หน้าหลัก / โรแมนติก / โซ่ดอกรัก / เส้นขนานที่ต้องมาบรรจบ ตอนที่ 1

แชร์

เส้นขนานที่ต้องมาบรรจบ ตอนที่ 1

ผู้เขียน: เฌอรามิล
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-05 23:42:45

อีกเพียงเดือนเดียวเท่านั้น...งานแต่งงานก็จะถูกจัดขึ้นอย่างหรูหราทั้งงานหมั้นในช่วงเช้าและงานเลี้ยงในช่วงค่ำ ทุกฝ่ายพร้อม ทุกคนมีแต่ความยินดีไม่มีเลยสิ่งไหนจะติดขัดให้ทุกคนต้องร้อนใจ สมกับเป็นงานมงคล ทุกอย่างสื่อไปในทางที่ดีเสียจริงๆ

            นานมากแล้ว...ศิลาภินขาดการติดต่อกับเธอไปอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่วันที่เขามาลาจิตนารีบอกว่าไปทำงานที่ต่างจังหวัด และครั้งนี้คงไปนานหลายเดือน

หญิงสาวซึ่งนั่งแต่งตัวเตรียมจะไปลองชุดที่แก้อีกครั้งมีอาการเหม่อลอยไม่สมกับที่ตัวเองจะเป็นเจ้าสาวในอีกไม่ช้านี้เลย ใจเธอมันไม่ได้อยู่กับเจ้าบ่าว ยังคงถูกจองจำเอาไว้ที่ใครคนหนึ่งและไม่เคยหลุดพ้นออกมาได้สักที ในตอนที่เขาเฝ้าเพียรโทร.หา กระหน่ำส่งข้อความมาให้เธอไม่อยากรับรู้ มันรำคาญและที่ถูกกวนใจด้วยกวนประสาทอยู่ทุกวี่ทุกวัน

            แต่พอหลังจากที่เขากลับมาจากเชียงใหม่ ชายหนุ่มก็หายเงียบไปเลย ไม่โทร ไม่ติดต่อ ข้อความก็ไม่มีความเคลื่อนไหวทุกอย่างถูกตัดขาดไปจากเธอ

อันที่จริงต้องดีใจสิถึงจะถูกแต่ทำไมไม่รู้ใจมันถึงสั่นหวิวทุกครั้งเมื่อคิดว่าเธอและเขาคงไม่มีวันได้บรรจบอยู่ในเส้นทางสายเดียวกันได้อีก มันไม่ควรจะเกิดขึ้นเลยกับผู้หญิงที่กำลังจะแต่งงานมีสามีซึ่งไม่ใช่ผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนั้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เธอกำลังทำสิ่งที่ถูกต้องแล้วกันต์ศิตางค์ ด้วยความรักและความดีในตัวกิตติธัชเธอจะรักเขาได้ในอีกไม่ช้าเมื่อได้ใช้ชีวิตร่วมกัน

“แม่จีนัสคะ...เสร็จยังคะน้องหยาหิวแล้ว...”

“อ้าวน้องหยา...นี่ขึ้นบันไดมากับใครเนี่ย บอกแล้วให้รออยู่ข้างล่างไง” กันต์ศิตางค์หลุดจากอาการเหม่อลอยเมื่อประตูห้องถูกพลักเปิดโดยแม่ตัวแสบของบ้าน

ดูเอาเถอะแค่สามขวบเศษเท่านั้นจะเขย่งจนจับลูกปิดประตูเปิดเอามาจนได้

“ขึ้นมาคนเดียวค่ะ คุณยายอยู่ในออฟฟิศ”

“ตายแล้วย่าหยา คราวหลังอย่าขึ้นมาบนนี้คนเดียวอีกนะมันอันตรายรู้ไหม”

