Home / โรแมนติก / โซ่ดอกรัก / รักหรือว่าร้าย ตอนที่ 3

Share

รักหรือว่าร้าย ตอนที่ 3

last update Last Updated: 2026-01-31 22:22:05

“พี่พัฒกลับไปแล้วค่ะคุณแม่ เห็นบอกจะไปทำธุระต่อค่ะ...ว่าแต่เราเถอะแม่ตัวแสบ วิ่งโร่มาเชียวนะเดี๋ยวก็หกล้มเอาหรอก”

“น้องหยาคิดถึงแม่จีนัสค่ะ หายไปตั้งน๊านนาน นึกว่าถูกลุงพัฒจับกินซะแล้ว” คำพูดไปประสาจากปากแม่หนูน้อยทำเอาผู้ใหญ่ถึงกับอึ้ง

“ว้าย!!...ตายแล้วย่าหยาลูกไปเอาคำพูดพวกนี้มาจากไหนจ๊ะ”

“นั่นสิคะคุณแม่ชักจะแก่แดดกันไปใหญ่แล้วนะ”

“ก็...คุณยายนั่นแหละค่ะเคยบอกน้องหยาว่าอย่าแอบไปเล่นที่ไหนคนเดียวนานๆ ตุ๊กแกจะมาจับไปกินตับไงคะ แม่จีนัสหายไปกับลุงพัฒตั้งนานน้องหยาก็นึกว่าลุงพัฒจะจับแม่จีนัสกินตับเหมือนตุ๊กแกนี่คะ”

เด็กหญิงตัวน้อยยังพยายามอธิบายไม่หยุดเมื่อรู้สึกว่ากำลังถูกตำหนิ ทำเอาคนฟังทั้งคู่หน้าแดงเถือกมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

“พอๆ ที่ยายไม่ได้หมายความถึงคน ตุ๊กแกมันเป็นสัตว์น่ากลัวเลยถูกเปรียบเทียบแบบนั้นเข้าใจไหมจ๊ะ”

แต่ก็บอกไม่หมดว่าที่เปรียบเทียบนั่นน่ะเพื่อหลอกให้เด็กอย่างเธอกลัวเท่านั้น คุ้มขวัญเป็นเด็กฉลาดช่างจดช่างจำดังนั้นหากให้รู้มากไว้คราวหลังจะใช้ขู่แม่ตัวแสบไม่ได้อีก

“อ๋อค่ะ...ลุกพัฒเป็นคนงั้นก็กินตับไม่ได้ใช่ไหมคะน้องหยาจะไม่ได้ต้องกลัว”

“จ้ะๆ...โอ๊ย!! เด็กหนอเด็ก” จิตนารีถึงกับเอามือทาบอกอุทานออกมาอย่างหนักใจกับความแก่นแก้วของหลานสาว มีอย่างที่ไหนมาพูดจาทะลึ่งตึงตังตั้งแต่อายุยังน้อย นี่สิที่น่าหนักใจ ดีว่ามีแค่นางกับกันต์ศิตางค์ถ้าเป็นที่สาธารณะล่ะจะเอาหน้าไปไว้ไหนกัน

“ออ...ที่แท้ที่เห็นกลัวลุงพัฒก็อย่างนี้เอง ถึงว่าทำไมไม่ให้ยอมเข้าใกล้ซะที”

“ค่ะ...คุณยายบอกว่าอย่าไว้ใจคนนอก คนที่เราไม่รู้จักก็ไม่ต้องไปคุยกับเขาค่ะ” ช่างจำดีแท้ๆ แม่หนูน้อยแต่จำแล้วไม่ยอมทำความเข้าใจอะไรเลยนี่สิน่าหนักใจจริงๆ                                                                  “เอาเถอะๆ เลิกพูดเรื่องนี้กันดีกว่าว่าแต่ซื้ออะไรมาเยอะแยะเหรอลูก” จิตนารีเดินเข้าไปหยิบถุงที่กันต์ศิตางค์วางอยู่บนพื้นขึ้นมาดูแล้วเดินไปนั่งบนโซฟารับแขก หญิงสาวจึงอุ้มหลานเดินตามไปติดๆ

