로그인เอเนร่าพยายามเรียกแต่เขาก็ไม่สนใจ ทำให้เธอรู้สึกไม่มั่นใจเพราะเหตุใดเขาถึงหุนหันออกจากบ้านไปเช่นนั้น รสรักเมื่อครู่ทำเขาสะอิดสะเอียนถึงขนาดอดทนเก็บอาการไว้ไม่ไหวเชียวหรือ เธอโกรธเขามาก ก้มหยิบชิ้นส่วนต่าง ๆ ก่อนจะเดินขึ้นห้องด้วยอาการกระฟัดกระเฟียดไม่พอใจที่ถูกหยามเช่นนี้ ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนทำกับเธอแบบนี้มาก่อน
"แล้วเราจะได้เห็นดีกัน"
เสียงรถยนต์ดังขึ้นทำให้เอเนร่ารู้ได้ทันทีว่าวินได้มาถึงบ้านแล้ว เธอจึงสวมใส่เสื้อเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงนอนขาสั้นสีชมพูเข้มเดินลงมายังชั้นล่าง วินเดินเข้ามาในบ้านด้วยมือทั้งสองของเขาหิ้วของพะรุงพะรัง เอเนร่ารีบกุลีกุจอเข้าไปช่วยพ่อหิ้ว
"บรู๊คลินไปไหนเหรอ พ่อไม่เห็นรถเขาเลยหรือกลับไปแล้ว" เขาถามถึงเพื่อนรุ่นน้องที่ไว้วานให้อยู่เป็นเพื่อนลูกสาว
"คงงั้นมั้งคะ เห็นขับรถออกไปได้สักพักแล้ว"
"ไม่เป็นไรลูก เราไปกินข้าวกันสองคนก็ได้"วินเดินกอดคอลูกสาวสุดที่รักเข้าบ้าน
สองพ่อลูกกำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ก็ได้ยินเสียงรถใกล้เข้ามาก่อนจะเงียบลง วินเลิกคิ้วเป็นเชิงถามลูกสาว ส่วนเอเนร่าขมวดคิ้วเป็นปมเธอจำเสียงรถเขาได้ แต่....เขาจะกลับมาทำไมอีก หรือว่าลืมของ เอเนร่ามองไปทั่วบริเวณบ้านว่ายังมีข้าวของเครื่องใช้อะไรของเขาเหลืออยู่ไหม สายตาเหลือบไปเห็นกระเป๋าหนังสีดำใบใหญ่วางอยู่ที่พื้นบ้าน
"พี่วิน กลับมาแล้วเหรอครับ" บรู๊คลินเลิ่กลั่ก ถามวินด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ เขาส่งสายตาให้เอเนร่าแต่เธอมอบค้อนวงใหญ่ให้เขาแล้วเมินเฉย
"อืมใช่ มา ๆ กินข้าวกัน ฉันคิดว่านายกลับไปแล้วซะอีกว่าแต่ไปไหนมาเหรอ เอเนร่าตักข้าวลูก"
เธอจำใจลุกขึ้นไปตักข้าวให้บรู๊คลิน เขาทำให้เธอเสียความมั่นใจในเรื่องเซ็กซ์ทั้งที่เธอเคยทำให้หนุ่มตายคาอกอึ๋ม ๆ ของเธอมานับครั้งไม่ถ้วน แต่กับบรู๊คลินเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้วเขากลับรีบร้อนสวมใส่เสื้อผ้าแล้วเดินออกจากบ้านเธอไปทันที
"ผมออกไปซื้อของสำคัญมาครับ ขอบคุณนะ" เขาจงใจให้มือใหญ่ของตนเองแตะมือเล็กของเธอ เอเนร่ารีบหดมือกลับมาทันที