ร่างตุ้ยนุ้ยในชุดสีหวานถูกอุ้มขึ้นเหนือพื้นพร้อมบอกกล่าวด้วยความเป็นห่วง

“ก็แม่จีนัสบอกว่าอาบน้ำแต่งตัวแป๊บเดียว นี่ตั้งนานมากแล้วนะคะ น้องหยาก็เลยขึ้นมาตาม” เสียงเจื้อยแจ้วพยายามบอกกล่าวเหตุผล

“เอาล่ะๆ วันนี้ไม่เป็นไร แต่คราวหลังน้องหยาห้ามขึ้นมาอีกนะคะไม่อย่างนั้นแม่จีนัสไม่รักจริงๆ ด้วยเลยรู้ไหม”                                      

“ค่ะ...น้องหยาจะไม่ขึ้นมาอีก แต่แม่จีนัสต้องรักน้องหยาไปนานๆ อย่าทิ้งน้องหยาไปไหนเหมือนคุณพ่อกับคุณแม่อีกนะคะ”                         

กันต์ศิตางค์อึ้งจุกกับคำพูดไร้เดียงสานั้น ดวงตากลมแป๋วกะพริบถี่มองเธออย่างสำนึกผิดแกมขอร้อง คุ้มขวัญคงรู้สึกเหงาหงอยและว้าเหว่เป็นอย่างมากที่ต้องขาดแม่ห่างพ่ออย่างนี้ หญิงสาวรวบกอดร่างเล็กเอาไว้แน่นเป็นการปลอบโยนหัวใจดวงน้อยๆ ให้พอได้อบอุ่นขึ้นมาบ้าง

“ไม่หรอกจ้ะ...แม่...แม่จะอยู่กับย่าหยาตลอดไปนะลูก”

จากความใกล้ชิดสนิทสนมและความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นตลอดระยะเวลาหลายเดือนมันช่วยทลายกำแพงทิฐิในใจของกันต์ศิตางค์ที่มีต่อคุ้มขวัญจนหมดสิ้นมานานแล้ว ณ เวลานี้หญิงสาวรักแม่หนูน้อยด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์จริงๆ ราวกับเป็นสายเลือดในหัวอกของตัวเองก็ไม่ปาน

“จริงๆ นะคะ”

“จ้า...จ้ะ...แม่คนชั่งซัก เรารีบลงไปกันดีกว่านะป่านนี้ลุงพัฒคอยแย่แล้ว”

“ค่ะ...”

กันต์ศิตางค์อุ้มแม่หนูน้อยเอาไว้กับตัวและพาลงมาด้านล่าง ยินเสียงเจื้อยแจ้วเล่าโน่นนี้ให้ฟังอยู่ตลอดเวลา คนฟังก็รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างเหมือนที่เขาว่าจินตนาการของเด็กมันไร้ขอบเขตจริงๆตั้งแต่ได้ฤกษ์วันแต่งงาน

หญิงสาวรู้สึกเหมือนตัวเองเหนื่อยเหลือเกิน ต้องเดินทางไปโน่นนี่ตลอด ตั้งเข้าคอร์ดเจ้าสาวขัดสีฉวีวรรณ ลองชุด ลองเครื่องแต่งกาย เสื้อผ้าหน้าผม ถ่ายรูปเวดดิ้ง เรียนรู้พิธีรีตองและยังต้องไปแจกการ์ดกับบิดามารดาบ้าง ไปกันเองกับกิตติธัชบ้างในกรณีที่ไม่ได้เข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่    เรียกได้ว่าแทบไม่ได้พักเลย พอว่างสักวันสองวันก็ต้องช่วยบิดามารดาเคลียร์งานของครอบครัว เป็นคุณแม่จำเป็นที่มีลูกสาวตัวเล็กๆ ติดแจเกือบตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอีกล่ะ บอกได้เลยว่าแต่ละวันกว่าจะผ่านไปได้มันช่างเหนื่อยแสนเหนื่อย แต่...มันก็ไม่มากพอจะให้ใจลืมใครคนหนึ่งไปได้

