ANMELDEN@สนามบินสุวรรณภูมิ
“ผิงเดินมาแลกเงินและจะยืนรอพี่ขวัญอยู่ตรงแถวประตูทางออกที่สามนะคะ พี่ขวัญออกจากห้องน้ำมาแล้วเลี้ยวซ้ายจะเห็นผิงเลย”
(โอเคจ้ะ เดี๋ยวพี่เดินตามออกไปนะ)
“...” ขนมผิง กดวางสายพี่สาวของเธอด้วยรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าสะพายพร้อมกับกวาดสายตามองไปยังรอบๆ สนามบินด้วยความตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เพราะนี่ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบสองปีที่เธอเดินทางกลับมาที่ประเทศไทยอีกครั้ง ก่อนที่สายตาจะมาหยุดอยู่ตรงผู้ชายท่าทางแบดบอยคนหนึ่งกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ทางด้านนอกประตูทางออก และเธอก็จำได้ดีว่าเขาคือ คนเดียวกันกับคนที่นั่งบนเครื่องบินถัดจากเธอ และด้วยความสูงและท่าทางที่ดูมีออร่าบางอย่างทำให้หญิงสาวเผลอแอบคิดถึงใครบางคนขึ้นมาจนแอบยืนจ้องมองเขาอย่างไม่รู้ตัว
“เลิกคิดถึงผู้ชายคนนั้นได้แล้ว ยัยขนมผิง”
เธอพึมพำออกมาเบาๆแต่ทว่าในจังหวะนั้นเอง จู่ๆผู้ชายคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นและหันมาสบตามองกับเธอด้วยแววตาเย็นชา จนทำให้ขนมผิงรีบหมุนตัวเพื่อจะเดินกลับเข้าไปยังด้านในสนามบินเพราะอยากจะหนีไปให้ไกลจากเขาอย่างบอกไม่ถูก แต่ด้วยความร้อนรนจนทำให้เผลอชนกับใครบางคนที่เดินสวนมาเข้าอย่างแรง
...ปึก!!....
“ว้ายขอโทษค่ะ หนูไม่ทันได้มอง” ขนมผิง เอ่ยขึ้นออกมาพร้อมกับรีบยกมือไหว้ขอโทษโดยไม่ทันได้มองหน้าว่าเป็นใคร ก่อนที่จะได้ยินเสียงทุ้มละมุนที่คุ้นหูพูดดังขึ้นมาเบาๆ
“เราเจอกันอีกแล้วนะครับ น้องขนมผิง” วายุเอ่ยขึ้นมาด้วยความดีใจ เพราะหลังจากที่ลงจากเครื่องมา ตัวของเขาเองก็ยังรู้สึกเสียดายไม่หาย ที่เขาไม่มีความกล้าพอจะขอเบอร์สาวน้อยที่เขาแสนถูกใจไว้ แต่เขาก็ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้มาเจอกับเธออีกครั้ง
“พี่วายุ” หญิงสาว เงยหน้าขึ้นมาก็ต้องแปลกใจ เมื่อเห็นพี่วายุที่นั่งข้างกันบนเครื่องกำลังยืนส่งยิ้มบางๆมาให้
“น้องขนมผิงมายืนรอรถอยู่เหรอ พอดีพี่ให้รถที่บ้านมารับน่ะน้องอยากให้พี่แวะไปส่งไหมครับ” วายุเอ่ยถามออกมาอีกครั้งด้วยรอยยิ้มอย่างสุภาพ
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูมีรถที่บ้านมารอรับเหมือนกัน แต่พอดีหนูรอพี่สาวหนูเข้าห้องน้ำอยู่น่ะค่ะ”
“อย่างนี้นี่เอง...คือถ้าน้องขนมผิงไม่รังเกียจอะไร พี่อยากจะขอเบอร์โทรหรือคอนแทกต์ของน้องได้ไหมครับ” วายุ พยักหน้ารับอย่างรับรู้ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นพลางรีบล้วงหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อขอเบอร์ขนมผิงในทันที
“คือว่าหนู...” เด็กสาวถึงกับอ้ำอึ้งและพูดอะไรไม่ออกเพราะไม่คิดว่าพี่วายุจะพูดขอเบอร์กันอย่างกะทันหันแบบนี้ และในระหว่างที่ตัดสินใจเอื้อมมือจะไปรับโทรศัพท์จากพี่เขา จู่ๆ ข้อมือของเธอก็ถูกมือหนาของใครบางคนจับกระชากอย่างแรงจนตัวเซไปชนเข้ากับแผงอกแกร่ง ก่อนจะได้กลิ่นบุหรี่จางๆที่แสนคุ้นเคยจึงทำให้เธอรีบเงยหน้าขึ้นมองก็ต้องตกใจแทบจะทันทีเมื่อเห็นว่าเขาเป็นใคร
“พี่พระราม...”
