Share

หนีวัง

last update publish date: 2026-10-02 12:30:09

หลินหลานก้าวขาข้างหนึ่งพาดผ่านขอบหน้าต่าง พลางก้มมองลงไปเบื้องล่างด้วยความหวาดหวั่น หัวใจเต้นตึกตักจนแทบหยุด ลมเย็นๆ พัดเข้ามาปะทะใบหน้าจนผิวกายลุกซู่ทั้งตัว ร่างกายสั่นเล็กน้อยไม่ใช่จากความหนาว แต่จากความกล้าที่กำลังต่อสู้กับความกลัวเจ็บ

"เอาวะ... แค่เมตรเดียวเอง คิดเสียว่ากระโดดลงจากชั้นสองของเตียงนอน!"เธอพึมพำกับตัวเองในใจ ต้องการทำให้ตัวเองกล้าแต่ความจริงกลับไม่เป็นอย่างนั้น

ทว่า พอเพ่งมองพื้นหินขรุขระด้านล่าง ซึ่งเต็มไปด้วยก้อนหินเล็กๆ และเศษหินที่คมกริบ จิตใต้สำนึกฝั่ง "กลัวเจ็บ"ก็แผดร้องเตือนทันที เสียงตะโกนดังๆ ในหัว "ห้ามทำ! ห้ามทำ!"หากลงผิดท่า ขาแพลงขึ้นมา หรือกระดูกแตกตาย ร่างกายนี้ยิ่งบอบบางอยู่ด้วย มีหวังได้นอนแซ่เป็นอัมพาตให้เสี่ยวถาวป้อนข้าวป้อนน้ำแน่นอน — และถ้าเป็นเช่นนั้น ก็จะไม่มีทางกลับบ้านอีกเลย

หลินหลานดึงขากลับเข้ามาอย่างรวดเร็ว นั่งยองๆ ชั่งใจอยู่บนขอบหน้าต่างด้วยสีหน้าเคร่งเครียดมากที่สุด “ไม่เอาดีกว่าอะ... ขาแพลงแล้วมันเจ็บยาว หาวิธีเอาผ้าผูกเป็นสายร้อยลงไปน่าจะปลอดภัยกว่า”

คำพึมพำเบาๆ ของนางลอยไปตามสายลม เหมือนเสียงเพลงเล็กๆ ที่ไม่ควรให้ใครได้ยิน แต่ก็ถึงหูของชายหนุ่มที่เร้นกายอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ที่แน่นแฟ้น ฮ๋องเต้หรี่ตาลง มองสตรีที่ขึ้นไปนั่งยองๆ บนขอบหน้าต่าง เดี๋ยวทำท่าจะกระโดด เดี๋ยวดึงขากลับ พลางบ่นกับตัวเองอุ่บอิบ โดยไม่รู้ตัวว่าเขากำลังยิ้ม

"คิดจะแหกคุกกลางดึก ทั้งที่กลัวเจ็บจนไม่กล้ากระโดดลงมาเนี่ยนะ?" ฮ๋องเต้ขำในใจ รอยยิ้มที่ไม่เคยปรากฏมานานยกขึ้นที่มุมปาก ทำให้ใบหน้าคมคายของเขาดูนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย

เขาอยากรู้ว่านางจะทำอย่างไรต่อ จึงค่อยๆ ทะยานร่างลงมาจากต้นไม้ด้วยวิชาตัวเบาที่ไร้เสียงรบกวน ไม่ให้ใบไม้ขัดกันเกิดเสียงแม้แต่นิดเดียว เดินสืบเท้าเข้าไปหยุดอยู่เบื้องล่างของหน้าต่างตำหนัก ท่าทางยังคงมีความสงบและอำนาจเหมือนเสมอ

หลินหลานที่กำลังหันหลังเตรียมจะปีนกลับลงไปในห้องเพื่อหาผ้ามาต่อกันเป็นสาย ก็พลันรู้สึกถึงเงามืดขนาดใหญ่ที่ทาบทับเข้ามาทางด้านหลัง ทำให้เธอขาดสมดุล พอนางเหลียวหลังกลับไปมอง เพื่อทราบว่ามีอะไรอยู่ตรงนั้น ก็ต้องร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจที่สุด

“วี้ด!”

