Home / โรแมนติก / โซ่ดอกรัก / รอยอาลัย ตอนที่ 4

Share

รอยอาลัย ตอนที่ 4

last update Last Updated: 2026-01-19 11:00:31

ศิลาภินรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนเกือบเที่ยงเข้าไปแล้ว อาการเมาค้างทำให้เขาแทบลุกไม่ขึ้น มันมึนตึง ท้องไส้กระอักกระอ่วน วิงเวียนศีรษะไปหมด

ขนาดจะลืมตายังลำบากด้วยว่าเขามองเห็นห้องทั้งห้องหมุนวนไปหมด อาการเมาค้างของเขาดูจะหนักเอาการเนื่องจากโดยปกติก็ไม่เคยดื่มหนักถึงขนาดล้มพับเช่นนี้

            แม้จะอาการจะยังแย่อยู่แต่ใจนั้นคิดห่วงกังวลในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องคุ้มขวัญ ทั้งเรื่องงานที่ต้องไปช่วย ป่านนี้ทุกคนคงรู้สึกแย่กับการกระทำของเขาไปหมด

            “ธีร์...ตื่นรึยังล่ะ”

            “คุณพ่อ...ตื่นสักพักแล้วครับ”

            “ลุกไหวไหม...” ชนชาติเปิดประตูห้องเข้ามาแล้วทิ้งตัวนั่งข้างๆ คนเมาค้าง

            “ครับ...ไหวครับ...”

            “ไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนหรอกหิวรึยังเดี๋ยวจะให้คนเอาอะไรขึ้นมาให้กิน”

            “ไม่ครับ...ผม...ขอโทษด้วยนะครับคุณพ่อที่ทำตัวไม่เอาไหน” ชายหนุ่มกล่าวกับพ่อตาอย่างสำนึกผิดเขาพยายามใช้มือค้ำทรงตัวลุกนั่ง แล้วหลับตาลงชั่วครู่เพื่อปรับสภาพตัวเอง                                                            “ไม่เป็นหรอก...ใครๆ ก็เคยเมากันทั้งนั้น คนเมาก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนไม่ดีไม่เอาไหนเสียหน่อย”                                                           “ขอบคุณมากครับที่เข้าใจ...”

            “วันนี้พ่อจะเข้าไปทำธุระในตัวเมืองคงไปนอนค้างด้วยพรุ่งนี้ถึงจะกลับ”

            “อ๋อ...แล้วคุณแม่ไปด้วยไหมครับ” ชายหนุ่มแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผากถามกลับไป

            “ไม่หรอกเขาต้องดูแลหลายอย่างที่บ้าน...แต่ก่อนพ่อจะไปมีเรื่องอยากจะคุยกับเราหน่อยนะ” ชนชาติหันมองตาลูกเขย เขาหายใจหนักๆ ท่าทางเคร่งเครียดจนศิลาภินนึกสงสัย แต่ก็รอฟังให้พ่อตาพูดธุระขึ้นมาก่อน

            “เมื่อคืน...ตอนที่เราเมาแล้วถูกหามมาในห้องพ่อก็อยู่ด้วย...” ศิลาภินยิ่งจะเพิ่มความสงสัยเมื่อพ่อตาของตัวเองพูดแค่นั้นแล้วก็หยุดคล้ายครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่

            “ธีร์คงเมามากเลยจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นยังไงบ้างตอนนั้น”

            “เอ่อ...” คราวนี้แหละชายหนุ่มถึงได้นึกสะกิดใจขึ้นมา ใช่เขาเมามากและสาเหตุที่ต้องดื่มเหล้าดับทุกข์ขนาดนั้นก็เพราะผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่เมียของเขานั่นเอง

            “ถ้านึกไม่ออกพ่อจะเล่าให้ฟัง ธีร์เมามากตอนที่พ่อกับไอ้ทิมช่วยกันเปลี่ยนเสื้อผ้าให้...ธีร์เพ้อหาแต่จีนัส ตัดพ้อต่อว่าลูกสาวของพ่อว่าหมดเยื่อใยกับธีร์หมดแล้ว...”

