Início / โรแมนติก / แอปฯรักษาใจ / ตอนที่ 2 รักแรกพบ

Compartilhar

ตอนที่ 2 รักแรกพบ

last update Data de publicação: 2026-09-09 10:46:40

14 ปีก่อน...โรงเรียนมัธยมพิพรรธวิทยา

“วี๊ดดดดดด....บึ้ม 12 123 12 12 1 วี๊ดดดดดดด...บึ้ม” เสียงเพลงเชียร์ดังสั่นอย่างต่อเนื่อง ทุกพื้นที่ของโรงเรียนฝั่งหญิงนี้ครึดครื้นมากกว่าทุกวันในหนึ่งปีที่ผ่านมา

ปีละครั้งเท่านั้น ที่โรงเรียนแห่งนี้จะจัดงานกีฬาเชื่อมสัมพันธ์ ระหว่างฝั่งชาย และฝั่งหญิง เด็กนักเรียนทุกคนจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะช่วงนี้เท่านั้น ที่เด็กนักเรียนชาย และนักเรียนหญิง จะได้ใช้สถานที่อยู่ในรั้วโรงเรียนเดียวกันที่ฝั่งหญิงล้วน ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงาน

แม้ว่าจะขึ้นชื่อได้ว่าอยู่โรงเรียนเดียวกัน แต่โรงเรียนแห่งนี้มีการแบ่งฝั่งเป็นฝั่งชายล้วน และฝั่งหญิงล้วน ซึ่งที่ตั้งโรงเรียนทั้งสองฝั่งถูกแบ่งกั้นด้วยถนนส่วนบุคคล 2 เลนเท่านั้นเอง เพียงแต่เด็กๆ ทั้งสองฝั่งไม่ได้รับอนุญาติให้พบปะพูดคุยกันระหว่างที่อยู่ในบริเวณโรงเรียนนี้

มีแค่ช่วงเวลาเพียงเดือนเดียวช่วงนี้เท่านั้น ที่นักเรียนทั้งสองฝั่งจะได้ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยเฉพาะรุ่นพี่มัธยมปลาย ที่เป็นกลุ่มที่ต้องเป็นกำลังหลักในการช่วยจัดงานนี้ขึ้นมา และควบคุมดูแลให้การจัดงานผ่านไปได้ด้วยดี

__________ ∞©∞ __________

“พวกเธอรีบหลบไปหน่อยเร็ว” เด็กสาวกลุ่มหนึ่งกำลังรีบวิ่งมาจากทางตึกด้านหลังโรงเรียนมุ่งหน้าไปที่สนามบาสกลางแจ้ง โดยต้องวิ่งผ่านเพื่อนสาวอีกกลุ่มที่กำลังช่วยกันยกถังน้ำแข็งที่บรรจุน้ำแข็งไว้เกือบเต็มถัง และกำลังเดินมุ่งหน้าไปที่สนามบาสเช่นเดียวกัน

“จะรีบไปไหนกันนักหนานะยัยพวกนี้นี่...รีบนักทำไมไม่มาตั้งแต่เมื่อวานหล่ะ” เด็กสาวคนนึงที่ช่วยยกถังน้ำบ่นไล่หลังกลุ่มที่เพิ่งวิ่งผ่านไป

“ปล่อยพวกนางไปเถอะ ระริกระรี้ เพราะจะรีบไปเสนอหน้าเชียร์พวกเด็กชายล้วนที่มาแข่งบาสที่สนามนี่แหละ” เด็กสาวคนที่ยกขวดน้ำแร่ขนาด 330 ml แพค 12 ขวด ตามอยู่หลังเพื่อนที่ยกถังน้ำแข็ง

“กรี๊ดดดดดดดดดด......” เสียงกรี๊ดเชียร์ดังสนั่น ไม่บอกก็คงต้องรู้ว่า เด็กสาวทั้งหมดยกของเดินกันมาจนถึงข้างสนามบาสแล้ว

__________ ∞©∞ __________

“เห้ย ไอ้ภีม ลูกเมื่อกี้อย่างสวยเลยหว่ะ” เพื่อนผมที่ร่วมแข่งด้วยกันเดินมากอดคอ ชื่นชมผมยกใหญ่ เมื่อผมชู๊ตสามแต้มลงอย่างสวยงาม ทำให้คะแนนของทีมชายเราเท่ากับแต้มต่อที่ต้องต่อให้ทีมหญิง เพื่อเป็นการไม่เอาเปรียบกัน

