Share

ทำแผล

last update publish date: 2026-10-04 08:00:58

หลินหลานไม่รอช้า นางขยับเข้าไปชิดตัวฮ๋องเต้ มือบางค่อย ๆ ประคองไหล่หนาอย่างระมัดระวัง แม้จะไม่มีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลที่ทันสมัย แต่นางก็ตั้งสติมั่น นำผ้าเช็ดหน้าผืนสะอาดกดลงบนบาดแผลฉกรรจ์เพื่อห้ามเลือดทันที นิ้วมือสั่นระริกเพราะหวั่นว่าจะทำให้เขาเจ็บยิ่งกว่าเดิม

“เบาหน่อย… ข้าเจ็บ” ฮ๋องเต้แกล้งทำสีหน้าเหยเก พลางกระซิบเสียงแผ่วใกล้หูของนาง

หลินหลานชะงักมือทันที ใบหน้าหวานฉายแววตกใจจนดวงตากลมโตแผ่ว “เจ็บหรือเพคะ?! หม่อมฉันขอโทษ! หม่อมฉันจะเบามือลงอีกนิด…”

นางค่อย ๆ ซับเลือดให้อย่างแผ่วเบาที่สุดราวกับกำลังจับตัวละอองน้ำ ลมหายใจอุ่น ๆ ของนางรดผ่านต้นคอของฮ๋องเต้ สายตาเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด ภาพสตรีผู้เคยแข็งขืนและพยายามจะสะบัดตัวหนี บัดนี้กลับตั้งอกตั้งใจทำแผลให้เขาด้วยความใส่ใจที่ไม่เคยให้ใคร ทำให้ฮ๋องเต้จ้องมองใบหน้าด้านข้างของนางโดยไม่ละสายตาแม้แต่นิดเดียว

‘ทั้งที่กลัวความเจ็บปวดถึงเพียงนั้น… แต่กลับคอยกังวลว่าข้าจะเจ็บแทนอย่างนั้นหรือ?’ ฮ๋องเต้คิดในใจ นัยน์ตาคมกริบฉายแววอ่อนโยนสายหนึ่งออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แสงอาทิตย์ยามเย็นส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างกระทบลงบนเส้นผมดำสลวยของนางราวกับประดับด้วยทองคำ

“ฝ่าบาททรงมองหน้าหม่อมฉันทำไมเพคะ? มีคราบเลือดติดหน้าหม่อมฉันหรือ?” หลินหลานเอ่ยถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายจ้องไม่วางตา พลางใช้ผ้าอีกผืนพันรอบไหล่และผูกนอตให้อย่างแน่นหนาแต่ไม่รัดจนเกินไป

“เปล่า…” ฮ๋องเต้ปฏิเสธเสียงเรียบ “ข้าแค่แปลกใจ… สตรีที่เคยบอกว่าไม่เคยคิดจะรักข้า ไม่เคยต้องการข้า เหตุใดถึงต้องมาเดือดร้อนแทนข้าถึงเพียงนี้?”

หลินหลานถอนหายใจยาวเหยียด ม้วนผ้าเช็ดหน้าที่เหลือเก็บเข้าที่อย่างเป็นระเบียบ “หม่อมฉันเดือดร้อน เพราะท่านเจ็บตัวเพราะปกป้องหม่อมฉันต่างหากล่ะเพคะ! หม่อมฉันอาจจะกลัวเจ็บ กลัวตาย แต่ก็ไม่ใช่คนใจดำถึงขนาดจะนิ่งดูคนที่ยอมรับกระบี่แทนตัวเองเลือดไหลหมดตัวตายไปได้หรอกนะเพคะ”

ฮ๋องเต้ยิ้มมุมปาก ยื่นมือไปจับคางมนของนางให้หันมารับสายตาของเขาตรง ๆ “งั้นหรือ… แล้วถ้าข้าบอกว่า การได้รับบาดแผลนี้ มันคุ้มค่าแล้ว เพราะทำให้ข้าได้เห็นมุมนี้ของเจ้าล่ะ?”