“พอโตแล้วเสน่ห์แรงจริงๆนะ มาไทยไม่ถึงชั่วโมงก็มีคนมาขอเบอร์ซะแล้วขนมผิง” พระรามเอ่ยขึ้นพร้อมกับก้มลงมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยสายตาแฝงไปด้วยความหึงหวง
“พี่พระราม ปล่อยหนูนะ!!” หญิงสาวเอ่ยเรียกชื่อของพี่เขาออกมาเสียงสั่น พลางสำรวจมองชุดของเขาที่สวมใส่ก็แอบตกใจเป็นอย่างมากเพราะไม่คิดว่าผู้ชายที่เจอบนเครื่องบินคนนั้นจะเป็นพี่พระรามจริงๆ ก่อนที่จะรีบสะบัดตัวดิ้นเพื่อหนีออกจากการจับกุมพร้อมกับเสียงของพี่วายุก็เอ่ยถามดังขึ้นมาเบาๆ
“น้องขนมผิง รู้จักผู้ชายคนนี้หรือเปล่า”
“อย่ามายุ่งกับผู้หญิงของกู!!” พระรามพูดตวาดเสียงดังลั่นจนผู้คนรอบข้างที่อยู่ใกล้ๆ ก็เริ่มหันมามองด้วยความสนใจ
ในขณะที่วายุเองก็ไม่ได้สนใจหรือมีท่าทีหวาดกลัวผู้ชายตรงหน้าแม้แต่น้อยเขากลับหันไปสบตามองขนมผิงแล้วพูดถามออกมาอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง
“ขอแค่น้องขนมผิงบอกพี่มาคำเดียวว่าไม่รู้จักกับผู้ชายคนนี้พี่พร้อมจะช่วยน้องทันที”
“กูบอกว่าอย่ามายุ่งกับผู้หญิงของกู มึงหูตึงหรือไงวะ!!”
พระรามเอ่ยขึ้นพร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อของผู้ชายตรงหน้าอย่างเอาเรื่องในทันที จนทำให้เขาเผลอปล่อยมือออกจากขนมผิงก่อนที่เธอจะรีบเข้ามาผลักอกของเขาอย่างแรง
“หยุดนะ!!...พี่พระรามอย่าทำอะไรพี่เขานะ” ขนมผิง เอ่ยขึ้นพร้อมกับใช้ตัวเองยืนบังพี่วายุไว้เพราะไม่อยากให้พี่วายุต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย
“เธออย่ามาปกป้องผู้ชายคนอื่น ต่อหน้าพี่แบบนี้นะขนมผิง”
“พี่วายุเขาไม่เกี่ยวอะไรด้วย พี่รามอย่ามาทำตัวเป็นนักเลงมาหาเรื่องกันแบบนี้เลยนะคะ”
“พี่วายุ?....เธอสนิทกับคนแปลกหน้าได้เร็วดีเหมือนกันนะ” พระรามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
“หนูจะสนิทกับใครมันก็เรื่องของหนูและพี่รามก็ไม่มีสิทธิ์มาทำกับหนูอย่างนี้ด้วย” ขนมผิง เอ่ยขึ้นพร้อมกับแสร้งส่งยิ้มหวานใส่พี่พระรามอย่างคนกวนประสาท โดยไม่สนใจสายตาที่ดูหงุดหงิดของพี่เขาที่มองมาสักนิด ก่อนที่จะรีบหันไปหาพี่วายุแล้วเอ่ยออกมาเบาๆ