ปีนี้ผมเรียนปีสุดท้ายที่นี่แล้ว เลยต้องทิ้งทวนการแข่งกีฬาสีประจำปีให้สวยงามซักหน่อย ถึงแม้ว่าสองปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ผมเข้าร่วมลงแข่งชู๊ตบาสสานสัมพันธ์ตั้งแต่เรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 จนตอนนี้ผมเรียนปี 6 แล้ว ปีหน้าก็ต้องไปเข้าเรียนมหาวิทยาลัย คงไม่ได้มีบรรยากาศสนุกๆ แบบนี้อีกแล้ว

ผมยังคงทำคะแนนได้อย่างดีจนจบเกมส์ สุดท้ายทำให้ทีมฝั่งชายชนะด้วย คะแนน 9 - 7 ทั้งที่มีแต้มต่อให้ทีมฝั่งหญิงก่อน 3 คะแนน โดยกติกาคือให้ชู๊ตทั้งหมดฝั่งละ 10 ครั้ง โดยฝั่งชายต้องชู๊ตจากจุด 3 คะแนน และฝั่งหญิงชู๊ตจากจุด 2 คะแนน

ความจริงผมคิดว่า กติกาการแข่งแบบนี้ก็ไม่ค่อยจะยุติธรรมเท่าไหร่หรอก ถึงแม้ว่าจะมีแต้มต่อให้ฝั่งหญิงทั้งคะแนน และจุดชู๊ตก็เถอะ ก็ผู้ชายอย่างเรา ได้เปรียบทั้งความสูง พละกำลัง และการเอาใจใส่ฝึกซ้อม ก็โรงเรียนเราฝั่งชายหลายคนเป็นถึงนักกีฬาในสมาคมทีมชาติ แต่ถ้าเทียบกับว่า ด้านกีฬาหรือส่วนอื่นๆ ที่มีการจัดแข่งขัน ฝั่งหญิงก็ได้เปรียบไปหลายรายการ อย่างเช่นเรื่องกองเชียร์ เชียร์ลีดเดอร์ รวมถึงกีฬายิมนาสติก

จบการแข่งนี้แล้ว พวกผมก็สบายตัวแล้ว เพราะเป็นรายการสุดท้ายแล้วที่ผมลงแข่ง ทั้งวันนี้ผมใช้ทั้งสมองและร่างกายพอสมควรเลย ตั้งแต่ วิ่งแข่งในตอนเช้า พอสายก็แข่งหมากล้อม ได้พักช่วงกลางวันแค่ชั่วโมงเดียว ผมก็ต้องไปแข่ง E-Sport ยังไม่ทันได้พักเท่าไหร่บ่ายแก่ๆ นี้ก็ลงแข่งชู๊ตบาสอีก ผมว่าผมเพลียมาก และตอนนี้ก็ร้อนมากด้วย เพราะเป็นสนามกลางแจ้ง

เมื่อกรรมการสรุปและประกาศคะแนนเรียบร้อยแล้ว ผมให้เป็นหน้าที่ไอ้วัตที่เป็นหัวหน้าทีมเป็นคนรับรางวัล ส่วนผมขอหลบไปพัก หาน้ำเย็นๆ ดื่ม หาผ้าเย็นๆ มาเช็ดเหงื่อให้หายร้อน หายเหนียวตัวหน่อย ผมรำคาญจะแย่แล้ว

ผมรีบเดินไปตรงจุดหน้าอัฒจันทร์ข้างสนาม ที่ผมสังเกตุเห็นว่ามีกลุ่มนักเรียนฝั่งหญิงยกถังน้ำแข็งมาวาง แล้วเอาขวดน้ำแร่แช่ไว้ในนั้น ผมเหนื่อยจนยอมที่จะหน้าด้านเดินเข้าไปขอน้ำแร่ซักขวด และผ้าเย็นซักผืน ถึงแม้ว่าของพวกนั้นจะเป็นของฝั่งโรงเรียนหญิงก็ตาม ก็ผมไม่เห็นว่าฝั่งโรงเรียนผมมันจะมีใครเอาของพวกนี้มาวางบริการไว้เลย

“อร้ายยยยย....ภีม เดินมาทางนี้แหละพวกแก”

“ว้ายย....เขาเดินมาหาใครอะแก แกเห็นมั้ย เค้ามองใคร”

“เบาๆ สิแก เขาเข้ามาใกล้แล้ว เก็บอาการหน่อย”

ผมได้ยินทั้งหมดแหละครับ แต่ผมก็พยายามทำเฉยไว้ ถึงแม้จะเจอแบบนี้บ่อยๆ แต่ผมก็ยังไม่ชินซักที มันก็เขินๆ อยู่หน่อยแหละ แต่เพื่อน้ำแร่ และผ้าเย็น และไหนๆ ก็เดินมาจนจะถึงถังน้ำอยู่แล้ว ถ้าเลี้ยวกลับตอนนี้ คงยิ่งดูแปลกไปอีก