"ตักข้าวให้เสียเยอะเลย ยังอิ่มกล้วยหอมอยู่เลย" คำว่ากล้วยหอมของเขาทำให้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาทันที แต่เธอแสร้งทำไม่ได้ยินตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยไม่สนใจ
"กิน ๆ เถอะนะ ของอร่อยทั้งนั้นนี่พี่ตั้งใจซื้อมาให้นายกับเอเนร่ากินเลยนะ ถือว่าขอบคุณที่อยู่ดูแลเอเนร่าให้"
"เรื่องเล็กน้อยน่ะครับ"
เมื่อมื้ออาหารจบลงเอเนร่ากำลังยืนล้างจานอยู่ในครัวส่วนวินเดินขึ้นไปอาบน้ำข้างบน นี่จึงเป็นโอกาสของเขาที่จะคุยเรื่องที่เกิดขึ้น เขารู้สึกว่าสถานการณ์ตึงเครียดกว่าเมื่อครู่เสียอีก เอเนร่าไม่ยอมคุยกับเขาเลย เธอทำเหมือนว่าไม่มีเขายืนอยู่ตรงนี้ นี่เธอเป็นอะไรเมื่อกี้ยังดีอยู่เลย
"เอเนร่า คุณเป็นอะไรบอกผมได้ไหม" บรู๊คลินดึงข้อมือบางให้หันมาเผชิญหน้ากับเขาเพื่อคุยกันให้รู้เรื่อง แต่อีกฝ่ายกลับสะบัดมือหนี เขาจึงกอดเอวเธอไว้แน่นชนิดที่ว่าดิ้นยังไงก็ไม่มีทางหลุดออกง่าย ๆ
"คุยกันก่อนสิ ผมออกไปซื้อยามาให้นะ"
"ยาอะไร" น้ำเสียงห้วนสั้นบอกให้รู้ว่าเธอยังงอนอยู่
"นี่ไง ผมขอโทษที่ไม่ได้ป้องกันเลยออกไปซื้อมาให้" เขาชูแผงยาที่มียาอยู่สองเม็ดขึ้นก่อนจะยัดใส่มือของเธอ เขารู้สึกผิดที่ชะล่าใจลืมคิดเรื่องป้องกันทำให้เธอต้องลำบากมากินยา
ความนิ่งเงียบไปของเธอทำให้บรู๊คลินไม่สามารถอ่านความคิดภายในใจของเอเนร่าได้เลยว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ เขาทำดีที่สุดแล้วกลัวว่าหลังจากนี้เธอจะไม่ยอมให้เขาได้ใกล้ชิดเธออีก เขาคงทนไม่ได้แน่ เขายอมรับจากหัวใจว่าชอบเธอ
"แค่นี้ใช่ไหม"
"เอ่อ....ก็ใช่แค่นี้ ยังโกรธอยู่หรือ"
"ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่จะล้างจานต่อ" เธอบอก พร้อมกับยัดแผงยาใส่กระเป๋ากางเกงก่อนจะหันไปล้างจานต่อ
"ไม่กินยาก่อนหรือ" เขาถามเพราะเป็นห่วง แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่คิดเช่นนั้น
"ทำไมคะ กลัวว่าจะต้องรับผิดชอบมากขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะฉันจัดการตัวเองได้"
"ไม่ ผมไม่ได้คิดแบบนั้นเลยนะ ผมแค่เป็นห่วง คุณยังเรียนอยู่และอีกอย่างถ้าวินรู้ เขาจะต้องเสียใจมาก"
