หน้าหลัก / โรแมนติก / โซ่ดอกรัก / รักหรือว่าร้าย ตอนที่ 2

แชร์

รักหรือว่าร้าย ตอนที่ 2

ผู้เขียน: เฌอรามิล
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-31 22:21:41

 “จีนัส...จีนัสเป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ...ถึงบ้านแล้วนะ”

“พี่พัฒ...เอ่อ...ไม่มีอะไรค่ะจีนัสกำลังคิดอะไรเพลินๆ ไปหน่อยเท่านั้น” หญิงสาวรีบแก้ต่างให้ตัวเองเมื่อถูกทักขณะที่นั่งอยู่บนรถของกิตติธัชและเขากำลังมาส่งเธอที่บ้าน

วันนี้ทั้งคู่ออกไปทำธุระให้จิตนารี จึงมีโอกาสได้เข้าไปในตัวเมืองเพื่อเดินซื้อของและนั่งรับประทานอาหารด้วยกัน นับว่าความสัมพันธ์นั้นหากมองจากภายนอกมีแต่จะพัฒนาขึ้น เพราะกิตติธัชมาคอยดูแลแวะเวียนมาหาตลอดไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือเวลาหญิงสาวออกไปทำงานในสวนกับบิดา ซึ่งชายหนุ่มก็ยังให้เกียรติเธอไปมาหาสู่กันก็อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ในบ้านตลอด

แต่กันต์ศิตางค์นี่สิยังคงมีช่องว่างบางอย่างที่ที่ทำให้เขาไม่สามารถเข้าถึงความรู้สึกของเธอได้เลย หญิงสาวเหมือนจะยอมคบหากับเขาอย่างออกนอกหน้านอกตา ในขณะเดียวกันก็ยังรักษาระยะห่างให้คงที่แค่ความเป็นเพื่อนหรือพี่น้องเท่านั้น เธอไม่เคยแสดงออกกับเขาเหมือนว่าเป็นคู่รักเลยแม้แต่น้อย

ไม่ว่าคำพูดหรือการกระทำของเธอมันรับรู้ได้ด้วยความรู้สึกว่าจริงๆ แล้วการที่เขาคอยดูแลเอาใจใส่เธอตลอดหลายเดือนมานี้มันมีแต่ความสนิทสนมจากคนที่ร่วมธุรกิจกันกลายมาเป็นเพื่อนกินเพื่อนเที่ยวที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเท่านั้น อะไรบางอย่างปิดกั้นหัวใจของหญิงสาวให้ปิดสนิท

ดังนั้นไม่ว่าเขาจะทำยังไงก็ไม่สามารถเอาชนะใจเธอได้เสียที เพราะใจของเธอมีใครอื่นจับจองอยู่แล้วมันจึงเต็มจนไม่สามารถรับเขาเข้าไปได้อีก หรือที่หญิงสาวไม่ยอมเปิดใจให้เขาเพราะเธอไม่ได้มีความรู้สึกเช่นเดียวกับเขากันนะ

“มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าพักหลังๆ มานี้พี่เห็นจีนัสสีหน้าเครียดๆ บ่อยมากเลยนะ”

“ไม่นี่คะ จีนัสไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย คงเหนื่อยมั้งคะ ช่วงนี้คุณแม่ก็ดูแลย่าหยาตลอดจีนัสเลยต้องทำงานแทนท่าน แถมบางวันยังออกไปที่แปลงผักอีก...”

“อ๋อจ้ะ...พี่นึกว่ามีเรื่องไม่สบายใจเสียอีก ถ้าเป็นแบบนั้นเราก็อย่าเก็บไว้คนเดียวนะพี่ยินดีเป็นที่ปรึกษาให้” ชายหนุ่มพูดไปยิ้มพลางขณะเลี้ยวหัวรถเข้าสู่ตัวบ้านของหญิงสาว สำหรับเขาเวลาคงช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น

 บางทีกันต์ศิตางค์อาจต้องการมัน เพื่อจะได้ศึกษาเขาให้ลึกซึ้งกว่านี้ซึ่งก็ไม่ใช่ปัญหา ดีเสียอีกในความคิดของเขาที่หญิงสาวเป็นประเภทรักนวลสงวนตัวรู้จักระแวดระวังในการจะคบหาเพื่อนชาย เท่ากับว่าเขาเลือกว่าที่เจ้าสาวได้ถูกใจและถูกคนจริงๆ ผู้หญิงอย่างเช่นกันต์ศิตางค์นี้หาได้ยากนักในสังคมปัจจุบัน

