Masuk“ช่วยเร่งให้ผมหน่อย ผลตรวจออกเมื่อไหร่ รีบแจ้งผมทันทีเลยนะครับ” ผมกำชับกับเจ้าหน้าที่ในห้องแลป ก่อนจะเดินกลับไปห้องทำงานที่แผนก ผมจะลองค้นข้อมูลอาการของอัยย์ระหว่างรอผล
“ไปไหนมาวะ ไอ้หมอภีม” ไอ้หมอวัต คนเดิมเดินเข้ามากวนผม ตั้งแต่ผมเข้ามาในห้องไม่ทันได้นั่งลงที่เก้าอี้ด้วยซ้ำ “มึงมาหากูบ่อยขนาดนี้ น้องๆ เด็กๆ มึงไม่ว่างหรือไง” ผมสวนกลับมันไปด้วยความรำคาญ ที่มันตามติดผมเหลือเกิน และยิ่งช่วงนี้ ผมไม่อยากให้มันรู้เรื่องที่ผมกำลังรักษาอัยย์อยู่ “มึงทำอะไร เคสเร่งเหรอ ใครวะ กูรู้จัก!?” “มึงไม่ต้องรู้ทุกเรื่องของกูก็ได้ เอาเวลาไปหาเด็กๆ มึงเถอะ” ผมจะไล่มันไปยังไงดี “ทำลับๆ ล่อๆ นะมึง อย่ามาให้กูช่วยทีหลังนะ ว่าแต่มึงเข้ามาช่วงนี้ก็ดี มีหมอหลายคนไปเรียนต่อเฉพาะทางเพิ่ม มึงกับกูต้องเริ่มรับเคส ระหว่างรอหมอมาใหม่หว่ะ” “เออๆ เดี๋ยวกูลองดู เท่าที่ได้ กูรู้แล้ว มึงไปได้แล้ว กูยุ่ง” “ยุ่งอะไรของมึงวะ เออๆ กูไม่เซ้าซี้ก็ได้ อย่าลืมนะ รับเคสด้วย” ไอ้วัต เห็นหน้าผมเริ่มบอกบุญไม่รับ ก็ไม่เซ้าซี้ต่อ พูดจบก็ออกไปทางห้องทำงานตัวเอง __________ ∞©∞ __________ Doctor’s Online Chat Doctor VP1 : “อาการวันนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ ชุดตรวจถึงห้องแลปแล้ว อยู่ระหว่างรอผลตรวจนะครับ” ผมเข้าแอปฯ ถามไปเพื่ออยากรู้อาการของเธอ Aiyarin : “อาการยังเหมือนเดิมค่ะ รอยไม่ลดลง ไม่เพิ่มขึ้น” Doctor VP1 : “ระหว่างรอผลตรวจออกมา ขอให้คนไข้งดการใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ บนผิวนะครับ เพื่อป้องกันอาการที่อาจจะเกิดมากขึ้น” Doctor VP1 : “หมอจะสั่งผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อผิวให้ จะส่งไปตามที่อยู่ที่ลงทะเบียนไว้ คนไข้รอรับนะครับ” ผมพยายามหาข้ออ้างเพื่อจะไปที่บ้านเธออีกครั้ง ผลตรวจกว่าจะออกก็ต้องใช้เวลาปกติ 2 สัปดาห์ แต่เคสนี้ผมเร่งกับห้องแลป คงจะไวกว่านั้น แต่ผมอยากให้ได้ผลวันนี้เลย ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ Aiyarin : “ค่ะ ขอบคุณค่ะ ดิฉันต้องชำระค่าใช้จ่ายอย่างไรคะ” Doctor VP1 : “หมอจะให้การเงินสรุปค่าใช้จ่ายให้ไปพร้อมกับผลิตภัณฑ์ที่ส่งให้นะครับ” ตอนแรกผมคิดว่าจะไม่เก็บเงินเธอเลยซักบาท แต่กลัวเธอจะสงสัย ผมคงต้องทำเป็นเก็บไปบางส่วน Aiyarin : “ขอบคุณมากค่ะ” __________ ∞©∞ __________ “เข้ามาหาผมหน่อย” ผมกดเรียกเลขาเข้ามา เพื่อส่งรายละเอียดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและอาหารเสริมทั้งหมดที่จดไว้ในรายการ ให้เลขาไปจัดการมาให้ “ฝากบอกการเงินออกใบเสร็จให้ผม แต่ราคารวมให้คิดแค่ 20% นะครับ ส่วนที่เหลือเข้าบัญชีผม” “คะ?? ลด 20% เหรอคะคุณหมอ” “ไม่ใช่ครับ คิดราคา 20% เอ่อ…ลด 80% ครับ ผมพูดแบบนี้คุณเข้าใจใช่มั้ย” เลขาผมคิ้วขมวด พยักหน้ารับ ก่อนจะรับใบคำสั่ง แล้วเดินออกไปจัดการงานที่ได้รับมอบหมาย อย่างงงๆ ผมหันมาเคลียร์งานอีกบางส่วน ใช้เวลาไม่นาน ก็ออกจากโรงพยาบาล และตรงกลับคอนโด รีบเพื่อไปรีบเข้าแอปฯ ทันที ผมคงต้องถามอัยย์เพิ่มเติม เพื่อจะได้มีข้อมูลในการวินิจฉัยอาการ Doctor’s Online Chat Doctor VP1 : “สวัสดีครับ หมอกำลังจะจัดยา วิตามิน และผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมให้นะครับ คนไข้มีอาการแพ้ยา หรือแพ้อาหารมั้ยครับ” Aiyarin : “ไม่เคยแพ้ยา ไม่เคยแพ้อาหารค่ะ” ฉันดีใจมากเลยที่คุณหมอ ทักมาอีกครั้ง ฉันอยากได้รับการรักษาไวๆ โชคดีนะฉันทำงานที่หน้าจอตลอดและเปิดแอปฯหมอออนไลน์ที่ดาวน์โหลดลงบนเครื่องโน๊ตบุ๊คไว้ เลยตอบคำถามคุณหมอได้ทันทีเลย Doctor VP1 : “คนไข้อาบน้ำบ่อยแค่ไหนครับ และใช้ผลิตภัณฑ์ผิวหนังอะไรบ้าง” Aiyarin : “อาบน้ำวันละ 2 ครั้งค่ะ ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่ายและสำหรับเด็กค่ะ” Doctor VP1 : “มีการสัมผัสสารเคมีหรือสารระคายเคือง ที่บ้านหรือที่ทำงานบ้างมั้ยครับ” Ayarin : “ไม่ได้สัมผัสสารเคมีโดยตรงค่ะ” Doctor VP1: “ก่อนหน้าที่จะมีอาการนอนหลับสนิทมั้ยครับ Aiyarin : "หลับสนิทดีค่ะ" Doctor VP1 : “ก่อนหน้านี้คนไข้รู้สึกเครียดหรือไม่ครับ” Aiyarin : “จะเป็นความเครียดได้มั้ยคะ คือ ดิฉันต้องไปงานที่มีคนเยอะมากๆ ค่ะ ตอนนั้นเหงื่อออกมือเยอะมาก และหายใจไม่ทั่วท้องเลยค่ะ” Doctor VP1 : “ครับ มีภาวะเครียดก่อนมีอาการนะครับ” ผมเริ่มเป็นห่วงอัยย์มากขึ้น เมื่อรู้ว่าเธอกำลังเครียด เธอเครียดเรื่องอะไรนะ ถ้าทำได้ผมก็อยากแบ่งเบาความเครียดของเธอบ้าง Aiyarin : “ใช่ค่ะคุณหมอ” Doctor VP1 : “ครับ คนไข้พอจะทราบสิ่งกระตุ้นอื่นที่ทำให้เกิดอาการมั้ยครับ” Ayarin : “ไม่แน่ใจว่าจะเป็นสิ่งกระตุ้นมั้ยนะคะคุณหมอ เวลาเจอคนเยอะๆ จะเป็นค่ะ” ฉันจะอธิบายกับคุณหมอยังไงดีนะ สาเหตุของอาการของฉันมันออกจากแปลกประหลาด หมอจะว่าฉันบ้าหรือเปล่า แทนที่จะรักษาอาการ หมอจะให้ฉันไปพบจิตแพทย์แทนมั้ย ฉันจะบอกยังไงดี Doctor VP1 : “คนที่เจอ คือ กลุ่มคนที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคหรือครับ คนไข้ถึงไม่สะดวกมาตรวจที่โรงพยาบาลใช่มั้ยครับ” ผมเผลอถามเธอไปตรงๆ ซะแล้ว กว่าจะคิดได้ก็กดส่งข้อความไปแล้ว เธอจะคิดว่าผมละลาบละล้วงเกินไปมั้ยนะ Aiyarin : “ไม่ค่ะ ไม่เกี่ยวกับคนที่โรงพยาบาลหรือเชื้อโรคค่ะ คือ ถ้าไปที่ที่คนเยอะๆ จะมีอาการค่ะ ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยคะคุณหมอ” ฉันตัดสินใจบอกไปตรงๆ ได้แต่หวังว่า หมอจะไม่คิดว่าฉันบ้าหรอกนะ Doctor VP1 : “ระหว่างนี้ ขอให้คนไข้นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ พยายามลดความเครียดลงนะครับ” Doctor VP1 Leave Chat “นั่นไง หมอต้องหาว่าฉันบ้าแน่ๆ เลย ทำยังไงดี ถ้าหมอไม่รักษาต่อจะทำยังไงดี ทำไมหมอถึงออกจากห้องแชทไปหล่ะ เห้อออ” ‘พอแล้วยัยอัยย์ หยุดตีโพยตีพาย หมออาจจะมีธุระด่วนก็ได้ ด่วนตอน 4 ทุ่มเนี่ยนะ’ ฉันบ่นออกมาไม่พอ ยังคิดวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมจบ ก็พอฉันบอกว่าอาการเกิดเพราะอะไร หมอก็รีบออกจากแชทไปเลย ฉันกลัวหมอจะคิดว่าฉันบ้าหน่ะสิ เห้ย...อะไรวะ เครื่องดับได้ไงวะ ผมสบถออกมา อยู่ดีๆ แล็ปท็อปผมก็ดับ ทั้งๆ ที่กำลังถามอาการอัยย์จนจะได้เรื่องอยู่แล้วเชียว แต่ไม่นานก็หาสาเหตุเจอ แบตหมด T T เมื่อเช้าผมรีบออกไป เลยไม่ได้เสียบสายชาร์จแล็ปท็อปไว้ เวรกรรม __________ ∞©∞ __________ “นิต้า ทำยังไงดี หมอต้องคิดว่าฉันบ้าแน่ๆ เลย” เมื่อคิดอยู่คนเดียวไม่จบ และยิ่งกลุ้มใจมากขึ้น ฉันจึงเลือกโทรหานิต้า เผื่อเพื่อนจะช่วยให้สบายใจจขึ้นได้บ้าง “อะไรของเธอ ยัยอัยย์ ใจเย็นๆ ก่อนซิ ค่อยๆ พูด ใครว่าเธอบ้า ฉันจะไปจัดการมัน” ยังไม่ทันไร เพื่อนฉันก็เข้าข้างพร้อมปกป้องฉันเต็มที่แล้ว นี่สิเพื่อนรักของฉัน “คือ เมื่อกี้ คุณหมอทักมาถามอาการของเรา ถามหลายอย่างเลย แต่พอเราตอบว่า อาการเรากำเริบเพราะเจอคนเยอะๆ คุณหมอก็บอกแค่ให้เราพักผ่อน อย่าเครียด แล้วก็ออกจากแชทไปเลยอะ แงๆ หมอต้องว่าเราบ้าแน่ๆ เลยนิต้า ใครเค้าจะมีอาการประหลาดเพราะเจอคนเยอะกัน” “เดี๋ยวนะ ใจเย็นยัยอัยย์ หมอเค้าอาจจะมีธุระด่วน” “นิต้า