แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: กิ่งไม้แปลวเพลิง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา สวี่ลู่นั่งอยู่ในแท็กซี่ มองไปยังรถเบนซ์ G-Class สีชมพูที่อยู่ไม่ไกล

ฟู่เซินเปิดซันรูฟ เพียงแค่หนึ่งนาที รถเบนซ์ G-Class สีชมพูก็โยกไหวอย่างรวดเร็ว

ผู้คนรอบข้างหลายคนหยุดดู พลางอุทานด้วยความประหลาดใจ

“เล่นกันกลางแจ้ง เร้าใจจริง ๆ”

“แหม ๆ คนรวยนี่รู้จักเล่นจริง ๆ ริมทะเลสาบ รถเบนซ์ G-Class กับสาวสวย คืนนี้คงสนุกสุดเหวี่ยงแน่ ๆ”

สวี่ลู่มองรถที่กำลังโยกไหวด้วยดวงตาแดงก่ำ รู้สึกเพียงทั้งร่างเย็นเฉียบ เธออัดวิดีโอไว้ห้านาทีด้วยมือสั่นระริก

จากนั้นเธอก็ส่งวิดีโอไปให้เลขา แล้วสั่งด้วยเสียงแหบพร่า

“เธอเอาคลิปนี้ไปเปิดวันงานแต่งงาน”

หลังจากส่งข้อความเสียงเสร็จ สวี่ลู่ก็โทรหาแม่

“แม่คะ อีกเจ็ดวันหนูจะไปหาแม่กับพ่อที่นอร์เวย์นะคะ”

คุณนายสวี่ที่อยู่ปลายสายจับสังเกตได้ว่าน้ำเสียงของสวี่ลู่สั่นเล็กน้อย มีบางอย่างผิดปกติ เธอขมวดคิ้วแน่น

“ฟู่เซินมากับลูกด้วยหรือเปล่า”

“หนูไปคนเดียวค่ะ”

“จ้ะ อย่าเสียใจไปเลยนะลูก” คุณนายสวี่สีหน้าไม่สู้ดีนัก เธอพอจะรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น จึงเอ่ยปลอบว่า

“ถึงเวลาแม่จะไปรับลูกที่สนามบินนะ”

กลางดึก ฟู่เซินกลับมาพร้อมเสียงดังเอะอะ ปลุกสวี่ลู่ที่หลับสนิทให้ตื่นขึ้นมา

เขาดื่มจนเมามาย มือประคองใบหน้าสวี่ลู่ไว้แล้วจูบซ้ำ ๆ

อาจเพราะคืนนี้จู่ ๆ สวี่ลู่ก็โกรธขึ้นมา เขาจึงพึมพำด้วยความไม่สบายใจ

“ที่รัก ผมรักคุณนะ”

“คุณจะอารมณ์เสียใส่ผม จะด่าหรือจะตีผมก็ได้ แต่ตลอดชีวิตนี้อย่าทิ้งผมไปเลยนะ ได้ไหม”

“ที่รัก คุณอย่ากังวลเลย ผมไม่นอกใจหรอก”

บนเตียงหลังใหญ่ สวี่ลู่จ้องฟู่เซินด้วยสายตาเย็นชา

ชายหนุ่มคงจะดื่มมากเกินไป ตอนกลับบ้านจึงลืมเช็ดรอยลิปสติกสีแดงบนลำคอออก

แต่ความรักที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของเขา กลับไม่มีความเสแสร้งปะปนอยู่เลยแม้แต่น้อย

เช้าวันรุ่งขึ้น สวี่ลู่สะลึมสะลือตื่นขึ้นมา

ฟู่เซินบีบยาสีฟันเตรียมไว้ ยื่นน้ำยาบ้วนปากอุ่น ๆ มาให้ และเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่วันนี้ไว้ให้เธอเรียบร้อยแล้ว

เมื่อสวี่ลู่แต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ฟู่เซินก็ลงมาชั้นล่างพร้อมกับเธอ

บนโต๊ะอาหาร โทรศัพท์ของฟู่เซียนสั่นขึ้นมา เขาเหลือบดูข้อความแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมามองสวี่ลู่ด้วยท่าทีเกรงใจเล็กน้อย

