Share

บทที่ 3

Author: กิ่งไม้แปลวเพลิง
ฟู่เซินมองสวี่ลู่ด้วยความรักใคร่ทะนุถนอม ไม่อาจกลั้นรอยยิ้มที่มุมปากเอาไว้ได้

“ปล่อยไปตามธรรมชาติน่ะครับ ดีที่สุดก็ช่วงปลายปี จะผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ ขอแค่เป็นลูกที่ลู่ลู่คลอด ผมก็ชอบหมด”*

สวี่ลู่ก้มหน้ามองเค้กตรงหน้า พลางเงียบไม่พูดอะไรไปหลายวินาที

ฟู่เซินเริ่มลงมือตัดเค้กอย่างเอาใจใส่ ทว่าจู่ ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามา

เขาแจ้งฟู่เซินว่ารถของเขาถูกรถคันอื่นขูด ให้ฟู่เซินออกไปดู

ฟู่เซินขมวดคิ้วด้วยสีหน้าไม่สู้ดี

“ผมออกไปดูหน่อยนะ ลู่ลู่กินไปก่อนเลย ผมจะรีบจัดการให้เสร็จแล้วรีบกลับมา”

“คุณอยากดื่มอะไรก็สั่งเอาเองเลยนะ แต่ห้ามดื่มของเย็น เพราะมะรืนนี้ประจำเดือนคุณก็จะมาแล้ว”

คำพูดอันแสนใส่ใจนี้ทำเอาลูกค้าในร้านเค้กอิจฉาตาร้อนกันอีกครั้ง

“พระเจ้า แม้แต่วันที่ประจำเดือนมาก็ยังจำได้ ประธานฟู่ช่างเป็นผู้ชายแสนดีที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติจริง ๆ”

“ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าฉันเป็นคุณสวี่ ฉันจะมีความสุขขนาดไหน”

เถ้าแก่เนี้ยมองสวี่ลู่ที่เอาแต่เงียบ ก่อนเอ่ยยิ้ม ๆ

“คุณสวี่โชคดีจังเลยนะคะ โอกาสที่ชีวิตนี้ผู้หญิงเราจะเกิดมาเจอผู้ชายรักเดียวใจเดียวแถมยังรักและทะนุถนอมเรามีน้อยมากเลย”

สวี่ลู่ยิ้มขื่น

“นั่นน่ะสิคะ โอกาสน้อยมาก”

นี่ไงล่ะ จริง ๆ เธอก็ไม่ได้เจอเหมือนกัน

สวี่ลู่หันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างเพราะไม่อยากคุยหัวข้อนี้

ฟู่เซินเดินตามผู้ชายคนนั้นออกจากร้านเค้กไป

ผู้ชายคนนั้นก้มหน้าลง ไม่รู้ว่าพูดอะไรกับเขา

ฟู่เซินพยักหน้า ก่อนก้าวยาว ๆ เข้าไปในรถเบนซ์ G-Class สีชมพูที่จอดอยู่ข้างรถเบนท์ลีย์

รถเบนซ์ G-Class สีชมพูคันนั้น สวี่ลู่รู้สึกคุ้นตาอยู่บ้าง

ในงานเลี้ยงครั้งที่แล้ว เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ขับรถเบนซ์ G-Class สีชมพูมาปรากฏตัวอย่างเอิกเกริก

ป้ายทะเบียนเหมือนกับคันที่อยู่ตรงหน้านี้ไม่มีผิด

ได้ยินว่าเป็นของขวัญต้อนรับกลับประเทศที่ฟู่เซินมอบให้ ราคาต่ำ ๆ ก็สิบห้าล้าน

ซึ่งราคาพอ ๆ กับรถมายบัคสีชมพูนู้ดที่เขามอบให้เธอในวันนี้

ฟู่เซินเป็นปรมาจารย์แห่งการรักษาสมดุล

ไม่ว่าจะเป็นคนรักเก่ากับคนรักปัจจุบัน หรือรักแรกกับภรรยา เขาก็รักษาระดับน้ำในชามได้ราบเรียบเสมอกันดีเหลือเกิน