นี่มัน 4 ทุ่มแล้วนะ หมอจะมีธุระถึงกับออกไปเฉยๆ เลยเหรอ” “ยัยอัยย์ เดี๋ยวนะ หมอทักถามอาการเธอตอน 4 ทุ่มเนี่ยนะ หมอที่ไหนเค้าคุยกับคนป่วยดึกขนาดนี้กัน” อยู่ดีๆ นิต้าก็เปลี่ยนประเด็นไปซะอย่างนั้น “เอ่ออ หมอคงว่างตอนนี้หรือเปล่า เราก็ไม่รู้ ตอนแรกเรายังทำบทละครให้พ่ออยู่ หมอทักมาถามเราก็ไม่ได้ดูเวลา แต่เพิ่งจะดูเวลาตอนหมอออกแชทไป” ฉันเริ่มคิดตามสิ่งที่นิต้าพูด “นิต้า แค่นี้ก่อนนะ คุณหมอตอบกลับมาแล้ว” ระหว่างคุยกับนิต้า ฉันเหลือบไปเห็น ที่โน๊ตบุคเตือนมีข้อความเข้า จึงรีบเปิดดู เป็นคุณหมอส่งข้อความมา Doctor’ s Online Chat Doctor VP1 : “ขอโทษนะครับ เมื่อครู่เครื่องผมแบตหมดเลยออกจากแชทไป” บอกแบบนี้จะดูแปลกๆ มั้ยวะ แต่เอาเถอะผมไม่อยากให้อัยย์เข้าใจผิดว่าไม่สนใจอาการของเธอ Doctor VP1 : “ขอโทษอีกครั้งที่ส่งมากลางดึกนะครับ ผมขอแจ้งรายการของที่จะส่งให้พรุ่งนี้นะครับ” 1. ชุดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกายสำหรับผิวแพ้ง่ายประกอบด้วย แชมพูสระผม เจลล้างหน้า ครีมอาบน้ำ ครีมบำรุงผิวกาย บำรุงผิวหน้า 2. ผลิตภัณฑ์สำหรับสร้างความแข็งแรงให้ผิวหน้า ส่วนผสมออแกนิค ใช้ทาวันละ 2 ครั้งหลังทำความสะอาดผิว 3. โปรตีนเสริมอาหาร เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดโปรตีน ชงดื่มวันละ 1- 2 ครั้ง 4. วิตามิน แร่ธาตุรวม ทานวันละ 1 ชอง หลังอาหาร 5. วิตามินซี เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทานวันละะ 1 เม็ดตอนเช้า Doctor VP1 : “หากได้รับของแล้ว มีข้อสงสัยในการใช้ สามารถสอบถามได้ตลอดนะครับ ขาดอะไรแจ้งได้เลยนะครับ” ผมยั้งมือที่กำลังจะพิมพ์ส่งว่า “ฝันดีนะครับ” เอาไว้ก่อน กลัวว่ามันจะเกินหน้าที่หมอที่ปรึกษาทางออนไลน์แบบนี้ Aiyarin : “ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ ^^” ฉันรู้สึกโล่งใจที่คุณหมอกลับเข้ามาส่งข้อความต่อ แถมบอกเหตุผลที่ออกแชทไปกระทันหัน ‘เธอคิดมากไปเองยัยอัยย์เอ้ย’ __________ ∞Q∞ __________หลายปีแล้วนะที่ผมไม่ได้เมาหัวราน้ำขนาดนี้ แต่ผมไม่ได้ตั้งใจหรอกนะ ตอนแรกคิดว่าจะมาผ่อนคลายนิดหน่อยเท่านั้น“เฮ้ย ไอ้ภีม อย่าเศร้าใจไปเลยวะ ผู้หญิงรอต่อคิวเข้าหามึงอยู่ตั้งเยอะ” ไอ้วัตคงเริ่มจะเมาแล้ว มันเข้ามาตบบ่าผม คงคิดว่าผมเสียใจ ที่เพิ่งรู้ความจริงว่า มินท์นอกใจผมไปคบกับรุ่นน้องคณะวิศว