Home / โรแมนติก / โซ่ดอกรัก / รอยอาลัย ตอนที่ 2

Share

รอยอาลัย ตอนที่ 2

last update Last Updated: 2026-01-19 10:00:18

เที่ยงแล้วคุณจีนัสยังไม่หิวเหรอครับ...” เสียงชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีเทาสวมกางเกงผ้าฝ้ายสีดำยืนยิ้มด้านหลังทำให้เธอใช้มือจับหมวกปีกกว้างที่กำลังต้องลมแล้วกันกลับทั้งตัวเพื่อทักทายกับเขา

            “คุณกิตติธัช...สวัสดีค่ะมาได้ไงคะเนี่ย”                                          “ผมมาขออนุญาตคุณลุงพาคุณไปทานมื้อเที่ยงครับ” ชายหนุ่มยิ้มเช่นเดิมบอกกับเธอย่างมีความหวัง                                                          “ชุดนี่เนี่ยนะคะ” หญิงสาวทำท่ากางแขนที่มีเสื้อเชิ้ดแขนยาวซีดๆ ของบิดา ที่เอามาสวมทับเสื้อยืดอีกที เพื่อกันแสงแดดให้เขาดูแล้วก้มมองตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอสวมรองเท้าบูตที่เปื้อนดินกางเกงขาสามส่วนตัวหนึ่งเท่านั้น เข้ามาทำงานในสวนใครๆ ก็ต้องใส่แบบนี้กัน

            “ชุดนี้แล้วไม่ต้องกินข้าวหรือไงครับ...แบบนี้ก็ไปได้ ว่าแต่ผมจะได้รับเกียรตินั้นไหมน่ะสิ”

            “...” เธอมองหน้าเขาอย่างค้นหาแต่ยังไม่ตอบ เห็นเขายิ้มทะเล้นเธอจึงพยักหน้าตกลง ตั้งแต่มื้อค่ำที่โต๊ะอาหารวันนั้นนับเวลาก็ล่วงหนึ่งสัปดาห์ไปแล้ว

เธอก็เริ่มมีโอกาสพูดคุยกับเขาบ้างใช้โทรศัพท์ติดต่อกันบ้างหรือแม้แต่ได้จบเจอกันบ้าง ซึ่งโดยมากจะเป็นเขาที่มักหาเวลามาเจอตอนเธอทำงานแบบนี้เกือบทุกวัน

 ชายหนุ่มให้เหตุผลว่าเพื่อความบริสุทธิ์ใจและได้อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ด้วย ด้วยประสบการณ์และวัยที่ไม่ใช่เด็กๆ แล้วเธอพอจะดูออกว่าเขาค่อนข้างมีความจริงใจกับเธอพอสมควร

            “คุณชอบงานในแปลงผักนี้มากกว่างานบัญชีเหรอครับ เห็นขลุกอยู่แต่ที่นี่”                                                                                                     “อ๋อ...เปล่าค่ะจีนัสไม่ถนัดเลยซักกะอย่างแต่เพราะอยู่กับมันมาตั้งแต่เด็กๆ เลยคุ้นเคยและพอจะทำได้เท่านั้นคุณพ่อคุณแม่ก็เลยให้หัดทำไว้ทุกๆ อย่างค่ะ เผื่อเวลามีปัญหาเราจะได้แก้ได้ด้วยตัวเองได้”                “อืม...น่าแปลกนะครับ คุณไปอยู่เมืองนอกมาตั้งหลายปีไม่ยักเหมือนเด็กนอกเลย” ทั้งคู่พูดคุยกันเรื่อยเพื่อจะไปขึ้นรถของกิตติธัชซึ่งจอดอยู่ริมถนนปากทางเข้าแปลงผัก

            “อ้าว...ทำไมล่ะ จีนัสไปอยู่เมืองนอกก็ทำงานนะคะ เป็นพนักงานล้างจานบ้าง เป็นพนักงานในร้านขายเบเกอรี่ก็เคย ขนาดเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารก็ทำมาแล้ว” หญิงสาวเล่าประสบการณ์อาชีพในต่างแดนให้เขาฟัง