วันนั้นเราบังเอิญเดินชนกันตรงมุมตึกสำนักงาน เป็นครั้งแรกที่ผมได้มองใบหน้าสดใสชัด ๆ และได้สัมผัสเรือนร่างนุ่มนิ่มของเธอ เธอน่ารักน่ามองไปเสียทุกส่วน แถมกลิ่นกายยังหอมกรุ่นจนใจผมแอบคิดอยากก้มลงไปสูดดมใกล้ ๆ“ขอโทษทีครับ เจ็บตรงไหนมั้ยครับ”“เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ”เธอทำท่าจะเดินจากไป แต่ผมรอช้าไม่ได้ ต้องหารับมือเพื่อรั้งเธอไว้ก่อน“เดี๋ยวก่อนครับ เราเคยเจอกันมาก่อนมั้ย คุณทำงานที่ตึกนี้เหรอครับ”“ใช่ค่ะ ทำงานที่นี่” เธอชะงักทักทาย สายตาคู่โตมองหน้าผมนิ่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะประหม่าจนต้องหลบสายตาไปทางอื่น“ผมก็ทำงานที่นี่เหมือนกันครับ ผมชื่อวินนะ คุณชื่ออะไรเหรอครับ”“นิรดาค่ะ... คงต้องขอตัวก่อนนะคะ”“เรา... พอจะมีโอกาสได้เจอกันอีกมั้ยครับ”........ ร่างบางเดินหายเข้าไปในตึก ทิ้งให้ผมยืนอยู่อย่างคนไม่รู้อะไรเลย นอกจากชื่อของเธอ... นิรดาเธอทำงานอยู่แผนกไหนกันแน่? ผมเฝ้าหาข้อมูลจนสืบรู้มาว่าเธอเป็นพนักงานธนาคารอยู่ชั้นสาม หลังจากนั้น เราสองคนก็ได้เจอกันบ่อยขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากความตั้งใจของผมเองที่พยายามพาตัวเองไปวนเวียนใกล้ ๆ เธอ จากได้สบตา ก็เริ่มได้พูดคุย จากทำความรู้จัก ก็เลื่อนสถานะมา
ส่วนคนสุดท้ายเด็กชายฟาร์เดลวัยแปดเดือน ช่วงที่ตั้งท้องคนนี้เธอบอกเลยว่าแพ้ท้องหนักมาก กินอะไรเข้าไปคืออาเจียนออกมาหมด แต่พอถึงเวลาคลอดคุณหมอกลับมาบอกว่าเด็กตัวโต ไม่สามารถคลอดธรรมชาติได้จะต้องผ่าคลอด กว่าจะผ่านพ้นช่วงเวลานั้นมาได้ เล่นเธอขลาดเรื่องการมีลูกไปอีกนานเลย“ตาตามา” เสียงน้องเดมี่เรียกคุณตาวิน พร้อมกับชี้มือไปหน้าบ้าน จนทุกคนในบ้านต้องมองตามวินกับภรรยามาเยี่ยมหลาน ๆ นั่นเอง นิรดาเองก็เพิ่งคลอดลูกสาวได้ไม่นาน หลังจากที่เอเนร่าคลอดน้องฟาร์เดลได้ไม่ถึงสามเดือน วินก็ส่งข่าวมาบอกว่าแม่เลี้ยงคลอดน้องแล้วนะ ลูกสาวของนิรดากับวินมีชื่อว่าน้องญาดา น่ารักน่าชังเหมือนแม่มาก เป็นน้องสาวที่ห่างกับเธอยี่สิบเก้าปีเลย“สวัสดีค่ะพ่อ สวัสดีค่ะพี่นิ่ม นึกว่าจะมาวันอาทิตย์ นี่นั่งเครื่องมาไม่บอกหนูเหรอคะพ่อ”“คุณวินคิดถึงหลาน ๆ ค่ะ อยากจะมาตั้งแต่วันจันทร์ที่แล้วอีกค่ะ แต่งานไม่เสร็จจึงต้องมาวันศุกร์แทน”“เจ้าอ้วนของตา โอ้ ตาอุ้มหนูไม่ไหวแล้วนะเนี่ย” คุณตาวินเดินไปหอมแก้มหลานสาวทั้งสองคนก่อนจะรับร่างหลานชายมาอุ้ม“ซื้ออะไรมาเยอะแยะครับพี่”“ของฝากจากกรุงเทพฯ น่ะ นี่เหล้าอิตาลีเชียวนะได้มาจากลูก
