INICIAR SESIÓNหลังจากเหตุการณ์เครื่องมือหายผ่านพ้นไปหลายวันแม้ครูประจำวิชาจะประกาศต่อหน้าทุกคนแล้วว่า เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงความเข้าใจผิด และเจนจิราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักขโมยแม้แต่น้อยทว่าสำหรับเพื่อนร่วมชั้นบางคน... ความไว้วางใจที่สูญเสียไปแล้ว ไม่อาจดึงกลับคืนมาได้ในทันทีทุกครั้งที่เจนเดินผ่านกลุ่มนักศึกษา เสียงกระซิบกระซาบยังคงดังลอยมาเป็นระยะ"เรื่องจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้""ใครจะไปรู้ล่ะ""ถ้ากระเป๋าไม่ได้สลับกันจริงๆ ล่ะ?"เจนได้ยินชัดเจนทุกคำพูดแต่เธอเลือกที่จะสงบนิ่งและเงียบเฉยเพราะรู้ดีว่า... ต่อให้พยายามอธิบายอะไรออกไป คนที่ไม่คิดจะเชื่อ ก็ยังคงไม่เชื่ออยู่วันยันค่ำเธอจึงทำได้เพียงก้าวเดินผ่านไป ทำเหมือนไม่ได้ยินคำนินทาเหล่านั้น ทั้งที่ทุกถ้อยคำกำลังบาดลึกลงในใจทีละน้อย...คาบบ่ายครูนำแผ่นเหล็กจำนวนหนึ่งมาวางจัดเรียงไว้บนโต๊ะปฏิบัติงาน"วันนี้เราจะทำชิ้นงานพื้นฐาน ใครทำไม่ผ่าน... ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด"นักศึกษาหลายคนพยักหน้ารับคำสั่งเจนจ้องมองชิ้นงานตัวอย่างของครูด้วยความตั้งใจ นี่คือโอกาสสำคัญของเธอ... เธออยากพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่า เธอไม่ได้อ่อนแอ
เสียงเครื่องมือกระทบกันดังเป็นจังหวะสะท้อนไปทั่วห้องปฏิบัติการ การเรียนภาคปฏิบัติของวันนี้กำลังดำเนินไปอย่างวุ่นวาย นักศึกษาทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย เช่นเดียวกับเจนจิราที่กำลังตรวจสอบอุปกรณ์ของตัวเองอย่างละเอียด หลังจากช่วงที่ผ่านมาเธอพยายามฝึกฝนอย่างหนักจนเริ่มใช้งานมันได้คล่องมือมากขึ้น"หมดเวลา!"เสียงครูผู้สอนปรบมือเรียกระกาศความสนใจ "เก็บเครื่องมือให้ครบ แล้วตรวจสอบความเรียบร้อยบนโต๊ะของตัวเองด้วย"บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนเป็นเสียงเก็บของและชักลากเก้าอี้ ทว่าเพียงไม่กี่นาทีต่อมา เสียงตะโกนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา"ครูครับ! เครื่องมือชุดนี้หายไปครับ" นักศึกษาชายคนหนึ่งยกมือขึ้นโวยวายครูผู้สอนหันขวับทันที "อะไรนะ?" เขาเดินตรงไปตรวจตู้เก็บอุปกรณ์ด้วยตัวเอง ก่อนจะขมวดคิ้วแน่นด้วยความเครียด "ใครเอาออกไป"ไม่มีใครตอบ... บรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมกดต่ำและเงียบกริบลงทันตา ครูปาดสายตามองทุกคนทีละคนอย่างพิจารณา"ถ้าใครหยิบไปแล้วไม่เอามาคืน ให้เอามาวางไว้ที่โต๊ะครูตอนนี้"ยังคงไม่มีใครขยับ ทุกคนต่างยืนเงียบ ครูถอนหายใจยาว "งั้นตรวจของทุกคน"เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที นัก