สวี่ลู่มองความเคลื่อนไหวภายในรถได้ไม่ชัด เธอจึงดึงสายตากลับมา ระหว่างนั้นเบอร์แปลกเบอร์หนึ่งก็โทรศัพท์เข้ามา

เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกดรับสาย แล้วเสียงที่คุ้นเคยก็ดังลอดมาจากลำโพง

“เสวี่ยเอ๋อร์ของเราฉลาดขึ้นแล้วนะ รู้จักหาคนไปเรียกฉันออกมาด้วย”

น้ำเสียงของฟู่เซินแหบพร่า เจือไปด้วยความปรารถนาและความรักใคร่อย่างเข้มข้น

“ไปขอพิกัดฉันมาจากผู้ช่วยมาเหรอ บอกแล้วไงว่ารอให้เขาหลับก่อน ฉันจะไปอยู่ด้วย”

เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์เอ่ยกระเง้ากระงอดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“ฉันทรมานนี่นา พอคิดว่าคุณกับเธอฉลองวันครบรอบด้วยกัน คิดว่าเดี๋ยวพวกคุณจะทำเรื่องอย่างว่า ฉันก็ไม่สบายตัวไปหมดเลย”

ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ เดาได้ว่าเธอกำลังหึงหวงจึงเอ่ยปลอบ

“เด็กดี ของดี ๆ ฉันให้เธอไปหมดแล้ว คืนนี้ฉันแตะต้องเขาไม่ได้หรอก อีกอย่าง เมื่อสองชั่วโมงก่อนเพิ่งมีอะไรกับเธอไปตั้งสามรอบ ยังไม่อิ่มอีกเหรอ”

“หึ ฉันยังอยากได้อีกนี่ คุณรีบส่งเธอกลับบ้านแล้วมาหาฉันสิ”

“ยัยตัวแสบ เดี๋ยวเธอขับรถตามมานะ เราค่อยทำกันบนรถ”

“หึ คนบ้า!”

ไม่นานนักเสียงจูบดูดดื่มก็ดังมาจากลำโพง

สวี่ลู่กดวางสายด้วยมือสั่นเทา

เธอมองเค้กตรงหน้า จู่ ๆ ก็รู้สึกพะอืดพะอม คลื่นไส้ขึ้นมา

ราวกับมีบางสิ่งกระชากหัวใจของเธอ บีบรัดจนเธอใจสั่น มึนงง อึดอัดไปทั้งตัว

เธอถือส้อมเอาไว้ พลางทิ่มป้ายช็อกโกแลตที่เขียนว่า ‘สุขสันต์วันครบรอบแต่งงานปีที่ห้า’ บนเค้กจนเละเทะไม่มีชิ้นดี

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฟู่เซินก็เดินกลับมา

เขามองเค้กตรงหน้าสวี่ลู่ที่ถูกกินไปเพียงไม่กี่คำ ก่อนจะมาหยุดสายตาบนใบหน้าเล็กอันซีดเซียวของเธอ หัวใจพลันกระตุกวูบ

“ทำไมสีหน้าไม่ค่อยดีเลยล่ะ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า เดี๋ยวผมพาคุณไปหาหมอนะ”

น้ำเสียงของชายหนุ่มร้อนรนมาก ทว่าสวี่ลู่ก็หันหน้าหนีเพราะไม่อยากมองใบหน้าจอมปลอมของเขา

“ได้ยินคำพูดน่าสะอิดสะเอียนบางอย่างเข้าก็เลยไม่ค่อยอยากกินแล้ว”

“ได้ยินเหรอ” ฟู่เซินขมวดคิ้วแน่น ร้อนรนจนแทบทนไม่ไหว

“คุณไม่อยากรู้หรอก” สวี่ลู่ดวงตาแดงก่ำ

ฟู่เซินจับต้นชนปลายไม่ถูก เขาลุกขึ้นหมายจะเข้าไปกอดสวี่ลู่ แต่กลับถูกเธอเบี่ยงตัวหลบ

สวี่ลู่ลุกขึ้นก้าวยาว ๆ ออกจากร้านเค้กไป ก่อนจะเข้าไปในรถแท็กซี่คันหนึ่งทันที พร้อมส่งสัญญาณให้คนขับรถมุ่งหน้ากลับไปที่บ้าน

“ลู่ลู่ รอผมด้วย!”