“ขนมค่ะ ของย่าหยากับคุณพ่อคุณแม่แล้วก็น้าจันทร์ด้วย” กันต์ศิตางค์วางคุ้มขวัญลงนั่งข้างๆ แล้วยิ้มตอบมารดา

“จีนัส...เป็นอะไรรึเปล่าลูกหน้าหนูดูหมองๆ มากเลยนะช่วงนี้น่ะ” คนถูกทักนิ่งงัน นี่อาการของเธอมันแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งขนาดนั้นเลยเหรอใครๆ ถึงได้ดูออกกันไปหมด

“เปล่า...เปล่านี่คะ หนูเหนื่อยมั้งคะแม่”

“นั่นสินะ...พักนี้แม่ก็มัวแต่เลี้ยงเจ้าตัวเล็ก จนไม่ค่อยได้เข้าไปช่วยเราเลย”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ยังไงหนูก็ต้องฝึกเอาไว้อีกหน่อยก็ต้องเข้ามารับผิดชอบงานทั้งหมดแทนคุณพ่อคุณแม่อยู่ดี” คนเป็นลูกตอบเสียงอ่อย พยายามฝืนยิ้มแต่มันฝืดเสียเหลือเกินในสายตาผู้เป็นแม่

“ลูกไปพักผ่อนเถอะ...วันนี้ไม่ต้องไปทำงานแล้วล่ะ ออกไปข้างนอกมาก็คงเหนื่อยพอแล้วที่เหลือเดี๋ยวแม่จัดการเอง”

“คุณแม่คือ...”

“ไปเถอะ...อย่าทำให้แม่เป็นห่วงสิ” จิตนารีขัดขึ้นเมื่อเห็นบุตรสาวคนเดียวมีท่าทีฮึดฮัด นางซึ่งเป็นแม่แท้ๆ เลี้ยงดูมาแต่เล็กแต่น้อยมีหรือจะดูไม่ออกว่าว่ากันต์ศิตางค์กำลังมีเรื่องไม่สบายใจอย่างหนัก เพียงแต่ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไรเท่านั้นเอง                                                                                     นางไม่อยากคาดคั้นเพราะคิดว่าลูกก็โตพอจะดูแลแก้ปัญหาของตัวเองได้แล้ว หากอยากจะพูดหรือขอคำปรึกษากันต์ศิตางค์คงร้องขอขึ้นมาเองในวันหนึ่ง       

“ค่ะ...”

“น้องหยาไปด้วยค่ะ” คุ้มขวัญรีบร้องตาม หลังๆ มานี้รู้สึกเจ้าตัวเล็กจะตามติดกันต์ศิตางค์อย่างเหนียวแน่น บางคืนถึงขนาดร้องไห้โยเยจะไปขอนอนด้วย

“ย่าหยาอยู่กับยายนะคะ ให้แม่จีนัสเขาขึ้นไปพักผ่อนเถอะเดี๋ยวไม่มีแรงลุกขึ้นมาเล่นกับเราตอนเย็นยายไม่รู้ด้วยนะ”

“อือ...ก็ได้ค่ะ งั้นแม่จีนัสรีบลงมานะคะน้องหยาจะรอ” หนูน้อยอ้อนด้วยคำพูดและสายตาเว้าวอนซึ่งกันต์ศิตางก็ยิ้มและพยักหน้าให้เป็นอย่างดีก่อนจะปลีกตัวขึ้นไปพักผ่อนตามที่มารดาแนะนำ