เสียงสัญญาณพักกลางวันดังขึ้นทันทีที่อาจารย์เดินออกจากห้อง เหล่านักศึกษาชายก็พากันแยกย้าย บางกลุ่มกุลีกุจอลงสนามฟุตบอล บางกลุ่มมุ่งหน้าไปยังโรงฝึกงานของแผนก ส่วนคนที่เหลือก็ตรงไปโรงอาหารเจนจิราหยิบแผนที่วิทยาลัยที่ได้รับแจกมาตอนวันปฐมนิเทศขึ้นมาดู เธอตั้งใจจะไปซื้ออุปกรณ์เรียนที่ร้านสหกรณ์ แต่เพราะพื้นที่กว้างใหญ่เกินกว่าที่คิด เพียงแค่เลี้ยวผิดไม่กี่เลี้ยว รู้ตัวอีกทีเธอก็หลงทางเสียแล้ว"เอ... อาคารเรียนไปทางไหนนะ"เจนพึมพำกับตัวเองพลางมองป้ายบอกทางตรงหน้าอย่างสับสน ทว่ายิ่งเดินก็ยิ่งไกลออกไป... จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าอาคารช่างยนต์เสียงกระหึ่มของเครื่องยนต์จากห้องปฏิบัติการดังขึ้นเป็นระยะ พร้อมกลิ่นน้ำมันเครื่องที่ลอยคลุ้งจมูก พอรู้ตัวว่ามาผิดที่ เธอจึงเตรียมจะหมุนตัวกลับ แต่แล้วเสียงทักของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้น"น้อง"เจนหันไปตามเสียง เห็นรุ่นพี่ผู้หญิงในชุดช็อปสีเข้มเดินตรงเข้ามาหา สายตาและสีหน้าเรียบตึงดูจริงจัง"ตึกนี้เป็นพื้นที่ฝึกงานของช่างยนต์ น้องมาผิดที่แล้วล่ะ""ขอโทษค่ะ! พอดีหนูหลงทาง..." เจนรีบยกมือไหว้ลนลาน "หนูกำลังจะรีบ""น้องเขาหลงทางครับ"เสียงทุ้มอบอุ่
เช้าวันถัดมาห้องปฏิบัติการงานช่างยนต์กลับมาคึกคักอีกครั้ง เต็มไปด้วยเสียงเครื่องมือเหล็กกระทบกันคละเคล้าไปกับเสียงพูดคุยเฮฮาของเหล่านักศึกษาชาย ครูผู้สอนสั่งทำการเลื่อนเครื่องยนต์ฝึกหัดขนาดกะทัดรัดมาวางไว้ประจำจุด ก่อนจะป่าวประกาศเสียงดังลั่น"เอาล่ะทุกคน! วันนี้โจทย์แรกคือให้ทุกคู่ช่วยกันยกเครื่องยนต์ขึ้นไปติดตั้งบนโต๊ะปฏิบัติงานของตัวเอง ระวังกันด้วยล่ะ เครื่องนี้มันหนักเกือบสามสิบกิโลกรัมเลยนะ!"สิ้นเสียงคำสั่งของครู นักศึกษาแต่ละโต๊ะก็เริ่มขยับกายจับคู่ช่วยกันออกแรงยกเครื่องยนต์เหล็กกล้าขึ้นโต๊ะ เสียงหัวเราะและเสียงบ่นโอดครวญดังขึ้นเป็นระยะ บางคนแกล้งทำเป็นหลังหัก บางกลุ่มตะโกนท้าทายแข่งกันว่าคู่ไหนจะยกเสร็จก่อนทว่า... เจนจิรากลับทำได้เพียงยืนมองก้อนเหล็กมหึมาตรงหน้าด้วยสีหน้าลังเลและเต็มไปด้วยความกังวล เนื่องจากโต๊ะของเธอไม่มีคู่เหมือนคนอื่น นั่นหมายความว่าเธอจำเป็นต้องแบกรับน้ำหนักเกือบสามสิบกิโลกรัมนี้ด้วยตัวคนเดียวเธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มี "เอาวะ... เป็นไงเป็นกัน"มือบางยื่นออกไปจับขอบฐานเหล็กแน่น ก่อนจะออกแรงขยับยกขึ้นสุดกำลัง แรงฮึดทำให