“ลู่ลู่ เย็นนี้ผมไม่กลับบ้านนะ มีสังสรรค์”

สวี่ลู่ที่กำลังกินเจียนปิ่งหยุดชะงัก เธอรู้ว่าวันนี้ฟู่เซินต้องไปอยู่กับเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ ทว่าก็ขี้เกียจจะเปิดโปงเขา

“ค่ะ”

รอฟู่เซินไปแล้ว สวี่ลู่จึงเรียกแท็กซี่คันหนึ่งตามเขาไป

ยี่สิบนาทีต่อมา ฟู่เซินขับรถเข้าไปในเขตหมู่บ้านที่สภาพแวดล้อมค่อนข้างดีแห่งหนึ่ง

เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์สวมชุดสไตล์ชาแนลสีขาว พันผ้าพันคอสีขาว แต่งตัวดูสวยและประณีต

เธอเห็นเบนท์ลีย์ของฟู่เซินจากไกล ๆ จึงโบกมือให้อย่างน่ารักและกระตือรือร้น แล้ววิ่งเหยาะ ๆ ไปขึ้นรถ

ทั้งคู่คงจะคลอเคลียกันอยู่ในรถสักพัก ก่อนที่ฟู่เซินจะขับรถออกจากหมู่บ้านไป

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เบนท์ลีย์สีดำก็จอดที่สตูดิโอถ่ายภาพพรีเวดดิงแห่งหนึ่ง

เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ออกมาจากที่นั่งข้างคนขับ รอให้ฟู่เซินเดินเข้ามา ก่อนจะคล้องแขนฟู่เซินเดินเข้าไปอย่างสนิทสนม

พอพนักงานที่อยู่หน้าประตูเห็นทั้งคู่ก็เข้ามาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น

“ประธานฟู่กับคุณเซี่ยงมาแล้วเหรอคะ ทางเราเคลียร์สถานที่ไว้ล่วงหน้าแล้ว ฉันจะพาทั้งสองท่านไปดูสไตล์ภาพพรีเวดดิงที่อีกสักครู่ต้องถ่ายก่อนนะคะ”

ภายในรถ สวี่ลู่มองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไอเย็นสายหนึ่งแล่นวาบไปทั่วทั้งร่าง

ทันใดนั้น โทรศัพท์ก็ดังขึ้น

สวี่ลู่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแวบหนึ่ง เป็นสายโทรเข้าจากเพื่อนสนิทอย่างหลินเสี้ยว

เธอสไลด์รับสาย ไม่นานน้ำเสียงสดใสของหลินเสี้ยวก็ดังมาจากปลายสาย

“ลู่ลู่ อยู่ไหน ฉันจะชวนเธอไปดื่มชายามบ่าย”

สวี่ลู่บอกพิกัดสตูดิโอถ่ายพรีเวดดิงไปทันที

หลินเสี้ยวที่อยู่ปลายสายชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะคร่ำครวญออกมา

“เธอกับฟู่เซินแต่งงานกันมาห้าปีแล้ว ตอนนี้ยังจะไปถ่ายพรีเวดดิงกันอีก ได้เลย ยิ่งอยู่ด้วยกันก็ยิ่งหวาน ทำคนโสดอย่างฉันอิจฉาจะแย่”

สวี่ลู่เหม่อลอยเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยอย่างขมขื่น

“เสี้ยวเสี้ยว เขาไม่ได้ถ่ายพรีเวดดิงกับฉัน”

หลินเสี้ยวอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะตระหนักได้ว่ามีบางอย่างไม่ปกติ

“ถ่ายกับผู้หญิงคนอื่นเหรอ ฟู่เซินนอกใจงั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้หรอก! เธอรอเดี๋ยวนะ ฉันจะรีบไปถึงในอีกยี่สิบนาที!”

