로그인สองทุ่มครึ่งพอดิบพอดี คริมาผู้ที่โอ้เอ้คุยกับป้านาก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อโทรศัพท์ของเธอกรีดดังขึ้น ริงโทนที่ตั้งไว้เฉพาะเขา...
“คะ”
เธอกรอกเสียงลงไป หน้าแดงขึ้นมาทันทีแค่ได้ยินเสียงทุ้มนั่น
“ขึ้นมาได้แล้ว”
“เอ่อ...ค่ะ”
เธอตอบรับแล้วรีบกดวางสาย ไม่ฟังว่าทางนั้นจะว่าอะไรต่อ พร้อมกับบอกลาป้านา ที่มองอาการลนลานเลิ่กลั่กของคริมาอย่างแปลกใจ
เขาโทรมาตาม...
เขาเอาจริงๆ ใช่ไหมเรื่องที่จะให้เธออาบน้ำให้
คริมาหมดตัวช่วยแล้วสำหรับวันนี้ เธอจะออกไปซื้อตัวช่วยคือของมึนเมาแบบเมื่อคืนก็คงไม่ทัน เพราะเขาเล่นโทรมาจิกตัวเธอแล้วแบบนี้
หญิงสาวเดินลากขา ถ่วงเวลาให้ช้าที่สุด เธอกัดริมฝีปากอย่างลังเลเมื่อยกมือขึ้นจะเคาะประตูห้อง แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งตกใจ เมื่อประตูเปิดผางออกมา พร้อมกับร่างสูงของเจ้าของห้องที่กำลังจะลงไปตามเธอพอดี
ตาต่อตาสบกัน
คริมาร้องหวีดเบาๆ เมื่อถูกเขาช้อนขึ้นอุ้มแล้วกริชดนัยก็ใช้เท้าเตะประตูปิดลง คริมาถูกพามาที่ห้องน้ำ เธอเพิ่งจะเห็นว่าตัวเขาเองนั้นเหลือเพียงแค่ผ้าขนหนูผืนเดียวคลุมกาย
เท้าของเธอถูกหย่อนลงบนพื้นกระเบื้องเย็นเชียบ กริชดนัยวางเธอลงแล้วเขาก็กระตุกปมผ้าขนหนูออก คริมาเบิกตาโตเมื่อเห็นร่างเปลือยของเขาเต็มที่แบบนั้น เธอรีบหันหน้าหนี หน้าแดงก่ำ แล้วก็หลับตาปี๋...
อาการนั้นทำให้กริชดนัยนึกขำเธอ มองไปแล้วเต็มที่ มาทำเมินหนีไม่อยากเห็น เดี๋ยวเถอะ!
เธอยังคงยืนตัวแข็งอยู่ตรงนั้น กริชดนัยก้าวลงไปในอ่างอาบน้ำ เขาเตรียมมันรอเธอมาเกือบชั่วโมงล่ะ วันนี้เขาจะให้เธอทำงานในหน้าที่เมีย
จริงแล้วก็ไม่เคยมีใครได้ทำหรอกหน้าที่เมียที่ว่านี่ เพราะเขาเคยคบหาก็แค่คนรู้ใจ และคนพิเศษ ยังไม่เคยมีใครได้รับตำแหน่งนี้ แต่สิ่งนี้เขาอยากให้คริมาทำให้
น้ำหอมกรุ่นเพราะเขาผสมเกลือหอมไว้ กลิ่นลาเวนเดอร์ทำให้ผ่อนคลาย เขาอยากให้คนที่กำลังยืนนิ่งเหมือนหุ่นนั่นลงมาในนี้ด้วยกัน ผ่อนคลาย...และยินยอมให้เขาได้ใช้เธอแบบที่เขาจะได้ใช้กับภรรยา
“ถอดเสื้อผ้าแล้วลงมาหาอาสิ วีวี่”
“เอ่อ...”