ชนชาติยังคงรักษาระดับน้ำเสียงให้นุ่มลึกเช่นเดิม มันทำให้ศิลาภินรู้สึผิดอย่างมหันต์ต่อสิ่งที่ทำลงไปถึงแม้จะไม่รู้สึกตัวเลยก็ตาม เขาปิดตาลงอย่างเหนื่อยใจและเอามือลูบใบหน้าหยาบๆ รู้สึกโกรธความไม่รู้จักควบคุมสติของตัวเอง

            “ผม...ขอโทษครับ...ผมเมามากจริงๆ”

            “เรายังรักจีนัสอยู่เหรอ” ชนชาติถามออกไปทั้งที่รู้คำตอบดี เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมาเกือบครึ่งค่อนชีวิตเรื่องแค่นี้ทำไมถึงจะดูไม่ออก และที่ผ่านมาตั้งแต่แต่งงานกับฉัตรชฎา ลูกเขยของเขาคนนี้ก็ไม่เคยปฏิบัติตัวเยี่ยงสามีที่พึงกระทำต่อภรรยาเลยแม้แต่น้อย

คงมีแต่คุ้มขวัญที่เขาแสดงออกถึงความผูกพันระหว่างพ่อลูกอย่างชัดเจน

            “ครับ...” ชายหนุ่มยืดอกรับอย่างลูกผู้ชายแม้น้ำเสียงจะแผ่วลงไปมากก็ตาม

            “อืม...พ่อก็รู้ว่าที่แต่งงานกับจีนเพราะความรับผิดชอบ ทั้งจีนกับจีนัสต่างก็เป็นลูกสาวของพ่อเหมือนกัน ครั้งหนึ่งธีร์เคยทำให้จีนัสเสียใจจนแทบไม่เป็นผู้เป็นคนมาแล้ว พ่ออยากให้ธีร์ตระหนักให้ดีก่อนจะทำอะไรลงไป ทั้งจีนทั้งจีนัสน่าสงสารเพราะเรามามากพอแล้ว คนเป็นพ่อเป็นแม่ไม่ว่าใครก็อยากเห็นลูกตัวเองมีความสุขทั้งนั้น และทนไม่ได้หรอกที่จะต้องมานั่งดูลูกในไส้จมอยู่กับความทุกข์ไปทั้งชีวิต ธีร์เองก็เป็นพ่อคนแล้ว ถ้าธีร์มีลูกสาวสองคนแล้วต้องผลัดกันใช้ผู้ชายคนเดียวกัน คิดว่า...ตัวเองจะรับได้ไหม”

            “ผม...ผมขอโทษ ครับผมพยายามหักห้ามใจผมทำแล้ว ผมทำไม่ได้จริงๆ” คำพูดของชนชาติทำให้ชายหนุ่มยิ่งรู้สึกตัวเองช่างชั่วช้านัก เขาทำให้ผู้ใหญ่ที่ตัวเองเคารพ และท่านก็ให้โอกาสเขามาเสมอแม้จะเคยทำผิดร้ายแรงเขาก็ไม่เคยถูกตำนิด่าทออย่างที่สมควรจะเป็น                           “เพื่อเป็นการตัดปัญหา พ่อว่าธีร์กลับไปทำงานของตัวเองได้แล้วล่ะ อย่าคิดว่าพ่อกับแม่ไล่เลยนะเราสองคนไม่เคยคิดอะไรแบบนั้น ถ้าขืนธีร์ยังบังคับตัวเองไม่ได้ยังตัดไม่ขาดอยู่แบบนี้สักวันเราสองคนตายายคงต้องทนเป็นขี้ปากชาวบ้านอีกแน่ๆ นั่นมันก็ไม่ร้ายแรงเท่ากับที่จีนัสจะต้องมาแบกรับคำครหาคำนินทาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ใครๆ เขาคงคิดว่าจีนัสเฝ้าแช่งให้น้องตัวเองตายเพื่อจะเอาคนรักคืน จีนัสเจ็บปวดกับเรื่องนี้มามากพ่อไม่อยากเห็นลูกสาวที่เหลืออยู่คนเดียวต้องตรอมใจตายไปอีกคน เข้าใจไหมธีร์”

ชนชาติหันมองบุตรเขยด้วยสายตาอ่อนโยนเช่นเคย แม้จะรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยที่ศิลาภินแสดงออกเมื่อคืน ชายหนุ่มโพล่งชื่อกิตติธัชขึ้นมาด้วย นั่นหมายความว่าความยุ่งยากกำลังมาเยือนครอบครัวของเขาอีกแล้วเมื่อความหึงหวงเข้าครอบงำใครบางคนเช่นนี้