ยี่สิบนาทีต่อมา สวี่ลู่ก็เข้าไปในรถของหลินเสี้ยว

ระหว่างที่หลินเสี้ยวถามด้วยความเป็นห่วง สวี่ลู่จึงเล่าเรื่องที่ช่วงนี้ฟู่เซินนอกใจ หลังจากที่เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์กลับประเทศมาให้ฟัง

จากนั้นเธอก็เปิดข้อความเสียงยั่วยุที่เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ใช้โทรศัพท์ฟู่เซินส่งมาเมื่อเดือนก่อน แล้วชี้ไปที่สตูดิโอถ่ายพรีเวดดิงพลางยิ้มอย่างขมขื่น

“เสี้ยวเสี้ยว อย่างที่เธอเห็น วันนี้เป็นวันเกิดเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ ฟู่เซินตั้งใจจะถ่ายพรีเวดดิงกับเขา”

หลินเสี้ยวมองตามสายตาของเธอไป

ภายในร้านชุดแต่งงาน ฟู่เซินกำลังก้มหน้าจัดคอเสื้อชุดเจ้าสาวให้เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์

สีหน้าของของเขาอ่อนโยน ท่าทางระมัดระวัง ราวกับกำลังสัมผัสงานศิลปะชิ้นหนึ่ง

หลินเสี้ยวขมวดคิ้วมุ่น

“ฉันทนไม่ไหวแล้ว ฉันจะไปซัดกับพวกนั้นสักยก ระบายความโกรธแทนเธอ”

หลินเสี้ยวเป็นคนอารมณ์ร้อน

เธอถกแขนเสื้อขึ้นเตรียมจะพุ่งเข้าไปในร้านชุดแต่งงาน แต่ก็ถูกสวี่ลู่ขวางเอาไว้ก่อน

“เดี๋ยว ฉันอยากดูว่าต่อไปพวกเขาจะทำอะไร”

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฟู่เซินกับเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ก็เดินออกมาจากร้านชุดแต่งงาน

ทั้งคู่เปลี่ยนชุดแล้ว คนหนึ่งสวมสูทสีดำเรียบเนี้ยบ ส่วนอีกคนหนึ่งสวมชุดเจ้าสาวสีขาวเข้ารูป และจับมือกันเข้าไปในรถเบนท์ลีย์

ผ่านไปครู่หนึ่ง พวกเขาก็มาถึงริมทะเลสาบ

เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกแอบถ่าย จุดถ่ายพรีเวดดิงของที่นี่จึงถูกกั้นพื้นที่ไว้ล่วงหน้า และช่างภาพก็มารออยู่ก่อนแล้ว

เมื่อเห็นทั้งคู่มา ช่างภาพก็พูดขึ้นมาพร้อมกับยิ้มประจบ

“คุณฟู่กับคุณเซี่ยงเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกเลยครับ เป็นคู่สามีภรรยาที่หน้าตาดีที่สุดเท่าที่ผมเคยถ่ายมาเลย”

เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์คล้องแขนฟู่เซินไว้ พลางพูดพร้อมยิ้มอย่างน่ารัก

“ก็ใครใช้ให้ฉันตาถึงเลือกผู้ชายเก่งล่ะคะ สามีของฉันหล่อจริง ๆ”

ในครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งคู่เปลี่ยนสูทและชุดเจ้าสาวไปทั้งหมดสามชุด

อากาศในฤดูหนาวค่อนข้างเย็น ระหว่างช่วงพักถ่าย ฟู่เซินจึงหยิบผ้าคลุมหนา ๆ มาคลุมให้เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์อย่างเอาใจใส่

พอเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ฟอร์มถ่ายรูปไม่ค่อยดี ฟู่เซินก็จะคอยปลอบและให้กำลังใจเธอ จนเธอเข้าฟอร์มได้อย่างราบรื่น

หลังจากถ่ายภาพเสร็จ ฟู่เซินไม่ได้รีบออกไป แต่จู่ ๆ เขาก็คุกเข่าลงข้างหนึ่ง

ท่ามกลางสายตาประหลาดใจของเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ เขาหยิบกุหลาบกับแหวนขอแต่งงานที่เตรียมไว้นานแล้วออกมา

“ก่อนหน้านี้เธอบอกว่าอยากถ่ายพรีเวดดิง ฉันคิดมาตลอดว่าควรจะขอแต่งงานอย่างเป็นทางการสักครั้ง แต่เธอก็เห็นใจฉัน คอยย้ำอยู่เสมอว่าไม่ต้องขอแต่งงานก็ได้”