ความสนิทสนมระหว่างเธอกับคุ้มขวัญไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นในตอนไหน แต่ด้วยความที่ตัวเองต้องช่วยมารดาดูแลจึงอาจเกิดความคุ้นเคยกลายเป็นผูกพันกันระดับหนึ่งก็เป็นได้ หรืออาจเพราะความน่ารักน่าชังช่างพูดช่างประจบด้วยกระมัง คุ้มขวัญจึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเธอได้ไม่ยาก อีกอย่างฉัตรชฎาก็เสียไปนานแล้ว

 ความแค้นความโกรธเกลียดชิงชังในตัวน้องสาวนับมันมีแต่จะถูกแทนที่ด้วยความน่ารักน่าเอ็นดูของคุ้มขวัญ ซึ่งมันคงไม่แปลกที่เด็กน้อยตาดำๆ คนหนึ่ง จะละลายน้ำแข็งในหัวใจเธอได้อย่างง่ายดาย

อย่างที่บิดาและมารดาเคยบอก เด็กคือผู้บริสุทธิ์ เขาไม่สามารถเลือกเกิดได้แต่ เราสามารถที่จะให้การอบรมเลี้ยงดูปูพื้นฐานความเป็นคนดีให้เขาได้ และเด็กคนนี้ก็ไม่ใช่คนที่ทำให้เธอต้องเจ็บช้ำน้ำใจดังนั้นจะถือสาหาความก็ดูจะไม่สมเหตุสมผลนัก อีกประการ...ยามได้มองใบหน้าของคุ้มขวัญได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ความหลังที่แสนสุขในวันวานระหว่างเธอกับแม่ของเด็กน้อยมักไหลเวียนโอบล้อมรอบตัวจนรู้สึกอบอุ่นคุ้นเคยอยู่เสมอ

นึกถึงเรื่องน้องสาวขึ้นมาความเจ็บแปลบก็เล่นเจ้าสู่เส้นเลือดเข้าสู่หัวใจทันที หลายครั้งหลายหนที่บิดาและมารดาไปวัดกันหรือทำบุญตักบาตรให้ผู้ล่วงลับ เธอซึ่งเป็นพี่สาวแทบไม่เคยมีส่วนร่วมด้วยเลยแม้แต่ครั้งเดียว หญิงสาวมักใช้หัวใจที่มืดบอดและอคติที่สูงลิบปกปิดความรู้สึกเสียใจ หมั่นหมอง และหดหู่นั้นไว้ทุกครั้ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • โซ่ดอกรัก    เส้นขนานที่ต้องมาบรรจบ ตอนที่ 1

    อีกเพียงเดือนเดียวเท่านั้น...งานแต่งงานก็จะถูกจัดขึ้นอย่างหรูหราทั้งงานหมั้นในช่วงเช้าและงานเลี้ยงในช่วงค่ำ ทุกฝ่ายพร้อม ทุกคนมีแต่ความยินดีไม่มีเลยสิ่งไหนจะติดขัดให้ทุกคนต้องร้อนใจ สมกับเป็นงานมงคล ทุกอย่างสื่อไปในทางที่ดีเสียจริงๆ นานมากแล้ว...ศิลาภินขาดการติดต่อกับเธอไปอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่วันที่เขามาลาจิตนารีบอกว่าไปทำงานที่ต่างจังหวัด และครั้งนี้คงไปนานหลายเดือนหญิงสาวซึ่งนั่งแต่งตัวเตรียมจะไปลองชุดที่แก้อีกครั้งมีอาการเหม่อลอยไม่สมกับที่ตัวเองจะเป็นเจ้าสาวในอีกไม่ช้านี้เลย ใจเธอมันไม่ได้อยู่กับเจ้าบ่าว ยังคงถูกจองจำเอาไว้ที่ใครคนหนึ่งและไม่เคยหลุดพ้นออกมาได้สักที ในตอนที่เขาเฝ้าเพียรโทร.หา กระหน่ำส่งข้อความมาให้เธอไม่อยากรับรู้ มันรำคาญและที่ถูกกวนใจด้วยกวนประสาทอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่พอหลังจากที่เขากลับมาจากเชียงใหม่ ชายหนุ่มก็หายเงียบไปเลย ไม่โทร ไม่ติดต่อ ข้อความก็ไม่มีความเคลื่อนไหวทุกอย่างถูกตัดขาดไปจากเธออันที่จริงต้องดีใจสิถึงจะถูกแต่ทำไมไม่รู้ใจมันถึงสั่นหวิวทุกครั้งเมื่อคิดว่าเธอและเขาคงไม่มีวันได้บรรจบอยู่ในเส้นทางสายเดียวกันได้อีก มันไม่ควรจะเกิด