สุดท้ายผมเห็นผู้หญิงแว่นคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างถังน้ำแข็ง ผมจึงเลือกเดินเข้าไปหาเธอ เพราะเห็นเธอนั่งอยู่เงียบๆ ไม่สนใจอะไร คงเป็นพวกเด็กเชยๆ เหมือนแม่ชี ที่ไม่สนใจเพศตรงข้าม ผมจะเข้าไปขอน้ำและผ้าเย็นจากเธอนี่แหละ เธอคงไม่เข้าใจผิดว่าผมสนใจเธอหรอก

“เออ เธอๆ เราอยากได้น้ำเย็นซักขวด กับผ้าเย็นซักผืนได้มั้ย” ผมถามผู้หญิงคนนั้น เธอมองหน้าผมแบบงงๆ แต่แล้วก็ลุกขึ้นเปิดฝาถังน้ำแข็ง พยายามเอามือกวักน้ำแข็งด้านบนออกเพื่อจะหยิบขวดน้ำแร่ที่แช่อยู่ด้านใต้น้ำแข็งนั้นขึ้นมาให้ผม ด้วยความทุลักทุเล

เมื่อผมเห็นอย่างนั้น ผมเลยพยายามจะช่วยเธอหาขวดน้ำด้านล่าง เลยเอามือล้วงไปด้านล่างน้ำแข็งควานหาและเมื่อเจอขวดน้ำแร่ ผมรีบหยิบและยกขึ้นมาอย่างไว โดยไม่ทันได้เห็นว่า หน้าของผู้หญิงคนนั้นอยู่ใกล้ถังมา ทำให้น้ำแข็งและน้ำที่ละลายอยู่ในถังที่กระเด็นขึ้นมา

เมื่อตอนผมยกขวดน้ำขึ้นมาอย่างไว มันกระเด็นเข้าหน้าเธอจนเปียกไปเกือบทั้งหน้า ผมรีบขอโทษเธออย่างไว และมองดูว่าเธอบาดเจ็บอะไรหรือเปล่า

เธอเพียงตอบกลับมาว่า “ไม่เป็นไร” แล้วหันไปหยิบผ้าเย็นมาให้ผมหนึ่งผืน และหันกลับไปที่นั่ง ถอดแว่นที่ตอนนี้เลนส์มีหยดน้ำเกาะอยู่ออกมา เพื่อจะเช็ดให้สะอาด ผมยังคงมองตามเธอเพราะกลัวว่าถ้าเธอบาดเจ็บจากการกระทำของผม ผมจะต้องรับผิดชอบ แต่สิ่งที่ผมเห็นนั้น เป็นสิ่งที่ผมไม่คาดคิดเอาไว้เลย

แม้จะเป็นเวลาเพียงไม่กี่นาที ที่เธอถอดแว่นออกมาเพื่อทำความสะอาด ผมได้มองหน้าที่ไร้เลนส์หนาๆ ปกปิดช่วงดวงตาของเธอ และเห็นใบหน้าของเธออย่างชัดเจนขึ้น เธอเป็นผู้หญิงที่ผิวหน้าสวยสดใส ตาทรงอัลมอนด์ ในตาสีน้ำตาลที่แวววาวเป็นประกาย

ภาพนั้นทำให้ผมหัวใจเต้นแรง ผมรู้สึกตื่นเต้น รู้สึกว่าอุณหภูมิที่หน้าเริ่มสูงขึ้น มือที่ถือขวดน้ำแร่เริ่มจะสั่นเล็กน้อย ผมเริ่มทำอะไรไม่ถูก หูอื้อ มองภาพรอบข้างเป็นสีขาวโพลน ชัดเพียงแต่ใบหน้าของเธอ

“เธอ เพื่อนเธอเรียกอยู่หรือเปล่าคะ” ผมเห็นเธอใส่แว่นกับที่เดิมแล้ว และเห็นปากเธอขยับเหมือนกำลังพูด แต่เหมือนผมจะไม่ค่อยได้ยินเสียงเธอเลย แม้ว่าเราจะยืนห่างกันเพียงระยะไม่เกิน 2 เมตรเท่านั้น แล้วเธอก็ยกมือชี้นิ้วเลยไปทางด้านหลังของผม ทำให้ผมต้องพยายามตั้งสติอีกครั้ง

“ไอ้ภีมมมม....มึงมาทำอะไรตรงนี้ หลีสาวเหรอวะ” ผมสะดุ้ง เมื่อไอ้วัต เพื่อนสนิทผมมันมาตบหลังผม แล้วถามว่าผมมาตรงนี้ทำไม พอผมได้สติ ผมก็รีบหันหลังไปหามันแล้วลากมันเดินออกมาจากตรงนั้นทันที ผมจะไม่ยอมให้มันเห็นเธอ ไม่ ผมไม่ยอม ผมบอกตรงๆ เลยว่า ผมหวง

