Beranda / โรแมนติก / โซ่ดอกรัก / นกน้อยคืนรัง ตอนที่ 3

Share

นกน้อยคืนรัง ตอนที่ 3

last update Tanggal publikasi: 2026-01-07 20:17:15

“ทำไมจีน...ทำไมถึงยอมแพ้อะไรง่ายๆ ทำไมไม่รู้จักอดทน”

ภาพทุกอิริยาบถในวัยเยาว์ผ่านช่วงเวลาต่างๆ ไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ความทรงจำที่แน่นแฟ้นระหว่างพี่น้องฉายชัดราวเป็นเรื่องในปัจจุบัน แม้ตัวเองจะหนีไปไกลแสนไกล ถูกความเจ็บช้ำปิดตาบังใจแค่ไหนก็ไม่อาจลบความรู้สึกจริงๆ ที่มีออกไปได้เลย

ตลอดเวลาที่จากกันเธอทั้งคิดถึงทั้งเคืองแค้น ราวอกจะแตกเป็นเสี่ยง ทางออกหาไม่เจอ ทางจะเดินกลับก็ไม่มี

“จีนัส...จีนัส...เป็นอะไรรึเปล่า” เสียงห้าวทุ้มที่คุ้นเคยเรียกอยู่ด้านนอกโดยไม่ได้เคาะประตูทำให้หญิงสาวที่นอนเหม่อรีบใช้มือปาดเช็ดน้ำตา

“มีอะไร...” เธอตอบเสียงห้วนพลางนึกสงสัยทำไมเขามาเช้าขนาดนี้ หรือว่าไม่ได้ไปไหนเลยตั้งแต่เมื่อคืน และนอนค้างที่นี่กับเด็กนั่นด้วย

“คุณแม่บอกไม่สบายเป็นอะไรมากไหม...พี่เอายามาให้”

“ไม่กิน...หนักกว่านี้ยังไม่ตาย คุณเลิกยุ่งกับฉันซะทีฉันอยากอยู่คนเดียว...เข้าใจไหม!”

เสียงแผดตวาดลั่นดังมาจากด้านในของห้องนอน ชายหนุ่มถอนหายใจยาวๆ ด้วยความห่วงกังวล เขารีบไปยกโต๊ะตัวเล็กซึ่งใช้วางแจกันเพื่อตกแต่งตรงบันไดมาตั้งหน้าห้องหญิงสาว และนำอาหารกับยาวางไว้ให้

หวังว่าเธอคงจะออกมาทานมันเพราะคงไม่มีใครได้คอยดูแลใกล้ชิดนัก พอเสร็จจากตักบาตรหน้าบ้านตอนเช้าต่างก็ต้องพากันไปที่วัดเพื่อเตรียมงานต้อนรับแขกในตอนเย็นกันอีก เขาอยากจะลองชวนกันต์ศิตางค์ไปด้วย แต่เธอมาไม่สบายเสียก่อนอีกทั้ง...คงยากสักหน่อยที่จะพูดให้เธอยอมไปง่ายๆ

ศิลาภินมองประตูห้องอดีตคนรักอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจเดินออกไปสมทบกับบุคคลด้านนอกที่รอตักบาตรและเตรียมของเพื่อใช้ในงานศพ มีเวลาอีกไม่นานแล้วที่ศพของฉัตรชฎาจะต้องถูกเผา เธอจะได้ไปอยู่ยังภพภูมิที่เหมาะสมและจากคนทางนี้ไปตลอดกาล

แต่หากยังไม่ได้รับการอโหสิกรรมให้อภัยจากพี่สาวคนเดียวของเธอแล้ว ไม่รู้ว่าดวงวิญญาณที่แสนอาภัพนั้นจะเป็นสุขได้อย่างไร

“อ้าวธีร์ลงมาแล้วเหรอ...จีนัสว่ายังไงบ้าง”

“ไม่ได้ว่าอะไรครับ...ผมวางอาหารกับยาไว้ให้แล้วเดี๋ยวคงลุกมากินเอง”

“คุณพ่อ...” คุ้มขวัญรีบไต่ลงจากการอุ้มของจิตนารีเดินหรามือเข้าหาบิดาทำราวกับห่างกันมาเป็นปี ซึ่งเป็นเรื่องปกติเพราะตั้งแต่เกิดมาเด็กน้อยก็ได้รับการเอาใจใส่จากทั้งบิดามารดาและคนรอบข้างเป็นอย่างดี ในวันนี้เมื่อเด็กน้อยต้องขาดแม่จะรู้สึกเหว่ว้าย่อมหาที่พึ่งทางใจและเกาะติดแจไม่ยอมห่างอย่างที่เห็น

“อืม...อย่างนั้นเหรอ แม่ชักเป็นห่วงนะเห็นเมื่อกี้ดูซีดเซียวมากน่าตกใจเชียว ไม่มีใครอยู่บ้านเสียด้วยเกิดเป็นอะไรมากกว่านั้นขึ้นมาจะทำยังไงล่ะเนี่ย”

“ให้ใครอยู่เป็นเพื่อนสักคนก็ได้คุณ ที่วัดเพื่อนบ้านก็ช่วยกันอยู่หลายคน ทางนี้ยังไงก็น่าเป็นห่วงกว่า”