ชายหนุ่มแอบหัวเราะอย่างทึ่งๆ ไม่นึกว่ารูปร่างบอบบางตัวเล็กๆ อย่างนี้เอาเข้าจริงก็อึดไม่ใช่ย่อยดูเอาเถิดขนาดมาตากแดดตากลมในที่แบบนี้เธอยังไม่หวั่นตามบิดามาได้ทุกวี่ทุกวัน ทั้งๆ ที่ด้วยฐานะถึงจะไม่ร่ำรวยมากนัก แต่ถ้าจะเลือกอยู่เฉยๆ นั่งกินนอนกินไปวันๆ เธอก็ไม่ได้ขัดสนอะไร

            “หัวเราะอะไรคะจีนัสทำมาแล้วจริงๆ ทั้งหมดนั่นเลย ก็อย่างว่าคุณพ่อกับคุณแม่จีนัสท่านก็ไม่ได้รวยถึงขนาดให้ลูกนั่งเครื่องบินไปนอนเล่นถึงเมืองนอกนี่ จริงไหมคะ จีนัสก็เลยต้องหางานพาร์สไทม์ทำไปด้วย”

            “ผมเปล่าหัวเราะเยาะนะ ที่หัวเราะเพราะแอบทึ่งในความสามารถของผู้หญิงตัวเล็กนิดเดียวแบบคุณต่างหาก ช่างดิ้นรนเหลือเกินแม่คุณ”

            “เอ๊ะ...คุณนี่ล้อจีนัสเหรอคะ เดี๋ยวโดนสั่งห้ามเข้าเขตสวนของเราซะเลยเป็นไงคะ คุณต้องรู้นะว่าถิ่นใคร ใครเป็นคนคุม”

            “ครับๆ ยอมๆ ผมยอมคุณแล้วเขาว่ามดตะนอยต่อยแล้วเจ็บสงสัยจริงแน่ๆ”

            “ยังอีกนะคะคุณเนี่ย...”

            “ฮะๆ...” สองหนุ่มสาวหยอกล้อหัวเราะร่าราวกับแดดร้อนๆ ตอนเที่ยงวันเป็นสีชมพูอย่างไรอย่างนั้น

มันทำให้คนที่แอบยืนมองไม่ได้มีความสุขร่วมกับคนทั้งคู่เลย ศิลาภินที่ตั้งใจหยุดทุกอย่างไว้แต่ฐานะพี่เมียกับน้องเขยต้องกัดฟันกรอดกำมือแน่นราวอยากตะบันหน้าใครเป็นการระบายสักทีสองที

            เขากลับมาจากส่งผักในตลาดและรอคนงานเตรียมของรอบใหม่ที่จะไปส่งยังอีกที่หนึ่งจึงเดินออกมาจากโรงคัดแยกเพื่อจะมาดูสาวเจ้านั่นแหละ แม้บอกตัวเองว่าให้หักห้ามใจแต่ไฟเก่าเมื่อโดนน้ำมันราดเข้าไปแล้วยากจริงๆ จะให้ดับมอด

และจากการได้มาแอบมองนี่แหละเขาถึงได้เห็นกิตติธัชมาเทียวไล้เทียวขื่อยู่สองสามวันติดกันแล้ว วันนี้มันคาตาเกินไปและเขาก็รับมันไม่ได้เลย

ชายหนุ่มมองดูหนุ่มสาวที่เปิดเผยตัวทำราวเป็นคู่รักกันก็ไม่ปาน จนลับตา เขาจึงเดินกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ ข่มจิตข่มใจให้ลึกที่สุด