“จีนัสกับย่าหยาหิวไหมเอ่ย...หืม” กิตติธัชเอ่ยถามสองสาวเมื่อขับรถออกมาจากตัวบ้านได้สักพัก วันนี้ดูกันต์ศิตางค์จะเงียบกว่าปกติแม้จะมีคุ้มขวัญคอยชวนคุยโน่นคุยนี่แต่เธอก็แต่ตอบโต้เป็นบางครั้งเท่านั้น

“จีนัสไม่หิวหรอกค่ะ ว่าแต่ย่าหยาหิวหรือยังคะ”

“ไม่หิวค่ะ น้องหยาจะไปสวนสนุก”

“หือ...ไปสวนสนุกอีกแล้วเหรอคะเมื่อวานซืนเราก็เพิ่งไปมานี่ วันนี้คงไปไม่ได้หรอก แม่จีนัสต้องไปทำธุระอีกหลายอย่างรู้ไหม”

“...” หน้ากลมยุ้ยหุบฉับทันทีที่ถูกขัดใจ กันต์ศิตางค์ส่ายหน้ากับความเอาแต่ใจของหลานสาว เพราะเป็นเด็กเล็กอยู่กว่าใครทุกคนจึงค่อนข้างทุ่มเทให้กับแกทุกอย่าง

“ให้ไปกับพี่ก็ได้ เดี๋ยวพอจีนัสลองชุดเสร็จก็ไปขัดตัวต่อไม่ใช่เหรอครับ อีกตั้งนานกว่าจะเสร็จเราสองคนไปเที่ยวกันพลางๆ ก็ได้นี่ เอาไปครับ...ย่าหยา”

“...” คุ้มขวัญไม่ตอบ แต่มองหน้าชายหนุ่มอย่างครุ่นคิด โดยปกติเธอจะไม่ค่อยชอบอยู่กับกิตติธัชเท่าไหร่เพราะเขาหน้าดุ เวลาไปไหนมาไหนด้วยกันจะตามติดแจแต่กับกันต์ศิตางค์เท่านั้น       

“จะดีเหรอคะพี่พัฒ ย่าหยาน่ะซนมากนะ ยิ่งไปที่แบบนั้นด้วยแล้วจีนัสกลัวว่าจะทำอะไรให้พี่พัฒได้เสียเหงื่อกันเปล่าๆ”                         

“น้องหยาจะเป็นเด็กดีค่ะ...” เสียงเล็กรีบแทรกขึ้นมาทันควัน สมองคิดทบทวนดีแล้วว่าถึงจะหน้าดุไปหน่อยพูดน้อยไปนิดแต่คงไม่เลวร้ายอะไร ไปที่บ้านรึก็บ่อย ซื้อขนมอร่อยๆ ให้ด้วย แม่จีนัสก็ไว้ใจไปไหนมาไหนกันทุกวัน

สรุป...ตาลุงคนนี้ไม่อันตรายหรอก

“อ้าว!! นี่เราไม่กลัวลุงพัฒแล้วเหรอย่าหยา เห็นปกติไม่ค่อยจะเข้าใกล้”

“ก็แม่จีนัสเคยบอกว่าลุงพัฒไม่ใช่ตุ๊กแกนี่ไม่กินตับเด็กหรอกใช่ไหมคะ”

กันต์ศิตางค์ทำหน้าเหลอหลากับคำตอบ แก้มนวลแดงระเรื่อเมื่อจำครั้งที่พูดคุยกันก่อนโน้นได้ดี ว่าความหมายของมันทะลึ่งขนาดไหน แม้คุ้มขวัญจะไม่รู้ไม่เข้าใจแต่ก็ทำเอาผู้ใหญ่ใกล้จะเป็นเจ้าสาวอย่างเธออดเขินอายไม่ได้

“ฮะๆ อะไรกัน ย่าหยานี่ตลกจัง ตกลงว่าเราจะไปเที่ยวสวนสนุกกันสองคนนะครับ แล้วค่อยกลับมารับแม่จีนัสที่สปา โอเคไหม...”