คริมามือสั่นแต่ก็ทำตามที่เขาสั่ง เธอจะทำอย่างไรได้ล่ะนอกจากทำตามคำสั่งของเขา กริชดนัยปล่อยให้เธอย่ามใจมาทั้งวัน เหมือนเสือที่เฝ้ารอเหยื่อของมัน...และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เธอจะต้องยอมให้เขากิน
ร่างขาวนวลเปลือยเปล่าค่อยๆ ปรากฏต่อสายตา เธอหันหลังให้กับเขา และค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น กริชดนัยใช้สายตามองโลมเล้าเธอ เธอสวย...นวลเนียนไปทั้งกาย ยามเขาลูบไล้สัมผัส เธอจะเขินอายสะเทิ้น ตัวแข็ง...เธอเล่นบทสาวไร้เดียงสาไม่เคยชายได้สมบทบาทมาก
ถ้าเธอไร้เดียงสาจริงๆ เขาก็จะสอนให้เธอ ว่าทำอย่างไรให้เขาได้พอใจในเวลาที่อยู่ด้วยกัน
เขาจะใช้เธอ
แต่เขาห้ามที่จะรู้สึกกับเธอเกินเลยมากไปกว่าการเห็นเธอเป็นทาสสาวตัวน้อยบนเตียง
คริมาอายจนแทบจะเป็นลม เมื่อเห็นเขามองจ้องอย่างไม่วางตา เธอยืนตัวสั่นอยู่ตรงนั้น กริชดนัยไม่กรุณาเธอเลย
บารเซียร์และกางเกงในตัวจิ๋ว เป็นสิ่งที่เธอทำใจให้ถอดออกต่อหน้าเขายังไม่ได้ คริมารีบก้าวเดินเร็วๆ มาลงอ่างเดียวกับเขา อย่างน้อยให้น้ำเป็นอาภรณ์ให้ก็ยังดี
ตอนนี้ผิวขาวลออตาของเธอมันเป็นสีอมชมพูขึ้นมาทั้งตัว ด้วยความอับอาย เขาทำให้เธอรู้สึกต่ำต้อยเหลือเกิน แต่เธอก็ยอมทำเพราะว่าหัวใจของคริมามันเป็นทาสของกริชดนัยไปแล้ว
ทาสที่แล้วแต่นายจะกรุณาปราณี
หวังว่าวันนี้เขาคงจะไม่ทำให้เธอเจ็บปวดมากนัก
เพียงแค่คิดถึงความเจ็บเมื่อวาน น้ำตาก็รื้น ตอนเขาสัมผัสร่างกายมันวูบไหว วาบหวิวก็จริงแต่ก็จบลงด้วยความเจ็บปวด คริมาไม่อยากให้เขาทำแบบั้นอีกเลย ผู้หญิงคนอื่นเขาทนได้อย่างไรกันนะ หรืออาจจะเพราะผู้ชายของพวกเธอ อ่อนโยน อ่อนหวาน ไม่ได้เอาแต่ใจเหมือนกับนายของเธอ
ใช่...กริชดนัยคือนายของเธอ เขาไม่ใช่ผู้ชายของเธอ
กริชดนัยจับให้เธอหันหลังแล้วปลดตะขอบารเซียร์ให้ เขายังเหลือบิกินี่ตัวจิ๋วไว้ ยังไม่ได้แตะต้องมัน เพราะกลัวว่าจะทนไม่ไหวกับอารมณ์ร้อนลุกของตนเอง เมื่อคืนเขารู้ว่าเขาทำให้เธอเจ็บ รอยเลือดบนเตียง...ก็เพราะฝีมือของเขา
ถึงอยากจะร้าย แต่เอาเข้าจริง กริชดนัยก็ทำไม่ลง
เขารับรู้ว่าเธอสั่น...จึงถอนใจ แล้วค่อยๆ เคลื่อนให้เธอนั่งบนตักเขา เขาก้มลงแล้วแตะจูบที่ไหล่มน รู้ว่าน้องตัวแข็ง มือของเขาค่อยๆ เลื่อนไล้คลอสองเต้า เสียงนุ่มกระซิบที่ข้างหูเหมือนจะกล่อมประโลมลูบไปจนถึงแก่นวิญญาณของคริมา
“อย่ากลัว...ชูว์...ตัวสั่นไปหมดแล้ว วี่”
“อะ...”
เธอขนลุกเกรียวเมื่อเขาค่อยๆ ไล้คลึงปลายยอดบัว จนมันแข็งเป็นไตสู้มือเขา เขาเกลี่ยจมูกสูดดมที่ลำคอกลิ่นของเธอหอม...เย้ายวน เขางับเบาๆ ที่ต้นคอของคริมา ทำให้เธอเสียวสะท้านไปทั้งตัวและค่อยคลายความเกร็งกลัวเขา
“พรุ่งนี้วันเสาร์...”