            “...” ศิลาภินเงียบ เขาจุกจนพูดอะไรไม่ออก สิ่งที่ชนชาติพูดมาสื่อให้รู้เลยว่าหัวอกคนเป็นพ่อ เจ็บปวดกับการต้องคอยมองลูกตัวเองจมอยู่ในวังวนแห่งความอาดูร

            “ส่วนเรื่องคุณกิตติธัชเขาเป็นคนดีคนหนึ่ง หน้าที่การงานเขาก็มั่นคงพ่อรู้จักมักคุ้นมาหลายปีรับรองได้ว่าไม่ใช่คนที่เสเพลไม่ได้เรื่องแน่นอน ถ้าเขาจะเข้ามาสนใจจีนัสแล้วจีนัสก็เปิดใจยอมรับเขาพ่อกับแม่ก็คงไม่ห้าม ธีร์เองก็ไม่มีสิทธิ์อะไรด้วย แต่ถ้าจีนัสไม่ชอบพอด้วยพ่อก็ไม่ได้บังคับ เรื่องนี้เป็นเรื่องขิงชีวิตและอนาคตของเขา เขามีสิทธิ์ที่จะเลือก มีสิทธิ์ที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับคนที่เขาคิดว่าใช่ พ่อยากให้ธีร์เข้าใจและปล่อยวางเรื่องนี้ซะ อย่างไรเสียพ่อกับแม่ก็ไม่ยอมให้จีนัสกลับมาคบกับธีร์อีกเด็ดขาด...เข้าใจไหมลูก”                                                                                             “ครับ...ผมเข้าใจแล้วครับคุณพ่อ” ชายหนุ่มตอบรับเขาก้มหน้าไม่ได้มองไปยังพ่อตาที่สนทนาด้วย อาการเมาค้างดูเหมือนจะมีผลต่อร่างกายและจิตใจของเขาน้อยกว่าถ้อยวาจาที่ออกมาจากปากชนชาติเสียอีก

            “พ่อรู้ว่าธีร์เป็นคนยังไง ความรักน่ะบางครั้งมันก็ไม่จำเป็นที่เราต้องเป็นเจ้าของครอบครองมันไว้กับตัวเสมอไปหรอกนะ เพราะเราเป็นคนเลือกเองที่จะเดินเส้นทางคนละทางกับเขา และไม่สามารถเรียกร้องความรู้สึกของใครกลับมาได้อีก แค่ได้มองคนที่เรารักมีความสุขมันก็น่าจะเพียงพอแล้วนะ”

ชนชาติทิ้งท้ายประโยคก่อนจะลุกและเปิดประตูออกจากห้องนั้นไป ปล่อยทิ้งให้บุตรเขยนั่งคอตกอกกลัดหนองอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

ชายหนุ่มหมดเรี่ยวแรงเอนหลังแล้วทิ้งตัวลงบนที่นอนหนักๆ ดวงตาเขาแดงเรื่อหัวใจเต้นแรงเฝ้าแต่ครวญคิดถึงความผูกพันอันเจ็บปวดที่ตัวเองสร้างและทำลายมันด้วยสองมือ ชีวิตหลังแต่งงานของเขาที่ยังมีลมหายใจอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะรู้ว่าหญิงสาวยังไม่มีใคร

แต่วันนี้...ชนชาติได้พูดอย่างชัดเจน ว่าพร้อมจะให้กันต์ศิตางค์เริ่มต้นชีวิตใหม่กับคนที่เธอต้องการ จากภาพที่เห็นจากการกระทำที่เขาได้มองตอนอยู่ที่แปลงผักมันก็บอกชัดเจนอีกเช่นกันว่า กันต์ศิตางค์กำลังเปิดใจรับการเข้ามาของชายหนุ่มที่ชนชาติกล่าวถึง

            ริมฝีปากแห้งผากถูกเม้มเข้าหากันจนรู้สึกเจ็บแปลบ เปลือกตาหนักอึ้งถูกปิดลง เพื่อหลีกหนีเรื่องราวที่ทำให้หัวใจต้องทำงานด้วยความทรมานร้อนรุ่มๆ อยู่ในอก...         

