แชร์

ตอนที่ 4 ไม่มีใครอยากคู่กับเธอ

ผู้เขียน: ลลินรดา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-03 17:52:26

เช้าวันที่สองของการเปิดเรียน

​กลิ่นฉุนไหม้ของเหล็กและน้ำมันเครื่องอบอวลคละคลุ้งไปทั่วห้องปฏิบัติการงานช่างพื้นฐาน นักศึกษาทุกคนเปลี่ยนมาสวมเสื้อช็อปสีเข้มเรียบร้อย เจนจิรายืนมองสารพัดเครื่องมือช่างที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะเหล็กด้วยความประหม่า... ประแจเลื่อน คีมล็อก ค้อน ไขควง หลายอย่างเธอเพิ่งเคยเห็นของจริงและสัมผัสเป็นครั้งแรกในชีวิต

​ครูผู้สอนก้าวเข้ามาหน้าห้อง ก่อนจะประกาศเสียงดังลั่นสู้กับเสียงพัดลมระบายอากาศ "วันนี้เราจะลงมือฝึกใช้เครื่องมือช่างเบื้องต้น จับคู่กันได้เลย!"

​สิ้นเสียงคำสั่ง ทั้งห้องก็ลุกฮือขึ้นพร้อมกันทันที เสียงตะโกนเรียกชื่อเพื่อนสนิทดังเซ็งแซ่วุ่นวาย

​"เฮ้ย! มานี่ดิ๊คู่เดิม"

"กูอยู่กับมึงนะ!"

​เพียงไม่ถึงครึ่งนาที คลื่นมนุษย์รอบตัวก็สลายตัวและจับกลุ่มกันจนครบ ทิ้งไว้เพียง... เจนจิรา

​เธอยืนถือถุงมือผ้าดิบแน่นอยู่คนเดียวกลางห้องปฏิบัติการอันกว้างขวาง ไม่มีใครกวักมือเรียก ไม่มีใครเดินเข้ามาหา ราวกับร่างของเธอโปร่งแสงและไม่มีตัวตนอยู่ในห้องแห่งนี้ เจนจิราพยายามฝืนยิ้มกลบเกลื่อน ทั้งที่ความอึดอัดเริ่มเกาะกุมจิตใจจนอึดอัด

​ครูผู้สอนกวาดสายตามองไปรอบห้องพลางถอนหายใจเบา ๆ ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้าที่มุมหลังห้อง "เหนือ... นายยังไม่มีคู่ใช่ไหม?"

​เด็กหนุ่มร่างสูงเงยหน้าขึ้นจากคู่มือการใช้งานชิ้นงานที่กำลังอ่านอย่างเชื่องช้า พยักหน้ารับสั้น ๆ "ครับ"

​"งั้นจับคู่กับเจนจิรา"

​เหนือเงียบไปอึดใจหนึ่ง ดวงตาคมกริบเหลือบมองเด็กผู้หญิงคนเดียวในห้องแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ผมทำคนเดียวได้ครับครู"

​ครูผู้สอนส่ายหน้าทันควัน "ไม่ได้ งานนี้เป็นงานเทคนิคที่ต้องช่วยกันประคองชิ้นงาน ต้องทำเป็นคู่เท่านั้น"

​เหนือพรูลมหายใจยาว ขยับเสื้อช็อปเล็กน้อยก่อนเอ่ยขึ้นต่อหน้าทุกคน "ผมไม่ได้ดูถูกเขานะครับ... แต่ถ้าผมต้องเสียเวลามานั่งสอนใหม่ตั้งแต่ วิธีการจับเครื่องมือพื้นฐาน วันนี้กลุ่มผมคงทำงานส่งไม่ทันแน่ ๆ"

​ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันทันที เจนจิราเม้มริมฝีปากแน่นจนรู้สึกเจ็บ แม้เหนือจะไม่ได้ใช้ถ้อยคำหยาบคายประณามเธอ แต่ทุกคำพูดที่หลุดออกมาจากปากเรียวหนานั้น กลับตอกย้ำอย่างชัดเจนว่า... เธอคือตัวถ่วง

​ครูนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดปัญหา "งั้นไม่เป็นไร ครูจะเป็นคู่ให้เจนเอง"