สี่ปีที่ผ่านมาใช่เขาจะไม่คิดไม่หวงเธอแต่ด้วยความห่างไกลและไม่เคยได้เห็นได้สัมผัส ไม่ได้รับรู้ความเป็นอยู่ของเธอเขาจึงไม่ร้อนรุ่มเรื่องนี้เท่าไหร่นัก แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันชัดเจนเป็นรูปธรรมเข้าไปทุกทีแล้วว่าเธอกำลังจะทำคำพูดในคืนนั้น ที่สำคัญมันคงไม่ยากอะไรเลยถ้าฝ่ายชายก็เต็มใจอยู่ด้วย

 รอศิลาภิน...รอให้โรงเรียนอนุบาลเปิดเทอมแล้วเขาก็ไปจากที่นี่ซะ แม้จะต้องเดินทางมาเยี่ยมทุกๆ วันหยุด ก็คงไม่ร้ายเท่ากับต้องมาทนเห็นภาพบาดตาบาดใจของว่าที่คู่รักคู่ใหม่อย่างนี้ทุกวัน

ผักหลายชนิดที่บรรจุอยู่ในใส่ตะกร้าถูกนำขึ้นรถเพื่อทำไปส่งให้พ่อค้าแม่ค้าที่สั่ง รอบนี้ของมากและระยะทางไกลกว่ารอบแรก เขาจึงต้องมีผู้ช่วยติดตามไปด้วย ชายหนุ่มปล่อยหน้าที่ขับรถให้ลูกน้องส่วนตัวเขาก็นั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับมองเหม่อไปยังนอกตัวรถอย่างไร้จุดหมาย

“นี่จะสี่ทุ่มแล้วนะคะคุณ ตาธีร์ยังไม่กลับมาอีกย่าหยางอแงร้องหาพ่อหาแม่ใหญ่แล้ว” จิตนารีซึ่งอุ้มหลานสาวตัวน้อยไว้บนบ่าเดินวนไปเวียนมาเพื่อกล่อมให้หลับ แต่คุ้มขวัญกลับไม่ยอมหลับยอมนอนร้องไห้โยเยจะหาพ่อกับแม่ท่าเดียว

            “โอ๋ๆๆ ลูกอย่าร้องนะก็ลูกพ่อเขาไปทำงานนะคนดี”

            “ปกติตาธีร์ไม่ใช่คนเหลวไหลนะ นี่โทร.ไปก็ไม่ยอมรับสาย ไอ้ทิมก็อีกคนโทร.เท่าไหร่ไม่ยอมรับพอกันทั้งลูกพี่ลูกน้อง...เอ หรือว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณเราลองโทร.ให้ตำรวจช่วยหาดูไหม”

            “ดีค่ะ...ฉันเองก็ใจคอไม่ดีแล้วเหมือนกัน” จิตนารีสนับสนุนความคิดสามี มือยังคงตบสะโพกหลานสาวแล้วเขย่าเบาๆ เป็นการปลอบประโลม

            บรื๊นๆ เอี๊ยด!! ทั้งเสียงรถและเสียงห้ามล้อที่ทำงานอย่างหนักจนเกิดเสียงได้ยินมาถึงในตัวบ้านทำให้ทั้งคู่ชะงักก่อนจะมองหน้ากันแล้วเดินออกไปดูด้านนอก

            “ตาธีร์!! ตายแล้วทำไมเป็นแบบนี้”

สภาพของลูกเขยที่ถูกคนงานหิ้วปีกลงจากรถกระบะทำเอาสองตายายเบิกตาโพลงรีบเข้าไปดู                                                               “เมาครับน้านารี เมามากด้วยผมห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟังส่งของเสร็จไปนั่งกินเหล้าเฉยเลย นี่ถ้าร้านไม่ปิดก็ยังไม่ยอมกลับนะครับ” เจ้าทิมคนงานทำการเล่าให้นายจ้างฟังทันที

กลิ่นฉุนของแอลกอฮอลล์โชยฟุ้งออกจากตัวลูกเขยหนุ่มจนจิตนารีต้องเบือนหน้าหนีและรีบพาคุ้มขวัญซึ่งหยุดร้องไปแล้ว เธอกำลังจ้องมองบิดาของตัวเองด้วยท่าทีสงสัยเข้าบ้านไป ปล่อยหน้าที่ให้สามีเป็นคนจัดการ

            “แล้วทำไมเมามายขนาดนี้ปกติตธีร์ไม่ใช่คนดื่มเหล้าจัดเสียหน่อย”

            “อื้อ...ปล่อย...จากินเหล้า เอิ๊ก...ยังไม่มาวเลย...”