 ชนชาติเสริม สีหน้าเขาก็กังวลไม่น้อย เพิ่งจะเสียลูกสาวไปคนหนึ่งอีกคนก็มาไม่สบายเสียอีกใจคนเป็นพ่อเป็นแม่มีหรือจะไม่รู้สึกหดหู่ใจหาย

“ให้อ้ออยู่ก็แล้วกันนะ...อ้าวอ้อมาพอดีเดี๋ยวอยู่เป็นเพื่อนจีนัสหน่อยนะเขาไม่สบายเผื่ออาการหนักจะได้มีคนดูแลส่งข่าว”

“ค่ะคุณนารี...” ลูกสาวแม่ครัววัยยี่สิบตอนปลายยิ้มและรับปาก เธอเองไม่ค่อยอยากทำหน้าที่นี้เท่าไหร่หรอกแต่คงขัดไม่ได้ เธอสนิทสนมกับฉัตรชฎาแต่ทางด้านกันต์ศิตางค์ลูกสาวคนโตของบ้านนั้นแทบไม่รู้จักมักคุ้นเลยเพราะเมื่อสี่ปีที่แล้วก่อนที่กันต์ศิตางค์จะไปอยู่ยังต่างประเทศเธอยังไม่ได้มาเป็นผู้ช่วยมารดาที่บ้านหลังนี้เลย จึงรู้สึกไม่ค่อยสนิทใจเท่าไหร่

“อย่าไปขัดใจเขานะอ้อ...จีนัสเขาเป็นคนเอาแต่ใจยังไงก็คิดว่าช่วยดูและน้องนุ่งก็แล้วกันนะ”

นี่คือสิ่งมัดใจคนทั้งบ้าน ความเป็นกันเองไม่ถือตัวของทั้งสองสามีภรรยาประมุขของบ้านทำให้ทุกคนที่ทำงานด้วยรู้สึกสบายใจไม่อึดอัด แต่เหมือนทุกคนจะรับรู้ได้ว่าการกลับมาครั่งนี้ของเจ้านายอีกคนราวกับมีฝนฟ้าตั้งเค้าอึมครึมเพื่อรอเวลาพายุลูกใหญ่จะมาอย่างไรอย่างนั้น

“ไปกันเถอะธีร์...ย่าหยา”

“ครับ...” เมื่อตกลงกันเสร็จสรรพเรียบร้อยศิลาภินซึ่งเป็นสารถีของบ้านรีบเดินล่วงหน้าไปยังรถของตัวเองเพื่อพาทุกคนไปที่วัด ส่วนบรรดาแม่บ้านแม่ครัวและคนงานอื่นๆ ก็เก็บข้าวของที่ใช้ตักบาตรเสร็จแล้วไปไว้ในบ้าน พวกเขาขึ้นรถอีกคนโดยมีคนขับรถของบ้านพาตามไป

งานศพผ่านพ้นไปด้วยดีจนกระทั่งในคืนสุดท้าย ญาติผู้เสียชีวิตต่างโศกเศร้าเสียใจกับการจากไปก่อนวัยอันสมควรของฉัตรชฎาโดยเฉพาะผู้เป็นบิดาและมารดาบุญธรรมดูจะอาดูรกับการไว้อาลัยครั้งสุดท้ายนี้ไม่น้อย   อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าร่างของลูกสาวพวกเขาก็จะต้องถูกเผาตามประเพณี คงเหลือแต่เถ้ากระดูกไว้เพื่อทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กันต่อไปเท่านั้น

ชีวิตของหญิงสาวแม้จะไม่ลำบากยากเข็ญจนเกินไปแต่ก็นับว่าอาภัพอยู่ไม่น้อย ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยได้รับความสุขกายสบายใจที่แท้จริงสักครั้ง แม้วาระสุดท้ายยังต้องจากไปด้วยน้ำตาเพราะยังมีห่วงอยู่นั่นเอง

“จีนัสมันใจดำเหลือเกินนะคุณ...จะจุดธูปบอกให้อภัยน้องสักหน่อยยังทำไม่ได้ ตั้งแต่กลับบ้านมาก็วันแรกนั่นแหละที่มาวัดหลังจากนั้นไม่ยอมโผล่มาเลย” จิตนารีคุยกับสามีที่นั่งข้างๆ พร้อมกับยกผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตา

“ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน...ผมรู้สึกว่าความผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะผมนะนารี เพราะผมไม่มั่นคงกับคุณทำจีนเขาเกิดมา ผมทำให้แม่ของจีนเจ็บช้ำน้ำใจ...เรื่องมันกลับวนมาทำร้ายลูกเราทั้งสองคน จีนัสสูญเสียคนรักให้กับน้องสาวจนแทบไม่เป็นผู้เป็นคน ส่วนจีนก็ต้องจมอยู่กับคำประณามว่าแย่งแฟนพี่สาว ต้องเสียใจจนถึงวาระสุดท้าย...”