น้องชายทั้งสองของเอเนร่าถูกเชิญมานำขบวนถือแหวนให้พี่สาวและช่อดอกไม้ และแน่นอนว่าเพื่อนเจ้าสาวจะเป็นใครไม่ได้เลยนอกจากกุ๊บกิ๊บเพื่อนสนิทสาวที่รู้ใจเอเนร่าที่สุด ขณะที่เจ้าสาวกำลังเดินผ่านแขกเหรื่อนั้นเธอหันไปสบตากับอริส แม่ส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ มันทำให้เธอน้ำตาคลอ ใบหน้าของบรู๊คลินเปื้อนยิ้มขณะมองมาที่หญิงสาว เขาในลุคนี้ดูหล่อเท่กว่าทุกวัน ทรงผมที่ถูกจัดแต่งมาอย่างเนี๊ยบเอเนร่าไม่เคยเห็นเขาในลุคนี้มาก่อน และนั้นคงจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอกับเขาต้องรู้จักกันมากขึ้น บรู๊คลินยื่นมือออกมารอรับ วินจับมือของลูกสาวไปวางทาบทับบนฝ่ามือใหญ่ ไม่มีใครพูดอะไรออกมามีเพียงรอยยิ้มเท่านั้น“นางสาวเอเนร่า สุขภักดี คุณจะรับนายบรู๊คลิน ลีเบิร์นเนอร์เป็นสามีของคุณหรือไม่” บาทหลวงถาม“รับค่ะ”“คุณบรู๊คลิน คุณจะรับนางสาวเอเนร่า สุขภักดีเป็นภรรยาของคุณหรือไม่” “รับครับ”“ข้าพเจ้าเอเนร่า สุขภักดีขอรับบรู๊คลิน ลีเบิร์นเนอร์เป็นสามี และขอสัญญาว่าจะถือความซื่อสัตย์ต่อคุณในยามสุขและยามทุกข์ ทั้งในเวลาป่วยและเวลาสบายเพื่อรักแลยกย่องให้เกียรติคุณจนกว่าชีวิตจะหาไม่” เอเนร่ากล่าวคำปฏิญาณ“ข้าพเจ้าบรู๊คลิน
“Yes or no” เขาถามย้ำอีกครั้ง“นี่มันเป็นวันเกิดฉันนะ” เอเนร่าสวนกลับไปทันที “ผมอยากเป็นของขวัญวันเกิดให้คุณ แต่งงานกับผมนะครับ” เขาพูดพร้อมทรุดกายนั่งคุกเข่ากับพื้นและหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านใน แหวนเพชรเม็ดงามวงใหญ่กว่าที่เธอสวมอยู่“ทุกคนรู้เรื่องอยู่แล้วใช่ไหมค่ะ พ่อรู้ใช่ไหม” เอเนร่ายังเล่นตัวไม่ยอมตอบคำถามของบรู๊คลิน และหันไปจี้ถามทั้งสามคน นิรดาหลบตาเธอคนแรก นั่งหมายความว่าทุกคนรู้เรื่องหมดยกเว้นเธอ“พ่อรู้นิดเดียว บรู๊คบอกจะเซอร์ไพส์ลูก พ่อรู้แค่นั้น” “ใช่ฉันก็รู้แค่นั้น เพราะคุณอาบรู๊คไม่ยอมบอกอะไรเลย” กุ๊บกิ๊บรีบออกตัว“พี่ก็รู้เท่าที่คุณวินรู้แหละค่ะ” นิรดาตอบบ้าง“ผมวางแผนเองคนเดียวเลย