงที่อัฒจันทร์ข้างสนามบาสโดยไม่ได้คุยอะไรกันอีก เพราะแค่แรงจะเดินก็จะไม่มีกันแล้ว ขอเก็บแรงที่จะพูดคุยกันไว้ดีกว่า พอวางถังน้ำแข็งได้ ฉันก็ขอนั่งแหมะอยู่ที่ข้างๆ ถังนั่นแหละ ฉันขยับตัวจะไม่ไหวแล้ว

“กรี๊ดดดดดดดดดด......” ยังไม่ทันหายเหนื่อยดี ก็ได้ยินเสียงกรี๊ดจากพวกผู้หญิงกลุ่มเดิมที่ยืนเกาะกลุ่มกันอยู่ข้างสนามบาส ด้านหน้าอัฒจันทร์ที่ฉันกำลังนั่งอยู่ แต่ฉันก็ไม่แม้จะอยากเงยหน้าขึ้นมอง ฉันหมดแรงแล้วจริงๆ ฉันคิดว่าจะนั่งอยู่ตรงนี้รอจนประกาศรางวัลการแข่งชู๊ตบาสจบ ก็จะขอหนีกลับบ้านแล้ว ตอนนี้ขาฉันชาไปหมดแล้ว

“รางวัลฉันเลิศได้แก่ ทีมฝั่งชาย ขอเชิญตัวแทนมารับถ้วยที่ด้านหน้าค่ะ” เสียงสวรรค์ ฉันได้ยินครูประกาศรางวัลแล้ว ถึงเวลาหนีแล้ว ฉันรีบลุกขึ้นเตรียมจะเดินกลับไปที่ตึกเรียนเพื่อหยิบกระเป๋าและหนีกลับบ้านแล้ว

แต่...เวรกรรมอะไรของฉัน ขาฉัน ฉันคงนั่งชันเข่านานไป พอรีบลุกเท่านั้น เหมือนมีหนอนเป็นหมื่นตัวไชอยู่ในขาฉันยุบยับเลย ฉันเป็นเหน็บที่ขาทั้งสองข้าง เลยต้องรีบนั่งลงอย่างไว แล้วยืดขาให้เลือดค่อยๆ แล่นผ่านไปจนปลายเท้า

“อร้ายยยยย....ภีม เดินมาทางนี้แหละพวกแก”

“ว้ายย....เขาเดินมาหาใครอะแก แกเห็นมั้ย เค้ามองใคร”

“เบาๆ สิแก เขาเข้ามาใกล้แล้ว เก็บอาการหน่อย”

ขาฉันเริ่มกลับมาเป็นปกติแล้ว ก็ได้ยินเหล่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ด้านหน้าพูดคุยกันจากเสียงดังปกติ และค่อยๆ เป็นกระซิบกระซาบ แต่พวกเธออยู่ใกล้ฉันแค่นี้ ฉันได้ยินทุกคำพูด แต่ไม่อยากสนใจ คราวนี้ ฉันกลับไปเก็บกระเป๋าซะที

แต่พอเงยหน้าขึ้นมา ฉันก็เห็น นักกีฬาบาสจากฝั่งชายคนนึงกำลังเดินมาทางนี้ ‘คนนี้สินะ ที่ยัยพวกนี้พูดถึงกัน’ ฉันนึกในใจ แต่ยังไม่ทันจะคิดอะไรต่อ เขาเดินเข้ามายืนตรงหน้าฉัน

“เออ เธอๆ เราอยากได้น้ำเย็นซักขวด กับผ้าเย็นซักผืนได้มั้ย” ได้ยินอย่างนั้น ฉันก็ทำหน้างง ‘ฝ่ายสวัสดิการของโรงเรียนตัวเองไม่มีหรือไง ทำไมมาของทางนี้หล่ะ’ ฉันก็ได้แต่บ่นอยู่ในใจ สุดท้ายก็ต้องลุกขึ้นเปิดถังน้ำแข็งหาน้ำให้เขา แต่ฉันหาควานหาขวดน้ำแร่ไม่เจอ เลยพยายามหยิบน้ำแข็งด้านบนออก ทำอยู่อย่างนั้นไม่นานก็มองเห็นมือข้างนึงล้วงลงไปในถัง แล้วหยิบขวดน้ำแร่ขึ้นมาอย่างไว