“ขอโทษด้วยนะคะพี่วายุ ที่ทำให้พี่ต้องมาเจอเรื่องวุ่นวายอย่างนี้ ยังไงหนูขอตัวแยกกับพี่ตรงนี้เลยก็แล้วกัน”
“น้องอยากให้พี่ไปส่งที่รถไหม” วายุยังคงเอ่ยถามออกมาด้วยความเป็นห่วงพร้อมกับเหลือบมองไปทางผู้ชายที่ยืนอยู่ทางด้านหลังเล็กน้อย
“ยังไงขอรบกวนพี่วายุด้วยนะคะรถที่บ้านหนูจอดรออยู่ทางฝั่งประตูหก”
“รถพี่ก็จอดทางนั้นพอดีเลย เดี๋ยวพี่เดินไปส่งนะ” วายุพูดจบและกำลังจะเข็นรถที่ใส่กระเป๋าไปยังอีกทางพร้อมกันกับขนมผิง แต่ในจังหวะนั้นกลับถูกพระรามพุ่งเข้าใส่แล้วง้างหมัดต่อยลงที่ใบหน้าของเขาอย่างแรงจนเขาร่วงไปกองกับพื้นในทันที
....ผลัวะ!!....
“คนของกู มึงไม่ต้องมาเสือก!!”
“ว้าย!!...พี่วายุเจ็บมากไหมคะ” ขนมผิงที่เห็นเหตุการณ์ก็ถึงกับร้องออกมาเสียงหลง ก่อนจะรีบเข้าไปดูอาการของพี่วายุอย่างรวดเร็ว
“พี่ไม่เป็นไร”
“พี่รามเป็นบ้าไปแล้วเหรอ!! มาต่อยคนอื่นแบบนี้ได้ยังไง”
พระรามที่เห็นท่าทางปกป้องผู้ชายคนอื่นของขนมผิงเขาก็เริ่มรู้สึกควบคุมอารมณ์ความหึงหวงไว้ไม่อยู่ เขาขยับตัวเองเข้าไปใกล้และพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก
“ถ้าเธอยังไม่หยุดปกป้องมัน พี่จะให้คนของพี่กระทืบมันให้เธอดูดีไหม”
“พี่ราม...พี่มันบ้าไปแล้ว” ขนมผิง พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาแทบจะทันที เพราะไม่คิดว่าการกลับมาที่ไทยในวันแรกจะต้องมาพบเจอผู้ชายสารเลวที่เคยทิ้งเธอไปอย่างไร้เยื่อใย จะเข้ามาหาเรื่องและทำตัวเป็นหมาหวงก้างแบบนี้
“พี่บ้าก็เพราะเธอนั่นแหละขนมผิง แล้วตอนนี้ก็ไปกับพี่ได้แล้ว”
“พี่พระราม!! พี่จะทำอะไรปล่อยหนูเดี๋ยวนี้นะ”เด็กสาวร้องโวยวายขึ้นมาแทบจะทันที เมื่อจู่ๆก็ถูกพี่พระรามจับตัวของเธออุ้มขึ้นและพาดลงบนบ่าแกร่งของพี่เขาอย่างรวดเร็ว
“พี่ก็จะไปส่งเธอที่บ้านไงล่ะ”พระราม พูดจบก็รีบก้าวเดินตรงไปยังรถของเขาที่จอดอยู่อีกฝั่งโดยไม่สนใจสายตาของคนที่มองมาทางเขารวมทั้งเสียงร้องตะโกนโวยวายของขนมผิงสักนิดเดียว
“ไอ้พี่ราม ไอ้คนบ้า!!!”
