LOGIN21 - ซื้อใจ
รถตู้คันสีดำของค่ายมวยศรเพชรซึ่งพาคณะลูกสาวของพ่อปลื้มออกจากบ้านตั้งแต่เช้าไปทำบุญ เพิ่งกลับมาถึงค่ายกำลังวนรถเลี้ยวเข้าด้านหน้าลานวงเวียนน้ำพุใกล้โรงจอดรถ
“เจ้โปรด”
โปรดปรานเอี้ยวหน้าไปมองพอใจ เลิกคิ้วซ้ายแทนคำถาม
“รถใคร”
เธอมองออกไปนอกหน้าต่างในขณะที่ตัวรถเคลื่อนเข้าจอด พอเห็นรถหรูคันที่สิวากรใช้เธอจำได้ทันที ขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง
“ไม่คิดว่าจะมาเร็ว”
“เจ้พึมพำอะไร” พิมลวรรณที่นั่งใกล้กว่าเอียงหน้าถาม
“เปล่า”
ครืด..... พอดีกับประตูรถตู้ขยับเปิดจึงได้ก้าวลงจากรถลงไปก่อน นัยน์ตายังเพ่งมองราวกับต้องการให้รถคันนั้นละลายหายวับไป
“ขอบคุณค่ะลุงชัย”
“สรุปรถใคร” เสียงพอใจคาดคั้นขึ้น “อย่าบอกนะว่าตาเฮียเสืออะไรนั่นมาแล้ว”
“พี่พอใจกำลังอารมณ์เสียนะคะ” ดาหลันน้องสุดท้องเอ่ยเตือน
“อารมณ์เสียแล้วยังไงดาหลัน คนเรามันมีหลายอารมณ์หรือเปล่า จะให้อารมณ์ดีตลอดเวลาได้ยังไงกัน”
ญาณินลงมาจากรถคนสุดท้ายพูดแทรกไปทั้งโน้มตัวเข้าไปหยิบกระเป๋าใบใหญ่ของตน ข้างในบรรจุไอแพด สมุดวาดรูปและอุปกรณ์อีกหลายอย่าง
โปรดปรานตวัดตามองน้องสาวทั้งสี่ก่อนจะเลื่อนสายตาไปทางบันได มองเห็นพ่อปลื้มกำลังยืนยิ้ม ซึ่งเป็นยิ้มที่ทำให้เธอทั้งหงุดหงิดและวูบวาบผสมผสานกัน
“เจ้ไม่ได้เล่าให้พอใจฟัง ว่าเขาจะมาวันนี้”
“เจ้ไม่คิดว่าเขาจะมาเร็วอย่างนี้” โปรดปรานทำเสียงอ่อนลง ในบรรดาน้องสาวทั้งสี่ พอใจคือน้องสาวที่เธอเกรงใจที่สุด คงเพราะมาดครูประถมศึกษาติดเข้มงวด “พอใจ”
พอใจกำลังจะก้าวขึ้นบันไดบ้านเอี้ยวหันหลังไปหาเจ้โปรดปรานก่อนจะถูกฉุดรั้งไว้
“เจ้ขอนะ เจ้ต้องพึ่งเฮียเสือ”
“เจ้ อะไรของเจ้ แค่เรื่องชิงแชมป์ เจ้ถึงขนาดต้องเปลืองตัวให้ผู้ชายอย่างนั้น”
“แต่พอใจไม่เคยเจอเฮียเสือ”
“ไม่เคยเจอน่ะใช่ แต่พอใจเองเห็นเจ้าของค่ายมวยมามาก โดยเฉพาะพ่อตัวเอง มันไม่ต่างกันมากหรอก”
“แต่ค่ายมวย ส อรุณ ไม่เหมือนพ่อเรา พ่อครูสถิตคุณเองเป็นคนดี รักลูก รักเมีย”
“ดูเหมือนว่าเจ้โปรดจะกลายเป็นพวกเขาไปเสียแล้ว”
“เปล่า เฮ้อ! เอาเถอะ ถือสะว่าเจ้ขอ พูดจาทนุถนอมน้ำใจเขาหน่อยแล้วกัน”
พอใจไม่ได้รับปากพี่สาวคนโต ทว่าเธอยังพอมีสติยั้งคิด พี่สาวเธอ โปรดปรานเป็นคนหยิ่งไม่ก้มหัวให้ใคร เรื่องเอ่ยปากขอร้องพ่อตัวเองยังไม่ทำ ขอยอมเปลืองตัวให้เฮียเสือยังดีกว่า นี่แสดงว่าโปรดปรานเห็นเรื่องนี้สำคัญอย่างยิ่ง เธอจึงเลือกที่จะเงียบและรอดูท่าทีว่าที่พี่เขยอีกคน ผู้ซึ่งดูมีภาษีมากกว่าเสี่ยเป๊ก