เสียงนุ่มเอ่ยนำ เขาแลบลิ้นออกมาชิมรสผิวเนื้อของเธอ จมูกปากไล้ไปที่บริเวณหูของเธอ
“มีวันหยุดติดกันสามวัน”
เขาเอ่ยย้ำ ประโยคนี้เขาเคยพูดกับเธอแล้ว คริมาตัวอ่อนเหลวในอ้อมแขนนั้น มือของเขายังคงลูบไล้เต้าอวบไปด้วยอย่างเมามัน
“ค่ะ...อื้อ”
“เราจะใช้มันให้คุ้มค่า”
“อากริช อื้ม”
ริมฝีปากของเขากดลงมาบนปากอิ่มและคลอเคลียจูบเธอ ดูดดื่มความหวานจากกลีบปากนุ่ม ทำให้เธอหมุนคว้างไปกับรสพิศวาสที่เขาปรนเปรอให้ จนลืมคลายความกลัว ส่วนนั้นของเขากำลังดุนสะโพกของคริมา และปรารถนาจะเข้าไปในตัวของหญิงสาว รสชาติที่เขาจำได้ว่ารัดรึง และแสนสุขหฤหรรษ์แค่ไหน
อาการเล้าโลมของเขา ที่ทั้งอ่อนโยนและร้อนแรง ทำให้คริมาลืมตัวไปกับเขา และหนนี้เธอไม่ได้ดื่มเธอมีสติเต็มร้อย ฉะนั้น...ความรู้สึกได้รับรู้จากสัมผัสเขามันคือของจริง และร่างกายของเธอก็จดจำทุกสิ่งที่เขากำลังทำ
เขาค่อยๆ จับให้เธอนั่งซ้อนตัก คริมามัวแต่เมามัวกับรสจูบ จนไม่รู้ว่าตอนนี้เธอกำลังค่อยๆ ถูกบุกรุก ความลื่น เปียก จากน้ำสบู่รวมถึงข้างในของเธอที่ขับน้ำหล่อลื่นตามธรรมชาติออกมา มันทำให้คริมาไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังจดจ่อ...ที่จะเข้าไปในกายเธอ
“อะ อา”
คริมาถึงกับเกร็งขึ้นทั้งตัว เมื่อถูกเบียดรุนจากความใหญ่โตที่ร้อนผ่าว เธอเบิกตาโตมองเขา ปากของเขายังคงจูบคลอ มือของเขาข้างหนึ่งยังคงบีบเคล้นเล้าโลม เขาปรือตามองเธอ แล้วเอ่ยเสียงแหบพร่าชิดปากอิ่มที่ถูกจูบจนแทบช้ำ
“หนนี้จะไม่เจ็บวี่...”
เธอกัดริมฝีปากหอบหายใจ เมื่อเขาเข้าไปจนสุด มันยังคงแน่นตึง แต่ไม่เจ็บอย่างที่เขาบอกจริงๆ ตาต่อตามองสบกัน เขายิ้มใส่ตาเธอ แล้วค่อยๆ เสยกระแทกเธอเบาๆ น้ำที่ห้อมล้อมตัวเขาและเธอไว้เริ่มกระฉอกเป็นคลื่นตามจังหวะ
ช้าๆ เบาๆ แต่เน้นหนักแน่นทุกจังหวะ
คริมาหลับตาแน่น เธอรู้สึกเหมือนถูกเขาจับโยนขึ้นไปบนท้องฟ้า เพียงไม่กี่หนที่เขาเสียดสีเข้าออก เธอก็บรรลุถึงจุด...ที่เธอไม่เคยไปถึงมาก่อน ดวงดาวมากมายแตกพร่าพรายในสมองของเธอ ร่างงามเกร็งและกระตุกตอดรัดเขาเป็นจังหวะ กริชดนัยขบกรามกรอด น้องกำลังบีบเค้นเขาอย่างบ้าคลั่ง เขากำลังจะแตกหลั่งตามเธอ แต่อยากให้เกมนี้ยาวนานขึ้นอีก เขาอยากทอดเวลาแห่งความสุขให้เนิ่นนานไป
เขาประคองให้ร่างงามลุกขึ้นและพาเธอไปยังใต้ฝักบัวด้วยกัน คริมาขาอ่อนจนต้องเอนซบเขา เธอเหมือนตุ๊กตาสำหรับเขาไปแล้วตอนนี้ ตุ๊กตานุ่มนิ่ม จับกอดฟัดได้ไม่ประท้วงเจ้าของ เขาจูบเธออีกหน และก้มลงดูดเต้าอวบนั่น คริมาร้องครางครวญ เธอกำลังถูกปลุกเร้าอีกแล้ว...และเธอก็สุขไปกับสัมผัสของเขา เธอเข้าใจแล้วล่ะว่า ทำไมเซ็กซ์ถึงเป็นยอดแห่งความสุขอีกสิ่งของมนุษย์...