            “ไม่ไหวๆ ไอ้ทิมพาขึ้นห้องไปเลยไป ขืนปล่อยให้ขึ้นไปเองมีหวังตกบันไดตายกันพอดี” ชนชาติส่ายหัวยิก รีบปัดมือไล่ให้คนงานพาลูกเขยขึ้นห้อง น้ำท่าเห็นทีไม่ต้องอาบกันแล้วอาบน้ำเหล้ามาซะเป็นแกลลอนขนาดนี้

            “ไม่ปาย...ไอ้ทิมเหล้าอยู่ไหนไปเอาเหล้ามา...ฉานจากินเหล้า” คนเมายังโวยวายไม่ยอมหยุดพยายามผลักคนช่วยพยุงออกให้พ้นตัวทั้งๆ ที่ตัวเองยืนทรงตัวไม่อยู่แล้วด้วยซ้ำ

            “คุณธีร์...ไปนอนเถอะครับพรุ่งนี้ค่อยไปดื่มใหม่ เหล้าเขายังไม่เลิกผลิตหรอกครับ”

            “ไอ้ทิม!! ยังมีหน้าส่งเสริมกันอีกนะ พอกันทั้งลูกพี่ลูกน้องมิน่าเป็นซะอย่างนี้นี่เองใครมันจะห้ามใครได้”

            “ไปๆ แล้วครับน้า...โธ่ ผมน่ะห้ามแล้วฟังกันซะที่ไหน” ทิมคนงานวัยรุ่นพยุงร่างเจ้านายไปบ่นไป

สองคนเดินโซซัดโซเซดูไม่ออกใครเมาใครไม่เมาเนื่องจากศิลาภินนั้นตัวใหญ่กว่ามากทิมจึงค่อนข้างลำบากพอสมควรกว่าจะประคองขึ้นไปถึงห้องนอนได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • โซ่ดอกรัก    เส้นขนานที่ต้องมาบรรจบ ตอนที่ 1

    อีกเพียงเดือนเดียวเท่านั้น...งานแต่งงานก็จะถูกจัดขึ้นอย่างหรูหราทั้งงานหมั้นในช่วงเช้าและงานเลี้ยงในช่วงค่ำ ทุกฝ่ายพร้อม ทุกคนมีแต่ความยินดีไม่มีเลยสิ่งไหนจะติดขัดให้ทุกคนต้องร้อนใจ สมกับเป็นงานมงคล ทุกอย่างสื่อไปในทางที่ดีเสียจริงๆ นานมากแล้ว...ศิลาภินขาดการติดต่อกับเธอไปอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่วันที่เขามาลาจิตนารีบอกว่าไปทำงานที่ต่างจังหวัด และครั้งนี้คงไปนานหลายเดือนหญิงสาวซึ่งนั่งแต่งตัวเตรียมจะไปลองชุดที่แก้อีกครั้งมีอาการเหม่อลอยไม่สมกับที่ตัวเองจะเป็นเจ้าสาวในอีกไม่ช้านี้เลย ใจเธอมันไม่ได้อยู่กับเจ้าบ่าว ยังคงถูกจองจำเอาไว้ที่ใครคนหนึ่งและไม่เคยหลุดพ้นออกมาได้สักที ในตอนที่เขาเฝ้าเพียรโทร.หา กระหน่ำส่งข้อความมาให้เธอไม่อยากรับรู้ มันรำคาญและที่ถูกกวนใจด้วยกวนประสาทอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่พอหลังจากที่เขากลับมาจากเชียงใหม่ ชายหนุ่มก็หายเงียบไปเลย ไม่โทร ไม่ติดต่อ ข้อความก็ไม่มีความเคลื่อนไหวทุกอย่างถูกตัดขาดไปจากเธออันที่จริงต้องดีใจสิถึงจะถูกแต่ทำไมไม่รู้ใจมันถึงสั่นหวิวทุกครั้งเมื่อคิดว่าเธอและเขาคงไม่มีวันได้บรรจบอยู่ในเส้นทางสายเดียวกันได้อีก มันไม่ควรจะเกิด