“มากันแล้วสาว ๆ มีแขกมาบ้าน มานั่งรอตั้งแต่ช่วงบ่าย ลูกโปรดก็ไม่บอกพ่อก่อนว่าเขาจะมา” พ่อปลื้มทำน้ำเสียงมีลับลมคมในยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“พ่อคะ พ่อปลื้มพูดยังกลับว่าพวกเราไม่รู้อย่างนั้นแหล่ะว่าใครมา” พอใจโพล่งขึ้นแล้วเดินแซงหน้าผ่านตัวพ่อปลื้มที่ยืนทำหน้าเก้อเขิน
“หิวชะมัดเลย ไม่รู้ว่าป้าล้อมตั้งโต๊ะยังนะ พี่ณิน ดาหลันว่าเราอย่าไปยุ่งเรื่องผู้ใหญ่ดีกว่า ไปหาอะไรกินกัน”
“พี่ต้องเอาของขึ้นไปเก็บก่อน ดาหลันไปรอพี่ในครัวนะ”
“เปลี่ยนใจแล้วดาหลันขึ้นไปด้วยดีกว่า อยากไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”
โปรดปรานเหล่สายตามองน้องสาวทั้งสองพากันหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรัง ทั้งของกิน ของที่ระลึกจากวัดและยังกระเป๋าส่วนตัว ก้มหน้าแทบศีรษะชนกันพูดคุยกระซิบกระซาบขณะเข้าไปในลิฟต์ตัวเล็ก
“แล้วพวกแม่ ๆ ไปไหนหมดคะ”
พิมลวรรณถามพลางซอยเท้าขึ้นบันไดตามมาทีหลัง แม้ว่าเธอเป็นลูกสาวของแม่พิมมาศ เจ้าของรับเหมาก่อสร้างชื่อดังของจังหวัด ทว่าพิมลวรรณกลับเรียบร้อยซ้ำทำอะไรเชื่องช้าผิดไปจากมารดา
“รู้ทั้งรู้ว่าไปไหน” พอใจโพล่งขึ้นอีกอย่างหงุดหงิด
โปรดปรานเอี้ยวหน้าไปหาแล้วขมวดคิ้วคลายห้ามปราม เธอรู้จักนิสัยของน้องสาวคนรองดี นี่คงอารมณ์เสียเพราะการมาถึงของสิวากร
“พี่พอใจหงุดหงิดอะไรมาคะ” น้ำเสียงใสดั่งระฆังของน้องสาวคนกลางทั้งเอียงหน้าซื่อบริสุทธิ์ทำให้พอใจรู้สึกละอายใจ
“พี่ขอโทษนะมล เข้าบ้านกันเถอะ เหนื่อย เจ้โปรดด้วย เข้าบ้านกัน”
พอใจเรียกน้องสาว พี่สาว ยกเว้นพ่อปลื้ม พ่อของตัวเอง พอใจทำเพียงชายตาเล็กน้อยแล้วเบือนหน้าหนี เอามือโอบไหล่น้องสาวพิมลวรรณ พาเดินนำโปรดปรานเข้าสู่ห้องนั่งเล่น
“อะไรกันลูก ๆ พวกนี้” พ่อปลื้มบ่นงึมงำ
ถึงปลื้ม ศรเพชรจะเป็นพ่อ เป็นสามีของสาว ๆ ทั้งสิบในบ้าน แต่เขาเป็นผู้ชายเพียงคนเดียว หัวเดียวกระเทียมลีบมาตลอด จะทำอะไร พูดจามักไม่ค่อยมีปากมีเสียง ทั้งยังไม่ค่อยมีคนเกรงใจ
แต่เมื่อพ่อปลื้มเหลียวมองรถหรูของสิวากรจึงค่อยขยับยิ้มแหย่ ๆ ออกมาได้บ้าง
เอาว่ะ อย่างน้อยกูกำลังจะมีลูกเขยแล้ว ฮ่ะ ฮ่า สิบต่อสอง คงพอสมน้ำสมเนื้อ ฮ่า ฮ่า
ส่วนสองสาวที่ทำทีขึ้นบ้านเปลี่ยนเสื้อผ้าเก็บของ แท้จริงแล้วกลับแอบย่องไปยังห้องรับรองแขก ดาหลันและญาณินถือได้ว่าอายุใกล้เคียงกันที่สุดแม้ว่าจะห่างกันถึงหกปี ยิ่งพวกเธอทั้งสองเรียนสายศิลป์คล้ายคลึงกัน ยิ่งทำให้เข้าขากันที่สุด