“อะ อากริช”
เสียงหวานเอ่ยละล่ำละลัก เมื่อเขาจับสองขาของเธอให้โอบรัดสะโพกของเขา เธอคล้องแขนกับคอของเขา กริชดนัยยิ้มร้าย แล้วก้มลงขบริมฝีปากล่างของเธอเหมือนจะหยอก
“จับอาไว้ให้แน่นๆ อะ อา วี่...อืม...แบบนี้เจ็บไหม”
เสียงครางจากริมฝีปากของเขาดังกระหน่ำข้างหู เมื่อเขาจับเธอทำรักด้วยท่วงท่าพิสดาร คนที่อ่อนไม่เคยเกมพิศวาส รู้สึกตื่นเต้น แปลกใหม่ไปหมดกับสิ่งที่ขำ
“มะ ไม่ อะ อ๊า”
“หึ หึ เสร็จอีกแล้วหรือ”
คำถามนั้นเล่นเอาคริมาที่โดนเขาจับกระแทกไปสามสี่ครั้งแล้วถึงสรวงอย่างแสนสุข ถึงกับหน้าแดงแล้วก็ต้องร้องครางออกมาอีกหน เมื่อเขาเพิ่มจังหวะและพาเธอเดินออกมาจากห้องน้ำ ทั้งที่ยังค้างคาสอดกันแบบนั้น
เขาพาเธอมาต่อที่เตียงด้วยท่ามาตรฐานกระหน่ำรักจนเธอถึงสวรรค์ติดๆ กันอีกสองหน เขาถึงได้หลั่งล้นออกมา...
“เธอมันคือตัวร้ายกาจ วีวี่”
เสียงทุ้มนั้นกระซิบ คริมาไม่ได้เอ่ยแย้งเขา หรือแก้ตัว...
สำหรับเขาเธออาจจะเป็นอย่างนั้น
แต่สำหรับเธอแล้ว...
คริมาหลับตาพริ้มกับอกเขา กริชดนัยนอนกอดเธอไว้ ทั้งคู่เปลือยเปล่า...ดูเหมือนว่าคืนนี้เธอจะได้พักผ่อนแล้วกระมัง...
แต่คริมาคิดผิด เพราะกลางดึกคืนนั้น เธอสะดุ้งตื่นเมื่อรับรู้ว่าเขากำลังจูบเคล้าเต้าอวบ...เสียงห้าวของเขาฟังคล้ายคนโกรธเกรี้ยว เมื่อเขาเอ่ยพึมพำขณะที่จูบเธอ
“ฉันหยุดจูบเธอไม่ได้จริงๆ เด็กบ้า”
วี่นอนเฉยๆ แท้ๆ ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย อากริชต่างหาก...ที่ทำจนวี่ไม่มีแรงแล้ว
ได้แต่ค้านเขาอยู่ในใจ ปากอิ่มของเธอถูกปิดด้วยปากเขา ร่างกายของเธอถูกเขาจับเคล้าคลึงคลอ และคริมาก็จำไม่ได้ว่าเธอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาตักตวงจากเธออย่างหนักหน่วงเหลือเกิน
“เรื่องอะไร แอบมีอะไรโกหกอาไม่สารภาพอีกหรือเปล่า? วี่แอบไปรักใคร”เขาแกล้งว่า คริมาย่นจมูกน้อย แล้วเอ่ยพึมพำเบาๆ “วี่จะไปรักใครได้อีกล่ะคะ นอกจาก...”“นอกจากอาหรือเปล่าครับ”คริมามองสบตาเขา แล้วก็หน้าแดงก่ำ เธอไม่พูดตอบ แต่ซุกหน้ากับอกเขา ทำท่าจะไม่พูดต่อเอาเสียดื้อๆ กริชดนัยหัวเราะหึๆ น้องปากแข็ง...ทั้งที่ถ้าเกิดว่าอ้อนเขาบ่อยๆ บอกรักเขาบ่อยๆ คนมีใจอยู่แล้วอย่างกริชดนัยคงไม่วายบอกรักตอบไปหรอก แต่นี่...