เช้าวันถัดมา เวลา 06:30 น.ท้องฟ้ายังคงถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกและแสงทออ่อนยามเช้า บานประตูรั้วเหล็กของวิทยาลัยเพิ่งจะถูกเลื่อนเปิดออกได้ไม่นาน ภารโรงวัยกลางคนที่กำลังจับไม้กวาดทางมะพร้าวกวาดลานหน้าอาคารช่างกลถึงกับชะงักกึก เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งในชุดเสื้อช็อปยืนกอดอกรออยู่หน้าประตูห้องปฏิบัติการที่ยังปิดสนิท"อ้าว... มาทำไมแต่เช้าเลยล่ะหนู? ประตูห้องแล็บยังไม่เปิดเลย"เจนจิรารีบหันไปยกมือไหว้พลางส่งรอยยิ้มเกรงใจ "สวัสดียามเช้าค่ะลุง... คือ หนูอยากจะขออนุญาตเข้าไปฝึกใช้เครื่องมือช่างก่อนเริ่มคาบเรียนสักหน่อยได้ไหมคะ? หนูสัญญาว่าจะระวังและรักษาความสะอาดทุกอย่างเป็นอย่างดีเลยค่ะ"ภารโรงมองใบหน้าเนียนที่พราวไปด้วยความมุ่งมั่นสลับกับกุญแจในมือ ก่อนจะใจอ่อนยอมพยักหน้ารับ "อ่ะ... ได้สิ แต่อย่าฝืนตัวเองเกินไปล่ะ""ขอบคุณมากค่ะลุง!"แก๊ง... เคร้ง...เสียงโลหะหนัก ๆ กระทบกันเบา ๆ ดังก้องสะท้อนอยู่ในห้องปฏิบัติการที่ว่างเปล่าไร้ผู้คน เจนจิราหยิบประแจเลื่อนขึ้นมา ลองปรับขนาด ทลองวางมุมจับใหม่ กดน้ำหนักลงไป ทันทีที่พลาดทำหลุดมือ เธอก็แค่ก้มลงเก็บมันขึ้นมาแล้วเริ่มต
เช้าวันที่สองของการเปิดเรียนกลิ่นฉุนไหม้ของเหล็กและน้ำมันเครื่องอบอวลคละคลุ้งไปทั่วห้องปฏิบัติการงานช่างพื้นฐาน นักศึกษาทุกคนเปลี่ยนมาสวมเสื้อช็อปสีเข้มเรียบร้อย เจนจิรายืนมองสารพัดเครื่องมือช่างที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะเหล็กด้วยความประหม่า... ประแจเลื่อน คีมล็อก ค้อน ไขควง หลายอย่างเธอเพิ่งเคยเห็นของจริงและสัมผัสเป็นครั้งแรกในชีวิตครูผู้สอนก้าวเข้ามาหน้าห้อง ก่อนจะประกาศเสียงดังลั่นสู้กับเสียงพัดลมระบายอากาศ "วันนี้เราจะลงมือฝึกใช้เครื่องมือช่างเบื้องต้น จับคู่กันได้เลย!"สิ้นเสียงคำสั่ง ทั้งห้องก็ลุกฮือขึ้นพร้อมกันทันที เสียงตะโกนเรียกชื่อเพื่อนสนิทดังเซ็งแซ่วุ่นวาย"เฮ้ย! มานี่ดิ๊คู่เดิม""กูอยู่กับมึงนะ!"เพียงไม่ถึงครึ่งนาที คลื่นมนุษย์รอบตัวก็สลายตัวและจับกลุ่มกันจนครบ ทิ้งไว้เพียง... เจนจิราเธอยืนถือถุงมือผ้าดิบแน่นอยู่คนเดียวกลางห้องปฏิบัติการอันกว้างขวาง ไม่มีใครกวักมือเรียก ไม่มีใครเดินเข้ามาหา ราวกับร่างของเธอโปร่งแสงและไม่มีตัวตนอยู่ในห้องแห่งนี้ เจนจิราพยายามฝืนยิ้มกลบเกลื่อน ทั้งที่ความอึดอัดเริ่มเกาะกุมจิตใจจนอึดอัดครูผู้สอนกวาดสายตามองไปรอบห้องพลางถอนหายใจเบา