 ชนชาติลูบใบหน้าที่ล่วงเลยตามวัยหยาบๆ เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นบางครั้งเขาอาจจะโกรธอาจจะแสดงอาการโมโหออกไปบ้าง แต่ในจิตสำนึกๆ เขารู้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นเวรกรรมที่เขาสร้างขึ้น และวนเวียนมาถึงบุตรสาวทั้งสองที่ต้องทนรับความทุกข์ทรมานทั้งๆ ที่ตัวเองไม่ได้ก่อ

“อย่าคิดมากเลยค่ะคุณ...เรื่องมันแล้วไปแล้วแก้ไขอะไรก็ไม่ได้จีนเขาจากไปแล้วก็ถือว่าเขาหมดทุกข์หมดโศกในภพนี้เสียนะคะ ส่วนเราก็คงยังมีเวรมีกรรมต้องอยู่ชดใช้กันต่อไป”                                                           จิตนารีซับน้ำตาอีกครั้งมองคู่ชีวิตที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความหมองเศร้าอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร ต่างก็อยากให้คนตายจากไปโดยไม่ต้องมีห่วงกังวลเพื่อดวงวิญญาณของเธอจะได้ไปสู่สุคติไม่ต้องวนเวียนให้ต้องทุกข์ทรมานอีก

แต่จะทำอย่างไรได้เล่าในเมื่อเจ้าของเรื่องที่ทำให้ดวงวิญญาณนั้นกังวลไม่ยอมลดทิฐิเสียที ครั้นจะบังคับขู่เข็ญก็รู้ว่าเป็นการตอกย้ำความเจ็บช้ำที่เคยมีของกันต์ศิตางค์เข้าไปอีก ตอนนี้หนทางเท่ากับมืดไปทุกด้าน

“คุณพ่อ...คุณแม่...ผมฝากย่าหยาไว้สักครู่นะครับ”

“หือ...จะไปไหนเหรอธีร์” จิตนารีรับตัวหลานสาวที่ศิลาภินส่งให้มานั่งบนตัก พลางมองถามชายหนุ่มอย่างสงสัยเพราะโดยปกติ ตลอดเวลาตั้งแต่มีงานศพมา พ่อลูกคู่นี้เขาไม่ห่างกันเลยไม่ว่าผู้เป็นพ่อจะงานยุ่งมากมายแค่ไหนก็จะจับเจ้าตัวน้อยติดสอยห้อยตามอยู่เสมอ

“เอ่อ...ผมมีธุระจำเป็นมากๆ ต้องไปทำครับ แค่แป๊บเดียวเท่านั้นเดี๋ยวผมมานะครับ”

“จ้ะ...จ้ะ...” จิตนารีตอบรับอย่างงงๆ มองไล่หลังบุตรเขยที่เดินลิ่วๆ ไปขึ้นรถ

“ไปไหนของเขานี่ก็ใกล้พระสวดแล้วนะคะ คืนสุดท้ายแล้วด้วย”

“คงธุระสำคัญจริงๆ น่ะคุณเจ้าตัวเขาก็บอกแล้วนี่” สองตายายหันเหความสนใจมาที่หลานสาวคนโปรด ไม่ได้ระแวงสงสัยธุระของศิลาภินอีก หากรู้ว่าสิ่งที่ชายหนุ่มคิดจะทำนั้นคืออะไรทั้งคู่คงตกใจอยู่ไม่ใช่น้อย

 ปัง! “เปิดประตู!! จีนัส!! ฉันบอกให้เธอเปิดประตูเดี๋ยวนี้”

เสียงเคาะรัวหลายครั้ง จนประตูห้องเธอแทบพังพร้อมกับเสียงเรียกที่เต็มไปด้วยความโมโห ทำให้กันต์ศิตางค์ที่อยู่บนที่นอนใช้ผ้าห่มคลุมโปงมิดชิดปิดหูปิดตาทำเหมือนไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น ทั้งๆ ที่เสียงนั้นมันดังลั่นจนห้องแทบถล่มอยู่รำไร

“จีนัส!! ถ้าเธอไม่เปิดฉันพังเข้าไปแน่! เปิด!”

ปัง ปัง ปัง ศิลาภินยังคงโหมทุบประตูทั้งเรียกให้หญิงสาวในห้องออกมาพบเขา มันนานพอแล้วที่กันต์ศิตางค์ได้ใช้ความเอาแต่ใจของตัวเอง ถึงเวลาที่เธอต้องออกมาทำตามความต้องการของคนอื่นบ้าง

และมันก็ไม่ใช่เรื่องหนักหนาสาหัสอะไรเลย แค่ไปจุดธูปหน้าศพน้องสาวตัวเองแล้วบอกให้อภัยอโหสิกรรมต่อดวงวิญญาณอาภัพเท่านั้น ทุกอย่างก็จบทุกคนก็ได้ไม่พลอยห่วงกังวลไปด้วย

“...” เงียบ ไม่มีเสียงตอบรับ กันต์ศิตางค์กำลังเปิดสงครามเย็นกับเขาอยู่ ใช่ว่าอยากใช้วิธีรุนแรงบังคับกัน แต่ตลอดเวลาสองสามวันที่ผ่านมาทั้งเขาและทุกคนพยายามพูดดีด้วยก็แล้วกล่อมก็แล้ว ขอร้องก็แล้วให้หญิงสาวยอมไปไหว้ศพน้องสาวสักครั้ง

แต่ดูเหมือนมันจะไร้ผล...

และคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายแล้วที่ศพของฉัตรชฎาจะตั้งสวดพระอภิธรรมเพื่อส่งดวงวิญญาณไปสู่สุคติภพ เมื่อถึงวันพรุ่งนี้ร่างของเธอก็จะถูกเผากลายเป็นผงธุลี ไม่มีทางคืนสภาพเป็นฉัตรชฎาได้อีกแล้ว

กริ๊ก! “จีนัส!” เสียงประตูถูกปลดล๊อกพร้อมๆ กับฝีท้าวหนักๆ เดินย่ำเข้ามาในห้องและผ้าห่มผืนโตที่คลุมร่างเธอไว้ก็ถูกดึงออกไป กันต์ศิตางค์ลืมตาโพลงมองบุรุษที่เรียกชื่อเธอซึ่งยืนเท้าสะเอวถมึงทึงอยู่ตรงหน้า เธอรีบผลุนผลันลุกนั่งด้วยความโมโหที่ถูกละเมิดสิทธิ์ความเป็นส่วนตัว                      “คุณมีสิทธิ์อะไรเข้ามาในนี้...ออกไปนะ!!”

“สิทธิ์เหรอ...พี่มีแน่สิทธิ์ที่เข้ามาได้อย่าบอกนะว่าเธอลืมไปแล้ว...”

“เลว...ฉันบอกให้ออกไปไงเล่าออกไปสิ...เข้ามาทำไม...โอ๊ย!!!”

“ไปแต่งตัวซะ...เดี๋ยวนี้” ชายหนุ่มขยับเข้าไปคว้าแขนที่ยื่นออกมาและบิดกลับเข้าหาเจ้าตัวจนเธอร้องเสียงลั่นด้วยความเจ็บ

“แต่งตัว...ไปไหนปล่อยสิ โอ๊ย!!! เจ็บ!!”

“เจ็บก็ฟังแล้วก็ทำตามที่พี่บอกจีนัสอย่าให้พี่ต้องใช้ความรุนแรงมากกว่านี้ ไปแต่งตัวพี่จะพาเราไปไหว้ศพของจีน” ศิลาภินจ้องดวงหน้าหวานเขม็ง ยังไงเสียเวลานี้เขาก็จะไม่ยอมเธออีกแล้ว

“คุณ...กล้าดียังไงมาบังคับให้ฉันทำเรื่องที่ไม่อยากทำ รักกันนักหวงกันหนาก็ไปอยู่ด้วยกันไปไหว้กันเองสิมายุ่งอะไรกับฉันด้วย” หญิงสาวน้ำตาคลอเบ้ารู้สึกเจ็บจี๊ดในหัวอกขึ้นมาทันที ที่แท้เขาทำทุกอย่างก็เพื่อฉัตรชฎา แม้แต่วินาทีสุดท้ายเขาก็ยังเลือกทำเพื่อให้เธอคนนั้นสบายใจ

“ไป หรือ ไม่ ไป...”

“ไม่!! อื้อ!” ก่อนประโยคถัดไปจะถูกพ่นออกมาจีบปากบางกลับถูกฉกปิดเสียก่อนแล้ว ศิลาภินไล่มือไปจับไหล่มนทั้งสองข้างของหญิงสาวและลากเข้าหาตัวในขณะที่เขาเองก็ทรุดนั่งลงบนที่นอนนุ่มเพื่อรั้งร่างบางให้อยู่ในอ้อมกอดได้ถนัดถนี่

กันต์ศิตางค์ชาวาบไปถึงขั้วหัวใจไม่นึกสักนิดว่าเขาจะทำถึงขนาดนี้ สมองของเธอมึนงง สับสนและยังจับต้นชนไปลายไม่ถูก

“อื้อ...”

“นิ่งไว้...นิ่งๆ” เมื่อหญิงสาวในอ้อมกอดเริ่มขัดขืนนิดๆ ศิลาภินจึงละริมฝีปากออกจูบซับตรงเปลือกปากสาวคล้ายปลอบขวัญก่อนจะทาบทับบนกลีบปากสีสดนั้นอีกครั้ง ฉกชิมความหอมหวานที่รอคอยมาแสนนานอย่างสมใจ ก่อนจะรุกไล่พรมจูบทั่วดวงหน้าหยอกเอินอย่างคุ้นเคยแม้จะร้างรามานานปี

“นี่...ปล่อย!!” สติเริ่มกลับมาอีกครั้งหลังจากหลงมนต์สะกดแห่งรสจูบนั้นอยู่พักใหญ่ กันต์ศิตางค์รวบรวมกำลังทั้งหมดผลักร่างหนาให้ออกจากตัวแต่ไร้ผล ดูเหมือนเขารู้ทันเสียก่อนจึงรัดเธอไว้แน่นยิ่งขึ้น หญิงสาวน้ำตาเอ่อไหลออกจากเบ้ากับความพ่ายแพ้ที่ถูกเขาบังคับขืนหัวใจ

 “ทีนี้จะยอมไปรึยัง...ถ้าไม่ยอมไปงานศพเธอก็ต้องยอมพี่...ว่าไงจะเลือกอย่างไหน”