__________ ∞©∞ __________

วันนี้ ฉันมาโรงเรียนแต่เช้ามาก เพราะต้องมาเตรียมการงานกีฬาสัมพันธ์ ที่ทางฝั่งหญิงของเราเป็นเจ้าภาพจัดงานในปีนี้ ฉันและเพื่อนๆ รับหน้าที่ดูแลด้านสวัสดิการต่างให้กับนักกีฬา และผู้เข้าร่วมแข่งขันทุกรายการเลย เราถึงของกองเชียร์ด้วย ถือเป็นงานหนักของผู้หญิงอย่างเราๆ เหมือนกันนะ

พวกเราเตรียมน้ำแร่ ผ้าเย็น มะนาว เกลือ น้ำแข็งสำหรับแช่น้ำ และของอีกมากมาย เป็นวันที่วุ่นวายและเหนื่อยมาก แถมอากาศก็ช่างร้อนเหลือเกิน ทั้งวันนี้ ฉันกับพวกเพื่อนๆ แทบจะเดินเกิน 2 หมื่นก้าวแล้วหล่ะ เพราะต้องเดินไปเติมนำ้ น้ำแข็งตามจุดต่างๆ ที่มีการแข่งขัน ฉันอยากให้มันจบวันซักที

“อัยย์ เร็วเข้า เราต้องช่วยกันยกถังน้ำแข็งนี้ไปที่สนามบาส” เพื่อนสาวคนนึงของฉันตะโกนเรียกอยู่ที่หน้าห้องสำหรับเก็บสวัสดิการที่จะใช้ทั้งหมดในวันนี้ หลังจากได้ยิน ฉันก็ทำหน้ามุ่ยทันที ‘เฮ้ออออ อีกแล้วเหรอ นี่ฉันเพิ่งได้นั่งพักไม่ถึง 5 นาทีเลยนะ เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว’

ฉันได้แต่ก่นด่าอยู่ในใจ แล้วก็ต้องรีบลุกเดินไปให้เพื่อนและพยายามใช้กำลังที่เหลือสุดท้ายตอนนี้ ช่วยกันยกถังน้ำแข็งคนละฝั่งกับเพื่อน เดินไปที่สนามบาสด้านหน้าโรงเรียน พร้อมกับเพื่อนๆ อีกกลุ่มที่ยกน้ำแร่ ผ้าเย็น ตามกันมาติดๆ

“พวกเธอรีบหลบไปหน่อยเร็ว” เดินมาได้ครึ่งทางพวกเราก็ได้ยินเสียงผู้หญิงกลุ่มหนึ่งวิ่งมาจากด้านหลัง ตะโกนบอกให้พวกเราหลบ แล้ววิ่งแทรกพวกเราไปโดยแทบจะชนพวกเราอยู่แล้ว

“จะรีบไปไหนกันนักหนานะยัยพวกนี้นี่...รีบนักทำไมไม่มาตั้งแต่เมื่อวานหล่ะ” เพื่อนฉันที่ยกถังน้ำแข็งอยู่อีกด้านตะโกนไล่หลังพวกที่เพิ่งวิ่งผ่านไปอย่างหัวเสีย

“ปล่อยพวกนางไปเถอะ ระริกระรี้ เพราะจะรีบไปเสนอหน้าเชียร์พวกเด็กชายล้วนที่มาแข่งบาสที่สนามนี่แหละ” เพื่อนอีกคนที่ถือแพคขวดน้ำแร่ตามมา พยายามบอกเพื่อให้เพื่อนอย่าไปถือสาพวกที่วิ่งผ่านไป

พวกเราช่วยกันยกของมาถึงที่อัฒจันทร์ข้างสนามบาสโดยไม่ได้คุยอะไรกันอีก เพราะแค่แรงจะเดินก็จะไม่มีกันแล้ว ขอเก็บแรงที่จะพูดคุยกันไว้ดีกว่า พอวางถังน้ำแข็งได้ ฉันก็ขอนั่งแหมะอยู่ที่ข้างๆ ถังนั่นแหละ ฉันขยับตัวจะไม่ไหวแล้ว

“กรี๊ดดดดดดดดดด......” ยังไม่ทันหายเหนื่อยดี ก็ได้ยินเสียงกรี๊ดจากพวกผู้หญิงกลุ่มเดิมที่ยืนเกาะกลุ่มกันอยู่ข้างสนามบาส ด้านหน้าอัฒจันทร์ที่ฉันกำลังนั่งอยู่ แต่ฉันก็ไม่แม้จะอยากเงยหน้าขึ้นมอง ฉันหมดแรงแล้วจริงๆ ฉันคิดว่าจะนั่งอยู่ตรงนี้รอจนประกาศรางวัลการแข่งชู๊ตบาสจบ ก็จะขอหนีกลับบ้านแล้ว ตอนนี้ขาฉันชาไปหมดแล้ว