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 4

    ตกเย็นมากแล้วก็ยังไม่มีใครกลับกันมาบ้าน กันต์ศิตางค์โทร.มาบอกมารดาว่าเธอยังต้องเอาการ์ดไปให้เพื่อนๆ อีกสองสามคน อาจจะกลับติดค่ำสักหน่อย นางจึงจัดแจงเข้าครัวทำกับข้าวรอเพื่อที่พอทุกคนมาถึงจะได้กินมื้อค่ำกันเลยหลายวันมานี้ชนชาติเองก็ไม่ค่อยได้เข้าไปทำงานได้แต่สั่งการบรรดาลูกน้องเอาไว้ ในฐานะพ่อของว่าที่เจ้าสาวก็ต้องวิ่งเต้นทำโน่นทำนี่เพราะงานก็ใกล้จะมาถึงเข้าไปทุกที“เอ...เสียงรถนี่ใช่พวกจีนัสพากันกลับมาแล้วรึเปล่าแม่จันทร์” จิตนารีถามแม่บ้านรุ่นน้องขณะนั่งหั่นผักเพื่อเตรียมทำกับข้าว“เสียงรถไม่เหมือนเลยนะคะพี่นารี เหมือนรถคุณธีร์มากกว่าเดี๋ยวจันทร์ไปดูให้นะ”“อือ...เอาสิถ้าเป็นธีร์ล่ะก็พาเขามาพบฉันที่นี่เลยนะ”“จ้ะพี่...” นางจันทร์วางของในมือแล้วรีบลุกเดินไปดูผู้มาเยือน จิตนารีก็ทำหน้าที่ของตัวเองต่อ พลางนึกในใจว่าถ้าเป็นศิลาภินคงดีไม่น้อยนางเอกก็กำลังอยากเจอเขาอยู่ด้วยพอดี “คุณแม่...สวัสดีครับ”“อ้าวธีร์...สวัสดีจ้ะไปไงมาไงล่ะเนี่ยเราน่ะ” ศิลาภินเดินมาพร้อมกับจันทร์ เขายกมือไหว้แม่ยายก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวนั่งลงบนแคร่ใกล้ๆ นาง ส่วนจันทร์ก็เดินอ้อมเข้าไปด้านในตัวบ้านตามมารยาทด้วยร