​เหนือไม่ได้ตอบรับอะไรอีก เขาเพียงแค่หันกลับไปหยิบเครื่องมือตัดชิ้นงานแล้วเริ่มลงมือทำงานของตัวเองราวกับโลกนี้มีแค่เขาคนเดียว

​การฝึกภาคปฏิบัติเริ่มต้นขึ้น เจนจิราพยายามตั้งสติและทำตามที่ครูสอนอย่างสุดความสามารถ แต่ด้วยความไม่คุ้นชินกับน้ำหนักของเหล็กกล้า มือบางของเธอจึงเริ่มสั่นเทาด้วยความล้า

​ในจังหวะที่พยายามจะขันน็อตให้แน่น... ประแจเหล็กในมือก็ลื่นหลุดจากฝ่ามือ

​เคร้งงงง!

​เสียงโลหะหนัก ๆ กระแทกกับพื้นปูนซีเมนต์ดังสะท้อนไปทั่วห้องปฏิบัติการ นักศึกษาชายหลายสิบคนหันขวับมามองเป็นตาเดียว บางคนหลุดหัวเราะเยาะในลำคอ บางคนส่ายหน้าอย่างระอา เจนจิรารีบก้มลงเก็บประแจเลื่อนเล่มนั้นทันที ใบหน้านวลร้อนผ่าวด้วยความอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี

​ระหว่างนั้นเอง เหนือเดินถือกล่องเครื่องมือเหล็กผ่านมาพอดี เขาหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าเธอ สายตาคมกริบคู่เดิมทอดมองลงมายังประแจในมือของเธอที่สั่นเทา ก่อนจะเปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

​"ของแค่นี้ยังจับให้อยู่มือไม่ได้..." เหนือเว้นจังหวะ พลางก้าวเท้าผ่านร่างของเธอไปโดยไม่คิดจะหันกลับมามอง "ในโรงงานช่าง... เขาไม่ได้มีโอกาสให้คนซุ่มซ่ามทำพลาดบ่อย ๆ หรอกนะ"

​คำพูดถากถางนั้นทำให้เจนจิราชะงักกึก ทิ้งให้เธอยืนกำประแจเหล็กในมือแน่นกว่าเดิมจนปลายนิ้วซีดเผือด

​เย็นวันนั้น

​เจนจิรากลับถึงบ้านด้วยสภาพอิดโรย บนฝ่ามือบางเนียนละเอียดบัดนี้เต็มไปด้วยรอยแดงช้ำและรอยถลอกจากการโดนเหล็กครูด หลังจากล้างแผลและทายาแก้ฟกช้ำเสร็จ เธอก็ตรงดิ่งไปเปิดโน้ตบุ๊กบนโต๊ะเขียนหนังสือทันที

​หน้าจอฉายคลิปวิดีโอสอนการใช้เครื่องมือช่างเบื้องต้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตั้งแต่วิธีการจับประแจให้ถูกทิศทาง น้ำหนักการทิ้งแรงกดของค้อน วิธีการอ่านค่าประแจวัด ไปจนถึงเทคนิคการวัดชิ้นงานอย่างแม่นยำ

​เวลาล่วงเลยผ่านไปเรื่อย ๆ จากสองทุ่ม... สี่ทุ่ม... เที่ยงคืน...

​จนกระทั่งตัวเลขบนหน้าจอดิจิทัลบอกเวลา 02:03 น.

​เจนจิราปิดหน้าจอโน้ตบุ๊กลง ดวงตาคู่สวยฉายแววเหนื่อยล้าแต่ทว่ากลับเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความมุ่งมั่น เธอก้มลงมองฝ่ามือของตัวเองที่ยังคงส่งกระแสความแสบร้อนออกมา ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วกระซิบอบรมบอกตัวเองด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว

​"พรุ่งนี้ฉันจะไม่ยอมทำพลาดให้นายหัวเราะเยาะอีกเด็ดขาด"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • โรงเรียนนักเลงที่ฉันไม่อยากเข้า   บทที่ 9 ถ้าไม่ไหวก็ลาออกไปซะ