ฉันไม่ทันได้ระวัง น้ำแข็งและน้ำที่ละลายอยู่ในถังกระเด็นขึ้นใส่หน้าฉันจนเปียกไปครึ่งหน้า รวมถึงแว่นสายตาสั้น 850 ของฉันด้วย

ฉันได้ยินว่าเขาขอโทษ ได้แต่ตอบกลับไปว่า “ไม่เป็นไร” ทั้งๆ ที่ในใจ ฉันอยากจะว่าเขาหน่อยว่าทำไมถึงไม่ระวัง แต่คงทำไม่ได้

‘เราคือเจ้าภาพการจัดงานนะ’ ฉันพยายามคิดแบบนั้น แล้วก็รีบหันไปเอามือควานหาเพื่อหยิบผ้าเย็นให้เขาไป แล้วกลับไปนั่งถอดแว่นออกเพื่อจะเช็ดรอยน้ำที่เลอะบังเลนส์แว่นอยู่ตอนนี้ออก โดยไม่ได้สนใจอะไรอีก แต่เพียงไม่นาน ก็มีเสียงผู้ชายโวยวายมาทางด้านนี้อีก

ฉันเงยหน้าขึ้นมอง เห็นภาพลางมากๆ เหมือนมีคนกลุ่มหนึ่งอยู่ด้านหลังเขาคนนี้ไกลๆ แต่เขายังยืนแข็งเหมือนถูกสาปเป็นก้อนหินอย่างไรอย่างนั้น

ฉันก้มลงใส่แว่นตาที่เช็ดเรียบร้อยแล้ว แล้วเงยขึ้นมาจึงเห็นมีผู้ชายอีกคนด้านหลังกำลังเดินเข้ามาใกล้ ทำท่าทางเหมือนจะเรียกเขาคนนี้ “เธอ เพื่อนเธอเรียกอยู่หรือเปล่าคะ” ฉันบอกเขาแล้วชี้นิ้วให้เขาหันไปที่ด้านหลัง

“ไอ้ภีมมมม....มึงมาทำอะไรตรงนี้ หลีสาวเหรอวะ” ฉันเห็นเขาสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อเพื่อนที่เดินมาถึงตัวพูดด้วยและตบหลังเขา แทบจะทันทีเขาหันไปแล้วรีบดึงเพื่อนเดินกลับไปทางที่เดินมาอย่างไว จนแทบจะเหมือนอยากวิ่งหนีอะไรซักอย่าง ‘เห้อ ขอบคุณซักคำก็ไม่มี แล้วทำเหมือนวิ่งหนีอีก แย่ชะมัดเลย นิสัย’

__________ ∞Q∞ __________

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แอปฯรักษาใจ   ตอนที่ 11-2 เราเลิกกันเถอะ

    หลายปีแล้วนะที่ผมไม่ได้เมาหัวราน้ำขนาดนี้ แต่ผมไม่ได้ตั้งใจหรอกนะ ตอนแรกคิดว่าจะมาผ่อนคลายนิดหน่อยเท่านั้น“เฮ้ย ไอ้ภีม อย่าเศร้าใจไปเลยวะ ผู้หญิงรอต่อคิวเข้าหามึงอยู่ตั้งเยอะ” ไอ้วัตคงเริ่มจะเมาแล้ว มันเข้ามาตบบ่าผม คงคิดว่าผมเสียใจ ที่เพิ่งรู้ความจริงว่า มินท์นอกใจผมไปคบกับรุ่นน้องคณะวิศว ได้หลายเดือนแล้ว“เศร้าห่าอะไร ก็แค่อยากผ่อนคลายเว้ย เรียนหนักมาตั้งหลายปี แล้วนี่ยังต้องมาค่ายอาสาอะไรอีกตั้งไกล อยู่บนดอยขนาดนี้”“เอ้า เมิงไม่ได้เศร้าที่ยัยมินท์นอกใจไปครบไอ้รุ่นน้องเดือนคณะวิศวนั่นเหรอวะ สวมเขาให้เพื่อนกูตั้งหลายเดือน นี่ถ้าไม่ได้มาบนดอยแบบนี้ มึงคงยังไม่รู้เรื่องอะ”“เรื่องมินท์ ชั่งเธอเถอะ กูไม่ได้เสียใจขนาดนั้น ดีเหมือนกันถ้าเธอเจอคนที่รักเธอจริงๆ”“เอ้า มึงไม่ร้ากจริงหรือไงวะ กูเห็นคบกันมาได้ตั้งหลายปี นี่กูยังคิดว่าปีหน้าเรียนจบ พวกมึงได้แจกการ์ดแล้วนะเนี่ย”“กูก็รักจริงในแบบของกู ถ้ามินท์เค้าอยู่กับกู ดีกับกู กูก็ซื่อสัตย์กับเค้าก็แค่นั้น แต่ยังไม่เคยคิดเรื่องแต่งงงแต่งงานหรอกหว่ะ”“ยังไงของมึงวะ หรือว่ามึงยังลืมผู้หญิงคนเก่าของมึงไม่ได้”“ไม่รู้หว่ะ…” ผมตอบไอ้วัตได้แค่นั