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 3

    ทำไมกันต์ศิตางค์ถึงได้โหดร้ายกับเขาถึงขนาดนี้ ถึงไม่รักไม่ไยดีในตัวเขาจริงๆ ก็ควรคิดถึงลูกในท้องบ้าง อย่างไรเสียเขาก็คือพ่อที่แท้จริงของเด็ก จะใจร้ายใจดำเกินไปหรือเปล่าที่กีดกันเขาถึงขนาดนี้ใจหนึ่งเขาอยากบุกไปหาหญิงสาวแล้วพูดคุยกันให้รู้แล้วรู้รอด อีกใจหนึ่งก็เกรงใจจิตนารีกับชนชาติเหลือเกิน เขาสร้างความยุ่งยากลำบากให้ใจท่านทั้งสองมามากหนักหนาแล้ว อีกอย่างเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่เอาการ ยิ่งหญิงสาวกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ด้วยแล้ว ย่อมไม่เป็นการดีถ้าเกิดเรื่องไม่งามขึ้นมา ชื่อเสียงของเธอจะต้องย่อยยับป่นปี้ เป็นที่ครหาไปอีกนานแสนนานแน่ๆแล้วทีนี้เขาควรทำอย่างไรละ อยู่เฉยๆ ให้ทุกอย่างดำเนินไปตามวาระของมัน หรือทำตามความต้องการฝ่ายต่ำของตัวเอง ถ้าเป็นอย่างนั้น...กันต์ศิตางค์คงเสียใจและเกลียดเขาไปชั่วชีวิตแน่ๆเหล้าในแก้วถูกกระดกเข้าปากอย่างไม่รับรู้ถึงรสชาติ วันนี้เขาอยากเมา เมาให้ลืมทุกอย่างไปจากใจเสียพอตื่นขึ้นมาก็ให้เหมือนคนความจำเสื่อมไปเลยก็ดี หรือ...ถ้านอนแล้วไม่ตื่นมารับรู้อะไรอีกคงจะดีมากๆ“จีนัส...” ชื่อเล่นนี้ถูกเรียกซ้ำๆ จากคนเมา เนื่องจากไม่ใช่คนที่เจนจัดในการดื่ม เพียงไม่กี่แก้ว

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 2

    รถเก๋งสีดำขับเข้ามาจอดในรั้วบ้านอย่างคุ้นเคย ทันทีที่เท้าก้าวลงเขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง บ้านหลังนี้กำลังถูกพัฒนาตกแต่งใหม่เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทาสีให้ดูใหม่ขึ้นต้นไม่ใบหน้าก็ถูกนำมาเพิ่มจัดตกแต่งสวยงามยิ่งขึ้น บรรยากาศดูครึกครื้นเหลือเกิน แต่ไม่รู้ทำใจเขากลับห่อเหี่ยวเอาเสียดื้อๆ“อ้าวธีร์...กลับมาเมื่อไหร่กันไม่เห็นโทร.มาบอกกล่าวกันเลย”เสียงจิตนารีเรียกชายหนุ่มที่กำลังใช้สายตาสำรวจรอบๆ ให้มันมอง และเขาก็ยกมือไหว้ทักทาย“สวัสดีครับคุณแม่...ผมเสร็จงานก่อนกำหนดครับเลยกลับมาโดยไม่ได้บอกใคร พอดีว่ารีบด้วยล่ะครับ ว่าแต่นี่มันอะไรกัน พัฒนากันใหญ่เลยจะจัดบ้านใหม่เหรอครับ”“เอ่อ...มาเหนื่อยๆ เข้าบ้านก่อนเถอะ โน่น...ย่าหยากำลังกินขนมอยู่ในบ้านพอดีไปเถอะ...” แทนที่จะตอบคำถามเขยเล็กจิตนารีกลับทำหน้าเหมือนไม่อยากพูดและชวนเขาเข้าบ้านเป็นการตัดบทเสียชายหนุ่มเริ่มรู้สึกแปลกใจ แต่เขาก็ยังเก็บอาการเอาไว้ อันที่จริงถ้าจะตกแต่งบ้านกันใหม่ก็ไม่เห็นแม่ยายของเขาทำหน้าเหมือนจะแบกโลกไว้อย่างนั้นเลยนี่หรือมันมีอะไรที่มากกว่านั้นและเขายังไม่รู้ แต่ก็ยอมเดินตามจิตนารีเข้าไปในบ้านแต่โดยดี แ