#หลายวันต่อมา@เกาะส่วนตัว “ว้าว...ทะเลที่นี่สวยจังเลยค่ะพี่พระราม” เสียงใสของขนมผิงเอ่ยดังขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น หลังจากที่ก้าวลงจากเรือยอชต์ มายังบริเวณท่าเรือของเกาะส่วนตัวที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายและเสียงคลื่นทะเลในช่วงยามเย็นที่เล่นทำเอาเจ้าตัวอดที่จะยิ้มกว้างขึ้นมาไม่ได้ ก่อนที่จะได้ยินเสียงเข้มและวงแขนแกร่งที่โอบกอดรัดตัวของเธอจากทางด้านหลังไว้อย่างหลวมๆ “เราชอบที่นี่ไหม” “ชอบมากเลยค่ะ หนูอยากมาเที่ยวทะเลส่วนตัวแบบนี้ตั้งนานแล้วขอบคุณมากนะคะพี่พระราม ที่พาหนูมาเที่ยวพักผ่อนที่นี่” “งั้นพวกเราเดินเข้าไปด้านในกันเถอะ พี่ว่าตอนนี้น่าจะได้เวลาแล้วล่ะ” พระรามเอ่ยตอบพลางคลายอ้อมแขนก่อนจะเอื้อมไปคว้ามือเล็กขึ้นมากุมไว้แทนพร้อมกับเสียงหวานของเด็กสาวก็พูดถามดังขึ้นมาเบาๆ “ได้เวลาอะไรเหรอคะ” ขนมผิง เอียงคอเล็กน้อยและจ้องมองใบหน้าของพี่พระรามแล้วพูดถามออกมาด้วยความสงสัย “พี่มีเซอร์ไพรส์ให้เราน่ะรีบหลับตาสิ” พระรามพูดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ โดยที่มืออีกข้างก็ล้วงหยิบผ้าบางอย่างออกมาแล้วทำท่าจะยกขึ้นมาปิดตาของเด็ก
#เวลาต่อมา “อื้อหือ...สปาเกตตีกุ้งหน้าตาน่าทานมากเลยค่ะพี่พระราม” ขนมผิงเอ่ยออกมาด้วยแววตาเป็นประกายเมื่อเห็นสีสันของอาหารที่พี่พระรามถือมาวางลงตรงหน้าของเธอ “ลองชิมดูสิว่าฝีมือของพี่อร่อยถูกปากเราหรือเปล่า” พระรามพูดตอบพลางยื่นช้อนส้อมส่งให้กับเด็กสาวด้วยรอยยิ้มและแววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู ในขณะที่หญิงสาวก็ไม่รอช้ารีบใช้ช้อนตักอาหารเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมาแล้วพูดชมสามีของเธอด้วยท่าทางเต็มไปด้วยความทะเล้น “ฮั่นแน่...พี่พระรามไปแอบฝึกทำอาหารมาใช่ไหมคะถึงได้ทำอร่อยมากขนาดนี้ รีบสารภาพกับหนูมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” “ใช่พี่ไปเรียนทำอาหารมาจริงๆ เพราะว่าพี่อยากจะทำของอร่อยๆที่เราชอบให้ทานทุกวันเลยดีหรือเปล่า” “ทำไมพี่พระรามของหนูน่ารักจังเลยแบบนี้ จะไม่ให้หนูรักหนูหลงพี่ได้ยังไงไหวกันนะ” ขนมผิงรีบละมือจากอาหารตรงหน้าพลางเอื้อมไปคว้าจับมือของพี่พระรามขึ้นมาวางทาบลงบนแก้มของเธอ ก่อนจะพูดดังขึ้นมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหยอกเย้า แต่ในจังหวะนั้นเธอกลับต้องนิ่งชะงักเมื่อได้ยินเสียงของพี่เขาเอ