  • แอปฯรักษาใจ   ตอนที่ 11-1 เราเลิกกันเถอะ

    ปัจจุบัน“เฮ้ออ…เสร็จซักที” ในที่สุดฉันก็เขียนบทละครให้พ่อเสร็จแล้ว อีกไม่นานคงได้ฤกษ์เปิดกล้องแล้วล่ะ ค่อยสบายใจหน่อย“เขียนบทเรื่องใหม่เสร็จแล้วเหรอ ไหนๆ ดูหน่อยสิ” ช่วงนี้ นิต้า มาอยู่เป็นเพื่อนฉันแทบทุกวัน คงกลัวฉันจะเหงาแล้วคิดมากเรื่องอาการประหลาดบนหน้าแต่ความเป็นจริงแล้ว ฉันยุ่งหัวหมุนกับการเขียนบท จนแทบจะไม่ได้สนใจจะมองกระจกเลย ดีนะที่มีคุณหมอคอยเตือนให้ทานอาหารและอาหารเสริมทุกวันตรงเวลา ไม่งั้นฉันคงไม่ได้ลุกไปไหนเลย“โห อัยย์ เรื่องนี้เขียนดีสุดๆ แล้วได้นักแสดงหรือยังอะ ชั้นอยากทำงานแล้ว พ่อจะนัดให้คุยเรื่องฟิตติงเมื่อไหร่น้า จะให้ชั้นทำอีกมั้ยอ่า”“วันนี้พ่อน่าจะกลับเร็วนะ เดี๋ยวเราเอาบทให้พ่อดูตอนมื้อเย็น นิต้าลองถามพ่อดูสิ”“โอเค ดีเลย ชั้นได้มีเวลาเตรียมตัวก่อนเปิดกล้อง”“เฮ้ย อัยย์ เรื่องนี้มีถ่ายทำบนดอยด้วยเหรอ คิดถึงดอยที่เราเจอกันเลยอะ นี่เลือกโลเคชันไปยัง อัยย์เสนอให้พ่อไปถ่ายที่ดอยนั้นสิ เผื่อเราได้ไประลึกความหลังกันดีมะ”“แต่ถึงไปถ่ายที่นั่น เราก็ไม่ได้ไปอยู่ดีนะ” ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับอาการตอนนี้หรอกนะ แต่ก็บอกนิต้าไปตามที่มันควรจะเป็น เพราะสภาพแบบนี้ ฉันคงไปไหนไ