คำพูดและสายตาที่แพรวพราวด้วยความรู้สึกทำเอาหลินหลานแก้มร้อนผ่าว หัวใจเต้นผิดจังหวะไปครู่หนึ่ง นางรีบปัดมือเขาออกเบา ๆ แล้วขยับตัวถอยห่างไปชิดมุมรถม้าทันทีราวกับหนีภัย

“ฝ่าบาทอย่ามาพูดจาเล่นสำนวนแปลก ๆ แบบนี้เลยเพคะ! ทรงตั้งสติแล้วพักผ่อนเสียเถอะ อีกไม่นานก็คงจะถึงที่พักแล้ว” หลินหลานกอดอก หันหน้าหนีออกไปนอกหน้าต่างรถม้า เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกแปลกประหลาดที่พุ่งขึ้นมาในอกจนแทบทนไม่ไหว

ขบวนเดินทางเคลื่อนมาถึงเรือนพักประพาสเชิงเขาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือในยามพลบค่ำ ท้องฟ้าสีม่วงอ่อนปนกับสีคราม บรรยากาศรอบเรือนพักถูกล้อมรอบด้วยป่าทึบและอากาศเย็นฉ่ำที่พัดพากลิ่นหอมของไม้และดอกไม้ป่าลอยมาตามลม

หลังจากส่งฮ๋องเต้เข้าห้องพักเพื่อรับการรักษาจากหมอหลวง หลินหลานก็แอบฉวยโอกาสช่วงที่ทุกคนกำลังวุ่นวายกับการจัดการเรื่องราวและดูแลผู้เป็นฮ่องเต้ ค่อย ๆ เดินหลบออกมาทางด้านหลังเรือนพักอย่างเงียบเชียบ ไม่มีใครสังเกตเห็น

สายตาของนางมองออกไปเบื้องหน้า… ยอดเขาสูงใหญ่ที่มีหมอกหนาปกคลุมตลอดเวลาทอดตัวอยู่ไม่ไกล และเบื้องล่างของผานั้นก็คือ ‘เหวเซียนหลิง’ — เป้าหมายที่นางเฝ้าตามหามาตลอด!

‘ถึงแล้ว… ในที่สุดก็มาถึงที่นี่จนได้!’ หลินหลานตื่นเต้นจนหัวใจเต้นตึกตัก มือสั่นระริกไม่ใช่เพราะหนาวแต่เพราะความตื่นตัว

ทว่า เมื่อมองไปยังความมืดมิดและหน้าผาสูงชันที่ขรุขระ เส้นทางเดินเลียบหน้าผายังถูกหมอกหนาปกคลุมจนแทบมองไม่เห็นทาง ความกลัวความเจ็บปวดก็แล่นกลับเข้ามาอีกครั้งเหมือนน้ำท่วมท้น

‘แต่หมอกหนาขนาดนั้น ทางเดินก็มืดมิด… ถ้าก้าวพลาดลื่นตกเหวไปก่อนจะถึงจุดข้ามมิติ มันต้องเจ็บกระดูกหักตายแน่ ๆ!’ นางกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก ‘ต้องรอให้ถึงช่วงคืนดวงจันทร์เต็มดวง เมื่อแสงสว่างส่องสว่างพอจะมองทางได้ และต้องหาจังหวะที่ไม่มีใครเฝ้าคอยก่อนถึงจะออกเดินทาง’

ขณะที่หลินหลานกำลังยืนลังเลอยู่ที่ขอบเนินดิน มือบางกำเสื้อผ้าตัวเองแน่น เสียงเท้าหนักหน่วงที่คุ้นเคยก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังของนางอย่างเงียบเชียบ! ไม่รู้ว่ายืนอยู่นานเท่าไร แต่ความเงียบที่ปกคลุมร่างกายทำให้ขนลุกซู่ทั่วหลัง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • โปรดอย่ารักข้าเพียงเพราะนางสนม   อำนาจ ของหยก