“โอ เค ค๊า!!” เสียงดังชัดเจนตอบโดยไม่ต้องคิด เพราะการได้ไปเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกมันดีกว่าการต้องมานั่งดูทีวีแม่จีนัสของเธอทำธุระเป็นไหนๆ เพราะตามมาด้วยเกือบทุกครั้งคุ้มขวัญจึงเริ่มจับทางได้แล้ว

“ก็ได้ค่ะ ถ้าเหนื่อยไม่ต้องมาบ่นนะคะพี่พัฒ เรารีบไปกันเถอะค่ะไม่รู้ลองรอบนี้จะต้องแก้ชุดกันอีกหรือเปล่า หลายรอบแล้วนะคะ”              

“ก็...แก้ไปทีหนึ่งพอมาลองใหม่จีนัสก็ผอมลงไปทีหนึ่งนี่จ๊ะ ถ้าชุดไม่พอดีมันก็ไม่สวย” ชายหนุ่มพูดนิ่มๆ แค่แฝงไปด้วยความเป็นห่วง               

“เอ่อ...ที่ผอมเนี่ย กะว่าจะลดหุ่นไม่ให้อวบจนน่าเกลียดน่ะค่ะ อายแขกที่มาในงานแย่เลย” หญิงสาวพยายามแก้ตัว แต่ไม่กล้าสบสายตาคมที่เหลือบมองมา                           

เขาคงดูออกว่านั่นไม่ใช่สาเหตุ และกิตติธัชก็เลือกที่จะไม่พูด ไม่ถามต่อ เขาขับรถต่อไปเงียบๆ ปล่อยให้เธออยู่กับตัวเอง ในขณะที่คุ้มขวัญก็ไม่ได้สนใจคนทั้งคู่ แม่หนูน้อยนั่งเล่นตุ๊กตาบาบี้อยู่บนตักกันต์ศิตางค์ด้วยความเพลิดเพลิน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • โซ่ดอกรัก    เส้นขนานที่ต้องมาบรรจบ ตอนที่ 1

    อีกเพียงเดือนเดียวเท่านั้น...งานแต่งงานก็จะถูกจัดขึ้นอย่างหรูหราทั้งงานหมั้นในช่วงเช้าและงานเลี้ยงในช่วงค่ำ ทุกฝ่ายพร้อม ทุกคนมีแต่ความยินดีไม่มีเลยสิ่งไหนจะติดขัดให้ทุกคนต้องร้อนใจ สมกับเป็นงานมงคล ทุกอย่างสื่อไปในทางที่ดีเสียจริงๆ นานมากแล้ว...ศิลาภินขาดการติดต่อกับเธอไปอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่วันที่เขามาลาจิตนารีบอกว่าไปทำงานที่ต่างจังหวัด และครั้งนี้คงไปนานหลายเดือนหญิงสาวซึ่งนั่งแต่งตัวเตรียมจะไปลองชุดที่แก้อีกครั้งมีอาการเหม่อลอยไม่สมกับที่ตัวเองจะเป็นเจ้าสาวในอีกไม่ช้านี้เลย ใจเธอมันไม่ได้อยู่กับเจ้าบ่าว ยังคงถูกจองจำเอาไว้ที่ใครคนหนึ่งและไม่เคยหลุดพ้นออกมาได้สักที ในตอนที่เขาเฝ้าเพียรโทร.หา กระหน่ำส่งข้อความมาให้เธอไม่อยากรับรู้ มันรำคาญและที่ถูกกวนใจด้วยกวนประสาทอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่พอหลังจากที่เขากลับมาจากเชียงใหม่ ชายหนุ่มก็หายเงียบไปเลย ไม่โทร ไม่ติดต่อ ข้อความก็ไม่มีความเคลื่อนไหวทุกอย่างถูกตัดขาดไปจากเธออันที่จริงต้องดีใจสิถึงจะถูกแต่ทำไมไม่รู้ใจมันถึงสั่นหวิวทุกครั้งเมื่อคิดว่าเธอและเขาคงไม่มีวันได้บรรจบอยู่ในเส้นทางสายเดียวกันได้อีก มันไม่ควรจะเกิด