  • แอปฯรักษาใจ   ตอนที่ 10-2 ไอ้ผู้ชายทุเรศ

    ฉันเข้าหอพักล่วงหน้าก่อนเปิดภาคเรียนปีหนึ่งก่อนหนึ่งเดือนได้ สัปดาห์เดียวก็จัดข้าวของทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ฉันคิดใช้เวลาว่างที่เหลือเขียนนิยายต่อให้จบ เพราะคิดว่าเปิดเทอมคงไม่มีเวลาแน่ๆฉันนั่งอยู่เฉยๆ ที่หน้าจอโน้ตบุ๊กมาสามวันแล้วนะ แต่สุดท้ายก็เขียนไม่ออกเลย คงต้องออกไปหาแรงบันดานใจที่อื่นแล้วล่ะ เหมือนที่นักเขียนหลายๆ คนทำกัน คือ ออกไปท่องเที่ยว ไปหาบรรยากาศใหม่ๆสุดท้ายฉันเลือกไปบนดอยที่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก ฉันอยากไปสัมผัสธรรมชาติ ไปเห็นวิถีชีวิตคนบนดอยดูบ้าง บางทีอาจจะได้พล๊อตนิยายเรื่องใหม่แถมมาด้วยก็ได้คนที่นี่เรียบง่ายมากๆ ฉันรู้สึกชอบนะ อยู่แล้วใจสงบดี ระหว่างที่อยู่ในหมู่บ้านบนดอย ฉันสบายใจสุดๆ เช้าได้ตื่นมาใส่บาตร นั่งกินอาหารเช้าง่ายๆ เขียนนิยายที่ร้านอาหารเช้าจนสายๆ ค่อยออกไปเดินเที่ยวริมธารบ้าง บางวันก็ไปปางช้างด้วยพอช่วงเย็นก็จะกลับมาทานข้าวร้านระแวกใกล้ที่พัก เพราะจะได้กลับสะดวก ถึงอย่างไรช่วงค่ำฉันก็ยังกลัวอันตรายอยู่ดี อยากระวังตัวเองไว้ก่อน ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น จนใกล้วันที่จะกลับหอมหาวิทยาลัย“อย่ามายุ่งกับชั้น ไปนะ ไปให้พ้น” ระหว่างทางจะเข้าที่พัก

  • แอปฯรักษาใจ   ตอนที่ 10-1 ไอ้ผู้ชายทุเรศ

    ผมมายืนรออัยย์ที่ป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียนตามปกติ ผมต้องปรับความเข้าใจกับเธอ ‘หวังว่าเธอจะเข้าใจเรานะอัยย์’เย็นมากแล้ว ผมยืนมองหาเธอจนกระทั่งเหมือนจะไม่มีนักเรียนจากโรงเรียนฝั่งหญิงออกมาอีกแล้ว ‘ทำไมอัยย์ยังไม่ออกมานะ’ผมเลือกที่จะเดินไปดูที่ประตูทางเข้าโรงเรียน ลุงภารโรงกำลังจะปิดประตูรั้วแล้ว “ลุงครับลุง เพื่อนผมยังไม่ออกมาเลยนะครับ”“โอ้ย ไม่มีใครอยู่แล้วพ่อหนุ่ม กลับไปหมดแล้ว หนุ่มก็กลับบ้านเถอะ ไป๊”“ผมรออยู่ที่ป้ายรถ ยังไม่มีเพื่อนผมออกมาเลยครับลุง”ลุงยังคงปิดประตูรั้วโรงเรียนโดยไม่ฟังเสียงผม แม้ผมจะพยายามบอกลุงเท่าไหร่ก็ตาม ‘หรืออัยย์จะไปแล้วจริงๆ แล้วเธอไปทางไหนล่ะ’เช้าวันรุ่งขึ้น ผมมารออัยย์ที่ป้ายรถหน้าบ้านเธอเหมือนเคย จนสายแล้วก็ไม่เห็นเธอมา ตอนเย็นก็ยังยืนรอที่ป้ายรถหน้าโรงเรียนก็ไม่เจอเธอผมเฝ้ารอเธออยู่หลายวัน จนในที่สุด ก็ตัดสินใจลองถามนักเรียนหญิงที่เคยเห็นเดินกับเธอ “เราก็เห็นอัยย์มาเรียนตามปกตินะ แต่พอเวลาเลิกเรียนเธอก็รีบกลับบ้านเลย แต่เราไม่รู้ว่าเธอกลับยังไงหรอกนะ ช่วงหลังนี้เธอไม่สุงสิงกับใครเลย”เพื่อนเธอบอกอย่างนั้น แล้วผมจะทำยังไงดี นี่ก็ใกล้จะปิดเทอมเข้าไปทุก