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 4

    ตกเย็นมากแล้วก็ยังไม่มีใครกลับกันมาบ้าน กันต์ศิตางค์โทร.มาบอกมารดาว่าเธอยังต้องเอาการ์ดไปให้เพื่อนๆ อีกสองสามคน อาจจะกลับติดค่ำสักหน่อย นางจึงจัดแจงเข้าครัวทำกับข้าวรอเพื่อที่พอทุกคนมาถึงจะได้กินมื้อค่ำกันเลยหลายวันมานี้ชนชาติเองก็ไม่ค่อยได้เข้าไปทำงานได้แต่สั่งการบรรดาลูกน้องเอาไว้ ในฐานะพ่อของว่าที่เจ้าสาวก็ต้องวิ่งเต้นทำโน่นทำนี่เพราะงานก็ใกล้จะมาถึงเข้าไปทุกที“เอ...เสียงรถนี่ใช่พวกจีนัสพากันกลับมาแล้วรึเปล่าแม่จันทร์” จิตนารีถามแม่บ้านรุ่นน้องขณะนั่งหั่นผักเพื่อเตรียมทำกับข้าว“เสียงรถไม่เหมือนเลยนะคะพี่นารี เหมือนรถคุณธีร์มากกว่าเดี๋ยวจันทร์ไปดูให้นะ”“อือ...เอาสิถ้าเป็นธีร์ล่ะก็พาเขามาพบฉันที่นี่เลยนะ”“จ้ะพี่...” นางจันทร์วางของในมือแล้วรีบลุกเดินไปดูผู้มาเยือน จิตนารีก็ทำหน้าที่ของตัวเองต่อ พลางนึกในใจว่าถ้าเป็นศิลาภินคงดีไม่น้อยนางเอกก็กำลังอยากเจอเขาอยู่ด้วยพอดี “คุณแม่...สวัสดีครับ”“อ้าวธีร์...สวัสดีจ้ะไปไงมาไงล่ะเนี่ยเราน่ะ” ศิลาภินเดินมาพร้อมกับจันทร์ เขายกมือไหว้แม่ยายก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวนั่งลงบนแคร่ใกล้ๆ นาง ส่วนจันทร์ก็เดินอ้อมเข้าไปด้านในตัวบ้านตามมารยาทด้วยร