ได้หลายเดือนแล้ว“เศร้าห่าอะไร ก็แค่อยากผ่อนคลายเว้ย เรียนหนักมาตั้งหลายปี แล้วนี่ยังต้องมาค่ายอาสาอะไรอีกตั้งไกล อยู่บนดอยขนาดนี้”“เอ้า เมิงไม่ได้เศร้าที่ยัยมินท์นอกใจไปครบไอ้รุ่นน้องเดือนคณะวิศวนั่นเหรอวะ สวมเขาให้เพื่อนกูตั้งหลายเดือน นี่ถ้าไม่ได้มาบนดอยแบบนี้ มึงคงยังไม่รู้เรื่องอะ”“เรื่องมินท์ ชั่งเธอเถอะ กูไม่ได้เสียใจขนาดนั้น ดีเหมือนกันถ้าเธอเจอคนที่รักเธอจริงๆ”“เอ้า มึงไม่ร้ากจริงหรือไงวะ กูเห็นคบกันมาได้ตั้งหลายปี นี่กูยังคิดว่าปีหน้าเรียนจบ พวกมึงได้แจกการ์ดแล้วนะเนี่ย”“กูก็รักจริงในแบบของกู ถ้ามินท์เค้าอยู่กับกู ดีกับกู กูก็ซื่อสัตย์กับเค้าก็แค่นั้น แต่ยังไม่เคยคิดเรื่องแต่งงงแต่งงานหรอกหว่ะ”“ยังไงของมึงวะ หรือว่ามึงยังลืมผู้หญิงคนเก่าของมึงไม่ได้”“ไม่รู้หว่ะ…” ผมตอบไอ้วัตได้แค่นั
ปัจจุบัน“เฮ้ออ…เสร็จซักที” ในที่สุดฉันก็เขียนบทละครให้พ่อเสร็จแล้ว อีกไม่นานคงได้ฤกษ์เปิดกล้องแล้วล่ะ ค่อยสบายใจหน่อย“เขียนบทเรื่องใหม่เสร็จแล้วเหรอ ไหนๆ ดูหน่อยสิ” ช่วงนี้ นิต้า มาอยู่เป็นเพื่อนฉันแทบทุกวัน คงกลัวฉันจะเหงาแล้วคิดมากเรื่องอาการประหลาดบนหน้าแต่ความเป็นจริงแล้ว ฉันยุ่งหัวหมุนกับการเขียนบท จนแทบจะไม่ได้สนใจจะมองกระจกเลย ดีนะที่มีคุณหมอคอยเตือนให้ทานอาหารและอาหารเสริมทุกวันตรงเวลา ไม่งั้นฉันคงไม่ได้ลุกไปไหนเลย“โห อัยย์ เรื่องนี้เขียนดีสุดๆ แล้วได้นักแสดงหรือยังอะ ชั้นอยากทำงานแล้ว พ่อจะนัดให้คุยเรื่องฟิตติงเมื่อไหร่น้า จะให้ชั้นทำอีกมั้ยอ่า”“วันนี้พ่อน่าจะกลับเร็วนะ เดี๋ยวเราเอาบทให้พ่อดูตอนมื้อเย็น นิต้าลองถามพ่อดูสิ”“โอเค ดีเลย ชั้นได้มีเวลาเตรียมตัวก่อนเปิดกล้อง”“เฮ้ย อัยย์ เรื่องนี้มีถ่ายทำบนดอยด้วยเหรอ คิดถึงดอยที่เราเจอกันเลยอะ นี่เลือกโลเคชันไปยัง อัยย์เสนอให้พ่อไปถ่ายที่ดอยนั้นสิ เผื่อเราได้ไประลึกความหลังกันดีมะ”“แต่ถึงไปถ่ายที่นั่น เราก็ไม่ได้ไปอยู่ดีนะ” ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับอาการตอนนี้หรอกนะ แต่ก็บอกนิต้าไปตามที่มันควรจะเป็น เพราะสภาพแบบนี้ ฉันคงไปไหนไ