เสียงร้องนั้นทำให้เธอเสียหลักอีกครั้ง ลอยคว้างลงมาจากขอบหน้าต่างทันที!

“เหวออออ! เจ็บแน่ๆ!” หลินหลานหลับตาปี๋ เตรียมใจรับความเจ็บปวดจากการกระแทกพื้นหินที่คาดไว้ เธอสามารถจินตนได้ถึงความเจ็บที่จะมากถึงขนาดไหน

หมับ!

ทว่า ความเจ็บปวดที่คาดไว้กลับไม่เกิดขึ้น แทนที่จะเป็นพื้นหินที่กระแทก เธอถูกอ้อมแขนแข็งแรงของใครบางคนรับร่างของเธอเอาไว้ได้อย่างมั่นคง หัวใจที่เต้นตึกตักกลับเริ่มสั่นจากสิ่งอื่นๆ กลิ่นหอมสะอาดของไม้หอมราชาผสมกับกลิ่นลมหนาวที่ดูดเด่น มันคือกลิ่นที่เธอเคยได้กลิ่นเมื่อฮ๋องเต้เข้ามาในตำหนัก ก่อนที่จะสั่งกักบริเวณเธอ

หลินหลานค่อยๆ ลืมตาขึ้นทีละข้าง ดวงตาที่งวงงวยก็เริ่มชัดเจนขึ้น ก่อนจะพบกับใบหน้าคมคายระดับเทพบุตรที่อยู่ห่างไปไม่ถึงคิว เหมาะกับบุคคลที่เป็นฮ๋องเต้ของแผ่นดิน

“ฮ๋องเต้?!” หลินหลานตาโตจนเหมือนจะตกออกมา สายตาเต็มไปด้วยความตกใจและความงงงวย เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงอยู่ที่นี่ในเวลาเช่นนี้

ฮ๋องเต้จ้องมองสตรีในอ้อมแขนของเขา นัยน์ตาคมกริบทอแววขบขันผสมความระอา “ลอบหนีออกทางหน้าต่างกลางดึก... ช่างเป็นกิริยาที่เหมาะสมกับสนมในวังหลังเสียจริง” คำพูดถึงจะเรียบ แต่เต็มไปด้วยความหัวเราะที่ซ่อนอยู่

หลินหลานพอตั้งสติได้ว่าตนเองรอดพ้นจากความเจ็บปวด และตอนนี้กำลังถูกคนที่เธอพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดเวลาอุ้มอยู่ ก็รีบดิ้นขลุกขลักทันที “ปล่อยหม่อมฉันลงเถอะเพคะ!” หลินหลานแวดเสียงระรื่นจากความตกใจและความดิ้นอยู่ในอ้อมกอด

ฮ๋องเต้ไม่เพียงไม่ปล่อย แต่กลับกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดแก้มเนียนของนาง ทำให้เธอหายใจหยุดชั่วครู่ “ปล่อยให้เจ้าล้มลงไปเจ็บตัวอย่างนั้นหรือ? ไม่ใช่ว่าเจ้าบอกเองหรือว่า "กลัวเจ็บ มาก มิใช่ หรือ

หลินหลานหน้าตึงขึ้นมาทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความเหน็ดหน่าย “ฝ่าบาทมาทำอะไรที่ตำหนักของหม่อมฉันยามวิกาลเช่นนี้เพคะ? หรือว่าจะมาแอบดูหม่อมฉัน? ไม่ใช่ว่าทรงมีสนมรักอีกสามคนรออยู่อย่างนั้นหรือ?”