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 4

    ตกเย็นมากแล้วก็ยังไม่มีใครกลับกันมาบ้าน กันต์ศิตางค์โทร.มาบอกมารดาว่าเธอยังต้องเอาการ์ดไปให้เพื่อนๆ อีกสองสามคน อาจจะกลับติดค่ำสักหน่อย นางจึงจัดแจงเข้าครัวทำกับข้าวรอเพื่อที่พอทุกคนมาถึงจะได้กินมื้อค่ำกันเลยหลายวันมานี้ชนชาติเองก็ไม่ค่อยได้เข้าไปทำงานได้แต่สั่งการบรรดาลูกน้องเอาไว้ ในฐานะพ่อของว่าที่เจ้าสาวก็ต้องวิ่งเต้นทำโน่นทำนี่เพราะงานก็ใกล้จะมาถึงเข้าไปทุกที“เอ...เสียงรถนี่ใช่พวกจีนัสพากันกลับมาแล้วรึเปล่าแม่จันทร์” จิตนารีถามแม่บ้านรุ่นน้องขณะนั่งหั่นผักเพื่อเตรียมทำกับข้าว“เสียงรถไม่เหมือนเลยนะคะพี่นารี เหมือนรถคุณธีร์มากกว่าเดี๋ยวจันทร์ไปดูให้นะ”“อือ...เอาสิถ้าเป็นธีร์ล่ะก็พาเขามาพบฉันที่นี่เลยนะ”“จ้ะพี่...” นางจันทร์วางของในมือแล้วรีบลุกเดินไปดูผู้มาเยือน จิตนารีก็ทำหน้าที่ของตัวเองต่อ พลางนึกในใจว่าถ้าเป็นศิลาภินคงดีไม่น้อยนางเอกก็กำลังอยากเจอเขาอยู่ด้วยพอดี “คุณแม่...สวัสดีครับ”“อ้าวธีร์...สวัสดีจ้ะไปไงมาไงล่ะเนี่ยเราน่ะ” ศิลาภินเดินมาพร้อมกับจันทร์ เขายกมือไหว้แม่ยายก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวนั่งลงบนแคร่ใกล้ๆ นาง ส่วนจันทร์ก็เดินอ้อมเข้าไปด้านในตัวบ้านตามมารยาทด้วยร

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 3

    ทำไมกันต์ศิตางค์ถึงได้โหดร้ายกับเขาถึงขนาดนี้ ถึงไม่รักไม่ไยดีในตัวเขาจริงๆ ก็ควรคิดถึงลูกในท้องบ้าง อย่างไรเสียเขาก็คือพ่อที่แท้จริงของเด็ก จะใจร้ายใจดำเกินไปหรือเปล่าที่กีดกันเขาถึงขนาดนี้ใจหนึ่งเขาอยากบุกไปหาหญิงสาวแล้วพูดคุยกันให้รู้แล้วรู้รอด อีกใจหนึ่งก็เกรงใจจิตนารีกับชนชาติเหลือเกิน เขาสร้างความยุ่งยากลำบากให้ใจท่านทั้งสองมามากหนักหนาแล้ว อีกอย่างเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่เอาการ ยิ่งหญิงสาวกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ด้วยแล้ว ย่อมไม่เป็นการดีถ้าเกิดเรื่องไม่งามขึ้นมา ชื่อเสียงของเธอจะต้องย่อยยับป่นปี้ เป็นที่ครหาไปอีกนานแสนนานแน่ๆแล้วทีนี้เขาควรทำอย่างไรละ อยู่เฉยๆ ให้ทุกอย่างดำเนินไปตามวาระของมัน หรือทำตามความต้องการฝ่ายต่ำของตัวเอง ถ้าเป็นอย่างนั้น...กันต์ศิตางค์คงเสียใจและเกลียดเขาไปชั่วชีวิตแน่ๆเหล้าในแก้วถูกกระดกเข้าปากอย่างไม่รับรู้ถึงรสชาติ วันนี้เขาอยากเมา เมาให้ลืมทุกอย่างไปจากใจเสียพอตื่นขึ้นมาก็ให้เหมือนคนความจำเสื่อมไปเลยก็ดี หรือ...ถ้านอนแล้วไม่ตื่นมารับรู้อะไรอีกคงจะดีมากๆ“จีนัส...” ชื่อเล่นนี้ถูกเรียกซ้ำๆ จากคนเมา เนื่องจากไม่ใช่คนที่เจนจัดในการดื่ม เพียงไม่กี่แก้ว