ชายหนุ่มรู้สึกเจ็บแปลบทันทีที่ได้เห็นน้ำตานั้น แต่ก็ทำเป็นไม่ยี่หระเขาต้องไม่ใจอ่อนเด็ดขาดยังไงวันนี้ก็ต้องลากกันต์ศิตางค์ไปที่วัดให้ได้ เขาได้ทีขู่ซ้ำทั้งยังจับความรู้สึกลนลานของคนในอ้อมกอดได้เป็นอย่างดี

แต่ใช่ว่ามีแต่เธอเสียเมื่อไหร่ล่ะที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเขาก็เช่นกัน แทบจะยั้งอารมณ์เมื่อครู่ไม่อยู่ด้วยซ้ำถ้าหากเธอไม่ผลักตัวเขาออกจนได้สติและได้เห็นว่าเธอกำลังร้องไห้ มีหวังคงเลยเถิดไปกว่านี้แน่

“ปล่อยก่อน...”

“พี่ถามว่าเธอ...จะไปหรือไม่ไป...หืม...” ใบหน้าคมสันโน้มเข้ามาความหอมหวานอีกครั้ง ปากก็ขู่เธอแต่ใจนั้นกลับเต้นสั่น ศิลาภินอยากให้หญิงสาวรีบตอบรับให้โดยเร็วที่สุดก่อนที่เขาจะยั้งตัวเองไม่อยู่และเธอจะไม่มีโอกาสได้เลือกอีก

“ป่ะ...ไป...” ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่เป่ากระทบใบหน้ามีอิทธิพลต่อจิตใจเธอเหลือเกิน ยิ่งได้อยู่ในอ้อมแขนนี้อีกครั้งมันราวกับวันเวลาย้อนกลับไปถึงตอนที่ยังไม่เกิดเรื่อง

แค่ได้สัมผัส...แค่ได้แตะต้องนี่เธอถึงกับลืมเลือนความบาดหมางที่แสนเจ็บปวดไปชั่วขณะเลยหรือ หญิงสาวถอนหายใจและแหงนหน้ามองเพดานเพื่อกลืนน้ำตา

“ปล่อยสิ...ฉันจะได้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”

“อย่าตุกติกนะจีนัส...พี่เอาจริง เราได้รำลึกความหลังกันพักใหญ่แน่ถ้าเธอไม่ได้ไปที่วัดคืนนี้”

 ศิลาภินข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเบาหวิวตรงริมกกหูขาวสะอาด ทำให้หญิงสาวรีบผลักเขาออกก่อนตัวเองจะกระโดดลงจากเตียงไปเปิดตู้เสื้อผ้าและคว้าเอาชุดดำวิ่งเข้าห้องน้ำไป

รอเวลาไม่นานนักสาวเจ้าในชุดเดรสสีดำสนิท ก็ออกมาจากห้องน้ำให้เขาได้ยลโฉม กันต์ศิตางค์สวยจริงๆ ก่อนนี้หญิงสาวตรงหน้าเขาว่าสวยไม่มีที่ติแล้ว กลับมาอีกครั้งสี่ปีให้หลังเธอกลับสวยขึ้นอีกเป็นกอง

ผิวขาวปานหยวกขับกับชุดสีดำเข้มแขนกุด ที่รัดช่วงทรวงอกจนถึงเอวแล้วปล่อยบานเป็นกระโปรงยาวถึงเข่า รูปร่างสะโอดสะองได้รูปไปกว่าเมื่อก่อนนั่น อาจเป็นเพราะร่างกายของเธอได้พัฒนากระชับเป็นรูปเป็นร่างยิ่งขึ้นตามอายุนั่นเอง มันเพิ่มความน่ากอดน่าลูบไล้เท่าทวีคูณเลยทีเดียว

“จะไปกันได้ยังล่ะ...เมื่อกี้เห็นรีบทำท่าจะเป็นจะตาย”

“อ๋อ...ไปสิ...” เพราะมัวแต่ยืนตะลึงงันจึงไม่รู้ตัวเลยว่าเทพธิดาชุดดำของเขาได้เดินไปรอที่ประตูห้องตั้งนานแล้ว ศิลาภินลุกจากที่นอนอย่างเก้อๆ เดินตามหลังหญิงสาวที่ยังมีอาการกระฟัดกระเฟียดอย่างยิ้มๆ พลางคิดในใจว่าถ้ารู้ว่าใช้ไม้นี้แล้วได้ผลคงใช้ไปนานแล้วล่ะ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • โซ่ดอกรัก    เส้นขนานที่ต้องมาบรรจบ ตอนที่ 1