“ข้าเป็นเจ้าของวังแห่งนี้ จะไปที่ใดจำเป็นต้องขออนุญาตเจ้าด้วยหรือ?” ฮ๋องเต้วางร่างของเธอลงบนพื้นหินอย่างนุ่มนวล แต่ยังคงยืนกั้นอยู่ข้างหน้า ไม่ให้นางถอยหนีแม้แต่นิดเดียว “ตอบคำถามข้ามา สนมห้า... เจ้าแอบปีนหน้าต่างออกมากลางดึกเช่นนี้ คิดจะทำสิ่งใดกันแน่?”

หลินหลานยืดตัวตรง สบตาฮ่องเต้อย่างไม่ยอมแพ้ ไม่ให้เขารู้ว่าเธอเป็นคนขี้กลัว “หม่อมฉันแค่จะออกไปเดินเล่นเพคะ กักบริเวณมันอุดอู้! ไม่สามารถอยู่ในห้องคนเดียวได้นาน”

“เดินเล่นตอนยามสองเนี่ยนะ?” อ๋องเต้หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะดังและชัดเจน “ละเมอหรืออย่างไร? หรือว่า... การทำตัวประหลาดเช่นนี้ คือแผนการเรียกร้องความสนใจรูปแบบใหม่ของเจ้า? ต้องการให้ข้าสังเกตเห็นเจ้าอีกครั้ง?”

หลินหลานถอนหายใจยาวเหยียด ยอดอกกระเพื่อมด้วยความเหน็ดหน่ายที่มากขึ้น “เลิกคิดว่าโลกหมุนรอบตัวท่านเสียทีเถอะเพคะฝ่าบาท! หม่อมฉันไม่ได้อยากได้ความสนใจจากท่าน ไม่ได้อยากให้ท่านมาอุ้ม ไม่ได้อยากได้อะไรจากท่านทั้งนั้น!” คำพูดตรงไปตรงมา ไม่มีเรื่องแกล้งหรือเสแสร้ง

คำปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาทำให้ฮ๋องเต้หน้าชาเล็กน้อย แต่แปลกนัก... ยิ่งนางพยายามผลักไสเขามากเท่าไหร่ เขากลับยิ่งรู้สึกตื่นเต้นและอยากเอาชนะสตรีตรงหน้ามากขึ้นเท่านั้น มันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยรู้สึกกับสนมคนอื่นมาก่อน

“หากไม่ได้เรียกร้องความสนใจ... งั้นข้าจะทดสอบเจ้าดู” ฮ๋องเต้ก้าวเข้ามาชิดจนหลินหลานต้องถอยหลังไปชนกำแพง สายตาของเขาเต็มไปด้วยความท้าทาย “หากข้าสั่งยกเลิกโทษกักบริเวณ และให้เจ้ามาคอยรับใช้ข้างกายข้าทุกวัน... เจ้าจะว่าอย่างไร?”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • โปรดอย่ารักข้าเพียงเพราะนางสนม   อำนาจ ของหยก