“อืม...ถึงซะทีขอบคุณมากค่ะพี่พัฒที่อุตส่าห์ไปเป็นเพื่อน และเอ่อ...จีนัสไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่พี่คิดจริงๆ ค่ะสบายใจได้”

“ครับ พี่เชื่อ...” เขาตอบและยิ้มอ่อนโยนให้หญิงสาวเหมือนเดิม เธอยอมรับว่ารู้สึกอุ่นใจและสบายใจยามมีเขาอยู่ใกล้ๆ แต่จะให้ความสัมพันธ์คืบหน้าอย่างที่เขาต้องการเห็นจะยาก ถึงจะพยายามขนาดไหนใจเธอมันไม่รับเลยจริงๆ มันคงเจ็บจนชา ปวดจนชินและไม่สามารถมอบความรู้สึกละเอียดอ่อนนั้นให้ใครได้อีก

“เข้าบ้านดื่มน้ำเย็นๆ ซักแก้วให้หายเหนื่อยก่อนไหมคะแล้วค่อยกลับ”

“ขอบคุณครับ แต่เอาไว้วันหลังนะวันนี้พี่ต้องรีบกลับไปช่วยงานคุณพ่อ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ขับรถกลับดีๆ นะคะพี่พัฒแล้วเจอกันค่ะ”

“ครับ...” ชายหนุ่มยิ้มรับมองดูกันต์ศิตางค์เปิดประตูรถลงแล้วเดินลงไป ก่อนประตูจะถูกปิดลงอีกครั้งและเขาก็ขับรถเคลื่อนตัวออกจากประตูรั้วบ้านหลังนั้นไปอย่างเลื่อนลอย

หญิงสาวหอบหิ้วเอาถุงใส่ของที่ซื้อติดมือกลับเข้าบ้าน ใช่ว่าเธอคนเดียวเสียหน่อยที่ผิดปกติในวันนี้ กิตติธัชก็เช่นกัน เธอจับความรู้สึกได้ว่าเขาหงอยเหงาชอบกล

เหมือนกำลังคิดหรือกังวลอะไรอยู่ในใจแต่ด้วยกลัวพอถามแล้วจะเข้าตัวเธอจึงเลือกที่จะเมินเฉยเสียกันต์ศิตางค์ถอนหายใจหนักๆ กับความสับสนของตัวเองนับตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องเกินเลยกับศิลาภินเขาก็หายหน้าหายตาไม่มาที่นี่อีกเลย

 แว่วๆ จากที่บิดาและมารดาคุยกันจึงรู้ว่าเขาไปทำงานต่างจังหวัดคงอีกนานเป็นเดือนๆ กว่างานนั้นจะเสร็จ คิดทบทวนอีกทีก็เหมือนว่าเขาจะเคยบอกเธอครั้งที่อยู่ในกระท่อมเหมือนกันแต่ตอนนั้นเธอไม่ได้ให้ความสนใจนั่นเอง

เธอไม่รู้ว่าที่เขาไปนั่นเพราะงานจำเป็น หรือต้องการหนีหน้ากันแน่ หรือจริงๆ แล้วเขาไม่ได้มีความรู้สึกอะไรเลยกับเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นเพียงความต้องการปลดปล่อยของผู้ชายทั่วๆ ไปเท่านั้น และเธอเป็นแค่ผู้หญิงที่เขาเคยๆ และอยู่ในสถานการณ์ชวนสูญเสียนั่นด้วย จึงถูกเขาเลือกเป็นที่ระบายความใคร่ของตัวเอง

เขาไม่ได้เป็นเหมือนเธอหรอกที่ต้องมานั่งนอนหมกมุ่นคร่ำคิดและร้องไห้เสียอกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ดูก็รู้เพราะเขาก็ไม่เคยแสดงอาการว่ารู้สึกรู้สากับสิ่งที่ทำลงไป พอวันนั้นผ่านพ้นเขาก็หายไปเลย

“อ้าว...กลับมาแล้วเหรอลูก พัฒล่ะ...”

“แม่จีนัสกลับมาแล้วเย้ๆ!!”