    อีกเพียงเดือนเดียวเท่านั้น...งานแต่งงานก็จะถูกจัดขึ้นอย่างหรูหราทั้งงานหมั้นในช่วงเช้าและงานเลี้ยงในช่วงค่ำ ทุกฝ่ายพร้อม ทุกคนมีแต่ความยินดีไม่มีเลยสิ่งไหนจะติดขัดให้ทุกคนต้องร้อนใจ สมกับเป็นงานมงคล ทุกอย่างสื่อไปในทางที่ดีเสียจริงๆ นานมากแล้ว...ศิลาภินขาดการติดต่อกับเธอไปอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่วันที่เขามาลาจิตนารีบอกว่าไปทำงานที่ต่างจังหวัด และครั้งนี้คงไปนานหลายเดือนหญิงสาวซึ่งนั่งแต่งตัวเตรียมจะไปลองชุดที่แก้อีกครั้งมีอาการเหม่อลอยไม่สมกับที่ตัวเองจะเป็นเจ้าสาวในอีกไม่ช้านี้เลย ใจเธอมันไม่ได้อยู่กับเจ้าบ่าว ยังคงถูกจองจำเอาไว้ที่ใครคนหนึ่งและไม่เคยหลุดพ้นออกมาได้สักที ในตอนที่เขาเฝ้าเพียรโทร.หา กระหน่ำส่งข้อความมาให้เธอไม่อยากรับรู้ มันรำคาญและที่ถูกกวนใจด้วยกวนประสาทอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่พอหลังจากที่เขากลับมาจากเชียงใหม่ ชายหนุ่มก็หายเงียบไปเลย ไม่โทร ไม่ติดต่อ ข้อความก็ไม่มีความเคลื่อนไหวทุกอย่างถูกตัดขาดไปจากเธออันที่จริงต้องดีใจสิถึงจะถูกแต่ทำไมไม่รู้ใจมันถึงสั่นหวิวทุกครั้งเมื่อคิดว่าเธอและเขาคงไม่มีวันได้บรรจบอยู่ในเส้นทางสายเดียวกันได้อีก มันไม่ควรจะเกิด

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 4

    ตกเย็นมากแล้วก็ยังไม่มีใครกลับกันมาบ้าน กันต์ศิตางค์โทร.มาบอกมารดาว่าเธอยังต้องเอาการ์ดไปให้เพื่อนๆ อีกสองสามคน อาจจะกลับติดค่ำสักหน่อย นางจึงจัดแจงเข้าครัวทำกับข้าวรอเพื่อที่พอทุกคนมาถึงจะได้กินมื้อค่ำกันเลยหลายวันมานี้ชนชาติเองก็ไม่ค่อยได้เข้าไปทำงานได้แต่สั่งการบรรดาลูกน้องเอาไว้ ในฐานะพ่อของว่าที่เจ้าสาวก็ต้องวิ่งเต้นทำโน่นทำนี่เพราะงานก็ใกล้จะมาถึงเข้าไปทุกที“เอ...เสียงรถนี่ใช่พวกจีนัสพากันกลับมาแล้วรึเปล่าแม่จันทร์” จิตนารีถามแม่บ้านรุ่นน้องขณะนั่งหั่นผักเพื่อเตรียมทำกับข้าว“เสียงรถไม่เหมือนเลยนะคะพี่นารี เหมือนรถคุณธีร์มากกว่าเดี๋ยวจันทร์ไปดูให้นะ”“อือ...เอาสิถ้าเป็นธีร์ล่ะก็พาเขามาพบฉันที่นี่เลยนะ”“จ้ะพี่...” นางจันทร์วางของในมือแล้วรีบลุกเดินไปดูผู้มาเยือน จิตนารีก็ทำหน้าที่ของตัวเองต่อ พลางนึกในใจว่าถ้าเป็นศิลาภินคงดีไม่น้อยนางเอกก็กำลังอยากเจอเขาอยู่ด้วยพอดี “คุณแม่...สวัสดีครับ”“อ้าวธีร์...สวัสดีจ้ะไปไงมาไงล่ะเนี่ยเราน่ะ” ศิลาภินเดินมาพร้อมกับจันทร์ เขายกมือไหว้แม่ยายก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวนั่งลงบนแคร่ใกล้ๆ นาง ส่วนจันทร์ก็เดินอ้อมเข้าไปด้านในตัวบ้านตามมารยาทด้วยร

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 3

    ทำไมกันต์ศิตางค์ถึงได้โหดร้ายกับเขาถึงขนาดนี้ ถึงไม่รักไม่ไยดีในตัวเขาจริงๆ ก็ควรคิดถึงลูกในท้องบ้าง อย่างไรเสียเขาก็คือพ่อที่แท้จริงของเด็ก จะใจร้ายใจดำเกินไปหรือเปล่าที่กีดกันเขาถึงขนาดนี้ใจหนึ่งเขาอยากบุกไปหาหญิงสาวแล้วพูดคุยกันให้รู้แล้วรู้รอด อีกใจหนึ่งก็เกรงใจจิตนารีกับชนชาติเหลือเกิน เขาสร้างความยุ่งยากลำบากให้ใจท่านทั้งสองมามากหนักหนาแล้ว อีกอย่างเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่เอาการ ยิ่งหญิงสาวกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ด้วยแล้ว ย่อมไม่เป็นการดีถ้าเกิดเรื่องไม่งามขึ้นมา ชื่อเสียงของเธอจะต้องย่อยยับป่นปี้ เป็นที่ครหาไปอีกนานแสนนานแน่ๆแล้วทีนี้เขาควรทำอย่างไรละ อยู่เฉยๆ ให้ทุกอย่างดำเนินไปตามวาระของมัน หรือทำตามความต้องการฝ่ายต่ำของตัวเอง ถ้าเป็นอย่างนั้น...กันต์ศิตางค์คงเสียใจและเกลียดเขาไปชั่วชีวิตแน่ๆเหล้าในแก้วถูกกระดกเข้าปากอย่างไม่รับรู้ถึงรสชาติ วันนี้เขาอยากเมา เมาให้ลืมทุกอย่างไปจากใจเสียพอตื่นขึ้นมาก็ให้เหมือนคนความจำเสื่อมไปเลยก็ดี หรือ...ถ้านอนแล้วไม่ตื่นมารับรู้อะไรอีกคงจะดีมากๆ“จีนัส...” ชื่อเล่นนี้ถูกเรียกซ้ำๆ จากคนเมา เนื่องจากไม่ใช่คนที่เจนจัดในการดื่ม เพียงไม่กี่แก้ว