    แสงจันทร์ยามค่ำคืนไหลรินดุจแพรเงิน สาดส่องลอดผ่านม่านไหมสีครามอ่อนที่พริ้วไหวตามแรงลม ทอดตัวลงต้องกับตราประทับหยกขาวลายมังกรคู่ที่กำลังนอนนิ่งอยู่ในอุ้งมือของหลินหลานหยกนั้นขาวบริสุทธิ์ไร้มลทิน เนื้อนวลเนียนละเอียดราวกับน้ำค้างแข็งยามต้องแสงจันทร์ ลวดลายมังกรคู่ที่สลักอย่างประณีตพันเกี่ยวกันอย่างสง่างาม ดวงตามังกรทำจากทับทิมสีโลหิต ส่องประกายลึกล้ำ แต่ถึงสัมผัสจะเย็นและเนียนเพียงใด น้ำหนักของมันในมือของนางกลับหนักอึ้งอย่างประหลาด หนักดั่งอำนาจที่สามารถชี้ชะตาคนทั้งวังหลัง หนักดั่งดาบสองคมที่พร้อมจะหันกลับมาทิ่มแทงเจ้าของได้ทุกเมื่อหลินหลานนั่งอยู่บนตั่งนุ่มริมหน้าต่างตำหนักเฟิ่งหวง นิ้วเรียวเล็กหมุนตราประทับไปมาอย่างกระวนกระวาย หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะนางช้อนสายตาขึ้นมองบุรุษที่ยืนประทับอยู่ข้างกายฮ่องเต้เซียวจิ้นรัชทายาทมังกรหนุ่มในฉลองพระองค์สีดำขลิบทอง ยืนเอามือไพล่หลัง แสงจันทร์จับขอบสันกรามคมสันของเขาให้ดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นทอดมองนาง ไม่ได้มองด้วยสายตาที่มองสนมคนหนึ่ง แต่เป็นสายตาที่มองคนที่เขาตัดสินใจแล้วว่าจะให้ยืนเคียงข้างอย่างเด็ดเดี่ยว

  • โปรดอย่ารักข้าเพียงเพราะนางสนม   แม่ขอแผ่นดิน

    แสงแดดยามเช้าสีทองนวลทอแสงกราบลงบนหลังคากระเบื้องทองคำเปลวระยิบระยับของพระราชวังหลวง ทว่าบรรยากาศภายในท้องพระโรงกลับตึงเครียดจนอากาศแทบหยุดหมุน เมื่อขันทีผู้เฒ่าผู้แก่กราบบังคมทูลอ่านพระราชโองการฉบับประวัติศาสตร์ต่อหน้าเหล่าขุนนางและเสนาบดีนับร้อยที่ยืนเกร็งกันทั่วลาน “…มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สนมคนที่ห้า หลินซินเอ๋อร์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง ฮองเฮา แม่แห่งแผ่นดิน ควบคุมดูแลกิจการวังหลังและช่วยงานพระอักษร สืบไป!” สิ้นเสียงอ่านอันแผ่วเบาแต่หนักแน่น เสียงฮือฮาและกระแสความขัดแย้งก็ดังระเบ็งเซ็งแซ่ไปทั่วท้องพระโรง! เสียงกระซิบกระซาบปะทุกันเป็นคลื่น ทุกสายตาจับจ้องไปที่บัลลังก์มังกรด้วยความไม่เชื่อ “ฝ่าบาท! ทรงโปรดตรึกตรองอีกครั้งด้วยพะยะค่ะ!” มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้เป็นบิดาของสนมเอกเฉิน ก้าวออกมาหมอบราบกับพื้นหินอ่อน ใบหน้าสั่นระริกด้วยความแค้นเคืองที่กลั้นไว้ไม่อยู่ “นางเป็นเพียงสตรีตระกูลเล็ก ไร้อำนาจ ไร้ชาติกำเนิดสูงส่ง และไร้ผลงานเด่นเป็นที่ประจักษ์ เหตุใดจึงข้ามหน้าข้ามตาพระสนมเอกและพระสนมท่านอื่นขึ้นสู่ตำแหน่งอันสูงส่งและสำคัญยิ่งนี้ได้พะยะค่ะ!”