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 2

    รถเก๋งสีดำขับเข้ามาจอดในรั้วบ้านอย่างคุ้นเคย ทันทีที่เท้าก้าวลงเขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง บ้านหลังนี้กำลังถูกพัฒนาตกแต่งใหม่เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทาสีให้ดูใหม่ขึ้นต้นไม่ใบหน้าก็ถูกนำมาเพิ่มจัดตกแต่งสวยงามยิ่งขึ้น บรรยากาศดูครึกครื้นเหลือเกิน แต่ไม่รู้ทำใจเขากลับห่อเหี่ยวเอาเสียดื้อๆ“อ้าวธีร์...กลับมาเมื่อไหร่กันไม่เห็นโทร.มาบอกกล่าวกันเลย”เสียงจิตนารีเรียกชายหนุ่มที่กำลังใช้สายตาสำรวจรอบๆ ให้มันมอง และเขาก็ยกมือไหว้ทักทาย“สวัสดีครับคุณแม่...ผมเสร็จงานก่อนกำหนดครับเลยกลับมาโดยไม่ได้บอกใคร พอดีว่ารีบด้วยล่ะครับ ว่าแต่นี่มันอะไรกัน พัฒนากันใหญ่เลยจะจัดบ้านใหม่เหรอครับ”“เอ่อ...มาเหนื่อยๆ เข้าบ้านก่อนเถอะ โน่น...ย่าหยากำลังกินขนมอยู่ในบ้านพอดีไปเถอะ...” แทนที่จะตอบคำถามเขยเล็กจิตนารีกลับทำหน้าเหมือนไม่อยากพูดและชวนเขาเข้าบ้านเป็นการตัดบทเสียชายหนุ่มเริ่มรู้สึกแปลกใจ แต่เขาก็ยังเก็บอาการเอาไว้ อันที่จริงถ้าจะตกแต่งบ้านกันใหม่ก็ไม่เห็นแม่ยายของเขาทำหน้าเหมือนจะแบกโลกไว้อย่างนั้นเลยนี่หรือมันมีอะไรที่มากกว่านั้นและเขายังไม่รู้ แต่ก็ยอมเดินตามจิตนารีเข้าไปในบ้านแต่โดยดี แ