ดาหลัน สาวสวยคณะนิเทศมหาวิทยาลัยดัง ส่วนญาณินจบอาร์สติสดีไซน์
“พี่ณินว่า อีตาเฮียเสือเนี่ยจะหล่อไหม” ดาหลันถามพลางเอามือลูบผมม้าด้านหน้า
“พี่ว่าหล่อ”
“รู้ได้ไง พี่ไปแอบส่องตามหนังสือมวยมาแล้วใช่ไหม”
“เปล่าหรอก ใครมันจะอยากไปดูหนังสืออะไรพวกนั้นกันนอกจากพวกที่ชอบใช้แต่กำลัง ไม่ชอบใช้สมอง”
ดาหลันเหล่สายตาไปทางซ้ายก้มลงเห็นกางเกงยีนส์ซีดขากระดิ่งเปื้อนสี
“พี่ณินทำกางเกงเปื้อนสีน้ำมันอีกแล้ว ได้โดนแม่ปรียาบ่นหูแฉะแน่”
“ไหน” ญาณินหยุดเดินแล้วก้มศีรษะลงยกขาข้างขวาขึ้นสูงเพื่อส่อง จึงเห็นรอยสีน้ำมันไม่กี่หยด “นิดหน่อยเท่านั้น เปื้อนก็ซื้อใหม่”
“พี่ณิน ดาหลันคิดว่าพี่พอใจไม่ชอบเฮียเสือทั้งที่ยังไม่เคยเห็นหน้า”
ญาณินจูงมือน้องสาวให้ออกเดินต่อ “เข้าใจได้ พวกเจ้าของค่ายมวยแต่ละคนที่รู้จักก็คล้ายกับพ่อเรา เมียเยอะ”
“แต่มันก็อบอุ่นดีนะ”
“บังเอิญหรอกดาหลัน บ้านอื่นคงไม่เหมือนบ้านเรา ตีกัน ตบกันสารพัด”
“พี่รู้ได้ไง” พูดจบทั้งสองต่างพากันหยุด มองประตูห้องนอนรับแขก และเพราะบ้านหลังนี้มันใหญ่มาก เพียงเดินจากอีกฟากมายังฟากห้องรับแขก ทั้งสองถึงกับหอบหายใจ
“แค่เด็กในค่ายแอบมีสองเมีย สามเมีย ยังแทบเอามีดไล่ฟันกันตาย พี่ยังเคยทึ่งนับถือพ่อปลื้ม เมียเยอะทำไมยังปรองดองกันดี”
“เคยถามแม่ไหม ดาหลันเคยถามนะ แต่แม่ก็ไม่พูด เอาแต่หัวเราะ ยิ้มอยู่นั่น”
“เอาเถอะ ขอแค่เราอย่าหาสามีอย่างพ่อปลื้มแล้วกัน”
ดาหลันฟังแล้วไหวไหล่นิด ๆ ตั้งท่าจะเคาะประตูแต่พี่ญาณินยั้งไว้
“เดี๋ยวก่อน เรายังไม่ได้เตี้ยมกันเลย”
“เตี้ยมอะไรพี่ณิน เดินมาจนถึงห้องเขาแล้ว”
“เออน่า วันนี้ถือสะว่าเรามาสำรวจ ถ้าดูท่าทางแล้วข่มได้ เราเอาเลยนะ”
“ข่ม?” ดาหลันขมวดคิ้ว ก้มศีรษะดูตัวเองแล้วเหลือบตาไปทางพี่สาว “ดาหลันยังมองไม่ออกเลยว่าเราจะข่มเขาได้ยังไง”
“ฮึ” ญาณินแค่นเสียง “แค่ไว้ตัว ทำหน้าเชิด พูดจาดูถูกสักหน่อย นักมวยพวกนี้ก็เหมือนนักมวยในค่ายนั่นแหล่ะ แพ้พวกผู้หญิงไว้ตัว”
ดาหลันน้องสุดท้องกะพริบตาสงสัย ต้องการยกมือเกาหัวเพราะตรรกะแปลกพิลึกของพี่สาวอาร์สติส กำลังจะเปิดปากท้วงพลันประตูห้องนอนรับแขกเปิดออกพร้อมร่างสูงถึงร้อยเก้าสิบเซนติเมตร หนาใหญ่
ดาหลันไม่แน่ใจว่าตัวเองและพี่สาวมีสีหน้าท่าทางแบบใด ทว่าผู้ชายตรงหน้ากำลังขยับมุมปากขึ้นสูง นัยน์ตาสีนิลระยิบระยับแล้วยกมือเท้ากรอบประตูไว้จนเสื้อเชิ้ตสีดำตึงแน่นแนบลำตัว