  • โปรดอย่ารักข้าเพียงเพราะนางสนม   ยศที่ใหญ่ขึ้น

    ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องพระอักษรทันทีที่สิ้นเสียงคำเอ่ยของหลินหลาน ความเงียบที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก ขันทีหลิวที่ยืนถวายการรับใช้อยู่ที่มุมห้องถึงกับเข่าอ่อนแรงจนแทบจะล้มพับลงกับพื้นไม้ขัดมัน นัยน์ตาแทบเบิกค้างด้วยความตื่นตระหนกจนไม่อาจปิดลงได้ ‘สตรีผู้นี้… กล้าเอ่ยปากขอตำแหน่งฮองเฮาต่อพระพักตร์ฝ่าบาทตรงๆ เชียวหรือ! นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่ใครก็พูดได้…’ ฮ่องเต้จ้องมองใบหน้าหวานที่ชูเชิดขึ้นอย่างท้าทาย นัยน์ตาคมกริบของพระองค์วูบวาบไปด้วยความตกตะลึงที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความขบขันผสมความพึงพอใจอย่างที่สุด เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังก้องไปทั่วห้องพระอักษรอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เป็นเสียงหัวเราะที่ปนไปด้วยความประหลาดใจและความชื่นชมที่หาได้ยากยิ่ง “ฮะฮะฮะ… ฮองเฮางั้นหรือ?” ฮ่องเต้ยันพระกายลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ก้าวข้ามโต๊ะทรงงานเข้ามาหานางทีละนิด ทุกก้าวหนักแน่นราวกับจังหวะหัวใจที่เต้นแรง “หลินซินเอ๋อร์… เจ้าช่างเป็นสตรีที่ไร้ความเดียงสา หรือว่ากล้าบ้าบิ่นกันแน่? รู้หรือไม่ว่าตำแหน่งฮองเฮาแห่งแผ่นดินนี้ ไม่ใช่สิ่งที่สตรีคนใดจะเ

  • โปรดอย่ารักข้าเพียงเพราะนางสนม   การต่อรองที่หัวเกือบขาด

    ข่าวการเสด็จกลับวังหลวงของฮ่องเต้พร้อมด้วยสนมคนที่ห้า สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งราชสำนัก ไม่ใช่เพียงเพราะทั้งสองรอดพ้นจากการจู่โจมของกลุ่มมือสังหารอย่างหวุดหวิด แต่เป็นเพราะพระราชโองการฉบับหนึ่งที่ถูกประกาศออกมาอย่างกะทันหันในรุ่งเช้าวันถัดมา ‘ยกเลิกการกักบริเวณสนมคนที่ห้า หลินซินเอ๋อร์ และแต่งตั้งให้นางเป็นผู้ช่วยกำกับงานตำหนักพระอักษรอย่างเป็นทางการ!’ ข่าวนี้ทำเอาตำหนักเหมยฮวาของสนมเอกเฉินร้อนรุ่มดั่งไฟเผา ผลึกหยกและเครื่องกระจกแพงถูกปาทิ้งจนแตกกระจายเกลื่อนพื้น หยดน้ำตาของความโกรธเกรี้ยวคลอเบ้าตา แต่กลับถูกกลั้นไว้อย่างแน่นหนา “เป็นไปได้อย่างไร!” สนมเอกเฉินตวาดลั่น ใบหน้าสวยงามบิดเบี้ยวด้วยความอิจฉาริษยาที่ปกปิดไม่มิด “นางนั่นแอบหนีออกไปกลางดึก แถมยังมีข่าวลือว่าไปยืนทำท่าจะกระโดดเหวไร้สาระนั่น! เหตุใดฝ่าบาทถึงไม่ลงโทษนาง แต่กลับประทานตำแหน่งและให้เข้าใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิม!” “พระสนมเอกโปรดระงับพระทัยก่อนเพคะ” นางกำนัลคนสนิทรีบคลานเข้าไปหมอบราบ เสียงต่ำพร่าด้วยความหวาดกลัว “บัดนี้สนมห้ามีฝ่าบาทคอยปกป้องอย่างชัดเจน หากเราลงมือส่งเดชในเวลานี