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 3

    ทำไมกันต์ศิตางค์ถึงได้โหดร้ายกับเขาถึงขนาดนี้ ถึงไม่รักไม่ไยดีในตัวเขาจริงๆ ก็ควรคิดถึงลูกในท้องบ้าง อย่างไรเสียเขาก็คือพ่อที่แท้จริงของเด็ก จะใจร้ายใจดำเกินไปหรือเปล่าที่กีดกันเขาถึงขนาดนี้ใจหนึ่งเขาอยากบุกไปหาหญิงสาวแล้วพูดคุยกันให้รู้แล้วรู้รอด อีกใจหนึ่งก็เกรงใจจิตนารีกับชนชาติเหลือเกิน เขาสร้างความยุ่งยากลำบากให้ใจท่านทั้งสองมามากหนักหนาแล้ว อีกอย่างเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่เอาการ ยิ่งหญิงสาวกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ด้วยแล้ว ย่อมไม่เป็นการดีถ้าเกิดเรื่องไม่งามขึ้นมา ชื่อเสียงของเธอจะต้องย่อยยับป่นปี้ เป็นที่ครหาไปอีกนานแสนนานแน่ๆแล้วทีนี้เขาควรทำอย่างไรละ อยู่เฉยๆ ให้ทุกอย่างดำเนินไปตามวาระของมัน หรือทำตามความต้องการฝ่ายต่ำของตัวเอง ถ้าเป็นอย่างนั้น...กันต์ศิตางค์คงเสียใจและเกลียดเขาไปชั่วชีวิตแน่ๆเหล้าในแก้วถูกกระดกเข้าปากอย่างไม่รับรู้ถึงรสชาติ วันนี้เขาอยากเมา เมาให้ลืมทุกอย่างไปจากใจเสียพอตื่นขึ้นมาก็ให้เหมือนคนความจำเสื่อมไปเลยก็ดี หรือ...ถ้านอนแล้วไม่ตื่นมารับรู้อะไรอีกคงจะดีมากๆ“จีนัส...” ชื่อเล่นนี้ถูกเรียกซ้ำๆ จากคนเมา เนื่องจากไม่ใช่คนที่เจนจัดในการดื่ม เพียงไม่กี่แก้ว

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 2

    รถเก๋งสีดำขับเข้ามาจอดในรั้วบ้านอย่างคุ้นเคย ทันทีที่เท้าก้าวลงเขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง บ้านหลังนี้กำลังถูกพัฒนาตกแต่งใหม่เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทาสีให้ดูใหม่ขึ้นต้นไม่ใบหน้าก็ถูกนำมาเพิ่มจัดตกแต่งสวยงามยิ่งขึ้น บรรยากาศดูครึกครื้นเหลือเกิน แต่ไม่รู้ทำใจเขากลับห่อเหี่ยวเอาเสียดื้อๆ“อ้าวธีร์...กลับมาเมื่อไหร่กันไม่เห็นโทร.มาบอกกล่าวกันเลย”เสียงจิตนารีเรียกชายหนุ่มที่กำลังใช้สายตาสำรวจรอบๆ ให้มันมอง และเขาก็ยกมือไหว้ทักทาย“สวัสดีครับคุณแม่...ผมเสร็จงานก่อนกำหนดครับเลยกลับมาโดยไม่ได้บอกใคร พอดีว่ารีบด้วยล่ะครับ ว่าแต่นี่มันอะไรกัน พัฒนากันใหญ่เลยจะจัดบ้านใหม่เหรอครับ”“เอ่อ...มาเหนื่อยๆ เข้าบ้านก่อนเถอะ โน่น...ย่าหยากำลังกินขนมอยู่ในบ้านพอดีไปเถอะ...” แทนที่จะตอบคำถามเขยเล็กจิตนารีกลับทำหน้าเหมือนไม่อยากพูดและชวนเขาเข้าบ้านเป็นการตัดบทเสียชายหนุ่มเริ่มรู้สึกแปลกใจ แต่เขาก็ยังเก็บอาการเอาไว้ อันที่จริงถ้าจะตกแต่งบ้านกันใหม่ก็ไม่เห็นแม่ยายของเขาทำหน้าเหมือนจะแบกโลกไว้อย่างนั้นเลยนี่หรือมันมีอะไรที่มากกว่านั้นและเขายังไม่รู้ แต่ก็ยอมเดินตามจิตนารีเข้าไปในบ้านแต่โดยดี แ