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 1

    เย็นวันเดียวกันนั้นกิตติธัชรีบมาพบว่าที่เจ้าสาวถึงบ้านของเธอทันที ข่าวเรื่องฤกษ์ยามสร้างความยินดีให้เขาไม่น้อย อีกสามเดือนแล้วสินะที่เขาจะได้ดูแลผู้หญิงที่ตัวเองรักอย่างเต็มรูปแบบเสียที ชายหนุ่มบอกกับทางจิตนารีและชนชาติว่าจะให้ทางอากรบิดาของตนมาพูดคุยเรื่องนี้ให้เป็นทางการอีกครั้งเพื่อจะได้ดูไม่น่าเกลียด ซึ่งต่างก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไรเพราะเข้าใจขั้นตอนทุกอย่างดี และรู้ว่าทางกิตติธัชจะต้องจัดการทุกให้ทุกอย่างสมเกียรติบุตรสาวของพวกเขาแน่นอนอีกไม่กี่วันต่อมาอากรและผู้ใหญ่ทางฝ่ายของกิตติธัชก็แห่งขบวนกันมาทาบทามสู่ขอกันต์ศิตางค์แบบเป็นทางการตามที่เคยบอกไว้ สินสอดทองหมั้นนั้นทางฝ่ายเจ้าสาวไม่ได้ร้องแต่ทางฝั่งเจ้าบ่าวก็เต็มใจมอบให้อย่างไม่น้อยหน้าใครส่วนพิธีการก็นัดหมายกันว่าจะจัดเป็นธรรมเนียมแบบไทยๆ คือหมั้นเช้าแล้วแต่งเสียเลยในตอนเย็นของวันเดียวกัน เรื่องโรงแรมสถานที่ และเรื่องจิปาถะในงานนั้นฝ่ายเจ้าบ่าวยื่นอกรับผิดชอบทั้งหมด รู้สึกอากรเองก็ปลื้มอกปลื้มใจกับการได้กันต์ศิตางค์มาเป็นลูกสะใภ้ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน สรุปว่าทุกคนทุกฝ่ายต่างมีแต่ความยินดีปรีดากับงานมงคลสมรสในครั้งนี้กันทั้งสิ้น เว้

  • โซ่ดอกรัก    การตัดสินของหัวใจ ตอนที่ 5

    เรื่องฤกษ์ยามนั้น จิตนารีเป็นคนเสนอรับผิดชอบเพราะทางว่าที่ลูกเขยมีแต่บิดา ซึ่งไม่ถนัดด้านนี้เสียเท่าไหร่ อีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมานางจึงเดินทางไปหาเจ้าอาวาสวัดที่นับถือเพื่อขอวันดีในการจัดงานซึ่งจริงๆ ว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวไม่ได้รีบร้อนอะไรแต่ดูๆ กันเอาไว้ก่อนเผื่อเอาไว้ว่าบางทีอาจจะหายากสักหน่อย ถ้าได้ฤกษ์ดีหลายวันก็ดีไปอย่างจะได้มีโอกาสเลือกเอาที่เหมาะสมที่สุด“อืม...โชคดีนะที่มาเร็ว ปีนี้ทั้งปีมีฤกษ์งามยามดี ฤกษ์ที่เป็นมงคลสำหรับวันเดือนปีเกิดของโยมทั้งคู่ ที่จะได้แต่งงานกันมีเพียงวันเดียวเท่านั้น” ท่านเจ้าอาวาสในชุดผ้าเหลืองสวมแว่นและขีดๆ เขียนๆ คำนวณตามสูตรของท่านก่อนจะบอกกล่าวแก่ผู้มาขอคำปรึกษา“จริงเหรอคะท่าน...นี่อิฉันว่ามาเร็วแล้วนะคะเหลืออีกตั้งหลายเดือนกว่าจะสิ้นปี แล้วตกลงได้วันไหนเจ้าค่ะ”“วันที่สิบแปดเดือนมิถุนาดีที่สุดแล้วสีกา” “มิถุนา...ก็ยังอีกสามเดือนน่ะสิคะ” กันต์ศิตางค์อุทานถาม เธอไม่ได้เตรียมสำหรับงานแต่งที่เร็วขนาดนั้น อย่างน้อยถ้ายืดเวลาไปอีกหน่อยก็คงดี โดยไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องคิดเช่นนั้นในเมื่อตัดสินใจดีแล้วสำหรับการเป็นเจ้าสาวของกิตติธัช“ใช่...จริงวันดี

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status