    หลังจากเหตุการณ์เครื่องมือหายผ่านพ้นไปหลายวัน​แม้ครูประจำวิชาจะประกาศต่อหน้าทุกคนแล้วว่า เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงความเข้าใจผิด และเจนจิราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักขโมยแม้แต่น้อย​ทว่าสำหรับเพื่อนร่วมชั้นบางคน... ความไว้วางใจที่สูญเสียไปแล้ว ไม่อาจดึงกลับคืนมาได้ในทันที​ทุกครั้งที่เจนเดินผ่านกลุ่มนักศึกษา เสียงกระซิบกระซาบยังคงดังลอยมาเป็นระยะ​"เรื่องจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้""ใครจะไปรู้ล่ะ""ถ้ากระเป๋าไม่ได้สลับกันจริงๆ ล่ะ?"​เจนได้ยินชัดเจนทุกคำพูด​แต่เธอเลือกที่จะสงบนิ่งและเงียบเฉย​เพราะรู้ดีว่า... ต่อให้พยายามอธิบายอะไรออกไป คนที่ไม่คิดจะเชื่อ ก็ยังคงไม่เชื่ออยู่วันยันค่ำ​เธอจึงทำได้เพียงก้าวเดินผ่านไป ทำเหมือนไม่ได้ยินคำนินทาเหล่านั้น ทั้งที่ทุกถ้อยคำกำลังบาดลึกลงในใจทีละน้อย​...​คาบบ่าย​ครูนำแผ่นเหล็กจำนวนหนึ่งมาวางจัดเรียงไว้บนโต๊ะปฏิบัติงาน​"วันนี้เราจะทำชิ้นงานพื้นฐาน ใครทำไม่ผ่าน... ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด"​นักศึกษาหลายคนพยักหน้ารับคำสั่ง​เจนจ้องมองชิ้นงานตัวอย่างของครูด้วยความตั้งใจ นี่คือโอกาสสำคัญของเธอ... เธออยากพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่า เธอไม่ได้อ่อนแอ

  • โรงเรียนนักเลงที่ฉันไม่อยากเข้า   ตอนที่ 8 โดนเข้าใจผิด

    เสียงเครื่องมือกระทบกันดังเป็นจังหวะสะท้อนไปทั่วห้องปฏิบัติการ การเรียนภาคปฏิบัติของวันนี้กำลังดำเนินไปอย่างวุ่นวาย นักศึกษาทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย เช่นเดียวกับเจนจิราที่กำลังตรวจสอบอุปกรณ์ของตัวเองอย่างละเอียด หลังจากช่วงที่ผ่านมาเธอพยายามฝึกฝนอย่างหนักจนเริ่มใช้งานมันได้คล่องมือมากขึ้น​"หมดเวลา!"​เสียงครูผู้สอนปรบมือเรียกระกาศความสนใจ "เก็บเครื่องมือให้ครบ แล้วตรวจสอบความเรียบร้อยบนโต๊ะของตัวเองด้วย"​บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนเป็นเสียงเก็บของและชักลากเก้าอี้ ทว่าเพียงไม่กี่นาทีต่อมา เสียงตะโกนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา​"ครูครับ! เครื่องมือชุดนี้หายไปครับ" นักศึกษาชายคนหนึ่งยกมือขึ้นโวยวาย​ครูผู้สอนหันขวับทันที "อะไรนะ?" เขาเดินตรงไปตรวจตู้เก็บอุปกรณ์ด้วยตัวเอง ก่อนจะขมวดคิ้วแน่นด้วยความเครียด "ใครเอาออกไป"​ไม่มีใครตอบ... บรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมกดต่ำและเงียบกริบลงทันตา ครูปาดสายตามองทุกคนทีละคนอย่างพิจารณา​"ถ้าใครหยิบไปแล้วไม่เอามาคืน ให้เอามาวางไว้ที่โต๊ะครูตอนนี้"​ยังคงไม่มีใครขยับ ทุกคนต่างยืนเงียบ ครูถอนหายใจยาว "งั้นตรวจของทุกคน"​เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที นัก