เสียงจิตรนนารีเอ่ยถามพร้อมๆ กับคุ้มขวัญที่ตะโกนลั่นด้วยความดีใจและวิ่งโผเข้ามาให้เธอกอด หญิงสาวรีบวางของลงบนพื้นและรับเอาหลานสาวขึ้นมาอุ้มแล้วหอมแก้มยุ้ยๆ เสียฟอดใหญ่

แม้ภายในจะยังไม่สนิทใจที่ถูกบิดาของเด็กน้อยมาซ้ำรอยแผลให้ แต่เธอก็รู้สึกปลงกับเด็กน้อยเสียแล้ว ไม่อยากต้องสร้างตราบาปใดๆ ที่ตัวคุ้มขวัญเองไม่ได้เป็นคนก่อให้ตั้งแต่วัยไร้เดียงสาเช่นนี้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • โซ่ดอกรัก    เส้นขนานที่ต้องมาบรรจบ ตอนที่ 1

    อีกเพียงเดือนเดียวเท่านั้น...งานแต่งงานก็จะถูกจัดขึ้นอย่างหรูหราทั้งงานหมั้นในช่วงเช้าและงานเลี้ยงในช่วงค่ำ ทุกฝ่ายพร้อม ทุกคนมีแต่ความยินดีไม่มีเลยสิ่งไหนจะติดขัดให้ทุกคนต้องร้อนใจ สมกับเป็นงานมงคล ทุกอย่างสื่อไปในทางที่ดีเสียจริงๆ นานมากแล้ว...ศิลาภินขาดการติดต่อกับเธอไปอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่วันที่เขามาลาจิตนารีบอกว่าไปทำงานที่ต่างจังหวัด และครั้งนี้คงไปนานหลายเดือนหญิงสาวซึ่งนั่งแต่งตัวเตรียมจะไปลองชุดที่แก้อีกครั้งมีอาการเหม่อลอยไม่สมกับที่ตัวเองจะเป็นเจ้าสาวในอีกไม่ช้านี้เลย ใจเธอมันไม่ได้อยู่กับเจ้าบ่าว ยังคงถูกจองจำเอาไว้ที่ใครคนหนึ่งและไม่เคยหลุดพ้นออกมาได้สักที ในตอนที่เขาเฝ้าเพียรโทร.หา กระหน่ำส่งข้อความมาให้เธอไม่อยากรับรู้ มันรำคาญและที่ถูกกวนใจด้วยกวนประสาทอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่พอหลังจากที่เขากลับมาจากเชียงใหม่ ชายหนุ่มก็หายเงียบไปเลย ไม่โทร ไม่ติดต่อ ข้อความก็ไม่มีความเคลื่อนไหวทุกอย่างถูกตัดขาดไปจากเธออันที่จริงต้องดีใจสิถึงจะถูกแต่ทำไมไม่รู้ใจมันถึงสั่นหวิวทุกครั้งเมื่อคิดว่าเธอและเขาคงไม่มีวันได้บรรจบอยู่ในเส้นทางสายเดียวกันได้อีก มันไม่ควรจะเกิด

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 4

    ตกเย็นมากแล้วก็ยังไม่มีใครกลับกันมาบ้าน กันต์ศิตางค์โทร.มาบอกมารดาว่าเธอยังต้องเอาการ์ดไปให้เพื่อนๆ อีกสองสามคน อาจจะกลับติดค่ำสักหน่อย นางจึงจัดแจงเข้าครัวทำกับข้าวรอเพื่อที่พอทุกคนมาถึงจะได้กินมื้อค่ำกันเลยหลายวันมานี้ชนชาติเองก็ไม่ค่อยได้เข้าไปทำงานได้แต่สั่งการบรรดาลูกน้องเอาไว้ ในฐานะพ่อของว่าที่เจ้าสาวก็ต้องวิ่งเต้นทำโน่นทำนี่เพราะงานก็ใกล้จะมาถึงเข้าไปทุกที“เอ...เสียงรถนี่ใช่พวกจีนัสพากันกลับมาแล้วรึเปล่าแม่จันทร์” จิตนารีถามแม่บ้านรุ่นน้องขณะนั่งหั่นผักเพื่อเตรียมทำกับข้าว“เสียงรถไม่เหมือนเลยนะคะพี่นารี เหมือนรถคุณธีร์มากกว่าเดี๋ยวจันทร์ไปดูให้นะ”“อือ...เอาสิถ้าเป็นธีร์ล่ะก็พาเขามาพบฉันที่นี่เลยนะ”“จ้ะพี่...” นางจันทร์วางของในมือแล้วรีบลุกเดินไปดูผู้มาเยือน จิตนารีก็ทำหน้าที่ของตัวเองต่อ พลางนึกในใจว่าถ้าเป็นศิลาภินคงดีไม่น้อยนางเอกก็กำลังอยากเจอเขาอยู่ด้วยพอดี “คุณแม่...สวัสดีครับ”“อ้าวธีร์...สวัสดีจ้ะไปไงมาไงล่ะเนี่ยเราน่ะ” ศิลาภินเดินมาพร้อมกับจันทร์ เขายกมือไหว้แม่ยายก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวนั่งลงบนแคร่ใกล้ๆ นาง ส่วนจันทร์ก็เดินอ้อมเข้าไปด้านในตัวบ้านตามมารยาทด้วยร