“รางวัลฉันเลิศได้แก่ ทีมฝั่งชาย ขอเชิญตัวแทนมารับถ้วยที่ด้านหน้าค่ะ” เสียงสวรรค์ ฉันได้ยินครูประกาศรางวัลแล้ว ถึงเวลาหนีแล้ว ฉันรีบลุกขึ้นเตรียมจะเดินกลับไปที่ตึกเรียนเพื่อหยิบกระเป๋าและหนีกลับบ้านแล้ว

แต่...เวรกรรมอะไรของฉัน ขาฉัน ฉันคงนั่งชันเข่านานไป พอรีบลุกเท่านั้น เหมือนมีหนอนเป็นหมื่นตัวไชอยู่ในขาฉันยุบยับเลย ฉันเป็นเหน็บที่ขาทั้งสองข้าง เลยต้องรีบนั่งลงอย่างไว แล้วยืดขาให้เลือดค่อยๆ แล่นผ่านไปจนปลายเท้า

“อร้ายยยยย....ภีม เดินมาทางนี้แหละพวกแก”

“ว้ายย....เขาเดินมาหาใครอะแก แกเห็นมั้ย เค้ามองใคร”

“เบาๆ สิแก เขาเข้ามาใกล้แล้ว เก็บอาการหน่อย”

ขาฉันเริ่มกลับมาเป็นปกติแล้ว ก็ได้ยินเหล่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ด้านหน้าพูดคุยกันจากเสียงดังปกติ และค่อยๆ เป็นกระซิบกระซาบ แต่พวกเธออยู่ใกล้ฉันแค่นี้ ฉันได้ยินทุกคำพูด แต่ไม่อยากสนใจ คราวนี้ ฉันกลับไปเก็บกระเป๋าซะที

แต่พอเงยหน้าขึ้นมา ฉันก็เห็น นักกีฬาบาสจากฝั่งชายคนนึงกำลังเดินมาทางนี้ ‘คนนี้สินะ ที่ยัยพวกนี้พูดถึงกัน’ ฉันนึกในใจ แต่ยังไม่ทันจะคิดอะไรต่อ เขาเดินเข้ามายืนตรงหน้าฉัน

“เออ เธอๆ เราอยากได้น้ำเย็นซักขวด กับผ้าเย็นซักผืนได้มั้ย” ได้ยินอย่างนั้น ฉันก็ทำหน้างง ‘ฝ่ายสวัสดิการของโรงเรียนตัวเองไม่มีหรือไง ทำไมมาของทางนี้หล่ะ’ ฉันก็ได้แต่บ่นอยู่ในใจ สุดท้ายก็ต้องลุกขึ้นเปิดถังน้ำแข็งหาน้ำให้เขา แต่ฉันหาควานหาขวดน้ำแร่ไม่เจอ เลยพยายามหยิบน้ำแข็งด้านบนออก ทำอยู่อย่างนั้นไม่นานก็มองเห็นมือข้างนึงล้วงลงไปในถัง แล้วหยิบขวดน้ำแร่ขึ้นมาอย่างไว

ฉันไม่ทันได้ระวัง น้ำแข็งและน้ำที่ละลายอยู่ในถังกระเด็นขึ้นใส่หน้าฉันจนเปียกไปครึ่งหน้า รวมถึงแว่นสายตาสั้น 850 ของฉันด้วย

ฉันได้ยินว่าเขาขอโทษ ได้แต่ตอบกลับไปว่า “ไม่เป็นไร” ทั้งๆ ที่ในใจ ฉันอยากจะว่าเขาหน่อยว่าทำไมถึงไม่ระวัง แต่คงทำไม่ได้

‘เราคือเจ้าภาพการจัดงานนะ’ ฉันพยายามคิดแบบนั้น แล้วก็รีบหันไปเอามือควานหาเพื่อหยิบผ้าเย็นให้เขาไป แล้วกลับไปนั่งถอดแว่นออกเพื่อจะเช็ดรอยน้ำที่เลอะบังเลนส์แว่นอยู่ตอนนี้ออก โดยไม่ได้สนใจอะไรอีก แต่เพียงไม่นาน ก็มีเสียงผู้ชายโวยวายมาทางด้านนี้อีก

ฉันเงยหน้าขึ้นมอง เห็นภาพลางมากๆ เหมือนมีคนกลุ่มหนึ่งอยู่ด้านหลังเขาคนนี้ไกลๆ แต่เขายังยืนแข็งเหมือนถูกสาปเป็นก้อนหินอย่างไรอย่างนั้น