  • โรงเรียนนักเลงที่ฉันไม่อยากเข้า   ตอนที่ 7 รุ่นพี่ที่ชื่อภาคิน

    เสียงสัญญาณพักกลางวันดังขึ้น​ทันทีที่อาจารย์เดินออกจากห้อง เหล่านักศึกษาชายก็พากันแยกย้าย บางกลุ่มกุลีกุจอลงสนามฟุตบอล บางกลุ่มมุ่งหน้าไปยังโรงฝึกงานของแผนก ส่วนคนที่เหลือก็ตรงไปโรงอาหาร​เจนจิราหยิบแผนที่วิทยาลัยที่ได้รับแจกมาตอนวันปฐมนิเทศขึ้นมาดู เธอตั้งใจจะไปซื้ออุปกรณ์เรียนที่ร้านสหกรณ์ แต่เพราะพื้นที่กว้างใหญ่เกินกว่าที่คิด เพียงแค่เลี้ยวผิดไม่กี่เลี้ยว รู้ตัวอีกทีเธอก็หลงทางเสียแล้ว​"เอ... อาคารเรียนไปทางไหนนะ"​เจนพึมพำกับตัวเองพลางมองป้ายบอกทางตรงหน้าอย่างสับสน ทว่ายิ่งเดินก็ยิ่งไกลออกไป... จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าอาคารช่างยนต์​เสียงกระหึ่มของเครื่องยนต์จากห้องปฏิบัติการดังขึ้นเป็นระยะ พร้อมกลิ่นน้ำมันเครื่องที่ลอยคลุ้งจมูก พอรู้ตัวว่ามาผิดที่ เธอจึงเตรียมจะหมุนตัวกลับ แต่แล้วเสียงทักของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้น​"น้อง"​เจนหันไปตามเสียง เห็นรุ่นพี่ผู้หญิงในชุดช็อปสีเข้มเดินตรงเข้ามาหา สายตาและสีหน้าเรียบตึงดูจริงจัง​"ตึกนี้เป็นพื้นที่ฝึกงานของช่างยนต์ น้องมาผิดที่แล้วล่ะ"​"ขอโทษค่ะ! พอดีหนูหลงทาง..." เจนรีบยกมือไหว้ลนลาน "หนูกำลังจะรีบ"​"น้องเขาหลงทางครับ"​เสียงทุ้มอบอุ่

  • โรงเรียนนักเลงที่ฉันไม่อยากเข้า   ตอนที่ 6 ไม่ต้องการคนอ่อนแอ

    เช้าวันถัดมา​ห้องปฏิบัติการงานช่างยนต์กลับมาคึกคักอีกครั้ง เต็มไปด้วยเสียงเครื่องมือเหล็กกระทบกันคละเคล้าไปกับเสียงพูดคุยเฮฮาของเหล่านักศึกษาชาย ครูผู้สอนสั่งทำการเลื่อนเครื่องยนต์ฝึกหัดขนาดกะทัดรัดมาวางไว้ประจำจุด ก่อนจะป่าวประกาศเสียงดังลั่น​"เอาล่ะทุกคน! วันนี้โจทย์แรกคือให้ทุกคู่ช่วยกันยกเครื่องยนต์ขึ้นไปติดตั้งบนโต๊ะปฏิบัติงานของตัวเอง ระวังกันด้วยล่ะ เครื่องนี้มันหนักเกือบสามสิบกิโลกรัมเลยนะ!"​สิ้นเสียงคำสั่งของครู นักศึกษาแต่ละโต๊ะก็เริ่มขยับกายจับคู่ช่วยกันออกแรงยกเครื่องยนต์เหล็กกล้าขึ้นโต๊ะ เสียงหัวเราะและเสียงบ่นโอดครวญดังขึ้นเป็นระยะ บางคนแกล้งทำเป็นหลังหัก บางกลุ่มตะโกนท้าทายแข่งกันว่าคู่ไหนจะยกเสร็จก่อน​ทว่า... เจนจิรากลับทำได้เพียงยืนมองก้อนเหล็กมหึมาตรงหน้าด้วยสีหน้าลังเลและเต็มไปด้วยความกังวล เนื่องจากโต๊ะของเธอไม่มีคู่เหมือนคนอื่น นั่นหมายความว่าเธอจำเป็นต้องแบกรับน้ำหนักเกือบสามสิบกิโลกรัมนี้ด้วยตัวคนเดียว​เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มี "เอาวะ... เป็นไงเป็นกัน"​มือบางยื่นออกไปจับขอบฐานเหล็กแน่น ก่อนจะออกแรงขยับยกขึ้นสุดกำลัง แรงฮึดทำให