#หลายปีต่อมา “เดี๋ยวหมอจะจัดยาให้แล้วคนไข้ต้องทานยาตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัดและถ้าหากกลับบ้านไปแล้ว รู้สึกว่าไข้ไม่ลดหรืออาการไม่ดีขึ้น ให้คนไข้รีบกลับมาหาหมอที่โรงพยาบาลอีกครั้งนะคะ” ขนมผิง เอ่ยบอกคนไข้ด้วยรอยยิ้มใจดี หลังจากที่เธอตรวจอาการของคนไข้เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะก้มลงเขียนใบสั่งยาและยื่นส่งให้กับพี่พยาบาลที่ยืนอยู่ด้านหลังเธออย่างรวดเร็ว “ขอบคุณมากๆนะคะ คุณหมอ” คนไข้วัยกลางคนที่มารักษาตัวพูดบอกพลางขยับตัวลุกขึ้นและก้าวเดินออกจากห้องตรวจไข้ไปในทันที “เฮ้อ.... เหนื่อยจัง” ขนมผิงเอ่ยขึ้นพลางถอนหายใจอย่างรู้สึกเหนื่อยล้า เพราะวันนี้เธอไม่ได้มีเวลาพักเลยเพราะต้องเข้าเวรตรวจคนไข้แทบจะทั้งวัน ก่อนที่หญิงสาวจะเอ่ยถามพี่พยาบาลออกมาเบาๆ เมื่อหันไปเห็นพี่เขากำลังจัดเตรียมเอกสารอยู่ทางด้านหลังของเธอ “พี่กุ๊กคะ.... ตอนนี้ผิงเหลือคนไข้อีกกี่เคสคะ” “เหลืออีกหนึ่งคนค่ะคุณหมอผิง” กุ๊ก พยาบาลสาวเอ่ยตอบพร้อมกับแอบอมยิ้มออกมาเล็กน้อย “งั้นเชิญคนไข้ให้เข้ามาได้เลยค่ะ พวกเราจะได้ออกเวรกัน” ขนมผิง พูดตอบพร้อมกับก้มหน้าลงห
@ร้านคาเฟ่เอ็มเอ็ม เมื่อรถคันหรูเคลื่อนตัวมาจอดยังลานจอดรถของร้านคาเฟ่ ทั้งสองคนก็หันไปเปิดประตูก้าวลงจากรถ ก่อนที่ขนมผิงจะต้องยืนนิ่งอึ้งด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าพี่พระรามจะขับรถพาเธอมายังร้านคาเฟ่ที่เคยถูกพี่เขาบอกเลิกเมื่อสองปีก่อน “พี่พระรามคะ” ขนมผิงเอ่ยถามออกมาเสียงสั่นพลางเงยหน้าสบตามองพี่เขาด้วยความสงสัย “พวกเรารีบเข้าไปข้างในเถอะพี่เหมาร้านนี้ไว้แล้วน่ะ” “....” ขนมผิงไม่ได้พูดตอบกลับอะไร เธอทำได้เพียงพยักหน้ารับแล้วเดินตามพี่พระรามเข้าไปในร้านอย่างว่าง่ายในทันที และเมื่อประตูของร้านเปิดออก คนตัวเล็กก็ถึงกับหยุดยืนนิ่งอีกครั้ง โดยที่สายตาก็กวาดมองไปยังรอบๆร้านที่ตอนนี้ประดับประดาไปด้วยลูกโป่งหลากหลายสี รวมทั้งด้านหน้าของเธอก็มีเค้กก้อนโตพร้อมกับป้ายที่เขียนว่า “HAPPY BIRTHDAY ตัวเล็กของพี่พระราม” “วันเกิดของฉันอย่างนั้นเหรอ” ขนมผิงพูดพึมพำออกมาเบาๆ ราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดที่แม้แต่ตัวของเธอเองก็หลงลืมมันไปแล้ว เพราะตั้งแต่ถูกบอกเลิกเมื่อสองปีก่อน เธอก็ไม่เคยคิดที่จะฉลองหรืออยากจดจำมันเลยสักน