“แต่ฉันจะปล่อยให้เธอน้อยใจไม่ได้ เสวี่ยเอ๋อร์ แต่งงานกับฉันได้ไหม”
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 23

    เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์รู้ตัวว่าเผลอหลุดปากไป เธอจึงรีบหุบปากลงทันทีนัยน์ตาของฟู่เซินมืดทะมึน เขาจ้องเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์เขม็ง พลางเน้นทีละคำ“เธอเป็นคนสั่งให้เซวียฮ่าวฆ่าลู่ลู่ใช่ไหม”เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์รีบส่ายหน้า ยังคงแก้ตัว“ฉันเปล่า...”ผลัวะ!เธอยังพูดคำสุดท้ายไม่ทันจบ ฟู่เซินก็ซัดหมัดเข้าที่หน้าของเธออย่างจังหมัดนี้ซัดจนหน้าของเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์หันไปตามแรงกระแทกซัดจนเธอเลือดกลบปากฟู่เซินหรี่ตาลง ซัดหมัดใส่หน้าเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์หมัดแล้วหมัดเล่าราวกับคนเสียสติไม่กี่นาทีต่อมา เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ก็ล้มลงไปกองกับพื้นเพราะทนไม่ไหวทว่าหมัดของฟู่เซินกลับไม่ผ่อนแรงลงเลยแม้แต่น้อยแขกเหรื่อรอบข้างเห็นท่าทางบ้าคลั่งของฟู่เซินก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามเลยสักคนกระทั่งตำรวจและรถพยาบาลมาถึง ฟู่เซินถึงได้หยุดทุบตีเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ตอนเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ถูกหามขึ้นรถพยาบาลไป สภาพของเธอก็เละเทะไปทั้งตัวตั้งนานแล้วไม่นานนัก งานฉลองครบเดือนที่เคยครึกครื้นและเต็มไปด้วยความสุขก็เหลือเพียงเสียงร้องไห้ของเด็กทารกสามวันต่อมา สวี่ลู่เข้าร่วมงานของตระกูลสวี่ในฐานะสวี่ซินเซิงครั้งนี้เธอเปลี่ย

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 22

    เดิมทีการที่เธอจะเอาเส้นผมของฟู่จื่อหาวไปตรวจดีเอ็นเอถือเป็นเรื่องยุ่งยากแต่ต้องขอบคุณที่ปกติเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ทำตัวไม่ดีกับสาวใช้ในบ้านเธอดูถูกสาวใช้ก็แล้วไปเถอะ ปกติยังชอบดุด่าว่ากล่าวพวกเธออีกตอนเธอแอบคุยกับสาวใช้เป็นการส่วนตัว เธอยังไม่ทันหยิบเงินที่เตรียมไว้ออกมา สาวใช้ก็ยอมช่วยดึงเส้นผมของฟู่จื่อหาวให้ เพื่อเป็นการระบายความแค้นบนชั้นสอง พนักงานเสิร์ฟห้าคนกำลังยกอาหารมาเสิร์ฟตามเวลามีพนักงานเสิร์ฟหญิงสวมหน้ากากอนามัยคนหนึ่งถือจานที่มีฝาครอบแบบอาหารตะวันตกเดินไปหยุดอยู่ข้างกายฟู่เซินเธอค่อย ๆ เปิดฝาครอบออกภายในจานไม่มีอาหารใด ๆ กลับมีเอกสารสำเนาสี่ฉบับวางหราอยู่คนที่ร่วมโต๊ะหันมามองทันที และเนื่องจากความเคลื่อนไหวฝั่งนี้ค่อนข้างใหญ่โต แขกเหรื่อโต๊ะข้าง ๆ จึงพากันชะโงกหน้ามาดู“นั่นอะไรน่ะ”“ไม่รู้สิ รู้สึกเหมือนจะได้กินเผือกอีกรอบ”เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เกิดความระแวงขึ้นมา เธอกำลังคิดจะดึงเอกสารสำเนากลับไป ทว่าฟู่เซินกลับชิงหยิบผลตรวจร่างกายของตัวเองขึ้นมาดูเสียก่อนชื่อ: ฟู่เซินเพศ: ชายผลการวินิจฉัย: ภาวะมีบุตรยากในเพศชาย ไม่มีตัวอสุจิรูม่าน