เอื้อก... ดูท่าว่าพวกเราคงทำท่าไว้ตัวข่มเขาไม่ง่ายเสียแล้ว
“สวัสดีครับ ผมเฮียเสือ ส่วนพวกคุณน่าจะน้อง ๆ ของเจ้โปรด”
สิวากรเป็นฝ่ายทำลายความเงียบลงหลังจากที่ก้มศีรษะจ้องสองสาวที่เขาคิดว่ามีสีสันที่สุดเท่าที่เคยเห็นเด็กสาวมามากมาย ซึ่งจากรูปที่บิ๊กโต้งส่งให้ดูทางไลน์เทียบไม่ได้เลยเมื่อได้มาเจอตัวจริง
“หนูชื่อดาหลัน น้องคนสุดท้องแม่พลับพลึง ส่วนนี่พี่ญาณิน ลูกแม่ปรียา”
สิวากรขยับสายตาไปทางดาหลัน เด็กสาววัยสักปลายยี่สิบผู้ซึ่งมีผมสีฟ้าหม่นและดวงตากลมโตจากการกรีดอายไลน์เนอร์ สูงราว ๆ หนึ่งร้อยหกสิบกว่า ๆ ผอมบางอย่างสาวสมัยใหม่
ส่วนอีกคนสูงกว่าเล็กน้อย ท่าทางทะมัดทแมง อายุราวยี่สิบกว่า ผมยาวหยิกทำลอนชี้ฟู แต่งหน้าบางเบาแต่เคลือบริมฝีปากด้วยลิปสติกสีสด สวมเสื้อเกาะอกโชว์สะดือที่เจาะจิลเม็ดเล็กห้อยตุ้งติ้งและกางเกงขาบานมาก ๆ
คิ้วเข้มของสิวากรโก่งขึ้นข้างหนึ่ง คล้ายจะตั้งคำถาม แต่ดาหลันชิงพูดเสียงก่อนด้วยนิสัยอย่างเด็กสาว
“พวกหนูแค่แวะมาทักทาย”
“ใช่ ๆ” ญาณินเออออทันที
ดาหลันหันขวับกลับไปมองนิ่วหน้า แล้วเอียงไปใกล้ทำปากขมุบขมิบกระซิบถาม “ไหนว่าให้ไว้ตัว”
“จะบ้าเหรอดาหลัน ดูศัตรูเราสิ ตัวสูงขนาดนี้คงสักร้อยเก้าสิบเซน น้ำหนักไม่ต้องพูดถึงเลย หากคำนวณมวลรวมแล้วอาจทำเอาเราตัวปลิวได้เพียงไม่กี่วินาที” ญาณินหยุดชั่วอึดใจ “เราต้องเปลี่ยนแผน”
“แผน?”
“ใช่ เห็นอยู่ว่าถ้าสู้แล้วแพ้ ไม่ลองผูกมิตรไปเลย”
ดาหลันกลอกตาไปมา โดยหารู้ไม่ว่าเสียงที่คนทั้งคู่คิดว่ากระซิบแท้จริงแล้วไม่ใช่เลย
สิวากรที่ยืนฟังมาได้สักพัก ในตอนนี้ลดมือลงเปลี่ยนเป็นเอนตัวพิงกรอบประตูแทน กอดอกฟังเสียงน่ารักหงุ๋งหงิ๋งสองเสียง ฟัง ๆ ไปก็เพลินดีเหมือนกันก่อนจะพูดแทรกขึ้น
“เห็นว่าน้องดาหลันเรียนนิเทศ ส่วนน้องณินเรียนจบแล้วทำฟรีแลนซ์”
สองสาวหยุดกึกแล้วเอียงหน้ากลับหาสิวากร
“เฮียเสือพูดขึ้นทำไมคะ หรือว่าเฮียเสือเป็นเหมือนพวกผู้ใหญ่ทั่วไป ที่พล่ามพูดเรื่องเรียน ทำงาน แล้วอวดอ้างสรรพคุณยกตัวเองขึ้นสูงเพื่อกดพวกหนูให้ต่ำลง”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” สิวากรแหงนศีรษะขึ้นสูงหัวเราะเสียงดังจนน้ำตาเล็ดก่อนจะลดใบหน้าลงก้มมอง ยกมือเช็ดหางตา “พวกน้องปากจัดเหมือนเจ้โปรดไม่มีผิดเลย”
“ณินจะถือว่าเป็นคำชม”
“เฮียถามเพราะว่าเฮียมีเพื่อนสนิทคนหนึ่ง เปิดโปรดักชั่นเฮ้าส์ เผื่อดาหลันสนใจอยากจะฝึกงานด้วย”