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 1

    เย็นวันเดียวกันนั้นกิตติธัชรีบมาพบว่าที่เจ้าสาวถึงบ้านของเธอทันที ข่าวเรื่องฤกษ์ยามสร้างความยินดีให้เขาไม่น้อย อีกสามเดือนแล้วสินะที่เขาจะได้ดูแลผู้หญิงที่ตัวเองรักอย่างเต็มรูปแบบเสียที ชายหนุ่มบอกกับทางจิตนารีและชนชาติว่าจะให้ทางอากรบิดาของตนมาพูดคุยเรื่องนี้ให้เป็นทางการอีกครั้งเพื่อจะได้ดูไม่น่าเกลียด ซึ่งต่างก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไรเพราะเข้าใจขั้นตอนทุกอย่างดี และรู้ว่าทางกิตติธัชจะต้องจัดการทุกให้ทุกอย่างสมเกียรติบุตรสาวของพวกเขาแน่นอนอีกไม่กี่วันต่อมาอากรและผู้ใหญ่ทางฝ่ายของกิตติธัชก็แห่งขบวนกันมาทาบทามสู่ขอกันต์ศิตางค์แบบเป็นทางการตามที่เคยบอกไว้ สินสอดทองหมั้นนั้นทางฝ่ายเจ้าสาวไม่ได้ร้องแต่ทางฝั่งเจ้าบ่าวก็เต็มใจมอบให้อย่างไม่น้อยหน้าใครส่วนพิธีการก็นัดหมายกันว่าจะจัดเป็นธรรมเนียมแบบไทยๆ คือหมั้นเช้าแล้วแต่งเสียเลยในตอนเย็นของวันเดียวกัน เรื่องโรงแรมสถานที่ และเรื่องจิปาถะในงานนั้นฝ่ายเจ้าบ่าวยื่นอกรับผิดชอบทั้งหมด รู้สึกอากรเองก็ปลื้มอกปลื้มใจกับการได้กันต์ศิตางค์มาเป็นลูกสะใภ้ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน สรุปว่าทุกคนทุกฝ่ายต่างมีแต่ความยินดีปรีดากับงานมงคลสมรสในครั้งนี้กันทั้งสิ้น เว้

  • โซ่ดอกรัก    การตัดสินของหัวใจ ตอนที่ 5

    เรื่องฤกษ์ยามนั้น จิตนารีเป็นคนเสนอรับผิดชอบเพราะทางว่าที่ลูกเขยมีแต่บิดา ซึ่งไม่ถนัดด้านนี้เสียเท่าไหร่ อีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมานางจึงเดินทางไปหาเจ้าอาวาสวัดที่นับถือเพื่อขอวันดีในการจัดงานซึ่งจริงๆ ว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวไม่ได้รีบร้อนอะไรแต่ดูๆ กันเอาไว้ก่อนเผื่อเอาไว้ว่าบางทีอาจจะหายากสักหน่อย ถ้าได้ฤกษ์ดีหลายวันก็ดีไปอย่างจะได้มีโอกาสเลือกเอาที่เหมาะสมที่สุด“อืม...โชคดีนะที่มาเร็ว ปีนี้ทั้งปีมีฤกษ์งามยามดี ฤกษ์ที่เป็นมงคลสำหรับวันเดือนปีเกิดของโยมทั้งคู่ ที่จะได้แต่งงานกันมีเพียงวันเดียวเท่านั้น” ท่านเจ้าอาวาสในชุดผ้าเหลืองสวมแว่นและขีดๆ เขียนๆ คำนวณตามสูตรของท่านก่อนจะบอกกล่าวแก่ผู้มาขอคำปรึกษา“จริงเหรอคะท่าน...นี่อิฉันว่ามาเร็วแล้วนะคะเหลืออีกตั้งหลายเดือนกว่าจะสิ้นปี แล้วตกลงได้วันไหนเจ้าค่ะ”“วันที่สิบแปดเดือนมิถุนาดีที่สุดแล้วสีกา” “มิถุนา...ก็ยังอีกสามเดือนน่ะสิคะ” กันต์ศิตางค์อุทานถาม เธอไม่ได้เตรียมสำหรับงานแต่งที่เร็วขนาดนั้น อย่างน้อยถ้ายืดเวลาไปอีกหน่อยก็คงดี โดยไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องคิดเช่นนั้นในเมื่อตัดสินใจดีแล้วสำหรับการเป็นเจ้าสาวของกิตติธัช“ใช่...จริงวันดี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status