#สามวันต่อมา “พี่สิงห์...พี่ว่านายกำลังงอนและอยากให้นายหญิงมาง้อหรือเปล่าผมแอบเห็นนายทำหน้าตึงแบบนี้มาสามวันแล้วนะพี่” เสือ เอ่ยกระซิบถามพี่ชายของเขาออกมาเบาๆเมื่อเห็นท่าทางและสีหน้าของผู้เป็นนายที่ดูหงุดหงิดแทบจะทุกครั้งที่จ้องมองโทรศัพท์ของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะ จนเขาอดที่จะสงสัยขึ้นมาไม่ได้ “คงน่าจะทะเลาะกันแหละ แต่ว่ามึงก็ควรหยุดเสือกเรื่องของนายได้แล้ว” สิงห์พูดตอบกลับพลางส่งสายตาดุๆไปให้กับน้องชายที่กำลังจ้องมองนายด้วยสีหน้าแฝงไปด้วยความอยากรู้ “โถ่พี่สิงห์ ผมก็แค่สงสัยเฉยๆนี่ขนาดนายงอนอยู่ ก็ยังสั่งให้ผมไปต่อแถวซื้อของโปรดมาให้อีก แล้วงานที่เตรียมไว้เย็นนี้พี่ว่ามันจะไม่ล่มใช่ไหมอ่ะ โอ๊ย!!...” เสือที่ยังคงพูดพล่ามออกมาไม่หยุด จนถูกพี่สิงห์ยกมือขึ้นมาตบที่หัวของเขาอย่างแรง “มึงเงียบปากไปเลยไอ้เสือ เดี๋ยวนายได้ยินก็จะซวยเอา” “ขอโทษครับพี่สิงห์” เสือทำหน้าเจื่อนลงในทันที พลางหันไปเห็นผู้เป็นนายขยับตัวลุกขึ้นออกจากโต๊ะทำงาน ก่อนที่พี่สิงห์จะรีบเดินเข้าไปเอ่ยถามเรื่องงานที่จะต้องจัดวันนี้อย่างรวดเร็ว “เอ่อ...นายครับ ผมได้จั
#หลายเดือนต่อมา “อาจารย์ขอให้นักศึกษาทุกคนทำรายงานตามหัวข้อที่กำหนดอยู่บนหน้าจอ นักศึกษาจะต้องหาข้อมูลพวกนี้ จากรุ่นพี่ในสายรหัสโดยกำหนดส่งชิ้นงานภายในสัปดาห์หน้านะครับ” สิ้นเสียงของอาจารย์สุทิน หลังจากจบคาบเรียนในวิชาสุดท้าย ขนมผิงก็ถึงกับถอนหายใจพร้อมกับทำหน้าเซ็งออกมาจนต้นเตยที่นั่งเก็บของอยู่ข้างๆ ต้องเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัยแทบจะทันที “นังผิง...มึงเป็นอะไร ทำไมทำหน้าซังกะตายขนาดนั้นล่ะ” “ก็งานที่อาจารย์สุทินสั่งเมื่อกี้นี้ กูจะไปถามพี่รหัสจากที่ไหนล่ะ แถมพี่ๆ ในสายก็เรียนหนักกันหมดแทบทุกคนเลย ขืนถ้ากูไปขอความช่วยเหลือกลัวว่าจะรบกวนพวกพี่เขาเอาน่ะสิ” “งั้นมึงไม่ลองโทรไปหาพี่วายุดูล่ะ เมื่อกี้กูเห็นพี่เขาแวะมาหาอาจารย์ที่ภาควิชาด้วยนะ” พริกแกงที่ได้ยินก็เอ่ยแทรกดังออกมา “พี่วายุมามหาลัยเหรอ...งั้นเดี๋ยวกูขอไปตึกภาค ก่อนเดี๋ยวกูมานะ” ขนมผิงเอ่ยออกมาด้วยความดีใจ ก่อนจะรีบคว้ากระเป๋าและวิ่งก้าวออกจากห้องไปยังตึกภาควิชาในทันที “ขอบใจมากนะวายุที่ยังนึกถึงน้องๆเอาโควตาของโรงพยาบาลมาให้อาจารย์ถึงที่คณะแบบนี้ ยังไงอาจ