ไม่ใช่เลยถ้าเกิดว่าคริมาเหมือนแม่จริงๆ เธอคงไม่เป็นแบบนี้ลูกไม้ไกลต้น...อาจจะเพราะการถูกหล่อหลอมมากระมัง อาจจะเพราะความคิดอ่านไม่ได้ถูกมารดาครอบงำ ทำให้คริมาเป็นลูกไม้ ที่ถูกลมแห่งความดีพัดไปไกลต้นไม้อย่างพัดชา“อื้อ...ทำไมเงียบล่ะ ไหนบอกว่ามีเรื่องอะไรจะคุยด้วย ตกลงว่าจะสารภาพอะไร”“มันไม่ใช่สารภาพ มันเป็นเรื่องที่วี่ไม่เคยพูดกับอากริชมากกว่า เป็นเรื่องที่วี่ไม่มีโอกาสได้พูด...ไม่รู้ว่าอากริชจะมองว่าวี่แก้ตัวไหม แต่...วี่รู้ว่าอากริชโกรธเกลียดวี่เพราะเรื่องนี้ เรื่องเมื่อหกปีที่แล้ว”“ไหนพูดสิ” เขาจะให้เธอพูดให้ฟังให้หมด ก่อนจะบอกว่าจริงๆ แล้วเขาไม่เหลือความโกรธและเกลียด
คริมาหันมามองเพื่อน สีหน้าของเธอไม่สู้ดีเลย ฟ้ารุ้งถอนใจเฮือกก่อนจะแตะแขนเพื่อนรักอย่างให้กำลังใจ“เติมสักสามขวดไหมล่ะยัยวี่จะได้กล้าเข้าบ้าน”“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก...หรือ...ก็ดีนะ เราควรย้อมใจ...”“ยัยวี่เอ๊ย!” ฟ้ารุ้งจับหน้าเพื่อนแล้วตบแก้มเพื่อนรักเบาๆ ตอนนี้คริมาเหมือนกำลังจะร้องไห้อยู่แล้ว“ทั้งรักทั้งกลัวเค้าสินะ เราน่ะ”“อากริชเสียงดุมากเลย ตอนเราโทรบอกว่าจะให้ฟ้ามาส่ง...แล้วก็บอกว่าให้เรารีบกลับมา มีเรื่องจะต้องคุยกัน”“นี่...ยัยวี่ฉันจะแนะนำอะไรเธอ แบบที่ทำให้อีตาอากริชนั่นหายเคือง ทำตามเรานะรับรองว่าหายชัวร์”“ทำยังไง” คริมาทำตาปริบๆ ฟ้ารุ้งยิ้มทะเล้นก่อนจะกระซิบเสียงพร่าข้างหูเพื่อน“ก็จับอากริชของเธอขึงพืด จัดหนักเสียเลยไง ใช้เซ็กซ์ละลายพฤติกรรมสิยัยวี่”“โอ๊ย...” คริมาผลักเพื่อน ฟ้ารุ้งหัวเราะชอบใจ แล้วเอื้อมไปหยิบเอาถุงขนมที่แวะซื้อก่อนเข้าบ้าน ยัดใส่มือเพื่อน พร้อมกับเอ่ยสำทับ“เอ้า...เอาของหวานให้ตาอากริชนั่นกิน ของหวานจะทำให้อารมณ์ดี เสร็จแล้วก็...” ว่าแล้วก็หัวเราะคิกคัก คริมาสั่นหน้า หน้าของเธอแดงก่ำ “อื้อ...ไม่เอา”“เอาเหอะ...อิอิอิ เราไปก่อนล่ะย
ปาร์ตี้ละลายพฤติกรรมของสองสาว คือเครื่องดื่มค็อกเทลสีสวย แอลกอฮอล์ 5% และผัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมกรุบกรอบ คริมาที่เหมือนคนหนีแบบเร่งด่วนมา เลยไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย นอกจากกระเป๋าสะพายใบที่เธอใช้ไปมหาวิทยาลัยประจำ โน้ตบุ๊ค เสื้อผ้าอะไรก็ลืมหอบหิ้วมา ตอบไลน์กริชดนัยแล้วเธอก็ปิดโทรศัพท์ เพราะฟ้ารุ้งสั่งให้ปิด ทางนั้นจะได้คิดว่าเธอนอนแล้ว เดี๋ยวตามเช็คอีกแล้วก็จะเห็นว่าฟ้ารุ้งชวนคริมาปาร์ตี้ จะพากันเดือดร้อนเอา“ปิดแหละดี เดี๋ยวอากริชของเธอจะเช็ค เห็นเราปาร์ตี้กินค็อกเทลกัน หนหน้าจะไม่ให้เธอมาอีก จริงสิไหนๆ ก็ไหนๆ ถ้าเหล้าหมด ไปร้านแถวนี้ไหมอะยัยวี่”“ไม่สิ...อะไรกันน่ะยัยฟ้า มาชวนเที่ยวเสียอย่างนั้นแหละ รู้นี่ว่าเราไม่ชอบเที่ยว”“ไปเสียหน่อยจะเป็นอะไร เราจะได้นัดพ่อออกมาด้วย”ฟ้ารุ้งยังไม่ลืมหรอกเรื่องสนับสนุนพ่อให้กับเพื่อน “หืม? คุณวีน่ะเหรอ”“ก็เออสิยะ พ่อเราน่ะยังเฟียสอยู่นะยัยวี่ เธอเห็นว่าพ่อเราแก่เหรอ”ลองถามแบบเลียบๆ เคียงๆ ดู เพื่อนรักเพียงแค่หัวเราะ...เอาเหอะ โอกาสยังมีอีกมาก ค่อยๆ เขยิบเอาก็ได้ เดี๋ยวเพื่อนรักจะตกใจ“ไม่แก่หรอก พ่อของฟ้าอะยังหนุ่ม ยังหล่ออยู่เลย”“
ทนายจารึกสังเกตเห็นสิ่งผิดปรกติระหว่างสองหนุ่มสาวมากมายระหว่างมื้ออาหารเย็นและการสนทนา อาชีพทนายทำให้เขาได้คลุกคลีกับคนหลายประเภท และมีจิตวิทยาในการสังเกตคน ฉะนั้นพิรุธของสองหนุ่มสาวที่แสดงออก ก็ทำให้เขารู้แจ่มชัดว่าสิ่งที่เขาสังหรณ์ไว้เกี่ยวกับกริชดนัยและคริมา คงจะเป็นความจริงเป็นแน่แท้ด้วยอายุอานามก็...ถือว่าเหมาะสมแม้ฝ่ายหญิงจะยังอายุน้อย และเขาก็อยากให้คริมาเรียนให้จบก่อน เขากำลังคิดหาข้อแก้ตัวสวยๆ ไว้ให้กับคนทั้งสอง ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งมีงานวิวาห์เกิดขึ้นมา“หนูวี่...ขอบใจมากนะสำหรับอาหารอร่อยๆ มื้อนี้ แล้ว...ยังไงก็เอาสิ่งที่ลุงพูดบอก ไปทำดูล่ะ” ทนายจารึกเอ่ยย้ำก่อนจะขึ้นรถ คริมาพึมพำรับคำ แล้วก้มหน้า...กริชดนัยยืนอยู่ข้างๆ เธอ นึกสงสัยว่าทนายจารึกพูดอะไรกับคริมา “กลับก่อนนะครับคุณกริช ฝากดูแลหนูวี่ด้วย ป้องกันด้วยก็ดีนะครับ ผมอยากจะให้หนูวี่เรียนให้จบก่อน”ประโยคหลังเอ่ย พร้อมกับขยิบตาให้ เล่นเอากริชดนัยและคริมาสะดุ้ง แล้วพากันเสมองไปทางอื่น ทนายจารึกหัวเราะขึ้นเบาๆ แล้วปิดประตูรถ ก่อนจะขับรถออกไปจากบ้านคืนนั้น...คริมานั้นว้าวุ่นเรื่องที่แหวนของขวัญจากเขา ไม่ได้อยู่บนนิ