ฟู่เซินเห็นว่ารั้งรถแท็กซี่เอาไว้ไม่ทันจึงรีบขึ้นรถเบนท์ลีย์ขับตามรถแท็กซี่ไป

สวี่ลู่นั่งอยู่บนเบาะหลัง สายตามองไปยังกระจกมองหลัง

ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าช่างน่าขำสิ้นดี

รถเบนท์ลีย์ขับจี้ตามรถแท็กซี่ ส่วนรถเบนซ์ G-Class สีชมพูก็ขับจี้ตามรถเบนท์ลีย์

หลังจากเข้ามาในเขตคฤหาสน์ พอสวี่ลู่ออกจากรถแท็กซี่ ฟู่เซินลงจากรถตามมา รีบคว้ามือของเธอเอาไว้ด้วยความร้อนรน

“ลู่ลู่ คุณโมโหเรื่องอะไร”

“เพราะเมื่อกี้ผมไปจัดการเรื่องรถ ไม่ได้อยู่กินเค้กเป็นเพื่อนคุณเหรอ”

สวี่ลู่เงยหน้าขึ้นจ้องเขาเขม็ง

ใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความกังวลและโทษตัวเอง ทว่ากลับไม่มีความหวาดกลัวหลังจากการแอบนอกใจเลยแม้แต่น้อย

“อืม”

ฟู่เซินถอนหายใจ

“ผิดที่ผมจัดการได้ไม่ดีเอง วันหลังถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ต่อให้รถถูกชนจนเละ ผมก็จะอยู่กับคุณให้ได้”

เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจับมือของสวี่ลู่ขึ้นมา เอ่ยถามด้วยความระมัดระวัง

“เมื่อกี้ผู้ช่วยโทรศัพท์มาบอกว่ามีลูกค้าคนสำคัญพลัดตกจากตึก อาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน ผมต้องรีบไปดูสักหน่อย ลู่ลู่ คุณอนุญาตไหม”

สวี่ลู่ขมวดคิ้ว เธอจับสังเกตได้อย่างเฉียบแหลมว่าบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจนใจของเขานั้นมีแววตาแห่งความคาดหวังและตื่นเต้นอยู่

รีบร้อนอยากไปตามนัดขนาดนี้เลยเหรอ

ถึงกับแต่งเรื่องโกหกว่าลูกค้าตกตึกขึ้นมาได้

สวี่ลู่กระตุกมุมปาก เธอขี้เกียจจะแฉเขา จึงแค่ตอบอืมเรียบ ๆ

เธอเดินเข้าไปในคฤหาสน์ ทว่าพอถึงหน้าประตูกลับไม่ได้เดินเข้าไป

แต่เดินตรงไปยังลานจอดรถที่อยู่ด้านข้างแทน เธอมองคนสองคนบนรถเบนซ์ G-Class สีชมพูกำลังกอดจูบกันอย่างดูดดื่ม

ภายในรถ เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์นัยน์ตาหยาดเยิ้ม

“ถุงน่องตาข่ายสีดำนี่ฉันตั้งใจใส่มาเพื่อคุณโดยเฉพาะเลย ข้างในไม่ได้ใส่อะไรด้วย ผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ฉันรู้ว่ารสนิยมเรื่องบนเตียงของคุณยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน”

นัยน์ตาสีดำของฟู่เซินเอ่อล้นไปด้วยความยินดีอย่างบ้าคลั่ง เขาสอดมือเข้าไปใต้ชายกระโปรงของหญิงสาวอย่างรอไม่ไหว พลางน้ำเสียงแหบพร่า

“คืนนี้กะจะรีดน้ำฉันให้หมดตัวเลยหรือไง รอไม่ไหวแล้ว ฉันเข้าไปก่อนละ”

เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์กดมือของเขาไว้ เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความต้องการอันไม่รู้จักพอของฟู่เซิน ริมฝีปากสีแดงสดของเธอก็ยกสูงขึ้น

“เปลี่ยนที่เถอะค่ะ คุณชอบริมทะเลสาบไม่ใช่เหรอ”

ฟู่เซินยกยิ้มมุมปาก ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง

“คืนนี้เล่นใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ”

“พรุ่งนี้คุณต้องอยู่ฉลองวันเกิดกับฉันไม่ใช่เหรอ ถือซะว่าเป็นรางวัลของคุณก็แล้วกัน” เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ขยิบตาอย่างซุกซน

ไม่นานรถเบนซ์ G-Class สีชมพูก็สตาร์ตเครื่อง ขับออกจากลานจอดรถชั้นใต้ดิน

จู่ ๆ โทรศัพท์มือถือของสวี่ลู่ก็สั่นเตือนขึ้นมา เธอได้รับข้อความวีแชตจากฟู่เซินข้อความหนึ่ง

พอกดเปิดดูก็พบว่าเป็นโลเคชันของริมทะเลสาบแห่งหนึ่ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 23

    เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์รู้ตัวว่าเผลอหลุดปากไป เธอจึงรีบหุบปากลงทันทีนัยน์ตาของฟู่เซินมืดทะมึน เขาจ้องเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์เขม็ง พลางเน้นทีละคำ“เธอเป็นคนสั่งให้เซวียฮ่าวฆ่าลู่ลู่ใช่ไหม”เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์รีบส่ายหน้า ยังคงแก้ตัว“ฉันเปล่า...”ผลัวะ!เธอยังพูดคำสุดท้ายไม่ทันจบ ฟู่เซินก็ซัดหมัดเข้าที่หน้าของเธออย่างจังหมัดนี้ซัดจนหน้าของเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์หันไปตามแรงกระแทกซัดจนเธอเลือดกลบปากฟู่เซินหรี่ตาลง ซัดหมัดใส่หน้าเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์หมัดแล้วหมัดเล่าราวกับคนเสียสติไม่กี่นาทีต่อมา เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ก็ล้มลงไปกองกับพื้นเพราะทนไม่ไหวทว่าหมัดของฟู่เซินกลับไม่ผ่อนแรงลงเลยแม้แต่น้อยแขกเหรื่อรอบข้างเห็นท่าทางบ้าคลั่งของฟู่เซินก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามเลยสักคนกระทั่งตำรวจและรถพยาบาลมาถึง ฟู่เซินถึงได้หยุดทุบตีเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ตอนเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ถูกหามขึ้นรถพยาบาลไป สภาพของเธอก็เละเทะไปทั้งตัวตั้งนานแล้วไม่นานนัก งานฉลองครบเดือนที่เคยครึกครื้นและเต็มไปด้วยความสุขก็เหลือเพียงเสียงร้องไห้ของเด็กทารกสามวันต่อมา สวี่ลู่เข้าร่วมงานของตระกูลสวี่ในฐานะสวี่ซินเซิงครั้งนี้เธอเปลี่ย