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • โซ่ดอกรัก    เส้นขนานที่ต้องมาบรรจบ ตอนที่ 1

    อีกเพียงเดือนเดียวเท่านั้น...งานแต่งงานก็จะถูกจัดขึ้นอย่างหรูหราทั้งงานหมั้นในช่วงเช้าและงานเลี้ยงในช่วงค่ำ ทุกฝ่ายพร้อม ทุกคนมีแต่ความยินดีไม่มีเลยสิ่งไหนจะติดขัดให้ทุกคนต้องร้อนใจ สมกับเป็นงานมงคล ทุกอย่างสื่อไปในทางที่ดีเสียจริงๆ นานมากแล้ว...ศิลาภินขาดการติดต่อกับเธอไปอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่วันที่เขามาลาจิตนารีบอกว่าไปทำงานที่ต่างจังหวัด และครั้งนี้คงไปนานหลายเดือนหญิงสาวซึ่งนั่งแต่งตัวเตรียมจะไปลองชุดที่แก้อีกครั้งมีอาการเหม่อลอยไม่สมกับที่ตัวเองจะเป็นเจ้าสาวในอีกไม่ช้านี้เลย ใจเธอมันไม่ได้อยู่กับเจ้าบ่าว ยังคงถูกจองจำเอาไว้ที่ใครคนหนึ่งและไม่เคยหลุดพ้นออกมาได้สักที ในตอนที่เขาเฝ้าเพียรโทร.หา กระหน่ำส่งข้อความมาให้เธอไม่อยากรับรู้ มันรำคาญและที่ถูกกวนใจด้วยกวนประสาทอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่พอหลังจากที่เขากลับมาจากเชียงใหม่ ชายหนุ่มก็หายเงียบไปเลย ไม่โทร ไม่ติดต่อ ข้อความก็ไม่มีความเคลื่อนไหวทุกอย่างถูกตัดขาดไปจากเธออันที่จริงต้องดีใจสิถึงจะถูกแต่ทำไมไม่รู้ใจมันถึงสั่นหวิวทุกครั้งเมื่อคิดว่าเธอและเขาคงไม่มีวันได้บรรจบอยู่ในเส้นทางสายเดียวกันได้อีก มันไม่ควรจะเกิด

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 4

    ตกเย็นมากแล้วก็ยังไม่มีใครกลับกันมาบ้าน กันต์ศิตางค์โทร.มาบอกมารดาว่าเธอยังต้องเอาการ์ดไปให้เพื่อนๆ อีกสองสามคน อาจจะกลับติดค่ำสักหน่อย นางจึงจัดแจงเข้าครัวทำกับข้าวรอเพื่อที่พอทุกคนมาถึงจะได้กินมื้อค่ำกันเลยหลายวันมานี้ชนชาติเองก็ไม่ค่อยได้เข้าไปทำงานได้แต่สั่งการบรรดาลูกน้องเอาไว้ ในฐานะพ่อของว่าที่เจ้าสาวก็ต้องวิ่งเต้นทำโน่นทำนี่เพราะงานก็ใกล้จะมาถึงเข้าไปทุกที“เอ...เสียงรถนี่ใช่พวกจีนัสพากันกลับมาแล้วรึเปล่าแม่จันทร์” จิตนารีถามแม่บ้านรุ่นน้องขณะนั่งหั่นผักเพื่อเตรียมทำกับข้าว“เสียงรถไม่เหมือนเลยนะคะพี่นารี เหมือนรถคุณธีร์มากกว่าเดี๋ยวจันทร์ไปดูให้นะ”“อือ...เอาสิถ้าเป็นธีร์ล่ะก็พาเขามาพบฉันที่นี่เลยนะ”“จ้ะพี่...” นางจันทร์วางของในมือแล้วรีบลุกเดินไปดูผู้มาเยือน จิตนารีก็ทำหน้าที่ของตัวเองต่อ พลางนึกในใจว่าถ้าเป็นศิลาภินคงดีไม่น้อยนางเอกก็กำลังอยากเจอเขาอยู่ด้วยพอดี “คุณแม่...สวัสดีครับ”“อ้าวธีร์...สวัสดีจ้ะไปไงมาไงล่ะเนี่ยเราน่ะ” ศิลาภินเดินมาพร้อมกับจันทร์ เขายกมือไหว้แม่ยายก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวนั่งลงบนแคร่ใกล้ๆ นาง ส่วนจันทร์ก็เดินอ้อมเข้าไปด้านในตัวบ้านตามมารยาทด้วยร