    แสงจันทร์ยามค่ำคืนไหลรินดุจแพรเงิน สาดส่องลอดผ่านม่านไหมสีครามอ่อนที่พริ้วไหวตามแรงลม ทอดตัวลงต้องกับตราประทับหยกขาวลายมังกรคู่ที่กำลังนอนนิ่งอยู่ในอุ้งมือของหลินหลานหยกนั้นขาวบริสุทธิ์ไร้มลทิน เนื้อนวลเนียนละเอียดราวกับน้ำค้างแข็งยามต้องแสงจันทร์ ลวดลายมังกรคู่ที่สลักอย่างประณีตพันเกี่ยวกันอย่างสง่างาม ดวงตามังกรทำจากทับทิมสีโลหิต ส่องประกายลึกล้ำ แต่ถึงสัมผัสจะเย็นและเนียนเพียงใด น้ำหนักของมันในมือของนางกลับหนักอึ้งอย่างประหลาด หนักดั่งอำนาจที่สามารถชี้ชะตาคนทั้งวังหลัง หนักดั่งดาบสองคมที่พร้อมจะหันกลับมาทิ่มแทงเจ้าของได้ทุกเมื่อหลินหลานนั่งอยู่บนตั่งนุ่มริมหน้าต่างตำหนักเฟิ่งหวง นิ้วเรียวเล็กหมุนตราประทับไปมาอย่างกระวนกระวาย หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะนางช้อนสายตาขึ้นมองบุรุษที่ยืนประทับอยู่ข้างกายฮ่องเต้เซียวจิ้นรัชทายาทมังกรหนุ่มในฉลองพระองค์สีดำขลิบทอง ยืนเอามือไพล่หลัง แสงจันทร์จับขอบสันกรามคมสันของเขาให้ดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นทอดมองนาง ไม่ได้มองด้วยสายตาที่มองสนมคนหนึ่ง แต่เป็นสายตาที่มองคนที่เขาตัดสินใจแล้วว่าจะให้ยืนเคียงข้างอย่างเด็ดเดี่ยว

  • โปรดอย่ารักข้าเพียงเพราะนางสนม   แม่ขอแผ่นดิน

    แสงแดดยามเช้าสีทองนวลทอแสงกราบลงบนหลังคากระเบื้องทองคำเปลวระยิบระยับของพระราชวังหลวง ทว่าบรรยากาศภายในท้องพระโรงกลับตึงเครียดจนอากาศแทบหยุดหมุน เมื่อขันทีผู้เฒ่าผู้แก่กราบบังคมทูลอ่านพระราชโองการฉบับประวัติศาสตร์ต่อหน้าเหล่าขุนนางและเสนาบดีนับร้อยที่ยืนเกร็งกันทั่วลาน “…มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สนมคนที่ห้า หลินซินเอ๋อร์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง ฮองเฮา แม่แห่งแผ่นดิน ควบคุมดูแลกิจการวังหลังและช่วยงานพระอักษร สืบไป!” สิ้นเสียงอ่านอันแผ่วเบาแต่หนักแน่น เสียงฮือฮาและกระแสความขัดแย้งก็ดังระเบ็งเซ็งแซ่ไปทั่วท้องพระโรง! เสียงกระซิบกระซาบปะทุกันเป็นคลื่น ทุกสายตาจับจ้องไปที่บัลลังก์มังกรด้วยความไม่เชื่อ “ฝ่าบาท! ทรงโปรดตรึกตรองอีกครั้งด้วยพะยะค่ะ!” มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้เป็นบิดาของสนมเอกเฉิน ก้าวออกมาหมอบราบกับพื้นหินอ่อน ใบหน้าสั่นระริกด้วยความแค้นเคืองที่กลั้นไว้ไม่อยู่ “นางเป็นเพียงสตรีตระกูลเล็ก ไร้อำนาจ ไร้ชาติกำเนิดสูงส่ง และไร้ผลงานเด่นเป็นที่ประจักษ์ เหตุใดจึงข้ามหน้าข้ามตาพระสนมเอกและพระสนมท่านอื่นขึ้นสู่ตำแหน่งอันสูงส่งและสำคัญยิ่งนี้ได้พะยะค่ะ!”