“โปรดักชั่นเฮ้าส์? ทำไมเฮียเสือถึงมั่นใจว่าหนูอยากจะฝึกงานที่นั่นคะ หนูหาโปรดักชั่นเฮ้าส์ที่ไหนฝึกงานก็ได้”
“เพราะว่าโปรดักชั่นเฮ้าส์นี้ชื่อ 001 โปรดักชั่น”
สิวากรอมยิ้มยามก้มมองพวงแก้มของดาหลันยุ้ยขึ้นแล้วเปลี่ยนจากซีดเป็นแดงแล้วสลับเป็นซีด ดีใจจนต้องกระโดดโลดเต้น
“เฮียเสือ นั่นมัน โอ้วววมายกอดช์ชชช เย้ พี่ณิน นี่ นี่มันโปรดักชั่นที่โคตรดังของนิวยอร์ก.. ใช่ไหมคะ?” ดาหลันตาโตถามย้ำเพื่อความแน่ใจและเมื่อสิวากรพยักหน้าคมสันด้วยรอยยิ้มละไม ทำเอาดาหลันหวีดร้องลั่นบ้าน “กรี๊ดดด หนู หนู โอ๊ยยยย ขอหอมแก้มหน่อยนะคะ อดใจไม่ไหว”
ดาหลันเกาะบ่าเฮียเสือแล้วกระโดดพรวดทีเดียวถึงแก้มหอมไปหนึ่งฟอดแล้วโผไปทางพี่สาวกอดรัดจนญาณินต้องผลักตัวน้องสาวออก
“เอาล่ะเห็นไหมดาหลัน ถ้าสู้ไม่ได้ต้องผูกมิตร” ญาณินพึมพำ
“บอกตรง ๆ นะ แก้มเฮียนี่เจ้โปรดยังไม่เคยหอมเฮียเลย”
“ห๊า!” ดาหลันร้องเสียงสูงหน้าแดงซ่านเขินอาย
“ก็สมควรนะ” ญาณินพูดเสียงเข้ม “เจ้เราเป็นคนไว้ตัว”
“แล้วถ้าพวกน้อง ๆ ช่วยเฮียทำให้เจ้โปรดอ่อนลงสักหน่อยจะพอได้ไหมครับ”
“อืม แล้วณินล่ะ ขนาดดาหลันยังได้ไปฝึกงานถึงนิวยอร์ก”
“อย่างน้องณินไม่มีอะไรดีไปกว่า...” สิวากรถนัดหยอดแล้วดึง ถ่วงเวลา เกมแบบนี้ตัวเขา เจ้าของค่ายมวยถนัดนัก “แบรนด์ของเล่นเพลย์ทอย”
“เพลย์ทอย เพลย์ทอย” ญาณินเบิกตากว้างร้องเสียงสูง หันหน้าไปทางน้องสาว
“เพื่อนเฮียอยากได้คนไปช่วยงานออกแบบคอลเลกชั่นใหม่ฤดูกาลที่จะถึงนี้”
“เฮียรู้ได้ไง” ญาณินถามเสียงสูง รอยยิ้มบนหน้าหวานตาหยีเล็กเชื้อสายคนจีน ยิ่งทำให้ดวงตาเล็กรีลง “เฮียรู้ได้ไงว่าณินอยากทำงานที่นั่น”
สิวากรเผยรอยยิ้มจริงใจเคลื่อนตัวออกจากกรอบประตู ขยับร่างออกเดินพร้อมปิดประตูตามหลัง
“ความลับของเฮีย” เขาก้มหน้าลงมองน้องสาวของโปรดปราน เอ่ยด้วยน้ำเสียงระรื่น “เอาเป็นว่า เราเป็นพวกเดียวกันแล้วนะ”
ความลับของเฮียเสือที่ล้วงลึกมาจากบิ๊กโต้ง กว่าจะง้างให้คายออกจากปากได้ทำเอาเขาต้องควักกระเป๋าหมดไปมากพอดู แต่มันคุ้มค่า เพราะในเวลานี้ สิวากรกำลังเดินพร้อมด้วยน้องสาวของโปรดปรานขนาบข้าง
สองสาวผลัดกันวิ่งนำหน้าสิวากร ด้วยรอยยิ้มเสียงหัวเราะสนุกสนาน และชวนเฮียเสือพูดคุยไปตลอดทางเดิน ขณะลงไปยังห้องนั่งเล่นซึ่งอยู่อีกฟาก และกว่าจะถึงที่นั่น เฮียเสือก็ได้รู้อะไรบางอย่างที่โปรดปรานเก็บงำไว้
เหตุผลที่ทำให้เธอต้องยอมลดตัวลงไปขอร้องเขาให้ล้มมวย
แต่งงาน เสี่ยเป๊ก!!