ฉันก้มลงใส่แว่นตาที่เช็ดเรียบร้อยแล้ว แล้วเงยขึ้นมาจึงเห็นมีผู้ชายอีกคนด้านหลังกำลังเดินเข้ามาใกล้ ทำท่าทางเหมือนจะเรียกเขาคนนี้ “เธอ เพื่อนเธอเรียกอยู่หรือเปล่าคะ” ฉันบอกเขาแล้วชี้นิ้วให้เขาหันไปที่ด้านหลัง

“ไอ้ภีมมมม....มึงมาทำอะไรตรงนี้ หลีสาวเหรอวะ” ฉันเห็นเขาสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อเพื่อนที่เดินมาถึงตัวพูดด้วยและตบหลังเขา แทบจะทันทีเขาหันไปแล้วรีบดึงเพื่อนเดินกลับไปทางที่เดินมาอย่างไว จนแทบจะเหมือนอยากวิ่งหนีอะไรซักอย่าง ‘เห้อ ขอบคุณซักคำก็ไม่มี แล้วทำเหมือนวิ่งหนีอีก แย่ชะมัดเลย นิสัย’

__________ ∞Q∞ __________

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • แอปฯรักษาใจ   ตอนที่ 55-2 เธอคู่ควร

    เมื่อถึงหน้าร้าน นิต้าหยุดและให้ฉันเป็นคนเดินนำเข้าไปด้านในเป็นคนแรก เธอกับหมอวัตจึงค่อยเดินตามหลังเข้ามา แค่ก้าวพ้นประตูเข้าไปในร้านฉันก็ได้ยินเสียงภีมทันที“อัยย์” ฉันเห็นเขารีบเดินมาจากโต๊ะที่อยู่ริมหน้าต่างร้าน ตรงมาที่เราสามคน แต่เมื่อมายืนตรงหน้าฉัน เขาเอาแต่มองหน้าฉันนิ่งไม่พูดอะไรออกมาซักคำ ส่วนฉันเองก็ไม่รู้จะเปิดปากพูดอะไร จนนิต้าต้องเป็นคนแรกที่ทำลายความเงียบลง“หมอภีมคะ ชั้นคุยกับอัยย์แล้วว่าอยากให้เธอลองฟังคุณอธิบายก่อน ไม่อยากให้เชื่อแค่คำพูดคนอื่นและคิดไปเอง ถ้ายังไงลองคุยกันดีๆ นะคะ และชั้นก็อยากให้คุณเคารพการตัดสินใจของเธอ ไม่ว่าเธอจะคบกับคุณต่อไปหรือไม่ก็ตาม ชั้นช่วยคุณได้แค่นี้นะคะ”“คุยกันดีๆ นะ ชั้นเชื่อว่าหมอภีมรักเธอจริงๆ ถ้ายังไงโทรหาชั้นนะ ชั้นอยู่ใกล้ๆ แถวนี้แหละ” นิต้ากระซิบข้างหูฉัน ก่อนที่เธอจะหันหลังเดินออกไปจากร้านกาแฟกับหมอวัต ปล่อยฉันไว้กับภีมสองคนจนฉันทำตัวไม่ถูกได้แค่มองหน้าเขาอยู่อย่างนั้น“อัยย์ เราไปนั่งคุยกันในห้องดีมั้ย”

  • แอปฯรักษาใจ   ตอนที่ 55-1 เธอคู่ควร

    ตอนนี้ฉันรู้สึกหัวหนักอึ้งไปหมด หลังจากที่เมื่อคืนพยายามข่มตานอนให้หลับแต่ก็ไม่สามารถทำได้ การพยายามห้ามน้ำตาไม่ให้ไหลกลับเป็นการเร่งให้มันยิ่งไหลออกมาอาบแก้มทั้งสองข้าง ตาที่บวมช้ำนั้นจึงทำให้ฉันไม่สามารถลืมตาขึ้นมาได้ ถึงแม้ว่าภายในสมองจะคิดสับสนวนไปมาไม่ได้หลับลงเหมือนดวงตาทั้งสองข้างจนกระทั่งรุ่งสาง ฉันเริ่มทนไม่ไหวกับตัวเองที่เป็นอยู่ตอนนี้ ฉันลุกขึ้นจากที่นอนพยายามปรือตามองทางเพื่อจะเดินไปทำธุระในห้องน้ำจนสามารถทำทุกอย่างให้เสร็จไปได้ น้ำผลไม้เย็นในตู้เย็นพอทำให้ฉันรู้สึกสดชื่นขึ้นมาได้นิดหน่อย แต่ในใจก็ยังคงเจ็บปวดหดหู่อยู่ไม่หายฉันหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นเปิดดูสายเรียกเข้า และข้อความที่ยังไม่ได้อ่านตั้งแต่เมื่อคืน มันยังไม่เพิ่มขึ้นมาจากที่ฉันดูก่อนจะเริ่มเข้านอนเมื่อคืน ฉันตัดสินใจวางสมาร์ตโฟนกลับลงที่เดิมทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เปิดเข้าไปอ่านข้อความครืดดดด ครืดดดดสมาร์ตโฟนในมือฉันสั่นขึ้นก่อนที่จะได้วางลงบนโต๊ะ ฉันจึงพลิกขึ้นมาดูเมื่อเห็นเป็นนิต้าจึงกดรับสาย(อัยย์ ตื่นแล