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 3

    ทำไมกันต์ศิตางค์ถึงได้โหดร้ายกับเขาถึงขนาดนี้ ถึงไม่รักไม่ไยดีในตัวเขาจริงๆ ก็ควรคิดถึงลูกในท้องบ้าง อย่างไรเสียเขาก็คือพ่อที่แท้จริงของเด็ก จะใจร้ายใจดำเกินไปหรือเปล่าที่กีดกันเขาถึงขนาดนี้ใจหนึ่งเขาอยากบุกไปหาหญิงสาวแล้วพูดคุยกันให้รู้แล้วรู้รอด อีกใจหนึ่งก็เกรงใจจิตนารีกับชนชาติเหลือเกิน เขาสร้างความยุ่งยากลำบากให้ใจท่านทั้งสองมามากหนักหนาแล้ว อีกอย่างเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่เอาการ ยิ่งหญิงสาวกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ด้วยแล้ว ย่อมไม่เป็นการดีถ้าเกิดเรื่องไม่งามขึ้นมา ชื่อเสียงของเธอจะต้องย่อยยับป่นปี้ เป็นที่ครหาไปอีกนานแสนนานแน่ๆแล้วทีนี้เขาควรทำอย่างไรละ อยู่เฉยๆ ให้ทุกอย่างดำเนินไปตามวาระของมัน หรือทำตามความต้องการฝ่ายต่ำของตัวเอง ถ้าเป็นอย่างนั้น...กันต์ศิตางค์คงเสียใจและเกลียดเขาไปชั่วชีวิตแน่ๆเหล้าในแก้วถูกกระดกเข้าปากอย่างไม่รับรู้ถึงรสชาติ วันนี้เขาอยากเมา เมาให้ลืมทุกอย่างไปจากใจเสียพอตื่นขึ้นมาก็ให้เหมือนคนความจำเสื่อมไปเลยก็ดี หรือ...ถ้านอนแล้วไม่ตื่นมารับรู้อะไรอีกคงจะดีมากๆ“จีนัส...” ชื่อเล่นนี้ถูกเรียกซ้ำๆ จากคนเมา เนื่องจากไม่ใช่คนที่เจนจัดในการดื่ม เพียงไม่กี่แก้ว

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 2

    รถเก๋งสีดำขับเข้ามาจอดในรั้วบ้านอย่างคุ้นเคย ทันทีที่เท้าก้าวลงเขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง บ้านหลังนี้กำลังถูกพัฒนาตกแต่งใหม่เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทาสีให้ดูใหม่ขึ้นต้นไม่ใบหน้าก็ถูกนำมาเพิ่มจัดตกแต่งสวยงามยิ่งขึ้น บรรยากาศดูครึกครื้นเหลือเกิน แต่ไม่รู้ทำใจเขากลับห่อเหี่ยวเอาเสียดื้อๆ“อ้าวธีร์...กลับมาเมื่อไหร่กันไม่เห็นโทร.มาบอกกล่าวกันเลย”เสียงจิตนารีเรียกชายหนุ่มที่กำลังใช้สายตาสำรวจรอบๆ ให้มันมอง และเขาก็ยกมือไหว้ทักทาย“สวัสดีครับคุณแม่...ผมเสร็จงานก่อนกำหนดครับเลยกลับมาโดยไม่ได้บอกใคร พอดีว่ารีบด้วยล่ะครับ ว่าแต่นี่มันอะไรกัน พัฒนากันใหญ่เลยจะจัดบ้านใหม่เหรอครับ”“เอ่อ...มาเหนื่อยๆ เข้าบ้านก่อนเถอะ โน่น...ย่าหยากำลังกินขนมอยู่ในบ้านพอดีไปเถอะ...” แทนที่จะตอบคำถามเขยเล็กจิตนารีกลับทำหน้าเหมือนไม่อยากพูดและชวนเขาเข้าบ้านเป็นการตัดบทเสียชายหนุ่มเริ่มรู้สึกแปลกใจ แต่เขาก็ยังเก็บอาการเอาไว้ อันที่จริงถ้าจะตกแต่งบ้านกันใหม่ก็ไม่เห็นแม่ยายของเขาทำหน้าเหมือนจะแบกโลกไว้อย่างนั้นเลยนี่หรือมันมีอะไรที่มากกว่านั้นและเขายังไม่รู้ แต่ก็ยอมเดินตามจิตนารีเข้าไปในบ้านแต่โดยดี แ