42 แต่งงาน จบบริบูรณ์เธอไม่เคยจินตนาการมาก่อนว่างานแต่งงานของตัวเองจะเป็นแบบไหนอาจสวยงามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยายหรือธรรมดาสามัญมาก ๆ มีเพียงคนในครอบครัวแต่ที่แน่ ๆ วันแต่งงานของเธอต้องอบอวลด้วยความรักความรักของเธอและเจ้าบ่าว และที่สำคัญครอบครัวของเธอในทุกวันบนโลกใบนี้จะมีคู่รักเข้าพิธีแต่งงานกันนับล้านคู่ในวันเดียวกัน แต่ละประเพณีล้วนแตกต่างกันไปตามแต่วัฒนธรรม อย่างวันนี้ค่ายมวยศรเพชรกำลังจัดงานมงคลยิ่งใหญ่ รอยยิ้มเกลื่อนทั่วงาน เสียงหัวเราะสะท้อนอยู่ทุกมุมโถง กลิ่นดอกไม้ฟุ้งจนอบอวล และเหนือสิ่งอื่นใด ทุกคนเปี่ยมไปด้วยความสุข“ไอ้แสน กูเกิดมาก็เพิ่งจะเคยเห็นงานแต่งงานอลังการงานช้างอย่างกับมหาราชา”พ่อครูสถิตคุณพูดเบา ๆ เพราะอายกลัวคนอื่นได้ยินขณะที่เป็นหนึ่งในขบวนเจ้าบ่าว เดินบนถนนคอนกรีตทางขึ้นบ้านเจ้าสาว“พ่อครู พูดดังไปอายเขา เดี๋ยวจะหาพ่อครูมาจากบ้านนอก”“บ้านนอกอะไรว่ะ บ้านกูแค่ผูกขวัญก็เข้าหอแล้ว นี่อะไรจัดใหญ่โต วันนี้วันที่สามแล้วนะมึง”“พ่อ! มันงานแต่งแบบฮินดู” ตรึงใจเอ่ยทักเบา ๆ เอามือหยิกท่อนแขนพ่อครู“โอ๊ย! เจ็บนะแม่ เบามือหน่อย ไว้รอเข้าห้องค่อยหยิกพ่อ”พ่อครูสถิตค
41 ได้โปรดโปรดปรานหน้าซีดแล้วซีดอีกจนไร้สีเลือด ฝ่ามือเย็นเยียบทั้งเสื้อชุ่มโชกเหงื่อกาฬที่ไหลย้อยออกมาทั่งทั้งร่างทุกความโกรธที่ปะทุเดือดอยู่ภายในพุ่งตรงไปยังชายหนุ่ม สิวากร ที่ตอนนี้ยังดื้อแพ่งจะยื้อเกม ดึงร่างสะบักสะบอมเต็มทนขึ้นมาด้วยมาเอามือพาดเชือก จับแน่นพยุงตนเองจนนั่งพาดเชือกได้แล้ว“ไอ้คนบ้า เฮียเสือ ไอ้ผู้ชายเฮงซวย” โปรดปรานกัดฟันกรอดดังจนบิ๊กโต้งตกใจเธอสะบัดตัวอีกครั้งแรกกว่าเดิม แต่อ้อมแขนของอดีตนักมวยยังแน่นดั่งคีมเหล็ก เธอจึงใช้ปลายร่มกระแทกลงไปยังหลังเท้าของบิ๊กโต้งอย่างแรงปัก!! โอ๊ยยยยยบิ๊กโต้งปล่อยมือทันทีด้วยความเจ็บ เปิดโอกาสให้โปรดปรานสะบัดตัวได้อีกครั้งจนหลุด ทิ้งร่มแล้ววิ่งตรงไปทางบันไดขึ้นเวที คว้าเอาผ้าเช็ดหน้าของผู้ช่วยฝั่งสีแดงไปด้วยสิวากรเกร็งไปทั้งร่างอันเจ็บปวด ดึงตัวเองจนนั่งพาดคาดเชือก แล้วพยายามพยุงตัวลุกขึ้นยืน ขยับเดินสองก้าวแล้วพลันล้มลงอีกครั้งตึง!ร่างใหญ่โตหนาหนักล้มหงายลงไปอีกครั้งอย่างคนที่ไร้เรี่ยวแรงแล้วสิ้นเชิง ภายในหัวสมองปวดจนมึน มองเห็นทุกสิ่งพร่าเลือนซ้อนทับหลากหลาย หางคิ้วเจ็บจนชา รู้สึกถึงความเปียกชื้นอาบลงปลายคางคงเป็นเลือดเข