  • แอปฯรักษาใจ   ตอนที่ 9-2 สาเหตุที่แท้จริง

    Doctors Online ChatDoctor VP1 : “สวัสดีตอนบ่ายครับ ทานมื้อกลางวันและอาหารเสริมแล้วหรือยังครับ” ผมรีบทักหาเธอทันที ที่กลับมาถึงห้องทำงาน หลังจากรับผลตรวจ DNA และฟังคำอธิบายอย่างละเอียดจากอาจารย์ที่ห้องแล็บแล้วAiyarin : “สวัสดีตอนบ่ายค่ะคุณหมอ อัยย์ทานข้าว ทานอาหารเสริมเรียบร้อยค่า บอกแล้วไงคะ จะเชื่อฟังทำตามอย่างดีค่ะ ^^”Doctor VP1 : “ดีมากเลยครับ อาการเป็นยังไงบ้างครับ”Aiyarin : “เดี๋ยวนะคะ อัยย์ยังไม่ได้ดูกระจกเลย อัยย์รีบเขียนบทให้พ่ออยู่ค่ะ”Doctor VP1 : “ถ้าสะดวกคุณอัยย์ถ่ายรูปส่งให้ผมช่วยดูด้วยดีมั้ยครับ ผมจะเทียบกับครั้งแรกด้วยครับ”Aiyarin : “…..”ผมใจเสียไปชั่วขณะ เมื่อขอให้เธอส่งรูปให้แต่เธอตอบกลับมาแบบนั้น ผมต้องรีบส่งข้อความไปอีก กลัวเธอจะหายไปอีกDoctor VP1 : “ถ้ายังไม่สะดวกไม่เป็นไรครับ..”Aiyarin : Picture Sentหัวใจผมเต้นแรงขึ้น จนแทบจะทะลุออกมาจากกลางอก ผมดีใจมากที่เธอส่งรูปถ่ายล่าสุดมาให้ แสดงว่าเธอคงเริ่มไว้วางใจผมแล้ว ‘แต่ผมคนนี้คือ หมอเจ้าของเคสเธอ ที่ไม่ใช่เพื่อนชายคนนั้นของเธอ’ แต่ก็ยังดี ที่ผมยังได้เห็นหน้าเธออีกครั้งDoctor VP1 : “ขอบคุณครับ ^^ ดูสดใสขึ้นน

  • แอปฯรักษาใจ   ตอนที่ 9-1 สาเหตุที่แท้จริง

    ปัจจุบัน“ยัยอัยย์ ชั้นขอโทษน้า เมื่อวานชั้นติดลูกค้าสำคัญจริงๆ แล้วเป็นไงบ้าง โอ้ย…ดูตาเธอสิ แค่เจอพนักงานส่งของก็นอนไม่หลับเลยเหรอ” นิต้ามาหาฉันที่บ้านด้วยความเป็นห่วงเรื่องเมื่อวานที่ไม่มีใครรับของแทนฉัน“อืม จริงๆ ตอนเจอก็ไม่เป็นไรนะ แต่ที่เรานอนไม่หลับ เพราะเราเอาแต่นึกถึงเสียงของพนักงานส่งของ เสียงเค้าคุ้นมากเลยนิต้า เหมือนคนนั้น”“ฮะ เสียงเหมือนใคร อย่าบอกนะว่า…”“ใช่ เสียงเหมือนผู้ชายคนนั้น เราเลยนอนคิดถึงเรื่องเมื่อก่อนทั้งคืนเลยนิต้า”“โอ๋ๆๆ ยัยอัยย์ ไม่เอาน้า มันผ่านไปแล้วนะ ไม่เอา ไม่คิดถึงมันอีก” นิต้า เข้ามากอดปลอบฉัน“เราโอเคแล้วล่ะนิต้า เรารู้ว่ามันผ่านไปแล้ว” น้ำเสียงฉันยังคงสั่นเครือเล็กน้อย แต่ฉันจะผ่านมันไปได้“ไม่เอาละ เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า ไม่พูดเรื่องพนักงานส่งของละ แต่ชั้นอยากรู้เรื่องคุณหมอมากกว่า ยังไงยะ ส่งของมาแทบจะทุกวันเลย ยังไงกันแน่”“ก็…หมอเค้าทำตามหน้าที่แหละ ถ้าเค้ารักษาคนไข้หาย ก็เป็นผลงานเค้าไง แถมเคสแปลกๆ อย่างเราด้วย”“ชั้นว่ามันต้องมีอะไรนะ ดูของพวกนี้สิ มีแต่ของแพงๆ นี่ยังไม่ต้องนึกถึงผลไม้อะไรพวกนั้นอีก” นิต้า ยังคงตั้งข้อสงสัยกับของที่ได้รับ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status