  • แอปฯรักษาใจ   ตอนที่ 54-2 หมดความหวัง

    แต่หากว่าจำเป็นที่จะต้องยุ่งเกี่ยวจริงๆ ผมคงต้องขอแรงให้ไอ้เพื่อนซี้ของผมยื่นมือเข้ามาช่วย เมื่อคิดทุกอย่างได้แล้ว ผมโทรคุยกับมินท์ทันที ไม่ทันได้มองเวลาด้วยซ้ำและไม่สนใจว่าเธอจะสะดวกรับสายผมหรือไม่ ผมรู้แต่เพียงว่าผมต้องรีบเคลียร์ทุกอย่างเตรียมไว้เพื่อสามารถไปอธิบายให้อัยย์ฟังเมื่อเจอเธอพรุ่งนี้ได้ผมเขียนเช็กให้มินท์เป็นจำนวนเงินก้อนหนึ่งที่พอจะสามารถเอาไปใช้หนี้ตามที่เธอบอกได้ และบอกให้เธอเข้าไปรับกับเลขาผมที่โรงพยาบาล หลังจากนั้นก็โทรบอกไอ้หมอวัตไว้ เผื่อว่าพวกมาเฟียเจ้าของเงินจะเล่นตุกติกไม่ยอมล้างหนี้ให้ ปัญหาจะได้ไม่ย้อนกลับมาอีกตลอดทั้งคืนหลังจากทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ผมนั่งเอนตัวอยู่ที่โซฟา ยังไม่สามารถข่มตาหลับลงได้จนกระทั่งแสงแดดยามเช้าลอดเข้ามาตามร่องผ้าม่าน ผมจึงตัดสินใจลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเพื่อออกไปจัดการเรื่องเช็กที่ห้องทำงานที่โรงพยาบาล ก่อนที่พนักงานจะเริ่มงานในตอนเช้าผมออกมานั่งอยู่ที่ร้านกาแฟตรงข้ามโรงพยาบาลหลังจากจัดการธุระทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย กาแฟเอสเปรสโซถูกวางไว้บนโต๊ะจนเย็น ทั้งๆ ที่มันยังเหลืออยู่เกือบเต็มแก้ว สิ่งที่ผมทำเพียงอย่างเ

  • แอปฯรักษาใจ   ตอนที่ 54-1 หมดความหวัง

    ผมกลับมารอไอ้วัตอยู่ที่คอนโดตัวเองด้วยความกระวนกระวายอยู่ไม่สุข เดี๋ยวนั่ง เดี๋ยวลุกยืน เดินไปเดินมา เวลาผ่านไปเป็นชั่วโมงแล้ว แต่มันก็ยังไม่โผล่หัวมาซักที จนกระทั่งผมตัดสินใจจะโทรไปตามมันอีกรอบปิ้งป่อง ปิ้งป่องเร็วที่สุดเท่าที่ผมจะวิ่งได้ ผมรีบวิ่งไปเปิดประตูห้องทันที โดยที่ไม่แม้แต่จะหยุดดูที่จอมอนิเตอร์ว่าใครที่เป็นคนกดกริ่งเรียก“นิต้า..?” ผมตกใจเก็บอาการไม่อยู่ จากที่ควรจะเป็นไอ้วัต แต่กลับเป็นนิต้า เพื่อนของอัยย์ที่กำลังยืนอยู่ที่หน้าห้องคอนโดผม“ใช่ค่ะ ชั้นเอง แปลกใจเหรอ อ้อ เดี๋ยวหมอวัตจะตามขึ้นมาค่ะ ชั้นไม่ได้อยู่กับคุณแค่สองต่อสองหรอกสบายใจได้”“เอ่อครับ งั้นเชิญครับ” ผมหลีกทางให้เธอเดินเข้าไปด้านในห้อง ก่อนประตูจะปิดลงผมบิดตัวล็อกประตูไม่ให้มันทำงาน เพื่อตอนไอ้วัตขึ้นมาจะได้สามารถเปิดเข้ามาในห้องได้เลย“ดื่มอะไรมั้ยครับ” ผมถามออกไปตามมารยาท ยังคงจ้องเธอด้วยความสงสัยว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ ผมคิดว่าเธอจะอยู่กับอัยย์เสียอีก“ไม่เป็นไรค่ะ เข้าเรื่องเลยดีกว่