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 21

    “นี่เป็นบทลงโทษสำหรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของแกในช่วงนี้ กฎประจำตระกูลฟู่คือต้องซื่อสัตย์และรักเดียวใจเดียว ครอบครัวปรองดองถึงจะเจริญรุ่งเรือง!”ฟู่เซินหลุบตาลงอย่างหม่นหมองปู่ลงโทษไม่ให้เขาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของตระกูลฟู่เป็นเวลาห้าปี ปู่มีหลานชายหลายคน ในช่วงเวลาห้าปีนี้ไม่รู้ว่าจะมีพี่น้องกี่คนที่แซงหน้าและเหยียบย่ำเขามีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะสูญเสียสิทธิ์ในการเป็นผู้สืบทอดไปตลอดกาลแต่เขาเสียสวี่ลู่ไปแล้วจะเอาธุรกิจของตระกูลฟู่ไปทำไมอีก“เข้าใจแล้วครับ ปู่”คุณท่านฟู่ส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง ก่อนจะใช้ไม้เท้าพยุงตัวเดินจากไปตกเย็น เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ได้รู้เรื่องที่ฟู่เซินถูกคุณท่านฟู่ออกคำสั่งห้ามเข้ามายุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของตระกูลฟู่เป็นเวลาห้าปีเธอนั่งอยู่คนเดียวในห้องรับแขก ภายในหัวสับสนวุ่นวายไปหมดคราวก่อนเธอโทรศัพท์หาเซวียฮ่าว บอกว่าจะเข้าครัวทำกับข้าวให้เขาเป็นรางวัลเซวียฮ่าวบอกว่าจะรีบกลับประเทศมาหาเธอทันที ทว่าผ่านไปไม่นาน เซวียฮ่าวก็โทรศัพท์หาเธออีกครั้งเขาบอกว่าคุณท่านเซวียเรียกเขากลับไปที่บ้านใหญ่หลังจากวางสายครั้งนั้น เธอก็ติดต่อเซวียฮ่าวไม่ได้อีกเ

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 20

    “ครับ คุณนาย”หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ทนายหลี่เดินทางมาที่คฤหาสน์ของฟู่เซินเขามองผู้ชายตรงหน้าที่น้ำหนักลดลงไปเกือบ 15 กิโลกรัม นัยน์ตาฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่งแค่หนึ่งวินาที สีหน้าของเขาก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว“ประธานฟู่ครับ คุณนายสวี่สั่งให้ผมนำคฤหาสน์ไปประกาศขาย วันนี้เจ้าของใหม่เซ็นสัญญารับมอบเรียบร้อย ทางนี้คงต้องขอให้คุณ...”ทนายหลี่ยังพูดไม่ทันจบ ฟู่เซินก็เงยหน้าขึ้น แค่นหัวเราะอย่างน่าเวทนา“จะให้ผมย้ายออกไปใช่ไหม ลู่ลู่ตายไปแล้ว ของของเธอในคฤหาสน์หลังนี้ก็ไม่มีเหลือ ผมอยู่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร”ฟู่เซินเดินโซเซออกไปด้านนอก ผู้ช่วยที่อยู่ข้าง ๆ รีบเดินตามไปด้วยความเป็นห่วงช่วงนี้เขามักจะดื่มเหล้าอย่างหนัก คิดถึงสวี่ลู่มากเกินไป วันหนึ่งนอนหลับแค่หนึ่งถึงสองชั่วโมงเวลาที่คิดถึงขั้นสุด เขากระทั่งพยายามจะกรีดข้อมือดังนั้นฟู่เซินยังไม่ทันเดินพ้นสวน เขาก็ข้อเท้าพลิกและหมดสติไปอีกครั้งผู้ช่วยพาฟู่เซินไปส่งโรงพยาบาล เขาทนดูต่อไปไม่ไหว จึงกดโทรศัพท์ไปยังเบอร์นั้นสองชั่วโมงต่อมา คนกลุ่มใหญ่ก็พากันเดินเข้ามาในโรงพยาบาลคนที่เดินนำหน้ามาคือคุณท่านฟู่เขาเดินเข้ามาในห้อ