  • โรงเรียนนักเลงที่ฉันไม่อยากเข้า   ตอนที่ 5 ผู้หญิงคนนั้นไม่ยอมแพ้

    เช้าวันถัดมา เวลา 06:30 น.​ท้องฟ้ายังคงถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกและแสงทออ่อนยามเช้า บานประตูรั้วเหล็กของวิทยาลัยเพิ่งจะถูกเลื่อนเปิดออกได้ไม่นาน ภารโรงวัยกลางคนที่กำลังจับไม้กวาดทางมะพร้าวกวาดลานหน้าอาคารช่างกลถึงกับชะงักกึก เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งในชุดเสื้อช็อปยืนกอดอกรออยู่หน้าประตูห้องปฏิบัติการที่ยังปิดสนิท​"อ้าว... มาทำไมแต่เช้าเลยล่ะหนู? ประตูห้องแล็บยังไม่เปิดเลย"​เจนจิรารีบหันไปยกมือไหว้พลางส่งรอยยิ้มเกรงใจ "สวัสดียามเช้าค่ะลุง... คือ หนูอยากจะขออนุญาตเข้าไปฝึกใช้เครื่องมือช่างก่อนเริ่มคาบเรียนสักหน่อยได้ไหมคะ? หนูสัญญาว่าจะระวังและรักษาความสะอาดทุกอย่างเป็นอย่างดีเลยค่ะ"​ภารโรงมองใบหน้าเนียนที่พราวไปด้วยความมุ่งมั่นสลับกับกุญแจในมือ ก่อนจะใจอ่อนยอมพยักหน้ารับ "อ่ะ... ได้สิ แต่อย่าฝืนตัวเองเกินไปล่ะ"​"ขอบคุณมากค่ะลุง!"​แก๊ง... เคร้ง...​เสียงโลหะหนัก ๆ กระทบกันเบา ๆ ดังก้องสะท้อนอยู่ในห้องปฏิบัติการที่ว่างเปล่าไร้ผู้คน เจนจิราหยิบประแจเลื่อนขึ้นมา ลองปรับขนาด ทลองวางมุมจับใหม่ กดน้ำหนักลงไป ทันทีที่พลาดทำหลุดมือ เธอก็แค่ก้มลงเก็บมันขึ้นมาแล้วเริ่มต

  • โรงเรียนนักเลงที่ฉันไม่อยากเข้า   ตอนที่ 4 ไม่มีใครอยากคู่กับเธอ

    เช้าวันที่สองของการเปิดเรียน​กลิ่นฉุนไหม้ของเหล็กและน้ำมันเครื่องอบอวลคละคลุ้งไปทั่วห้องปฏิบัติการงานช่างพื้นฐาน นักศึกษาทุกคนเปลี่ยนมาสวมเสื้อช็อปสีเข้มเรียบร้อย เจนจิรายืนมองสารพัดเครื่องมือช่างที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะเหล็กด้วยความประหม่า... ประแจเลื่อน คีมล็อก ค้อน ไขควง หลายอย่างเธอเพิ่งเคยเห็นของจริงและสัมผัสเป็นครั้งแรกในชีวิต​ครูผู้สอนก้าวเข้ามาหน้าห้อง ก่อนจะประกาศเสียงดังลั่นสู้กับเสียงพัดลมระบายอากาศ "วันนี้เราจะลงมือฝึกใช้เครื่องมือช่างเบื้องต้น จับคู่กันได้เลย!"​สิ้นเสียงคำสั่ง ทั้งห้องก็ลุกฮือขึ้นพร้อมกันทันที เสียงตะโกนเรียกชื่อเพื่อนสนิทดังเซ็งแซ่วุ่นวาย​"เฮ้ย! มานี่ดิ๊คู่เดิม""กูอยู่กับมึงนะ!"​เพียงไม่ถึงครึ่งนาที คลื่นมนุษย์รอบตัวก็สลายตัวและจับกลุ่มกันจนครบ ทิ้งไว้เพียง... เจนจิรา​เธอยืนถือถุงมือผ้าดิบแน่นอยู่คนเดียวกลางห้องปฏิบัติการอันกว้างขวาง ไม่มีใครกวักมือเรียก ไม่มีใครเดินเข้ามาหา ราวกับร่างของเธอโปร่งแสงและไม่มีตัวตนอยู่ในห้องแห่งนี้ เจนจิราพยายามฝืนยิ้มกลบเกลื่อน ทั้งที่ความอึดอัดเริ่มเกาะกุมจิตใจจนอึดอัด​ครูผู้สอนกวาดสายตามองไปรอบห้องพลางถอนหายใจเบา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status