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 1

    เย็นวันเดียวกันนั้นกิตติธัชรีบมาพบว่าที่เจ้าสาวถึงบ้านของเธอทันที ข่าวเรื่องฤกษ์ยามสร้างความยินดีให้เขาไม่น้อย อีกสามเดือนแล้วสินะที่เขาจะได้ดูแลผู้หญิงที่ตัวเองรักอย่างเต็มรูปแบบเสียที ชายหนุ่มบอกกับทางจิตนารีและชนชาติว่าจะให้ทางอากรบิดาของตนมาพูดคุยเรื่องนี้ให้เป็นทางการอีกครั้งเพื่อจะได้ดูไม่น่าเกลียด ซึ่งต่างก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไรเพราะเข้าใจขั้นตอนทุกอย่างดี และรู้ว่าทางกิตติธัชจะต้องจัดการทุกให้ทุกอย่างสมเกียรติบุตรสาวของพวกเขาแน่นอนอีกไม่กี่วันต่อมาอากรและผู้ใหญ่ทางฝ่ายของกิตติธัชก็แห่งขบวนกันมาทาบทามสู่ขอกันต์ศิตางค์แบบเป็นทางการตามที่เคยบอกไว้ สินสอดทองหมั้นนั้นทางฝ่ายเจ้าสาวไม่ได้ร้องแต่ทางฝั่งเจ้าบ่าวก็เต็มใจมอบให้อย่างไม่น้อยหน้าใครส่วนพิธีการก็นัดหมายกันว่าจะจัดเป็นธรรมเนียมแบบไทยๆ คือหมั้นเช้าแล้วแต่งเสียเลยในตอนเย็นของวันเดียวกัน เรื่องโรงแรมสถานที่ และเรื่องจิปาถะในงานนั้นฝ่ายเจ้าบ่าวยื่นอกรับผิดชอบทั้งหมด รู้สึกอากรเองก็ปลื้มอกปลื้มใจกับการได้กันต์ศิตางค์มาเป็นลูกสะใภ้ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน สรุปว่าทุกคนทุกฝ่ายต่างมีแต่ความยินดีปรีดากับงานมงคลสมรสในครั้งนี้กันทั้งสิ้น เว้

  • โซ่ดอกรัก    การตัดสินของหัวใจ ตอนที่ 5

    เรื่องฤกษ์ยามนั้น จิตนารีเป็นคนเสนอรับผิดชอบเพราะทางว่าที่ลูกเขยมีแต่บิดา ซึ่งไม่ถนัดด้านนี้เสียเท่าไหร่ อีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมานางจึงเดินทางไปหาเจ้าอาวาสวัดที่นับถือเพื่อขอวันดีในการจัดงานซึ่งจริงๆ ว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวไม่ได้รีบร้อนอะไรแต่ดูๆ กันเอาไว้ก่อนเผื่อเอาไว้ว่าบางทีอาจจะหายากสักหน่อย ถ้าได้ฤกษ์ดีหลายวันก็ดีไปอย่างจะได้มีโอกาสเลือกเอาที่เหมาะสมที่สุด“อืม...โชคดีนะที่มาเร็ว ปีนี้ทั้งปีมีฤกษ์งามยามดี ฤกษ์ที่เป็นมงคลสำหรับวันเดือนปีเกิดของโยมทั้งคู่ ที่จะได้แต่งงานกันมีเพียงวันเดียวเท่านั้น” ท่านเจ้าอาวาสในชุดผ้าเหลืองสวมแว่นและขีดๆ เขียนๆ คำนวณตามสูตรของท่านก่อนจะบอกกล่าวแก่ผู้มาขอคำปรึกษา“จริงเหรอคะท่าน...นี่อิฉันว่ามาเร็วแล้วนะคะเหลืออีกตั้งหลายเดือนกว่าจะสิ้นปี แล้วตกลงได้วันไหนเจ้าค่ะ”“วันที่สิบแปดเดือนมิถุนาดีที่สุดแล้วสีกา” “มิถุนา...ก็ยังอีกสามเดือนน่ะสิคะ” กันต์ศิตางค์อุทานถาม เธอไม่ได้เตรียมสำหรับงานแต่งที่เร็วขนาดนั้น อย่างน้อยถ้ายืดเวลาไปอีกหน่อยก็คงดี โดยไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องคิดเช่นนั้นในเมื่อตัดสินใจดีแล้วสำหรับการเป็นเจ้าสาวของกิตติธัช“ใช่...จริงวันดี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status