  • โปรดอย่ารักข้าเพียงเพราะนางสนม   ยศที่ใหญ่ขึ้น

    ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องพระอักษรทันทีที่สิ้นเสียงคำเอ่ยของหลินหลาน ความเงียบที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก ขันทีหลิวที่ยืนถวายการรับใช้อยู่ที่มุมห้องถึงกับเข่าอ่อนแรงจนแทบจะล้มพับลงกับพื้นไม้ขัดมัน นัยน์ตาแทบเบิกค้างด้วยความตื่นตระหนกจนไม่อาจปิดลงได้ ‘สตรีผู้นี้… กล้าเอ่ยปากขอตำแหน่งฮองเฮาต่อพระพักตร์ฝ่าบาทตรงๆ เชียวหรือ! นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่ใครก็พูดได้…’ ฮ่องเต้จ้องมองใบหน้าหวานที่ชูเชิดขึ้นอย่างท้าทาย นัยน์ตาคมกริบของพระองค์วูบวาบไปด้วยความตกตะลึงที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความขบขันผสมความพึงพอใจอย่างที่สุด เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังก้องไปทั่วห้องพระอักษรอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เป็นเสียงหัวเราะที่ปนไปด้วยความประหลาดใจและความชื่นชมที่หาได้ยากยิ่ง “ฮะฮะฮะ… ฮองเฮางั้นหรือ?” ฮ่องเต้ยันพระกายลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ก้าวข้ามโต๊ะทรงงานเข้ามาหานางทีละนิด ทุกก้าวหนักแน่นราวกับจังหวะหัวใจที่เต้นแรง “หลินซินเอ๋อร์… เจ้าช่างเป็นสตรีที่ไร้ความเดียงสา หรือว่ากล้าบ้าบิ่นกันแน่? รู้หรือไม่ว่าตำแหน่งฮองเฮาแห่งแผ่นดินนี้ ไม่ใช่สิ่งที่สตรีคนใดจะเ

  • โปรดอย่ารักข้าเพียงเพราะนางสนม   การต่อรองที่หัวเกือบขาด

    ข่าวการเสด็จกลับวังหลวงของฮ่องเต้พร้อมด้วยสนมคนที่ห้า สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งราชสำนัก ไม่ใช่เพียงเพราะทั้งสองรอดพ้นจากการจู่โจมของกลุ่มมือสังหารอย่างหวุดหวิด แต่เป็นเพราะพระราชโองการฉบับหนึ่งที่ถูกประกาศออกมาอย่างกะทันหันในรุ่งเช้าวันถัดมา ‘ยกเลิกการกักบริเวณสนมคนที่ห้า หลินซินเอ๋อร์ และแต่งตั้งให้นางเป็นผู้ช่วยกำกับงานตำหนักพระอักษรอย่างเป็นทางการ!’ ข่าวนี้ทำเอาตำหนักเหมยฮวาของสนมเอกเฉินร้อนรุ่มดั่งไฟเผา ผลึกหยกและเครื่องกระจกแพงถูกปาทิ้งจนแตกกระจายเกลื่อนพื้น หยดน้ำตาของความโกรธเกรี้ยวคลอเบ้าตา แต่กลับถูกกลั้นไว้อย่างแน่นหนา “เป็นไปได้อย่างไร!” สนมเอกเฉินตวาดลั่น ใบหน้าสวยงามบิดเบี้ยวด้วยความอิจฉาริษยาที่ปกปิดไม่มิด “นางนั่นแอบหนีออกไปกลางดึก แถมยังมีข่าวลือว่าไปยืนทำท่าจะกระโดดเหวไร้สาระนั่น! เหตุใดฝ่าบาทถึงไม่ลงโทษนาง แต่กลับประทานตำแหน่งและให้เข้าใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิม!” “พระสนมเอกโปรดระงับพระทัยก่อนเพคะ” นางกำนัลคนสนิทรีบคลานเข้าไปหมอบราบ เสียงต่ำพร่าด้วยความหวาดกลัว “บัดนี้สนมห้ามีฝ่าบาทคอยปกป้องอย่างชัดเจน หากเราลงมือส่งเดชในเวลานี