วันนี้คริมา มาทำงานกับกริชดนัยเพราะเขาลากเธอมาด้วย เนื่องจากที่มหาวิทยาลัยของเธอหยุด เขาบอกว่าขืนไม่พามา เดี๋ยวเพื่อนซี้ของเธอก็จะมาพรากเธอไปจากเขาอีกดูใช้คำเข้า แล้วไหนจะการถูกเอาอกเอาใจอย่างคาดไม่ถึงจากเขา ของขวัญจากเขา...คริมากรีดนิ้วประกายเพชรส่องแสงวูบวาบบนนิ้วนางด้านซ้ายของเธอคนส่วนมากมักจะใส่แหวนแต่งงานหรือแหวนแทนใจจากคนรักไว้ที่นิ้วนี้เขา...คิดอย่างไรถึงได้สวมให้กับเธอที่นิ้วนี้คำถาม...ที่มีคำตอบในใจคนถามอยู่สองอย่าง“น้องวี่คะ เที่ยงนี้ไปกินข้าวด้วยกันไหมคะ บอสน่าจะกลับมาบ่ายบอกว่ายังไม่เสร็จธุระน่ะค่ะ” เสียงทักทำให้หญิงสาวที่กำลังจมกับภวังค์ของตนเองสะดุ้งเล็กน้อย แล้วหันไปยิ้มให้กับต้นเสียง เลขานุการสาวของกริชดนัยนั่นเองเธอขานรับ รัชนีจึงมาทรุดนั่งข้างๆ อยากจะชวนหญิงสาวคุย ตาสะดุดเห็นตรงแหวนวงสวย ก็อุทานออกมา“แหวนสวยจังนะคะน้องวี่ ซื้อใหม่หรือคะ”“เอ่อ...” คริมาหน้าแดงนิดๆ จะอย่างไรเธอก็ยังรักษาคำสัญญาที่เขาตั้งเงื่อนไขไว้อย่างจริงจัง แม้ว่าตอนนี้พอจะมีคนระแคะระคายแล้ว ว่าเธอกับกริชดนัยไม่ใช่แค่อาเลี้ยงกับหลานสาวปรกติแน่นอน คนในบ้านแหละที่สังเกตเห็น และเพื่
กริชดนัยสังเกตได้ถึงความแปลกบางอย่าง คือทุกครั้งที่เขาไปรับคริมาในตอนเย็นเพื่อกลับบ้าน ฟ้ารุ้งกับบิดาของหล่อนก็จะรออยู่ด้วย และมักจะชักชวนพวกเขาไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกันเกือบทุกวัน บางวันขนาดว่าเขาปฏิเสธ สองพ่อลูกนั่นก็จะยังตามมาที่บ้านของพวกเขาวีรพลดูสนิทสนมกับคริมามาก มากจนชักจะเกินไปในสายตาของเขาไอ้จะห้ามโต้งๆ ว่าไม่ต้องมาวุ่นวายกับเธอ เขาจะห้ามได้ที่ไหนกัน เพราะลูกสาวของวีรพลเป็นเพื่อนรักกับคริมา สองคนเรียนด้วยกันก็ต้องเจอกันเป็นปรกติ แต่ที่เริ่มไม่ปรกติ คือในวันหยุดสองพ่อลูกนั่นก็มารับคริมาของเขาออกไปข้างนอกเรื่อยยามสนทนากัน บางทีเขาลองเปรยถาม คริมาก็จะเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังว่าไปทำอะไรมาบ้าง มันยิ่งทำให้เขายิ่งรู้สึกผิดปรกติไอ้หมอนั่นคิดอะไรกับคริมาของเขาแน่นอน แถมเด็กฟ้ารุ้งดูจะสนับสนุนพ่อสุดตัวเสียด้วย“นั่นสร้อยอะไรหรือวี่” เขาทักขณะที่นอนกอดเธอ...ปรกติแล้วคริมาไม่ค่อยใส่เครื่องประดับ มีแค่แหวนที่นิ้วกลางวงเดียวและสร้อยแขนที่เป็นสร้อยทองเส้นเล็กติดตัวที่เขาเห็นตลอด วันนี้เธอมีสร้อยคอสีเงินและห้อยจี้เพชรเม็ดเล็กเป็นรูปหัวใจ ดูแล้วน่าจะเป็นของแท้อยู่บนลำคอขาวผ่อง