  • แอปฯรักษาใจ   ตอนที่ 53-2 ทำยังไงต่อไปดี

    โชคดีที่ร้านเสื้อของเพื่อนนิต้าอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ฉันอยู่มากนัก ใช้เวลาไม่นานก็มาถึง แต่ฉันลงจากรถแล้วนั่งก้มหน้ารอนิต้าอยู่ที่ม้านั่งใกล้ๆ หน้าร้าน ไม่กล้าเข้าไปในร้านและไม่กล้ามองหน้าใคร ฉันนั่งมองเห็นเพียงขาของคนที่เดินผ่านไปผ่านมาเท่านั้น“ยัยอัยย์ ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ ไม่เข้าไปรอในร้านล่ะ แล้วชั้นโทรหาเธอก็ไม่ติด เป็นห่วงแทบแย่”“นิต้า มาแล้วเหรอ เราไม่กล้าเข้าไปน่ะ อ้อ เหมือนมือถือจะแบตหมด”“เฮ้อ ไปๆ เข้าไปข้างในก่อน เป็นอะไรของเธอเนี่ย แทนที่ไปกินข้าวกับที่บ้านแฟนจะร่าเริงมีความสุขทำไมกลับมาเป็นแบบนี้”หลังจากเข้าไปนั่งในร้าน เพื่อนนิต้าที่เป็นเจ้าของร้านช่วยเปิดห้อง VIP ให้เราสองคนเข้าไปนั่งคุยกันในนั้นเพื่อความเป็นส่วนตัว ฉันเล่าเรื่องที่ได้เจอกับหมอมินท์ และเรื่องที่หมอมินท์คุยกับฉันให้นิต้าฟังทั้งหมด รวมถึงสิ่งที่ฉันสงสัยว่า ความสัมพันธ์ของภีมกับหมอมินท์ คงเป็นมากกว่าเพื่อนหรือหมอที่ทำงานร่วมกัน“ชั้นว่าเธอคิดมากไปหรือเปล่ายัยอัยย์ ถ้าสองคนนั้นมีซัมติงกันจริงๆ หมอภีมเค้าจะพาเธอไปเจอพ่อแม่เค้าทำไม

  • แอปฯรักษาใจ   ตอนที่ 53-1 ทำยังไงต่อไปดี

    “คุณมีอะไร เร็วหน่อย ผมไม่มีเวลามาก” ผมถอยออกจากการเกาะกุมของเธอ และเร่งให้เธอรีบคุยธุระให้เสร็จ เพราะผมเริ่มเป็นห่วงอัยย์แล้ว กลัวเธอจะได้เจอเรื่องไม่สบายใจ“มินท์ กำลังถูกรังควานค่ะ จากพวกเจ้าหนี้นอกระบบ แต่มินท์ไม่ได้ก่อหนี้พวกนั้นนะคะ เป็นฝีมือไอ้เมฆ มันหลอกมินท์”“ถ้าอย่างนั้น มินท์ควรไปแจ้งความแล้วขอให้ตำรวจช่วยดีกว่านะ มาบอกผมแบบนี้ ผมคงช่วยอะไรมินท์ไม่ได้”“แต่ภีม ตำรวจก็ทำอะไรพวกมาเฟียไม่ได้อยู่ดีนะคะ” มินท์เข้ามาเขย่าแขนผม ส่งสายตาอ้อนวอน ซึ่งในดวงตาคู่นั้นเหมือนมีน้ำตาลคลออยู่ด้วย แต่ผมกลับไม่ได้รู้สึกอะไรกับสิ่งที่เห็น ไม่ได้นึกสงสารหรือเห็นใจ ผมคิดเพียงว่ามันคงเป็นสิ่งที่เธอต้องเจอจากการที่เธอเลือกคบคนผิด มันเป็นการเลือกของเธอเอง“แล้วคุณคิดว่าผมจะทำอะไรได้ ขอโทษนะ เรื่องนี้ผมคงช่วยคุณไม่ได้จริงๆ คุณควรหาทางใช้หนี้พวกนั้นซะแล้วก็เลิกยุ่งเกี่ยวกับไอ้รุ่นน้องคนนั้นด้วย ผมแนะนำคุณได้แค่นี้แหละ ผมขอตัวก่อน”พูดจบผมไม่รอคำตอบอะไรอีก รีบเดินเร็วๆ จนแทบจะเป็นวิ่ง มุ่งตรงเข้าไปในบ้าน

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status