  • โปรดอย่ารักข้าเพียงเพราะนางสนม   คิดจะหนีก็ไปไม่ได้

    ลมราตรีพัดกระหน่ำซัดเซพเนจรจนสายหมอกหนาทึบหมุนคว้างปกคลุมขอบเหวเซียนหลิงจนแทบมองไม่เห็นพื้นดินเบื้องล่าง ประกายแสงสีเงินดวงสุดท้ายของฝนดาวตกกะทัดแสงลงท้องฟ้าอันมืดมิดก่อนจะดับวูบหายไปอย่างเงียบเชียบ… สัญญาณแห่งการข้ามมิติที่นางรอคอยมานานก็เลือนจางหายไปพร้อมกัน โอกาสสุดท้ายที่จะหวนกลับสู่บ้านเกิดในยุคปัจจุบันสลายลงราวกับควันไฟ มือเย็นเฉียบของหลินหลานกำแน่นจนเล็บจิกเนื้อฝ่ามือจนเจ็บปวด หัวใจดวงน้อยเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา มันจบลงแล้ว… ความหวังที่จะกลับไปยังที่ที่ปลอดภัย คุ้นเคย และเป็นบ้านของนางตลอดชีวิต ดับสูญลงไปพร้อมกับแสงดาวดวงสุดท้ายนั้นแล้ว “ฝ่าบาท…” หลินหลานเอ่ยเสียงแผ่วราวกับเสียงลมที่พัดผ่านหน้าผา ร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งตัว ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบจะยืนไม่อยู่ ความกลัวความเจ็บบวกกับความผิดหวังอันรุนแรงที่กัดกินใจทำให้น้ำตาซึมไหลอาบแก้มไม่ขาดสาย นางไม่ได้ต้องการตาย… นางแค่กลัว กลัวที่จะต้องอยู่ในโลกที่ไม่ใช่ของตน กลัวความไม่แน่นอน กลัวความเหงาที่จะกัดกินใจไปตลอดชีวิต “เข้ามานี่… หลินซินเอ๋อร์” ฮ่องเต้ ตรัสด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้านยิ่งกว่าลมยามราตร

  • โปรดอย่ารักข้าเพียงเพราะนางสนม   อยู่ก็เจ็บ ไม่อยู่ก็ตาย

    บานประตูกระดานไม้ค่อย ๆ ถูกผลักออกทีละน้อยโดยไร้เสียง หลินหลานย่องออกจากห้องพักอย่างระมัดระวังที่สุด ลมราตรีอันเย็นเยือกของป่าเชิงเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจนนางต้องยกมือขึ้นกอดอก อาศัยความมืดและเงาของต้นไม้ใหญ่ในการหลบเลี่ยงสายตาของเหล่าทหารองครักษ์ที่กำลังเวรยามอยู่รอบเรือนพัก หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา มือและเท้าสั่นระริกไม่ใช่เพราะหนาวเพียงอย่างเดียว แต่เพราะรู้ดีว่าหากถูกพบ ทุกอย่างจะจบลงทันที เป้าหมายเดี่ยวของนางในตอนนี้คือเส้นทางขึ้นสู่ ‘ยอดเขาเซียนหลิง’ ‘เอาวะ… ตกเหวมันน่ากลัวก็จริง แต่ถ้าละอองแสงจากฝนดาวตกนี่คือประตูมิติเปิดจริง ๆ การเสี่ยงครั้งนี้ก็คุ้ม!’ หลินหลานปลุกปลอบใจตัวเองพลางเร่งก้าวเท้าฝ่าความมืดและสายหมอกที่เริ่มหนาขึ้นเรื่อย ๆ เส้นทางคดเคี้ยวคดงอ มือบางจับกิ่งไม้เพื่อพยุงตัวทุกครั้งที่ลื่นไถล เส้นทางขึ้นเขาทั้งชันและเต็มไปด้วยก้อนหินขรุขระ ร่างกายอันบอบบางของสนมคนที่ห้าเริ่มเหนื่อยหอบ เท้าทั้งสองข้างสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดจากเศษหินที่บาดผ่านรองเท้าผ้าไหมจนเลือดซึม แต่นางก็กัดฟันก้าวต่อไป ไม่ยอมหันกลับ จนกระทั่งในที่สุด… นางก็มาหยุดอยู่ต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status