ฉันเข้าหอพักล่วงหน้าก่อนเปิดภาคเรียนปีหนึ่งก่อนหนึ่งเดือนได้ สัปดาห์เดียวก็จัดข้าวของทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ฉันคิดใช้เวลาว่างที่เหลือเขียนนิยายต่อให้จบ เพราะคิดว่าเปิดเทอมคงไม่มีเวลาแน่ๆฉันนั่งอยู่เฉยๆ ที่หน้าจอโน้ตบุ๊กมาสามวันแล้วนะ แต่สุดท้ายก็เขียนไม่ออกเลย คงต้องออกไปหาแรงบันดานใจที่อื่นแล้วล่ะ เหมือนที่นักเขียนหลายๆ คนทำกัน คือ ออกไปท่องเที่ยว ไปหาบรรยากาศใหม่ๆสุดท้ายฉันเลือกไปบนดอยที่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก ฉันอยากไปสัมผัสธรรมชาติ ไปเห็นวิถีชีวิตคนบนดอยดูบ้าง บางทีอาจจะได้พล๊อตนิยายเรื่องใหม่แถมมาด้วยก็ได้คนที่นี่เรียบง่ายมากๆ ฉันรู้สึกชอบนะ อยู่แล้วใจสงบดี ระหว่างที่อยู่ในหมู่บ้านบนดอย ฉันสบายใจสุดๆ เช้าได้ตื่นมาใส่บาตร นั่งกินอาหารเช้าง่ายๆ เขียนนิยายที่ร้านอาหารเช้าจนสายๆ ค่อยออกไปเดินเที่ยวริมธารบ้าง บางวันก็ไปปางช้างด้วยพอช่วงเย็นก็จะกลับมาทานข้าวร้านระแวกใกล้ที่พัก เพราะจะได้กลับสะดวก ถึงอย่างไรช่วงค่ำฉันก็ยังกลัวอันตรายอยู่ดี อยากระวังตัวเองไว้ก่อน ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น จนใกล้วันที่จะกลับหอมหาวิทยาลัย“อย่ามายุ่งกับชั้น ไปนะ ไปให้พ้น” ระหว่างทางจะเข้าที่พัก
ผมมายืนรออัยย์ที่ป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียนตามปกติ ผมต้องปรับความเข้าใจกับเธอ ‘หวังว่าเธอจะเข้าใจเรานะอัยย์’เย็นมากแล้ว ผมยืนมองหาเธอจนกระทั่งเหมือนจะไม่มีนักเรียนจากโรงเรียนฝั่งหญิงออกมาอีกแล้ว ‘ทำไมอัยย์ยังไม่ออกมานะ’ผมเลือกที่จะเดินไปดูที่ประตูทางเข้าโรงเรียน ลุงภารโรงกำลังจะปิดประตูรั้วแล้ว “ลุงครับลุง เพื่อนผมยังไม่ออกมาเลยนะครับ”“โอ้ย ไม่มีใครอยู่แล้วพ่อหนุ่ม กลับไปหมดแล้ว หนุ่มก็กลับบ้านเถอะ ไป๊”“ผมรออยู่ที่ป้ายรถ ยังไม่มีเพื่อนผมออกมาเลยครับลุง”ลุงยังคงปิดประตูรั้วโรงเรียนโดยไม่ฟังเสียงผม แม้ผมจะพยายามบอกลุงเท่าไหร่ก็ตาม ‘หรืออัยย์จะไปแล้วจริงๆ แล้วเธอไปทางไหนล่ะ’เช้าวันรุ่งขึ้น ผมมารออัยย์ที่ป้ายรถหน้าบ้านเธอเหมือนเคย จนสายแล้วก็ไม่เห็นเธอมา ตอนเย็นก็ยังยืนรอที่ป้ายรถหน้าโรงเรียนก็ไม่เจอเธอผมเฝ้ารอเธออยู่หลายวัน จนในที่สุด ก็ตัดสินใจลองถามนักเรียนหญิงที่เคยเห็นเดินกับเธอ “เราก็เห็นอัยย์มาเรียนตามปกตินะ แต่พอเวลาเลิกเรียนเธอก็รีบกลับบ้านเลย แต่เราไม่รู้ว่าเธอกลับยังไงหรอกนะ ช่วงหลังนี้เธอไม่สุงสิงกับใครเลย”เพื่อนเธอบอกอย่างนั้น แล้วผมจะทำยังไงดี นี่ก็ใกล้จะปิดเทอมเข้าไปทุก