40 ชี้ชะตาเกร้ง ๆ"เริ่มเกมแล้วครับ! เกรียงไกรเดินหน้าดุดัน ไล่บี้เฮียเสือตั้งแต่หมัดแรก! โอ้โฮ้! หมัดซ้ายเข้าเต็มหน้าท้องเฮียเสือ! แต่เฮียเสือยังยืนได้! เขาพยายามวนหนี แต่เกรียงไกรไม่ปล่อยโอกาส ซ้ำหมัดฮุก ขวาอีกครั้ง!""เฮียเสือถอยกรูดครับ! พยายามยกการ์ดกัน แต่หมัดของเกรียงไกรหนักเหลือเกิน! ตอนนี้คนดูเริ่มตะโกนแล้วครับ ดูท่าจะเชียร์ฝั่งเกรียงไกร!"“ไม่น่าเชื่อนะครับ เฮียเสือลีลาไม่แพ้นักมวยดีกรีแชมป์ ตั้งรับได้อย่างดี”โปรดปรานเนื้อตัวอ่อนแรงขาแทบยืนไม่อยู่ต้องใช้บิ๊กโต้งเป็นหลักพิงไว้“เฮียเสือจะเจ็บหนัก ไม่ได้นะโต้ง”บิ๊กโต้งไม่ตอบ ยืนนิ่งเงียบและรัดร่างเจ้าของค่ายไว้แน่นตามคำสั่งของสิวากร เขาเองเมื่อเห็นลีลาของเฮียเสือยังคิดว่าพอมีลุ้น แต่หมัดของเฮียเสือไม่หนักเท่าไอ้เกรียงไกร ซ้ำลูกเล่นยังไม่เหลี่ยมเท่าเกร้ง ๆ“แหมหมดยกเสียก่อน ให้นักมวยเราได้พักเสียหน่อยนะครับก่อนจะเริ่มยกต่อไป”“ประเมินแล้วสูสีนะครับ”สิวากรคายยางกันกระแทกออกจากปากดื่มน้ำแล้วพ่นทิ้ง มีเลือดออกเล็กน้อยไม่มากนัก“เฮีย เฮียตัวสูงเกินไป ต้องระวังสีข้าง ปิดให้มิด” ชานนท์เอ่ยเตือนตอนที่ยื่นขวดน้ำไปตรงหน้าสิวากรพยั
39 นัดชิงแชมป์ณ สนามมวย"ใช่เลยครับ! นี่คือการเจอกันครั้งแรกของสองยอดฝีมือจากสองค่ายใหญ่ ศรเพชร ชลบุรี และ ส.อรุณ อุบลราชธานี บอกเลยว่า ดุเดือดแน่นอน!"เกร้ง ๆ"และแล้วเสียงระฆังก็ดังขึ้น! เริ่มต้นยกแรก! บิ๊กบอยเดินเข้าหา เปิดเกมเร็วด้วยหมัดแย็บซ้ายที่ไวเหมือนสายฟ้า! โอ้ย โอ้ย อีกฝ่ายตั้งการ์ดรับ""แต่ยอดเพชรไม่ยอมง่าย ๆ! โต้กลับด้วยหมัดขวาตรงที่แม่นยำอย่างกับจับวาง! โอ้โฮ้! นี่แค่เริ่มต้นก็ประเดิมดุเดือดแล้ว!"“เอาเล้ย เฮ้ย! โอ๊ย ตุบ เอ้า ต่อยเลย แย็บ แย็บ”โปรดปรานเงยหน้าเอียงไปด้านขวาจ้องพ่อปลื้ม วันนี้ดูขึงขังจริงจังและคึกคัก สงสัยลงเล่นไปหลายบาท เธอมองตรงไปทางฝั่งตรงข้าม ตอนนี้สิวากรอยู่ชิดขอบเวทีใกล้กับชานนท์ คอยก้มหน้าพูดคุยกันตลอดเกร้ง ๆ"ยกแรกจบลงอย่างดุเดือด! เอาสะเหงื่อตกทั้งคู่ บอกเลย...เกมนี้สูสี ไม่มีใครเหนือกว่าใคร!""ใช่ครับ และนี่แค่เริ่มต้น! ใครจะอยู่ ใครจะล้ม ต้องติดตามกันต่อยกหน้า ห้ามกระพริบตา!"โปรดปรานผุดลุกจากที่นั่ง พาร่างอวบอิ่มในชุดเดิมที่สวมใส่มาตลอดหลายปี ตรงไปยังมุมแดง ขึ้นบันไดไปยังข้างบนเวทีจนกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนในสนามมวย เธอลอบยิ้มให้สิวากรแล้วโน้