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 2

    รถเก๋งสีดำขับเข้ามาจอดในรั้วบ้านอย่างคุ้นเคย ทันทีที่เท้าก้าวลงเขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง บ้านหลังนี้กำลังถูกพัฒนาตกแต่งใหม่เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทาสีให้ดูใหม่ขึ้นต้นไม่ใบหน้าก็ถูกนำมาเพิ่มจัดตกแต่งสวยงามยิ่งขึ้น บรรยากาศดูครึกครื้นเหลือเกิน แต่ไม่รู้ทำใจเขากลับห่อเหี่ยวเอาเสียดื้อๆ“อ้าวธีร์...กลับมาเมื่อไหร่กันไม่เห็นโทร.มาบอกกล่าวกันเลย”เสียงจิตนารีเรียกชายหนุ่มที่กำลังใช้สายตาสำรวจรอบๆ ให้มันมอง และเขาก็ยกมือไหว้ทักทาย“สวัสดีครับคุณแม่...ผมเสร็จงานก่อนกำหนดครับเลยกลับมาโดยไม่ได้บอกใคร พอดีว่ารีบด้วยล่ะครับ ว่าแต่นี่มันอะไรกัน พัฒนากันใหญ่เลยจะจัดบ้านใหม่เหรอครับ”“เอ่อ...มาเหนื่อยๆ เข้าบ้านก่อนเถอะ โน่น...ย่าหยากำลังกินขนมอยู่ในบ้านพอดีไปเถอะ...” แทนที่จะตอบคำถามเขยเล็กจิตนารีกลับทำหน้าเหมือนไม่อยากพูดและชวนเขาเข้าบ้านเป็นการตัดบทเสียชายหนุ่มเริ่มรู้สึกแปลกใจ แต่เขาก็ยังเก็บอาการเอาไว้ อันที่จริงถ้าจะตกแต่งบ้านกันใหม่ก็ไม่เห็นแม่ยายของเขาทำหน้าเหมือนจะแบกโลกไว้อย่างนั้นเลยนี่หรือมันมีอะไรที่มากกว่านั้นและเขายังไม่รู้ แต่ก็ยอมเดินตามจิตนารีเข้าไปในบ้านแต่โดยดี แ

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 1

    เย็นวันเดียวกันนั้นกิตติธัชรีบมาพบว่าที่เจ้าสาวถึงบ้านของเธอทันที ข่าวเรื่องฤกษ์ยามสร้างความยินดีให้เขาไม่น้อย อีกสามเดือนแล้วสินะที่เขาจะได้ดูแลผู้หญิงที่ตัวเองรักอย่างเต็มรูปแบบเสียที ชายหนุ่มบอกกับทางจิตนารีและชนชาติว่าจะให้ทางอากรบิดาของตนมาพูดคุยเรื่องนี้ให้เป็นทางการอีกครั้งเพื่อจะได้ดูไม่น่าเกลียด ซึ่งต่างก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไรเพราะเข้าใจขั้นตอนทุกอย่างดี และรู้ว่าทางกิตติธัชจะต้องจัดการทุกให้ทุกอย่างสมเกียรติบุตรสาวของพวกเขาแน่นอนอีกไม่กี่วันต่อมาอากรและผู้ใหญ่ทางฝ่ายของกิตติธัชก็แห่งขบวนกันมาทาบทามสู่ขอกันต์ศิตางค์แบบเป็นทางการตามที่เคยบอกไว้ สินสอดทองหมั้นนั้นทางฝ่ายเจ้าสาวไม่ได้ร้องแต่ทางฝั่งเจ้าบ่าวก็เต็มใจมอบให้อย่างไม่น้อยหน้าใครส่วนพิธีการก็นัดหมายกันว่าจะจัดเป็นธรรมเนียมแบบไทยๆ คือหมั้นเช้าแล้วแต่งเสียเลยในตอนเย็นของวันเดียวกัน เรื่องโรงแรมสถานที่ และเรื่องจิปาถะในงานนั้นฝ่ายเจ้าบ่าวยื่นอกรับผิดชอบทั้งหมด รู้สึกอากรเองก็ปลื้มอกปลื้มใจกับการได้กันต์ศิตางค์มาเป็นลูกสะใภ้ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน สรุปว่าทุกคนทุกฝ่ายต่างมีแต่ความยินดีปรีดากับงานมงคลสมรสในครั้งนี้กันทั้งสิ้น เว้