หันมาตอบคำถามผมก่อน เร็ว!” บรู๊คลินรับผิดก่อนจะรบเร้าให้เอเนร่าตอบเขาก่อน“ค่ะ ตกลง”“เย้!!! รักคุณที่สุดเลยที่รักของผม วันนี้ผมเรียกพี่ว่าพ่อได้เต็มปากแล้วนะครับพ่อวิน” คำพูดของบรู๊คลินเรียกเสียงหัวเราะให้ทุกคนในบ้าน วันเกิดปีนี้เป็นวันที่สุดพิเศษและมีความสุขที่สุด วินได้เจอผู้หญิงที่รักเขาและเขาก็รักเธอแล้ว นั้นเป็นสิ่งที่เธอหมดห่วงและยอมตกลงแต่งงา
วันเสาร์ เป็นวันที่วินกับนิรดาหยุดงานทำให้ทั้งสองนัดเจอกันเพื่อไปเลือกซื้ออาหารมาจัดงานวันเกิดเล็ก ๆ ให้ลูกสาวสุดที่รัก ก่อนหน้านั้นสองวันวินชวนลูกสาวคุยถึงงานวันเกิดที่จะถึงว่าจะจัดแบบไหน หรือบรู๊คลินอยากพาไปเลี้ยงที่ไหนไหม“แล้วลูกคุยกับบรู๊คหรือยังว่าจะไปที่ไหน” “ไม่ต้องคุยหรอกค่ะพ่อ เราทำอาหารกินภายในครอบครัวเหมือนทุกปีก็พอ”เมื่อได้ยินสิ่งที่เอเนร่าพูดก็พอจะเดาได้ว่าระหว่างสองคนเกิดอะไรขึ้น จึงปล่อยเลยตามเลยเพราะว่าก่อนหน้านั้นหนึ่งเดือนบรู๊คลินยังคุยกับเขาอยู่เลยว่าจะทำเซอร์ไพส์ในงานวันเกิดของเอเนร่า ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมจึงไม่รู้ว่าบรู๊คลินคิดจะทำอะไรงานวันเกิดปีนี้เอเนร่าไม่ได้เหงาอย่างที่คิด แม้วาในทุกปีจะมีเพียงพ่อกับเธอเท่านั้น แต่ทว่าปีนี้มันพิเศษกว่าทุกปีเพราะว่ามีนิรดา และยังมีกุ๊บกิ๊บมาร่วมงานวันเกิดเธอด้วย และที่สำคัญอริสวิดีโอคอลข้ามประเทศมาอวยพรวันเกิดให้ลูกสาว“สุขสันต์วันเกิดนะลูกรัก แม่ขอให้หนูมีความสุขและ ขอให้หนูประสบความสำเร็จในชีวิตในทุก ๆ เรื่องนะลูก เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต แม่รักลูกนะจ๊ะ” “ขอบคุณค่ะแม่ หนูก็รักแม่ค่ะ”“ส่วนของข
“พ่อยังไม่กลับหรือ” เป็นประโยคแรกที่เขาพูดกับเธอ เอเนร่าลอบถอนหายใจเมื่อทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง“กำลังกลับ” เธอตอบสั้น ๆ เพราะเธอไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าไรนัก นับวันบรู๊คลินยิ่งดูหล่อเท่และเนี๊ยบตามฉบับนักธุรกิจหนุ่ม มันช่างแตกต่างจากบรู๊คลินคนที่เธอรู้จัก เขาดูดีในชุดสูทรองเท้าหนัง หากเป็นแต่ก่อนคงเห็นภาพเสื้อยืดตัวบางกับกางเกงสปอร์ตขายาวสะพายกระเป๋าใบใหญ่ เขาเดินมาหาและยกมือใหญ่ลูบศีรษะของแฟนสาวอย่างเอ็นดู ก่อนจะโอบรอบเอวหญิงสาวพาเดินเข้าบ้าน“งอนเหรอ……ช่วงนี้ผมงานยุ่งจริง ๆ ผมอยากให้คุณเข้าใจ” เขาพูดขณะทรุดกายนั่งก่อนฉุดร่างเพรียวบางลงไปนั่งตักหนาด้วย“เข้าใจค่ะ เพราะเข้าใจไงคะ ฉันถึงไม่ไปวุ่นวายกับคุณ”“บอกให้ไปอยู่ด้วยกันแต่แรก็ไม่ยอม ผมอยากตื่นเช้ามาเจอหน้าคุณคนแรกก่อนนอนก็อยากเห็นหน้าเมียเป็นคนสุดท้าย” น้ำเสียงเนือย ๆ บ่งบอกว่าเจ้าตัวน้อยใจแต่ปากแข็ง“ไม่ต้องพูดเลย จะให้ฉันทิ้งพ่องั้นเหรอ”“ไม่ใช่ยังงั้นซะหน่อย มีอะไรกินบ้างอะหิวมากเลย หิวจนจะกินคุณได้ทั้งตัวแล้ว” เขาเปลี่ยนเรื่องคุย แล้วแกล้งจู่โจมหญิงสาวด้วยการใช้ปากและจมูกซุกไซร้งาบงับซอกคอ จนคนในอ้อมแขนดิ้นข
จริงด้วย เขาลืมเสียสนิทเมื่อครู่เธอบอกว่าพ่อของเธออยู่บนทางด่วน นี่ก็ผ่านมาร่วมยี่สิบนาทีแล้วน่าจะเหลือเวลาไม่เกินสิบนาทีเขาต้องเร่งทำภารกิจนี้ให้สุขสมโดยเร็ว โดยเฉพาะสาวร่างเพรียวที่นอนหงายหายใจหอบเหนื่อยอยู่ที่เบาะรองออกกำลังกายของเธอเอง สายตาสื่ออารมณ์ยังคงแสดงฉายชัดออกมาถึงความต้องการอย่างชัดเจ
"ฮัลโหลกลับมาหรือยังคะ""เรียนสนุกมากเลยค่ะ จนไม่อยาก....หยุด...เลยค่ะ" เอเนร่าพูดกับปลายสายไปแต่ส่วนล่างของเธอบดขยี้ที่เป้าตุงของเขาจนบรู๊คลินต้องกำมือแน่นเพื่อข่มอารมณ์เอาไว้ เธอส่ายวนสะโพกงอนของตนเองเป็นวงกลมสายตาคมสวยจับจ้องใบหน้าคมเข้มที่บัดนี้บิดเบี้ยวเหยเกราวเจ็บปวดเจียนตาย"มาเร็ว ๆ นะคะหนู
ระหว่างที่เรียนโยคะเอเนร่าเปิดเพลงสากลจากโทรศัพท์มือถือฟังไปด้วย ช่วงที่เธอกำลังทำท่านี้อยู่เป็นจังหวะเพลงโปรดกำลังเล่นอยู่พอดีทำให้เอเนร่าโยกตัวไปมาตามจังหวะเพลง เธอหลับตาพริ้ม สิ่งที่เธอทำอยู่เดือดร้อนไปถึงอีกคน บรู๊คลินลอบกลืนน้ำลายลงคอเพื่อระงับอารมณ์บางอย่างของตนเองที่กำลังตื่นตัวขึ้น สายตาจ้อ
"เอาแบบนี้ก็ได้ นายจะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวมา ฉันเลิกงานฉันจะแวะไปรับลูกเอง"เริ่มเรียนคลาสแรกด้วยการวอร์มร่างกายให้พร้อมก่อน เอเนร่าใส่กางเกงเลกกิ้งขายาวกับเสื้อกล้ามสีชมพูพาสเทลเข้าชุด ชุดแนบเนื้อนุ่มสีหวานโชว์หุ่นเซี๊ยะน่ามอง กางเกงเลกกิ้งเอเนร่าจงใจเลือกและเธอไม่ใส่ชุดชั้นในเหมือนเช่นทุกครั้งที