  • โปรดอย่ารักข้าเพียงเพราะนางสนม   คิดจะหนีก็ไปไม่ได้

    ลมราตรีพัดกระหน่ำซัดเซพเนจรจนสายหมอกหนาทึบหมุนคว้างปกคลุมขอบเหวเซียนหลิงจนแทบมองไม่เห็นพื้นดินเบื้องล่าง ประกายแสงสีเงินดวงสุดท้ายของฝนดาวตกกะทัดแสงลงท้องฟ้าอันมืดมิดก่อนจะดับวูบหายไปอย่างเงียบเชียบ… สัญญาณแห่งการข้ามมิติที่นางรอคอยมานานก็เลือนจางหายไปพร้อมกัน โอกาสสุดท้ายที่จะหวนกลับสู่บ้านเกิดในยุคปัจจุบันสลายลงราวกับควันไฟ มือเย็นเฉียบของหลินหลานกำแน่นจนเล็บจิกเนื้อฝ่ามือจนเจ็บปวด หัวใจดวงน้อยเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา มันจบลงแล้ว… ความหวังที่จะกลับไปยังที่ที่ปลอดภัย คุ้นเคย และเป็นบ้านของนางตลอดชีวิต ดับสูญลงไปพร้อมกับแสงดาวดวงสุดท้ายนั้นแล้ว “ฝ่าบาท…” หลินหลานเอ่ยเสียงแผ่วราวกับเสียงลมที่พัดผ่านหน้าผา ร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งตัว ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบจะยืนไม่อยู่ ความกลัวความเจ็บบวกกับความผิดหวังอันรุนแรงที่กัดกินใจทำให้น้ำตาซึมไหลอาบแก้มไม่ขาดสาย นางไม่ได้ต้องการตาย… นางแค่กลัว กลัวที่จะต้องอยู่ในโลกที่ไม่ใช่ของตน กลัวความไม่แน่นอน กลัวความเหงาที่จะกัดกินใจไปตลอดชีวิต “เข้ามานี่… หลินซินเอ๋อร์” ฮ่องเต้ ตรัสด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้านยิ่งกว่าลมยามราตร

  • โปรดอย่ารักข้าเพียงเพราะนางสนม   อยู่ก็เจ็บ ไม่อยู่ก็ตาย

    บานประตูกระดานไม้ค่อย ๆ ถูกผลักออกทีละน้อยโดยไร้เสียง หลินหลานย่องออกจากห้องพักอย่างระมัดระวังที่สุด ลมราตรีอันเย็นเยือกของป่าเชิงเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจนนางต้องยกมือขึ้นกอดอก อาศัยความมืดและเงาของต้นไม้ใหญ่ในการหลบเลี่ยงสายตาของเหล่าทหารองครักษ์ที่กำลังเวรยามอยู่รอบเรือนพัก หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา มือและเท้าสั่นระริกไม่ใช่เพราะหนาวเพียงอย่างเดียว แต่เพราะรู้ดีว่าหากถูกพบ ทุกอย่างจะจบลงทันที เป้าหมายเดี่ยวของนางในตอนนี้คือเส้นทางขึ้นสู่ ‘ยอดเขาเซียนหลิง’ ‘เอาวะ… ตกเหวมันน่ากลัวก็จริง แต่ถ้าละอองแสงจากฝนดาวตกนี่คือประตูมิติเปิดจริง ๆ การเสี่ยงครั้งนี้ก็คุ้ม!’ หลินหลานปลุกปลอบใจตัวเองพลางเร่งก้าวเท้าฝ่าความมืดและสายหมอกที่เริ่มหนาขึ้นเรื่อย ๆ เส้นทางคดเคี้ยวคดงอ มือบางจับกิ่งไม้เพื่อพยุงตัวทุกครั้งที่ลื่นไถล เส้นทางขึ้นเขาทั้งชันและเต็มไปด้วยก้อนหินขรุขระ ร่างกายอันบอบบางของสนมคนที่ห้าเริ่มเหนื่อยหอบ เท้าทั้งสองข้างสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดจากเศษหินที่บาดผ่านรองเท้าผ้าไหมจนเลือดซึม แต่นางก็กัดฟันก้าวต่อไป ไม่ยอมหันกลับ จนกระทั่งในที่สุด… นางก็มาหยุดอยู่ต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status