Doctors Online ChatDoctor VP1 : “สวัสดีตอนบ่ายครับ ทานมื้อกลางวันและอาหารเสริมแล้วหรือยังครับ” ผมรีบทักหาเธอทันที ที่กลับมาถึงห้องทำงาน หลังจากรับผลตรวจ DNA และฟังคำอธิบายอย่างละเอียดจากอาจารย์ที่ห้องแล็บแล้วAiyarin : “สวัสดีตอนบ่ายค่ะคุณหมอ อัยย์ทานข้าว ทานอาหารเสริมเรียบร้อยค่า บอกแล้วไงคะ จะเชื่อฟังทำตามอย่างดีค่ะ ^^”Doctor VP1 : “ดีมากเลยครับ อาการเป็นยังไงบ้างครับ”Aiyarin : “เดี๋ยวนะคะ อัยย์ยังไม่ได้ดูกระจกเลย อัยย์รีบเขียนบทให้พ่ออยู่ค่ะ”Doctor VP1 : “ถ้าสะดวกคุณอัยย์ถ่ายรูปส่งให้ผมช่วยดูด้วยดีมั้ยครับ ผมจะเทียบกับครั้งแรกด้วยครับ”Aiyarin : “…..”ผมใจเสียไปชั่วขณะ เมื่อขอให้เธอส่งรูปให้แต่เธอตอบกลับมาแบบนั้น ผมต้องรีบส่งข้อความไปอีก กลัวเธอจะหายไปอีกDoctor VP1 : “ถ้ายังไม่สะดวกไม่เป็นไรครับ..”Aiyarin : Picture Sentหัวใจผมเต้นแรงขึ้น จนแทบจะทะลุออกมาจากกลางอก ผมดีใจมากที่เธอส่งรูปถ่ายล่าสุดมาให้ แสดงว่าเธอคงเริ่มไว้วางใจผมแล้ว ‘แต่ผมคนนี้คือ หมอเจ้าของเคสเธอ ที่ไม่ใช่เพื่อนชายคนนั้นของเธอ’ แต่ก็ยังดี ที่ผมยังได้เห็นหน้าเธออีกครั้งDoctor VP1 : “ขอบคุณครับ ^^ ดูสดใสขึ้นน
ปัจจุบัน“ยัยอัยย์ ชั้นขอโทษน้า เมื่อวานชั้นติดลูกค้าสำคัญจริงๆ แล้วเป็นไงบ้าง โอ้ย…ดูตาเธอสิ แค่เจอพนักงานส่งของก็นอนไม่หลับเลยเหรอ” นิต้ามาหาฉันที่บ้านด้วยความเป็นห่วงเรื่องเมื่อวานที่ไม่มีใครรับของแทนฉัน“อืม จริงๆ ตอนเจอก็ไม่เป็นไรนะ แต่ที่เรานอนไม่หลับ เพราะเราเอาแต่นึกถึงเสียงของพนักงานส่งของ เสียงเค้าคุ้นมากเลยนิต้า เหมือนคนนั้น”“ฮะ เสียงเหมือนใคร อย่าบอกนะว่า…”“ใช่ เสียงเหมือนผู้ชายคนนั้น เราเลยนอนคิดถึงเรื่องเมื่อก่อนทั้งคืนเลยนิต้า”“โอ๋ๆๆ ยัยอัยย์ ไม่เอาน้า มันผ่านไปแล้วนะ ไม่เอา ไม่คิดถึงมันอีก” นิต้า เข้ามากอดปลอบฉัน“เราโอเคแล้วล่ะนิต้า เรารู้ว่ามันผ่านไปแล้ว” น้ำเสียงฉันยังคงสั่นเครือเล็กน้อย แต่ฉันจะผ่านมันไปได้“ไม่เอาละ เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า ไม่พูดเรื่องพนักงานส่งของละ แต่ชั้นอยากรู้เรื่องคุณหมอมากกว่า ยังไงยะ ส่งของมาแทบจะทุกวันเลย ยังไงกันแน่”“ก็…หมอเค้าทำตามหน้าที่แหละ ถ้าเค้ารักษาคนไข้หาย ก็เป็นผลงานเค้าไง แถมเคสแปลกๆ อย่างเราด้วย”“ชั้นว่ามันต้องมีอะไรนะ ดูของพวกนี้สิ มีแต่ของแพงๆ นี่ยังไม่ต้องนึกถึงผลไม้อะไรพวกนั้นอีก” นิต้า ยังคงตั้งข้อสงสัยกับของที่ได้รับ