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 3

    ทำไมกันต์ศิตางค์ถึงได้โหดร้ายกับเขาถึงขนาดนี้ ถึงไม่รักไม่ไยดีในตัวเขาจริงๆ ก็ควรคิดถึงลูกในท้องบ้าง อย่างไรเสียเขาก็คือพ่อที่แท้จริงของเด็ก จะใจร้ายใจดำเกินไปหรือเปล่าที่กีดกันเขาถึงขนาดนี้ใจหนึ่งเขาอยากบุกไปหาหญิงสาวแล้วพูดคุยกันให้รู้แล้วรู้รอด อีกใจหนึ่งก็เกรงใจจิตนารีกับชนชาติเหลือเกิน เขาสร้างความยุ่งยากลำบากให้ใจท่านทั้งสองมามากหนักหนาแล้ว อีกอย่างเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่เอาการ ยิ่งหญิงสาวกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ด้วยแล้ว ย่อมไม่เป็นการดีถ้าเกิดเรื่องไม่งามขึ้นมา ชื่อเสียงของเธอจะต้องย่อยยับป่นปี้ เป็นที่ครหาไปอีกนานแสนนานแน่ๆแล้วทีนี้เขาควรทำอย่างไรละ อยู่เฉยๆ ให้ทุกอย่างดำเนินไปตามวาระของมัน หรือทำตามความต้องการฝ่ายต่ำของตัวเอง ถ้าเป็นอย่างนั้น...กันต์ศิตางค์คงเสียใจและเกลียดเขาไปชั่วชีวิตแน่ๆเหล้าในแก้วถูกกระดกเข้าปากอย่างไม่รับรู้ถึงรสชาติ วันนี้เขาอยากเมา เมาให้ลืมทุกอย่างไปจากใจเสียพอตื่นขึ้นมาก็ให้เหมือนคนความจำเสื่อมไปเลยก็ดี หรือ...ถ้านอนแล้วไม่ตื่นมารับรู้อะไรอีกคงจะดีมากๆ“จีนัส...” ชื่อเล่นนี้ถูกเรียกซ้ำๆ จากคนเมา เนื่องจากไม่ใช่คนที่เจนจัดในการดื่ม เพียงไม่กี่แก้ว

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 2

    รถเก๋งสีดำขับเข้ามาจอดในรั้วบ้านอย่างคุ้นเคย ทันทีที่เท้าก้าวลงเขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง บ้านหลังนี้กำลังถูกพัฒนาตกแต่งใหม่เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทาสีให้ดูใหม่ขึ้นต้นไม่ใบหน้าก็ถูกนำมาเพิ่มจัดตกแต่งสวยงามยิ่งขึ้น บรรยากาศดูครึกครื้นเหลือเกิน แต่ไม่รู้ทำใจเขากลับห่อเหี่ยวเอาเสียดื้อๆ“อ้าวธีร์...กลับมาเมื่อไหร่กันไม่เห็นโทร.มาบอกกล่าวกันเลย”เสียงจิตนารีเรียกชายหนุ่มที่กำลังใช้สายตาสำรวจรอบๆ ให้มันมอง และเขาก็ยกมือไหว้ทักทาย“สวัสดีครับคุณแม่...ผมเสร็จงานก่อนกำหนดครับเลยกลับมาโดยไม่ได้บอกใคร พอดีว่ารีบด้วยล่ะครับ ว่าแต่นี่มันอะไรกัน พัฒนากันใหญ่เลยจะจัดบ้านใหม่เหรอครับ”“เอ่อ...มาเหนื่อยๆ เข้าบ้านก่อนเถอะ โน่น...ย่าหยากำลังกินขนมอยู่ในบ้านพอดีไปเถอะ...” แทนที่จะตอบคำถามเขยเล็กจิตนารีกลับทำหน้าเหมือนไม่อยากพูดและชวนเขาเข้าบ้านเป็นการตัดบทเสียชายหนุ่มเริ่มรู้สึกแปลกใจ แต่เขาก็ยังเก็บอาการเอาไว้ อันที่จริงถ้าจะตกแต่งบ้านกันใหม่ก็ไม่เห็นแม่ยายของเขาทำหน้าเหมือนจะแบกโลกไว้อย่างนั้นเลยนี่หรือมันมีอะไรที่มากกว่านั้นและเขายังไม่รู้ แต่ก็ยอมเดินตามจิตนารีเข้าไปในบ้านแต่โดยดี แ