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 1

    เย็นวันเดียวกันนั้นกิตติธัชรีบมาพบว่าที่เจ้าสาวถึงบ้านของเธอทันที ข่าวเรื่องฤกษ์ยามสร้างความยินดีให้เขาไม่น้อย อีกสามเดือนแล้วสินะที่เขาจะได้ดูแลผู้หญิงที่ตัวเองรักอย่างเต็มรูปแบบเสียที ชายหนุ่มบอกกับทางจิตนารีและชนชาติว่าจะให้ทางอากรบิดาของตนมาพูดคุยเรื่องนี้ให้เป็นทางการอีกครั้งเพื่อจะได้ดูไม่น่าเกลียด ซึ่งต่างก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไรเพราะเข้าใจขั้นตอนทุกอย่างดี และรู้ว่าทางกิตติธัชจะต้องจัดการทุกให้ทุกอย่างสมเกียรติบุตรสาวของพวกเขาแน่นอนอีกไม่กี่วันต่อมาอากรและผู้ใหญ่ทางฝ่ายของกิตติธัชก็แห่งขบวนกันมาทาบทามสู่ขอกันต์ศิตางค์แบบเป็นทางการตามที่เคยบอกไว้ สินสอดทองหมั้นนั้นทางฝ่ายเจ้าสาวไม่ได้ร้องแต่ทางฝั่งเจ้าบ่าวก็เต็มใจมอบให้อย่างไม่น้อยหน้าใครส่วนพิธีการก็นัดหมายกันว่าจะจัดเป็นธรรมเนียมแบบไทยๆ คือหมั้นเช้าแล้วแต่งเสียเลยในตอนเย็นของวันเดียวกัน เรื่องโรงแรมสถานที่ และเรื่องจิปาถะในงานนั้นฝ่ายเจ้าบ่าวยื่นอกรับผิดชอบทั้งหมด รู้สึกอากรเองก็ปลื้มอกปลื้มใจกับการได้กันต์ศิตางค์มาเป็นลูกสะใภ้ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน สรุปว่าทุกคนทุกฝ่ายต่างมีแต่ความยินดีปรีดากับงานมงคลสมรสในครั้งนี้กันทั้งสิ้น เว้

  • โซ่ดอกรัก    การตัดสินของหัวใจ ตอนที่ 5

    เรื่องฤกษ์ยามนั้น จิตนารีเป็นคนเสนอรับผิดชอบเพราะทางว่าที่ลูกเขยมีแต่บิดา ซึ่งไม่ถนัดด้านนี้เสียเท่าไหร่ อีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมานางจึงเดินทางไปหาเจ้าอาวาสวัดที่นับถือเพื่อขอวันดีในการจัดงานซึ่งจริงๆ ว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวไม่ได้รีบร้อนอะไรแต่ดูๆ กันเอาไว้ก่อนเผื่อเอาไว้ว่าบางทีอาจจะหายากสักหน่อย ถ้าได้ฤกษ์ดีหลายวันก็ดีไปอย่างจะได้มีโอกาสเลือกเอาที่เหมาะสมที่สุด“อืม...โชคดีนะที่มาเร็ว ปีนี้ทั้งปีมีฤกษ์งามยามดี ฤกษ์ที่เป็นมงคลสำหรับวันเดือนปีเกิดของโยมทั้งคู่ ที่จะได้แต่งงานกันมีเพียงวันเดียวเท่านั้น” ท่านเจ้าอาวาสในชุดผ้าเหลืองสวมแว่นและขีดๆ เขียนๆ คำนวณตามสูตรของท่านก่อนจะบอกกล่าวแก่ผู้มาขอคำปรึกษา“จริงเหรอคะท่าน...นี่อิฉันว่ามาเร็วแล้วนะคะเหลืออีกตั้งหลายเดือนกว่าจะสิ้นปี แล้วตกลงได้วันไหนเจ้าค่ะ”“วันที่สิบแปดเดือนมิถุนาดีที่สุดแล้วสีกา” “มิถุนา...ก็ยังอีกสามเดือนน่ะสิคะ” กันต์ศิตางค์อุทานถาม เธอไม่ได้เตรียมสำหรับงานแต่งที่เร็วขนาดนั้น อย่างน้อยถ้ายืดเวลาไปอีกหน่อยก็คงดี โดยไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องคิดเช่นนั้นในเมื่อตัดสินใจดีแล้วสำหรับการเป็นเจ้าสาวของกิตติธัช“ใช่...จริงวันดี

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status