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 22

    เดิมทีการที่เธอจะเอาเส้นผมของฟู่จื่อหาวไปตรวจดีเอ็นเอถือเป็นเรื่องยุ่งยากแต่ต้องขอบคุณที่ปกติเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ทำตัวไม่ดีกับสาวใช้ในบ้านเธอดูถูกสาวใช้ก็แล้วไปเถอะ ปกติยังชอบดุด่าว่ากล่าวพวกเธออีกตอนเธอแอบคุยกับสาวใช้เป็นการส่วนตัว เธอยังไม่ทันหยิบเงินที่เตรียมไว้ออกมา สาวใช้ก็ยอมช่วยดึงเส้นผมของฟู่จื่อหาวให้ เพื่อเป็นการระบายความแค้นบนชั้นสอง พนักงานเสิร์ฟห้าคนกำลังยกอาหารมาเสิร์ฟตามเวลามีพนักงานเสิร์ฟหญิงสวมหน้ากากอนามัยคนหนึ่งถือจานที่มีฝาครอบแบบอาหารตะวันตกเดินไปหยุดอยู่ข้างกายฟู่เซินเธอค่อย ๆ เปิดฝาครอบออกภายในจานไม่มีอาหารใด ๆ กลับมีเอกสารสำเนาสี่ฉบับวางหราอยู่คนที่ร่วมโต๊ะหันมามองทันที และเนื่องจากความเคลื่อนไหวฝั่งนี้ค่อนข้างใหญ่โต แขกเหรื่อโต๊ะข้าง ๆ จึงพากันชะโงกหน้ามาดู“นั่นอะไรน่ะ”“ไม่รู้สิ รู้สึกเหมือนจะได้กินเผือกอีกรอบ”เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เกิดความระแวงขึ้นมา เธอกำลังคิดจะดึงเอกสารสำเนากลับไป ทว่าฟู่เซินกลับชิงหยิบผลตรวจร่างกายของตัวเองขึ้นมาดูเสียก่อนชื่อ: ฟู่เซินเพศ: ชายผลการวินิจฉัย: ภาวะมีบุตรยากในเพศชาย ไม่มีตัวอสุจิรูม่าน

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 21

    “นี่เป็นบทลงโทษสำหรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของแกในช่วงนี้ กฎประจำตระกูลฟู่คือต้องซื่อสัตย์และรักเดียวใจเดียว ครอบครัวปรองดองถึงจะเจริญรุ่งเรือง!”ฟู่เซินหลุบตาลงอย่างหม่นหมองปู่ลงโทษไม่ให้เขาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของตระกูลฟู่เป็นเวลาห้าปี ปู่มีหลานชายหลายคน ในช่วงเวลาห้าปีนี้ไม่รู้ว่าจะมีพี่น้องกี่คนที่แซงหน้าและเหยียบย่ำเขามีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะสูญเสียสิทธิ์ในการเป็นผู้สืบทอดไปตลอดกาลแต่เขาเสียสวี่ลู่ไปแล้วจะเอาธุรกิจของตระกูลฟู่ไปทำไมอีก“เข้าใจแล้วครับ ปู่”คุณท่านฟู่ส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง ก่อนจะใช้ไม้เท้าพยุงตัวเดินจากไปตกเย็น เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ได้รู้เรื่องที่ฟู่เซินถูกคุณท่านฟู่ออกคำสั่งห้ามเข้ามายุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของตระกูลฟู่เป็นเวลาห้าปีเธอนั่งอยู่คนเดียวในห้องรับแขก ภายในหัวสับสนวุ่นวายไปหมดคราวก่อนเธอโทรศัพท์หาเซวียฮ่าว บอกว่าจะเข้าครัวทำกับข้าวให้เขาเป็นรางวัลเซวียฮ่าวบอกว่าจะรีบกลับประเทศมาหาเธอทันที ทว่าผ่านไปไม่นาน เซวียฮ่าวก็โทรศัพท์หาเธออีกครั้งเขาบอกว่าคุณท่านเซวียเรียกเขากลับไปที่บ้านใหญ่หลังจากวางสายครั้งนั้น เธอก็ติดต่อเซวียฮ่าวไม่ได้อีกเ