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 1

    เย็นวันเดียวกันนั้นกิตติธัชรีบมาพบว่าที่เจ้าสาวถึงบ้านของเธอทันที ข่าวเรื่องฤกษ์ยามสร้างความยินดีให้เขาไม่น้อย อีกสามเดือนแล้วสินะที่เขาจะได้ดูแลผู้หญิงที่ตัวเองรักอย่างเต็มรูปแบบเสียที ชายหนุ่มบอกกับทางจิตนารีและชนชาติว่าจะให้ทางอากรบิดาของตนมาพูดคุยเรื่องนี้ให้เป็นทางการอีกครั้งเพื่อจะได้ดูไม่น่าเกลียด ซึ่งต่างก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไรเพราะเข้าใจขั้นตอนทุกอย่างดี และรู้ว่าทางกิตติธัชจะต้องจัดการทุกให้ทุกอย่างสมเกียรติบุตรสาวของพวกเขาแน่นอนอีกไม่กี่วันต่อมาอากรและผู้ใหญ่ทางฝ่ายของกิตติธัชก็แห่งขบวนกันมาทาบทามสู่ขอกันต์ศิตางค์แบบเป็นทางการตามที่เคยบอกไว้ สินสอดทองหมั้นนั้นทางฝ่ายเจ้าสาวไม่ได้ร้องแต่ทางฝั่งเจ้าบ่าวก็เต็มใจมอบให้อย่างไม่น้อยหน้าใครส่วนพิธีการก็นัดหมายกันว่าจะจัดเป็นธรรมเนียมแบบไทยๆ คือหมั้นเช้าแล้วแต่งเสียเลยในตอนเย็นของวันเดียวกัน เรื่องโรงแรมสถานที่ และเรื่องจิปาถะในงานนั้นฝ่ายเจ้าบ่าวยื่นอกรับผิดชอบทั้งหมด รู้สึกอากรเองก็ปลื้มอกปลื้มใจกับการได้กันต์ศิตางค์มาเป็นลูกสะใภ้ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน สรุปว่าทุกคนทุกฝ่ายต่างมีแต่ความยินดีปรีดากับงานมงคลสมรสในครั้งนี้กันทั้งสิ้น เว้

  • โซ่ดอกรัก    การตัดสินของหัวใจ ตอนที่ 5

    เรื่องฤกษ์ยามนั้น จิตนารีเป็นคนเสนอรับผิดชอบเพราะทางว่าที่ลูกเขยมีแต่บิดา ซึ่งไม่ถนัดด้านนี้เสียเท่าไหร่ อีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมานางจึงเดินทางไปหาเจ้าอาวาสวัดที่นับถือเพื่อขอวันดีในการจัดงานซึ่งจริงๆ ว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวไม่ได้รีบร้อนอะไรแต่ดูๆ กันเอาไว้ก่อนเผื่อเอาไว้ว่าบางทีอาจจะหายากสักหน่อย ถ้าได้ฤกษ์ดีหลายวันก็ดีไปอย่างจะได้มีโอกาสเลือกเอาที่เหมาะสมที่สุด“อืม...โชคดีนะที่มาเร็ว ปีนี้ทั้งปีมีฤกษ์งามยามดี ฤกษ์ที่เป็นมงคลสำหรับวันเดือนปีเกิดของโยมทั้งคู่ ที่จะได้แต่งงานกันมีเพียงวันเดียวเท่านั้น” ท่านเจ้าอาวาสในชุดผ้าเหลืองสวมแว่นและขีดๆ เขียนๆ คำนวณตามสูตรของท่านก่อนจะบอกกล่าวแก่ผู้มาขอคำปรึกษา“จริงเหรอคะท่าน...นี่อิฉันว่ามาเร็วแล้วนะคะเหลืออีกตั้งหลายเดือนกว่าจะสิ้นปี แล้วตกลงได้วันไหนเจ้าค่ะ”“วันที่สิบแปดเดือนมิถุนาดีที่สุดแล้วสีกา” “มิถุนา...ก็ยังอีกสามเดือนน่ะสิคะ” กันต์ศิตางค์อุทานถาม เธอไม่ได้เตรียมสำหรับงานแต่งที่เร็วขนาดนั้น อย่างน้อยถ้ายืดเวลาไปอีกหน่อยก็คงดี โดยไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องคิดเช่นนั้นในเมื่อตัดสินใจดีแล้วสำหรับการเป็นเจ้าสาวของกิตติธัช“ใช่...จริงวันดี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status