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 19

    เธอมองฟู่เซินที่สติแตกจนแทบบ้า นัยน์ตาหม่นหมองจนยากจะคาดเดาความรู้สึกชายหนุ่มราวกับสิงโตตัวผู้ที่สูญเสียภรรยา ทิ้งความเย่อหยิ่งจองหองจนหมดสิ้นตอนเธอตัดสินใจจากฟู่เซินมาอย่างเด็ดเดี่ยวในตอนนั้นก็ไม่เห็นเขาจะสติแตกขนาดนี้...สวี่ลู่มีดีอะไรนักหนาเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าฟู่เซิน คว้ามือของเขาขึ้นมา พลางระบายความน้อยเนื้อต่ำใจของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง“คุณจะไปนอร์เวย์เหรอ สวี่ลู่ตายไปแล้ว คุณไปแล้วจะมีประโยชน์อะไร คุณไปตอนนี้ พอกลับมาก็กลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัวแล้วนะ!”ฟู่เซินเงยหน้าขึ้น เขาสะบัดมือของเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ทิ้งอย่างแรงเขาหยัดกายลุกขึ้น ขณะก้าวเข้าไปหาเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ทีละก้าวด้วยใบหน้ามืดครึ้มเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ตกใจกลัวกับสายตาอันดุร้ายของเขาเธอถอยหลังกรูด กระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับผนัง ฟู่เซินก็บีบคอเธออย่างแรง“ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนั้นเธอขวางไม่ให้ฉันไปหาลู่ลู่ ฉันกับเขาก็คงคืนดีกันไปตั้งนานแล้ว เขาจะเกิดอุบัติเหตุได้ยังไง”“เธอเป็นคนฆ่าลู่ลู่ทางอ้อม! เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ เธอคลอดเด็กออกมาเมื่อไหร่ ฉันจะทรมานเธอให้ตาย!”น้ำเสียงของชายหนุ่มเหี้ยมเกรียม

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 18

    “เซวียฮ่าวให้เรารอวันฝนตกในครั้งหน้า รอจนรถของคุณสวี่ขับไปถึงลานจอดรถของบริษัท แล้วให้พวกเราลงมือกับรถของเธอครับ”เขาชะงักไปเล็กน้อย น้ำเสียงของวิลเลียมคนพี่ทุ้มต่ำลง“เซวียฮ่าวกำชับซ้ำ ๆ ว่าต้องจัดการให้เด็ดขาดที่สุด เพื่อให้แน่ใจว่าจะจัดการคุณสวี่ได้ในครั้งเดียว”“ถ้าสำเร็จ เขาจะจ่ายเงินเพิ่มให้เราอีกสองล้านห้าครับ”การหมุนปากกาหมึกซึมในมือของลู่หวยชะงักกึก ใบหน้าหล่อเหลาแผ่ซ่านไปด้วยไอเย็นยะเยือก“หึ เขาใจป้ำดีนี่”วิลเลียมคนพี่ฟังออกถึงความเย็นชาในน้ำเสียงของลู่หวย เขาตกตะลึงไปหลายวินาทีปกติประธานลู่มักจะไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมา แต่ครั้งนี้เขากลับไม่ปิดบังความรู้สึกเลย“งั้นทางฝั่งผมควรจัดการยังไงดีครับ”ลู่หวยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสั่งการ“แค่งัดแงะนิดหน่อยก็พอ ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง”เขาจะจัดเตรียมตัวแทนให้มาขับรถแทนสวี่ลู่ ถึงตอนนั้นค่อยสร้างสถานการณ์แกล้งทำเป็นเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิต“ได้ครับ ประธานลู่”ห้าวันต่อมา ประเทศนอร์เวย์ก็มีฝนตกหนักตอนเช้า สวี่ลู่ขับรถไปที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของบริษัทตามปกติหลังจากจอดรถเสร็จ เธอก็สวมรองเท้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status