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 20

    “ครับ คุณนาย”หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ทนายหลี่เดินทางมาที่คฤหาสน์ของฟู่เซินเขามองผู้ชายตรงหน้าที่น้ำหนักลดลงไปเกือบ 15 กิโลกรัม นัยน์ตาฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่งแค่หนึ่งวินาที สีหน้าของเขาก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว“ประธานฟู่ครับ คุณนายสวี่สั่งให้ผมนำคฤหาสน์ไปประกาศขาย วันนี้เจ้าของใหม่เซ็นสัญญารับมอบเรียบร้อย ทางนี้คงต้องขอให้คุณ...”ทนายหลี่ยังพูดไม่ทันจบ ฟู่เซินก็เงยหน้าขึ้น แค่นหัวเราะอย่างน่าเวทนา“จะให้ผมย้ายออกไปใช่ไหม ลู่ลู่ตายไปแล้ว ของของเธอในคฤหาสน์หลังนี้ก็ไม่มีเหลือ ผมอยู่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร”ฟู่เซินเดินโซเซออกไปด้านนอก ผู้ช่วยที่อยู่ข้าง ๆ รีบเดินตามไปด้วยความเป็นห่วงช่วงนี้เขามักจะดื่มเหล้าอย่างหนัก คิดถึงสวี่ลู่มากเกินไป วันหนึ่งนอนหลับแค่หนึ่งถึงสองชั่วโมงเวลาที่คิดถึงขั้นสุด เขากระทั่งพยายามจะกรีดข้อมือดังนั้นฟู่เซินยังไม่ทันเดินพ้นสวน เขาก็ข้อเท้าพลิกและหมดสติไปอีกครั้งผู้ช่วยพาฟู่เซินไปส่งโรงพยาบาล เขาทนดูต่อไปไม่ไหว จึงกดโทรศัพท์ไปยังเบอร์นั้นสองชั่วโมงต่อมา คนกลุ่มใหญ่ก็พากันเดินเข้ามาในโรงพยาบาลคนที่เดินนำหน้ามาคือคุณท่านฟู่เขาเดินเข้ามาในห้อ

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 19

    เธอมองฟู่เซินที่สติแตกจนแทบบ้า นัยน์ตาหม่นหมองจนยากจะคาดเดาความรู้สึกชายหนุ่มราวกับสิงโตตัวผู้ที่สูญเสียภรรยา ทิ้งความเย่อหยิ่งจองหองจนหมดสิ้นตอนเธอตัดสินใจจากฟู่เซินมาอย่างเด็ดเดี่ยวในตอนนั้นก็ไม่เห็นเขาจะสติแตกขนาดนี้...สวี่ลู่มีดีอะไรนักหนาเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าฟู่เซิน คว้ามือของเขาขึ้นมา พลางระบายความน้อยเนื้อต่ำใจของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง“คุณจะไปนอร์เวย์เหรอ สวี่ลู่ตายไปแล้ว คุณไปแล้วจะมีประโยชน์อะไร คุณไปตอนนี้ พอกลับมาก็กลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัวแล้วนะ!”ฟู่เซินเงยหน้าขึ้น เขาสะบัดมือของเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ทิ้งอย่างแรงเขาหยัดกายลุกขึ้น ขณะก้าวเข้าไปหาเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ทีละก้าวด้วยใบหน้ามืดครึ้มเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ตกใจกลัวกับสายตาอันดุร้ายของเขาเธอถอยหลังกรูด กระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับผนัง ฟู่เซินก็บีบคอเธออย่างแรง“ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนั้นเธอขวางไม่ให้ฉันไปหาลู่ลู่ ฉันกับเขาก็คงคืนดีกันไปตั้งนานแล้ว เขาจะเกิดอุบัติเหตุได้ยังไง”“เธอเป็นคนฆ่าลู่ลู่ทางอ้อม! เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ เธอคลอดเด็กออกมาเมื่อไหร่ ฉันจะทรมานเธอให้ตาย!”น้ำเสียงของชายหนุ่มเหี้ยมเกรียม