  • โซ่ดอกรัก    การตัดสินของหัวใจ ตอนที่ 5

    เรื่องฤกษ์ยามนั้น จิตนารีเป็นคนเสนอรับผิดชอบเพราะทางว่าที่ลูกเขยมีแต่บิดา ซึ่งไม่ถนัดด้านนี้เสียเท่าไหร่ อีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมานางจึงเดินทางไปหาเจ้าอาวาสวัดที่นับถือเพื่อขอวันดีในการจัดงานซึ่งจริงๆ ว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวไม่ได้รีบร้อนอะไรแต่ดูๆ กันเอาไว้ก่อนเผื่อเอาไว้ว่าบางทีอาจจะหายากสักหน่อย ถ้าได้ฤกษ์ดีหลายวันก็ดีไปอย่างจะได้มีโอกาสเลือกเอาที่เหมาะสมที่สุด“อืม...โชคดีนะที่มาเร็ว ปีนี้ทั้งปีมีฤกษ์งามยามดี ฤกษ์ที่เป็นมงคลสำหรับวันเดือนปีเกิดของโยมทั้งคู่ ที่จะได้แต่งงานกันมีเพียงวันเดียวเท่านั้น” ท่านเจ้าอาวาสในชุดผ้าเหลืองสวมแว่นและขีดๆ เขียนๆ คำนวณตามสูตรของท่านก่อนจะบอกกล่าวแก่ผู้มาขอคำปรึกษา“จริงเหรอคะท่าน...นี่อิฉันว่ามาเร็วแล้วนะคะเหลืออีกตั้งหลายเดือนกว่าจะสิ้นปี แล้วตกลงได้วันไหนเจ้าค่ะ”“วันที่สิบแปดเดือนมิถุนาดีที่สุดแล้วสีกา” “มิถุนา...ก็ยังอีกสามเดือนน่ะสิคะ” กันต์ศิตางค์อุทานถาม เธอไม่ได้เตรียมสำหรับงานแต่งที่เร็วขนาดนั้น อย่างน้อยถ้ายืดเวลาไปอีกหน่อยก็คงดี โดยไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องคิดเช่นนั้นในเมื่อตัดสินใจดีแล้วสำหรับการเป็นเจ้าสาวของกิตติธัช“ใช่...จริงวันดี

  • โซ่ดอกรัก    การตัดสินของหัวใจ ตอนที่ 4

    คืนนั้นทั้งคืนความสับสนคืบคลานเข้ามาเยือน เสียจนกว่าจะข่มตาหลับลงได้ก็เกือบจะเช้าเข้าไปแล้ว กันต์ศิตางค์ตื่นขึ้นมาด้วยความหม่นหมองใจ แต่ก็ยังพยายามทำตัวให้เป็นปกติเพื่อคนในบ้านจะได้ไม่เกิดความสงสัย แค่เรื่องที่ศิลาภินมาหาเมื่อวานกับที่เธอต้องหลบลี้หนีหน้ากลับมาค่ำมืดดึกดื่นก็ทำให้บิดาและมารดาคลางแค

  • โซ่ดอกรัก    การตัดสินของหัวใจ ตอนที่ 3

    กันต์ศิตางค์กลับมาถึงบ้านเกือบๆ จะสี่ทุ่มเข้าไปแล้วทั้งบิดาและมารดาของเธอต่างนั่งคอยด้วยความเป็นห่วงถึงแม้จะโทร.ติดต่อกันตลอดก็ตาม รถของเธอยังถูกจอดทิ้งไว้ยังร้านให้บริการเช่าที่จอด ซึ่งกิตติธัชจะให้คนงานของเขาเอามาคืนในวันรุ่งขึ้น หญิงสาวพาร่างที่โรยแรงกับจิตใจที่ช้ำหนักขึ้นไปยังห้องส่วนตัวทันที

  • โซ่ดอกรัก    การตัดสินของหัวใจ ตอนที่ 2

    ชายหนุ่มคอยกันต์ศิตางค์อยู่นานพอสมควรก็ถูกทางโครงการที่เชียงใหม่ตามตัว ลูกน้องของเขาที่อยู่ทางโน้นไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ เพราะรายละเอียดต่างๆ ของการตกแต่งเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องรับผิดชอบทั้งหมด ณัฐวุฒิแค่เพียงคอยช่วยเหลือในเรื่องทั่วๆ ไปเท่านั้น เมื่อหัวเรี่ยวหัวแรงไม่อยู่งานที่กำลังดำเนินการก็ต

  • โซ่ดอกรัก    การตัดสินของหัวใจ ตอนที่ 1

    เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายดังเรียกให้เจ้าของรีบหยิบสมอลทอร์คมาเหน็บเสียบที่หูเพื่อสนทนา คนที่โทร.มาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นกิตติธัชนั่นเอง“พี่พัฒ...มีอะไรหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามปลายสายทันที จำได้ว่าวันนี้เขามีธุระออกไปทำงานนอกพื้นที่และเธอกับเขาก็ไม่ได้มีนัดอะไรกันด้วย จริงๆ ช่วงนี้กิตติธัชค่อนข้างล

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status