38 พอใจณ บ้านค่ายมวยศรเพชรในช่วงเย็นของวันนี้ที่ห้องนั่งเล่นของครอบครัวศรเพชร นับว่าเกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาด เมื่อทุกคนต่างพร้อมใจพากันมารวมตัวอยู่ในห้องนี้ นั่งเรียงลดหลั่นตาจดจ้องไปยังจอโทรทัศน์ขนาดห้าสิบสองนิ้ว ซึ่งในยามปกติมีเพียงแม่พลับพลึงใช้สำหรับร้องคาราโอเกะ“เริ่มแข่งแล้ว” ดาหลันพึมพำตื่นเต้นจนผุดตัวออกจากท่าเอนหลัง“แม่ว่ายังไงยอดเพชรก็ชนะ เฮียเสือเขาทุ่มเทมาก” แม่พลับพลึงกระซิบเบา ๆ“ใช่ค่ะ ณินได้ยินเสียงเฮียเสือทุกเช้าเลย”“ทุกเช้า?” แม่ปรียาหันไปมองลูกสาวตัวเองด้วยความสงสัย“ณินเขาไม่ได้นอนเพราะทำงานค่ะแม่ปรียา มลนอนห้องตรงข้าม ได้เสียงเพลงดังถึงเช้า”พิมลวรรณนั่งเอนตัวพูดงึมงำตอบออกไปแทน ดวงหน้าปิดทับไว้ด้วยแผ่นมาส์กหน้าสีขาวฉ่ำน้ำ“แต่เท่าที่รู้มายอดเพชรยังไม่เจนสนาม ชกแค่ไม่กี่ครั้ง”พอใจเอียงหน้าไปทางคนทั้งหมด พูดเสียงกร้าวขึ้น เพราะไม่พอใจที่ทุกคนเอาแต่พูดยกย่องเฮียเสือ“พี่พอใจเป็นอะไรไป” ดาหลันมือล้วงขนมปากพูดไปด้วย ทำให้ขนมกระเด็นจนเลอะออก“ยี้! ดาหลัน สกปรก กระเด็นโดนหน้าพี่” พิมลวรรณนั่งใกล้อีกข้างรีบขยับตัวลุกหนี“ขอโทษทีพี่มล พี่พอใจไม่เห็นตอบเลย” ดาหลันยั
37 วันชิงแชมป์ เธอเห็นคนต่อยกันมาตั้งแต่เด็กเธอได้ยินเสียงเวลาเนื้อกระทบกันจนชินชาเธอเห็นนักกีฬาทั้งหัวเราะและร้องไห้ตลอดเวลาเธอรู้ว่าคนที่ล้มนอนคว่ำลงกับพื้นเวทีคือผู้แพ้เธอจดจ้องมองด้วยดวงตาราบเรียบ ส่งเสียงแค่นดูถูกอยู่ข้างในทว่าวันนี้...ทุกสิ่งที่เธอกล่าวมาทั้งหมด ว่างเปล่าราวกับมันไม่มีอยู่จริง ราวกับว่าทุกสิ่งทั้งหมดคือจินตนาการอันฟุ้งเฟ้อ เมื่อคนที่ล้มคว่ำกลางเวทีคือ...สิวากรการแข่งขันชกมวยชิงแชมป์ถ้วยพระราชทานจัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการด้วยสนามสร้างใหม่แบบชั่วคราวติดชายหาดพัทยา ศูนย์กลางนักท่องเที่ยว ใกล้เสียจนทุกคนได้ยินเสียงคลื่นสาดซัด ลมทะเลพัดพานำกลิ่นเค็มพื้นน้ำกรุ่นกำจายปะปนไปกับกลิ่นเหงื่อของผู้ชมนับพันในสนามแห่งนี้สิวากรนั่งอยู่ฝั่งน้ำเงิน ค่ายมวย ส อรุณ โดยหนนี้ชานนท์ลงมาเป็นโค้ชพิเศษให้บิ๊กบอย เขาจึงวางใจนั่งเงียบหามุมสงบให้ตนเองทำสมาธิ หางตามองเห็นพ่อครูสถิตคุณ สุดแสนและเทียนหอม กำลังเดินใกล้เข้ามาจากหัวมุมทางเดินขึ้นเวทีสำหรับนักมวย จึงโบกมือให้“เฮียเสือ สวัสดีค่ะ ทำไมวันนี้เฮียสวมเสื้อยืดคะ” เทียนหอมเอ่ยทักแปลกใจ ใช้ดวงตากลอกไปมาสำรวจสิวากรจนรอบ“ทำไมล่ะหอม