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 18

    “เซวียฮ่าวให้เรารอวันฝนตกในครั้งหน้า รอจนรถของคุณสวี่ขับไปถึงลานจอดรถของบริษัท แล้วให้พวกเราลงมือกับรถของเธอครับ”เขาชะงักไปเล็กน้อย น้ำเสียงของวิลเลียมคนพี่ทุ้มต่ำลง“เซวียฮ่าวกำชับซ้ำ ๆ ว่าต้องจัดการให้เด็ดขาดที่สุด เพื่อให้แน่ใจว่าจะจัดการคุณสวี่ได้ในครั้งเดียว”“ถ้าสำเร็จ เขาจะจ่ายเงินเพิ่มให้เราอีกสองล้านห้าครับ”การหมุนปากกาหมึกซึมในมือของลู่หวยชะงักกึก ใบหน้าหล่อเหลาแผ่ซ่านไปด้วยไอเย็นยะเยือก“หึ เขาใจป้ำดีนี่”วิลเลียมคนพี่ฟังออกถึงความเย็นชาในน้ำเสียงของลู่หวย เขาตกตะลึงไปหลายวินาทีปกติประธานลู่มักจะไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมา แต่ครั้งนี้เขากลับไม่ปิดบังความรู้สึกเลย“งั้นทางฝั่งผมควรจัดการยังไงดีครับ”ลู่หวยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสั่งการ“แค่งัดแงะนิดหน่อยก็พอ ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง”เขาจะจัดเตรียมตัวแทนให้มาขับรถแทนสวี่ลู่ ถึงตอนนั้นค่อยสร้างสถานการณ์แกล้งทำเป็นเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิต“ได้ครับ ประธานลู่”ห้าวันต่อมา ประเทศนอร์เวย์ก็มีฝนตกหนักตอนเช้า สวี่ลู่ขับรถไปที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของบริษัทตามปกติหลังจากจอดรถเสร็จ เธอก็สวมรองเท้

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 7

    วันรุ่งขึ้น นับถอยหลังอีกสามวันก่อนที่จะจากไปฟู่เซินเอาซุปซี่โครงมาเยี่ยมสวี่ลู่ตั้งแต่เช้าตรู่“ผมให้แม่บ้านทำให้โดยเฉพาะเลยนะ เป็นซุปซี่โครงใส่รากบัวกับมันจีนของโปรดคุณ ลองชิมดูสิ”“ค่ะ” สวี่ลู่ไม่ปฏิเสธ ค่อย ๆ กินคำเล็ก ๆ ไปทีละคำพอฟู่เซินออกไปแล้ว ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง สวี่ลูก็เปิดกล้องวงจ

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 6

    ฟู่เซินชะงักไปเล็กน้อย ตอนที่เขาได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาล เขายังกินข้าวกับพ่อแม่ของเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์อยู่เลยตอนนั้นเขาพลันรู้สึกกลัวขึ้นมา จึงทิ้งครอบครัวเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ไว้แล้วรีบมาทันทีโชคดีที่สวี่ลู่ไม่ได้เป็นอะไรมาก“ช่วงเย็นผมกำลังกินข้าวอยู่กับลูกค้า มีดีลใหญ่ที่ต้องตามต่อ พอโรงพยาบาลแ

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 5

    เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ดวงตาแดงก่ำ เธอพยักหน้าด้วยความตื่นเต้น“ฉันตกลง ฉันจะแต่งกับคุณ ฉันยินดีสองร้อยเปอร์เซ็นต์เลย!”ทีมงานถ่ายภาพรอบ ๆ พากันโห่เชียร์ขึ้นมา“คบกันเลย! คบกันเลย!”ภายในรถ สวี่ลู่มองภาพนั้นด้วยสีหน้าเย็นชา เย็นวาบไปทั้งตัวห้าปีก่อน ตอนที่ฟู่เซินขอเธอแต่งงานก็เต็มไปด้วยรักลึกซึ้งเห

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 4

    ครึ่งชั่วโมงต่อมา สวี่ลู่นั่งอยู่ในแท็กซี่ มองไปยังรถเบนซ์ G-Class สีชมพูที่อยู่ไม่ไกลฟู่เซินเปิดซันรูฟ เพียงแค่หนึ่งนาที รถเบนซ์ G-Class สีชมพูก็โยกไหวอย่างรวดเร็วผู้คนรอบข้างหลายคนหยุดดู พลางอุทานด้วยความประหลาดใจ“เล่นกันกลางแจ้ง เร้าใจจริง ๆ”“แหม ๆ คนรวยนี่รู้จักเล่นจริง ๆ ริมทะเลสาบ รถเบ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status